พระอุปคุต


ผู้เขียน : NIKOM
  P

        ชาวล้านนารู้จักพระอุปคุตในนามผู้ปกป้องคุ้มครองภัยโดยเฉพาะการมีปอยหลวง งานพิธีกรรมของส่วนรวม จะมีการอาราธนาพระอุปคุตขึ้นจากแม่น้ำมาคุ้มครองการจัดงาน เพื่อมิให้เกิดภัยและงานลุล่วงไปด้วยดี

        ชาวล้านนามีพิธีกรรมการใส่บาตรพระอุปคุตใน "วันเป็งปุ๊ด" หรือ เพ็ญวันพุธ มาจนปัจจุบัน ในขณะที่การเผยแพร่ข่าวนักข่าวบางท่านยังไม่เข้าใจ กลับแพร่ข่าวทำนองว่าผิดวินัยสงฆ์ เพราะเป็นเวลากลางคืน ตั้งแต่เวลาย่ำตีหนึ่งของวันเป็งปุ๊ด จนถึงราวตีห้า คือประเพณีของชาวล้านนาปฏิบัติกันมา

พระอุปคุตสำคัญอย่างไร

        แต่ผู้คนขานนามท่านว่าพระอุปคุต เป็นภาษาบาลี หรือภาษาสันสกฤตว่า "อุปคุปต์" ซึ่งตรงกับภาษาพี่น้องชาวไตยบางท้องถิ่นขานนามท่านว่า "ส่างอุปคุป" โดยมีความหมายว่า ผู้คุ้มครองมั่นคง

        พระอุปคุตมีตำนานว่าท่านเป็นชาวปาตลีบุตร กำเนิดหลังพระพุทธเจ้าปรินิพพานแล้วราว 218 ปี เมื่อบวชสำเร็จอภิญญาต่างๆ สามารถแสดงอภินิหารจนเป็นที่เล่าลือถึง ท่านเนรมิตถ้ำแก้วอยู่ในทะเลลึก ครั้งหนึ่งพระเจ้าอโศกมหาราชทรงจัดพิธีฉลองพระวิหาร (งานปอยหลวง) พระองค์ทรงห่วงว่าจะเกิดเภทภัยต่างๆ จึงหาพระสงฆ์ที่มีอิทธิฤทธิ์มาคุ้มครองงาน ไม่มีสงฆ์องค์ใดรับปฏิบัติ แต่มีสงฆ์สองรูปอาสาชำแรกมหาสมุทรลงไปนิมนต์พระอุปคุตขึ้นมาคุ้มครองงาน พระอุปคุตรับคำ และได้ชำแรกมหาสมุทรขึ้นมาพบพระเจ้าอโศก แต่พระองค์ทรงเห็นว่าพระสงฆ์รูปนี้ร่างบอบบางจะคุ้มครองพญามารได้อย่างไร? เมื่อพระอุปคุตออกบิณฑบาต พระเจ้าอโศกสั่งให้เสนาปล่อยช้างตกมันเข้าทำร้าย พระอุปคุตเห็นจึงสะกดช้างหยุดนิ่งดั่งเป็นช้างหิน พระเจ้าอโศกทรงเห็นดังนั้นจึงทรงเข้าไปกราบขอโทษและทรงวางพระทัยในการจัดงาน

        เมื่อมีงานปอยหลวงฉลองพระวิหาร ขณะที่พระอุปคุตแสดงธรรมอยู่นั้น พญามารได้เนรมิตฝนไข่มุกตกลงมา ทำให้ผู้คนแตกตื่นจากฟังธรรมออกมาแย่งเก็บไข่มุก ต่อมาอีกวันพระอุปคุตแสดงธรรม พญามารก็บันดาลฝนทองตกลงมาให้ผู้คนแตกตื่นไล่เก็บ ฯลฯ โอย.. พญามารมันแกล้งซะป๊ะอย่างหลากหลายรูปแบบ จนครั้งสุดท้ายพระอุปคุตแสดงธรรม พญามารกลับเนรมิตเสียงพิณ มีนางเทพอัปสรร่ายรำนุ่งน้อยห่มน้อยให้คนสนใจ ยัง...ยังไม่พอ พญามารยังเนรมิตพวงมาลัยไปคล้องคอพระอุปคุต.... ดู..ดูมัน สมนามพญามารแท้.... (โดยเหตุนี้กระมัง เมื่อมีงานอะไรจะไปด้วยดี แต่มีอะไรมาขัดขวาง ผู้คนจึงกล่าวว่า "มารแท้ๆ...")
    
        ส่วนพระอุปคุตทราบโดยญาณว่าเป็นเรื่องของพญามาร จึงใช้วิธีเกลือจิ้มเกลือโดยการเนรมิตร่างงูตาย สุนัขตาย และร่างคนตาย ทำเป็นพวงมาลัย พญามารเห็นนึกดีใจจึงออกจากที่ซ่อนมา พระอุปคุตจึงเอาพวงมาลัยร่างงูตายสวมศีรษะ ร่างสุนัขตายสวมคอ และร่างคนตายสวมที่หู เมื่อสวมแล้วพวงมาลัยกลับเป็นร่างเดิมเหม็นคลุ้ง พญามารร้องขอให้พระอุปคุตช่วยเอาออก แต่พระอุปคุตได้นำพญามารไปผูกไว้หลังภูเขารอจนสิ้นงานบุญ จึงปล่อยพญามารส่วนพญามารได้สำนึกบาป ได้กล่าวขอโทษพระอุปคุตและได้ลาจากไปด้วยความอ่อนน้อมพร้อมความศรัทธาในพระพุทธศาสนา

        เท่าที่เล่ามาโดยสังเขปจึงเป็นความเชื่อต่อกันมาว่าหากวัดใด หมู่บ้านใดจะมีงานบุญกุศล ผู้คนล้านนาจึงอัญเชิญพระอุปคุตมาคุ้มครองงาน โดยการร่วมกันไปที่ท่าน้ำ หรือทางสามแพร่ง เชื่อว่าพระอุปคุตสถิตอยู่ที่นั้นแล้วกล่าวอัญเชิญจนจบทำการ เลือกก้อนหินที่อยู่บริเวณนั้นสมมุติเป็นพระอุปคุตขึ้นมาแห่ไปที่วัด หรือที่จะมีพิธีงาน เชื่อว่าพระอุปคุตจะคุ้มครองงานจนเสร็จ เมื่องานเสร็จต้องนำหินนั้นไปไว้ที่เดิม

        ในบางท้องถิ่นล้านนาเชื่อว่าพระอุปคุตจะ "ตะแหลง" (แปลงร่าง) เป็นสามเณรน้อยขึ้นมาบิณฑบาตในวันเป็งปุ๊ด หรือเพ็ญพุธ เริ่มตั้งแต่ตีหนึ่งของวันพุธ ผู้คนจึงมักเห็นสามเณรน้อยเดินบิณฑบาตไปตามถนน ทางสี่แพร่งสามแพร่ง ตลอดจนถนนหนทางตามริมน้ำท่าน้ำต่างๆ จนกระทั่งตี๋นฟ้ายก หรือแสงเงินแสงทองออกมา จึงเนรมิตกายหายไป หากผู้ใดมีบุญบารมีได้ใส่บาตรพระอุปคุต มักทำให้ร่ำรวยเงินทอง ปราศจากภัยทั้งปวง มีสมาธิจิตดี ไม่หลงลืม ชีวิตเป็นสุข  ด้วยเหตุนี้จึงมีผู้สร้างพระอุปคุตปางที่นิยมได้แก่ ปางล้วงบาตร หมายถึงกิ๋นบ่เสี้ยง หรือกินไม่หมด ให้คุณทางทรัพย์สินเนืองมากมาย ร่ำรวย ปางห้ามมาร ให้คุณในทางคุ้มครองป้องกันภัยต่างๆ  ปางสมาธิ หรือ "พระบัวเข็ม" ให้คุณในด้านสติปัญญาดี จิตใจผ่องใส ดำเนินชีวิตเป็นสุขด้วยปัญญาบารมี 

       
พระอุปคุตเขมร ยุคต้น เนื้อสัมฤทธิ์เงิน
พระบัวเข็ม เนื้อสำริด ศิลปะเขมร
(ภาพจาก http://www.thaprachan.com)



พระอุปคุต หลวงพ่อนนท์ สร้างเมื่อ พ.ศ. 2546
(ภาพจาก http://www.krusiam.com/)

        นอกจากสามปางนี้แล้ว ยังมีปางอื่นๆ อีก แล้วแต่ผู้สร้าง อย่างเช่น บางแห่งอาจเห็นองค์พระอุปคุตกับช้างตกมัน เป็นต้น ก็สร้างตามตำนานดังเล่ามาแล้ว การบูชาพระอุปคุตมีหลากหลายวิธี มีพระคาถาอัญเชิญพระอุปคุต พระคาถาขอลาภ พระคาถาผูกมาร ซึ่งสิ่งเหล่านี้นอกจากชาวล้านนาแล้ว ที่นับถือมากคือพี่น้องชาวมอญ ไทยใหญ่ พม่า ส่วนมากท่านเหล่านี้จะสร้างพระอุปคุตจากผงว่าน กิ่งไม้โพธิ์ที่เรียกว่า "ทักขิณสาขา" หรือไม้เนื้อหอมต่างๆ แล้วแต่จะศรัทธากันอย่างไร?. 

        ขออิทธิปาฏิหาริย์พระอุปคุตจงคุ้มครองท่านผู้อ่าน และจงสมจิตอธิษฐานด้วยประการละฉะนี้จิ่มเต๊อะ


เกี่ยวกับผู้เขียน :
        อาจารย์นิคม พรหมมาเทพย์ (ลุงหนานพรหมมา) สนใจและอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น เล่าเรื่องคติล้านนาเอาไว้มากมาย โดยเฉพาะเรื่องผีล้านนา ที่ http://gotoknow.org/profile/nhanphromma
        ท่านได้เปิดสวนชาปิ้งหินไฟ เนื้อที่ราว 2 ไร่ปลูกสมุนไพรที่หายาก เป็นแหล่งเรียนรู้ที่ผู้คน นักเรียน นักศึกษา ผู้สนใจไปเรียนรู้เกี่ยวกับผะหญา ภูมิปัญญาล้านนาได้ทุกเมื่อ เกี่ยวกับศิลปล้านนา มีการสอนฟ้อนดาบ ตบมะผาบ รำเจิงแบบล้านนาให้แก่เยาวชน รวมกลุ่มเพื่อรักษาผะหญาภูมิปัญญาล้านนาชื่อกลุ่มว่า"กลุ่มอนุรักษ์ผะหญาภูมิปัญญาล้านนา"


Comments