ร้องไห้เป็น"เผาเต่า"




ลัทธิ ซาบซึ้ง ของเกาหลีเหนือ
     ที่คุณไม่ควรพลาดเข้าอ่านเพื่อล้างตาให้สว่างไสวใสแจ๋ว


 พิธีศพ อดีตประธานาธิบดีเกาหลีเหนือ คิม อิล ซุง เมื่อปี 2537

ตลอดเวลาตั้งแต่ปี 1945 ถึง 1997 ประธานาธิบดี คิม อิล ซุง คือ เผด็จการสไตส์สตาลิน ของ อดีตสหภาพ
โซเวียต เศรษฐกิจเกาหลีเหนือดำเนินไปโดยการวางแผนกำหนดเป้าหมายและสั่งการจากส่วนกลาง อย่างปราศจาก
การทำงานของกลไกตลาด ทุกอย่างเป็นไปตามคำสั่ง ผู้ขัดขืนหรือวิจารณ์ ถูกนำไปยิงเป้าหรือเข้าค่ายแรงงงานใน
พื้นที่หนาวเย็นสุดสุด ชนิดไปแล้วไปลับ

คิม อิล ซุง เน้นเศรษฐกิจที่ผลิตอุตสาหกรรมหนักเช่น เหล็ก ยุทธโธปกรณ์ เครื่องจักร ตลอดจนสารเคมี ไฟฟ้า ฯลฯ
โดยใช้โครงสร้างอุตสาหกรรมและการผลิตพลังงานจากเขื่อนที่ญี่ปุ่นได้สร้างไว้ระหว่างสงคราม
(ประธานาธิบดี เจียง ไค เช็ก เมื่อสร้างไต้หวันก็ได้ประโยชน์จากโครงสร้างเดิมของญี่ปุ่นในลักษณะนี้เช่นกัน)
โดยได้รับความช่วยเหลือจากสหภาพโซเวียต การดักฟัง การจำกัดเสรีภาพทางสังคมและการเมือง การใช้สายลับ
ของภาครัฐ   การเก็บข้อมูลส่วนตัวของผู้มีทางโน้มขัดขืนโดยรัฐอย่างกว้างขวาง  การจับไปสอบสวนและขังลืม
การถูกส่งไปค่ายกักกัน ฯลฯ เป็นเรื่องปกติประจำวันที่สืบทอดมาจนกระทั่งทุกวันนี้

เมื่อเผด็จการพ่อตายไป เผด็จการลูกคือ คิม จอง อิล ก็ขึ้นมาแทนในปี 1997 ด้วยสไตส์เดียวกัน แต่ผ่อนปรนในเรื่อง
กลไกตลาด     ในเวลาต่อมาวิกฤตสำคัญเกิดขึ้นเมื่อเกิดการขาดแคลนอาหารครั้งใหญ่ในเกาหลีเหนือ  ในทศวรรษ
1990 จนมีประชาชนตายไปไม่ต่ำกว่า 2 ล้านคน

บ้านเมืองเกาหลีเหนือเป็นระเบียบเงียบสงบ ทุกอย่างดูจะอยู่ใต้การควบคุมที่เข้มงวด ทุกแห่งที่ไปจะมีรูปปั้นและ
รูปภาพของ ประธานาธิบดี คิม อิล ซุง เต็มไปหมด

   ถ้าคนเกาหลีเหนือสามารถเขียนจดหมายถึงประธานาธิบดี คิม  ได้อาจเขียนว่า
  "ลีกุ๊ก ลูกผมมันชื่นชมท่านมาก เป็นแฟนพันธุ์แท้จริงๆ   เพราะจะนั่งฟังนิ่งทุกครั้ง
ที่ท่านปราศรัย ในเวลาที่ใครตบมือชอบใจคำพูดของท่าน มันก็จะเห่าไปกับเขาด้วย"













 




"ร้องไห้เป็นเผาเต่า"   สำนวนนี้มีที่มาจาก

เรื่องนี้มีอยู่ว่า....

คนสมัยก่อนเวลาเขาจะกินเต่าเป็นอาหาร เขาไม่มัวมานั่งผ่ากระดองเต่าให้เสียเวล่ำเวลาหรอก
วิธีของเขาออกจะโหดร้ายมากสักหน่อย นั้นคือจับเต่าเผาทั้งเป็นนั่นแหละ ทีนี้เต่ามันร้อน มัน
จึงได้แต่โผล่หัวออกมานอกกระดองแล้วร้องไห้น้ำตาไหลพรากๆ ไปจนกว่าตัวเองจะสุกตาย
อย่างที่รู้กันว่า เวลาเต่าระบายความร้อนนั้น มันระบายด้วยน้ำตาอย่างหนึ่ง น้ำลายอย่างหนึ่ง
เป็นอาทิ ลองสังเกตดูเวลาเอาเต่าไปผึ่งแดดนาน ๆ แล้ว เต่าน้ำลายฟูมปาก น้ำตาไหลพราก
ขับน้ำออกมาทางลูกตา ดูเหมือนเตาร้องไห้ น้ำตาเป็นน้ำตก ก็เลยเป็นที่มา
ของสำนวนที่ว่า "ร้องไห้เป็นเผาเต่า"

นั้นเป็นวิธีการระบายความร้อนของเต่า ตามกำลังแห่งมันจะทำได้ทีนี้ ลองเปลี่ยนจากแสงแดด
เป็นกองไฟ เต่าจะร้องไห้มากน้อย นานเนิ่นแค่ไหน ก็ตามแต่มโนมัยใจนึกของท่านจะจินตนาการ

การเผาเต่าเป็นการทำกรรมเฉพาะบุคคล ห้ามลอกเลียนแบบเป็นเด็ดขาด


ถ้านึกภาพไม่ออกว่า น้ำตาไหลพรากๆนั้นเป็นเช่นไร ให้ย้อนกลับไปดูภาพข้างบนน๊ะคร้บ ศึกษากัน
ไว้ก่อน  เผื่อวันหน้าวันหลัง อาจต้องจำไปใช้บ้างอ่ะ  โฮ โฮ .... ฮือ ฮือ .... เอิ๊ก เอิ๊ก ... โห่ ฮิ้ว


.