หน้าแรก

                                             










                                                                         
                                                                                                                                      กกลังกา

                                                                                      
                                                                                                                               
                                                                                                                            ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

                 เป็นพืชจำพวกหญ้า มีเหง้าใต้ดิน สั้น และแข็ง ลำต้นเหนือดินรูปสามเหลี่ยมมน ออกเป็นกอ ตั้งตรง สูงประมาณ ๑-๑.๕ ม. ใบเป็นแผ่นบางๆ เป็นกระจุกที่โคน ปลายลำต้นมีใบประดับรูปดาบ สีเขียวสด ยาวประมาณ ๓๐ ซม. เรียงซ้อนเป็นวงประมาณ ๒๐ ใบ ดอกเล็กๆ สีขาวอมเขียว ก้านช่อเรียวยาว สีเขียวอ่อน มีใบประดับมาก


                                                                                                   สรรพคุณทางสมุนไพร

                                      ต้น  รสจืดเย็น ต้มเอาน้ำดื่ม รักษาโรคท่อน้ำดีอักเสบ ขับน้ำดี

                                      ใบ  รสเย็นเบื่อ ตำพอกฆ่าพยาธิบาดแผล ต้มเอาน้ำดื่ม ฆ่าพยาธิ ฆ่าเชื้อโรคภายใน

                                      ดอก   รสฝาดเย็น ต้มเอาน้ำอม แก้แผลเปื่อยพุพองในปาก

                                      เหง้า  รสขม ต้มเอาน้ำดื่ม หรือบดเป็นผง ละลายน้ำร้อนดื่ม บำรุงธาตุ เจริญอาหาร แก้เสมหะเฟื่อง ขับน้ำลาย

ราก  รสขมเอียน ต้มเอาน้ำดื่ม หรือตำกับเหล้า คั้นเอาน้ำดื่ม แก้ช้ำใน ขับโลหิตเน่าเสีย แก้ตกเลือดจากอวัยวะภายใน




                                                         กรดน้ำ



ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

                             เป็นพรรณไม้พุ่ม ลำต้นไร้ขน มีความสูงประมาณ 25-80ซม.ใบเป็นสีเขียวแก่ ใบเล็ก ขอบของใบจะหยักแบบฟันปลายาวประมาณ 1-2 นิ้ว ใบออกตรงข้ามกันเป็นเกลียวรอบกิ่ง กิ่งเล็กเรียว กิ่งแผ่สาขามาก ดอกสีขาว เล็ก กลีบเลี้ยงมีจำนวน 4 กลีบ เกสรตัวเมียมี 1 อัน ต้นหนึ่งจะมีดอกมาก


สรรพคุณทางสมุนไพร

                       ใบ   รสฝาด ขับระดูขาว แก้ไอ แก้หลอดลมอักเสบ บำรุงธาตุ แก้ไข้ แก้ปวดฟัน

                       ต้น   รสฝาด แก้ไอ แก้ไข้ แก้ท้องเสีย แก้ปวดท้อง แก้ลำไส้อักเสบ แก้ผื่นคัน แก้ขัดเบา ลดอาการบวมน้ำ แก้เหงือกบวม แก้ปากเปื่อย

                       ลูก   รสฝาดเมา ขับพยาธิไส้เดือน

                       ราก   รสฝาด ขับปัสสาวะ แก้ไข้ แก้ปวดศีรษะ แก้โรคเบาหวาน แก้ผื่นคัน สมานลำไส้ แก้บิด แก้ท้องร่วง แก้จุกเสียด



                                                                                                                                        กระดังงา

                                                                   
 
                                                                   ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

                  ไม้ต้น สูง 10-20 ม. มีรอยแผลใบขนาดใหญ่กระจายอยู่ทั่วไป กิ่งตั้งฉากกับลำต้นปลายย้อยลู่ลง ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปรีหรือรูปไข่ยาว ปลายแหลม โคนมนหรือเว้าและเบี้ยวเล็กน้อย ขอบเรียบหรือเป็นคลื่น ใบอ่อนมีขนทั้ง 2 ด้าน ใบแก่มักมีขนมากตามเส้นแขนงใบและเส้นกลางใบ ช่อดอกสั้น ออกห้อยรวมกันบนกิ่งเหนือรอยแผลใบ ช่อหนึ่งๆ มี 3-6 ดอก ดอกใหญ่ กลีบเลี้ยง 3 กลีบ รูปสามเหลี่ยม มีขน กลีบดอกเรียงสลับกัน 2 ชั้น ชั้นละ 3 กลีบ แต่ละกลีบรูปขอบขนานปลายแหลม มีขน ขอบเรียบหรือเป็นคลื่นเล็กน้อย กลีบชั้นในแคบกว่าชั้นนอกเล็กน้อย โคนกลีบด้านในสีม่วงอมน้ำตาล ดอกอ่อนกลีบสีเขียว เมื่อแก่เปลี่ยนเป็นสีเหลือง กลิ่นหอม ผลเป็นผลกลุ่ม อยู่บนแกนตุ้มกลม 4-15 ผล แต่ละผลรูปไข่ ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่สีเขียวคล้ำจนเกือบดำ มี 2-12 เมล็ด เมล็ดสีน้ำตาลอ่อน รูปไข่แบน


                                                                                                      สรรพคุณทางสมุนไพร

ดอกแก่จัด    ใช้เป็นยาหอมบำรุงหัวใจ บำรุงโลหิต บำรุงธาตุ แก้ลมวิงเวียน ชูกำลังทำให้ชุ่มชื่น ให้น้ำมันหอมระเหย ใช้แต่งกลิ่นเครื่องสำอาง น้ำอบ ทำน้ำหอม ใช้ปรุงยาหอม บำรุงหัวใจ



                                                                                                              กระดาด


ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

          ไม้ล้มลุก มีเหง้าทอดไปตามพื้นดิน ลำต้นตั้งตรง สูงได้ถึง 2 ม. ใบเดี่ยว รูปไข่แกมรูปหัวใจ ช่อดอกเป็นแท่งยาวปลายแหลม ลักษณะคล้ายดอกบอน ก้านช่อดอกเล็ก ดอกมีกาบสีเหลืองอมเขียวหุ้ม ช่อดอกประกอบด้วยดอกเพศเมียอยู่บริเวณโคนช่อ ส่วนบนเป็นดอกเพศผู้ มีจำนวนมากกว่าดอกเพศเมีย ผลกลม สุกสีแดง เนื้อนุ่ม มีเมล็ดแข็ง 1 เมล็ด

สรรพคุณทางสมุนไพร

          เหง้าใช้เป็นยาระบาย ขับปัสสาวะ เป็นยาถ่ายชนิดอุจจาระเป็นพรรดึก ใช้ใส่แกง เหง้าต้มสุกกินได้ ไหลใช้กินเพื่อขับพยาธิ ต้นต้มแล้วกินเป็นยาระบายอ่อนๆ ใบใช้เป็นยาฝาดสมานห้ามเลือด ยาต้มจากใบใช้แก้ท้องผูกชนิดพรรดึก นอกจากใช้ประโยชน์ทางยาแล้วยังนิยมปลูกเป็นไม้ประดับอีกด้วย



 กระดูกไก่ดำ  

                                                                                                 
                                                                                                ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

                   เป็นพรรณไม้พุ่มเล็ก มีลำต้นสูงประมาณ 90-100 ซม. ใบเป็นรูปหอกโคนและปลายแหลม ริมขอบใบเรียบไม่มีหยักเส้นกลางใบสีแดง ก้านใบสั้น ดอกเป็นช่อบริเวณปลายดอก ช่อยาวประมาณ 2-3 นิ้ว ลักษณะของดอกกลีบดอกมีสีขาวอมเขียว แกมชมพู โคนกลีบดอกติดกันส่วนปลายกลีบแยกเป็นกลีบล่างบน ลักษณะกลีบล่างโค้งงอนเหมือนช้อนข้างในหลอดดอกมีเกสรตัวผู้ 2 อัน ซึ่งจะโผล่พ้นหลอดออกมา ผลของกระดูกไก่ดำมีลักษณะเป็นฝัก ยาวประมาณ 1.3-1.5 ซม.
                                                                                                                            
                                                                                                    สรรพคุณทางสมุนไพร

                    ใบ นำใบสดกระดูกไก่ดำมาตำและเอาน้ำมาดื่ม แก้ปวดศีรษะ โรคหืด ไอ อัมพาต นำมาตำคั้นน้ำมาผสมกับเหล้ากิน แก้ไอ อาเจียนเป็นเลือด ช้ำใน ขับปัสสาวะบวมตามข้อ กากของใบนำมาพอกแผลที่พิษอสรพิษขบกัด ใบนำมาต้มและดื่ม แก้ช้ำแก้ไข้ ลดความร้อน ขับเลือดข้นในร่างกายให้กระจาย
รากและใบ ตำรากและใบของกระดูกไก่ดำผสมกันแล้วนำมาพอกแผล ถอนพิษ นำมาต้มใช้อาบน้ำแก้โรคผิวหนัง ผื่นคัน




                                                                                           
                                                        กระสัง



ลักษณะพฤกษศาสตร์

           เป็นพืชล้มลุกอวบน้ำ สูงประมาณ 20 - 60 ซม. ลำต้นขาวใส ตั้งตรง แตกกิ่งมาก กิ่งที่โค้งลงแนบติดกับพื้นดินสามารถเกิดรากที่บริเวณข้อได้ การเกาะติดของใบบนกิ่วแบบสลับ ใบเดี่ยวรูปไข่ถึงสามเหลี่ยม ขนาดโดยประมาณ กว้าง 1 - 3 ซม. ยาว1 - 4 ซม. ผิวใบด้านบนเป็นมัน ด้านล่างขุ่นและสีอ่อนกว่า  ดอกออกเป็นช่อที่ซอกและปลายกิ่ง ดอกย่อยขนาดเล็กมาก ไม่มีกลีบเลี้ยงและกลีบดอก  ผลสดรูปทรงกลม  เมล็ดสีดำทรงกลมขนาดเล็ก


สรรพคุณทางสมุนไพร

                หมอยาพื้นบ้านมักจะใช้ผักกระสังตำพอกฝี หรือคั้นเอาน้ำทาแผลฝีที่มีหนอง ผักกระสังมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อ ใบยังนำมารักษาโรคลักปิดลักเปิด แก้ไข้ แก้อักเสบ จากสรรพคุณตรงนี้ทำให้ชาวบ้านกินผักกระสัง เพื่อรักษาอาการปวดข้อ ข้ออักเสบ และยังเชื่อว่าการใช้น้ำต้มผักกระสังล้างหน้าจะทำให้ผิวสวย



กันเกรา




ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

           กันเกรา  เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ผลัดใบในช่วงระยะเวลาอันสั้น สูง 10-25 เมตร ลำต้นเปลา ตรง แตกกิ่งต่ำ เปลือกนอกหยาบ สีน้ำตาลเข้ม แตกเป็นร่องลึก ไม่เป็นระเบียบ เปลือกในสีเหลืองอ่อน ใบเป็นชนิดใบเดี่ยว ทรงใบรูปรี ๆ แกมรูปหอก กว้าง 2.5 - 3.5ซม. ยาว 8- 11ซม. โคนใบสอบแคบ ปลายใบเรียวแหลมหรือเป็นติ่งยาว เนื้อใบค่อนข้างหนาเป็นแผ่นหนัง เกลี้ยง เส้นแขนงใบเห็นไม่ค่อยชัด พอสังเกตเห็นได้มี 8-10 คู่ ดอกเมื่อบานใหม่ ๆ มีสีขาวแล้วจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีเหลืองอ่อนจนถึงเหลืองแก่ เมื่อดอกใกล้จะโรย กลิ่นหอม ออกรวมกันเป็นช่อบานกระจายตามง่ามใบและปลายกิ่ง ดอกเป็นรูปแจกันทรงสูง

 

สรรพคุณทางสมุนไพร

           แก่น มีรสเฝื่อนฝาดขม ใช้เข้ายาบำรุงธาตุ แก้ไข้จับสั่น แก้หืด ไอ ริดสีดวง ท้องมาร แน่นหน้าอก ลงท้องเป็นมูกเลือด แก้พิษฝีดาษ บำรุงม้าม แก้เลือดแก้ลมต่าง ๆ และเป็นยาอายุวัฒนะ  เปลือก ใช้เข้ายาบำรุงโลหิต แก้ผิวหนังพุพอง ปวดแสบปวดร้อน



กุยช่าย



ลักษณะทางพฤกษศาสตร์         

           ไม้ล้มลุก ลำต้นเป็นใบเกล็ดรูปทรงกระบอก เรียวยาว สูง 20 – 30 ซม. ใบเดี่ยว รูปเส้นยาว ดอกช่อ ออกที่ซอกใบ ก้านดอกยาว 30 -45 ซม. กลีบรวมสีขาว ใบประดับเป็นเยื่อบางๆ ผลแห้ง แตกได้ มี3 พู

 

สรรพคุณทางสมุนไพร

เมล็ด ขับพยาธิเส้นด้ายหรือพยาธิแส้ม้า ขับประจำเดือนที่เป็นลิ่มเป็นก้อนได้ดี

ต้นและใบ ตำให้ละเอียดผสมเหล้าและสารส้มเล็กน้อยกรองเอาน้ำดื่ม ครั้งละ 1ถ้วยชา แก้โรคนิ่ว หนองในเมล็ดคั่วไฟให้เกรียมดำ บดให้ละเอียด ผสมน้ำมันยาง ชุบสำลีอุดในรูฟันที่ผุ หรือนำมาเผาไฟลมควันฆ่าแมลงที่เข้าไปในรูหู



กุ่มบก



ลักษณะทางพฤกษศาสตร์       

           ไม้พุ่ม สูง 2เมตร ถึงไม้ยืนต้นสูง 25 เมตร ใบประกอบแบบนิ้วมือ ใบย่อย 3 ใบ รูปวงรีหรือรูปไข่ กว้าง 2 – 6 ซม. ยาว 2 -10 ซม. ดอกช่อออกที่ปลายกิ่ง กลีบดอกสีขาว เมื่อแรกบานแล้ว เปลี่ยนเป็นสีเหลือง ผลสด รูปทรงกลม เมื่อสุกสีน้ำตาลแด


สรรพคุณทางสมุนไพร

         ใบ               ต้มน้ำดื่ม บำรุงหัวใจและขับลม ใบสด ตำทารักษาโรคผิวหนัง กลากเกลื้อน

                                                               ราก                บำรุงธาตุ

                                                               เปลือกต้น      ผสมกับเปลือกกุ่มน้ำเปลือกทองหลางใบมน ต้มน้ำดื่ม เป็นยาขับลม

                                                                แก่น             รักษาริดสีดวงทวาร และอาการผอมเหลือง     


 

ขยุ้มตีนหมา



ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

                 พืชล้มลุก ลำต้นทอดเลื้อยไปตามพื้นดินหรือเลื้อยขึ้นคลุมต้นไม้อื่น ตามลำต้นมีขนแข็งขึ้นปกคลุม ใบเป็นใบเดี่ยว ใบกว้างแต่ขอบใบเป็นจักรเว้าลึก แบ่งเป็นใบออกเป็น 7 – 9 แฉก แต่ละแฉกเว้าลึกถึงโคนใบ ปลายใบแต่ละแฉกแหลม ผิวใบมีขนนุ่มปกคลุมอยู่ทั้งสองด้าน ดอกออกเป็นช่อตามซอกใบ ช่อละ 2 – 3 กลีบ กลีบดอกส่วนโคนหลวมรวมกันปลายกลีบแผ่บานออกเป็นรูปแตรสีขาว ผลรูปไข่แห้งแล้วมีสีน้ำตาล พบในทุ่งนา ตามที่รกร้างและตามชายฝั่งทะเลที่เป็นดินทราย ขยายพันธ์โดยใช้เมล็ด


สรรพคุณทางสมุนไพร

ต้น   ใช้ทำเป็นยาระงับพิษสุนัขบ้า หรือตำให้ละเอียดกับเนย ใช้ปิดหัวฝีไม่ให้แพร่กระจาย

                                                         ราก   ใช้เป็นยารักษาโรคไอเป็นโลหิต

                                                         เมล็ด  ใช้รักษาโรคท้องมาน



คราด


ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

           พืชล้มลุกมีอายุ 1 ปี ลำต้นตั้งตรงและแตกกิ่งก้านขนาดสูงประมาณ 1 ฟุต ใบเดี่ยวออกเป็นคู่ ก้านใบยาว ชอบใบฉีกเป็นฟันเลื่อย ดอกเดี่ยว มีก้านดอกเรียวยาว ดอกวงในเป็นดอกสมบูรณ์เพศ กลีบดอกเป็นรูปท่อสีเหลือง นิยมใช้ดอกใหญ่สีเหลืองทำยา


สรรพคุณทางสมุนไพร

ทั้งต้น  แก้โรคบิด เลือดออกตามไรฟัน ชงดื่มเป็นยาขับปัสสาวะ ระงับอาการไอ หอบไอกรน  ปอดบวมใช้เบื่อปลา

                                       ใบ   แก้ปวดศีรษะ

                                       เมล็ด  เคี้ยวแก้ปากแห้ง



คูน   

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

            ไม้ต้นขนาดกลาง ลำต้นสีน้ำตาลแกมเทาเกลี้ยงๆ ชอบขึ้นตามป่าผลัดใบ หรือในที่ดินที่มีการถ่ายเทน้ำได้ดี ใบ เป็นใบช่อสีเขียวเป็นมัน ช่อหนึ่งๆ ยาวประมาณ 2.5 ซม. มีใบย่อยรูปป้อมๆ หรือรูปไข่ 3-6 คู่ ใบย่อยกว้างๆ 5-7 ซม. ยาว 9-15 ซม. โคนใบมน และค่อยๆ สอบไปทางปลายใบ เนื้อใบเกลี้ยงค่อนข้างบาง เส้นแขนงใบถี่ และโค้งไปตามรูปใบดอก ออกเป็นช่อ ยาว 20-45 ซม. กลีบรองกลีบดอกรูปขอบขนานยาวประมาณ 1 ซม. มี 5 กลีบมักหลุดร่วงง่าย กลีบดอกยาวกว่ากลีบรองกลีบดอกประมาณ 2-3 เท่า และมีกลีบรูปไข่กลับ 5กลีบ ตามพื้นกลีบจะเห็นเส้นกลีบชัดเจนเกสรผู้มีขนาดแตกต่างกันจำนวน 10 อัน ก้านอับเรณูโค้งงอขึ้น ผล เป็นฝักรูปทรงกระบอกเกลี้ยงๆ อาจยาวถึง 50 ซม. โตวัดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2.0-2.5 ซม. ฝัก อ่อนสีเขียวและออกสีดำเมื่อแก่จัด ในฝักจะมีผนังเยื่อบางๆ กั้นเป็นช่องๆ ตามขวางของฝัก และตามช่องเหล่านี้จะมีเมล็ดแบนๆ สีน้ำตาลอยู่

 

สรรพคุณทางสมุนไพร

                                                                   ใบ     ขับพยาธิ

                                                                    ดอก    แก้บาดแผลเรื้อรัง

                                                                    เปลือก    บำรุงโลหิต

                                                                    กระพี้    แก้โรครำมะนาด

                                                                     แก่น  ขับไส้เดือนในท้อง

                                                                     ราก   แก้ไข้ แก้โรคคุดทะราด

                                                                      เมล็ด   รักษาโรคบิด

ฝักแก่   รสหวานเอียนเล็กน้อย เป็นยาระบายถ่ายสะดวกไม่มวนไม่ไซ้ท้อง 



คอนสวรรค์


ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

        ไม้ล้มลุกอายุฤดูเดียว ลำต้นเลื้อยพัน ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปไข่หรือขอบขนาน ขอบใบเว้าลึก ถึงเส้นกลางใบ กว้าง 1 – 6 ซม. ยาว 2-10 ซม. ดอกช่อออกที่ซอกใบ มีดอกย่อย 2 -6 ดอก กลีบดอกสีแดงเข้ม ผลแห้ง แตกได้รูปไข่


สรรพคุณทางสมุนไพร

ยาพื้นบ้านใช้ต้นและใย ยาวประมาณ 1 คืบ ต้มน้ำดื่ม แก้ไอเป็นเลือด



ชะพลู


ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

              ชะพลู เป็นไม้ต้นเล็กๆ เป็นไม้เถาและไม้เลื้อย แต่ละส่วนของพืชมีลักษณะเหมือนกัน ยกเว้นลำต้น ที่อย่างหนึ่งเป็นเถาอีกอย่างหนึ่งเป็นไม้เลื้อย พบมากในทุกจังหวัดของทั่วประเทศ ชะพลูแบบเถามีลำต้นสูงประมาณ 59 ซม.ลำต้นเป็นสีเขียว ใบเป็นรูปหัวใจ คล้ายใบชะพลูใบเล็กจะมีขนาน 2.9-4.4 ซม. กว้าง 1.5-2.5 ซม. ใบชะพลูใหญ่จะมีขนาดกว้าง 18 ซม. ยาว 19 ซม. ก้านใบชะพลูยาว 1.5-6 ซม.


สรรพคุณทางสมุนไพร

    ราก รสเผ็ดร้อนเล็กน้อย สรรพคุณ แก้คูถเสมหะ ขับเสมหะให้ตกทางทวารหนัก

                                                                    ต้น รสเผ็ดร้อนเล็กน้อย สรรพคุณ แก้เสมหะในทรวงอก

                                                                    ผล รสเผ็ดร้อนเล็กน้อย สรรพคุณ แก้เสมหะในลำคอ

                                                                    ใบ รสเผ็ดร้อนเล็กน้อย สรรพคุณ ทำให้เสมหะงวดและแห้งเข้า



ตะไคร้หอม


      ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

          ไม้ล้มลุก อายุหลายปี สูง 0.75-1.2 เมตร แตกเป็นกอ เหง้าใต้ดินมีกลิ่นเฉพาะ ข้อและปล้องสั้นมาก กาบใบของตะไคร้หอมมีสีเขียวปนม่วงแดง ยาวและหนาหุ้มข้อและปล้องไว้แน่น  ใบ เดี่ยวเรียงสลับ กว้าง 1-2 ซม.ยาว 70-100 ซม. แผ่นใบและขอบใบสากและคม  (ตะไคร้หอมใบยาวและนิ่มกว่าตะไคร้ธรรมดาเล็กน้อย ทำให้ปลายห้อยลงปรกดินกว่า)  ดอก ช่อ สีน้ำตาลแดง แทงออกจากกลางต้น ออกดอกยาก ผลเป็นผลแห้ง ไม่แตก


                                                                                                                  สรรพคุณทางสมุนไพร

         ใช้ตะไคร้หอม 4-5 ต้น นำมาทั้งต้น ทุบๆ วางทิ้งไว้ในห้องมืดๆ กลิ่นน้ำมันหอมระเหยออกมา ยุง แมลงจะหนีหมด

          ต้น เป็นยาแก้ปากแตกระแหง แก้ริดสีดวงในปาก ขับลมในลำไส้ แก้แน่น ขับโลหิต ขับระดู หรือ ถ้าผู้ที่ท้องทานเข้าไปจะทำให้แท้งได้ แก้แผลในปาก แก้ตานซางในลิ้นและปาก บำรุงไฟธาตุ แก้อาเจียน 



ถั่วพู


ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

        ไม้ล้มลุกเลื้อยพันอายุหลายปี มีรากสะสมอาหาร ลักษณะเป็นหัวใต้ดิน ใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ ใบย่อย 3 ใบ รูปไข่ แกมรูปกระสวย หรือรูปไข่แกมขอบขนาน กว้าง 4 – 10 ซม. ยาว 8-18 ซม. ดอกช่อออกที่ซอกใบ รูปดอกถั่ว กลีบดอกสีม่วงแกมน้ำเงินหรือสีขาว ผลเป็นฝักแบน มีครีบ 4 ครีบตามยาว เมล็ดสีขาว สีน้ำตาลแกมเหลืองหรือดำ


สรรพคุณทางสมุนไพร

       ตำรายาไทยใช้ ใช้หัวใต้ดินซึ่งมีรสขมและขื่นเล็กน้อยและบำรุงกำลังแก้อ่อนเพลียทำให้จิตใจชุ่มชื่น



น้ำนมราชสีห์


ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

              ไม้ล้มลุกมีน้ำยางขาว สูง15 – 20 ซม. ลำต้นมีขนละเอียดสีน้ำตาลอ่อน ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม  รูปขอบขนาน  ผิวใบมีขนทั้งสองด้าน กว้าง 1 – 1.5 ซม. ยาว 2 – 4 ซม. ดอกช่อออกที่ซอกใบ ดอกแยกเพศไม่มีกลีบเลี้ยงและกลีบดอก ใบประดับเป็นรูปถ้วย สีเขียว ผลแห้ง แตกได้ มี 3 พู เมื่อสุกสีเหลือง


สรรพคุณทางสมุนไพร

ทั้งต้น   ต้มน้ำดื่ม  ระงับอาการชัก แก้ไอ แก้หืด หรือผสมน้ำตาลอ้อยต้มน้ำดื่ม รักษาบิดมูกเลือด

ราก   ผสมกับรากทับทิม รากส่องฟ้าดงเละเดือยไก่ป่า ฝนน้ำกินและทาแก้ไข้ทำมะลา(อาการไข้หมดสติและตายโดยไม่ทราบสาเหตุ)



ใบบัวบก(ผักหนอก)


ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

              เป็นพืชเลื้อยไปตามดินที่แฉะๆ จะมีรากออกมาตามข้อของลำต้น ใบมีรูปคล้ายไต ปลายใบกลม ก้านใบยาวขอบใบมีหยักเล็กน้อย ดอกมีสีม่วงแดงเข้มเป็น พืชที่พบอยู่ทั่วๆไปในเขตร้อน


สรรพคุณทางสมุนไพร

ใบ  มีสาร Asaiticoside ทำยาทาแผล

ต้นสด  เป็นยาบำรุงกำลัง บำรุงหัวใจ แก้อ่อนเพลีย เมื่อยล้า รักษาแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก แผลฟกช้ำ ปวดศีรษะข้างเดียว ขับปัสสาวะ แก้เจ็บคอ ห้ามเลือด แก้ช้ำใน

เมล็ด   แก้บิด แก้ไข้ปวดศีรษะ

ส่วนที่ใช้   ทั้งต้นและใบ

วิธีใช้   นำใบและต้นสด มาคั้นเป็นเครื่องดื่มหรือเป็นผักกินกับน้ำพริก



ปอพราน


ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

            ไม้พุ่ม สูงได้ถึง 2 เมตร ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปขอบขนานหรือรูปไข่กลับแกมขอบขนาน       กว้าง 2.5 – 5ซม. ยาว 7 – 20 ซม. ผิวใบมีขนโดยเฉพาะผิวใบด้านล่าง ดอกช่อออกที่ซอกใบ กลีบดอกสีเหลือง มีจุดประสีส้มแกมน้ำตาล ผลแห้ง ไม่แตก รูปไข่มีสัน 5 สัน


สรรพคุณทางสมุนไพร

ยาพื้นบ้านใช้ ผลผสมกับเปลือกต้นตูมกาขาว และเหง้าดองดึง  คลุกข้าวเป็นยาเบื่อสุนัข



ผักปลาบ


ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

             ต้นผักปราบ  เป็นพืชล้มลุก  ใบสีเขียวใบไม้อมเทา ลำต้นสูงเพียง 1 ฟุต โดยประมาณเท่านั้นเอง  ส่วนใบนั้นแยกออกจาก ลำต้น  โคนใบเป็นกาบหุ้มลำต้น สำหรับใบผักปราบมีความยาวไม่เกิน 8 ซม.  ส่วนกว้างราว 5 ซม.  ดอกเล็กๆมีสีม่วง  เป็นกลีบมีความสวยทีเดียว  ผักปราบจะงอกงามขึ้นรวมกันอยู่อย่างหนาแน่นมองดูเขียวขจีการปลูก  : พืชล้มลุกชนิดนี้นับว่าปลูกได้ง่ายมากๆ  ส่วนใหญ่ขึ้นได้ในดินทุกสภาพทีเดียว  ขึ้นอยู่ได้โดยทั่วไป  ส่วนการขยายพันธุ์นั้นต้องเอาหน่อย  หรือต้นของผักปราบแยกออกไปปลูกชำ  ขึ้นได้ไม่ยาก


สรรพคุณทางสมุนไพร

           ต้นผักปราบ  เอามาล้างให้สะอาดปราศจากเศษดินแล้ว  ตากแห้งเก็บเอาไว้ใช้ได้ดี สรรพคุณนั้นแก้อาเจียนได้ชะงัดนัก  เอาต้นผักปราบแห้งหรือสดมาต้มน้ำ   ดื่มเวลาคลื่นไส้อาเจียนจะช่วยได้มาก 


                                                 พิกุล


ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

               ไม้ต้นขนาดกลาง สูงประมาณ 8-15 ม. เรือนยอดแน่นทึบ เปลือกต้นสีน้ำตาลเทา มีรอยแตกระแหงตามแนวยาว ใบ เป็นใบเดี่ยว เกิดเรียงกันแบบสลับ ลักษณะใบมนเป็นรูปไข่ หรือรูปไข่แกมหอก มีขนาดกว้าง 2-5 ซม. ยาว 5-10 ซม. โคนใบสอบมอน ปลายใบเรียวหรือหยักเป็นติ่ง ดอกเกิดเป็นกระจุกตามง่ามใบและตามยอด มีสีขาวปนเหลือง กลีบรองดอกมี 8 กลีบ เรียงเป็น 2 วง ๆ ละ 8 แฉก ดอกบานมีกลิ่นหอม ออกดอกตลอดปี ผลรูปไข่กลมถึงรี ภายในมีเมล็ดเดียว

สรรพคุณทางสมุนไพร

                                                                              ดอกสด   เข้ายาหอม ทำเครื่องสำอาง แก้ท้องเสีย

                                                                              ดอกแห้ง   เป็นยาบำรุงหัวใจ ปวดหัว เจ็บคอ ขับเสมหะ

ผลสุก   รับประทานแก้ปวดศีรษะและแก้โรคในลำคอและปาก

                                                                               เปลือก   ยาอมกลั้วคอ ล้างปาก แก้เหงือกบวม รำมะนาด

                                                                               เมล็ด    ตำแล้วใส่ทวารเด็ก แก้โรคท้องผูก

                                                                               ใบ  ฆ่าพยาธิ

                                                                               แก่นที่ราก  เป็นยาบำรุงหัวใจ บำรุงโลหิต ขับลม

                                                                                กระพี้  แก้เกลื้อน



พุดตาน



ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

           ไม้พุ่ม สูงประมาณ 5 เมตร ต้นและกิ่งมีขนสีเทา ใบ เดี่ยว ออกสลับ รูปไข่โคนรูปหัวใจ ปลายแหลม ขอบใบเว้าลึก มี 3- 5 แฉก ใบมีขนสาก เมื่อดอกแรกแย้มในตอนเช้ามีสีขาว ตอนสายสีดอกจะเข้มขึ้นเป็นสีชมพู ตอนบ่ายก็เป็นสีแดงเข้ม  มีขน กลีบเลี้ยงมี 5 กลีบ มีขน กลีบดอกใหญ่สวยงามมี 5 กลีบ บางครั้งอาจมีกลีบช้อนกัน 2 ชั้นก็ได้ ด้านนอกมีขน มีเกสรตัวผู้มาก ก้านเกสรตัวผู้รวมกันเป็นหลอดหุ้มรอบก้านเกสรตัวเมีย รังไข่มี 5 ห้อง ปลายก้านเกสรตัวเมียมี 5 เส้น ปลายเส้นมีแยกมาเป็นตุ้มกลม ผลแก่แล้วแตกเป็น 5 กลีบ ภายนอกมีขนค่อนข้างยาว เมล็ดมีลักษณะเหมือนรูปไต


สรรพคุณทางสมุนไพร

         ใบ รสฉุน สุขุม แก้พิษ บวมเจ็บ แผลจากไฟหรือน้ำร้อนลวก ตาแดงบวม เจ็บ แผลเกิดจากหกล้มหรือถูกกระทบกระแทก

                                      ดอก รสฉุน สุขุมแก้พิษบวม แผลไฟลวก แก้ไอ อาเจียนเป็นเลือด มีระดูขาว

                                       ราก แก้ฝีบวม ฝีหัวแก่ ไอหอบ มีระดูขาว


 

แพงพวย


ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

                   เป็นไม้ต้นขนาดเล็กสูง 1-3 ฟุต แตกกิ่งก้านสาขามาก ใบเดี่ยวรูปไข่กลับ สีเขียวเส้นใบออกขาว ออกเป็นคู่ตามข้อ ดอกออกตามง่ามใบและยอด เป็นท่อเล็กๆกลมกลีบแผ่แบนเรียบทรงกลม 5 กลีบ มีพันธุ์สีขาวและสีชมพูอมม่วง ฝักกลมยาว ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด


สรรพคุณทางสมุนไพร

                                               ทั้งต้น   รสเอียน ต้มดื่ม แก้โรคเบาหวาน ลดความดันโลหิต

ใบ   รสเอียน แก้โรคเบาหวาน บำรุงหัวใจ แก้มะเร็งในเม็ดเลือดของเด็ก แก้มะเร็งต่างๆ แก้ท้องผูกเรื้อรัง

                                                ราก   รสเอียน แก้บิด ขับระดู ขับพยาธิ ห้ามเลือด รักษามะเร็งในเม็ดเลือดทำให้แท้ง



 

ฟักทอง


ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

            ไม้เลื้อยล้มลุกอายุ ปีเดียวยาว 3 – 10 เมตร ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปไข่กว้างหรือรูปไตแกมรูปโล่ กว้าง 10 – 35 ซม. ยาว 7-35ซม. ขอบใบหยักเว้า เป็น 5-7 แฉก ผิวใบด้านล่างมีขนสีขาว ดอกเดี่ยว ออกที่ซอกใบ แยกเพศอยู่บนต้นเดียวกัน กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นรูประฆังสีเหลืองเข้ม หรือสีเหลืองแกมส้ม ผลสด รูปกลมแป้น เนื้อในสีเหลืองหรือส้ม เมล็ดรูปไข่ สีขาวหม่นหรือเหลืองอ่อน


สรรพคุณทางสมุนไพร

เมล็ดแก่ ขับพยาธิไส้เดือน โดยใช้ 60 กรัม ทุบให้แตก เอาเนื้อในผสมนม หรือน้ำแบ่งกิน 3 ครั้ง ห่างกันทุก 2 ชั่วโมง แล้วกินน้ำมันละหุ่ง หลังจากกินครั้งสุดท้ายแล้วครึ่งชั่วโมง(เมล็ดคั่วแล้วจะไม่มีฤทธิ์)และตำพอกดูดพิษหนามตำ

ราก บำรุงกำลัง บำรุงกำหนัด สารที่มีฤทธิ์ฆ่าพยาธิ คือ cucurbitin การทดลองทางคลินิกพบว่าสารสกัดเมล็ดมีฤทธิ์ฆ่าพยาธิตัวตืดและพยาธิใบไม้ในเลือดได้




 

ฟ้าทะลายโจร

 

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

              พืชล้มลุกขนาดราว 1-2 ฟุต  ลำต้นตั้งตรงแตกกิ่งเล็กๆออกไปข้างๆ ลำต้นเป็นเหลี่ยมใบเรียว ปลายใบแหลมออกเป็นคู่ ตรงกันข้ามดอกเดี่ยวสีขาว ดอกตามก้านเล็กๆและปลายยอดมีกลีบดอก5กลีบ มีโคนติดกันเป็นหลอด ปลายแยกกันกลีบล่าง2กลีบ บน3กลีบสีขาว และเป็นฝักเรียวแหลม    

   

สรรพคุณทางสมุนไพร

         ใบ  แก้พิษงู รักษาไฟไหม้ น้ำร้อนลวกโดยใช้ใบสด ผสมน้ำมันพืชทาบริเวณแผล

ต้น  และใบ ใช้แก้โรคบิด ท้องร่วงไข้มาลาเรีย บำรุงกำลังในอินโดนีเซียใช้แก้พิษงู และแมลงต่อย ผสมกับต้นหญ้าหนวดแมว แก้โรคเบาหวาน บำรุงโลหิต


 


มะก่องข้าว


ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

          ไม้พุ่ม ลำต้นตรง แตกกิ่งก้าน สูง 0.5 -2  เมตร ใบเดี่ยว เรียงสลับ  รูปไข่แกมรูปโล่ รูปไข่กว้างหรือรูปหัวใจ กว้างและยาว 5- 12 ซม. ผิวใบมีขนและละเอียด ดอกเดี่ยว ออกที่ซอกใบ กลีบดอกสีเหลือง ผลแห้ง แตกได้ มีขน แบ่งเป็น 15 -20 ครีบ


สรรพคุณทางสมุนไพร

                                     ต้น บำรุงโลหิต ขับลม ช่วยย่อยและเจริญอาหาร

ราก แก้โรคเกี่ยวกับลม และดีบำรุงธาตุ แก้มุตกิด(อาการปัสสาวะขุ่น เสียวมดลูก) แก้ไอ แก้ไข้ ผอมเหลือง บำรุงกำลัง

                                     ใบหรือทั้งต้น ต้มน้ำดื่มแก้โรคเบาหวาน ขับปัสสาวะ ทางเดินปัสสาวะอักเสบ

                                      ดอก ฟอกล้างลำไส้ให้สะอาด



 

มะระขี้นก


ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

              ลำต้น เป็นไม้ย่านเถาอ่อนเลื้อยเกาะพันไม้อื่น ลักษณะใบ ใบแตกออกจากเถา ขอบใบมีลักษณะเป็นแฉก 6-7 แฉก แต่ละแฉกเป็นหยัก ลักษณะดอก ดอกสีเหลืองขนาดเล็กประมาณ 1 เซนติเมตร ดอกออกจากข้อเถา เมื่อดอกแก่เต็มที่จะเป็นผล ลักษณะผล ผลผิวขรุขระเหมือนมะระบ้าน ลูกกลมรี หัว-ท้ายแหลม ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง1.0-2.5 นิ้ว ยาว ประมาณ 2 นิ้วส่วนที่ใช้เป็นอาหารยอดอ่อน ผลใช้เป็นอาหารประเภทแกงเลียง(ยอด) แกงเผ็ด (ยอด ผล) หรือลวกจิ้มน้ำพริก (ยอด ผล) รสชาติขม


สรรพคุณทางสมุนไพร

                  ใบ ยอด ผล มีสรรพคุณแก้ปากขมเวลาเป็นไข้ โดยทำเป็นแกงเลียง ทั้งต้น บำรุงโลหิต บำรุงน้ำดี แก้ไข้ดีซ่าน แก้โลหิตพิการ เจริญอาหาร แก้ร้อนในกระหายน้ำ(ผู้หญิงที่เป็นโรคหัวใจ ไม่ควรกินยานี้ แสลงโรคหัวใจ)



แมงลักคา


ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

                ไม้ล้มลุกอายุปีเดียว ลำต้นสี่เหลี่ยมตั้งตรง แตกกิ่งก้าน มีขนเหนียวติดมือ มีกลิ่นหอมจัด สูงได้ถึง 1.5 เมตร ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปไข่ ผิวใบมีขนทั้ง 2 ด้าน กว้าง  2-5 ซม. ยาว 2.5 – 6ซม.ดอกช่อออกที่ปลายกิ่งและซอกใบ ช่อละ 4 ดอกย่อย กลีบดอกสีม่วง โคนกลีบสีขาว ผลแห้งไม่แตก รูปวงรี แบน สีดำ


สรรพคุณทางสมุนไพร

ยาพื้นบ้านใช้ กิ่งและใบทุบวางในเล้าไล่ไรไก่



 

ไมยราพ


ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

               ไมยราบ เป็นไม้พุ่มหรือไม้ล้มลุกฤดูเดียว หรือหลายฤดู พบขึ้นได้ทั่วไปในที่รกร้างว่างเปล่า มีลำต้นทอดเลื้อยไปตามพื้นดินได้ยาวถึง 1 ม. มีหนามห่าง ๆ ขึ้นตามลำต้น หนามปลายโค้งเล็กน้อย มีสีดำ ลำต้นมีสีเขียวแกมม่วง หรือสีม่วงแดง ลำต้นอ่อนมีขนใบส่วนก้านใบและใบย่อยจะหุบเมื่อสัมผัสต้องใบประกอบ ก้านใบรวม เรียงตัวแบบสลับ โคนก้านใบมีหูใบ2 อัน รูปรีหรือรูปไข่ปลาย ฐานตัด ขอบมีขน เกิดเป็นคู่แบบตรงข้ามกัน จำนวน 1-2 คู่ ใบย่อยว่องไวต่อ การสัมผัส ใบย่อยรูปขอบขนาน โคนใบปลายใบเป็นติ่งแหลมหรือมน ขอบใบ และผิวท้องใบมีขนปกคลุม ผิวหลังใบเรียบ ใบกว้าง 1-2 มม. ยาว 3-13 มม. ดอกช่อ เกิดที่ซอกใบ ดอกย่อยมี กลีบเลี้ยง 5 กลีบติดกันเป็นรูปถ้วย กลีบดอก 5 กลีบ สีชมพูหรือชมพูแกมม่วง ผลและเมล็ด ผลแห้ง แบนและมีรอยคอดตามจำนวนเมล็ด กว้าง3- 4 มม. ยาว 10-15 มม. มีขนปก คลุมโดยเฉพาะที่สันขอบผล เมล็ดแบนเป็นสันนูนตรงกลาง จำนวนประมาณ 2-5 เมล็ดต่อผล ผลหักตามรอยคอด


สรรคุณทางสมุนไพร

ราก แก้ไอ ขับเสมหะ แก้หลอดลมอักเสบเรื้อรัง แก้ระบบการย่อยอาหารของเด็กไม่ดี บำรุงกระเพาะอาหาร ทำให้ตาสว่าง ระงับประสาท แก้บิด ขับปัสสาวะ รักษาโรคปวดเวลามีประจำเดือน ถ้าไข้ขนาดสูงมากๆจะเกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน แก้ริดสีดวงทวาร รสขมเล็กน้อย ฝาด ปวดข้อ กระเพาะอาหารอักเสบ บำรุงกระเพาะอาหาร ระงับประสาท

ต้น ขับปัสสาวะ แก้ไตพิการ แก้ทางเดินปัสสาวะอักเสบ ขับระดูขาว ขับโลหิต

ใบ แก้เริม งูสวัด โรคพุพอง ไฟลามป่า

ทั้งต้น ขับปัสสาวะแก้ไตพิการ แก้ทางเดินปัสสาวะอักเสบ ขับระดูขาว แก้ไข้ออกหัด แก้นอนไม่หลับ แก้กระเพาะอาหารอักเสบ สงบประสาท แก้ลำไส้อักเสบ แก้เด็กเป็นตานขโมย แก้ผื่นคัน แก้ตาบวมเจ็บ แก้แผลฝี ผื่นคันและออกหัด



ยอ


ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

           พืชขึ้นต้นขนาดเล็กสูงประมาณ 5 เมตร ลำต้นมีสีน้ำตาลเทาเรียบ ใบเดี่ยว ออกเป็นคู่ตามข้อขอบใบเป็นคลื่น ดอกออกเป็นช่อตามง่ามใบ ดอกย่อยขนาดเล็ก มีกลีบดอกสีขาว ผลกลมรีเป็นตุ่มรอบๆ ผลอ่อนสีเขียว เมื่อสุกจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง


สรรคุณทางสมุนไพร

                                                                      ราก  เป็นยาระบาย

                                                                      ต้น  ใช้เป็นส่วนผสมกับสมุนไพรอื่นรักษาวัณโรค

                                                                      ใบ  คั้นน้ำสระผม แก้เหา ทาแก้ปวดข้อ นิ้วมือ นิ้วเท้า

ผล  บำรุงธาตุ ขับลม เจริญอาหาร แก้สะอึก แก้เหงือกอักเสบ แก้อาเจียน



ยูคาลิปตัส 


 ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

                     ลักษณะทั่วไป ไม้ยืนต้นขนาดกลาง-ใหญ่ สูง 24-30 ม. และอาจสูงได้ถึง 50 ม. ไม่ผลัดใบ เป็นพันธุ์ไม้โตเร็ว ถ้าปลูกในประเทศไทยจะมีรูปทรงสูงเพรียว ลำต้นเปลาตรงมีกิ่งก้านน้อยรูปทรง (เรือนยอด) เป็นรูปทรงกรวยสูง (ปลูกในประเทศไทย)ใบเดี่ยวเรียงเขียนสลับ ใบรูปหอกหรือรูปขอบขนานแกมหอกดอกมีขนาดเล็ก ออกตามง่ามใบใกล้ปลายกิ่ง เป็นช่อขนาดเล็กสีขาว ไม่มีกลิ่น ออกดอกเกือบตลอดปี ผลเป็นแบบแห้งแข็งแล้วแตกอ้า มีขนาดเล็ก ภายในมีเมล็ดขนาดเล็กมาก (น้อยกว่า 1 มม.) ผลแก่ เกือบตลอดปี


สรรพคุณทางยาสมุนไพร

ใบ ใบมีน้ำมันยูคาลิปตัส ใช้สูดดมแก้หวัดคัดจมูก ทาถูนวด แก้ปวด บวมช้ำ

                                                                    ราก ใช้รากอ่อนฝนกับน้ำหรือเคี้ยวกินสดๆ แก้ไอ



รัก


ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

                ไม้พุ่มลำต้นตั้งตรง น้ำยางขาว สูง 1- 3เมตร ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปขอบขนาน หรือรูปขอบขนานแกมไข่กลับ กว้าง 4 – 15 ซม. ยาว 8 – 30 ซม. ผิวใบมีนวลสีขาว ดอกช่อ ออกที่ซอกใบ กลีบดอกสีม่วงหรือขาว รยางค์รูปมงกุฎ ผลเป็นฝักคู่ เมล็ดสีน้ำตาลมีขนสีขาว


สรรพคุณทางสมุนไพร

              ตำรายาไทยใช้ยางขาวจากต้น เป็นยาถ่ายอย่างแรง ขับพยาธิ ทาตัวปลาช่อนแล้วย่างไฟให้เด็กกินเป็นยาเบื่อพยาธิไส้เดือน แก้กลากเกลื้อน แก้ปวดฟัน แก้ปวดหู พบว่าในยางสีขาว มีสารกระตุ้นหัวใจจึงควรวิจัยความเป็นพิษก่อนนำมาใช้

ยาพื้นบ้านใช้ เปลือกต้นขับน้ำเหลืองเสีย ทำให้อาเจียน ดอก ช่วยย่อยและเจริญอาหาร แก้ไอ และหืด



สาบแร้งสาบกา


ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

             เป็นพรรณไม้ล้มลุก ที่มีอายุเพียงปีเดียวตาย ลำต้นจะตั้งตรงแตกกิ่งก้านสาขามาก ทั้งต้นจะมีขนปกคลุมอยู่ และเมื่อเด็ดมาขยี้ดมจะมีกลิ่นเฉพาะตัวเลย ลำต้นสูงประมาณ1-2 ฟุตใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามกันเป็นคู่ ๆ แต่ตรงส่วนยอดใบจะเรียงสลับกัน ลักษณะของใบเป็นรูปมนรี ปลายแหลม โคนใบเว้าคล้ายรูปหัวใจ ขอบใบเป็นจักฟันเลื่อย พื้นใบมีสีเขียว และมีขนสั้น ๆ อ่อน ๆ ปกคลุมอยู่ ยาวประมาณ 2-5 นิ้ว ก้านใบมีขนปกคลุมตลอดทั้งก้านออกดอกเป็นช่ออยู่ตรงส่วนยอดของต้น ดอกมีสีม่วงน้ำเงินหรือขาว 

สรรพคุณทางสมุนไพร

ทั้งต้น แก้ไข้ ขับระดู แก้บิด แก้ลม และแก้ช่องทวารหนักหย่อนยาน

ใบ พอกแก้คัน แก้แผลเรื้อรังที่เยื่อเมือก ห้ามเลือด ทาภายนอกแก้ปวดบวม แก้ท้องขึ้นอืดเฟ้อ น้ำต้มกินแก้ไข้ น้ำคั้นใช้หยอดตาแก้ตาเจ็บ เป็นยาทำให้อาเจียน

ราก ใช้ยับยั้งการเจริญเติบโตของก้อนนิ่ว แก้ไข้         



สาบเสือ


ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

               สาบเสือ เป็นไม้ล้มลุก แตกกิ่งก้านสาขามากมายจนดูเป็นทรงพุ่ม ลำต้นและกิ่งก้านปกคลุม ด้วยขนอ่อนนุ่ม ก้านและใบเมื่อขยี้จะมีกลิ่นแรงคล้ายสาบเสือ มีลำต้น สูง 1-2 เมตร ใบเดี่ยวออกจากลำต้น ที่ข้อ แบบตรงกันข้าม รูปรีค่อนข้างเป็นสามเหลี่ยมขอบใบ หยัก ปลายใบแหลม ฐานใบกว้าง เรียวสอบเข้าหากัน สีเขียวอ่อน เส้นใบเห็นชัดเจน 3 เส้น มีขนปกคลุม ผิวใบทั้งสองด้าน ดอกเป็นช่อ สีขาวหรือฟ้าอมม่วง ดอกย่อย 10-35 ดอก ดอกวงนอกบานก่อน กลีบดอก หลอมรวมกันเป็นหลอด ผลขนาดเล็ก รูปร่างเป็น ห้า เหลี่ยมสีน้ำตาลหรือดำ มีหนามแข็งบนเส้นของผล ส่วน ปลายผลมีขนสีขาว ช่วยพยุงให้ผลและเมล็ดปลิวตามลม


สรรพคุณทางสมุนไพร

               ก้านและใบ รสสุขุม ฉุนเล็กน้อย ใช้ฆ่าแมลง ห้ามเลือดแก้แผลที่แมลงบางชนิดกัดแล้วเลือดไหลไม่หยุด ใช้ใบสดตำพอกปากแผล หรือ อาจใช้ใบสดตำกับปูนกินหมากพอกแผลห้ามเลือดได้หรือใช้ใบสดขยี้ปิดปากแผลเลือดออกเล็กน้อยได้ดี



สะระแหน่


ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

              สะระแหน่เป็นพืชล้มลุกที่เลื้อยปกคลุมดิน มีลำต้นขนาดเล็กแตกกิ่งก้านสาขามากมาย ใบเป็นรูปไข่หรือรูปวงรีเห็นเส้นใยชัดเจน ปลายใบแหลม ขอบใบหยักเป็นฟันเลื่อย ก้านใบสั้น ทั้งใบและลำต้นมีกลิ่นหอม


สรรพคุณทางสมุนไพร

              สะระแหน่ มีฤทธิ์เย็นรสเผ็ด น้ำมันสะระแหน่ช่วยขจัดลมร้อน  ถอนพิษไข้ ขับลม ขับเหงื่อ รักษาอาการหวัดลมร้อน ใช้ผสมยาหรือยาอมเพื่อให้เย็นชุ่มคอ  รักษาอาการปวดศีรษะ ปวดฟัน เจ็บคอ เจ็บปาก เจ็บลิ้น โดยดื่มน้ำต้มใบสะระแหน่ 5 กรัม กับน้ำ 1 ถ้วย ผสมเกลือเล็กน้อย  วันละ  2 ครั้ง   แก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อย โดยตำใบสะระแหน่ให้ละเอียด พอกบริเวณที่โดนกัดช่วยห้ามเลือดกำเดาได้ โดยใช้สำลีชุบน้ำที่คั้นจากใบสะระแหน่ หยอดที่รูจมูกรักษาอาการปวดหู โดยนำน้ำคั้นจากใบสะระแหน่หยอดหู จะช่วยบรรเทาอาการปวดได้ดี



หญ้าดอกขาว


ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

                เป็นไม้ล้มลุกจำพวกหญ้า  มีขึ้นกระจายทั่วไปตามที่รกร้างข้างทาง  ข้างบ้านทุกภาคของประเทศไทย  ซึ่งคนส่วนใหญ่จะพบเห็นเป็นประจำ  แต่ไม่ทราบว่าเป็นต้นอะไร  คิดว่าเป็นต้นหญ้าที่หาประโยชน์ไม่ได้ ลำต้นตั้งตรงเป็นสัน  มีขน สูง 1 ฟุต  ใบเป็นใบเดี่ยว  ออกเรียงสลับ  เป็นรูปไข่กลับหรือรูปใบหอกแกมขอบขนาน  คล้ายต้นพริก  มีขนละเอียดทั้ง 2 ด้านดอกออกเป็นช่อแบบแยกแขนงช่อที่ปลายกิ่ง แต่ละช่อประกอบด้วย ดอกย่อยจำนวนมาก  เมื่อดอกบาน กลับดอกจะเป็น สีม่วงสด  กลีบดอก เป็นฝอยๆ  เป็นกระจุกคล้ายดอก  ดาวเรือง  แต่มีขนาดเล็กกว่ามาก เวลาดอกบานพร้อมๆกันจะสวยมากมาก  พอดอกแก่จะกลายเป็นสีขาว  เบาคล้ายปุยนุ่น  มีผลแห้งเล็กๆ มี 4 - 5 อัน ติดอยู่ หลุดร่วงง่าย เมื่อลมพัด จะปลิวกระจายไปทั่ว เมื่อไปตกดินบริเวณไหน จะแพร่ขยายพันธุ์เองตามธรรมชาติ มีรสจืดดอกมีรสขมเล็กน้อยและมีกลิ่นฉุนเล็กน้อยรากมีรสขม

                                                                                                                 

สรรพคุณทางสมุนไพร

               ใช้ทั้งต้นต้มรับประทาน  แก้ปวดท้อง  ท้องขึ้น  ท้องเฟ้อ  ใบสด ตำให้ละเอียด ปิดสมานแผล ทำให้เย็น หรือผสมกับน้ำนมคน กรองเอาแต่น้ำ หยอดตา แก้ตาแดง ตาฝ้า ตาเปียก ตาแฉะ แพทย์จีน ใช้ทั้งต้นตำพอกนม แก้นมคัดนมหลง แก้บวม และดูดหนอง ส่วนภาคเหนือใช้ทั้งต้นและราก ตากแห้งบดเป็นผง รักษาแผลสด แผลเรื้อรัง ผิวหนังพุพอง ห้ามเลือด ตำรายาไทยใช้ทั้งต้น แก้ไข้ แก้ไอ ดีซ่าน ปัสสาวะรดที่นอน ใบสด แก้กลากเกลื้อน เรื้อนกวาง ได้ดีมาก  ยาพื้นบ้านใช้ทั้ง 5 (รวมราก) 1กำมือ ต้มกับน้ำ 4 ถ้วย ดื่มแก้ตกเลือด บำรุงเลือด ลดอาการปวด ลดความดัน



หญ้าต้อมต๊อก


ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

                เป็นพืชตระกูลเดียวกับพริกและมะเขือเทศ ลำต้นอวบน้ำเปลือกเกลี้ยงสีเขียว โคนสีม่วงแดงและสีค่อย ๆ จางลงเป็นสีเขียวใสเป็นเหลี่ยม ยอดเป็นสีเขียวอ่อน ลำต้นสูงประมาณ 25 - 50 เซนติเมตร แตกกิ่งก้านสาขา ใบ เป็นใบเดี่ยวสีเขียวเรียงสลับออกตามข้อ ๆ ละใบ ลักษณะใบคล้ายใบพริก รูปหอกป้าน ปลายแหลมและขอบใบเรียบ ดอกออกระหว่างก้านใบกับลำต้น ดอกเล็กคล้ายดอกพริก แต่กลีบดอกสั้นและแข็งกว่า ดอกตูมทรงรีปลายแหลม เวลาบานเป็นรูปแตร กลีบดอกชั้นในมีสีเหลืองอ่อน กลีบดอกชั้นนอกหรือกลีบเลี้ยงมีสีเขียวอ่อนจำนวน 5 กลีบ ซึ่งจะเจริญเติบโตขยายตัวหุ้มผลภายในไว้หลวม ๆ ทำให้ดูเสมือนว่าผลพอง ผลหญ้าต้อมต๊อกมีกลีบดอกชั้นนอกหุ้มเหมือนโคมจีนสีเขียวอ่อนมีลายสีม่วง ผลกลมใสมีสีเขียวอ่อน และเมื่อสุกกลายเป็นสีเหลือง


สรรพคุณทางสมุนไพร

                แก้โรคเบาหวาน แก้ต่อมทอนซิลอักเสบ ขับปัสสาวะ แก้ไอ แก้เจ็บคอ แก้ไข้ แก้ปวดศีรษะ แก้บิดมีตัว แก้พิษ ขับพยาธิในลำไส้ แก้ฟกช้ำ แก้ปวดหู แก้บวมน้ำ ยาระบาย 


หญ้าใต้ใบ


ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

                 เป็นพืชล้มลุกเกิดตอนฤดูฝน ถึงหน้าแล้งตาย สูง 15-50 เซนติเมตร มีขนหยาบๆ ปกคลุมทั้งต้น ใบออกสลับกัน ลักษณะทรงกลมรีหรือป้อมๆ ปลายใบแหลมสั้น กลางใบกว้างออก ฐานใบเรียวต่อลงมาถึงก้านใบ ขอบใบมีรอยหยักเป็นคลื่น ช่อดอกเกิดที่ยอดหรือซอกใบ ดอกเกิดอยู่ทางด้านบนด้านเดียว บานจากโคนไปปลายช่อดอก ปลายช่อโค้งงอคล้ายงวงช้างชูขึ้น


สรรพคุณทางสมุนไพร

ใบ   รสเย็นเฝื่อน  ตำคั้นเอาน้ำหยอดหู แก้ฝีในหู ปวดหู หยอดตาแก้ตาฟาง อมกลั้วคอ แก้เจ็บคอ แก้กระหายน้ำ ดื่มลดน้ำตาลในเลือด ทาแก้สิว

ดอก,ราก   รสเย็นเฝื่อน ต้มดื่มพอเหมาะ ขับระดู ใช้มากอาจทำให้แท้งได้

ราก   รสเย็นเฝื่อน คั้นเอาน้ำหยอดตา แก้ตาเจ็บ ตามัว

ทั้งต้น   รสเย็นเฝื่อน ต้มดื่ม ดับพิษร้อน แก้ปวดอักเสบ แก้เจ็บคอ ขับนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ  ขับปัสสาวะ  แก้ไข้ แก้ปากเปื่อย  แผลบวม มีหนอง  แก้ตาฟาง  แก้พิษตานซาง



หมากผู้หมากเมีย


ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

                 ไม้พุ่มสูง2-4 เมตร ใบเดี่ยวเรียงสลับออกหนาแน่นที่บริเวณปลายยอด รูปใบหอกหรือรูปดาบ สีเขียวล้วน สีเขียวแถบเหลือง สีเขียวแถบแดง หรือแดงล้วน กว้าง 2-10 ซม. ยาว 20-50 ซม. ดอกช่อ ออกที่ซอกใบใกล้ปลายกิ่ง กลีบรวมสีขาวแกมเหลืองเจือสีม่วงหรือสีม่วงล้วน ผลสด รูปทรงกลม เมื่อสุกสีแดง


สรรพคุณทางสมุนไพร

                  ใบแก้พิษกาฬ(พิษที่เกิดจากการติดเชื้อ ) ต้มหรือแช่น้ำอาบ แก้ไข้หัว(ไข้ร่วมกับผื่นหรือตุ่ม เช่น เหือด หัด อีสุกอีใส) ผสมกับใบหมากใบมะยม แก้อาการคันตามผิวหนัง 




หน้าเว็บย่อย (39): ดูทั้งหมด