ข้อมูลส่วนตัว

การนำทาง

ช่องทางสนทนา

ประติมากรรม


|| หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 || หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 || หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 ||
 

ประติมากรรม (Sculpture)

           เราทราบมาแล้วว่าสิ่งที่ล้อมรอบตัวเรามีรูปทรงต่างๆ กันและมีลักษณะเป็นสามมิติ ดังนั้นเมื่อใดที่มนุษย์สนใจที่จะเลียนแบบ
รูปทรงสามมิตินั้นโดยใช้วัสดุที่เปลี่ยนแปลงรูปทรงได้เช่น ดินเหนียว ถ่ายทอดรูปทรงนั้นๆเราก็เรียกผลงานว่า ประติมากรรม และผู้ทำงานนี้ก็ถูกเรียกว่า 
ประติมากร 
           คำว่า ประติมากรรม หมายถึง รูปของสิ่งต่างๆ ที่มีลักษณะเป็นสามมิติ อาจเป็นรูปคน สัตว์ สิ่งของ แต่ถ้าเป็นรูปเคารพ
ในศาสนา เช่น พระพุทธรูป พระเจ้า เป็นต้น เรียกว่า ปฏิมากรรม และผู้ทำก็ถูกเรียกว่า ปฏิมากร

วิธีการทำประติมากรรม

ประติมากรรมมีวิธีการทำอยู่ 3 ประการ คือ

1. การเพิ่มวัสดุลงในบริเวณหรือแกนที่สร้างขึ้น โดยให้ได้รูปทรงตามที่ต้องการ ซึ่งได้แก่ การปั้น 
2. การสกัดเอาส่วนที่เห็นว่าไม่ต้องการออก จนเหลือเฉพาะรูปทรงที่เห็นว่าเหมาะสมเท่านั้น ซึ่งได้แก่ การแกะสลัก 
3. การผสมผสานกันทั้งขบวนการที่ 1 และที่ 2 ได้แก่ การเพิ่มเข้าและการแกะสลักออก จนได้รูปทรงของประติมากรรมตามที่ต้องการ

รูปทรงของประติมากรรม

ประติมากรรมมีรูปทรงเป็นลักษณะสามมิติ และในลักษณะสามมิตินั้นยังสามารถแบ่งออกได้ 3 ประเภท

1. ประเภทลอยตัว (Round Relief)
           มีลักษณะตั้งได้ สามารถมองได้รอบด้าน ทั้งด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลังประติมากรรมประเภทลอยตัวนี้ บางทีก็สามารถตั้งได้ด้วยตัวของมันเอง บางชนิดก็ต้องมีฐานรองรับซึ่งผู้สร้างที่ใช้ฐานรองรับจะต้องคำนึงถึงความเหมาะสม
กลมกลืนของฐานด้วย บางทีก็ใช้บริเวณฐานเป็นที่จารึกคุณงามความดีของรูปปั้นนั้น เช่น รูปปั้นคนเหมือน หรือรูปอนุสาวรีย์
เป็นต้น

 

ประติมากรรมลอยตัว

 
2. ประเภทนูนสูง (High Relief)
           มีลักษณะสูงขึ้นมาจากพื้น โดยที่มองเห็นได้ 3 ด้าน ด้านหลังมองไม่เห็น สำหรับความสูงต่ำมักจะมีลักษณะใกล้เคียง
รูปแบบจริง เช่น รูปปั้นประกอบบริเวณฐานของอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เป็นต้น
 
ประติมากรรมนูนสูง
 
แสงหิรัญได้ถ่ายทอดความแกร่งกล้าของเด็กไทยและชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยในอดีต ภาพปั้นสิงห์ ประติมากรรมนูนสูง

 


 

3. ประเภทนูนต่ำ (Bas Relief)
           มีลักษณะคล้ายกับนูนสูง ผิดกันแต่ว่าความสูงต่ำ ได้ย่นย่อลงให้กลมกลืนกับพื้นหลัง เช่น รูปบนเหรียญต่างๆ เป็นต้น

ประติมากรรมนูนต่ำ
รูปปั้น ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ผลงานประติมากรรมนูนต่ำ ของบุญพาต ฆังคะมะโน

 

           ประติมากรรมที่มีลักษณะสูงต่ำทั้ง 3 ประเภท มีความสำคัญและการนำไปใช้เพื่อความเหมาะสมต่างๆ กัน ซึ่งพอประมวลได้
ดังต่อไปนี้

1. เพื่อเป็นการจำลองคนที่เราเคารพนับถือให้มีรูปแบบหลงเหลือเพื่อเตือนให้ระลึกถึง หรือเพื่อเคารพบูชา
2. เพื่อเป็นการบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคมให้เป็นรูปทรงปรากฎเป็นหลักฐานทางด้านประวัติศาสตร์
3. เพื่อเป็นการปลุกเร้าให้ผู้พบเห็นตระหนักในความสำคัญของการอยู่ร่วมกัน ความสามัคคี และความเป็นระเบียบเรียบร้อยของ
สังคม
4. เพื่อเป็นการแสดงเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของสังคมนั้นๆ

ความเป็นมาของประติมากรรม

           ในอดีตรูปแบบประติมากรรมบางทีก็นำไปใช้เป็นสื่อสั่งสอนกัน เช่น รูปประติมากรรม วีนัสแห่งวิลเลนดอร์ฟ ซึ่งจะสอนให้
คนมองเห็นความสำคัญในอภินิหารแห่งความอุดมสมบูรณ์ ความเติบโตเป็นผู้ใหญ่ การขยายเผ่าพันธุ์ หรือประติมากรรมที่เป็น
รูปเคารพของพระเจ้า หรือพระพุทธรูปประติมากรรมเหล่านี้ผู้สร้างพยายามบรรจงตกแต่งให้เกินสภาพความเป็นจริงของมนุษย์
ด้วยเหตุว่าหากสร้างให้เหมือนมนุษย์แล้ว มนุษย์ด้วยกันจะไม่เคารพ แต่ในสมัยกรีกกลับมีความเชื่อว่าการถ่ายทอดรูปแบบ
ประติมากรรม ให้เป็นเทพเจ้าที่เคารพนั้น ควรจะเริ่มจากคนจริง และให้เหมือนจริงมากที่สุด เพราะรูปคนจริงๆ นั้นงดงามกว่ารูป
เทพเจ้าที่คนไม่เคยเห็น ดังนั้นรูปประติมากรรมของกรีก จึงมีลักษณะของคนจริงมากที่สุด อันแสดงสัดส่วน ทรวดทรง กล้ามเนื้อ
อย่างงดงาม
           ประติมากรรมโลหะลอยตัว สตรีในชุดผ้านุ่งที่บางพลิ้ว แสดงเรื่องราวในเทพนิยาย รูปประติมากรรมบางสมัยก็สะท้อน
ความคิดของศิลปินที่มีต่อระบบเศรษฐกิจ กล่าวคือ ในสมัยกอทิกระบบเศรษฐกิจทั้งหลายอยู่ในอำนาจของพระและขุนนางชั้นสูง
ซึ่งผู้อยู่ในตำแหน่งนี้ มักจะอยู่ดีกินดี อ้วนอุ้ยอ้าย ดังนั้น ประติมากรจึงปั้นรูปเคารพมีลักษณะตรงกันข้าม คือ รูปเคารพที่มีลักษณะ
ผอม เพราะมีความเชื่อว่าคนอ้วนมาก คือคนมีบาปมาก และเอาเปรียบผู้อื่นจนมีฐานะดี
           รูปลักษณะประติมากรรมแบบกรีก แสดงถึงความอ่อนช้อย สวยงามด้วยลีลาของเส้นและรูปทรง ในสมัยใหม่ เริ่มตั้งแต่
คริสต์ศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมา ความคิดเกี่ยวกับประติมากรรม นอกจากจะเน้นรูปแบบที่มนุษย์ด้วยกันมองเห็นแล้ว ยังเพิ่ม
ลักษณะพื้นผิวของประติมากรรม รวมทั้งคำนึงถึงฐานของประติมากรรมในลักษณะที่เรียบง่าย บางตอนก็อาจปล่อยรูปทรงของวัสดุนั้น
ไว้เฉยๆ
           วิวัฒนาการของประติมากรรมที่น่าสนใจยิ่งในศิลปะสมัยใหม่ก็คือ การเปิดรูปทรงให้กลวง เพื่อให้เห็นความผสมผสานของ
รูปทรงภายนอกและรูปทรงภายใน ประติมากรที่ริเริ่มในสมัยนี้คือ ศิลปินชาวอังกฤษชื่อ เฮนรี่ มัวร์ มัวร์ได้เจาะรูปปั้นให้กลวงและลดรายละเอียด แสดงรูปแบบ
เรียบง่าย โดยรักษาคุณสมบัติของวัสดุไว้ให้มองเห็นอย่างชัดเจน และเรื่องวัสดุนั้น มัวร์ก็สืบทอดการใช้วัสดุจากไมเคิล แองเจลโล
กล่าวคือ ใช้หินจากภูเขาที่ไมเคิล แองเจลโล เคยนำมาสร้างผลงาน

 
พีเอต้า
พีเอต้ารูปแกะสลักหินอ่อน ฝีมือของไมเคิล แองเจลโล ประติมากรชาวอิตาลี เป็นงานประติมากรรมเหมือนจริงที่แสดงสัดส่วน
กล้ามเนื้อและรอยยับย่นของเสื้อผ้าได้อย่างงดงามราวกับของจริง

 

ปริมาณของประติมากรรม

           ประติมากรรมนั้น หากผู้สร้างต้องการจะเพิ่มจำนวนปริมาณตามความต้องการของสังคม เขาก็มักจะใช้วิธีหล่อโดยสร้างรูปที่ต้องการนั้นให้เป็นแม่พิมพ์ หรือรูปแม่แบบเสียก่อนแล้วจึงทำพิมพ์จากรูปแม่แบบนั้นเพื่อหล่อต่อไป 
การหล่อมีวิธีทำพิมพ์ 2 วิธี คือ

1. การทำพิมพ์ทุบ พิมพ์ทุบเป็นแม่พิมพ์ชั่วคราว เมื่อสร้างขึ้นมาแล้ว สามารถใช้หล่อได้ เพียงรูปเดียวเท่านั้น เพราะเมื่อจะนำ
แม่พิมพ์ออก หลังจากทำการหล่อรูปแล้วนั้น ต้องทำการสกัดแม่พิมพ์ให้แตกออก เหลือเฉพาะส่วนที่เป็นรูปหล่อเท่านั้น แม่พิมพ์ทุบ
นี้ใช้สำหรับการหล่องานปั้นที่ทำด้วยวัสดุอ่อน เช่น ดินเหนียว ดินน้ำมัน ขี้ผึ้ง เท่านั้น 

2. การทำพิมพ์ชิ้น ใช้สำหรับการหล่องานปั้นที่มีลักษณะรูปนูนที่มีแง่มุมโค้งเว้ามาก หรือรูปที่ต้องการหล่อออกมาเหมือนรูปต้นแบบ
หลายๆ รูป การทำพิมพ์ชิ้นไม่นิยมทำจากรูปต้นแบบที่เป็นดินเหนียว ดินน้ำมัน หรือขี้ผึ้ง แต่นิยมทำจากรูปต้นแบบที่มีเนื้อวัสดุแข็ง
ดังนั้น ถ้าจะทำแม่พิมพ์ชิ้น ควรหล่อรูปจากแม่พิมพ์ทุบเสียก่อน เมื่อได้รูปแบบเป็นวัสดุที่ต้องการแล้วจึงแบ่งพิมพ์เป็นชั้น การแบ่ง
พิมพ์ประติมากรจะรู้ว่าส่วนไหนยื่นโปนออกมา ก็จะต้องแบ่งหลายชิ้น หากมีแง่มุมที่ถอดพิมพ์ยากก็จะแบ่งหลายๆ ชิ้น และควรถอด
พิมพ์ตามลำดับก่อนหลัง มิฉะนั้นส่วนยื่นโปนออกมาจะชำรุดได้
           สรุปได้ว่า ประติมากรรมเป็นผลงานรูปทรงที่มนุษย์สร้างขึ้น มีลักษณะ 3 มิติ โดย มีกระบวนการทำ 3 ประการ คือ การเพิ่ม
การสลักออก และการผสมทั้งเพิ่มและสลัก รูปแบบของประติมากรรมที่เกิดจากกระบวนการเหล่านี้มี 3 แบบเช่นกัน คือ
รูปแบบลอยตัว รูปแบบนูนสูง และรูปแบบนูนต่ำ รูปแบบทั้งหลายนี้ศิลปินจะเลือกทำตามความเหมาะสมและประโยชน์ใช้สอยที่ตน
และสังคมต้องการ


ครอบครัวประติมากรรม
ประติมากรรมกึ่งนามธรรมถ่ายทอดชีวิตพ่อแม่ลูก
ผลงานของเฮนรี่ มัวร์
งานประติมากรรมแบบนามธรรม ผลงานของ มอน มัดจิแมน
ประติมากรชาวอินโดนิเซีย ในงานแสดงประติมากรรมอาเซียน

 

Comments