ประวัติความเป็นมาสงกรานต์

    วันสงกรานต์   
 ก็เวียนมาบรรจบครบรอบอีกครั้งแล้วนะคะ  หลายคนจะเข้าใจวันสงกรานต์แต่เพียงการรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่  และการเล่นน้ำสงกรานต์เท่านั้น  แต่ในความเป็นจริงประเพณีสงกรานต์นี้ยังมีคติข้อคิดและคุณค่าต่าง ๆ สอดแทรกอยู่มากมาย  เป็นประเพณีที่ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนมนุษย์ในสังคมและสะท้อนให้เห็นถึงลักษณะของความเป็นไทยได้อย่างชัดเจน  เช่น  ความกตัญญู  ความโอบอ้อมอารี  ความเอื้ออาทรต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมโดยใช้  น้ำ เป็นสื่อกลางในการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างกันเป็นประเพณีหนึ่งที่เก่าแก่ของไทยที่ได้ยึดถือปฏิบัติมาแต่ครั้งโบราณ  คอลัมภ์อยู่อย่างไทยในฉบับนี้จึงขอนำเสนอคุณค่าของประเพณีสงกรานต์ให้ได้รับทราบกันดังนี้นะคะ

 

    ความเป็นมา

                

                สงกรานต์เป็นประเพณีที่สำคัญและสืบทอดกันมาอย่างยาวนาน โดยสันนิษฐานว่า เป็นประเพณีดั้งเดิมของอินเดีย  ต่อมาได้แพร่ขยายไปยังท้องถิ่นต่าง ๆ ได้แก่  ลาว  เขมร  พม่า  จีน  และไทย  ทั้งนี้ได้มีการปรับเปลี่ยนดัดแปลงให้ต่างไปจากเดิมบ้าง ทั้งการประกอบพิธี  รูปแบบ  และพฤติกรรม  ในประเทศไทย  ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่า ได้มีประเพณีสงกรานต์มาตั้งแต่เมื่อใด แต่ได้ถือเอาวันที่ ๑๓ เมษายนของทุกปี  เป็นวันสงกรานต์  เสถียรโกเศศสันนิษฐานว่า  ไทยเรารับประเพณีขึ้นปีใหม่  ในวันที่ ๑๓ เมษายน มาจากอินเดียฝ่ายเหนือ  ช่วงเวลาดังกล่าวนี้ตรงกับการเปลี่ยนจากฤดูหนาวเป็นฤดูใบไม้ผลิ   หรือที่เรียกว่าฤดูวสันต์ของอินเดีย  จัดเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดของเขา  เพราะเป็นช่วงที่อากาศไม่หนาวจัด  ต้นไม้ผลิใบให้ความสดชื่น  บังเอิญช่วงเวลานี้ตรงกับช่วงเวลาที่คนไทยเราในสมัยโบราณว่างจากการทำนาจึงเป็นการเหมาะสมสำหรับคนไทยที่จะฉลองปีใหม่ในช่วงเวลาดังกล่าวด้วย

        

ทั้งนี้  ตำนานเกี่ยวกับสงกรานต์ยังมีปรากฏในศิลาจารึกที่วัดพระเชตุพน ฯ โดยย่อว่า  เมื่อวันสงกรานต์ตรงกับวันใดในแต่ละปี  ก็จะมีนางสงกรานต์ประจำวันนั้น ๆ นางสงกรานต์มีชื่อดังนี้ 

                

                    ทุงษเทวี  เป็น  นางสงกรานต์ประจำวันอาทิตย์   

                 โคราดเทวี  เป็น  นางสงกรานต์ประจำวันจันทร์ 

                 รากษสเทวี  เป็น  นางสงกรานต์ประจำวันอังคาร 

                 มัณฑาเทวี  เป็น  นางสงกรานต์ประจำวันพุธ

                 กิริณีเทวี  เป็น  นางสงกรานต์ประจำวันพฤหัสบดี  

                 กิมิทาเทวี  เป็น  นางสงกรานต์ประจำวันศุกร์

                 มโหทรเทวี  เป็น  นางสงกรานต์ประจำวันเสาร์     

                

                 นางสงกรานต์เป็นธิดาของท้าวมหาสงกรานต์หรือท้าวมหาพรหม  มีหน้าที่ผลัดเปลี่ยนกันดูแลเศียรของท้าวกบิลพรหมซึ่งประดิษฐานอยู่ในพานแว่นฟ้า  เนื่องจากท้าวกบิลพรหมแพ้พนันการตอบปัญหาแก่ธรรมบาลกุมารจึงต้องตัดเศียรของตนบูชาแก่ธรรมบาลกุมาร  ก่อนจะตัดเศียรท้าวกบิลพรหม ได้เรียกธิดาทั้ง    ซึ่งเป็นนางฟ้า  บนสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกาให้เอาพานมารองรับ  เนื่องจากเศียรของท้าวกบิลพรหมเป็นที่รวมแห่งความร้ายทั้งปวง ถ้าวางไว้บนแผ่นดินไฟจะไหม้โลก  ถ้าโยนขึ้นไปบนอากาศฝนจะแล้ง  ถ้าทิ้งลงในมหาสมุทรน้ำจะแห้ง  ธิดาทั้ง    จึงผลัดเปลี่ยนกันถือพานรองเศียรของ ท้าวกบิลพรหมไว้คนละ ๑  ปี

                

                 เมื่อถึงวันสงกรานต์  คนไทยสมัยก่อนสนใจที่จะรู้ชื่อนางสงกรานต์  พาหนะทรง   เพราะคนไทยส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม  ซึ่งจำเป็นต้องพึ่งพาน้ำฝนจากธรรมชาติ  คำทำนายต่าง ๆ เป็นการเตรียมพร้อม  ในการที่จะต้องเผชิญกับภาวะต่าง ๆ เกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่  ผลิตผลและการทำมาหากินทั่วไป

                

                 วันสงกรานต์เป็นวันขึ้นปีใหม่ตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย จนถึงเมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๓ ทางราชการ จึงได้เปลี่ยนใหม่ โดยกำหนดเอาวันที่ ๑ มกราคม เป็น วันขึ้นปีใหม่ เพื่อให้เข้ากับหลักสากลที่  นานาประเทศนิยมปฏิบัติ  อย่างไรก็ตามแม้จะมีการเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่  ประชาชนก็ยังยึดถือว่า    วันสงกรานต์มีความสำคัญ   สงกรานต์จึงเป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทย

อ้างอิง http://www.meemodel.com/success_stories/show_success_stories.php?newsid=142