ชิ้นงานวิทยาศาสตร์

ที่อยู่ของสัตว์

http://www.thaigoodvi

วาฬและโลมา สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมแห่งท้องทะเล

Image

.

เมื่อเอ่ยถึงสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลผู้คนคงนึกถึงปลาเป็นอันดับแรก แต่จะมีสักกี่คนที่นึกถึงสัตว์ทะเลที่ใกล้เคียงกับมนุษย์เรามากที่สุดและยังเป็นสัตว์ที่มีพัฒนาการสูงนั่นคือ “สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม” ซึ่งมนุษย์เราก็จัดเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดหนึ่งด้วย สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมนั้นชื่อก็บอกอย่างตรงตัวอยู่แล้วว่ามีพฤติกรรมการเลี้ยงดูลูกด้วยน้ำนมของผู้เป็นแม่ หลายคนอาจจะพบเห็นภาพของความอบอุ่นที่ทารกดื่มนมจากอกมารดาผู้ให้กำเนิด แต่คงยากจะนึกภาพออกว่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมใต้ท้องทะเลนั้น จะมีชีวิตความเป็นอยู่อย่างไร จะมีนมให้ลูกกินหรือไม่ และใต้ทะเลนั้นจะให้ลูกกินนมอย่างไร เป็นเรื่องที่น่าคิดนะครับ



หลายคนอาจยังนึกไม่ออกว่าสัตว์ที่จัดเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมใต้ท้องทะเลนั้น มีหน้าตาอย่างไร หรือมีสัตว์อะไรบ้าง ในจำนวนสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในท้องทะเลที่เราท่านน่าจะรู้จักคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีนั้นก็เช่น โลมาและวาฬ ที่เราเรียกกันอย่างติดปากว่าปลาโลมาและปลาวาฬนั่นเอง ความจริงใครจะเรียกว่าปลาโลมาและปลาวาฬนั้นก็คงไม่ผิด เพราะรูปร่างหน้าตานั้นทั้งโลมาและวาฬแต่ละชนิดก็ได้พัฒนารูปร่างหน้าตาจากบรรพบุรุษของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมโบราณเมื่อประมาณ 45 ล้านปีก่อนจำพวก Mesonyx ซึ่งนักวิชาการบอกว่ามีรูปร่างคล้ายกับหมาผสมหนู ผมพยายามนึกภาพสัตว์ทั้งสองผสมกันอย่างไรก็ยังนึกไม่ออก เมื่อผ่านกาลเวลาเนิ่นนานทั้งโลมาและวาฬก็ผ่านการปรับตัวจนมีวิวัฒนาการให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใต้ท้องทะเลจนมีรูปร่างที่เพรียวน้ำ สามารถเคลื่อนไหวในน้ำได้อย่างคล่องแคล่ว และมีรูปร่างหน้าตาเหมือนปลาดี ๆ นี่เอง ใครจะเรียกปลาโลมาและปลาวาฬตามชื่อเรียกท้องถิ่นที่ชาวบ้านคุ้นเคยก็คงไม่ผิด แต่สำหรับนักชีววิทยาทางทะเลนั้นเขาจำแนกทั้งโลมาและวาฬออกจากสัตว์จำพวกปลา เข้ารวมกับกลุ่มสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเช่นเดียวกับมนุษย์

นอกจากจะมีพัฒนาการด้านรูปร่างหน้าตาให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ในท้องทะเลได้แล้ว สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมยังคงหายใจด้วยการใช้ปอดฟอกโลหิต จึงยังต้องมีช่องจมูกที่ใช้หายใจซึ่งเลื่อนตำแหน่งขึ้นมาอยู่บนหัว ตรงช่องที่ใช้พ่นน้ำออกแล้วหายใจเอาอากาศเข้าไปซึ่งวาฬและโลมารวมทั้งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่นๆอย่างเช่นพะยูน จึงจำเป็นต้องว่ายขึ้นมาหายใจบริเวณผิวน้ำเป็นระยะๆ นอกจากนี้มันยังได้พัฒนาด้วยการเพิ่มชั้นไขมันใต้ผิวหนังเพื่อป้องกันการสูญเสียอุณหภูมิความร้อนในร่างกาย และปรับให้กลไกของร่างกายมีการเผาผลาญต่ำ จึงทำให้สามารถอยู่ใต้น้ำได้เป็นเวลายาวนานเช่นวาฬหัวทุย ( Physeter macrocephalus ) สามารถดำน้ำได้ลึกถึงราว 3,000 เมตรเลยทีเดียว

โลมาและวาฬจะออกลูกเป็นตัวเช่นเดียวกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทั่วไป โดยลูกที่เกิดมาจะมีขนาดใหญ่ราว 40 เปอร์เซ็นต์ของพ่อแม่ เพื่อประโยชน์ในการรักษาอุณหภูมิของร่างกาย และสามารถอยู่รอดได้ในสภาวะแวดล้อมของท้องทะเล เมื่อคลอดออกมาก็จะสามารถว่ายน้ำได้ทันที โดยแม่จะเป็นผู้คอยดูแลเอาหัวดุนให้ลูกขึ้นไปหายใจบนผิวน้ำ และจะว่ายเวียนดูแลเลี้ยงลูกเป็นเวลานานจนกว่าลูกจะหย่านม ซึ่งในวาฬบางชนิดใช้เวลาเลี้ยงดูลูกเป็นเวลานานถึง 2 ปี แม่โลมาและวาฬจะให้นมลูกโดยหัวนมที่อยู่บริเวณใต้ท้อง ซึ่งจะซ่อนอยู่สองข้างใกล้กับช่องเพศซึ่งมีกล้ามเนื้อยึดรอบสำหรับบีบตัวให้หัวนมโผล่ออกมาเมื่อลูกต้องการ และดึงกลับไปซ่อนในตัวเมื่อให้นมลูกเสร็จ นอกจากโลมาและวาฬจะต้องเลี้ยงดูทะนุถนอมลูกน้อยเช่นเดียวกับมนุษย์แล้ว มันยังเป็นสัตว์สังคมที่อยู่ร่วมกันเป็นกลุ่ม มีการสื่อสารระหว่างกันโดยใช้กริยาท่าทางและเสียง โดยโลมาและวาฬในกลุ่มที่มีฟันนั้น สามารถส่งสัญญาณเสียงออกไปแล้วรับการสะท้อนกลับมาแปลเป็นสัญญาณเข้าสู่สมอง ส่วนในกลุ่มที่ไม่มีฟันจะใช้สัญญาณเสียงอีกลักษณะหนึ่งที่มีความถี่ต่ำ ซึ่งสัญญาณเสียงนี้อาจดังไปไกลได้หลายสิบกิโลเมตรเลยทีเดียวew.com/library/teachershow/sakaew/nittida_j/sience/picture/hh.jpg
Comments