วันฆ่านกพิราบ 6 ตุลาคม 2519


Free Counter
จำนวนเข้าชมนับจากเวปต้นแบบ
   จำนวนเข้าชมเวป


    รูปภาพ

รูปภาพ


บุคคลที่เสียชีวิตหรือสูญหายในเหตุการณ์

ญาติของผู้เสียชีวิตร่ำไห้ เมื่อมารับศพฝ่ายนักศึกษาและประชาชน เสียชีวิตอย่างน้อย 41 ราย ในจำนวนนี้ เป็นศพถูกเผา ระบุรายละเอียด
แยกชายหญิงไม่ได้ จำนวน 4 ราย (หนึ่งในนั้น คือ จารุพงษ์ ทองสินธุ์ กรรมการองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (อมธ.) และ
สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) ซึ่งเป็นระดับแกนนำผู้ชุมนุมเพียงคนเดียวที่เสียชีวิต ผู้เสียชีวิตที่เหลือเป็นผู้เข้าร่วมชุมนุม
เท่านั้น และแกนนำที่รอดชีวิตส่วนใหญ่ถูกจับรวม 18 คน และนำตัวขึ้นศาลทหารข้อหามีการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ ที่โรงเรียนพลตำรวจ
บางเขนอยู่ 3 ปี จึงได้รับการปล่อยตัว เมื่อมีการรัฐประหารเปลี่ยนแปลงรัฐบาลจากนายธานินทร์ กรัยวิเชียร เป็น พลเอก เกรียงศักดิ์
ชมะนันท์
ส่วนแกนนำที่รอดจากการถูกจับกุมขึ้นศาลทหารได้ส่วนใหญ่ก็หลบหนีเข้าป่าร่วม กับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย


รายชื่อผู้เสียชีวิต

เป็นศพชายไทยไม่ทราบชื่อ จำนวน 6 ราย และเป็นศพที่ระบุชื่อได้ จำนวน 30 ราย คือ

นายพงษ์พันธ์ เพรามธุรส : ถูกระเบิด
นายวิชิตชัย อมรกุล : ถูกของแข็งมีคมและถูกรัดคอ
นายอับดุลรอเฮง สาตา : ถูกกระสุนปืน
นายมนู วิทยาภรณ์ : ถูกกระสุนปืน
นายสุรสิทธิ์ สุภาภา : ถูกกระสุนปืน
นายสัมพันธ์ เจริญสุข : ถูกกระสุนปืน
นายสุวิทย์ ทองประหลาด : ถูกกระสุนปืน
นายบุนนาค สมัครสมาน : ถูกกระสุนปืน
นายอภิสิทธิ์ ไทยนิยม : ถูกกระสุนปืน
นายอนุวัตร อ่างแก้ว : ถูกระเบิด
นายวีระพล โอภาสพิไล : ถูกกระสุนปืน
นายสุพจน์ พันธุ์กาฬสินธุ์ : ถูกกระสุนปืน
นางสาวภรณี จุลละครินทร์ : ถูกกระสุนปืน
นายยุทธนา บูรศิริรักษ์ : ถูกกระสุนปืน
นายภูมิศักดิ์ ศิระศุภฤกษ์ชัย : ถูกกระสุนปืน
นางสาววัชรี เพชรสุ่น : ถูกกระสุนปืน
นายดนัยศักดิ์ เอี่ยมคง : ถูกกระสุนปืน
นายไพบูลย์ เลาหจีรพันธ์ : ถูกกระสุนปืน
นายชัยพร อมรโรจนาวงศ์ : ถูกกระสุนปืน
นายอัจฉริยะ ศรีสวาท : ถูกกระสุนปืน
นายสงวนพันธุ์ ซุ่นเซ้ง : จมน้ำ
นางสาววิมลวรรณ รุ่งทองใบสุรีย์ : ถูกกระสุนปืน
นายสมชาย ปิยะสกุลศักดิ์ : ถูกกระสุนปืน
นายวิสุทธิ์ พงษ์พานิช : ถูกกระสุนปืน
นายสุพล บุญทะพาน : ถูกกระสุนปืน
นายศิริพงษ์ มัณตะเสถียร : ถูกกระสุนปืน
นายวสันต์ บุญรักษ์ : ถูกกระสุนปืน
นายเนาวรัตน์ ศิริรังษี : ถูกกระสุนปืน
นายปรีชา แซ่เซีย : ถูกของแข็ง อาวุธหลายชนิด และถูกรัดคอ
นางสาวอรุณี ขำบุญเกิด : ถูกกระสุนปืน


เหตุการณ์ภายหลัง

ดร. ป๋วย อึ๊งภากรณ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ต้องลี้ภัยการเมืองในต่างประเทศ
และได้กลับมาในภายหลัง

นายสมัคร สุนทรเวช ผู้จัดรายการสถานีวิทยุยานเกราะ ได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในรัฐบาล นายธานินทร์ กรัยวิเชียร
(คณะรัฐมนตรีคณะที่ 39 ของไทย) โดยดำรงตำแหน่งระหว่างวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2519 ถึง 19 ตุลาคม พ.ศ. 2520

ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช อดีตผู้นำเสรีไทยในสหรัฐอเมริกา หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และนายกรัฐมนตรี 4 สมัย ต้องลาออกจากตำแหน่ง
หัวหน้าพรรคในปี พ.ศ. 2522 และยุติบทบาททางการเมืองไปทั้งหมด

นางวิมล เจียมเจริญ (ทมยันตี) แกนนำชมรมแม่บ้านที่เคลื่อนไหวโจมตีกลุ่มนักศึกษา ได้รับพระมหากรุณาฯ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็น
สมาชิกสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน และต่อมาก็ได้รับตำแหน่ง ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.)

ดร. สรรพสิริ วิริยศิริ ผู้อำนวยการช่อง 9 อสมท. ถูกปลดออกจากตำแหน่ง หลังแพร่ภาพเหตุการณ์ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519 ต่อสาธารณะ

นายสุรินทร์ มาศดิตถ์ หนึ่งในรัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นคอมมิวนิสต์ ต้องยุติบทบาททางการเมืองทั้งหมด และ
ภายหลังเหตุการณ์ได้บวชเป็นพระ และเขียนจดหมายขึ้นมาฉบับหนึ่ง ชี้แจงถึงเหตุการณ์ทั้งหมด

หนังสือพิมพ์ทุกฉบับในประเทศไทย ถูกคำสั่งคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ห้ามตีพิมพ์เผยแพร่เป็นเวลา 3 วัน (6-8 ตุลาคม พ.ศ.2516)
หลังจากนั้นตลอดรัฐบาลธานินทร์ มีการสั่งปิดหนังสือพิมพ์อย่างต่อเนื่อง ด้วยเหตุผล "โจมตีรัฐบาล" ในขณะที่หนังสือพิมพ์ที่ไม่โจมตี
รัฐบาล เช่น ไทยรัฐ และ บางกอกโพสต์ สามารถดำเนินกิจการอย่างราบรื่น


11 ตุลาคม 2519      ปิดหนังสือพิมพ์ ดาวดารายุคสยาม รายวัน
10 ตุลาคม 2519      ปิดหนังสือพิมพ์ รายวันและรายสัปดาห์ ไม่มีกำหนด รวม 13 ฉบับ (ปิดตาย)
29 ตุลาคม 2519      ปิดหนังสือพิมพ์ ชาวไทย รายวัน 7 วัน ด้วยเหตุผล ลงข่าวเรื่อง ปลัดชลอ วนภูติ โกงอายุราชการ
14 มกราคม 2520     ปิด เสียงปวงชน 3 วัน ด้วยเหตุผล พาดหัวข่าวไม่ตรงกับความจริง
18 มกราคม 2520     ปิด ปฏิญญา รายปักษ์ ไม่มีกำหนดเพราะตีพิมพ์ข้อความอันมีลักษณะโฆษณาชวนเชื่อให้กับฝ่ายคอมมิวนิสต์
20 มกราคม 2520     ปิด แนวหน้าแห่งยุค เดลินิวส์ ด้วยเหตุผล ตีพิมพ์ข้อความที่ทำให้ต่างชาติอาจเข้าใจรัฐบาลไทยผิด
26 มกราคม 2520     ปิด เดลิเมล์ รายวัน ด้วยเหตุผล ตีพิมพ์โดยไม่ได้รับอนุญาตเนื่องจากใบอนุญาตขาดการต่ออายุไปแล้ว
27 มกราคม 2520     ปิด ดาวดารายุคสยาม ด้วยเหตุผล ตีพิมพ์ข้อความเป็นเท็จ
15 กุมภาพันธ์ 2520  ปิด บ้านเมือง 7 วัน ด้วยเหตุผล ตีพิมพ์ข้อความที่มีลักษณะกล่าวร้ายเสียดสีรัฐบาลไทย
18 กุมภาพันธ์ 2520  ปิด เด่นสยามรายวัน ไม่มีกำหนด ด้วยเหตุผล วิจารณ์การปิดเดลินิวส์
31 มีนาคม 2520      ปิด ชาวไทย ไม่มีกำหนด ด้วยเหตุผล เขียนข้อความบิดเบือนความเป็นจริง
10 เมษายน 2520     ปิด เดลิไทม์ ไม่มีกำหนด
12 เมษายน 2520     ปิด บางกอกเดลิไทม์ ไม่มีกำหนด
15 พฤษภาคม 2520  ปิด บูรพาไทม์ ยุคชาวสยาม ไม่มีกำหนดด้วยเหตุผลกล่าวร้ายรัฐบาล กรณีใช้ ม.21 ประหารชีวิต
พล.อ.ฉลาด หิรัญศิริ
25 พฤษภาคม 2520  ยึดหนังสือ "เลือดล้างเลือด"
2 มิถุนายน 2520       ปิด สยามรัฐ 7 วัน
2 กรกฎาคม 2520     ปิด เสียงปวงชน ไม่มีกำหนด
2 กรกฎาคม 2520     ปิด ยุคใหม่รายวัน ไม่มีกำหนด ที่ราชบุรี
8 สิงหาคม  2520      ปิด หลังเมืองสมัย ไทยเดลี่ 7 วัน จากการลงบทความ "รัฐบาลแบบไหน"
13 สิงหาคม 2520     เสียงปวงชน ถูกสั่งปิด จากบทความเรื่อง 'อธิปไตยของชาติ'

สมาชิกกลุ่มกระทิงแดง นวพล และ ตำรวจ ที่เข้าปราบปรามทั้งหมดได้รับการพ้นโทษ จากกฎหมายนิรโทษกรรม

มีการขอพระราชทานอภัยโทษ ให้แก่ นักศึกษาที่ถูกจับกุมในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519

ตำรวจ กลุ่มกระทิงแดง ลูกเสือชาวบ้าน และ กลุ่มนวพล ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ ได้รับกระเช้าเยี่ยมพระราชทาน

แกนนำนักศึกษา บางคนที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519 ถูกจับกุมคุมขังเป็นเวลา 3 ปีโดยไม่ได้รับการพิจารณาคดี

พ.ศ.2542 จอมพลถนอม กิตติขจร ถูกเสนอชื่อจากกองทัพ ให้เป็น นายทหารพิเศษรักษาพระองค์

พ.ศ.2544 อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ก่อตั้งสำเร็จบนที่ดินเช่าของ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ บริเวณใกล้เคียงอนุสาวรีย์
ประชาธิปไตย เลขที่ 14/16 ถนนราชดำเนิน ใช้เวลา 27 ปีนับตั้งแต่มีการเสนอให้สร้างใน ปี พ.ศ. 2517



 






 








  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  


http://www.infoforthai.com/forum/topic/400.15



การกราดยิงเข้าไปในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ยังคง ดำเนินต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ได้เข้าเคลียร์พื้นที่ในตอนใกล้เที่ยง
และจับกุมนักศึกษากว่า 3,000 พันคน หลังการล้อมปราบ ประมาณว่ามีนักศึกษาประชาชนเสียชีวิตหลายร้อยคน แต่ทางการระบุ
ว่า มีผู้เสียชีวิตแค่ 40 คน

หนึ่งในนักศึกษาที่เสียชีวิต คือ มนู วิทยาภรณ์ ซึ่งทำหน้าที่หน่วยรักษาความปลอดภัยในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยถูกยิงนัด
เดียวตัดขั้วหัวใจเสียชีวิต นางเล็ก วิทยาภรณ์ ผู้เป็นแม่เล่าให้ฟังว่า วันเกิดเหตุเห็นภาพเหตุการณ์การล้อมปราบนักศึกษาประชาชน
จากโทรทัศน์จึงได้ ออกไปตามหาลูก ตามเท่าไหร่ก็ไม่เจอ เจอแต่ภาพน่าสยดสยองกับการเผาคนทั้งเป็น!

“ไปตามลูกตรงไหนก็ไม่เจอ ไม่เจอ ก็มาถึงตรงหน้าธรรมศาสตร์ ตรงหน้าแม่ธรณีระหว่างยังไม่ถึงดี ก็มีคนร้องสวนมาว่า ต๊าย ตาย!
ดูเขาทำกับเด็กสิ ไปต่อยท้อง แล้วเด็กมันก็จุก จุกแล้วก็ถามว่า เป็นคนไทยหรือคนที่มาจากไหน เด็กก็ไม่ได้ตอบ แล้วก็เอายางมาใส่
แล้วก็เผาทั้งเป็นอย่างนั้นน่ะ เห็นแล้วก็ตกใจ แล้วรถก็เปิดหวอทั่วธรรมศาสตร์เลย วนๆๆ”


ต่อมานางเล็กได้รู้จากหลานว่า ลูกชายบาดเจ็บอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจ แต่เมื่อไปดูก็ไม่พบ สุดท้ายเจ้าหน้าที่แนะให้ไปดูบริเวณที่
เก็บศพ แล้วก็พบป้ายชื่อ “มนูญ วิทยาภรณ์” แม้ชื่อจะเขียนผิดเพี้ยนไปบ้างก็ตาม(จริงๆ ชื่อ “มนู”) แต่ก็เป็นศพลูกชายจริงๆ พร้อม
กับได้เห็นภาพศพนักศึกษา ประชาชนที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ 6 ตุลา ถูกกองรวมกันไว้ ดูราวกับกองฟืน

“ไปถึงช่วงนั้นก็ โอ้โห! เขากองศพเหมือนอย่างกับกองฟืนเลย เหมือนอย่างกับกองไม้เลย ไอ้ที่ถูกตี ก็ฟกช้ำดำเขียว แมลงหวี่ก็ตอม
ฉันไปก็นึกสมเพชในใจ โอ๊ย! นี่น้าลูกเอ๊ย ลูกทำความดี เขาก็ไม่เห็นถึงความดี เขาก็คิดเข่นคิดฆ่ากัน แต่หนูก็ไปสู่สุคตินะ เราก็บอก
เล่าชี้หนทางให้เขาไป เห็นแล้วก็สงสารจังเลย ...เขาก็ใส่โลง ฉันก็ถามเจ้าหน้าที่ที่ใส่โลงเนี่ย เราต้องเสียอะไรมั่ง เขาก็บอกว่า ไม่
เสียหรอก ให้ทั้งโลง ฉันบอกเหรอ ฆ่าลูกเราทั้งคน แล้วยังแถมโลงให้ แต่โลงเนี่ยคงไม่เอานะ เอาไว้ใส่พวกคุณก็แล้วกัน ฉันก็บอก
เขาอย่างนั้น”

http://www.chalermsart.net/board/index.php?topic=1068.0



SelectionFile type iconFile nameDescriptionSizeRevisionTimeUser
Comments