Flash CS3

Adobe Flash CS3

เป็นซอฟต์แวร์ที่ช่วยในการสร้างสื่อมัลติมีเดีย,กราฟิกสำหรับงานเว็บ ผลงานที่พัฒนาด้วย Flash มีทั้งสื่อภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว สื่อมัลติมีเดีย ตลอดจนสื่อที่มีระบบโต้ตอบกับผู้ใช้(Interactive Multimedia)เช่น การสนองการกดปุ่มสั่งงาน หรือการป้อนข้อมูลของผู้เข้าชมเว็บไซต์ได้อีกด้วย จุดเด่นของโปรแกรมนอกจากจะสร้างภาพที่มีความคมชัดสวยงามแล้ว ยังใช้สร้างภาพกราฟิกแบบเวคเตอร์ซึ่งเป็นภาพลายเส้น ซึ่งแตกต่างจากการสร้างภาพแบบบิตแมพตรงที่ไฟล์ภาพที่ได้จะมีขนาดขนาดเล็กมาก และเมื่อขยายขนาดของภาพให้ใหญ่ขึ้น ภาพก็จะยังคงความคมชัดเหมือนเดิมทุกประการ ด้วยคุณสมบัตุเช่นนี้จึงนิยมนำไฟล์ที่ได้ไปใช้บนเว็บ เนื่องจากสามารถโหลดผ่านเว็บเบราเซอร์ได้รวดเร็ว มีความคมชัดสูงแม้ว่าจะถูกขยายขนาด ทั้งนี้สามารถนำเสนอได้ทั้งบนเว็บ หรือผ่านโปรแกรม Flash Player หรือสร้างเป็น exe file เพื่อเรียกใช้งานได้ทันที นอกจากนี้ยังสามารถแปลงไฟล์ไปอยู่ในฟอร์แมตอื่นได้ด้วย เช่น Animation Gif, AVI, QuickTime

พัฒนาการของ Flash CS3

Flash CS3 เป็นโปรแกรมกราฟิกและมัติมีเดีย ที่มีการพัฒนามาเป็นเวลานาน ตั้งแต่ยังเป็น Macromedia Flash ในเวอร์ชั่น 3, 4, MX, MX 2004 และ Flash 8 ของบริษัท Macromedia แต่ปัจจุบันถูกซื้อกิจการมารวมอยู่ในแพ็กเกจ Adobe Desigh Permium CS3 ของบริษัท Adobe ซึ่งได้นำมาพัฒนาเพิ่มเติมให้มีความสามารถสูงขึ้น และรองรับการใช้งานได้ทั้งระบบปฏิบัติการ Window XP และ Window Vista

ความต้องการระบบสำหรับโปรแกรมสร้าง

  • เครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีหน่วยประมวลผลกลางระดับ Intel Pentium ? 133 MHz หรือ เท่าเทียมกัน
  • ระบบปฏิบัติการ Windows95 หรือสูงกว่า
  • หน่วยความจำแรมอย่างต่ำ 32 MB (แนะนำให้ใช้ 64 MB)
  • พื้นที่ว่างของฮาร์ดดิสก์ 40 MB
  • จอภาพสีที่ความละเอียด 800 x 600 pixels ขึ้นไป
  • CD-ROM drive

ความต้องการระบบสำหรับโปรแกรมแสดงผล (Flash Player)

  • ระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows 95, NT 4.0 หรือสูงกว่า หรือเครื่องแมคอินทอช PowerPC ที่ติดตั้งระบบปฏิบัติการ System 8.1 หรือสูงกว่า
  • ถ้าใช้เบราเซอร์จากค่าย Netscape ควรเป็น Netscape 3 หรือสูงกว่า ที่ติดตั้ง Plugin พร้อมใช้งาน
  • ถ้าใช้เบราเซอร์จากค่าย Microsoft ควรเป็น IE 3.02 หรือสูงกว่า ที่ติดตั้ง Plugin พร้อมใช้งาน

ความสามารถของโปรแกรม Adobe Flash CS3

  1. หน้าตาโปรแกรมที่สวยงาม มีการจัดวางเครื่องมือต่าง ๆที่มีมากมายให้ดูเป็นระเบียบขึ้น ทั้งยังสะดวกในการเรียกใช้งานมากขึ้น
  2. เมนู Import to Library การดึงภาพจากภายนอกเข้ามาใช้งานในโปรแกรม Flash CS3 นี้จะถูกส่งตรงไปเก็บเอาไว้ในหน้าต่าง Library ก่อน เมื่อมีการกด Ctrl+L ที่แป้นคีย์บอร์ดก็จะพบรูปภาพนั้นทันที่ ซึ่งก็สามารถดึงมาใช้ในโปรแกรมได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาค้นหาอีก
  3. ระบบจัดการ Panel ต่าง ๆ ที่ดีเยี่ยม โดยโปรแกรมจะมีความสามารถในการแสดงให้เห็นเฉพาะแถบชื่อของหน้าต่าง หรือสามารถปรับให้เห็นเฉพาะไอคอนเท่านั้น จึงทำให้มีความสะดวกมากขึ้น ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาในเรื่องการเปิดหน้าต่างหลายอันขึ้นมาแล้วดูรกหน้าจอไปได้
  4. Save Panel Layout เมื่อมีการเปิดหน้าต่าง Panel ที่ใช้งานอยู่ประจำขึ้นมาแล้วโปรแกรมจะสามารถบันทึกรูปแบบของหน้าต่าง Panel นั้นเอาไว้เหมือนกับการ Add Favorites เมื่อมีการใช้งานก็จะเป็นอย่างที่เคยบันทึกเอาไว้ นอกจากนี้ยังมีเท็มเพลตสำหรับการสร้างผลงานให้มีขนาดตามค่าขนาดของจอภาพ
  5. ให้ความสำคัญของหน้าต่าง Properties มากขึ้น เมื่อเลือกเครื่องมือใดจากกล่องเครื่องมือเพื่อนำมาใช้งาน จะปรากฎหน้าต่าง Properties ขึ้นมาเพื่อเป็นการเตรียมให้สามารถปรับแต่งก่อนการใช้งานได้เป็นอย่างดี ทั้งยังสะดวกในการปรับแต่งสีสัน เอฟเฟ็กต์ หรือคุณสมบัติอื่น ๆ ได้ในหน้าต่าง Properties ที่แสดงอยู่ด้านล่างของหน้าจอ
  6. เครื่องมือ Free Transform อิสระแห่งการปรับแต่งชิ้นงาน ในกล่องเครื่องมือของโปรแกรม Flash จะมีการเพิ่มปุ่ม Free Transform ขึ้นมา เพื่อใช้สำหรับปรับแต่งรูปร่างและขนาดของชิ้นงานให้บิดเบี้ยวหรือเป็นไปตามต้องการได้ในทันที
  7. เปลี่ยนภาพแบบ Bitmap เป็น Vector การปรับเปลี่ยนภาพที่ดึงเข้ามาจากภายนอกเพื่อนำเข้ามาใช้งานในโปรแกรม หรืออาจเป็นภาพที่สร้างขึ้นมาใหม่ เมื่อมีการคลิกปุ่มขวา เลือก Convert to Symbol ก็จะสามารถเปลี่ยน Symbol ประเภท Movie-Clip Button หรือ Graphic ได้ตามต้องการอย่างรวดเร็ว
  8. สามารถปรับแต่งขนาดและหมุนรูปภาพได้อย่างสะดวก
  9. หน้า Timeline ที่มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น สามารถดูเฟรมย้อนหลังและเฟรมถัดไปให้เห็นกันชัดเจน นอกจากนี้ยังสามารถจัดการกับเฟรมที่แสดงให้เห็นนั้นได้ทันที
  10. หน้าต่าง Action Script ที่เพิ่มหมวดหมู่ให้สามารถใช้งานได้ง่ายขึ้น
  11. การใช้เทคโนโลยี MP3 ในการบีบอัดไฟล์เสียง สามารถลดขนาดของไฟล์เสียงลงได้ นอกจากนั้นยังสามารถปรับแต่งระบบเสียงแบบสเตอริโอได้อย่างอิสระ และใส่เอฟเฟ็กต์เสียงได้อีกด้วย
  12. การใช้ Gadient ช่วยปรับสีสันชิ้นงานให้สวยงามยิ่งขึ้น
  13. หน้าต่าง Color Mixer เปลี่ยนปลายพู่กันให้เป็นรูปภาพ ประสิทธิภาพของการเติมสีสันในหน้าต่าง Color Mixer จะมีการสร้างไอคอนของรูปภาพที่มีอยู่ในหน้าต่างไลบรารีทั้งหมดเตรียมเอาไว้เพื่อความสะดวกในการนำมาใช้งาน
ที่มา : http://tc.mengrai.ac.th/kruyuy/e-learning/flash/FLASH%20CS3/page/aboutflash.html


FILE TYPE / ประเภทของไฟล์

ประเภทของไฟล์มีไว้เพื่อจำแนกหน้าที่และรูปแบบของไฟล์ เพื่อให้เราทราบได้ว่าไฟล์นั้นๆ มีหน้าที่อะไร ใช้ทำอะไร แต่ในที่นี้ ทางเรา จะแนะนำเฉพาะไฟล์ใช้ควบคู่กับการทำงานกราฟฟิคเท่านั้น

ประเภทของไฟล์กราฟฟิคมี 2 ประเภท คือ
1. ไฟล์กราฟฟิคประเภท Raster baseded
2. ไฟล์กราฟฟิคประเภท Vector based

ภาพตัวอย่างของกราฟฟิคไฟล์ทั้งสองประเภท

 rasterภาพแตงแมวขยายใหญ่ในแบบ raster
สังเกตุได้ว่าภาพจะแตกเป็นเสี่ยงๆ เพราะ ว่าภาพเกิดขึ้นจากจุดเล็กๆ มาเรียงกัน
vectorภาพแตงแมวขยายใหญ่ในแบบ vector 
ภาพยังเฉียบคมแม้จะขยายเป็นพันๆ พันเท่า
(โปรดสังเกต : ขนาดขยายใหญ่กว่านะเนี่ย)

 

 

1) ไฟล์กราฟฟิคประเภท Raster based
หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า "bitmap" ซึ่งเกิดจากการนำเอาจุดสีเล็กๆ หลายๆ จุดมารวมกันเพื่อให้เกิดภาพ ซึ่งจะมีความกว้างยาว X pixel และ Y pixel และความลึกคือ Z pixel (Z pixel คือ ค่าความลึกของสี : Color Depth) ไฟล์ Raster มีรูปแบบและวัตถุประสงค์ในการใช้งานแตกต่างกันไป ซึ่งเราควรจะนำมาใช้ให้เหมาะสม โดยศึกษาการใช้งานได้จากตารางต่อไปนี้

ตารางที่ 1.1 ชนิดของกราฟฟิคไฟล์ประเภท Raster
ไฟล์
มาจากคำว่า
ลักษณะการใช้งาน
BMP
Bitmap squenceถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้เพื่อแสดงผลภาพกราฟฟิคโปรแกรมวินโดวส์ เป็นไฟล์ที่ไม่ค่อยมีประโยชน์ในด้านการใช้งานมากนัก จะใช้เพื่อเก็บกราฟฟิคไฟล์ที่เป็นต้นแบบเสียส่วนใหญ่ และใช้ในการแสดงผลบนจอคอมพิวเตอร์
PCX
-
เป็นกราฟฟิคไฟล์พื้นฐานอีกชนิดหนึ่งใน PC ถูกสร้างและพัฒนาโดย Z-soft Corperation เพื่อใช้กับโปรแกรม PC Paintbrush มีรูปแบบคล้ายคลึงกับไฟล์ bitmap ปัจจุบันไม่นิยมใช้กันแล้ว
TIFF
Tagged Image File Formatเป็นกราฟฟิคไฟล์ที่สร้างมาเพื่อ โปรแกรมประเภทจัดหน้าหนังสือ (Desktop Publishing) สามารถเก็บข้อมูล รายละเอียดของภาพได้ค่อนข้างมาก ใช้ได้ทั้งใน Mac และ PC มีหลายเวอร์ชั่น แต่ที่นิยมใช้กันคือ เวอร์ชั่น 4 และ 5
GIF
compu surve Graphic Interchange Fileถูกสร้างขึ้นมาโดยบริษัท Compu surve ซึ่งเป็นบริษัทที่ให้บริการด้านเครือข่ายของสหรัฐ เหมาะกับการเก็บไฟล์รูปภาพขนาดเล็ก และมีจำนวนของสีน้อย มีขนาดไฟล์เล็กเพราะสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ในระบบเครือข่าย
JPG
Joint Photographic Experts Groupเป็นไฟล์ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อบีบอัดข้อมูลภาพ เพื่อให้มีขนาดกระทัดรัด เพื่อนำใช้งานในระบบอินเตอร์เนต นิยมมาใช้ในการแสดงผลรูปภาพบนเครือข่ายอินเตอร์เนตเช่นเดียวกับ GIF แต่มีวัตถุประสงค์ในการใช้งานแตกต่างกัน
PICT
PICTureเป็นกราฟฟิคไฟล์ประเภทเดียวกับไฟล์ BMP เป็นไฟล์ที่ใช้เพื่อแสดงผลภาพกราฟฟิค บนจอภาพของ แมคอินทอช
PSD
-
คือ กราฟฟิคไฟล์ ของโปรแกรมตบแต่งรูปภาพ (Retuching) ยอดนิยม Adobe Photoshop ไฟล์ PSD นี้จะใช้กับโปรแกรม Adobe Photoshop เพื่อการแก้ไขตบแต่งรูปภาพ
PNG
-
เป็นกราฟฟิคไฟล์ชนิดล่าสุด ที่นำมาใช้แสดงผลภาพบนเวบเพจ
PDF
-
ไฟล์ PDF เป็นไฟล์เอกสารของ Adobe Acrobat ใช้ในการแสดงเอกสารในรูปแบบของกราฟฟิค ซึ่งจะต้องใช้ โปรแกรม Adobe Acrobat Reader ในการอ่าน
ตารางที่ 1.1 คุณสมบัติและข้อดี, ข้อเสียของกราฟฟิคไฟล์ประเภท Raster
ไฟล์
คุณสมบัติของไฟล์
ลักษณะการใช้งาน
BMP
สามารถบันทึกภาพชนิดขาวดำแบบ 16 สี และภาพสีขนาด 24 บิท (True color) ได้สามารถเก็บองค์ประกอบของรูปได้ครบ
ขนาดของไฟล์ใหญ่
PCX
บันทึกได้ตั้งแต่ภาพชนิดขาวดำแบบ 16 สี, ภาพขาวดำ 256 ระดับ (Grayscales), ภาพสีแบบ 16, 256 และ 16.7ล้านสีได้
-
-
TIFF
บันทึกภาพได้หลายชนิดทั้งภาพลายเส้น (Line-Art), ภาพ halftone, ภาพ grayscale และภาพสีตั้งแต่ 1 บิทจนถึง ภาพสี 32 บิทสามารถบันทึกข้อมูลได้หลายชนิดและบันทึกระดับสีได้สูง และมีการบีบอัดข้อมูล เพื่อประหยัดเนื้อที่ในการบันทึกได้
มีหลายเวอร์ชั่น ซึ่งต้องระวังในเซฟเพื่อใช้งานกับ โปรแกรมประยุกต์รุ่นเก่าๆ
GIF
เก็บข้อมูลภาพในลักษณะ 8 bit (256 สี) สามารถเก็บภาพไว้ได้หลายภาพในไฟล์เดียว จึงสามารถทำภาพเคลื่อนไหวได้, มีการบีบอัดข้อมูลแบบ LZW (Lamp Ziv-Welch),นิยมใช้งานในอินเตอร์เนต มีความสามารถพิเศษมาก เช่น การทำภาพโปร่งใส (Transparent), สามารถรอรับอินพุทจากผู้ใช้เพื่อให้มีการเคลื่อนไหวภาพ, การใส่คอมเมนท์เพื่อการอ้างอิง
เก็บสีได้เพียง 256 สี (สีโปร่งใส หรือ Transparent ก็นับเป็น 1 สี) และไม่เหมาะที่จะเซฟไฟล์รูปขนาดใหญ่ๆ เพราะจะมีขนาดใหญ่มาก
JPG
เก็บข้อมูลภาพในลักษณะของการบีบอัดข้อมูล สามารถเก็บภาพสีได้สูงถึง 16.7 ล้านสีเหมาะสำหรับการใช้งานบนอินเตอร์เนต เพราะมีขนาดเล็กสามารถโหลดได้รวดเร็ว แต่ให้รายละเอียดของภาพสูง
คุณภาพของรูปจะลดลงเมื่อบีบอัดไฟล์ จึงไม่เหมาะแก่การนำมาแก้ไขตบแต่ง
PICT
ไม่ทราบข้อมูล แต่มีความสามารถใกล้เคียงกับไฟล์ BMPสามารถเก็บองค์ประกอบของรูปได้ครบ
เป็นไฟล์ของ Mac OS และไม่สามารถเซฟในโหมด CMYK เพื่อนำมาใช้งานด้านการพิมพ์ได้
PSD
สามารถบันทึกข้อมูลภาพ ได้ทุกรูปแบบมีการแบ่งเลเยอร์ เพื่อง่ายแก่การแก้ไข ในภายหลัง และสามารถบันทึกกราฟฟิคแบบ Vector ลงในไฟล์ได้
มีขนาดไฟล์ที่ใหญ่
PNG
ยังไม่มีข้อมูล
-
-
PDF
ยังไม่มีข้อมูลสามารถเซฟไฟล์กราฟฟิค ทุกประเภทให้เป็น PDF ได้ (โดยใช้โปรแกรม Adobe Acrobat) โดยยังคงลักษณะเดิมของเอกสารไว้ ไม่ว่าจะเปิดที่ใด
ต้องอ่านไฟล์ชนิดนี้ด้วย โปรแกรม Adobe Acrobat Reader เท่านั้น

2) ไฟล์กราฟฟิคประเภท Vector based
คือไฟล์กราฟฟิคที่เกิดจากการ ผลคำนวณทางคณิตศาสตร์เพื่อให้เกิดภาพ หรือเราจะเรียกไฟล์ชนิดนี้ได้อีกอย่างหนึ่งว่า ไฟล์ประเภท "postscript" ไฟล์ชนิดนี้บางประเภทก็ยังสามารถเก็บภาพ bitmap เอาไว้ในตัวได้อีกด้วย ส่วนใหญ่แล้ว ไฟล์ประเภท Vector นี้จะถูกแบ่งแยกโดยโปรแกรมประยุกต์ที่ใช้ในการแก้ไขไฟล์นั้นๆ ไฟล์ชนิดซึ่งที่นิยมใช้กันนั้น มีดังนี้

ตารางที่ 1.1 ตัวอย่างของกราฟฟิคไฟล์ประเภท Vector
ไฟล์
มาจากคำว่า
ลักษณะการใช้งาน
PS
PostScriptไม่มีข้อมูลครับ
EPS
Encapsulated PostScriptเป็นไฟล์ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ในงานออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์ (Desktop Publishing) เป็นไฟล์ Vector มาตรฐาน ใช้งานได้กับโปรแกรมหลายโปรแกรม สามารถทำการแยกสีเพื่องานพิมพ์ได้ นอกจากนี้ยังใช้ในการเซฟ Vector ไฟล์ จากโปรแกรมหนึ่งเพื่อนำไปโหลดใช้งาน ในอีกโปรแกรมหนึ่งอีกด้วย ไฟล์ชนิดนี้จะมีขนาดใหญ่กว่าไฟล์ vector ชนิดอื่นๆ
AI
Adobe Illustrator sequenceAI เป็นไฟล์ของ Adobe Illustrator จึงควรรแก้ไขไฟล์ AI บนโปรแกรม Illustrator เท่านั้น
FH
FreeHandคือ ไฟล์ของโปรแกรม vector ของ ค่าย Macromedia ที่มีชื่อว่า FreeHand (เครื่องหมาย ?ใช้แทนตัวลขเพื่อบอกเวอร์ชั่นของไฟล์)
DWG
DraWinG fileคือ drawing file ของโปรแกรม AutoCAD
FLA
FLAshเป็นไฟล์ Vector ของโปรแกรม Macromedia Flash ใช้ในการสร้างอนิเมชั่นบนเวบเพจ
SWFShock Wave Flashเป็นไฟล์ Vector ของโปรแกรม Macromedia Flash ใช้ในการแสดงผล Flash อนิเมชั่นบนเวบเพจ


ไฟล์ประเภท Vector ที่ใช้กับงานสื่อสิ่งพิมพ์นั้น จะสามารถสร้างไฟล์แยกสีชนิด 5 สี โดย 4 แรกคือ CMYK และสีสุดท้ายจะเป็นข้อมูลของการจัดตำแหน่งไฟล์แยกสี 5 สี ที่เรียกว่า DCS (Digital Color Separation)

ข้อมูลจาก http://www.geocities.com/thanatham_2000

 

Resolution of graphic / ความละเอียดของ กราฟฟิก

Resolution คือ การวัดของไฟล์ที่ออกมาว่ามีคุณภาพหรือ ความละเอียดเท่าไร โดยใช้ การวัดจาก หน่อย pixel หรือ dot  
Pixel คือจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆ ที่อยู่ในภาพ หรือ ประกอบเป็นภาพ  ที่คุณเห็นในจอคอมพิวเตอร์หรือ ทีวี
DPI (dot per inch) คือ หน่วยแสดงความละเอียด หรือ คุณภาพของงานพิมพ์ หรือหมายถึงจำนวนจุดต่อ 1 ตารางนิ้วบนภาพประเภท raster

ไฟล์ที่เหมาะสมกับงานพิมพ์จะเป็น 300 dpi  แต่ถ้าทำงานอื่นๆ เช่น web, presentation ที่อาศัยแค่การแสดงผลทางหน้าจอคอมพิวเตอร์ ไฟล์ที่เหมาะสมจะเป็น 72 หรือ 96 dpi
ความละเอียดของหน้าจอ วินโดว 72 dpi
ความละเอียดของหน้าจอ แมค 96 dpi

รูปแบบไฟล์ Flash

.swfไฟล์ .swf เป็นไฟล์ที่สมบูรณ์, ถูก compiled และ published ไฟล์แล้ว ซึ่งไม่สามารถแก้ไขด้วย Macromedia Flash ได้อีกต่อไป
.flaไฟล์ .fla เป็นไฟล์ต้นฉบับของโปรแกรม Flash. โปรแกรมที่ใช้เขียน Flash สามารถแก้ไขไฟล์ FLA และ compile มันให้เป็นไฟล์ .swf ได้
.flvไฟล์ .flv เป็นไฟล์วิดิโอ Flash, ซึ่งสร้างโดย Flash, Sorenson Squeeze, หรือ On2 Flix.
.aviไฟล์ AVI เป็นไฟล์วิดิโอ, เป็นคำย่อของ Audio Video Interleave. ซึ่ง Flash สามารถสร้างไฟล์ในรูปแบบนี้ได้
.spaไฟล์ .spa คือไฟล์เอกสารของ FutureSplash.
.xmlไฟล์ .xml คือไฟล์ configuration ของ flash ซึ่งใช้เก็บข้อมูลที่ไม่ต้องการคอมไพล์ใหม่ เช่น link เป็นต้น.

ไฟล์ Flash สามารถใช้ได้

.aviไฟล์ AVI เป็นไฟล์วิดิโอ, เป็นคำย่อของ Audio Video Interleave.
.gifภาพเคลื่อนไหว GIF
.pngไฟล์ .png คือ ไฟล์ PNG ซึ่งสามารถมาแก้ไขได้ภายหลัง (ซึ่งยังมีการแบ่งเลเยอร์ไว้) หลังจากที่บันทึกไว้
.sskไฟล์ .ssk คือไฟล์ SmartSketch.
.pivไฟล์ .piv คือไฟล์แคอมพิวเตอร์แอนิเมชัน Pivot StickFigure

ที่มา : http://tc.mengrai.ac.th/kruyuy/e-learning/flash/FLASH%20CS3/page/filetype.html


ส่วนประกอบของหน้าต่างโปรแกรม




Flash มีหน้าต่างการทำงานลักษณะเดียวกับโปรแกรมอื่นๆ ที่ทำงานบน Windows ดังนี้

  • Title Bar แถบชื่อเรื่อง เป็นส่วนแสดงชื่อโปรแกรม และชื่อไฟล์ที่กำลังทำงานอยู่ รวมถึงปุ่มควบคุมหน้าต่างโปรแกรม

  • Menu Bar แถบเมนูแสดงรายการคำสั่งต่างๆ ของโปรแกรม

  • Toolbar แสดงปุ่มเครื่องมือการทำงานมาตรฐานของโปรแกรม เช่น ปุ่มเปิดงานใหม่, เปิดไฟล์เอกสาร, จัดเก็บไฟล์ เป็นต้น

  • Toolbox แสดงปุ่มเครื่องมือเป็นส่วนรวบรวมเครื่องมือชนิดต่าง ๆ ในการสร้าง ปรับแต่ง และแก้ไขชิ้นงาน ที่อยู่ใน Movie โดยแบ่งเป็น 4 กลุ่มย่อยคือ กลุ่มเครื่องมือ กลุ่มมุมมอง กลุ่มกำหนดสี และกลุ่มออบชั่นของเครื่องมือ 
  • Timeline หน้าต่างแสดงเส้นควบคุมเวลาสำหรับการนำเสนอผลงาน ประกอบด้วยส่วนทำงานเกี่ยวกับ Layer และ Timeline

         เราแบ่งไทมไลน์เป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ ได้แก่

  • ส่วนแสดงเลเยอร์ (Layer) ซึ่งแต่ละเลเยอร์เปรียบเหมือนแผนใสที่สามารถวางภาพหรือออบเจ็กต์ได้ โดยแต่ละเลเยอร์นั้นแยกเป็นอิสระต่อกัน แต่ประกอบกันเป็นชันงานเดียว (เราจะกล่าวถึงเรื่องเลเยอร์เพิ่มเติมภายหลัง)
  • ส่วนเฟรม (Frame) ที่แสดงช่องเฟรมต่างๆ ซึ่งทำงานเหมือนกับเฟรมที่ประกอบกันเป็นภาพยนตร์โดยเมื่อมีการนำเฟรมเหล่านี้มาแสดงอย่างต่อเนื่องก็จะทำให้เกิดภาพเคลื่อนไหว ทั้งนี้ Frame จะแสดงผลอ ทีละเฟรม โดยจะมีหัวอ่าน (Playhead) ที่เป็นส้นสีแดงคอยบอกตำแหน่งว่ากำลังทำงานอยู่ที่เฟรมใด

              เราสามารถเปิด/ปิดไทมไลน์นี้ได้โดยคำสั่ง View > Thmeline ให้มีเครื่องหมายถูกอยู่หน้าคำว่า Thmeline เพื่อเปิดไทมไลน์ และใช้คำสั่ง View > Thmeline อีกครั้งยกเลิกเครื่องหมายถูกเพื่อปิดไทมไลน์ซึ่งเราอาจเปรียบการทำงานของไทมไลน์เหมือนกับม่วนฟิลม์ ในขณะที่สเตจคือส่วนที่แสดงแต่ละเฟรมในม้วนฟิลม์นั้นตามลำดับที่กำหนดไว้

              เราสามารถแบ่งไฟล์ชิ้นงานที่สร้างเป็นส่วนย่อยๆ ที่เรียกว่าฉากหรือซีน (Scene) โดยในโดยในมูฟวี่หนึ่งๆ จะประกอบด้วยซีนหรือหลายซีนก็ได้ เนื่องจากจะทำงานได้ทีละซีนนั้นจึงต้องเลือกซีนที่จำทำงานด้ยโดยคลิกที่เมนู Window > Other Panels > Scene หรือเลือกใช้ปุ่ม  การแทรกซีนสามารถแทรกได้โดยเลือกที่เมนูคำสั่ง  Inserts > Scene1


  • พาเนล (Panels)
    พาเนลคือหน้าต่างทีรวบรวมเครื่องมือต่างๆ   สำหรับใช้ในการปรับแต่งออบเจ็กต์  ซึ่งใน Flash  ได้มีการจัดพาเนลต่างๆ ไว้อย่างเป็นหมวดหมู่ตามหน้าที่ของมันให้เราเรียกใช้ได้  พาเนลสำคัญที่ควรรู้จักดังนี้
  • Property Inspector  เป็นพาเนลที่ใช้แสดงคุณสมบัติต่าง ๆ ของออบเจ็กต์ที่เราคลิกเลือก  ซึ่งเราสามารถปรับแต่งคุณสมบัติ้หล่านี้ได้  ทั้งนี้รายละเอียดที่  Property Inspector จะเปลี่ยนไปตามออบเจ็กต์ที่เลือก  โดยสามารถเยกเปิดใช้งาน  Property Inspector ด้วยคำสั่ง  Window > Properties >Properties หรือกดคีย์ลัด <Ctrl+F3>

 

พาเนล Filters  เป็นพาเนลที่ใช้ปรับแต่งหรือเป็นการใส่เอ็ฟเฟ็คให้กับตัวอักษร มูฟวี่คลิป  และปุ่มกด  โดยเราสามารถเรียกเปิดใช้งานพาเนลFilters ด้วยคำสั่ง  Window > Properties > Filters

 

พาเนล Color  เป็นพาเนลที่เลือกใช้สีและผสมสีตามที่ต้องการ  ซึ่งจะนำไปใช้ปรับแต่งสีให้กับทั้งภาพวาดและตัวอักษรได้อย่างง่ายดาย  โดยมีให้เลือกชีถึง  2 แท็ด้วยกันคือ  Color Mixer ( ใช้ผสมสีเองตามต้องการ) และ Color Swatches  (ใช้เลือกสีจากจานสีตามที่โปรแกรมกำหนดมาให้) โดยเราสามารถเรียกเปิดใช้งานพาเนล  Color ด้วยคำสั่ง Window > Color Mixer

             

  • Library หน้าต่างควบคุมเกี่ยวกับชุดวัตถุของโปรแกรม ได้แก่ Symbols, Buttons, Movies 
  • Work Area พื้นที่ทำงาน ประกอบด้วยพื้นที่ว่างสำหรับวางวัตถุแบบชั่วคราว และพื้นที่ของเวที (Stage)
  • Stage พื้นที่ส่วนที่ใช้ในการวางวัตถุต่างๆ หรืออาจจะเรียกว่า "เวที" เมื่อมีการนำเสนอผลงานจะแสดงเฉพาะวัตถุบน Stage เท่านั้น

พื้นที่สีขาวบริเวณกลางจอคือ สเตจ เป็นพื้นที่ใช้จัดวางออบเจ็กต์ต่าง ๆ ที่ต้องการแสดงให้เห็น ในชิ้นงาน ส่วนพื้นที่สีเทาด้านนอกบริเวณสีขาวคือ Pasteboard เป็นบริเวณที่สามารถนำออบเจ็กต์ ต่าง ๆ มาวาง พักไว้หรือวางซ่อนไว้ได้เพราะบริเวณนี้จะไม่แสดงผลเวลาที่เรา Export Movie เป็นไฟล์ .SWF


เราสามารถเปิด/ปิดพื้นที่การทำงานโดยสั่ง View > Work Area ให้มีเครื่องถูกหน้าคำว่า Work Area เพื่อปิดพื้นที่การทำงาน (หรือจะกดคีย์ลัด <Ctrl>+<Shift>+<W> ก็ได้)

ที่มา : http://tc.mengrai.ac.th/kruyuy/e-learning/flash/FLASH%20CS3/page/option.html

การเริ่มต้นวาดรูปและลงสี

Flash เป็นโปรแกรมที่ใช้สำหรับการสร้างกราฟิกและภาพแอนนิเมชั้นต่าง ๆ ที่เรียกว่า มูฟวี่ จึงจำเป็นต้องมีเครื่งอมือที่ใช้สำหรับสร้างและตกแต่งรูป ซึ่งทำให้สามารถสร้างการ์ตูน ที่เป็นลายเส้น สำหรับการแสดงภาพเคลื่อนไหวได้ด้วยวิธีการที่ง่ายไม่กี่ขั้นตอน
ส่วนประกอบของรูปวาด
รูปตัวการ์ตูนที่สร้างจากการวาดมักจะเรียกว่า "รูปลายเส้น" จะประกอบไปด้วยส่วนสำคัญ 2 ส่วนคือ
  • พื้นรูป (Fill) เป็นส่วนประกอบที่อยู่ภายในรูปลายเส้นซึ่งสามารถจะกำหนดให้มีสีพื้น (Fill color) หรือไม่ให้มีสีพื้น (No color) ก็ได้ ในการลงสีพื้นสามารถเลือกได้ว่าจะลงแบบใด ระหว่างสีทึบ , ไล่โทนสี และการนำภาพบิตแมพมาเป็นสีพื้น
  • เส้น (Stroke) เป็นส่วนกรอบของรูปภาพ ที่มีหลากหลายลักษณะ ทำให้เกิดเป็นรูปทรงต่าง ๆ ขึ้นมา เช่น รูปสี่ เหลี่ยม วงกลม วงรีและอื่น ๆ เราสามารถปรับแต่งเส้นได้เช่นเดียวกับพื้นรูป เช่น สี ความหนา และลวดลายบนเส้น
ตามปกติพื้นรูปและเส้นจะแยกกันคนละส่วนอิสระต่อกัน ทำให้สามารถวาดรูปที่มีแต่พื้นรูปไม่มีเส้นหรือวาดรูปที่มีแต่เส้นไม่มีพื้นรูปก็ได้ รวมทั้งสามารถที่จะแยกเส้นออกจากพื้นรูป เพื่อนำมาตกแต่งแก้ไขใหม่ได้

รูปดาวที่ประกอบด้วยพื้นรูปและเส้น

รูปดาวเมื่อแยกเส้นออกจากพื้นรูป

 

เครื่องมือสำหรับวาดภาพ
กำหนดรูปแบบการวาด
การวาดรูปด้วยเครื่องมือวาดใน Flash สามารถทำได้ 2 รูปแบบ ดังนี้

1. วาดแบบรวมกลุ่ม

  • รูปที่ซ้อนกันไม่มีเส้น แต่มีสีพื้นเป็นสีเดียวกัน จะทำให้รูปทั้งหมดถูกรวมเป็นชิ้นเดียวกันทันที
  • รูปที่ซ้อนกันไม่มีเส้น แต่มีสีพื้นเป็นสีต่างกัน รูปทรงที่อยู่ด้านล่างส่วนที่ถูกซ้อนทับจะถูกตัดออกโดยรูปทรงด้านบน
  • รูปที่ซ้อนกันมีอันใดอันหนึ่งมีเส้น (ไม่ว่าสีพื้นและสีเส้นจะเหมือน หรือต่างกัน) รูปทรงส่วนที่ถูกทับจะถูกตัดออก แต่เส้นขอบจะติดไปกับอันที่ดับเบิ้ลคลิกเลือก แล้วลากออกไป
  • รูปที่ซ้อนกันมีแต่เส้น (ไม่ว่าเส้นจะสีเดียวกันหรือต่างกัน) รูปจะถูกแยกออกเป็นส่วน ซึ่งสามารถแยกออกมาเป็นเส้น ๆ ได้
2. วาดแบบอิสระ

เมื่อเลือกเครื่องมือวาดภาพในครั้งแรกจะเป็นการวาดแบบรวมกลุ่มแต่จะปรากฎออปชั่น หรือเครื่องมือย่อย (Object drawing) ให้ใช้เมาส์คลิกที่ปุ่มดังกล่าวให้เป็นสีฟ้า จะเข้าสู่โหมดการวาดแบบอิสระทันที และสามารถเคลื่อนย้ายวัตถุที่ซ้อนทับกันได้โดยไม่ เกี่ยวข้องกัน


 
กำหนดรายละเอียดรูปทรง
ก่อนใช้เครื่องมือวาดรูปทรง มีหลักที่ควรคำนึงก่อนทุกครั้งคือ ต้องไปกำหนดรายละเอียดของพื้นรูปและเส้นก่อน ซึ่งมีดังนี้
กำหนดสีพื้นและเส้น
เราสามารถกำหนดให้รูปวาดมีสีพื้น สีเส้น หรือไม่มีสีพื้นหรือเส้นก็ได้ ดังนี้
 ที่มา :http://tc.mengrai.ac.th/kruyuy/e-learning/flash/FLASH%20CS3/page/drawbasic.html
 

Comments