ฎ.วิจัยเศรษฐกิจพอเพียงแบบมีส่วนร่วมกับผู้ประกอบการ

ฏ.การวิจัยเศรษฐกิจพอเพียงแบบมีส่วนร่วมกับผู้ประกอบการ ในครั้งนี้แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ(ตอนนี้)

  • ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ประกอบการ
  • ส่วนที่ 2 การหาข้อมูลด้วยการสอบถามและสังเกตุ
  • ส่วนที่ 3 การประเมิน
  • ส่วนที่ 4 สรุป
 
 
 

เหตุผลที่เลือกมาทำธุรกิจนี้  เพราะเจ้าของร้านอยากได้คนมาช่วยงานอยู่พอดี และสะดวกต่อการเดินทาง

ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ประกอบการ


ชื่อร้าน  ส้มตำสะออน    ตั้งอยู่ที่  ศูนย์อาหารหอใน
ชื่อเจ้าของร้าน  นางกฤษณี อินทะโส    อายุ 50 ปี (แม่แหล่)
ผู้ช่วยเจ้าของร้าน นางไพรินทร์  เทพโยธี อายุ 31 ปี (พี่โจ๊ะ) และ นางช่อวิรุณ อินทะโส อายุ 31(พี่ฝน) (ลูกสาวเจ้าร้านมาช่วยเฉพาะเสาร์-อาทิตย์)

ข้อดี: รายได้ดี วิธีทำไม่ยุ่งยาก ต้นทุนไม่แพงวัสดุหาได้ง่าย เพราะเป็นอาหารที่ทานง่าย ย่อยง่ายช่วยในเรื่องระบบขับถ่าย ส้มตำเป็นอาหารที่มีผู้นิยมทานอย่างมาก หากนำไปประกอบอาชีพ สามารถสร้างรายได้ได้มากอย่างแน่นอน
ข้อเสีย: ต้องระมัดระวังเรื่องความสะอาด เพราะอาจทำให้ผู้ที่บริโภคได้รับอันตรายได้ (เรื่องสารเพิ่มความอร่อย(ผงชูรส)ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพมาก) และคู่แข่งหากจะทำให้อาชีพนี้อยู่รอดได้ต้องมีฝีมือ

ส่วนที่ 2 การหาข้อมูลด้วยการสอบถาม


ประวัติและที่มา  
     เดิมแม่แหล่และพี่โจ๊ะเปิดร้านขายส้มตำที่โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิ์ ต่อมามาประมูลที่ที่โรงอาหารได้จึงได้มาทำที่นี่ เป็นเวลามา 7 ปีแล้ว  ค่าเช่าที่นี่ จ่ายเป็นปี ปีละ 24,400 บาท  ค่าน้ำค่าไฟจ่ายเองทุกเดือน ประมาณเดือนละ       บาท
กิจกรรมของที่นี่คือ มีคณะกรรมการจากส่วนกลาง(คณะอาจารย์และนักศึกษา)มาตรวจสอบคุณภาพอาหารเป็นประจำทุกปี  และมีการจับฉลากย้ายห้องขายทุกปี
     ช่วงเทอมแรกจะเป็นช่วงที่ขายดีที่สุด เพราะเด็กนักศึกษามาพักอยู่มาพักหอในเยอะ ขายได้ประมาณวันละ 6,000-7,000 บาท เกือบเดือนละ 100,000 บาท แต่เทอมสองรายได้ก็ลดลงมาเพราะส่วนใหญ่นักศึกษาจะออกไปอยู่หอนอก

เวลาเปิด-ปิด  07.00-21.00น. โดยประมาณ
ช่วงเวลาที่มีลูกค้ามามากที่สุด  คือช่วงเที่ยงและช่วงเย็น :เที่ยง-บ่ายโมง  18.00-21.00 น.
ลูกค้าที่มาทานส่วนใหญ่  คือผู้หญิง
ส้มตำชนิดที่ขายดีที่สุดคือ  ตำป่าและตำโคราช
ชนิดส้มตำและราคาที่ขาย



แหล่งวัตถุดิบของสด   ซื้อมาจากตลาดวาริน(ซื้อทุกวัน) เช่น มะละกอ มะนาว มะเขือเทศ ถั่วฝักยาว พริก กระเทียม ผักกระเฉด ปลาร้า หน่อไม้ดอง ปูดอง หอยเชอรี่ หอยแมลงภู่ ขนมจีน ผักชีฝรั่ง 
แหล่งวัตถุดิบของแห้ง   ซื้อมาจากห้างโลตัส/บิ๊กซี (ไปซื้อทุกอาทิตย์) เช่น น้ำปลา น้ำตาล ผงชูรส ...
รายจ่ายแต่ละวันประมาณ 1,000-2,000 บาท
รายรับแต่ละวันประมาณ   3,000-4,000 บาท

ครั้งที่1 ไปทำเมื่อ วันเสาร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2554  เวลา 18.00-20.30 น.
 วันนี้ช่วงเช้าได้มาหาสถานที่และติดต่อกับเจ้าของร้าน ช่วงเย็นจึงได้มาทำงานกับพี่ฝน ซึ่งเป็นลูกสาวของแม่แหล่(เจ้าของร้าน) งานที่ได้มาทำวันนี้คือช่วยหยิบของและเฏ้บล้างวัสดุอุปกรณ์ เพราะไปในช่วงเย็นและเป็นวันหยุดจึงมีลูกค้ามาน้อย นอกจากนั้นก็สัมภาษณ์ข้อมูลทั่วไปทั้งบุคคลและตัวร้าน
โดยร้านนี้จะไม่ชิมรสชาตของส้มตำที่ตำทุกครก แต่จะชิมแค่เพียงครกแรกเพื่อให้รู้รสชาตของปลาร้า ว่าเค็มมากน้อยเพียงใด
 

ครั้งที่2 ไปทำเมื่อ วันอาทิตย์ ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2554 เวลา  08.00-10.30 น.
   วันนี้ได้มาช่วงเช้าจึงได้มาช่วยพี่โจ๊ะ(ผู้ช่วย) เตรียมร้าน ทำความสะอาด เช็ดร้านและล้างภาชนะ ล้างวัตถุดิบ ได้ทยอยล้างไปเรื่อยๆ และได้ช่วยสับมะละกอ 1 ถุงใหญ่ พี่โจ๊ะเล่าว่าร้านเราจะสับมะละกอชิ้นใหญ่ๆไม่สับชิ้นเล็กๆ เพราะถ้าเล็กเกินไปเวลาตำมันจะเละ เคื่องเคียงต่างๆที่ซื้อมาจากตลาดจะต้องต้มก่อนอีกรอบทุกครั้ง เช่น หน่อไม้ดอง ปูดอง ปลาร้า หอยเชอรี่ หอยแมลงภู่ เพราะกลัวว่ามันจะไม่สะอาดจะทำให้ลูกค้าท้องเสียได้

 

ครั้งที่3 ไปทำเมื่อ วันอังคารที่ 2 กุมภาพันธุ์ พ.ศ. 2554   เวลา  07.30-10.30 น.
   วันนี้ได้มารอพี่โจ๊ะ พอมาถึงก็ได้ช่วยทำความสะอาด เช็ดหน้าร้าน และเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ขึ้นหน้าร้าน ได้ล้างมะนาว มะเขือเทศ มะเขือ ผักกระเฉด อย่างละ1ถุง ขึ้นชั้น และต้มหน่อไม้ ปูดอง นึ่งข้าวเหนียว หลังจากนั้นก็มาสับมะละกอรู้สึกว่าวันนี้จะสับมะละกอสวยขึ้น ประมาณ 09.00น. แม่แหล่ก็มาถึง จึงได้ไปช่วยยกของที่แม่ซื้อมาจากตลาด ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นอาหารที่นำมาขายทานเคียงกับส้มตำ เช่น แคปหมู ผักกาดดอง หมูยอ ... ผักกระเฉด ผักชีฝรั่ง มะนาว มะเขือเทศ ปลาร้า
   และแม่ได้มาสอบถามข้อมูลของข้าพเจ้าเพิ่มเติม เรื่องการทานอาหารมังสวิรัติ ว่าข้าพเจ้ากินอะไรได้บ้างในร้านนี้ เพราะแม่แหล่ชวนกินข้าวแต่ก็ไม่รู้จะทำอะไรให้กิน

ครั้งที่4 ไปทำเมื่อวันจันทร์ที่ 7 กุมภาพันธุ์ พ.ศ. 2554   เวลา  18.30-21.30

    เย็นวันนี้หลังจากที่เลิกเรียนข้าพเจ้าและเพื่อนอีก 3 คน ก็รีบตรงไปโรงอาหารหอในเพื่อช่วยงานผู้ประกอบการที่ไปขอทำงานทันที  วันนี้เป็นวันจันทร์ลูกค้าเลยมีมากกว่าปกติ แม่แหล่(เจ้าของร้าน) ตำส้มตำขายตลอดเวลา จากการสังเกตุ ข้าพเจ้าสังเกตุได้ว่า ทุก 5-10 นาทีจะมีลูกค้ามาสั่งส้มตำ ชนิดที่คนสั่งบ่อยที่สุด คือ ตำโคราช รองลงมาคือตำป่า ราคาคือ 25 บาท ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นนศ.หญิง โดยจะมารับประทานเป็นกลุ่มมากกว่ามาทานคนเดียว  งานที่ได้ช่วยวันนี้คือ ช่วยหยิบเครื่องปรุงพิเศษต่างๆที่ต้องใส่ในส้มตำ เช่น หอยเชอรี่ หอยแมลงภู่ ผักชีฝรั่ง ผักกระเฉดด ขนมจีน ปูดอง ปูเค็ม มะเขือลาย หมูยอ (สำหรับมะเขือลายนั้นใส่ประมาณ 1-2 ลูกหากเป็นลูกเล็กๆก็ใส่ 3 ลูก หมูยอ 1 ชินใหญ่แบ่งเป็น 2 ซีก ใส่เพียงซีกเดียว โดยตำครกหนึ่งหันเป็นชิ้นเล็กๆใ่ส่ เรียกว่า ตำป่าหมูยอ ราคา 30 บาท ) ปริมาณที่ใส่ก็คืออย่างละหยิบมือโดยให้รวมกันแล้ว ประมาณ1 กำมือ เท่ากันกับเส้นมะละกอ  ประมาณ2ทุ่มกว่า ไ้ด้ไปช่วยพี่ฝนขนถาดอาหารเปล่าที่สนามฟุตบอลกลางม.อุบล โดยอาหารพวกนี้เป็นอาหารที่ทางสโมสรฟุตบอลไทเกอร์ เอฟซีอุบล สั่งมาให้นักฟุตบอลที่มาเก็บตัวที่นี่รับประทาน วันละ3 มื้อ แม่แหล่ได้มาพูดกับข้าพเจ้าว่าถ้ามีเวลาว่างก็อยากให้มาช่วยงานทุกวัน ช่วง 16.00-19.00น. จะยุ่งมาก ข้าพเจ้าเลยบอกไปว่าหากมีเวลาว่างข้าพเจ้าก็จะมาช่วย  ข้าพเจ้าช่วยแม่แหล่จนถึงประมาณ3ทุ่ม จึงเริ่มเก็บร้าน ได้ล้างภาชนะทุกอย่างแต่สิ่งที่เป็นอุปสรรคกับข้าพเจ้าก็คือ ครกปลาร้า กระปุกปลาร้า สิ่งเหล่านี้มันเหม็นมากแต่ข้าพเจ้าก็ต้องทนพยายามล้างมันให้หมด ให้สะอาด ข้าพเจ้าคิดว่าหากคิดจะทำงานแล้วเราต้องไม่เป็นคนเลือกงาน ต้องทำให้ได้ทุกอย่าง ไม่อย่างนั้นเราก็จะไม่เจริญไม่รวยซักที  กลับบ้านไปกลิ่นปลาร้าติดมือเหม็นหึ่ง!!!!!!

คติสำหรับวันนี้คือ ขยัน ขยัน สู้ สู้ อดทน อดทน ความสำเร็จทุกอย่างรอเราอยู่ข้างหน้าแล้ว

การประเมินธุระกิจ
จากการที่ได้เข้าไปศึกษางานในร้านส้มตำสะออนนั้น สรุปข้อมูลสั้นๆโดยประมาณก่อน
 หมวด  จุดแข็ง  จุดอ่อน
 ความพอประมาณ -เป็นอาชีพที่เลี้ยงตนเองและครอบครัวได้
-เป็นอาชีพที่ไม่ต้องลงทุนมาก รายได้ได้ที่ได้กลับมาคุ้มทุน
 ทำงานคนเดียวในช่วงเย็น ต้องเก็บร้านคนเดียวจึงทำให้เหนื่อยมาก
 ความมีเหตุผล
 -มั่นใจคิดว่าอาชีพนี้ก็สร้างรายได้เลี้ยงตนเองได้ ถึงแม้รายได้อาจจะไม่มากเหมือนรับข้าราชการเท่าไหร่แต่ทำแล้วมีความสุขดี
 
 มีภูมิค้มกันที่ดี
 -มีโครงการคิดว่า จะนำเครื่องประดับ กิ๊บช็อปต่างๆจากกรุงเทพมาขายช่วงปิดเทอมแทน
-หารายได้เสริมคือ ระหว่างเดือน ก.พ.-ต.ค 2554 รับจ๊อบทำอาหารให้นักฟุตบอลที่มาเก็บตัวที่ม.อุบล
-มีเงินทุนสำรองมาก ครอบครัวเป็นข้าราชการหมด
 -ช่วงวันหยุดและปิดเทอมขาดรายได้
-มีงานเพิ่มขึ้น แต่ไม่มีคนช่วยจึงทำให้เหนื่อยอย่างมาก ทำลายสุขภาพตนเอง
 ความมีมนุษยสัมพันธุ์  -เจ้าของร้านมีมนุษยสัมพันธูที่ดีมาก พูดคุยและเป็นกันเองกับลูกค้าดี  -เพราะเป็นคนที่สนุกสนานเฮฮา  เวลาพูดอะไรทุกคนเลยได้ยินกันหมดทุกคน บางคนก็อาจตกใจกลัวและไม่ชอบได้
คุณธรรม  -นึกถึงความสะอาดของอาหารเพื่อบริการลูกค้าเป็นอันดับแรก ทุกอย่างผ่านการต้มและล้างให้สะอาด
-ไม่มีการแซงคิว ลูกค้าคนไหนมาก่อน/หลังให้มลำดับ
-ขายอาหารในราคาไม่แพง และให้ในปริมาณที่มาก
 -บางครั้งหยิบจับอาหาร/เครื่องปรุง โดยที่มือจับผม เล็บ ฟัน ตา มาก่อนโดยที่ไม่ได้ล้างมือ
     
     





Comments