จากลูกเสืออินเตอร์เน็ต สู่ลูกเสือประชาธิปไตย




http://www.cyberscout.in.th/images/main/logo-cyberscout.png


  วันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 เวลา 20:00:00 น. มติชนออนไลน์

"จากลูกเสืออินเตอร์เน็ต สู่ลูกเสือประชาธิปไตย"

http://www.posttoday.com/media/content/2010/07/01/7C239AFE2EE34AC0B5DC198B59AB58E5.jpg

โดย สายพิน แก้วงามประเสริฐ

วันที่ 1 กรกฎาคม 2553 ซึ่งเป็นวันลูกเสือแห่งชาติ รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้เปิด

"โครงการลูกเสืออินเตอร์เน็ต"

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนทุกคนมีส่วนร่วมในการเทิดทูน จงรักภักดีปกป้องรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์
และเป็นทูตสันติภาพในการเชื่อมความปรองดองของคนไทยทั้งประเทศ

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า
ลูกเสือเป็นผู้ที่มีจิตสำนึกด้านคุณธรรมจริยธรรม โครงการนี้เป็นโครงการที่ฝึกลูกเสือ
ให้ชำนาญการใช้คอมพิวเตอร์ เพื่อนำมาสนับสนุนความรักความสามัคคีในชาติ และเป็นตัวแทนในกา
รเฝ้าระวัง หรือ สอดส่องพฤติกรรมที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ โดยผ่านระบบเทคโนโลยี

มีโรงเรียนเข้าร่วมโครงการนี้ 10 โรงเรียน .....
การที่รัฐบาลพยายามดึงกิจการลูกเสือ แม้ว่าจะให้เด็กอาสาสมัครก็ตาม เพื่อให้เด็กเข้าร่วมโครงการลูกเสืออินเตอร์เน็ต
แล้วมอบหมายให้ลูกเสือทำหน้าที่เฝ้าระวังหรือสอดส่องพฤติกรรมที่เป็นภัย และความมั่นคงของประเทศ
โดยเฉพาะในอินเตอร์เน็ตตามเว็บไซต์ต่างๆ นั้น เป็นเรื่องที่รัฐพึงกระทำหรือไม่ .....

การดึงเด็กและเยาวชนมาร่วมสังฆกรรมกับความขัดแย้งของผู้ใหญ่ ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีงาม ชอบธรรม
และเป็นนโยบายที่เลอเลิศสมควรเป็นแบบอย่างแล้ว
?

เพราะเด็กและเยาวชนยังอ่อนต่อโลก และยังเข้าไม่ถึงรากเหง้าของความขัดแย้งทางการเมืองในขณะนี้ การให้เด็กและ
เยาวชนเหล่านี้ต้องมาเกี่ยวข้องอยู่ในวงวนของความขัดแย้ง การใส่ร้ายป้ายสี การปิดหูปิดตา รวมทั้งการไม่ยอมรับฟัง
ความคิดเห็นที่แตกต่างไปจากตน เป็นการปลูกฝังพฤติกรรมที่ดี หล่อหลอมกล่อมเกลาสิ่งที่ดีให้แก่เด็กและเยาวชนแล้ว?

การนำลูกเสือมาทำหน้าที่สอดส่อง เฝ้าระวังพฤติกรรมที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ
หรือเป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐบาลกันแน่!! .....


นอกจากรัฐบาลชุดนี้จะมีโครงการลูกเสืออินเตอร์เน็ตแล้ว ล่าสุดกระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายจะจัดตั้งหน่วยลูกเสือ
ประชาธิปไตยใน โรงเรียนทั้งหมด 44 โรงเรียน ทั้งผู้บังคับบัญชาและลูกเสือโรงเรียนละ 36 คน รวมเป็น 1,584 คน
ภายในระยะเวลา 2 เดือน .....

การให้ความสำคัญกับกิจกรรมลูกเสือในสองโครงการของรัฐบาล ทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่าเป็นความพยายาม
ที่จะนำกิจกรรมลูกเสือเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเมืองหรือเปล่า

นอกเหนือจากการเรียนในโรงเรียน หากเป็นเช่นนั้นคงต้องคิดทบทวนให้ดีเพราะการเมืองมีทั้งขาว ทั้งดำ และเทาๆ
สิ่งที่เห็นอาจจะไม่ใช่อย่างที่คิด แต่วันหนึ่งประวัติศาสตร์จะเผยโฉมของเหตุการณ์ต่างๆ ในที่สุด

เมื่อการเมืองมีอะไรแอบแฝงซ่อนเร้นมากมาย แล้วจะไปดึงเด็กและเยาวชนผู้บริสุทธิ์
มาเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งครั้ง นี้ให้เกิดประโยชน์อะไร?


อ่านบทความเต็มได้ที่นี่ครับ
http://farm5.static.flickr.com/4120/4751241407_f01246dd03.jpg




นักวิชาการฝรั่งตั้งคำถาม นโยบาย "ลูกเสืออินเตอร์เน็ต" ของรัฐบาลจะสำเร็จแค่ไหน?





Monday, 5 July 2010
ที่มา มติชน

นิโค ลัส ฟาร์เรลลี่ นักวิชาการประจำมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย ได้เขียนบทความชื่อ "จาก ลูกเสือชาวบ้าน
ถึงลูกเสือบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต" (ฟรอม วิลเลจ สเก๊าท์ส ทู ไซเบอร์ สเก๊าท์ส)  ลงในเว็บล็อก "นิวแมนดาลา"
(นวมณฑล)
ซึ่งมีเนื้อหาโดยสังเขปดังต่อไปนี้

ในช่วงเวลาก่อนการ มาถึงของ "ยุคดิจิตอล" นโยบายทางด้านความมั่นคงแห่งชาติของไทย มักจะมีหน่วยปฏิบัติงาน
เป็นทหารในกองทัพ, กองกำลังพลเรือน, เจ้าหน้าที่ตำรวจ และองค์การภาคพลเมือง

หนึ่งในองค์กรเหล่านั้น ซึ่งนำไปสู่กรณีถกเถียงกันเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1970 ก็คือ
"ลูกเสือชาวบ้าน" 
แม้ว่าวันเวลาแห่งความรุ่งโรจน์ขององค์กรดังกล่าวจะเป็นเพียงความทรงจำ  อันรางเลือน ทว่า
ลูกเสือชาวบ้านก็ใช่จะปลาสนาการไปจากสังคมไทยเลยเสียทีเดียว

ปัจจุบันนี้ พวกเขาถือเป็นหน่วยงานอย่างเป็นทางการหน่วยหนึ่งที่ขึ้นตรงกับกองบัญชาการ ตำรวจตระเวนชายแดน และ
ศูนย์ปฏิบัติการลูกเสือชาวบ้านฯ ก็ยังมีภารกิจในการระดมผู้คนและโฆษณาชวนเชื่อมาอย่างต่อเนื่อง

การที่ลูกเสือชาวบ้านยังคงมีความสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน โดยดำรงอยู่ภายในหน่วยงานราชการด้านความมั่นคง จึงส่ง
ผลให้พวกเขาสามารถจะเคลื่อนพลออกมาได้อีกครั้งหนึ่ง

http://media.thaigov.go.th/pageconfig/video/pic.asp?vid=373

ล่าสุด นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เพิ่งเดินทางไปเป็นประธานพิธีเปิดโครงการสร้าง
"ลูกเสือบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต" (Cyber Scout) เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นหนึ่งในความพยายามของ
รัฐบาลที่จะ "ควบคุมตรวจตรา" สื่อออนไลน์

รายงาน ข่าวระบุว่า ลูกเสือบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ตจำนวน 200 คน จะประกอบไปด้วย นักเรียนนักศึกษา, ครูอาจารย์,
ข้าราชการ และผู้ปฏิบัติงานภาคเอกชน ซึ่งมีความรู้ความสามารถทางด้านคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต

หน้าที่ของลูกเสือออนไลน์เหล่านี้ย่อมต้อง เป็นการ "เฝ้าสังเกตตรวจตรา" บรรดาเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาเป็นภัยคุกคามต่อ
ความมั่นคงของชาติ ตลอดจนสถาบันสำคัญ ๆ ของสังคม

อย่างไรก็ตาม ฟาร์เรลลี่ กลับมองว่านโยบายดังกล่าวเป็นเพียงกลยุทธเพื่อให้มีข่าวคราวของ รัฐบาลปรากฏอยู่ในพื้นที่สื่อ
ซึ่งถูกจัดขึ้นพอเป็นพิธีเท่านั้น

เนื่องจากที่ผ่านมาความพยายามในการควบคุมตรวจตราอินเตอร์เน็ตของรัฐบาล มีทั้งความสำเร็จและความล้มเหลวผสม
ผสานกันไป เมื่อ เว็บไซต์ใดถูกบล็อก คนทำก็ไปสร้างเว็บใหม่ในพื้นที่แห่งใหม่ ขณะเดียวกัน บรรดากลุ่มผู้ใช้อินเตอร์เน็ต
ที่ติดตามเว็บไซต์เหล่านี้ก็ยังเริ่มตระหนัก รู้ถึงวิธีการในการตอบโต้นโยบายการควบคุมสื่อออนไลน์

เนื้อหาในเว็บไซต์ที่ถูกบล็อกกลับได้รับการทำสำเนา นำไปเผยแพร่ซ้ำ ตลอดจนกลายเป็นที่ดึงดูดใจของผู้ใช้อินเตอร์เน็ต
มากขึ้น ด้วยสถานะ "ผิดกฎหมาย" ของมัน

นอกจากนี้ วิธีการบล็อก "เว็บ เพจ" เพียงหน้าใดหน้าหนึ่งของ "เว็บไซต์" บางแห่งก็ถูกดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่รัฐ และ
ถูกเยาะเย้ยไปพร้อมๆกัน เพราะยิ่งเนื้อหาในเว็บเพจดังกล่าวถูกแบน มันก็จะกลายเป็นประเด็นยอดนิยมที่ได้รับความสนใจ
จากผู้คนมากยิ่งขึ้น ทั้งยังเป็นการกระตุ้นคนที่เพิกเฉยไม่ใส่ใจเรื่องราวรอบตัว ให้หันมาสนใจเรื่องราวที่กำลังถูก"แบน" อีก
ด้วย

แม้การดำเนินนโยบายเช่นนี้ของรัฐบาลจะทำให้คนบางกลุ่มมีความเชื่อมั่นว่า รัฐไทยจะสามารถควบคุมระลอกคลื่นจำนวน
มหาศาลอันทรงพลานุภาพแห่งการวิพากษ์, การเสียดสีเหน็บแนม  และการเผชิญหน้ากับคำวิจารณ์ต่างๆ  ซึ่งซ่อนแฝงอยู่
นอกเหนือไปจาก "เส้นขอบฟ้า" (ขอบเขตความรู้หรือประสบการณ์ในการทำความเข้าใจโลก) ของสังคมไทยเอาไว้ได้

แต่นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลียกลับไม่เชื่อว่า นโยบายดังกล่าวจะบรรลุผลสำเร็จ มิหนำซ้ำ มันยังอาจ
เป็นตัว การกร่อนเซาะทำลายความน่าเชื่อถือของหลายๆ สถาบันสำคัญในสังคมไทยเสียเอง

ฟาร์เรลลี่ ปิดท้ายบทความชิ้นนี้ว่า เป็นที่แน่ชัดว่าการไหลเวียนแพร่หลายของ "เนื้อหา ต้องห้ามผิดกฎหมาย" ทางสื่อ
อินเตอร์เน็ตยังจะดำเนินต่อไป และอาจมีอัตราในการส่งต่อที่รวดเร็วมากยิ่งขึ้น จึงเป็นที่น่าสงสัยเหลือเกินว่า ถึงที่สุดแล้ว
รัฐบาลไทยชุดนี้จะต้องการ "ลูกเสืออินเตอร์เน็ต" จำนวนมากมายมหาศาลสักเพียงไหนมารับมือกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น?


http://farm5.static.flickr.com/4078/4751889744_1b974af502.jpg


thaigov's buddy icon

นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเปิดโครงการสร้างลูกเสือบนเครือ
ข่ายอินเตอร์เน็ต
(Cyber Scout) ณ อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชน
ไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง กรุงเทพฯ วันพฤหัสบดี ที่ 1 กรกฏาคม พ.ศ 2553


 by thaigov

นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเปิดโครงการสร้างลูกเสือบนเ ครือข่ายอินเตอร์เน็ต (Cyber Scout) ณ อาคารกีฬาเวสน์ 2
ศูนย์เยาวชนไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง กรุงเทพฯ วันพฤหัสบดี ที่ 1 กรกฏาคม พ.ศ 2553
(Photographer attached to the Prime Minister of the Kingdom of Thailand : พีรพัฒน์ วิมลรังครัตน์)



SelectionFile type iconFile nameDescriptionSizeRevisionTimeUser
Comments