หน้าแรก

บทความเรื่องการทำปุ๋ยหมักชีวภาพ

บทความเรื่องการทำปุ๋ยหมักชีวภาพ

                จากที่ฉันได้ไปสำรวจข้อมูลเกี่ยวกับการทำนาข้าวอินทรีย์  ของกลุ่มเกษตรกรการทำนาข้าวอินทร์  บ้านโนนสะอาด  ตำบลโนนสะอาด  อำเภอคอนสวรรค์  จังหวัดชัยภูมิ  ก็ได้รับความรู้มากมาย   การทำนานี้เริ่มมีมาตั้งแต่บรรพบุรุษจนถึงลูกหลานทำสืบทอดกันมาซึ่งถือว่าทำเป็นประเพณีและวัฒนธรรมจากรุ่นหนึ่งถึงรุ่นหนึ่งซึ่งการทำนาสมัยก่อนนั้นมีลักษณะการทำนาที่ลำบากไร่นาอยู่ในป่าเส้นทางการเดินต้องเดินด้วยเท้า   มีสภาพแปลงนาเป็นนาดอนการทำนาทำตามฤดูกาลและใช้ควายในการไถนาแล้วก็ปักดำเป็นขั้นตอนสภาพของดินปุ๋ยที่ใช้ในการบำรุงต้นข้าวคือปุ๋ยคอกซึ่งสมัยก่อนยังไม่การการใช้ปุ๋ยเคมี   และพันธุ์ข้าวที่ใช้เป็นข้าวเหนียวพันธุ์ข้าวใหญ่เมล็ดใหญ่ซึ่งพันธุ์ข้าวที่ได้เป็นพันธุ์ข้าวที่ได้มาจากการขอจากเพื่อนบ้าน   ได้จากการซื้อพันธุ์ข้าวมาจากที่อื่นหรือคัดเลือกกันเอง  ซึ่ง แต่ละปีจะได้ผลผลิตต่อปีประมาณ  3-4 เกวียน  เพราะสมัยก่อนใช้เกวียนในการนับจำนวนข้าวที่ได้ของแต่ละปีหรือประมาณ  3,000 – 4,000  กิโลกรัม  และชาวบ้านสมัยก่อนจะไม่ค่อยขายข้าวแต่จะเก็บไว้กินถ้าจะขายจริงๆราคาก็จะอยู่ประมาณ ข้าว 1 ถัง  ประมาณ 4 – 5 บาท และจะมีผู้มารับซื้อตามบ้าน  หลัง  ๆ    เริ่มมีการพัฒนานำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ตั้งแต่ พ.ศ.   คือ ใช้เครื่องจักรในการไถนาแทนวัว ควาย  สภาพแปลงนาเกิดการเปลี่ยนแปลงมีการไถแปลงนาเพื่อปรับเปลี่ยนหน้าดินสภาพของที่นาให้ดูดีขึ้นถนนหนทางเกิดการปรับเปลี่ยนไปจากเดิมสะดวกสบายขึ้นกว่าเดิมและก็เริ่มมีการใช้สารเคมีในนาข้าวมีการจัดหาหรือจ้างคนไถนา  ดำนา  หรือไม่ว่าจะเป็นการเก็บเกี่ยวก็ตามและผลผลิตที่ได้ในแต่ละปีนั้นก็จะนำไปขายเหลือข้าวไว้เพียงบางส่วนเฉพาะที่จะเก็บไว้กินและนำเงินที่ได้มาใช้ในชีวิตประจำวัน

 ต่อมาเมื่อปี  พ.ศ. 2543  จนถึงปัจจุบันได้มีแกนนำมาให้ความรู้เกี่ยวกับการทำปุ๋ยอินทรีย์ซึ่งมี ผู้ริเริ่มคือ นายกองทัพ   เดชทิพย์  ท่านเป็นปราชญ์ชาวบ้านคนแรกที่นำความรู้เรื่องการทำนาข้าวอินทรีย์มาเผยแพร่ให้กับชาวบ้านคนที่สนใจ ซึ่งท่านได้ไปอบรมเกี่ยวกับการทำนาข้าวอินทรีย์  การทำปุ๋ยหมักชีวภาพ  การทำน้ำปุ๋ยหมักชีวภาพ   การทำน้ำหมักปราบศัตรูพืชและแมลง  และการเลี้ยงกบ  เลี้ยงปลา  ต่าง  ๆ    และมีสมาชิกอีก 18 คนเป็นแกนนำในการทำปุ๋ยอินทรีย์และชาวบ้านส่วนใหญ่ก็หันมาทำนาข้าวอินทรีย์เยอะพอสมควรเพราะต้องการลดสารเคมีในนาข้าวของตนเองและปรับสภาพหน้าดินด้วยดูแลความปลอดภัยของสภาพแวดล้อมและดูแลชีวิตของตนเองและครอบครัวให้ห่างไกลจากสารเคมี  ซึ่งจะใช้น้ำปุ๋ยหมักในการบำรุงต้นข้าวแทนการใช้ปุ๋ยเคมีซึ่งมีวัสดุอุปกรณ์  ส่วนผสม  และวิธีการทำทำปุ๋ยหมักชีวภาพดังนี้

         การทำปุ๋ยหมักชีวภาพ

วัสดุและอุปกรณ์

                1. ผักตบชวา                         30 กิโลกรัม

                2. มูลสัตว์                              12 รถเข็น

                3. แกลบดำ                            6 รถเข็น

                4. จมูกข้าว                             6 รถเข็น

                5. มูลไก่                                 10 รถเข็น

                6. เกลือ                                  6 กิโลกรัม

                7. รำแป้ง                               7 กิโลกรัม

                8. กากน้ำตาล                        ½ แกลลอน

                9. หัวเชื้อ                               1 แกลลอน

                10. พล.ด                                4 ช้อน

                11. น้ำเปล่า                           400 ลิตร

                12. แกลบสด                         3 รถเข็น

                13. ฟาง                                  6 รถเข็น

                14. กระสอบปุ๋ย                    ไม่จำกัด

      ขั้นตอนการทำปุ๋ยหมัก

วิธีทำ

1. นำผักตบชวามาหันให้ระเอียด จากนั้นนำมูลสัตว์ แกลบดำ จมูกข้าว มูลไก่ เกลือ รำแป้ง ที่เตรียมไว้มาคลุกเค้าให้เข้ากัน

2. นำหัวเชื้อ พล.ด กากน้ำตาล น้ำเปล่า ที่เตรียมไว้มาผสมกัน แล้วใช้บัวรดน้ำตักรดที่ชั้น

3. เกลี่ยกองปุ๋ยหมักบนพื้นให้หนาประมาณ 1 ศอก คลุมด้วยกระสอบป่านหรือกระสอบปุ๋ย หรือคลุมด้วยแกลบสด หรือฟาง เพื่อไม่ให้ถูกแสงแดดประมาณ 5 วัน ตรวจดูความร้อนในวันที่ 2 หรือ 3 ไม่ต้องกลับกองปุ๋ย ถ้าปุ๋ยกองใหญ่มากใช้เวลา 20 วัน

4. บรรจุปุ๋ยหมักชีวภาพที่คลุกเคล้ากันดีแล้ว ในกระสอบปุ๋ย สามารถเก็บไว้นานเป็นปี

ปุ๋ยหมักชีวภาพที่ได้จะประกอบด้วยจุลินทรีย์ สารอินทรีย์ต่าง ๆ ที่มีสารอาหารเหมาะสำหรับพืชนำไปใช้ทันที ปุ๋ยหมักชีวภาพที่ดีจะมีกลิ่นหอม มีใยสีขาวของเชื้อรา ในระหว่างการหมักถ้าไม่เกิดความร้อนแสดงว่ามีข้อผิดพลาด อุณหภูมิในการหมักที่เหมาะสมอยู่ระหว่าง 40-50 องศาเซลเซียส ถ้าให้ความชื้นสูงเกินไป จะเกิดความร้อนนานเกินไป ฉะนั้นความชื้นที่ให้พอดีประมาณ 30%

   วิธีใช้

          1. ใช้ปุ๋ยหมักชีวภาพ อัตรา 2 ตันต่อไร่ โดยหว่านให้ทั่วแปลงขณะเตรียมดินแล้วไถกลบลง              ไป           ในดินทันทีก่อนปักดำข้าว 20 วัน ใส่ปุ๋ย 16-20-0 ในดินเหนียวหรือ 16-16-8 ในดิน             ทราย      อัตรา 30 กิโลกรัมต่อไร่ ก่อนปักดำข้าว 1 วัน แล้วคราดกลบและใส่ปุ๋ยยูเรียอัตรา      10           กิโลกรัมต่อไร่ ที่ระยะกำเนิดช่อดอก  สำหรับนาหว่านนั้นต้องใส่ปุ๋ย 16-20-0 หรือ             16-16-8           อัตรา 30 กิโลกรัมต่อไร่ หลังข้าวงอก 30 วัน และใส่ปุ๋ยยูเรียอัตรา 10       กิโลกรัมต่อไร่ ที่ระยะ         กำเนิดช่อดอก

2. ผสมปุ๋ยหมักชีวภาพกับดินในแปลงปลูกผักทุกชนิดในอัตรา 1 กิโลกรัมต่อ 1 ตารางเมตร

3. พืชผักอายุเกิน 2 เดือน เช่น กะหล่ำปลี ถั่วฝักยาว แตง ฟักทอง ควรใช้ปุ๋ยหมักชีวภาพคลุกกับดินรองก้นหลุมก่อนปลูกกล้าผักประมาณ 2 กำมือ รดน้ำให้ชุ่ม ๆ

4.  ไม้ผลควรรองก้นหลุมด้วยเศษหญ้า ใบไม้แห้ง ฟาง และปุ๋ยหมักชีวภาพ 1 กิโลกรัม สำหรับไม้ผลที่ปลูกแล้วใส่ปุ๋ยหมักชีวภาพ แนวทรงพุ่ม 2 กำมือต่อ 1 ตารางเมตร แล้วคลุมด้วยหญ้าแห้ง ใบไม้แห้ง ฟาง แล้วรดน้ำให้ชุ่ม

5.  ไม้ดอกไม้ประดับ ไม้กระถาง ควรใส่ปุ๋ยหมักชีวภาพ เดือนละ 1 ครั้งต่อ 1 กำมือ ใช้ 1 กิโลกรัม ต่อ 2x3 ตารางเมตร

               ประโยชน์

                1. การใช้ปุ๋ยอินทรีย์ในนาข้าว เช่น ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยพืชสด และวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เพื่อปรับปรุงบำรุงดินให้อุดมสมบูรณ์ และเพิ่มผลผลิตข้าวให้สูงขึ้น

                2. ปุ๋ยหมักชีวภาพใช้เวลาสลายสารอาหารสำหรับพืชเร็วกว่าปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก เมื่อใส่ลงดินที่มีความชื้นพอเหมาะ เชื้อจุลินทรีย์ที่ได้ปุ๋ยหมักชีวภาพจะทำหน้าที่ย่อยสลายอินทรียวัตถุในดินให้เป็นประโยชน์ต่อต้นไม้ จึงไม่จำเป็นต้องให้ในปริมาณมาก ๆ และในดินควรมีอินทรีย์วัตถุพวกปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก หญ้าแห้ง ใบไม้แห้ง ฟาง และมีความชื้นเพียงพอ ต้นพืชจึงจะได้ประโยชน์เต็มที่จากการใส่ปุ๋ยหมักชีวภาพ แต่ถ้าใส่ครั้งละมากเกินไปอาจทำให้ต้นไม้ตายได้ ส่วนจะให้ครั้งละปริมาณเท่าไร บ่อยครั้งเท่าไร เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดนั้น กรุณาประมาณและสังเกตความเหมาะสมด้วย

แรงจูงใจที่ทำนาอินทรีย์

                แรงจูงใจที่ทำให้พ่อหนูแดงปรับเปลี่ยนความคิดจากทำนาธรรมดาที่ใช้ปุ๋ยเคมีช่วยในการบำรุงต้นข้าวคือ อยากลดสารเคมีในร่างกาย  และประหยัดค่าใช้จ่ายจากการซ้อปุ๋ยเนื่องจากปุ๋ยเคมีนั้นมีราคาแพง พ่อหนูแดงก็เลยหันมาทำนาข้าวอินทรีย์โดยใช้ปุ๋ยหมักชีวภาพที่กลุ่มสมาชิกการทำนาข้าวอินทรีย์ของพ่อหนูแดงทำเองซึ่งเสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่าที่ซื้อปุ๋ยเคมีและเนื่องจากนาของพ่อหนูแดงนั้นเป็นนาดอน เป็นดินเหนียวปนดินทราย ดินก็แข็งและเค็ม ปุ๋ยหมักชีวภาพนี้ก็สามารถปรับเปลี่ยนสภาพดินให้ดีกว่าเดิม  เมื่อสภาพดินดีแล้วการทำนาของพ่อหนูแดงก็ทำได้ง่ายสามารถ ขึ้นและประหยัดเวลาในการทำนาเอาเวลาที่เหลือไปทำอย่างอื่นได้มากมาย เช่น การปลูกพืชผักสวนครัว  การเลี้ยงสัตว์  

                การทำนาข้าวอินทรีย์จะมีลักษณะลำต้นแข็ง  ใบตั้งชัน  รากของข้าวจะลงลึกทำให้ต้นข้าวเจริญเติบโตได้ดีมีการแตกกอค่อนข้างรวดเร็วและมีกอใหญ่มีความต้านทานโรคสูง  มีเมล็ดที่ใหญ่   มีกลิ่นหอมได้น้ำหนักดี  และปุ๋ยหมักชีวภาพนี้ก็สามารถนำไปใส่พืชผักสวนครัวได้อีกด้วย โดยไม่ต้องไปหาซื้อปุ๋ยเคมีจากท้องตลาดให้เสียเวลา  พืชผักของเราก็ปลอดสารพิษอีกด้วย   ซึ่งหลังจากการทำนาข้าวอินทรีย์ก็ทำให้พ่อหนูแดงและครอบครัวมี สุขภาพร่างกายแข็งแรงไม่มีโรคประจำตัว และฐานะทางบ้านก็ดีกว่าเดิม