สามพระยาชนช้าง



"สามพระยาชนช้าง"...ถิ่นกาขาวถึงฤกษ์ท้าหญ้าแพรกได้แหลกแล้ว

สามพระยาชนช้าง

...อยากจะจารจารึกสำนึกสั่ง
ก่อนที่เลือดรินหลั่งรดผืนดิน
คุณธรรมนำไทยมลายหมิ่น
แยกยับย่อยด่าวดิ้นตราบสิ้นใจ
...ฟางเส้นน้อยรอยแหลกแทรกสุดท้าย
คุรุมสุมควันพรายเป็นสายไหว
ระเรื่อแสงเถ้าทาลมพาไกว
ริบหรี่ไต้เชื้อไฟเป็นเปลวพลัน
...ลุกจากรากโหมกระหน่ำเพลิงภัยโถม
อัคคีโหมโรมราญผลาญสวรรค์
คงจะยากหากหลีกเร้นเห็นโทษทัณฑ์
อัสนี ฟาดฟัน พสุธา
...สามพระยาช้างงาเชิงโจนโจม
ร่างถลาถาถมกระหายฆ่า
โลหิตหลั่งไหลย้อยคล้อยคลอตา
หลักนคราเอียงโอนลนลานป้อง

.ฝ่ายหนึ่งนั้น ขุนศึกหยาบชั่วช้า
คุ้มคลั่งคร่าล้างผลาญประจานก้อง
นายพลบ้ากล้าแค่ในเวียงทอง
คึกคะนองร้องดังหลังกำแพง
.ท้ารบราแท้แต่อีกฝ่ายชน
ประชาคนมือเปล่าเหล่าคำแหง
เด็กผู้หญิงคนชรามันสำแดง
เข่นฆ่าแกงทวยไท้ไอ้ระยำ
.เจ้าพระยาสุดท้ายบังในหลืบ
คอยกระทืบกระหน่ำผู้เพลี่ยงพล้ำ
บัลลังก์รักรากเลือดเชือดประจำ
สาแหรกนำแปดสายแรกแยกปราบดา
...สำหนึกตรึกตรองเถิดเป็นพวกไหน
รากหญ้าใหญ่เหนี่ยวหนับนับล้านกล้า
ฤา จะนอนรอเขาเชือดคอลา
ฤ หยัดท้ามหาชนคนยืนต้าน... รุ่งศิลา  ๑๒มิถุนา๒๕๕๐

  

ถึงฤกษ์ท้าหญ้าแพรกได้แหลกแล้ว
ราบเป็นแถวแนวหน้าพินาศเริ่ม
เทวดาอาเพศเหล่าเหิมเกริม
รุกส่งเสริมสายฟ้ามาคร่าฟัน
มิมีช่องหลีกหลบบนทางฟ้า
หากผู้กล้ายืนหยัดประกาศกั้น
ตาสวรรค์มืดบอดด้วยอธรรม์
โลหิตนั้นคงท่วมสอดลอดท้องช้าง.  รุ่งศิลา  ๑๒มิถุนา๒๕๕๐


********************************************

มหากาฬ         รัชกาลที่   เปลี่ยนถ่ายราชสมบัติ ปราบดาภิเษกราชวงศ์จักรี เถลิงกรุงรัตนโกสินทร์ฯ มีสงครามพม่ารบติดพัน
ภาณยักษ์        รัชกาลที่ ๒  เกิดโรคระบาด ผู้คนล้มตายมากมาย จึงมีการจัดสวดภาณยักษ์เพื่อไล่โรคห่า(อหิวาห์)
รักมิตร            รัชกาลที่ ๓  เปิดสัมพันธ์ไมตรีค้าขายกับต่างชาติ เศรษฐกิจฟูเฟื่อง เงินทองเต็มกำปั่นพระคลังหลวง
สนิทธรรม        รัชกาลที่ ๔  ผนวชหนีราชภัย เป็นระยะเวลานานก่อนครองราช สถาปนานิกายใหม่ คือ ธรรมยุตินิกาย
จำแขนขาด     รัชกาลที่ ๕  เสียดินแดนเป็นพื้นที่เกินกว่าครึ่งประเทศให้แก่ชาติฝรั่ง เพื่อคงดำรงฐานันดรศักดิ์และประเทศไว้
ราษฎร์โจร       รัชกาลที่ ๖  เศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก ราชสำนักใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย ฟุ้งเฟ้อเห่อเหิม
ชนร้องทุกข์     รัชกาลที่ ๗  การคลังล้มละลาย เศรษฐกิจตกต่ำปลดดุนข้าราชการ คณะราษฎร์ยึดอำนาจเปลี่ยนการปกครอง
ยุคทมิฬ           รัชกาลที่ ๘  ผู้ร้ายใจทมิฬ ลอบปลงพระชนม์พระเจ้าอยู่หัว
ถิ่นกาขาว        รัชกาลที่ ๙  กลับดำเป็นขาว ผิดเป็นถูก คนดีถูกใส่ร้ายให้กลายเป็นชั่ว ตุลาการไร้มาตราฐานถูกต้องชอบธรรม


[​IMG]

" สามพระยาชนช้าง "


มีคำทำนายอีกบทหลังจากนี้ ซึ่งมีผู้เฒ่าท่านหนึ่งย้ำให้จำไว้ให้ดี เพราะท่านอยู่ไม่ถึงแน่ คือ
  สามพระยาชนช้า = เลือดจะท่วมเท้าช้าง เมื่อสามพระยา แย่งอำนาจกัน
เหตุการณ์จะใหญ่หรือเล็กไม่รู้ อยากจะภาวนาให้ไม่เกิด


ชาววิไล            รัชกาลที่ ๑๐  ว่ากันว่า บ้านเมืองจะเจริญมาก
  เพิ่มมา
                รัชกาลที่ ๑๑  ไทยมหารัฐ
                รัชกาลที่ ๑๒  จักรพรรดิราช
     และจะมีอีกต่อไป ๑๓  ไทยไม่สิ้นชาติ



*ประการหนึ่ง ชาวศิวิไลซ์ คำว่า ศิวิไลซ์ มาจากภาษาอังกฤษว่า Civilize ก็น่าสงสัยอยู่ ? มาได้อย่างไร ?

ชาววิไล แปลว่า คนงาม ก็ไม่เห็นจะเกี่ยวกับ ความเจริญทางสังคม หรือจะหมายถึง คนที่งามทางจิตใจ
                        (คำสั้นๆ ที่เปิดช่องให้เฉไฉไป ในความหมาย ยุคที่เราต้องการให้เป็น)


**  ประการสุดท้าย คำทำนายชุดนี้  อาจแต่งขึ้นช่วงรัชกาลที่ ๘ หรือ ๙   เองก็ได้ครับ โดยเอาความรู้ทาง
ประวัติศาสตร์อย่างที่เรารู้กันในปัจจุบันนี้ ดึงเอามาแต่เหตุการณ์สำคัญๆมาผูกโยงความหมาย เช่นสมัย ร.๕.
จำแขนขาด ก็ดึงเอาเรื่องเสียดินแดนมาแต่ง     ส่วนในช่วง รัชกาลที่ ๙, รัชกาลที่๑๐ ก็ร่วมสมัยอยู่แล้ว
                                           ....... อันนี้ก็เป็นข้อสังเกตอีกประการเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของเอกสาร



เพลงยาวพยากรณ์กรุงศรีอยุธยา


.............................จะกล่าวถึงกรุงศรีอยุธยา
เป็นกรุงรัตนราชพระศาสนา  มหาดิเรกอันเลิศล้น
เป็นที่ปรากฏรจนา  สรรเสริญอยุธยาทุกแห่งหน
ทุกบุรีสีมามณฑล  จบสกลลูกค้าวานิช
...ทุกประเทศสิบสองภาษา  ย่อมมาพึ่งกรุงศรีอยุธยาเป็นอัคคนิษฐ์
ประชาราษฎร์ปราศจากภัยพิศม์  ทั้งความพิกลจริตแลความทุกข์
ฝ่ายองค์พระบรมราชา  ครองขันธสีมาเป็นสุข
ด้วยพระกฤษฎีกาทำนุก  จึงอยู่เย็นเป็นสุขสวัสดี
...เป็นที่อาศัยแก่มนุษย์ในใต้หล้า  เป็นที่อาศัยแก่เทวาทุกราศี
ทุกนิกรนรชนมนตรี  คหบดีพราหมณ์พฤฒา
ประดุจดั่งศาลาอาศัย  ดั่งหนึ่งร่มพระไทรอันสาขา
ประดุจหนึ่งแม่น้ำพระคงคา  เป็นที่สิเนหาเมื่อกันดาร
...ด้วยพระเดชเดชาอานุภาพ  อาจปราบไพรีทุกทิศาน
ทุกประเทศเขตขันธบันดาล  แต่งเครื่องบรรณาการมานอบนบ
กรุงศรีอยุธยานั้นสมบูรณ์  เพิ่มพูนด้วยพระเกียรติยศขจรจบ
อุดมบรมสุขทั้งแผ่นภพ  จนคำรบศักราชได้สองพัน


...คราทีนั้นฝูงสัตว์ทั้งหลาย
จะเกิดความอันตรายเป็นแม่นมั่น

ด้วยพระมหากษัตริย์มิได้ทรงทศพิธราชธรรม์
จึงเกิดเข็ญเป็นมหัศจรรย์สิบหกประการ

...คือเดือนดาวดินฟ้าจะอาเพท  อุบัติเหตุเกิดทั่วทุกทิศาน
มหาเมฆจะลุกเป็นเพลิงกาล  เกิดนิมิตพิศดารทุกบ้านเมือง
พระคงคาจะแดงเดือดดั่งเลือดนก  อกแผ่นดินเป็นบ้าฟ้าจะเหลือง
ผีป่าก็จะวิ่งเข้าสิงเมือง  ผีเมืองนั้นจะออกไปสู่ไพร

...พระเสื้อเมืองจะเอาตัวหนี  พระกาลกุลีจะเข้ามาเป็นไส้
พระธรณีจะตีอกไห้  อกพระกาลจะไหม้อยู่เกรียมกรม
ในลักษณะทำนายไว้บ่ห่อนผิด  เมื่อวินิศพิศดูก็เห็นสม
มิใช่เทศกาลร้อนก็ร้อนระงม  มิใช่เทศกาลลมลมก็พัด

...มิใช่เทศกาลหนาวก็หนาวพ้น  มิใช่เทศกาลฝนฝนก็อุบัติ
ทุกต้นไม้หย่อมหญ้าสารพัด  เกิดวิบัตินานาทั่วสากล
เทวดาซึ่งรักษาพระศาสนา  จะรักษาแต่คนฝ่ายอกุศล
สัปบุรุษจะแพ้แก่ทรชน  มิตรตนจะฆ่าซึ่งความรัก

...ภรรยาจะฆ่าซึ่งคุณผัว  คนชั่วจะมล้างผู้มีศักดิ์
ลูกศิษย์จะสู้ครูนัก  จะหาญหักผู้ใหญ่ให้เป็นน้อย
ผู้มีศีลจะเสียซึ่งอำนาจ  นักปราชญ์จะตกต่ำต้อย
กระเบื้องจะเฟื่องฟูลอย  น้ำเต้าอันลอยนั้นจะถอยจม

...ผู้มีตระกูลจะสูญเผ่า  เพราะจันฑาลมันเข้ามาเสพสม
ผู้มีศีลนั้นจะเสียซึ่งอารมณ์  เพราะสมัครสมาคมซึ่งมารยา
พระมหากษัตริย์จะเสื่อมสิงหนาท  ประเทศราชจะเสื่อมซึ่งยศถา
อาสัจจะเลื่องลือชา  พระธรรมาจะตกลึกลับ

...ผู้กล้าจะเสื่อมใจหาญ  จะสาปสูญวิชาการทั้งปวงสรรพ
ผู้มีสินจะถอยจากทรัพย์  สัปบุรุษจะอับซึ่งน้ำใจ
ทั้งอายุศม์จะถอยเคลื่อนจากเดือนปี  ประเวณีจะแปรปรวนตามวิสัย
ทั้งพืชแผ่นดินจะผ่อนไป  ผลหมากรากไม้จะถอยรส

...ทั้งแพทย์พรรณว่านยาก็อาเพศ  เคยเป็นคุณวิเศษก็เสื่อมหมด
จวงจันทน์พรรณไม้อันหอมรส  จะถอยถดไปตามประเพณี
ทั้งเข้าก็จะยากหมากจะแพง  สารพันจะแห้งแล้งเป็นถ้วนถี่
จะบังเกิดทรพิษมิคสัญญี  ฝูงผีจะวิ่งเข้าปลอมคน

...กรุงประเทศราชธานี  จะเกิดการกุลีทุกแห่งหน
จะอ้างว้างอกใจทั้งไพร่พล  จะสาละวนทั่วโลกหญิงชาย
จะร้อนอกสมณาประชาราษฎร์  จะเกิดเข็ญเป็นอุบาทว์นั้นมากหลาย
จะรบราฆ่าฟันกันวุ่นวาย  ฝูงคนจะล้มตายลงเป็นเบือ

...ทางน้ำก็จะแห้งเป็นทางบก  เวียงวังจะรกเป็นป่าเสือ
แต่สิงห์สาระสัตว์เนื้อเบื้อ  นั้นจะหลงเหลือในแผ่นดิน
ทั้งผู้คนสารพัดสัตว์ทั้งหลาย  จะสาปสูญล้มตายเสียหมดสิ้น
ด้วยพระกาลจะมาผลาญแผ่นดิน  จะสูญสิ้นการณรงค์สงคราม

...กรุงศรีอยุธยาจะสูญแล้ว  จะลับรัศมีแก้วเจ้าทั้งสาม
ไปจนคำรบปีเดือนคืนยาม  จะสิ้นนามศักราชห้าพัน
กรุงศรีอยุธยาเขษมสุข  แสนสนุกยิ่งล้ำเมืองสวรรค์
จะเป็นเมืองแพศยาอาธรรม์  นับวันจะเสื่อมสูญ เอยฯ...





" เพลงยาวพยากรณ์กรุงรัตนโกสินทร์ "


จำจะฝากอักษรบทกลอนสาร นำคำพยากรณ์ขององค์สมเด็จพระพิชิตมาร
มาแถลงแจ้งสารแก่ปวงประชา

จะกล่าวฝ่ายกรุงรัตนโกสินทร์ อันเป็นปิ่นนคราชพระศาสนา

ตั้งแต่ครั้งยังกรุงศรีอยุธยา สืบพระศาสนามานานไป

ล่วงมาปัจจุบันนั้นมาถึง ซึ่งหลังกึ่งพุทธกาลได้
สืบวงศ์เผ่าพงศ์พระทรงชัย จวบได้มาถึงซึ่งปัจจุบัน

อันเหล่าอาณาประชาราษฎร์ ต่างแช่มชื่นต่างหน้ามิโศกศัลย์
นานนับจะกลับไปลับวัน ผันผ่านมาถึงกึ่งพุทธกาล

จะผิดแตกแยกกันไม่เป็นเรื่อง ซึ่งขัดเคืองก็ไม่แค่นเป็นแก่นสาร
เมื่อถึงครึ่งกึ่งพระพุทธกาล จะเกิดการวิปริตผิดคะเน

เมื่อถึงคราวหน้าฝนกลับไม่ตก วลาหกพากันขมันขะเหม่
ยามแล้งหน้าแล้งไร้ฝนเท เหลือที่จะตกลงมาดิน

ปวงปราชญ์ราชธรรมจะช้ำอก จะวิตกหนักใจไม่หมดสิ้น
คนชั่วจะมล้างด้วยมลทิล ปราชญ์สิ้นเปรื่องจะสูญประยูรวงศ์

อันเหล่าคนพาลจะบีฑา ย่ำยีวงศ์องค์พระราชหงษ์
ผู้เป็นใหญ่จะพลาดผิดจิตคิดปลง จะดำรงคบค้าเหล่าชนพาล

อันศาสนาพระจอมไตร ปวงประชากลับไม่เห็นเป็นแก่นสาร
นับวันจะพากันรำคาญ กลับเกิดการไล่ให้พระศาสน์ตรอม

อันสงฆ์วงศ์นรินทร์ปิ่นศักดิ์ จะถูกหักถูกหาญไม่วายล้อม
จะนองเลือดนองล้าระอาออม จึงเกิดการจลาจลเป็นพ้นไป

โอ้ว่าพระศาสนาพุทธ ไม่ผ่องผุดมาถึงยุคกึ่งสมัย
จะตกอับลับลาแทบดับไป พายุใหญ่ดุจจะโหมโพยมยาม

พระผู้ทรงศักดาวราฤทธิ์ จะถูกพาลคิดกำจัดดังถูกหาม
นับวันเสียสง่าทุกชั่วยาม คนใจทรามจะย่ำยีพระสุริยง

ดังเรื่องพญาเหมรา ฝูงกาย่ำยีพญาหงษ์
ไร้ซึ่งสัจจะมาดำรงค์ ไม่มั่นคงต่อธรรมระกำจน

จะสิ้นสูญปวงปราชญ์ราชบัญฑิต จะถูกปลิดด้วยพาลผู้ใจขน
อีกทั้งพระคัมภีร์แต่นานดล จะป่นไปไร้คนดู

ปวงว่านคุณยาสารพัด จะเสื่อมคุณอันชะงัดจะอดสู
ศิษย์พาลจะมล้างซึ่งคุณครู คนชั่วจะมล้างซึ่งคนดี

จะเป็นถิ่นอธรรมริษยา ไม่ผ่องผุดโสภาระทาศรี
นานวันก็จะกลับไปลับลี้ ใจคนกลับที่จะต่ำลง

ลูกจะทิ้งซึ่งบิดามารดร เคยง้องอนกลับใจทำไสส่ง
ไร้รู้คุณพ่อแม่ที่แก่ลง หลงอารมณ์ว่าไปไม่ผ่อนคลาย

อันพระไตรรัตนาธิยาคุณ จะเกือบสูญเกือบสิ้นแผ่นดินหาย
อาเพศเกิดอยู่มิรู้วาย ด้วยเหตุร้ายชนพาลจะย่ำยี

ปวงประชาพากันใจประมาท ใช้อำนาจไม่เป็นธรรมระกำที่
จะเกิดการกลียุคทุกธานี ท้องปฐพีจะแดงเดือดเลือดไหลรก

ทั่วฟ้าจะมืดไปทั่วทิศ ดุจฉัตรพิษทศกัณฑ์มันโกหก
คราที่ตั้งฉัตรไว้บังยก บดบังอาทิตย์มืดกลุ้มไป

ทั่วทั้งปฐพีในดินแดน อันเป็นแผ่นตั้งมวลประเทศใหญ่
จะมืดคลึ้มตลบไร้แสงไฟ จะเกิดภัยมีต่อนรชน

แม้ในอากาศราชภัย จะเกิดให้ได้เห็นไม่หลีกพ้น
อันทั่วมหาชลาดล โลหิตจะปนเปื้อนพระคงคา

นกเหล็กจะคาบเอาไข่เบื้อ ลงมาเรื่อไล่ล้างไปทั่วหน้า
คือเครื่องบินจะผยองทั้งท้องฟ้า จะเข่นฆ่าทั้งเหล่าประชาชี

อันคนนอกศาสนาสมเด็จพระประทีปแก้ว จะเข่นฆ่ากันแล้วไม่หลีกหนี
จะตามล่าฆ่ากันในทันที จะรบกันฝ่ายละครึ่งจึงเลิกรา

ฝ่ายว่าท้องสมุทรทะเลใหญ่ จะมีปลาใหญ่อยู่หนักหนา
คือเรือดำน้ำตามว่ามา จะเข้ามาทำลายฝ่ายตรงข้ามกัน

อันแผ่นน้ำที่ตรงมหาสมุทร จะเกิดผุดพรายๆทลายลั่น
จะถาโถมเข้าฝั่งอันดามัน ครั้งนี้นั้นจะใหญ่เหลือคณา

ตึกรามพังราบเป็นหน้ากอง ทั่วทั้งผองจะพาอนาถา
เป็นคราววิบัติชัดเต็มตา ที่ลงมาจะมล้างทางแผ่นดิน

จะตีอกร่ำไห้กันทั่วหน้า ถึงคราวิปโยคโศกไม่สุดสิ้น
แผ่นฟ้าแผ่นน้ำและแผ่นดิน จะสะเทือนแทบสิ้นแผ่นดินไป

อันภูเขาไฟประไลลาศ จะเกิดก๊าซทับถมอันนานนับไม่ได้
ลาวาอาจปะทุพายุไฟ อาจจะไหลหลั่งโถมเอาอาคาร

ทั่วทั่งแผ่นดินจะไหวหวั่น ตึกรามจะทรุดยับทับสถาน
อันเหล่าเทวาพรหมมาน จะเกิดการปล่อยให้ชำระกรรม

อันประเทศเขตนครา ที่ได้ทรงพระศาสนาสถาถ้ำ
อาจไม่บอบหรือชอกช้ำ แต่จะได้รับกรรมอันก่อมา

รังสีกัมมันตภาพจะก่อเกิด จะกำเนิดฟ่าฟุ่งแผ่ไปพร่า
อันเมืองใดไม่มีพระจอมเกล้าเจ้าจอมศาสดา หรือไร้ซึ่งพระไตรรัตนาธิยาคุณ

จะกลบพื้นกลืนเมืองจนหมดจบ ดังถูกรบถูกร่ำระกำสูญ
โรคระบาดจะเกิดขึ้นเป็นทุน จะครุกรุ่นด้วยกัมมันตภาพไป

เจ็ดวันมืดมิดเจ็ดราตรี ปฐพีจะสะท้านอาคารไหว
เสียงประหลาดจะดังวังเวงใจ จะบรรลัยทั่วหล้าชาวประชา

อันว่าคนพาลผู้มีศักดิ์ ผู้หาญหักนคราชพระศาสนา
จะถูกล้างถูกผลาญสิ้นชีวา จะสิ้นสูญประยูรพาพาลพงศ์

ครานั้นพระธรรมจะเปล่งแสง จะแจ่มแจ้งเวหาวลาหล
อันพยากรณ์ที่ได้ภิปรายค้น มาจากพุทธพยากรณ์เอย



จักรพันธ์ คงโพธิ์ : ผู้ประพันธ์
หลังกึ่งพุทธกาล 2551 เป็นต้นไป




 
SelectionFile type iconFile nameDescriptionSizeRevisionTimeUser
Comments