- ประเพณีการทำขวัญข้าว


        การทำขวัญข้าวในจังหวัดระยองนั้น จัดทำกันในหมู่ของชาวนาทั่วไป เพื่อขออภัยและเรียกขวัญแม่โพสพ เป็นสิริมงคลดลบันดาลให้มั่งมียิ่งขึ้น ปกติจะทำกันในวันศุกร์เพราะถือว่าเป็นวันขวัญข้าว          


        การ ทำพิธี ต้องทำบายศรี ส่วนมากใช้บายศรีปากชาม มีไข่ต้มปักยอดบายศรีพร้อมเครื่องบูชา คือ ดอกไม้ธูปเทียนเหมือนกับการทำขวัญอื่นๆ ทำขนมต้มขาว ต้มแดงหรือขนมอื่น ๆ ส่วนมากชาวบ้านมักทำกันเอง เช่น แกงบวดมันเผือก แกงบวดฝักทอง มีขันน้ำพระพุทธมนต์ จัดปูเสื่อบนข้าวในยุ้งฉาง วางสิ่งของที่เตรียมไว้เหล่านี้ ธงข้าวตักที่เก็บมาปักไว้ข้างหน้าใกล้ๆ สำรับขนมนั้น ส่วนกระทงเล็กปักธูปนำไปวางไว้ ทั้ง ๔ ทิศ ของยุ้งข้าว หมอขวัญกล่าวชุมนุมเทวดา ทำน้ำมนต์โดยกล่าวทำขวัญเป็นทำนองแหล่ใจความขั้นตอนในการทำนา ตั้งแต่ต้นจนเสร็จเข้ายุ้งฉาง และระลึกถึงคุณของข้าว และแม่โพสพ คำกล่าวคำขวัญจะมี ๓ ตอน เมื่อหมอขวัญกล่าวจบแต่ละตอน ลูกหลานซึ่งคอยเฝ้าอยู่หน้ายุ้งฉางก็โห่รับ ๓ ครั้ง เมื่อเสร็จพิธีแล้วนำน้ำพระพุทธมนต์ประพรมข้าวในยุ้ง รอบ ๆยุ้ง และนำประพรม วัว ควาย ตลอดจนเครื่องมือทำนา       

       ใน วันเจริญพระพุทธมนต์เย็นนั้น ชาวบ้านจะนิยมทำข้าวหลาม ( เผาข้าวหลาม ) เพราะข้าวหลามนั้นเป็นข้าวใหม่ แต่ละบ้านจะเผากันเป็นหาบ เพราะถือว่าทำแจกจ่ายพี่น้องลูกหลานด้วยและก็นำไปทำบุญลานด้วย ทำบุญแต่ละครั้งจะได้ข้าวหลามไปเลี้ยงพระเณรและศิษย์วัดเป็นหาบ ๆ ในวันสวดมนต์เย็นนี้ บางแห่งก็จะมีการเล่นท้องถิ่น เช่น รำโทน หรือรำวง ลิเก ภาพยนต์บ้างก็มีบางแห่งก็มีจุดพลุตะไล ไฟพะเนียง เป็นการ สนุกสนานหลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการทำนามาแล้ว           นอกจากการเผาข้าวหลามแล้ว ยังทำบุญด้วยข้าวเปลือก บางทีก็เรียกว่า รวมกันก่อเจดีย์ข้าวเปลือกนำถวายวัด ทั้งนี้ถือกันว่าเป็นการระลึกถึงและบูชาพระคุณแม่โพสพ           พิธีตอนเช้าชาวบ้านก็จะนำสำรับกับข้าว พร้อมข้าวหลาม ข้าวเปลือกถวายพระเมื่อพระฉันเสร็จ เรียบร้อย ก็มีการรับพรกรวดน้ำ อุทิศส่วนกุศลถึงผู้มีพระคุณ และญาติผู้ล่วงลับไปแล้ว ตลอดทั้งพระคุณแม่โพสพ และสรรพสัตว์ทั้งหลาย เป็นอันเสร็จพิธี                

           การทำบุญกลางทุ่งเพื่อขอฝน    

      ประเพณีจากบรรพบุรุษสืบทอดมา ถือกันว่าถ้าปี ใดฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล พื้นดินไร่นาแห้งแล้ง ประกอบอาชีพทางเกษตรไม่ได้ เพราะเทวดาฟ้าดินไม่บันดาลให้ฝนตก ชาวบ้านเกิดความเดือดร้อน ก็ตกลงกันจะทำบุญเพื่อฝนจะได้ตกให้ทำนาทำสวนได้พืชผักจะได้ผล เมื่อในหมู่บ้านปรึกษาหารือตกลงกันแล้วก็จะพิจารณาสถานที่ที่เห็นว่าเหมาะสม ชาวบ้านไปมาสะดวก และเป็นศูนย์กลางของชุมชน และนิยมชายทุ่ง ชายคลอง และมีที่อาศัยร่มได้บ้าง

          เมื่อเลือกสถานที่ได้เหมาะสมแล้ว จะทำพิธีเล็กน้อยคือ เอาดินเหนียวมาปั้นเป็นรูปปลาช่อน ๒ ตัว แล้วเอาวางไว้ในบ่อน้ำ หรือแอ่งน้ำตื้นที่ขุดขึ้นใกล้ ๆ ที่นั้น ปลูกศาลเพียงตาและมีปักฉัตรด้วย แต่บางแห่งก็ตัดพิธีนี้ออกไป จัดเหมือนทำบุญธรรมดา นิมนต์พระสวดมนต์เย็นต้องมีบทขอฝน อย่างที่ชาวบ้านเรียกว่า คาถาปลาช่อน ขึ้นต้นเป็นภาษาบาลีว่า สุภูโต มหาเถโร มหากาโย ทีฆะวณโณ ” ….. ฯลฯ รุ่งเช้าชาวบ้านนำสำรับกับข้าวมาถวายพระ เมื่อพระฉันเสร็จก็จะให้พร ( ยถาสัพพี ) และจะสวดมนต์ถาคาขอฝนอีก    

      ประเพณีที่เกี่ยวกับการขอฝนอีกอย่างหนึ่งคือ การแห่นางแมว บางทีชาวบ้านก็จัดแห่นางแมวในโอกาสนี้ และข้าวของเผือกมัน ข้าวสาร มะพร้าว ที่ชาวบ้านให้มาก็ถือโอกาสทำบุญทอดผ้าป่าด้วย




ข้อมูลจาก :: http://www.rayong-culture.org/politic.php

Comments