Word of the Week

วันเกิดอนันต์

posted Sep 25, 2011, 5:21 PM by Chucshwal Sangmhchai   [ updated Sep 25, 2011, 5:23 PM ]


อ่าวคุ้มกระเบน

posted Sep 22, 2011, 12:41 AM by Chucshwal Sangmhchai


ต้อนรับคณะดูงานจากRRU

posted Sep 22, 2011, 12:38 AM by Chucshwal Sangmhchai


กิจกรรมปอบัณฑิต

posted Sep 22, 2011, 12:35 AM by Chucshwal Sangmhchai


น้ำใส (เฉพาะชื่อ)

posted Sep 22, 2011, 12:25 AM by Chucshwal Sangmhchai

พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติพาณิชย์นาวี

posted Sep 20, 2011, 12:30 AM by Chucshwal Sangmhchai   [ updated Sep 22, 2011, 12:54 AM ]

จันทบุรีจัดงานสัมมนา

TABLET in school

posted Sep 6, 2011, 7:03 PM by Chucshwal Sangmhchai   [ updated Sep 6, 2011, 7:12 PM ]

แท็บเล็ต(Tablet)

18/07/2011
by admin

แท็บเล็ต(Tablet)

(ภาพ : http://www.ipadshouse.com/children-want-ipad-for-them-not-for-you)

“แท็บเล็ต – Tablet” ในความหมายแท้จริงแล้วก็คือแผ่นจารึกที่เอาไว้บันทึกข้อความต่างๆโดยการเขียน (อาจจะเป็นกระดาษ, ดิน, ขี้ผื้ง, ไม้) และมีการใช้กันมานานแล้วในอดีต แต่ในปัจจุบันมีการพัฒนาคอมพิวเตอร์ที่ใช้แนวคิดนี้ขึ้นมาแทนที่ซึ่งมีหลายบริษัทได้ให้คำนิยามที่แตกต่างกันไป หลักๆแล้วก็มี 2 ความหมายด้วยกันคือ ”แท็บเล็ต พีซี – Tablet PC (Tablet Personal Computer)” และ “แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ – Tablet Computer” หรือเรียกสั้นๆว่า “แท็บเล็ต – Tablet”

สรุปความหมายของแท็บเล็ตสั้นๆ ก็คือ คอมพิวเตอร์พกพาหรือคอมพิวเตอร์ที่สามารถใช้งานขณะเคลื่อนที่ได้ขนาดกลางที่มีหน้าจอแบบสัมผัสในการใช้งานเป็นหลัก
(ที่มา:http://www.tabletpcthai.com)

การเรียนการสอนต้องทันยุคทันความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี เเท็บเลต มันก็เป็นเหมือนเอาหนังสือสารานุกรม มารวมกับโทรทัศน์  มันอยู่ที่ครู ผู้ปกครอง จะแนะนำ หรือบังคับให้เด็กใช้เป็นประโยชน์  หรือไม่ อย่างไร เเละเท่าที่เคยใช้นะแท็บเล็ตที่เค้าว่าจะแจกน่ะ มันสามารถอ่านไฟล์ PDF ,WORD ,EXECL ได้ด้วยนะ ถ้าเค้าให้เพื่อลดขนาดหนังสือเรียนก็จะดีเพราะลงเป็นไฟล์ขนาดเล็กเด็กไม่ต้องถือหนัก ซึ่งในประเทศอื่นเค้าก็ใช้เป็นอุปกรณ์การเรียน การสอนอยู่แล้วไม่ใช่เรื่องแปลก อาจจะใหม่สำหรับประเทศเรา ในความคิดว่าถ้าเค้าเอาเงินตัวนี้ไปขุดๆกลบๆ ถนนยังเสียประโยชน์มากกว่า แต่สำหรับชั้น ป.1 คิดว่าเร็วไป

( จากไอ้หนุ่มพลังเกาเหลา :http://www.pantip.com/cafe/isolate/topic/M10811667/M10811667.html)

เมื่อก่อนมีกระดาน ชนวน ก็เปลี่ยนมาเป็นสมุด  ถ้าเรามองว่า tablet คืออุปกรณ์การเรียน ควบรวมไปถึง หนังสือตำรา  สิ่งนี้คือประโยชน์    เด็กสามารถอ่านหนังสือ จากเจ้าสิ่งนี้ หลากหลายตำราเรียน

สามารถเขียน และทำการบ้านแม้แต่คัดลายมือ ได้จากเจ้าสิ่งนี้  เด็กสามารถค้นหา สิ่งที่เขาต้องการเรียนรู้ ได้จากโครงข่ายที่เปิดรับ  ส่วนเรื่องกังวล คือ เกมส์ และเว็บไซด์ที่อโคจร นั่น เราสามารถปิดกั้นได้จากเครือข่ายและ  จาก tablet เอง ในส่วนของการดูแลเก็บรักษา ก็ทำเหมือนสมุดหนังสือทั่วๆไป คือ ไม่โยน เพราะเป็นตำราเรียน ให้ห่างไกลน้ำ

( จากคุณเลื่องชื่อระบือนาม :http://www.pantip.com/cafe/isolate/topic/M10811667/M10811667.html)

 

(ภาพ : http://www.ipadshouse.com/children-want-ipad-for-them-not-for-you)

ในขณะเดียวกันเมื่อไม่กี่วันมานี้ที่ประเทศเกาหลีใต้ กระทรวงศึกษาธิการของเขาก็ออกมาประกาศนโยบายนำโรงเรียนเข้าสู่ยุคดิจิตัล อย่างสมบูรณ์แบบภายในปี 2558  ซึ่งเกี่ยวพันอย่างแยกไมออกเหมือนกันกับการที่เด็กจะใช้แท็บเล็ตในการเรียน หนังสือสือแทนการหิ้วตำรับตำราไปโรงเรียน สองโครงการนี้ดูเผินๆ แล้วคล้ายกัน แต่ที่จริงแล้วแตกต่างกันมากเนื่องจากเป็นการนำพานักเรียนเข้าสู่การศึกษา ผ่านโลกดิจิตัลจากสองขั้วที่แตกต่างกันนั่นคือโครงการของบ้านเรานั้นเริ่มต้นจากอุปกรณ์ที่จะนำไปแจกฟรีแก่เด็กนักเรียน ขณะที่ของเกาหลีเริ่มจากการวางระบบพื้นฐานทั้งหมด โดยแท็บเล็ตไปอยู่ตรงท้ายๆ สุดของโครงการ และรัฐบาลเกาหลีไม่ได้แจก เว้นแต่กรณีครอบครัวยากจน

รายละเอียดที่พอมีอยู่บ้างของเกาหลีก็คือ โครงการนี้จะใช้เงินลงทุนกว่า 60,000 ล้านบาท ซึ่งจะใช้สำหรับการแปลงหนังสือเรียน หลักสูตร แบบฝึกหัด หนังสืออ้างอิง หนังสืออ่านประกอบของทุกชั้นเรียนตั้งแต่ประถมไปจนถึงมัธยมปลาย ให้เปลี่ยนไปอยู่ในรูปดิจิตัล ทั้งนี้ยังรวมถึงข้อมูลอื่นๆ ในการอ้างอิงทั้งที่เป็นตัวหนังสือธรรมดาที่เป็น FAQ และที่อยู่ในรูปของมัลติมีเดีย

ลำดับถัดมาคือกการวางระบบคลาวด์ คอมพิวติ้ง ซิสเต็ม ขนาดใหญ่โตมโหฬาร และจัดตั้งเซิร์ฟเวอร์ให้กับทุกโรงเรียน เพื่อให้ทุกโรงเรียนสามารถเข้าถึงวัตถุดิบดิจิตัลทั้งหมดเหล่านั้นในการ เรียนการสอนได้

ตามเป้าหมายภายในปี 2557 โรงเรียนประถมทั้งหมดจะแล้วเสร็จโครงการ “การศึกษาอัจฉริยะ” ส่วนโรงเรียนมัธยมจะเสร็จภายในปี 2558 นั้นคือเป้าหมายสูงสุด ส่วนในระหว่างนั้นจะเป็นแบบผสมผสานทั้งดิจิตัลและหนังสือเรียนที่เป็นกระดาษและถึงแม้จะพูดกันถึงแท็บเล็ต แต่วัตถุดิบการศึกษาดิจิตัลทั้งหลายเหล่านั้นจะเป็นแพลตฟอร์มที่ใช้ได้ หลากหลายกับอุปกรณ์อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ หรือโทรศัพท์มือถือ หากพูดกันในแง่ความพร้อมต้องยอมรับกันว่าเกาหลีใต้เป็นประเทศที่มีความ พร้อมค่อนข้างสูง เนื่องจากเป็นประเทศที่เข้าสู่ยุคดิจิตัลเร็วกว่าใครๆ ในโลก โครงสร้างพื้นฐานทางด้านนี้ก็เอื้ออำนวย แต่ถึงแม้จะทำทั้งหมดไปแล้ว ก็ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่ต้องทำควบคู่กันไปด้วย นั่นก็คือ การปรับเปลี่ยนการเรียนการสอนให้สอดคล้องไปด้วย เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสร้างโรงเรียน ยุคดิตัล

คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตแม้ดูเผินๆ เหมือนจะเป็นสิ่งที่ช่วยเปิดโลกกว้างให้กับเด็กๆ ได้มากมาย เอื้ออำนวยประโยชน์ในการเรียยนรู้ของเด็กๆ  แต่ที่จริงแล้วเคยมีงานวิจัยบางชิ้นซึ่งมีข้อสรุปว่าไม่มีนัยสำคัญที่แตก ต่างกันของผลการเรียนระหว่างเด็กที่ใช้กับเด็กที่ไม่ได้ใช้คำแนะนำจากงานวิจัยนั้น น่าจะเป็นของโออีซีดี คือปฏิรูปหลักสูตรให้รองรับ และพัฒนาครูบาอาจารย์ให้ทำเป็น  อีกอย่างที่ไมควรลืมก็คือเกาหลีใต้นั้นมีโครงการนำร่องหรือไพล็อต โปรเจคต์ในการใช้ตำราเรียนดิจิตัลในโรงเรียนมาก่อนหน้านี้นานหลายปีแล้ว

ไหนๆ ก็มีหมู่บ้านแบบหนองตื่นมากมาย ที่มีเน็ตใช้อยู่แล้ว ทุ่มทุนใส่คอนเทนต์ภาษาไทยเข้าไปก่อน แล้วค่อยมาคิดเรื่องแจกกันทีหลัง  จะดีกว่ามั้ยครับ

(จาก : http://cyborg9.exteen.com/20110708/entry)

คัดลอกจาก  http://fin.in.th/archives/1755

 
 
 

Tablet Plus: ต่อยอดแท็บเล็ตสู่โซเชียลเน็ตเวิคโรงเรียน

posted Sep 5, 2011, 12:42 AM by Chucshwal Sangmhchai   [ updated Sep 5, 2011, 1:38 AM ]

tablet ไม่ได้มีไว้ไช้แทนตำราเรียน อำนวยความสะดวกเท่านั้น แต่ทำให้เด็กเรียนรู้สิ่งที่อยู​่นอกห้องเรียนได้ด้วย tablet จะเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงครูกับนั​กเรียน
โรงเรียนกับนักเรียน คุณครูกับคุณครู สื่อสารประชาสัมพันกิจกรรม นัดหมาย ได้โดยตรงนักเรียนไช้เช็ค เกรด ลงวิชาเรียน โหลดชีสประกอบการเรียน ดูข่าวสารกิจกรรมนักศึกษา ชมรม ได้จาก tablet โรงเรียนสามารถส่งจดหมายถึงผู้ป​กครองได้โดยตรง ลองนึกภาพเด็กเอาหนังสือที่โรงเ​รียนส่งถึงผู้ปกครอง ไปให้คุณพ่อคุณแม่เซ็นลงบน tablet แล้วคลิกส่งกลับซิ จากที่เราต้องไปวิ่งถ่​ายเอกสารก่อนเข้าเรียน เป็นว่าเปิดดูได้เลยจากในห้อง เห็นทีร้านถ่ายเอกสารจบเห่ ประเมินผลการเรียนได้ง่ายและถี่ขึ้น

ต่อไปโรงเรียนจะต้องสร้าง social network ของตัวเองและอาจเชื่อมโยงโรงเรียนอื่นด้ว​ย แทนที่จะไห้เด็กเล่น hi5 fbโรงเรียนก็จะสามารถกำหนดนโยบายการใช้งานได้เอง สามารถสอดส่องดูพฤติกรรมของนักเรียนได้ไกล้ชิด นักเรียนนักศึกษาเองก็สามารถรวมกลุ่มกันทำกิจกรรมสร้างสรรค์ได้ง่ายขึ้น เมื่่อมีหนึ่งคนคิด
หลายคนทำ มารวมกลุ่มกันเช่นเดียวกับการรวมกลุ่มอาสาใน facebook เมื่อนักเรียนนักศึกษาเกิดความคิดทำอะไรต่างๆขึ้นมาและมีคนร่วมจำนวนมาก โรงเรียนเอง
ก็สามารถที่จะตอบรับความต้องการนั้น สนับสนุนกิจกรรมนั้นได้ อีกทั้งครูอาจารย์ก็สามารถให้คำแนะนำได้โดยตรง

ซึ่ง facebook เองนั้นก็เกิดจาก social network ในโรงเรียนมันก็สมควรจะกลับคืนสู่โรงเรียน ประวัติ facebook ผมคงไม่ต้องกล่าวถึงค้นดูได้ทั่วไป  เมื่อโรงเรียนเป็นโรงเรียนอิเล็กทรอนิกส์ (digital school) เนื้อหาวิชา ความรู้ทุกอย่าง ถูกบุรณาการลงไปในโปรแกรมคอมพิวเตอร์และเกมส์แล้ว นั่นเท่ากับว่าเราใช้ tablet สอนนักเรียนแทนคุณครู คุณครูอาจจะมีบทบาทลดลง นักเรียนนักศึกษาต้องเรียนรู้ด้วยตัวเองมากขึ้น คุณครูเพียงทำหน้าที่แนะนำ บุคลากรไอทีจะมีบทบาทมากขึ้นในการบริหารการศึกษา ไม่เพียงแต่ support เท่านั้น

แต่ความสามารถของคุณครูจะไม่เสียเปล่า ความรู้ความเชี่ยวชาญของคุณครูสามารถรวมลงไปในคอมพิวเตอร์ ช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนครูและความทัดเทียมกันในด้านคุณภาพการศึกษา และการสูญเสียทรัพยากรณ์บุคคลที่มีคุณค่ามีความรู้ด้วย  เนื้อหาวิชาเรียนจะสามารถปรับปรุงได้เร็วทันสมัย เพราะเราไม่ได้ใช้หนังสือ เราใช้ e-book และมีการเชื่อมโยงกันของข้อมูล เช่นเดียวกับ google search ,wiki

กล่าวโดยสรุมันคือ social media ที่รวมเอาเชาว์ปัญญาของมนุษย์และความสามารถในการจัดเก็บและประมวลผลของคอมพิวเตอร์ไว้ร่วมกัน แล้วถ่ายทอดความรู้นั้นสู่คนรุ่นหลังได้อย่างเป็นระบบ
 

Tablet Innovative

posted Oct 23, 2009, 12:21 AM by Chucshwal Sangmhchai   [ updated Sep 5, 2011, 1:57 AM ]

Tablet: แทบเลต VS หนังสือพิมพ์ อะไรคือสุดยอดนวัตกรรมในห้องน้ำของคุณ? ที่นี่มีคำตอบ

by Kittipong TechXcite
source: fudzilla
 
 



1-10 of 10