ยืนยันข้อมูลภาพส่วนตัว (โป๊) หลุดเผยแพร่



            
ยืนยันข้อมูลภาพ​​​ส่วน​​​ตัว​​ (โป๊) ​​หลุดเผยแพร่

ชั่งใจตัวเอง​​​อยู่​​​นาน​​ ​​หลายสัปดาห์นะครับที่​​ ​​จะ​​​เขียน

ถ้า ​​​จำ​​​กัน​​​ได้​​ ​​ใน​​​ระยะ​​ 2-3​​ปี​​ ​​ที่ผ่าน​​​ไม่​​​นานมานี้​​ ​​มีข่าวฮือฮาหน้าหนึ่ง​​ ​​นสพ​​.​​แทบทุก​​​ฉบับ​​​เกี่ยว​​​กับ
กล้องถ่าย​​ vdo. ​​ยี่ห้อหนึ่ง​​ ​​สามารถ​​​ถ่ายภาพ​​​ใน​​​ฟังชันก์​​ ​​ที่มี​​​โปรแกรมทะลุวัตถุขนาดบางเช่นเสื้อผ้า

แล้ว​​​สามารถ​​​ประมวลผล​​ ​​แต่งภาพ​​​ให้​​​แสดง​​​ความ​​​สมจริงเสมือน​​  ​​หลัง​​​จาก​​​ที่​​​เป็น​​​ข้อวิพากษ์วิจารณ์​​​เชิงตำ​​​หนิ​​ เรื่อง
ละ​​​เมิดสิทธิ​​​ส่วน​​​บุคคล​​ ​​และ​​​ส่อเจตนากระทำ​​​ลามกอนาจาร​​ ​​ต่อ​​​ผู้​​​อื่น​​ ​​โดย​​​เฉพาะคุณสุภาพสตรี​​ ​​และ​​​​เรื่องการแบลค
เมลเพื่อหวังผลอย่าง​​​ใด​​​อย่างหนึ่ง

ภาพชุดนี้​​​ใช้​​​กล้อง​​ VDO ​​ที่​​​เคยฮือฮาตามข่าว

สำ​​​คัญที่สุดคือข่าวการเผยแพร่ภาพ​​ VDO.​​ส่วน​​​ตัวของบุคคลชั้นสูง​​​ใน​​​เชิงดูหมิ่นเจตนา
สร้าง​​​ความ​​​เสื่อมเสีย​​​และ​​​หวังผล​​​ใน​​​ทางเลวร้าย​​ เพื่อสร้าง​​​ความ​​​ได้​​​เปรียบ​​ ​​ใน​​​ดุลยแห่งอำ​​​นาจ​​(รัฐ)


  
ภาพชุดนี้​​ ​​ใช้​​​โปรแกรมแต่งภาพ​​ ​​ประ​​​เภท​​ Photoshop

ผม​​จะ​​​ไม่​​​ขอออก​​​ความ​​​เห็น​​​ใน​​​เรื่องที่​​​เกินกว่า​​​ความ​​​ เป็น​​​จริง​​ ​​หรือ​​​การคาดเดา​​....แต่มีข้อมูล​​​ซึ่ง​​​น่า​​จะ​​​แสดงจุดยืน​​​เป็น​​​กลาง
​​​และ​​ ​​ความ​​​เป็น​​​ธรรมแก่บุคคลที่สาม​​ ​​ซึ่ง​​​จะ​​​เป็น​​​ท่าน​​ ​​หรือ​​​ผู้​​​ใด​​​ก็​​​แล้ว​​​แต่​​ ​​ดังนี้

จาก​​​ภาพตัวอย่าง​​ (ผม​​​ไม่​​​สามารถ​​​แสดง​​​ได้​​​หมดทุกภาพเพื่อ​​​ความ​​​เหมาะสม)ท่าน​​​สามารถ​​​คลิ๊ก​​​เข้า​​​ไปดู​​​แบบเต็มๆ​​​ได้​​​ที่ลิ้งค์นี้

  มีหลายท่าน​​ ​​อาจแย้งว่า​​​แล้ว​​​ทำ​​​ไมคนที่​​​อยู่​​​ข้างๆ​​(​​ผู้​​​ชาย​​ 2-3 ​​คน) ​​ยัง​​​มี​​​เสื้อผ้าตามปกติ
ขอเรียน​​​ให้​​​ท่านพิจารณาว่า​​...​​เทคนิคการตกแต่งภาพ​​ ​​ที่​​​เคลื่อนไหว​​ ​​ที่​​​เรียก​​​กัน​​​ว่า​​ CG ​​หรือ​​ ​​กราฟิคคอมพิวเตอร์ใน​​​ปัจจุบัน​​ ​​
ที่​​​ใช้​​​กัน​​​แพร่หลาย​​​ใน​​​ภาพยนตร์​​​ทั้ง​​​หลาย​​ ​​ไม่​​​ได้​​​จำ​​​กัดเฉพาะ​​​แค่​​ ​​อนิ​​​เมชั่น​​ ​​หรือ​​ ​​แอคชั่น​​ ​​เท่า​​​นั้น​​
.........​​เอาคนตัว​​​เป็นๆ​​​มาวิ่งเล่น​​​กับ​​​ตัวการ์ตูนก็​​​ได้​​​เห็น​​​กัน​​​ใน​​​หนังตั้งหลายสิบเรื่อง​​........
สามารถ ​​​สร้างสวรรค์​​ ​​นางฟ้า​​ ​​เหล่า​​​เทวดา​​ ​​หรือ​​​จะ​​​แปลง​​​ให้​​​กลับกลาย​​​เป็น​​​นรก​​​ใน​​​พริบตาก็​​​ไม่​​ ​ใช่​​​เรื่องยากเสีย​​​แล้ว
.........​​ขอบคุณ​​ ​​เทคโนโลยี่​​...​​ศตวรรษที่​​ 21

.........ใน​​​ทางกลับ​​​กัน​​ ....​​ก็​​​เป็น​​​ฝันร้าย​​ ​​สำ​​​หรับ​​​ผู้​​​ที่ถูกกระทำ​​ ​​นะครับ

อ้อ​​!!! ​​และ​​​เดี๋ยวนี้​​ ​​เทคนิคเหล่านี้​​ ​​ก็​​​ไม่​​​ต้อง​​​บินไปทำ​​​ถึง​​ ​​ฮอลลี่วูด​​​หรือ​​​เมืองนอกเมืองนาที่​​​ไหน​​   ​​เด็กไทย​​
คนไทยก็ทำ​​​ได้​​​แล้ว​​​ครับ​​ ​​ขอบอก​​ ​​ถ้า​​​เครื่องไม้​​​เครื่องมือ​​​ถึง


ผมพูด​​​ถึง​​​เรื่องภาพ​​ VDO ​​เคลื่อนไหวต่อ​​​เนื่อง​​​นะครับ​​ ​​ส่วน​​​ภาพนิ่ง​​ ​​ภาพถ่าย​​​ทั้ง​​​หลาย​​ ​​ชิว​​ ​​ชิว​​ ​​ครับ​​ ​​เด็กมัธยมก็ทำ​​​ได้​​​แล้ว​​  ​​ประ
​​​เภท​​ ​​จับหัวมาต่อตัว​​ ​​เปลี่ยนไซน์​​ ​​ยืนกาง​​ ​​นั่งแหก​​360​​องศา​​  ​​จะ​​​ให้​​​ภาพ​​​ใหม่​​4​​สีสวยสดหมึกยัง​​​หมาดๆ​​ ​​หรือ​​​จะ​​​ให้​​​เก่า​​ ​​จนเหลือง
กรอบ​​ ​​หรือ​​​เก่ากว่าหลักศิลาจารึก​​ ​​ก็​​​ยัง​​​ได้​​  

อีกนั่นแหละ​​  ​​นี่ผมพยายามอธิบายอย่างกว้างๆ​​​ไม่​​​เป็น​​​วิชาการนัก​​   

 

ที่อรรถาธิบายมาตั้งเยอะ​​นั้น​​ ​​เพราะ​​ ​​ผมยืนหยัดหลักการ​​ ​​และ​​​จุดยืนแห่ง​​​ความ​​​เป็น​​​ธรรม​​ ​​สิทธิมนุษยชน ที่​​​ไม่​​​ควรมี​​​ผู้​​​ใด​​​
มาละ​​​เมิด​​​ซึ่ง​​​กัน​​​และ​​​กัน​​ ..มิ​​​ได้​​​ซาบซึ้ง​​ ​​บุคคล​​ ​​ใคร​​ ​​หรือ​​​อะ​​​ไรนัก​​ ​​สังคมดำ​​​รง​​​อยู่​​​ได้​​​ด้วยความ​​​เป็น​​​ธรรม​​ ​​คุณธรรม​​​เท่า​​​นั้น​​ 
      
                                               ขอยืนยัน​​ ​​อีกครั้งนะครับ​​............โดย​​​ความ​​​เคารพทุกท่าน​​........rungsira



ปล​​. ​​ท่าน​​​ทั้ง​​​หลายที่​​​ได้​​​อ่าน​​​แล้ว​​​จะ​​​คิดแยกแตกต่างเช่นไรก็​​​เป็น​​​สิทธิของท่านนะครับ​​ ​​ผม​​​ไม่​​​อาจก้าวล่วง​​
ข้อมูลของผมที่นำ​​​เสนอสาธารณะนี้​​ ​​ก็​​​เป็น​​​เพียง​​​ความ​​​เห็นของผม​​​ส่วน​​​ตัวคนเดียว​​ ​​ไม่​​​อ้างอิง​​​ผู้​​​หนึ่ง​​​ผู้​​​ใด​​​ครับ​​  ​​
สำ​​​หรับท่านที่​​​เชี่ยวชาญชำ​​​นาญ​​​ใน​​​สาขาวิชาชีพ​​​โดย​​​ตรง​​ ​​ขอเชิญชวน​​​ให้​​​เผยแพร่ข้อมูลของท่านเพื่อ
เป็น​​​วิทยาทาน​​​และ​​​ผดุง​​​ไว้​​​ซึ่ง​​​ธรรมะ ครับ

   


มีท่าน​​...? ​​ท้วงว่าที่สแกนผ่าน​​ ​​วัตถุ​​​นั้น​​​คือการ​​ X-Ray ​​ขอเรียนว่า​​​เป็น​​​คนละ​​​เทคนิค​​​กัน​​​นะครับ​​
การเอกซ์​​​เรย์​​ ​​มีวัตถุรังสี​​ ​​กัมมันตภาพ​​​เข้า​​​มา​​​เกี่ยว​​​ซึ่ง​​​เป็น​​​อันตรายต่อ​​ ​​สิ่งมีชีวิต​​ ​​และ​​​ต้อง​​​ใช้​​​อุปกรณ์​​​เทคโนโลยี่
ป้อง​​​กัน​​​ขนาด​​​ใหญ่

​​และ​​​ที่ว่า​​ ​​ใน​​​ภาพเคลื่อนไหว​​ ​​นั้น​​​การแต่งภาพยากมาก​​​ไม่​​​สามารถ​​​ทำ​​​ได้​​..? ? ? ​​ถ้า​​​ท่าน​​​เป็น​​​นักดูภาพยนต์
ประ​​เภทไซไฟ​​ ​​หลายปีที่ผ่านมาพอประมาณ​​ ​​มีการทดลองสร้างหนัง​​​โดย​​​ใช้​​​เทคนิค​​CG  ​​ที่​​​ใช้​​​โครงสร้าง​​ ​​รูปร่างหน้าตา​​
ของดาราฮอลลีวู๊ดจริงๆ​​ ​​มาสร้างภาพยนตร์​​​ใน​​​สตูดิ​​​โอคอมพิวเตอร์​​ ​​โดย​​​ที่​​​ไม่​​​ต้อง​​​ออกไปถ่ายทำ​​​ภายนอก​​ ​​และ​​​ไม่​​​ต้อง
มีฉาก​​​และ​​​เสื้อผ้าสวม​​​ใส่​​​จริง​​ ​​ทุกสิ่งทุกอย่างออกแบบ​​​และ​​​จัดสร้างขึ้น​​​จาก​​​โปรแกรมคอมพิวเตอร์อัจฉริยะ​​ ​​และ​​​นำ​​​ออก
มาฉาย​​ ...​​เป็น​​​ที่ฮือฮา​​  ...​​ได้​​​รับการวิพากวิจารณ์​​ ​​สร้าง​​​ความ​​​หวั่นวิตกแก่ดาราดังมนุษย์​​​เป็นๆ​​​ทั้ง​​​หลาย​​  ​​ใน​​​ระยะ​​​นั้น​​​ซึ่ง
น่า​​​จะ​​​สัก​​4-5 ​​ปีมา​​​แล้ว​​ ​​อันนี้น่า​​​จะ​​​เป็น​​​สิ่งยืนยัน​​​ได้​​ ​​สำ​​​หรับเทคโลยี่รองรับที่​​​เกิดขึ้น​​​แล้ว​​ ​​เป็น​​​จริง​​  .............. 
ท่านลองคิดดูนะครับ​​  ​​พัฒนาการของคอมพิวเตอร์​​ ​​ก้าว​​​ไกล​​​รวด​​​เร็ว​​​ขนาดไหน​​  ​​สิ่งที่ทำ​​​ได้​​​เมือ่​​ 5 ​​ปีที่ผ่าน​​ ​​ใช้​​​เครื่องไม้​​​
เครื่องมือ​​​และ​​​เทคนิคอันซับซ้อน​​ ​​ขนาด​​​ใหญ่​​ ​​ราคาสูงลิบลิ่ว​​ ....​​ปัจจุบัน​​ ​​อาจทำ​​​ได้​​​ใน​​ ​​เครื่องคอมพิวเตอร์​​
ระดับ​​ notebook ​​ก็​​​ได้​​ ​​ใคร​​​จะ​​​บอก​​​ให้​​​รู้​​ ​​ง่ายๆ​​​ล่ะ

ใน ​​​กล้องที่กล่าวมาข้างต้น​​ ​​ใช้​​​โปรแกรมการวิ​​​เคราะห์กลุ่มสี​​ ​​เซนเซอร์ตรวจจับรังสี​​​ความ​​​เข้มของอุณหภูมิ​​​ความ​​​ร้อน​​​ใน
ร่างกายสิ่งมีชีวิต​​  ​​และ​​ ​​อีกหลายสิ่งมาประมวลผลวิ​​​เคราะห์​​ ​​โดย​​​สรุปนำ​​​มาสร้างภาพเสมือนเลียนแบบจริง​​ ... ​​สามารถ
ปรับมิติ​​ ​​ความ​​​คมเข้มของการสุ่ม​​​ได้​​ ​​เช่น​​ ​​ความ​​​หนาของวัตถุที่ปกคลุม​​ (เสื้อผ้าภายนอกบางเบา​​ ​​และ​​ ​​เสื้อชั้น​​​ใน​​​สตรีที่
ส่วน​​​มาก​​​จะ​​​หนากว่า​​ ) ​​บางครั้งอาจเห็นชัดที่สุดเพียงแค่ชั้น​​​ใน​​ ​​อันนี้ก็​​​แล้ว​​​แต่ประสิทธิภาพของอุปกรณ์​​ ​​แน่นอนว่าของ
แพงย่อมละ​​​เอียดซับซ้อนกว่า​​

..... ​​ท่านที่สนใจ​​ ​​สามารถ​​ ​​ค้น​​​หา​​​ได้​​​ใน​​​หน้า​​​เวปเพจ​​ ​​อุปกรณ์​​​ไฮเทค​​ ​​เกี่ยว​​​กับ​​​งาน​​ ​​สืบสวน​​ ​​สอดแนม​​ ​​สืบลับ​​                    
               (อุปกรณ์สายลับสายลวด)​​ที่มีการโฆษณาขาย​​(​​ไม่​​​มี​​​ใน​​​ท้องตลาด)

  

อินฟราเรดฟิลเตอร์ที่ทำให้สามารถถ่ายรูป/VDO ทะลุเสื้อผ้าได้

ต้องเริ่มอธิบายจากเรื่องพื้นฐานและคุณสมบัติของแสงก่อนนะครับ เอาแบบง่ายๆว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าถ้ามีความถี่
ต่ำ
ก็เป็นคลื่นเสียง ถ้ามีความถี่สูงๆก็เป็นคลื่นวิทยุ และถ้ามีความถี่สูงมากๆก็มีสภาพเป็นแสง ซึ่งพอเป็นแสงเขาจะ
ไม่
เรียกเป็นความถี่แล้ว แต่จะเรียกหน่วยที่สูงกว่าแทน คือเรียกเป็นความยาวคลื่น (ตัวอย่างเช่นถ้าเรามีเงินอยู่หนึ่ง
แสนสตางค์
เขาจะเรียกว่ามีเงินอยู่หนึ่งพันบาท) ทีนี้แสงมันก็มีตั้งแต่ความยาวคลื่นต่ำไปถึงความยาวคลื่นสูงๆ แต่
ตาของมนุษย์
จะมองเห็นแสงได้เฉพาะความยาวคลื่นระดับกลางๆเท่านั้น ความยาวคลื่นที่ต่ำมากๆอย่าง อุลตร้าไว
โอเล็ต ก็มอง
ไม่เห็น หรือสูงมากๆอย่างอินฟราเรดก็มองไม่เห็น

ทีนี้ถ้ามีใครบอกว่าพกแบ๊งค์เขียว, แบ๊งค์ม่วง, หรือแบ๊งค์สีน้ำตาลมา เราก็รู้ว่าเขาพกสตางค์ สองพันสตางค์, ห้าหมื่น
สตางค์
, หนึ่งแสนสตางค์มา การแบ่ง spectrum ของแสงก็เช่นกันแทนที่จะบอกว่าความยาวคลื่นเท่านั้นเท่านี้เป็นตัว
เลข
เขาก็เรียกง่ายๆว่า แสงสีแดง, แสงสีเขียว, แสงสีน้ำเงิน

                                        
                                             

เป็นที่ทราบกันดีว่าในแสงสีขาวที่เรามองเห็นกันนั้นประกอบด้วยแสงสีต่างๆอย่างน้อย 7 สีรวมๆกัน ถ้าไม่เชื่อก็เอาแสง
ส่องผ่านแท่งแก้วปริซึมดู
จะเห็นว่ามันแยกแสงออกเป็น 7 สีได้ ซึ่งการที่แท่งแก้วปริซึมแยกแสงออกมาได้เพราะแสงแต่
ละสีมีคุณสมบัติ
ในการหักเหหรือมีอำนาจทะลุทะลวงต่างกัน ท่านทราบหรือไม่ว่าแสงอุลตร้าไวโอเล็ตมีอำนาจทะลุทะ
ลวงต่ำ
สะท้อนได้ง่าย ขณะที่แสงอินฟราเรดมีอำนาจทะลุทะลวงสูงกว่าแสงสีอื่นๆ
                                     
(คือมันจะไม่ถูกหักเหเมื่อส่องผ่านแท่งปริซึม)

คนที่จับจุดนั้ได้ก็เอาประโยชน์ข้อนี้ไปทำครีมกันแดดกันแสงอุลตร้าไวโอเล็ตมาทำลายผิว เอาไปทำเสื้อผ้ากันแสง UV
เอา
ไปทำแว่นตากันแสง UV ขณะเดียวกันคนที่จับอีกจุดหนึ่งได้ก็เอาไปทำ ฟิลเตอร์กล้องถ่ายรูปทะลุเสื้อผ้าคือแสงจาก
แฟลช, แสงแดด และแสงไฟต่างๆ  มันมีรังสีอินฟราเรดปนด้วยอยู่แล้ว เขาก็ทำฟิลเตอร์ที่ตอบสนองต่อแสงอินฟราเรด
และสะท้อนแสงสีอื่นออกไป ทีนี้เมื่อถ่ายรูปโดยใช้ฟิลเตอร์แบบนี้ อะไรๆที่อยู่ใต้เสื้อผ้า (เช่นการซุกซ่อนอาวุธ หรือการ
ลักลอบขนของ
โดยการแนบมากับร่างกาย) ถ้าถ่ายด้วยวิธีนี้ก็ไม่สามารถซุกซ่อนได้อีกต่อไป

นอกจากนี้ตัว CCD ซึ่งใช้รับภาพแทนฟิล์มในกล้องดิจิตอลก็มีคุณสมบัติในการตอบสนองต่อแสงอินฟราเรดดีเป็นพิเศษ
เมื่อเจอกับฟิลเตอร์แบบนี้เข้า  ก็ยิ่งมีประสิทธิภาพสูง คุณสามารถทดลองได้ด้วยตัวเองโดยใช้กล้องจากโทรศัพท์มือถือ
ของคุณตั้งให้อยู่ในโหมดถ่ายรูป แล้วเอารีโมทTV หรือรีโมทเครื่องเล่น CD หรือรีโมท UBC ก็ได้ส่องเข้ามาที่กล้องโดย
ให้
ห่างกันสักคืบหรือห่างสักศอกหนึ่งก็ได้ แล้วกดปุ่มต่างๆบนรีโมท คุณจะเห็นแสงสีขาวกระพริบที่ตัวรีโมทเมื่อมองผ่าน
กล้อง
แต่มองด้วยตาเปล่าไม่รู้


 



ภาพตัวอย่างนี้​​ ​​เป็น​​​เทคนิค​​ ​​ที่​​​ใช้​​​สารกัมมันตรังสี​​ ​​เรา​​​ใช้​​​กับ​​​วัตถุ​​​ต้อง​​​สงสัยที่​​​ต้อง​​​การตรวจสอบ​​ ​​แนวเดียว​​​กับ​​
เครื่อง​​CTX ​​สนามบิน​​ ​​อาจมี​​​เทคนิคการสะท้อนของคลื่นเสียงมา​​​ใช้​​​ร่วม​​​ด้วย​​(บางกรณี)

 
 
  




คำ​​​ตอบกลับ​​ ​​เฉพาะของ​​ ​​คุณ Firstagent ID#422073 ​​ประชา​​​ไท

โปรแกรมตกแต่งภาพ
Photoshop CS3
Adobe Illustrator CS
coral draw
GIMP


1.​​ตัวอย่างภาพที่มีการตกแต่งข้างบน​​ ​​ใช่​​​ครับใช้​​​โปรแกรมแต่งภาพ ​​ที่ท่าน​​​เข้า​​​ใจถุก​​​ต้อง​​ ​​ข้อที่​​1
2.​​การ​​​ใช้คอมพิวเตอร์​​ ​​พ่วง​​​กัน​​​หลายๆ​​​ตัวที่​​​เรียกว่า​​ Cluster ​​เพื่อ​​​ช่วย​​​ใน​​​การประมวลผลที่ซับซ้อนมาก​​
ถูก​​​ต้อง​​​ข้อที่​​ 2

3. ​​ยกตัวอย่าง​​​ใน​​​ธุรกิจภาพยนตร์​​ ​​ที่ลูกัส​​ ​​สตูดิ​​​โอ​​ ​​เป็น​​​ผู้​​​ริ​​​เริ่มบุกเบิกเทคนิคตกแต่งภาพยนตร์​​​เสมือนจริง​​
เมื่อ​​ 5 ​​ปีที่​​​แล้ว​​ ​​ก็ถูก​​​ต้อง​​​ข้อที่​​ 3


แต่​​...​​ยกตัวอย่าง​​​ทั้ง​​ 3 ​​ข้อที่กล่าว​​ ​​ก็​​​ยัง​​​ไม่​​​ถูก​​​ต้อง​​​สมบูรณ์​​​เสียที​​​เดียว

ตามหัวข้อที่ยกมา​​​เป็น ข้อสังเกต (ข้อย้ำ​​​ว่า​​​เป็น​​​ข้อสังเกต) ​​ผม​​​ได้​​​ออกตัว​​​แล้ว​​​ว่า​​​เป็น​​​เพียง
ข้อเสนอที่​​​เห็นต่าง​​​ส่วน​​​ตัว​​ ​​ไม่​​​ชี้ชัดว่าถูก​​ ​​หรือ​​​ผิด
เป็น กรณีศึกษา ที่ตั้งเพื่อ​​​ให้​​​วิญญูชน​​​ทั้ง​​​หลาย​​
มีสติ​​​ไตร่ตรอง
มิ​​​ให้​​​ตก​​​เป็น​​ ​​องค์ประกอบ​​ ​​และ​​​เครื่องมือชวนเชื่อ ไม่​​​ว่า​​ ​​ใดๆ


 ผมมิ​​​ได้​​​จำ​​​กัดว่าการตกแต่งที่ตั้งประ​​​เด็น​​ จำ​​​กัดเฉพาะ​​ ​​ภาพ​​ VDO ​​วันเกิด ​​ที่นำ​​​มา​​​โหมประจาน​​
ความ​​​ยาวประมาณ​​ 7 ​​นาที​​ ​​ภาพมืดมัว​​ ​​ไม่​​​ค่อยชัดเจน​​ ​​ตามที่บางท่านปักใจ​​​เท่า​​​นั้น​​ ​​หมายรวม​​​ถึง​​​ภาพถ่าย​​
ภาพ​​ copy​​จาก​​ ​​แมกกาซีนเก่า​​ ​​ฯลฯ
.......​​เพิ่มเติม​​ ​​ข้อ​​ 1

ที่ท่านว่า​​​ต้อง​​​ใช้​​​คอมมาพ่วง​​​กัน​​​เป็น​​​สิบ​​ ​​เป็น​​​ร้อยตัว​​ ​​นั้น​​ ​​ให้​​​ท่านกลับไปอ่านตามข้อมูล​​ Cluster Computing
กับ​​ Grid Computing ​​แต่​​​ใน​​​ความ​​​เป็น​​​จริง​​ ​​ไม่​​​ต้อง​​​ย้อนไปอ่านหรอกครับเชื่อว่าท่านมี​​​ความ​​​เข้า​​​ใจดี​​​อยู่​​​แล้ว​​

แค่​​.....​​สำ​​​หรับการแปลงวัตถุ​​(คน)​​เฉพาะ​​ ​​ใน​​ VDO ​​ความ​​​ยาวเพียง​​ 7 ​​นาที​​ ​​คุณภาพระดับ​​ ​​หนัง​​ 16 ​​มม​​.
สีกระดำ​​​กระด่าง​​ .......... ​​ต้อง​​​ใช้​​​เทคโนโลยี่​​ ​​ระดับ​​ SETI@home ​​เชียว​​​หรือ​​ ​​ต้อง​​​ใช้​​​ทรัพยากรบุคคล​​
ตกแต่งดัดแปลงหนังคุณภาพต่ำ​​ ​​ไฟล์นี้​​ ​​มากมายกระ​​​นั้น​​​เชียว​​?
  .......​​เพิ่มเติม​​ ​​ข้อ​​ 2

หลัง​​​จาก​​​จอส​​ ​​ลูคัส​​ ​​ได้​​​ริ​​​เริ่ม​​ ​​สร้างภาพยนตร์​​ ​​เทียมเสมือนดังที่กล่าว​​ ​​คง​​​จะ​​​เทียบ​​​ได้​​​ใน​​​ยุค​​ ​​ซอฟแวร์ปฏิบัติการ
ที่​​​ใช้​​​ใน​​ PC​​ทั่ว​​​ไป​​ ​​ประมาณ​​ Window 98 ​​หรือ​​​สูงกว่า​​​เล็ก​​​น้อย​​ (ย้ำ​​​นะครับ​​ ​​ว่าคง​​​จะ​​​เทียบ​​​ได้​​ ​​ไม่​​​ใช่​​​ใช้​​ OS ​​ตัวนี้
ใน​​​การสร้าง​​ ) ​​ทิ้งช่วงห่างพอประมาณ​​ ​​มีภาพยนตร์ที่​​​ได้​​​พัฒนา​​​เทคนิค​​ ​​ผสานเทคโนโลยี่ที่​​​ใหม่​​​กว่าต่างๆ​​​นำ​​​มา​​
สร้างอีกหลายๆ​​​เรื่อง​​ ​​หลายประ​​​เภท​​ ​​ไม่​​​จำ​​​กัดแค่หนังแนววิทยาศาสตร์​​ ​​ไซไฟ​​ ​​ต่างดาว​​ ​​แค่​​​นั้น​​ ,​​มี​​​ทั้ง​​​จาก​​​ญี่ปุ่น​​,
และ​​​แถบยุ​​​โรป​​ ​​ลองไป​​​ค้น​​​หาูดูุนะครับ​​   ​​ถ้า​​​ท่านยก​​ ​​ตัวอย่าง​​ จอส​​ ​​ลูคัส ​​มาชี้​​​แจง​​ ​​ก็คงประมาณ​​ ​​หากพูด​​​ถึง

อวกาศการบิน​​,​​กระสวยอวกาศ​​,​​สถานีอวกาศลอยฟ้า​​,​​ดาวเทียม.......................​​แล้ว​​ ​​ยกว่าหมาย​​​ถึง​​
วิลเบอร์​​ ​​และ​​​ออวิน​​ ​​ไรท์​​ เกิด​​​ใน​​​อเมริกา​​ ​​นั้น​​​แหละ​​ เครื่องร่อน ​​ครับ
ตกแต่งดัดแปลงไฟล์หนังคุณภาพต่ำ​​ ​​ต้อง​​​ลงทุน​​​กัน​​​เป็น​​ ​​พันพัน​​ ​​ล้านบาท​​ ​​กระ​​​นั้น​​​เลย​​ ​​รึ​​? .......
โอ้​​ ​​พระ​​​เจ้าจอร์จ​​ ​​ท่านยอดมาก
........​​เพิ่มเติม​​ ​​ข้อ​​ 3

และ​​​ที่บางท่านว่าทำ​​​ไม​​ ​​ไม่​​​มีมา​​​จากหลุดของดาราฮอลลี่วู๊ด ​​ขอตอบว่า​​​ถ้า​​​เป็น​​​ภาพตัดต่อ​​​ใช้​​ Harddisk
ขนาด​​ 40 GB ​​เก็บ​​​ไม่​​​พอ
ก็​​​แล้ว​​​กัน​​ ​​เห็นแรกๆ​​ ​​ก็​​​เคลิ้ม​​​และ​​​เชื่อครับ​​ ​​แต่พอดู​​ ​​โมเดลเดียว​​ ​​หลายๆ​​​ภาพต่าง
ที่มา​​​กัน​​​เข้า​​ ​​ชักเริ่มสังเกต​​ ​​ครับ​​ ​​ว่า​​ ​​ทรวดทรงเปลี่ยนไป​​ ​​สีบอดี้​​​เปลี่ยน​​ ​​ไซน์​​​เปลี่ยน​​ ........ ​​ก็มี
ภาพจริงหลุดมาบ้าง​​​จาก​​​ฉากภาพยนตร์​​ ​​ประ​​​เภท​​ snap shot
​​คงอธิบาย​​​ได้​​​เพียงนี้นะครับ​​ ​​ประ​​​เดี่ยว
จะ​​​กลาย​​​เป็น​​ ​​เกจิ​​ ​​แข่ง​​​กับ​​​ท่าน​​ นิวัติ​​ ​​กองเพียร ​​บรมครูนู๊ด​​ ​​ท่าน

อ้อ​​ ​​แล้วทำ​​​ไม​​​ไม่​​​เห็นมีภาพเคลื่อนไหวตกแต่ง​​ ​​หลุดออกมา​​​เชิงธุรกิจ​​ ​​หรือ​​​มี​​​ผู้​​​คิดทำ ... ​​ผมว่าคนคิด
คงมีนะครับ​​ ​​ยืนยัน​​​ได้​​ ​​เพราะ​​ ​​ทั้ง​​​ท่าน​​ ​​และ​​ ​​ผมก็คิด​​​ได้​​ 2 ​​คน​​​แล้ว​​​หละที่​​​เห็นๆ​​​น๊ะ​​.....​​ตอบว่าทำ​​​ไม​​..​​ต้อง​​​รบกวน
ท่านที่​​​เคารพ​​ ​​ไปคันคว้า​​​เรื่องกฎหมายลิขสิทธิ์​​ ​​บทลงโทษ​​(ยี่ต๊อก)​​ว่า​​​ด้วย​​​การละ​​​เมิดสิทธิ​​(ทางปัญญา)
ทั้ง​​​ทางแพ่ง​​​และ​​​อาญา
​​ของชาติฝรั่ง​​ ​​ทั้ง​​​ยุ​​​โรป​​ ​​และ​​​อเมริกาดูนะครับ​​................ว่าคุ้มไหม​​​กับ​​​การหมดตัว





            ​​สุดท้าย ​​ผมขอจบข้อสังเกต​​​ใน​​​กระทุ้หัวข้อ​​ ​​เพียง​​​เท่า​​​นี้​​ ​​หากท่าน​​​ผู้​​​ใด​​​มีปุจฉา​​ ​​และ​​​อยากสันธวะวิสัชณา​​
ก็​​​เชิญตามสะดวกเถิด​​ ​​กระผม​​ ​​หมดข้อชี้​​​แจงครบถ้วนเหมาะ​​​แล้ว​​ ​​และ

ขอ​​ ​​แสดงมุทิตาจิตเจตนา​​ ​​อุทิศ​​​และ​​​แผ่​​​ส่วน​​​ดีของชีวิต​​ ​​ที่พอมีของข้าพเจ้า​​ ​​เพื่อ​​​เป็น​​​ประกายเจิดจ้า
ใน​​​จิตวิญญาณร้าย​​ ​​ที่มัวเมา​​​และ​​​คิดร้ายต่อสิทธิชีวิตของ​​​ผู้​​​อื่น


วิญญูชน​​​ผู้​​​สูงส่ง คง​​​ไม่​​​มัวพะวง​​​อยู่​​​กับ​​​แค่​​​ความ​​​ยึดมั่น​​ ​​พอใจสุขใจ​​ ​​กับ​​​การที่ทุกคราวเมื่อเปิดกล่องดินสอ​​​แล้ว​​​พบ​​
ดินสอที่​​​เหลา​​​ไว้ แหลมเสมอ​​ ​​แต่​​​ไม่​​​เคยเอาออกมา​​​ใช้​​​งาน........คุณค่า​​​แห่งจิตวิญญาณที่สร้างสรรค์​​​โลก
เกิดแต่​​​ความ​​​สึกกร่อนของไส้ดินสอ​​ ​​ที่สั้นลงทุกวัน​​ ​​เป็น​​​สัจธรรม​​ ​​นะครับ​​ ​​มิ​​​ใช่่ ​​ฉาบสวยอวดคม​​ อยู่​​​แต่​​​แท่งดินสอ
ใหม่​​​เหลา​​​ไว้​​​พร้อมเพื่อการอวดโชว์

 










เทคโนโลยี​​ Grid Computing

คำ​​​ว่า​​ Grid ​​หมาย​​​ถึง​​ เครือข่ายที่​​​เชื่อมโยง​​​กัน​​​และ​​​กระจายทรัพยากร​​​ให้​​​กัน ​​ซึ่ง​​​ใน​​​ที่นี้​​

Grid Computing
คือเครือข่ายของทรัพยากรคอมพิวเตอร์ที่​​​เชื่อมโยง​​​กัน​​​หมด​​​และ​​​จะ​​​กระจายทรัพยากรด้านคอมพิวเตอร์​​​ให้​​​กัน​​

ไม่​​​ว่า​​​จะ​​​เป็น​​​สมรรถนะ​​​ใน​​​ด้านการประมวลผล​​ ​​ความ​​​จุ​​ ​​หรือ​​ ​​สมรรถนะ​​​ใน​​​การถ่ายโอนข้อมูล​​ ​​โดย​​​การจ่ายทรัพยากร
นี้​​​จะ​​​มีลักษณะเช่นเดียว​​​กับ​​ Grid ​​ของพลังงานไฟฟ้าที่พวกเรา​​​ใช้​​​ตามบ้าน​​ ​​สิ่งที่​​​เรา​​​ต้อง​​​ทำ​​​ก็​​​เพียงเสียบปลั๊ก​​​และ
​​​เปิดสวิทซ์​​ ​​เราก็​​​จะ​​​ได้​​​พลังงานไฟฟ้ามาบริ​​​โภคมากตามที่​​​เรา​​​ต้อง​​​การ​​ ​​และ​​​เทคโนโลยี​​ Grid Computing ​​ก็ถูกออก
แบบ​​​ให้​​​ผู้​​​ที่​​​อยู่​​​ใน​​​เครือข่าย​​ ​​เพียงเสียบปลั๊ก​​​และ​​​ใส่​​​รหัสก็​​​จะ​​​เข้า​​​ถึง​​​ทรัพยากร คอมพิวเตอร์​​​ได้​​​อย่างสะดวก​​​และ​​​เรียก​​​
ใช้​​​ทรัพยากรทาง​​ Computer​​ได้​​​มาก​​​เท่า​​​ที่ เรา​​​ต้อง​​​การเช่นเดียว​​​กัน













                      ​​โครงการ​​ SETI@home (Search for Extraterrestrial Intelligence) ​​
ที่​​​เป็น​​​การยืม​​​ความ​​​สามารถ​​​ใน​​​การประมวลผลของคอมพิวเตอร์​​ ​ส่วน​​​บุคคลที่​​​อยู่​​​ใน​​​ช่วง​​​ไม่​​​ได้​​​ใช้​​​งานมาวิ​​​เคราะห์
ข้อมูลที่​​​ได้​​​จากยานอวกาศเพื่อหาสัญญาณของสิ่งมีชีวิตนอกโลก​​ ผู้​​​ที่สมัครใจ​​​ให้​​​คอมพิวเตอร์ตัวเอง​​​ช่วย​​​ประมวล
ผล​​​จะ​​​ได้​​​ของแถม​​ ​​เป็น​​ screen saver สวยๆ​​​มา​​​ให้​​   (ใครที่สนใจอยาก​​​ให้​​​เครื่องของตัวเองร่วมการประมวลผลนี้
​​​สามารถ​​​ สมัครไป​​​ได้)​​  ​​ที่ี่​​​เว็บของมหาวิทยาลัยเบร์กเลย์ http://boinc.berkeley.edu ซึ่ง​​​ปัจจุบัน​​ ​​ไม่​​​ว่า​​​จะ​​​เป็น​​​งาน
ทางด้านการวิจัยรักษามะ​​​เร็ง​​ ​​การพิสูจน์หาคลื่นแรงโน้มถ่วงที่​​​ไอน์สไตน์​​​ได้​​​ทำ​​​นาย​​​ไว้​​​​หรือ​​​ไม่​​​ว่า​​​จะ​​​เป็น​​​งานด้านการ
ทำ​​​นายสภาพอากาศล่วงหน้า​​ ​​ได้​​​เข้า​​​ร่วม​​​เป็น​​​ส่วน​​​หนึ่งของโครงการเดียว​​​กับ​​ SETI ​​แล้ว


SETI@home
​​
หรือ​​ Search for Extra-Terrestrial Intelligence at home เป็น​​​โครงการทดลองทางวิทยาศาสตร์​​ ​​
ที่​​​ใช้​​​เครื่องคอมพิวเตอร์​​​ส่วน​​​บุคคล​​ ​​ที่​​​เชื่อมต่อ​​​กับ​​​อินเทอร์​​​เน็ต​​ใน​​​การ​​​ค้น​​​หาสัญญาณ​​​จาก​​​ต่างดาว​​ ​​ซึ่ง​​​คุณ​​​สามารถ​​​เข้า
มี​​​ส่วน​​​ร่วมโดย​​​การดาวน์​​​โหลด​​ ​​และ​​​วิ​​​เคราะห์ข้อมูล​​​จาก​​​กล้องโทรทรรศน์วิทยุ


พื้นฐานการทำ​​​งานของ​​ grid computing ​​ก็คือ​​ distributed computing ​​เหมือน​​​กัน​​เพียงแต่​​ conceptจะ​​​ต่างไปบ้าง​​
​​และ​​​มี​​​เป้าหมายที่​​​ไม่​​​เหมือน​​​กัน​​ .. ​​เราลองมา​​​ไล่ดูนะครับว่า​​​แต่ละอย่างมันเหมือน​​​หรือ​​​ต่าง​​​กัน​​​อย่างไร​​ ?

  http://i.huffpost.com/gen/278813/thumbs/r-ROBERT-C-BYRD-TELESCOPE-large570.jpg

Anything@home
โปรแกรม ประ​​​เภท​​ @home ​​จุดเริ่มต้นของ​​ ​​มา​​​จาก​​​มนุษย์ต่างดาวครับ​​ .. ​​ไม่​​​ใช่​​​มนุษย์ต่างดาวคิดหรอก​​ ​​แต่​​​เป็น​​​เพราะ
​​​เราอยาก​​​ค้น​​​หามันต่างหาก​​ .. SETI@home ​​นั่นเอง​​ คือโปรแกรม​​ screen saver ​​ที่คอยวิ​​​เคราะห์สัญญาณที่รับมา​​​จาก
​​​กล้อง​​ Arecibo ​​ซึ่ง​​​เป็น​​​โทรทรรศ์วิทยุขนาดยักษ์​​​ใน​​ ประ​​​เทศเปอร์​​​โตริ​​​โก้​​ เพื่อ​​​ค้น​​​หาสิ่งมีชีวิตที่มีภูมิปัญญานอกโลก​​
(Search for Extraterrestrial Intelligence : SETI) ​​และ​​ ​​เรา​​​ยัง​​​ไม่​​​พบอะ​​​ไรที่​​​จะ​​​บอก​​​ได้​​​ว่ามี​​ ET ​​อยู่​​​นอกโลก​​ แต่นั่นก็
ไม่​​​สามารถ​​​จะ​​​หยุดสมาชิกกว่า​​ 3​​ล้านราย​​​ทั่ว​​​โลกที่ร่วมโครงการนี้​​ โปรแกรม​​SETI@home จะ​​​คอยติดต่อเครื่องแม่ข่าย
เพื่อรับข้อมูลชิ้น​​​เล็กๆ​​ไปประมวลผล​​  ​​และ​​​ส่งผลลัพท์ที่​​​ได้​​​ตอบกลับไป​​​ยัง​​​เครื่องแม่ข่ายของโครงการ​​  การประมวลผล
ของ​​ SETI@home ​​ตั้งแต่​​​เริ่มโครงการจน​​​ถึง​​​ปัจจุบันนี้มหาศาลมาก​​ ​​

ถ้า​​​ใช้​​ PC ​​เครื่องเดียว​​​ต้อง​​​ใช้​​​เวลานานกว่า​​ 600,000 ​​ปี

การประมวลผลแบบกระจาย​​​ด้วย​​​วิธี​​@home ​​นี้​​​ไม่​​​ใช่​​​ทำ​​​ได้​​​ง่ายนัก​​ ​​สิ่งแรกคือ​​​ต้อง​​​มั่นใจว่า​​​โปรแกรม​​ @home ​​ทั้ง​​​หลาย​​​
สามารถทำ​​​งาน​​​ได้​​​บนเครื่องคอมพิวเตอร์​​​และ​​​ระบบปฏิบัติการต่างๆ​​ ​​และ​​ ​​ต้อง​​​พึ่งพา​​​ความ​​​สมัครใจ​​ ​​จำ​​​เป็น​​​ต้อง​​​มีการประ
ชาสัมพันธ์ที่ดี​​ ​​ปัญหาสุดท้ายคือ ระบบจำ​​​เป็น​​​ต้อง​​​จัดการ​​​กับ​​​การประมวลผลที่มีอัตราต่าง​​​กัน​​ ​​เพราะ​​​เครื่องคอมพิวเตอร์
ทำ​​​งาน​​​ได้​​​เร็ว​​​ไม่​​​เท่า​​​กัน​​
แถมบางเครื่องรับข้อมูลไปประมวลผล​​​แล้ว​​​อาจ​​​จะ​​​ไม่​​​ส่งคำ​​​ตอบกลับมาก็​​​ได้​​

 
http://www.vcharkarn.com/uploads/58/59025.jpg

เพื่อ​​​เป็น​​​การแก้ปัญหาที่ยุ่งยากเหล่านี้​​ ​​จึง​​​มีบริษัทรับ​​​เป็น​​​นายหน้าจัดการสิ่งต่างๆ​​ ​​ให้​​ ​​หนึ่ง​​​ใน​​​นั้น​​​คือบริษัท​​ Entropia
ก่อตั้ง​​​ใน​​​ปี​​ 1997 ​​เพื่อตามล่าพลังการประมวลผล​​​จาก​​ idle time ​​ของเครื่อง​​ PC .. ภาย​​​ใน​​​สองปี​​ ​​บริษัท​​​สามารถ​​​หา
เครื่องคอมพิวเตอร์​​​ได้​​​กว่า​​  30000 ​​เครื่อง​​  มีพลังการประมวลผลรวมราว​​  1 TeraFLOPS  ​​ซึ่ง​​​เทียบ​​​เท่า​​​กับ​​ 
ซู​​​เปอร์คอมพิวเตอร์ ​​ ลยที​​​เดียว  Entropia ​​แจกจ่ายพลังการประมวลผลนี้​​​ใน​​​หลายๆ​​ ​โครงการ​​ ​​เช่น Fight Aids
At Home ​​ซึ่ง​​​เป็นโครงการ​​​ค้น​​​หาตัวยา​​​เพื่อรักษา​​​โรคเอดส์  บริษัท ​​Parabon ​​ก็​​​เป็น​​​อีกบริษัทที่ทำ​​​หน้าที่ทำ​​​หน้าที่
​​​เป็น​​​นายหน้าจัดหา พลังการประมวลผล​​​ให้​​​กับ​​​โครงการ​​ Compute-Against-Cancer ซึ่ง​​​ใช้​​​คอมพิวเตอร์​​​ใน​​​การ
วิ​​​เคราะห์ผลกระทบที่​​​ได้​​​จาก​​​การรักษามะ​​​เร็ง​​​โดย​​​วิธี​​​เคมีบำ​​​บัด ​​แม้​​​แต่​​ Intel ​​ก็​​​ยัง​​​เปิดตัวโครงการใน ​​​ลักษณะ​​​เดียว​​​กัน​​​
เพื่อ​​​ค้น​​​หา​​​โครงสร้างโมเลกุลที่​​​ สามารถ​​​นำ​​​มาผลิต​​​เป็น​​​ยารักษา​​​โรคมะ​​​เร็ง​​​ใน​​​เม็ดเลือดขาว ​​  ​​โดย​​​ร่วมมือกับ​​​สมาคม
วิจัยโรคมะ​​​เร็ง​​ ​​และ​​​บริษัท​​ United Devices ​​ซึ่ง​​​เป็น​​​บริษัทนายหน้า​​   ​​ก่อตั้ง​​​โดย​​ David Anderson  หนึ่ง​​​ใน​​​ผู้​​​ก่อตั้ง​​
SETI@home ​​นั่นเอง​​

หลายคนอาจ​​​จะ​​​สังเกต​​​ได้​​​ว่า​​​โครงการ​​​ส่วน​​​ใหญ่​​​จะ​​​เกี่ยว​​​กับ​​​การแพทย์​​ .. ​​ครับ​​  ​​ตลาดทางการแพทย์​​​และ​​​สุขภาพใครๆ​​  ​​
ก็รู้ว่าเม็ดเงินมันเยอะ​​ ​​มี​​​แต่คนกลัวตาย​​​ทั้ง​​​นั้น​​​นี่นะ ​​.. ​​คาด​​​กัน​​​ว่าอีก​​ 5 ​​ปีข้างหน้า บริการสารสนเทศทางด้านชีววิทยา
​​​และ​​​การแพทย์มีมูลค่าหลายพันล้านเหรียญสหรัฐเลยที​​​เดียว


ทุกวันนี้​​เรามี คอมพิวเตอร์​​​ทั้ง​​​แบบตั้งโต๊ะ​​​และ​​​แบบพกพา ​​ด้วย​​​สมรรถนะที่​​​เท่า​​​กับ​​ supercomputer ที่​​​เป็น​​​สุด
ยอดคอมพิวเตอร์​​​ใน​​​สมัยเมื่อ​​ 10 ​​ปีที่​​​แล้ว ​​อีก​​​ทั้ง​​​มี​​​เครือข่ายอินเตอร์​​​เน็ตที่​​​สามารถ​​​ส่งข้อมูลระหว่าง​​​กัน​​​ได้​​​ด้วยอัตรา
​​​เร็ว​​​ที่​​ 155 Mbps (megabits per second) ​​ซึ่ง​​​เป็นหลายร้อย​​​เท่า​​​ของ​​​ความ​​​เร็ว​​​ใน​​​การถ่ายโอนข้อมูลของเครือข่าย
ที่​​​เชื่อมต่อ​​ supercomputer ใน​​​สหรัฐฯ​​ทั้ง​​​หมดเมื่อสมัยปี​​ ​​ค​​.​​ศ​​.1985 ความ​​​จุของฮาร์ดดิสค์ทุกวันนี้​​ใครที่ซื้อเครื่อง​​​
ใหม่ๆ​​ ​​คงได้​​​ความ​​​จุราวๆ​​ 100 GB  ซึ่ง​​​เท่า​​​กับ​​​ความ​​​จุของเครื่อง​​ supercomputer ​​ทั้ง​​​หมดที่มี​​​อยู่​​​รวม​​​กัน​​​ทั่ว​​​โลก​​​
ใน​​​สมัยเมื่อ​​ 10 ​​ปี ​​ที่​​​แล้ว​​​อีกเช่น​​​กัน

สำ​​​หรับเมืองไทย​​ ​​ได้​​​มี​​​ผู้​​​บุกเบิกงานด้านนี้​​​แล้ว​​ ​​โดย​​​ให้​​​ชื่อโครงการว่า​​ ThaiGrid ​​หากใครสนใจ​​ ​​สามารถ​​​เข้า​​​ไปดูข้อ
มูลต่างๆ​​​ ได้​​​ที่​​ www.thaigrid.net

เทคโนโลยี​​ Cluster Computing

เทคโนโลยีคลัสเตอร์คอมพิวติ้ง​​ (Cluster Computing) ​​เป็น​​​การนำ​​​เครื่องคอมพิวเตอร์หลายๆ​​ ​​เครื่องมา​​​เชื่อมรับ​​​กัน​​ ​​
และ​​ ​​มีระบบซอฟต์​​​แวร์​​​ให้​​​เครื่องเหล่านี้ทำ​​​งานร่วม​​​กัน​​​อย่าง​​ ​เป็น​​​เอกภาพ​​ โดย​​​มีจุดประสงค์​​​เพื่อรองปัญหาขนาด​​​ใหญ่
​​​ที่​​​เครื่องคอมพิวเตอร์​​​เพียงเครื่องเดียว​​​ไม่​​​สามารถ​​​รองรับ​​​ได้​​ ​​เทคโนโลยีคลัสเตอร์คอมพิวติ้ง ทำ​​​ให้​​​สามารถ​​​สร้างทรัพ
ยากรการคำ​​​นวณประสิทธิภาพสูง​​โดย​​​ใช้​​​อุปกรณ์ที่มีจำ​​​หน่าย​​​ทั่ว​​​ไปมา​​​แทนที่​​​เครื่องคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูงที่มีราคา
​​​แพง


cluster ป็นการเชื่อมต่อแบบ​​ tightly-coupled ​​ระหว่างคอมพิวเตอร์หลายๆ​​ ​​เครื่อง ​​แล้ว​​​นำ​​​มันมาประมวลผลเพื่อแก้
ปัญหา​​​ใด​​​ปัญหาหนึ่ง​​​โดย​​​เฉพาะ​​ ​​หนึ่ง​​​ใน​​​ผู้​​​บุกเบิก​​ cluster ​​ก็คือ​​ Beowulf ​​ที่ตั้งชื่อ​​​จาก วีรบุรุษ​​​ผู้​​​ปราบอสุรกายกินคน​​​ใน​​​
ตำ​​​นาน
​​ต้นแบบของสร้างขึ้น​​​ใน​​​ปี​​ 1994

คงทราบ​​​กัน​​​ดีว่าซู​​​เปอร์คอมพิวเตอร์ มีการเชื่อม​​ processing element ​​ภาย​​​ใน​​​ที่ ​​ที่ซับซ้อน​​​และ​​​ทำ​​​งาน​​​เร็ว​​​มาก​​ ​​จึง​​​มี
ราคา​​​แพง
และ​​​ใช้​​​เวลา​​​ใน​​​การพัฒนานาน​​ Beowulf ​​ถ้า​​​ดู​​​จาก​​ architecture ​​แล้ว​​ cluster ​​ดู​​​จะ​​​สู้ซู​​​เปอร์คอมพิวเตอร์​​​ไม่​​​
ได้​​​เลย​​ ​​แต่​​​เอา​​​เข้า​​​จริงๆ​​ cluster ​​บางระบบ​​​เร็วขนาดติด​​​อยู่​​​ใน​​ 50 World

Fastest Computers ​​บางระบบมีพลังการประมวลผล​​​ถึง​​ 30 TeraFLOPS ​​แต่ราคาน้อยกว่า​​ 1 ​​ใน​​ 100

ของเครื่องซู​​​เปอร์คอมพิวเตอร์ที่ทำ​​​งาน​​​ได้​​​เทียบ​​​เท่า​​​กัน​​    อ่านมา​​​ถึง​​​ตรงนี้หลายคนเริ่มคิดต่อ​​​จาก​​ cluster ​​อีกว่า​​ ​​ถ้า
อินเทอร์​​​เน็ตมีอัตรารับส่งข้อมูลสูงขึ้น​​ ​​บางที​​ node ​​ของ​​ cluster ​​ก็​​​ไม่​​​จำ​​​เป็น​​​ต้อง​​​กอง​​​อยู่​​​ที่​​​เดียว​​​กัน​​ ​​หรือ​​​แม้​​​แต่​​​ใน​​​ประ
เทศเดียว​​​กัน​​ ..​​เรื่องนี้มีคนคิด​​​กัน​​​มาก่อน​​​แล้ว​​​ล่ะครับ​​ ​​ใน​​​ช่วงทศวรรษ​​ 1980 ซอฟต์​​​แวร์ชื่อ​​ Condor ของ​​ University
of Wisconsin - Madison สามารถ ​​​ดึงพลังการประมวลผลของคอมพิวเตอร์​​​ทั้ง​​​หมด​​​ใน​​​มหาวิทยาลัยมา​​​ ใช้​​​งาน​​​ได้​​​ไม่​​​
ว่าคอมพิวเตอร์​​​จะ​​​ติดตั้ง​​​ใน​​​อาคารไหน​​
ใน​​​ช่วงปลายทศวรรษ​​ 1990 ​​ก็มีการเชื่อมโยงซู​​​เปอร์คอมพิวเตอร์​​​ใน​​​ยุ​​​โรป​​​เข้า​​​
ด้วย​​​กัน ​​
ซึ่ง​​​เป็น​​​ส่วน​​​หนึ่ง​​​ในโครงการ​​ Unicore ผู้ใช้​​​งาน​​​สามารถ​​​นำ​​​ปัญหายากๆ​​ ​​มาประมวลผลบน​​ Unicore ​​โดย​​​ไม่​​​
ต้อง​​​ห่วงเรื่อง​​ OS, Platform, Storages ​​หรือ​​ Policy ​​เลย

ข้อแตกต่างระหว่าง Cluster ​​กับ Grid คือ​​ Cluster
เป็นการเชื่อมต่อเพื่อเพิ่มสมรรถนะของการประมวลผล​​​ด้วย​​​เครื่องคอมพิวเตอร์ที่มี​​​แพลตฟอร์มเดียว​​​กัน​​​อยู่​​​ใน​​​พื้นที่
จำ​​​กัด​​    ส่วน​​ Grid ​​นั้น​​​จะ​​​เชื่อมต่อ​​​ได้​​​ทุกแพลตฟอร์ม​​ ​​ไม่​​​ว่า​​​แต่ละ​​​แพลตฟอร์ม​​​จะ​​​ห่าง​​​ไกล​​​กัน​​​เท่า​​​ไร





SelectionFile type iconFile nameDescriptionSizeRevisionTimeUser
Comments