99**

 


                 ถ้าท่านมีสเลด หรือเสมหะในคอตลอด เป็นๆหายๆ เป็นเดือน หรือเป็นปี จะทำอย่างไรดี  บทความนี้มีคำตอบ

                สเลด หรือเสมหะ คือสารคัดหลั่งที่ร่างกายสร้างออกมา จากต่อมสร้างสารคัดหลั่ง ที่อยู่ในเยื่อบุทางเดินหายใจ  การที่มีเสมหะ หรือสเลดในคอเรื้อรัง อาจเกิดจากโรค หรือภาวะบางอย่างดังนี้

  1. โรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ (allergic rhinitis) และจมูกอักเสบชนิดไม่แพ้ (non-allergic rhinitis)  เนื่องจากเยื่อบุของผู้ป่วยโรคนี้มีความไวผิดปกติ (hyperreactivity of nasal mucosa) เมื่อสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ หรือสิ่งระคายเคืองต่างๆ จะกระตุ้นต่อมสร้างน้ำมูกในจมูก ซึ่งอาจไหลออกมาทางจมูกส่วนหน้า หรือไหลลงคอ (postnasal drip) ซึ่งน้ำมูกที่ไหลลงคอ ก็จะกลายเป็นสเลด หรือเสมหะในคอนั่นเอง ซึ่งมักจะมีสีขาวใส หรือขุ่น ยกเว้นเวลาเช้า เมื่อผู้ป่วยตื่นขึ้นมา อาจมีสีเหลืองขุ่นได้เนื่องจากมีการคั่งค้างของน้ำมูก หรือเสมหะ อยู่ในจมูก หรือคอเป็นระยะเวลานาน
  2. โรคไซนัสอักเสบ (rhinosinusitis) เนื่องจากโรคนี้มีการอักเสบของเยื่อบุจมูก และไซนัส ซึ่งจะมีการกระตุ้นต่อมสร้างน้ำมูก ให้มีเสมหะไหลลงคอได้เหมือน ข้อ 1 นอกจากนี้สารคัดหลั่งที่ออกจากไซนัส อาจผ่านรูเปิดของไซนัสในโพรงจมูกออกมา และไหลลงคอ กลายเป็นเสมหะได้ ซึ่งมักจะมีสีเขียว หรือเหลืองตลอดเวลา (มักบ่งชี้ว่ามีการติดเชื้อแบคที่เรีย)
  3. โรคกรดไหลย้อน (gastroesophageal reflux disease: GERD) เมื่อกรดไหลขึ้นมาที่คอหอยจากหลอดอาหาร จะกระตุ้นต่อมสร้างเสมหะในลำคอให้ทำงานมากขึ้น ทำให้มีเสมหะในลำคอได้ นอกจากนั้นกรดที่ไหลย้อนขึ้นมาที่คอ จะทำให้เกิดการอักเสบของเยื่อบุลำคอ ทำให้กลไกในการกำจัดเสมหะของเยื่อบุลำคอผิดปกติไป ทำให้มีเสมหะค้างอยู่ที่ลำคอได้ นอกจากนั้น ถ้าผู้ป่วยเป็นโรคกรดไหลย้อนขึ้นมาที่คอ และกล่องเสียง (laryngopharyngeal reflux) กรดไหลย้อนที่ออกไปนอกหลอดอาหาร อาจไปถึงเยื่อบุจมูกทางด้านบน และกระตุ้นต่อมสร้างน้ำมูกในโพรงจมูกให้ทำงานมากขึ้นทำให้นีน้ำมูก หรือมีเสมหะไหลลงคอได้
  4. การใช้เสียงผิดวิธี (muscle misuse dysphonia) การที่ใช้เสียงในการพูดมาก มักทำให้ผู้พูดต้องหายใจทางปาก คล้ายกับการออกกำลังกายให้เหนื่อย ซึ่งจะมีการหายใจทั้งทางจมูก และปาก จมูกซึ่งมีหน้าที่ปรับอากาศที่หายใจเข้าไปให้ชื้น และอุ่นขึ้น และกรองสารระคายเคืองต่างๆในอากาศก่อนเข้าสู่ลำคอ จึงไม่ได้ทำหน้าที่ ทำให้อากาศที่ผ่านลำคอ แห้ง และเย็น ร่างกายอาจปรับตัว โดยสร้างเสมหะในคอขึ้นมามากขึ้น เพื่อทำให้ผนังคอชุ่มชื้นขึ้น นอกจากนั้น สารระคายเคืองต่างๆในอากาศ อาจเข้าไปสัมผัสกับลำคอโดยตรง และไปกระตุ้นต่อมสร้างเสมหะให้ทำงานมากขึ้นได้
  5. โรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง (chronic bronchitis) และโรคหืด (asthma) โรคทั้งสองดังกล่าวนี้ มีการอักเสบเรื้อรังของเยื่อบุหลอดลม ทำให้เยื่อบุหลอดลมของผู้ป่วยโรคนี้มีความไวผิดปกติ (hyperreactivity of bronchial mucosa) เมื่อสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ หรือสิ่งระคายเคืองต่างๆ จะกระตุ้นต่อมสร้างเสมหะในเยื่อบุหลอดลม ทำให้มีเสมหะในหลอดลม หรือคอตลอดได้
  6. การติดเชื้อเรื้อรังบริเวณคอ (chronic infectious pharyngitis) เช่นจากเชื้อรา, เชื้อวัณโรค, เชื้อซิฟิลิส, เชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อไวรัส ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังของเยื่อบุลำคอ ซึ่งอาจกระตุ้นต่อมสร้างเสมหะในลำคอให้ทำงานมากขึ้น ทำให้มีเสมหะในลำคอได้
  7. การระคายเคือง และ/หรือการบาดเจ็บเรื้อรังบริเวณลำคอ (chronic irritative and/or traumatic pharyngitis) เช่น การสัมผัสสารเคมี, มลพิษ, สารระคายเคือง เนื่องจากอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีสารเคมี มลพิษ หรือสารระคายเคืองมาก, การสูบบุหรี่, การดื่มเหล้า เบียร์ หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์, การไอ, การอาเจียนที่บ่อยและเรื้อรัง, เนื้องอกในลำคอ, พังผืด หรือแผลเป็นในลำคอ หรือแม้แต่การที่อยู่ในห้อง หรือสถานที่ที่มีอากาศเย็นมาก อาจทำให้เกิดการระคายเคือง หรือการบาดเจ็บเรื้อรังบริเวณลำคอ หรืออาจกระตุ้นต่อมสร้างเสมหะในคอ ให้ผลิตเสมหะออกมามากกว่าปกติได้

             จะเห็นว่ามีสาเหตุที่ทำให้เกิดเสมหะในคอมากมาย การรับประทานยาละลายเสมหะ จึงเป็นการรักษาที่ปลายเหตุ ซึ่งยาละลายเสมหะที่ดีที่สุดจริงๆแล้วคือน้ำ ดังนั้นผู้ที่มีปัญหาเสมหะในคอ ควรมาพบแพทย์หู คอ จมูก เพื่อซักประวัติ, ตรวจร่างกาย และส่งการสืบค้นเพิ่มเติม เพื่อให้ได้การวินิจฉัยโรคที่เป็นสาเหตุของเสมหะในคอที่ถูกต้อง ซึ่งการรักษาเสมหะในคอนั้น รักษาตามสาเหตุ 

 
อาการ มีน้ำมูก และเสลดมากๆ
    *ฟ้าทะลายโจน ค่ะต้องดูว่าเสลดมีสีเขียว หรือว่าเหลือง เพราะถ้าสีเขียวแสดงว่าติดเชื้้อ
ยาส้มเจือจาง 1ขวดกระทิงแดงต่อน้ำต้มสุก3 ขนาดขวดเฮลบูลบอยก่อนล้างหน้าแปรงฟัน 1แก้ว ประมาณ 250 cc ดื่มยาส้มห้ามโดนฟัน โดใช้หลอดดูดและตามด้วยน้ำอุ่นเสมอ  ฟ้าทะลายโจน 3 - 5 ก่อนอาหาร เช้า-เย็น

    *ตานโจนแค๊ปซูล 3-5 เม็ด ก่อนอาหาร เช้า -ก่อนนอน ช่วยลดเสมหะในปอด ยาแต่ละตัวกินห่างกันประมาณ 10 นาที แต่ต้องดื่มน้ำอุ่นเยอะนะคะ เพื่อให้เหงื่อออกและถ่ายอุจจาระ เอาเชื้อโรคออกจากร่างกาย
ขอเชิญพุทธศาสนิกชน ผู้สนใจในการจาริกแสวงบุญเดินธรรมยาตรา ท่องแดนพุทธภูมิ
 "ธรรมยาตราปฏิปทาหลวงพ่อสนอง กตปุญโญ" 20 ธันวาคม 2556 - 5 กุมภาพันธ์ 2557
เริ่มต้นที่ นะลาโสปารา(Nalasopara) ปูเน่เนกัท (เขาปลาวาฬ) (Punenagut)
นาคปูร์ (Nagpur) สารนาถ (Sarnath) พุทธคยา (Bodh Gaya) รวมระยะทางทั้งสิ้น
525 กิโลเมตร รับสมัคร 150 ท่าน ติดต่อได้ที่ แม่ชีสมศรี สำนักงานวัดสังฆทาน
โทร.02-496-1242 ปิดรับสมัคร 20 พ.ย 56 **ขอเชิญร่วมเป็นเจ้าภาพ ค่ายานพาหนะ
พระภิกษุ 50 รูป เพื่อจาริกแสวงบุญเดินธรรมยาตรา "ธรรมยาตราปฏิปทาหลวงพ่อสนอง
กตปุญโญ" ร่วมบุญตามกำลังศรัทธาผ่าน ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาประชาชื่น ชื่อบัญชี
วัดสังฆทาน ประเภท ออมทรัพย์ บัญชีเลขที่ 092 - 2 - 50112 - 4 หรือร่วมบุญผ่าน
ธนาคารกสิกรไทย สาขาท่าน้ำนนทบุรีชื่อบัญชี สถานีวิทยุโทรทัศน์พุทธภูมิ ประเภท
ออมทรัพย์ ชื่อบัญชี สถานีวิทยุโทรทัศน์พุทธภูมิ ประเภทออมทรัพย์
บัญชีเลขที่ 559 - 2 - 13456 - 1
 
a wish-fulfilling jewel

Nala Sopara, Maharashtra India‎
This is the sacred place because in Maharashtra this is the only place where Lord Buddha with his 500 disciples stayed in Sopar for 7 days and Sanghmitra daughter of Samrat Ashoka went to Sri Lanka from this place only, And Dr. B. R. Ambedkar stayed here for the full day during Buddha Jayanti. so this is the place where all the legends of Indian History have visited. i.e. Lord Buddha, Samrat Ashok,
Dr. Ambedkar, Sanghmitra.