สหราชอาณาจักร

สหราชอาณาจักร (อังกฤษ)

 

สหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์เหนือ (อังกฤษ: United Kingdom of Great Britain and Northern Ireland) หรือชื่ออย่างสั้นว่า สหราชอาณาจักร (อังกฤษ: United Kingdom ย่อว่า UK) เป็นประเทศในทวีปยุโรป บางครั้งเรียกโดยทั่วไปว่า บริเตนใหญ่ บริเตน หรือแม้แต่ ประเทศอังกฤษ ดินแดนส่วนใหญ่ของสหราชอาณาจักรจะอยู่บนเกาะบริเตนใหญ่และตอนเหนือของเกาะไอร์แลนด์ ล้อมรอบด้วยมหาสมุทรแอตแลนติกและพื้นน้ำที่เชื่อมต่ออันได้แก่ช่องแคบอังกฤษ ทะเลเหนือ ทะเลเคลติก และทะเลไอร์แลนด์ สหราชอาณาจักรเชื่อมต่อกับแผ่นดินใหญ่ผ่านทางประเทศฝรั่งเศสทางตอนใต้ของช่องแคบอังกฤษ

สหราชอาณาจักรประกอบเป็นสหภาพที่เกิดจากการรวมตัวของดินแดน 4 ส่วน คือ 3 ชาติบนเกาะบริเตนใหญ่ ซึ่งได้แก่ อังกฤษ สกอตแลนด์ และเวลส์ กับไอร์แลนด์เหนือบนเกาะไอร์แลนด์เข้าด้วยกัน นอกจากดินแดนทั้ง 4 แล้ว สหราชอาณาจักรยังมีดินแดนโพ้นทะเลและดินแดนใต้การปกครองอื่น ๆ กระจายอยู่ทั่วโลก สหราชอาณาจักรจึงได้ชื่อว่า ดินแดนพระอาทิตย์ไม่เคยตกดิน สหราชอาณาจักรเป็นส่วนหนึ่งของเครือจักรภพแห่งชาติ ซึ่งมีพระประมุของค์เดียวร่วมกับอีก 15 ประเทศ

สหราชอาณาจักรเป็นสมาชิกรุ่นก่อตั้งของสหประชาชาติและองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ โดยเป็นหนึ่งในสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ นอกจากนี้สหราชอาณาจักรยังเป็นสมาชิกของกลุ่ม G8 และเป็นหนึ่งในประเทศที่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์

เกาะบริเตนใหญ่ หรือบริเตน เป็นชื่อทางภูมิศาสตร์ของเกาะที่ใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะบริเตน (มักรวมเกาะเล็กรอบ ๆ แต่ไม่รวมเกาะไอร์แลนด์) ซึ่งในทางการเมืองเป็นสถานที่ตั้งของ อังกฤษ สกอตแลนด์ และเวลส์ (สหราชอาณาจักรที่ไม่รวมไอร์แลนด์เหนือ)

 

ประวัติศาสตร์

 

ราชอาณาจักรสกอตแลนด์และราชอาณาจักรอังกฤษนั้นได้ก่อตัวขึ้นเป็นรัฐแยกกันตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 15 โดยแต่ละรัฐมีราชวงศ์และระบอบการปกครองของตัวเอง ส่วน ราชรัฐเวลส์ตกมาอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษจากบทกฎหมายรุดดลันในปีพ.ศ. 1827 และรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของราชอาณาจักรอังกฤษในปีพ.ศ. 2078 จากพระราชบัญญัติสหภาพพ.ศ. 2250 ขณะที่ประเทศอังกฤษและสกอตแลนด์นั้นรวมกันอย่างไม่เป็นทางการครั้งแรก จากการที่พระเจ้าเจมส์ที่หกแห่งสก๊อตแลนด์นั้นได้ปกครองอังกฤษ เนื่องจากพระนางอลิซาเบธที่หนึ่งไม่มีรัชทายาท ทั้งสองประเทศจึงอยู่ภายใต้การปกครองของกษัตริย์องค์เดียวกันแต่ต่างฝ่ายต่างมีรัฐบาลอิสระของตนเอง ต่อมาภายหลัง อังกฤษและสกอตแลนด์ก็ได้รวมตัวกันเป็นสหภาพทางการเมืองในชื่อราชอาณาจักรบริเตนใหญ่

พระราชบัญญัติสหภาพ พ.ศ. 2343 ได้รวมราชอาณาจักรบริเตนใหญ่กับราชอาณาจักรไอร์แลนด์ ซึ่งก่อนหน้านี้ค่อยๆตกเข้ามาอยู่ในการควบคุมของอังกฤษ เข้าเป็นสหราชอาณาจักรแห่งเกาะบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์ ซึ่งต่อมาในปีพ.ศ. 2465 26 แคว้นจาก 32 แคว้นบนเกาะไอร์แลนด์ตัดสินใจที่จะเป็นอิสระ ไม่ขึ้นกับสหราชอาณาจักร และตั้งเป็นประเทศใหม่เป็นสาธารณรัฐไอร์แลนด์ หลังจากนั้นอีก 7 ปี 6 แคว้นที่เหลือได้เข้ามารวมตัวกับสหราชอาณาจักรดังเดิม และตั้งชื่อแคว้นของตนเองเป็น ไอร์แลนด์เหนือ

ในพุทธศตวรรษที่ 24 สหราชอาณาจักร (ในขณะนั้นคือสหราชอาณาจักรแห่งเกาะบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์) เป็นประเทศผู้นำของโลกในหลายๆด้าน เช่นการพัฒนาระบอบทุนนิยมและประชาธิปไตยระบบรัฐสภา รวมถึงการเผยแพร่ทางด้านวรรณกรรม ศิลปะ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จักรวรรดิบริเตนสามารถครอบครองดินแดนถึงหนึ่งในสี่ของพื้นผิวโลกและหนึ่งในสามของประชากรโลกในช่วงที่มีการขยายตัวสูงสุด ทำให้กลายเป็นจักรวรรดิที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์โลก ทั้งในด้านดินแดนและประชากร

อย่างไรก็ตาม สหราชอาณาจักรเริ่มสูญเสียความเป็นผู้นำทางด้านวิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรมในพุทธศตวรรษที่ 25 ให้กับสหรัฐอเมริกาและจักรวรรดิเยอรมัน หลังจากจบสงครามโลกครั้งที่ 1 อำนาจของสหราชอาณาจักรในวงการเมืองโลกเริ่มลดลง และเริ่มมีการปลดปล่อยอาณานิคมในดินแดนโพ้นทะเลต่าง ๆ ในสงครามโลกครั้งที่ 2 สหราชอาณาจักรต่อสู้กับนาซีเยอรมนีและได้รับชัยชนะในปี พ.ศ. 2488 ซึ่งทำให้สหราชอาณาจักรได้เป็นสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ สหราชอาณาจักรเข้าร่วมสหภาพยุโรปในปีพ.ศ. 2516 แต่ปัจจุบันยังไม่เข้าร่วมใช้เงินยูโร โดยมีแผนที่จะจัดการลงประชามติเกี่ยวกับเรื่องนี้เมื่อผลจาก "บททดสอบห้าข้อ" ประเมินได้ว่าการเข้าร่วมใช้เงินยูโรจะเกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของสหราชอาณาจักร

 

การเมืองการปกครอง

 

สหราชอาณาจักรใช้ระบอบการปกครองแบบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ โดยพระมหากษัตริย์ทรงใช้อำนาจบริหารผ่านคณะรัฐมนตรีซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าคณะรัฐบาล คณะรัฐมนตรีนั้นเลือกจากรัฐสภาและมีหน้าที่รับผิดชอบต่อรัฐสภาเช่นเดียวกัน รัฐสภาแห่งสหราชอาณาจักรเป็นระบบสภาคู่ แบ่งเป็น 2 สภา คือ เฮาส์ออฟลอร์ดส เป็นสภาสูงที่มาจากการแต่งตั้ง และเฮาส์ออฟคอมมอนส์ เป็นสภาล่างที่มาจากการเลือกตั้ง โดยหลักการแล้วผู้นำของรัฐสภาคือพระมหากษัตริย์ สหราชอาณาจักรเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่ไม่มีรัฐธรรมนูญเป็นลายลักษณ์อักษร แต่ขนบธรรมเนียมประเพณี และกฎหมายรัฐธรรมนูญแยกกันไป พระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบันคือ สมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2 นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันคือ นายเดวิด คาเมรอน ในส่วนของมกุฏราชกุมารที่จะครองราชย์สมบัติเป็นคนต่อไปจะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าชายแห่งเวลส์ก่อน จึงจะมีความชอบธรรมในการเป็นมกุฏราชกุมารแห่งสหราชอาณาจักร เจ้าชายแห่งเวลส์ในปัจจุบันคือเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ ซึ่งมิได้อาศัยอยู่ที่เวลส์แต่อย่างใด หากแต่อาศัยอยู่ที่สวน High Grove ใน Tetbury ทางตะวันตกเฉียงใต้ของอังกฤษ

การแบ่งเขตการปกครอง

สหราชอาณาจักรประกอบด้วยสี่ส่วนใหญ่ๆ ซึ่งบางครั้งเรียกในภาษาไทยว่า"แคว้น"

 

ธง แคว้น สถานะ ประชากร
Flag of อังกฤษ อังกฤษ ราชอาณาจักร 50,431,700
Flag of สกอตแลนด์ สกอตแลนด์ ราชอาณาจักร 5,094,800
Flag of เวลส์ เวลส์ ราชรัฐ 2,958,600
Flag of ไอร์แลนด์เหนือ ไอร์แลนด์เหนือ จังหวัด 1,724,400

 

 

ในอดีต สหราชอาณาจักรเคยแบ่งการปกครองท้องถิ่นออกเป็นตำบล (county) ปัจจุบันระบบนี้ไม่ได้เป็นส่วนสำคัญของการปกครองส่วนท้องถิ่นแล้ว แต่ว่ายังคงใช้ในการแบ่งส่วนทางภูมิศาสตร์ สหราชอาณาจักรมีอำนาจอธิปไตยเหนือเกิร์นซีย์ เจอร์ซีย์ และเกาะแมน ดินแดนเหล่านี้เป็นดินแดนที่ในอดีตเคยเป็นสมบัติของราชวงศ์ และไม่ถือเป็นส่วนหนึ่งของสหราชอาณาจักร นอกจากนี้ยังมีดินแดนโพ้นทะเลอีกสิบสี่แห่ง ซึ่งเป็นดินแดนที่ยังคงเหลือมาจากจักรวรรดิบริเตน ดินแดนเหล่านี้ก็ไม่นับว่าเป็นส่วนหนึ่งของสหราชอาณาจักรเช่นกัน ดินแดนเหล่านี้ได้แก่ แองกวิลา เบอร์มิวดา บริติชอาร์กติกเทอร์ริทอรี บริติชอินเดียนโอเชียนเทอร์ริทอรี หมู่เกาะบริติชเวอร์จิน หมู่เกาะเคย์แมน หมู่เกาะฟอล์กแลนด์ ยิบรอลตา หมู่เกาะลีวาร์ด มอนเซอร์รัต หมู่เกาะพิตแคร์น เซนต์เฮเลนา จอร์เจียใต้และหมู่เกาะแซนด์วิชใต้ อะโครติรีและเดเคเลีย หมู่เกาะเติร์กและเคคอสและ หมู่เกาะวินวาร์ด

 

ภูมิศาสตร์

 

สหราชอาณาจักรมีพรมแดนทางทิศใต้จรดช่องแคบอังกฤษ ซึ่งคั่นระหว่างสหราชอาณาจักรกับภาคพื้นทวีปยุโรป ทางทิศเหนือจรดกับทะเลเหนือ ทางทิศตะวันตกกับทะเลไอร์แลนด์และมหาสมุทรแอตแลนติก สหราชอาณาจักรมีพรมแดนทางบกกับรัฐอื่นเพียงแห่งเดียว คือระหว่างไอร์แลนด์เหนือและสาธารณรัฐไอร์แลนด์

อังกฤษนั้นส่วนมากจะเป็นแผ่นดินนูนที่ต่ำ มีภูเขาทางตอนเหนือ และ ตะวันตกเป็นเส้นแนวแบ่งเขตแคว้น มีเขตเมืองที่ใหญ่ที่สุดคือเขตปริมณฑลลอนดอน ไม่มีภูเขาที่สูงกว่า 1000 เมตรในแคว้นอังกฤษ

ภูมิศาสตร์ของสกอตแลนด์นั้นหลากหลาย มีที่ต่ำทางตอนใต้ และที่สูงทางตอนเหนือ ตะวันออก และ ตะวันตก มีภูเขาเบนเนวิส สูง 1,344 เมตร เป็นภูเขาที่สูงที่สุดในหมู่เกาะอังกฤษ มีทะเลสาบ ช่องแคบที่ยาวและลึกเป็นจำนวนมาก และมีเกาะถึงกว่า 800 เกาะ เมืองหลวงคือเมืองเอดินบะระ ซึ่งเป็นเมืองที่มีศูนย์ใจกลางเมืองเป็นมรดกโลก แต่เมืองที่ใหญ่ที่สุดนั้นคือเมืองกลาสโกว์

ภูมิประเทศของเวลส์ส่วนมากจะเป็นภูเขา มีภูเขาสโนว์ดอน สูง 1,085 เมตร เป็นภูเขาที่สูงที่สุดในแคว้น มีเมืองคาร์ดิฟฟ์เป็นเมืองหลวง ส่วนแคว้นไอร์แลนด์เหนือนั้น ตั้งอยู่บนเกาะไอร์แลนด์ และส่วนมากจะเป็นเทือกเขา มีเมืองหลวงคือเมืองเบลฟัสต์

หมู่เกาะอังกฤษนั้นประกอบด้วย เกาะน้อยใหญ่ถึงประมาณ 1,098 เกาะ

 

ประชากร

 

จากการสำรวจสำมะโนครัวของสหราชอาณาจักรในเดือนเมษายน พ.ศ. 2544 สหราชอาณาจักรมีประชากร 58,789,194 คน โดยมากเป็นอันดับที่ 3 ของสหภาพยุโรป และอันดับ 21 ของโลก ในปีพ.ศ. 2547 สำนักงานสถิติแห่งชาติประมาณการจำนวนประชากรที่ 59,834,300 คน และเพิ่มเป็น 60.2 ล้านคนในอีกสองปีต่อมา โดยการเพิ่มจำนวนประชากรส่วนใหญ่มาจากการอพยพเข้าประเทศ อัตราการเกิดที่สูงขึ้น และอายุขัยที่ยาวนานขึ้น

สหราชอาณาจักรมีความหนาแน่นของประชากรสูงเป็นอันดับต้นๆของโลก ประมาณหนึ่งในสี่ของประชากรทั้งหมดอาศัยอยู่ในเขตตะวันออกเฉียงใต้ของอังกฤษ ซึ่งมีสภาพทางเศรษฐกิจที่ดี และส่วนใหญ่เป็นเขตเมืองหรือชานเมือง ประชากรประมาณ 7.5 ล้านคนอาศับอยู่ในกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักรมีอัตราการอ่านออกเขียนได้ของประชากรสูงถึง 99% เป็นผลมาจากการศึกษาของรัฐทั่วประเทศ การศึกษาภาคบังคับมีสำหรับเด็กอายุตั้งแต่ 5 ถึง 16 ปี

 

  • จำนวนประชากรของสหราชอาณาจักรแบ่งตามเชื้อสาย
เชื้อสาย↓ จำนวน↓  % ของทั้งหมด↓
อังกฤษ (ผิวขาว) 50,366,497 85.67%
ผิวขาว (อื่น ๆ) 3,096,169 5.27%
อินเดีย 1,053,411 1.8%
ปากีสถาน 747,285 1.3%
ผสม 677,117 1.2%
ไอร์แลนด์ (ผิวขาว) 691,232 1.2%
แคริบเบียน (ผิวสี) 565,876 1.0%
แอฟริกา (ผิวสี) 485,277 0.8%
บังกลาเทศ 283,063 0.5%
เอเชีย (ไม่ใช่จีน) 247,644 0.4%
จีน 247,403 0.4%
อื่น ๆ 230,615 0.4%
ผิวสี (อื่น ๆ) 97,585 0.2%

 

ภาษา

 

สหราชอาณาจักรไม่มีภาษาทางการ ภาษาที่พูดกันเป็นส่วนใหญ่คือภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นภาษากลุ่มเจอร์มานิกตะวันตก พัฒนามาจากภาษาอังกฤษโบราณ ภาษาท้องถิ่นอื่นๆ ได้แก่ภาษาสกอต และภาษากลุ่มแกลิกและบริทโทนิก (เป็นกลุ่มภาษาย่อยของกลุ่มภาษาเคลติก) เช่นภาษาเวลส์ ภาษาคอร์นิช ภาษาไอริช และภาษาสกอตติชแกลิก

ภาษาอังกฤษได้แพร่กระจายไปทั่วโลก จากอิทธิพลของจักรวรรดิบริเตนในอดีตและสหรัฐอเมริกาในปัจจุบัน ทำให้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สองที่สอนกันมากที่สุดในโลก ภาษากลุ่มเคลติกของสหราชอาณาจักรก็มีพูดกันในกลุ่มเล็กๆหลายแห่งในโลก เช่น ภาษาแกลิกในประเทศแคนาดา และภาษาเวลส์ในประเทศอาร์เจนตินา

ในระยะหลังนี้ ผู้อพยพ โดยเฉพาะจากประเทศในเครือจักรภพ ได้นำภาษาอื่นหลายภาษาเข้ามาในสหราชอาณาจักร เช่น ภาษาคุชราต ภาษาฮินดี ภาษาปัญจาบ ภาษาอูรดู ภาษาเบงกาลี ภาษาจีนกวางตุ้ง ภาษาตุรกี และภาษาโปแลนด์ โดยสหราชอาณาจักรมีจำนวนผู้พูดภาษาฮินดี ปัญจาบ และเบงกาลีสูงที่สุดนอกทวีปเอเชีย

 

ศาสนา

 

คริสต์ศาสนาเข้าสู่เกาะบริเตนครั้งแรกโดยชาวโรมัน ปัจจุบัน สหราชอาณาจักรยังคงมีสถานะเป็นประเทศคริสต์อย่างเป็นทางการ พระประมุขจะต้องเป็นผู้นับถือคริสต์ศาสนา และสถาปนาโดยอัครสังฆราชแห่งแคนเตอร์บรีในเวสต์มินสเตอร์แอบบี ร้อยละ 72 ของประชากรในสหราชอาณาจักรประกาศตัวเป็นคริสตศาสนิกชน แต่ละชาติในสหราชอาณาจักรมีขนบธรรมเนียมทางศาสนาของตนเอง

พระสันตะปาปาเกรกอรีที่ 1 ส่งนักบุญออกัสตินแห่งแคนเตอร์บรีไปยังอังกฤษในปี พ.ศ. 1140 โดยออกัสตินดำรงตำแหน่งอัครสังฆราชแห่งแคนเตอร์บรีคนแรก ศาสนจักรของอังกฤษแยกตัวออกจากศาสนาจักรแห่งโรมในปี พ.ศ. 2077 ในรัชสมัยของพระเจ้าเฮนรีที่ 8 แห่งอังกฤษ ปัจจุบันนิกายเชิร์ชออฟอิงแลนด์เป็นศาสนจักรประจำชาติของอังกฤษ และเป็นแม่ข่ายของชุมชนแองกลิคันทั่วโลก นอกจากนี้ยังมีสังฆราชของศาสนจักรเป็นสมาชิกของสภาขุนนางด้วย กษัตริย์ของสหราชอาณาจักรจำเป็นต้องเป็นสมาชิกของศาสนาจักรแห่งอังกฤษ และเป็นผู้ดูแลสูงสุดด้วย ผู้นับถือคริสต์ศาสนนิกายโรมันคาทอลิกไม่มีสิทธิที่จะดำรงตำแหน่งกษัตริย์ได้

นิกายเชิร์ชออฟสกอตแลนด์ แยกตัวออกมาจากศาสนจักรโรมันคาทอลิกในปีพ.ศ. 2103 โดยปัจจุบันเป็นศาสนจักรนิกายเพรสไบทีเรียน และไม่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐแม้ว่าจะมีสถานะเป็นศาสนาประจำชาติของสกอตแลนด์ กษัตริย์ของสหราชอาณาจักรมีสถานะเป็นสมาชิกทั่วไป และจำเป็นต้องสาบานที่จะ "ปกป้องความมั่นคง" ของศาสนจักรในพระราชพิธีราชาภิเษก

ในปีพ.ศ. 2463 ศาสนจักรในเวลส์แยกตัวออกมาจากศาสนจักรแห่งอังกฤษ และได้ออกจากสถานะความเป็นศาสนจักรจัดตั้งของรัฐ แต่ยังคงเป็นสมาชิกของชุมนุมแองกลิคันอยู่ ศาสนจักรแห่งไอร์แลนด์ ซึ่งเป็นศาสนจักรแองกลิคัน ได้ยกเลิกความเป็นศาสนจักรจัดตั้งในปีพ.ศ. 2412 โดยศาสนจักรแห่งไอร์แลนด์ครอบคลุมเกาะไอร์แลนด์ทั้งหมด ทั้งในส่วนของแคว้นไอร์แลนด์เหนือและสาธารณรัฐไอร์แลนด์ ในไอร์แลนด์เหนือ นิกายโรมันคาทอลิกเป็นนิกายศาสนาเดี่ยวที่ใหญ่ที่สุด แต่น้อยกว่านิกายโปรเตสแตนต์ต่างๆเมื่อรวมกัน ศาสนจักรเพรสไบทีเรียนในไอร์แลนด์เป็นนิกายโปรเตสแตนต์ที่ใหญ่ที่สุด และมีความเกี่ยวข้องกับศาสนจักรแห่งสกอตแลนด์ในทางประวัติศาสตร์และเทววิทยา

 

 

ศาสนสถานฮินดูในกรุงลอนดอน เป็นศาสนสถานฮินดูที่ใหญ่ที่สุดในทวีปยุโรป

 

 

ศาสนจักรโรมันคาทอลิกเป็นนิกายคริสต์ศาสนาที่ใหญ่เป็นอันดับสองในสหราชอาณาจักร หลังจากการปฏิรูปคริสต์ศาสนา มีการออกกฎหมายต่อต้านคริสต์ศาสนานิกายโรมันคาทอลิกอย่างเข้มงวด กฎหมายต่อต้านเหล่านี้ยกเลิกไปจากกฎหมายหลายฉบับซึ่งปลดปล่อยคาทอลิกในช่วงพุทธศตวรรษที่ 24

กลุ่มคริสต์ศาสนาอื่นๆในสหราชอาณาจักรประกอบไปด้วย กลุ่มนิกายเมโทดิสต์ ก่อตั้งโดยจอห์น เวสลีย์ และกลุ่มแบบติสต์ นอกจากนี้ ยังมีโบสถ์เอวาเจลิคัลหรือเพนโทคอทัลมากขึ้นเรื่อย โดยส่วนมากมาจากการอพยพของประชากรจากประเทศในเครือจักรภพ สหราชอาณาจักรในปัจจุบันมีความหลากหลายทางด้านศาสนาค่อนข้างสูง คริสต์ศาสนา ศาสนาอิสลาม และศาสนาฮินดูมีศาสนิกชนจำนวนมาก ในขณะที่ศาสนาซิกข์และศาสนายูดายมีศาสนิกชนจำนวนรองลงมา ร้อยละ 14.6 ของประชากรประกาศตัวว่าไม่นับถือศาสนาใดๆ

เชื่อกันว่ามีชาวมุสลิมถึง 1.8 ล้านคนในสหราชอาณาจักร ซึ่งจำนวนมากอาศัยอยู่ในลอนดอน เบอร์มิงแฮม แบรดฟอร์ด และโอลด์แฮม โดยในปัจจุบันสามารถเห็นมัสยิดได้ทั่วไปในหลายภาคของสหราชอาณาจักร ชาวมุสลิมในสหราชอาณาจักรส่วนใหญ่มีเชื้อสายปากีสถาน อินเดีย และบังคลาเทศ ในระยะหลัง ผู้อพยพจากโซมาเลียและตะวันออกกลางได้เพิ่มจำนวนชาวมุสลิมในสหราชอาณาจักร ในปีพ.ศ. 2549 การให้สัมภาษณ์ของแจ็ก สตรอว์ ผู้นำเฮาส์ออฟคอมมอนส์ ได้ก่อเกิดความขัดแย้งในเรื่องของผ้าคลุมศีรษะของชาวมุสลิม โดยสะท้อนให้เห็นฝ่ายชาวสหราชอาณาจักรที่เห็นว่าศาสนาอิสลามไม่สามารถเข้ากับสังคมสหราชอาณาจักรได้ และอีกกลุ่มที่พอใจกับศาสนาอิสลามในสหราชอาณาจักร ศาสนาที่มีต้นกำเนิดจากอินเดีย เช่น ศาสนาฮินดู และ ศาสนาซิกข์ ก็มีขยายใหญ่ขึ้นในสหราชอาณาจักรเช่นกัน โดยมีชาวฮินดูมากกว่า 500,000 คน และชาวซิกข์ถึง 320,000 คน โดยปัจจุบันน่าจะเพิ่มขึ้นจากตัวเลขนี้ ซึ่งมาจากการสำรวจในปีพ.ศ. 2544 ในเมืองเลสเตอร์มีศาสนสถานของศาสนาเชน ซึ่งเป็นแห่งเดียวในโลกที่อยู่นอกประเทศอินเดีย

 

เครือจักรภพแห่งชาติ

 

เครือจักรภพแห่งชาติ (อังกฤษ: Commonwealth of Nations) สมัยก่อนถูกเรียกว่า เครือจักรภพอังกฤษ หมายถึง กลุ่มประเทศอธิปไตยซึ่งแสวงหาซึ่งอิสรภาพและเสรีภาพโดยถือว่าประเทศอังกฤษเป็นผู้นำ เมื่อก่อนเครือจักรภพถูกตั้งขึ้นมาเพื่อรวบรวมอาณานิคมเข้ารวมกับจักรวรรดิอังกฤษ แต่ในปัจจุบันนี้เครือจักรภพอังกฤษถือว่าเป็นองค์กรระหว่างประเทศ และมีสมาชิกมั้งหมด 53 ประเทศ

 

เครือจักรภพอังกฤษ (The British Commonwealth of Nations) คือกลุ่มประเทศที่เคยตกอยู่ภำยใต้การปกครองของอังกฤษ โดยรวมกลุ่มกัน เพื่อช่วยเหลือและร่วมมือทางเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา กีฬา โดยก่อตั้งขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1949 หรือ พ.ศ. 2492 ปัจจุบันมีชาติสมาชิก 50 ชาติ

วัตถุประสงค์ของเครือจักรภพอังกฤษ คือ การร่วมมือพัฒนาทางเศรษฐกิจ ระหว่างสมาชิกด้วยกัน เช่น การลดอัตราภาษีนำเข้า การกู้ยืมเงิน เป็นต้น

 

เครือจักรภพแห่งชาติ
กานา · กายอานา · เกรเนดา · แกมเบีย · คิริบาส · เคนยา · แคเมอรูน · แคนาดา · จาเมกา · ซามัว · เซเชลส์ · เซนต์คิตส์และเนวิส · เซนต์ลูเซีย · เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ · เซียร์ราลีโอน · แซมเบีย · โดมินิกา · ตรินิแดดและโตเบโก · ตองกา · ตูวาลู · แทนซาเนีย · โมซัมบิก · ไซปรัส · ไนจีเรีย · นามิเบีย · นาอูรู · นิวซีแลนด์ · บรูไน · บอตสวานา · บังกลาเทศ · บาร์เบโดส · บาฮามาส · เบลีซ · ปากีสถาน · ปาปัวนิวกินี · ฟิจิ · มอริเชียส · มอลตา · มัลดีฟส์ · มาเลเซีย · มาลาวี · ยูกันดา · เลโซโท · วานูอาตู · ศรีลังกา · สวาซิแลนด์ · สหราชอาณาจักร · สิงคโปร์ · หมู่เกาะโซโลมอน · ออสเตรเลีย · อินเดีย · แอนติกาและบาร์บูดา · แอฟริกาใต้
 
 
 

ราชาธิปไตย

ราชาธิปไตย (อังกฤษ: monarchy) เป็นรูปแบบการปกครองที่พระมหากษัตริย์ (สมเด็จพระราชาธิบดี, สมเด็จพระราชินีนาถ, สมเด็จพระจักรพรรดิ, สมเด็จพระจักรพรรดินีนาถ, เจ้าฟ้าชายมกุฎราชกุมาร, เจ้าฟ้าหญิงมกุฎราชกุมารี ฯลฯ) ทรงเป็นประมุขของรัฐ ซึ่งได้อำนาจปกครองโดยการสืบราชสมบัติ ลักษณะที่ทำให้ระบอบราชาธิปไตยแตกต่างจากระบอบสาธารณรัฐคือ พระมหากษัตริย์ทรงครองแผ่นดินเป็นประมุขตลอดพระชนม์ชีพ ส่วนในสาธารณรัฐ ประมุขของรัฐ (ซึ่งมักเรียกว่าประธานาธิบดี) โดยปกติแล้วมีที่มาจากการเลือกตั้ง และทำหน้าที่อยู่ในช่วงในเวลาที่แน่นอน เช่น 4 ปี 6 ปี เป็นต้น

โดยทั่วไป กษัตริย์มักจะครองตำแหน่งของพระองค์ตลอดชีวิต และสืบราชสันตติวงศ์ ให้กับรัชทายาทเมื่อพระองค์เสด็จสวรรคต ในระบอบสาธารณรัฐ ประมุขของรัฐมักจะมาจากการเลือกตั้งและมีกำหนดวาระ แต่ประมุขบางรัฐก็อาจจะครองตำแหน่งตลอดชีวิต หลังจากที่พระองค์สละราชย์แล้วก็จะต้องมีการเลือกตั้งผู้ที่จะทำหน้าที่สืบทอดตำแหน่ง ปัจจุบันมีราชวงศ์ 31 ราชวงศ์ครอบครองดินแดนทั้งหมด 45 ดินแดนในโลก

คำว่าราชาธิปไตยนั้นอาจหมายถึงกลุ่มคน (โดยเฉพาะราชวงศ์) และองค์กรที่รวมตัวกันเป็นสถาบันกษัตริย์ ทุกวันนี้ อำนาจของกษัตริย์นั้นแตกต่างกันไปตามประเทศ ในระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญนั้น กษัตริย์ดำรงตำแหน่งประมุข และศูนย์รวมจิตใจ แต่อำนาจสูงสุด (อำนาจอธิปไตย) นั้นจะอยู่ที่ประชาชน (ปรมิตตาญาสิทธิราชย์) กษัตริย์มักจะทำหน้าที่ในงานพิธีต่างๆ กษัตริย์หลายพระองค์ถูกสถาปนาขึ้นตามจารีตประเพณีหรือตามประมวลกฎหมายเพื่อไม่ให้มีอำนาจทางการเมืองอย่างแท้จริง ในบางประเทศกษัตริย์อาจมีอำนาจอยู่บ้าง แต่ก็ถูกจำกัดไว้ด้วยความเห็นของประชาชนหรือบรรทัดฐานของกษัตริย์คนก่อน ในบางประเทศกษัตริย์มีอำนาจเต็มสูงสุด (สมบูรณาญาสิทธิราช)

ราชาธิปไตยเป็นหนึ่งในระบอบการปกครองที่เก่าแก่ที่สุด ซึ่งสืบทอดมาจากระบบการปกครองแบบมีหัวหน้าเผ่า ในอดีต บางประเทศเชื่อว่ากษัตริย์ได้สิทธิอันศักดิ์สิทธิ์จากพระเจ้าให้มาปกครองประเทศตามความปรารถนาของพระเจ้า หรือบางประเทศอาจเชื่อว่ากษัตริย์มาจากพระเจ้า ที่มาของกษัตริย์อาจมาจากการเลือกตั้ง (ซึ่งอาจเลือกโดยคณะบุคคลที่เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง เช่นในรัฐเผ่าเยอรมัน หรือโดยคนกลุ่มเล็กๆ เช่น จักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ในอดีต มาเลเซีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรืออาจจะมาจากการสืบทอดอำนาจ หรืออาจมาจากการแย่งชิงบัลลังก์ หรืออาจจะเกิดจากหลายๆ วิธีรวมกัน) ในปัจจุบันนี้ ระบอบราชาธิปไตยอาจถูกยกเลิกได้หากไม่ได้รับการยอมรับว่ามีความศักดิ์สิทธิ์อีกต่อไป

ตั้งแต่ ค.ศ. 1800 ระบอบประชาธิปไตยส่วนใหญ่ได้ถูกยกเลิกเรื่องจากการแบ่งแยกหรือการรวมดินแดนหรือการเปลี่ยนเป็นสาธารณรัฐ ประเทศที่ยังใช้ใช้ราชาธิปไตยอยู่ในปัจจุบันมักจะเป็นประเทศที่ใช้ระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ มีประเทศบางประเทศที่ยังใช้ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เช่น บรูไน โอมาน กาตาร์ บาห์เรน ซาอุดิอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สวาซิแลนด์ และ นครรัฐวาติกัน

 

ประเภทของราชาธิปไตย

 

ราชาธิปไตย คือ การที่มีประมุขของรัฐเป็นกษัตริย์ แบ่งออกตามขอบเขต พระราชอำนาจเป็น

  1. สมบูรณาญาสิทธิราช (Absolute monarchy) กษัตริย์เป็นประมุขสูงสุดของรัฐและการบริหาร
  2. ปรมิตตาญาสิทธิราชย์ (Limited monarchy) กษัตริย์เป็นประมุขที่มีอำนาจจำกัด เช่น ราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ (Constitutional monarchy) ซึ่งพระราชอำนาจจะจำกัดอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ

การล่มสลายของราชาธิปไตย

 
ราชาธิปไตยอาจถึงจุดจบได้หลายวิธีด้วยกัน เช่น อาจจะมีการปฏิวัติโค่นล้มราชวงศ์เกิดขึ้น หรืออย่างในอิตาลีหรือกรีซ ประชาชนลงประชามติตั้งสาธารณรัฐทำให้ราชาธิปไตยถึงจุดสิ้นสุด ในบางกรณี เช่นในอังกฤษและสเปน ราชาธิปไตยถูกโค่นล้มลงหรือได้รับการฟื้นฟูขึ้นใหม่ในภายหลัง หลังจากที่จักรพรรดินโปเลียนที่ 1 ประกาศสละราชสมบัติ ชาวฝรั่งเศสได้ฟื้นฟูราชวงศ์บูร์บงขึ้นมาใหม่หลังจากถูกสาธารณรัฐของนโปเลียนยกเลิกไป
     ราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ     เครือจักรภพแห่งชาติ     กึ่งราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ     สมบูรณาญาสิทธิราชย์     ราชาธิไตยขนาดย่อย
 
 

สหภาพยุโรป

 

สหภาพยุโรป (อังกฤษ: European Union: EU) เป็นองค์การระหว่างประเทศ ที่ประกอบด้วยรัฐสมาชิก 27 ประเทศ ก่อตั้งเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2535 ภายใต้สนธิสัญญามาสทริชต์ แทนที่ประชาคมเศรษฐกิจยุโรป (EEC)

สหภาพยุโรปมีอิทธิพลสูงต่อเวทีโลก เนื่องด้วยมีประชากรกว่า 500 ล้านคนและมีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ คิดเป็นกว่า 30% ของโลก มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยี่ยม

การปกครอง

แม้สหภาพยุโรปจะเป็นการรวมกลุ่มของรัฐหรือเป็นองค์การระหว่างประเทศ แต่โครงสร้างของสหภาพยุโรปนั้นมีลักษณะ "เหนือชาติ" (supranational trait) อย่างชัดเจน ที่กล่าวเช่นนี้เพราะบรรดารัฐสมาชิกไม่เพียงรวมตัวกันเท่านั้น หากยังร่วมสร้างสรรค์สถาบันหรือหน่วยงานภายใน ซึ่งมีอำนาจเหนือรัฐสมาชิกรัฐใดรัฐหนึ่งโดยเฉพาะ อันประกอบไปด้วย สภายุโรป คณะมนตรี คณะกรรมาธิการ และศาลยุติธรรม ดังรายละเอียดต่อไปนี้

 

สภายุโรป

 

สมาชิกสภายุโรปได้รับเลือกตั้งโดยตรงทุก ๆ 5 ปีจากแต่ละประเทศสมาชิก ปัจจุบันมีสมาชิก 732 คนจาก 27 ประเทศ โดยในจำนวนนี้เป็นผู้หญิงเกือบหนึ่งในสาม (222 คน) แม้สมาชิกแต่ละคนจะมาจากรัฐสมาชิก แต่การจัดกลุ่มภายในรัฐสภานั้นไม่ได้แบ่งตามสัญชาติ แต่แบ่งโดยทิศทางของพรรคการเมือง กลุ่มที่มีขนาดใหญ่ที่สุดคือ พรรคประชาชนยุโรป (European’s People Party) และพรรคประชาธิปไตยยุโรป (European Democrats) ตามมาด้วยกลุ่มสังคมนิยม เสรีนิยม และอนุรักษ์ธรรมชาตินิยม (กรีน) ที่ทำการสภายุโรปตั้งอยู่ในสองเมืองคือ สทราซบูร์ (Strasbourg) ประเทศฝรั่งเศส และบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม โดยประธานสภาคนปัจจุบันคือ Hans Gert Pottering ชาวเยอรมัน

ภารกิจหลักของสภายุโรปจะเป็นการร่วมตัดสินใจกับคณะมนตรีในประเด็นต่าง ๆ ได้แก่ การพิจารณาร่างกฎหมายของสหภาพซึ่งริเริ่มโดยคณะกรรมาธิการ การอนุมัติงบประมาณของสหภาพยุโรป ให้การรับรองความตกลงระหว่างประเทศของสหภาพยุโรปกับประเทศนอกกลุ่ม และที่สำคัญที่สุดคือการให้การรับรองผู้ดำรงตำแหน่งในคณะกรรมาธิการยุโรป

 

คณะมนตรียุโรป

 

สมาชิกคณะมนตรี ประกอบด้วยรัฐมนตรี หรือผู้แทนรัฐบาลจากทุกประเทศสมาชิก ในการประชุมแต่ละครั้งจะมีรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบเรื่องนั้น ๆ เข้าร่วม รวมทั้งสิ้น 27 คน เช่น การต่างประเทศ เกษตรกรรม คมนาคม เศรษฐกิจและการเงิน และพลังงาน เป็นต้น หากเป็นการประชุมตัดสินใจประเด็นสำคัญ ๆ ก็จะเป็นการประชุมในระดับประมุขของประเทศ โดยจะมีการประชุมสุดยอดสี่ครั้งต่อปีเพื่อกำหนดทิศทางนโยบายของสหภาพยุโรป แต่ละประเทศจะมีเสียงโหวตแตกต่างกันตามสัดส่วนจำนวนประชากร การตัดสินใจส่วนใหญ่ใช้แบบเสียงข้างมาก ในขณะที่ประเด็นสำคัญจะใช้ระบบการโหวตแบบเอกฉันท์

คณะมนตรีถือเป็นองค์กรหลักในด้านนิติบัญญัติและด้านการตัดสินใจชี้ขาดของสหภาพยุโรป โดยจะประสานงานกับรัฐสภาในการพิจารณาร่างกฎหมายดังได้กล่าวแล้ว นอกจากนั้นยังเป็นผู้รับผิดชอบด้านนโยบายต่างประเทศและความมั่นคงร่วมกัน (CFSP: Common Foreign and Security Policy) รวมถึงภารกิจเกี่ยวกับการเปิดเสรีสินค้า บริการ เงินทุน รวมถึงประชาชนด้วย

คณะกรรมาธิการยุโรป

คณะกรรมาธิการเป็นตัวแทนและปกป้องผลประโยชน์ของสหภาพยุโรป โดยเป็นอิสระจากรัฐบาลของแต่ละชาติ คณะกรรมาธิการประกอบด้วยกรรมาธิกร 27 คนจากแต่ละประเทศสมาชิกตามความเชี่ยวชาญโดยจะทำงานร่วมกับข้ารัฐการราว 24,000 คน มีสำนักงานอยู่ที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ประธานคณะกรรมาธิการจะได้รับการเลือกจากรัฐบาลของประเทศสมาชิกและจะต้องได้รับการรับรองจากสภา ส่วนกรรมาธิการคนอื่น ๆ จะได้รับการแต่งตั้งจากรัฐสมาชิกและต้องได้รับการรับรองจากสภาเช่นกัน มีวาระคราวละ 5 ปี โดยประธานคณะกรรมาธิการคนปัจจุบันคือ นายโฮเซ มานูเอล ดูเรา บาร์โรโซ (José Manuel Durao Barroso) ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันของโปรตุเกสด้วย

ภารกิจหลักของคณะกรรมาธิการคือการเสนอร่างกฎหมาย นอกจากนั้นยังดูแลการบริหารงบประมาณของสหภาพยุโรป กรรมาธิการแต่ละคนมีหน้าที่รับผิดชอบคนละด้าน แต่ละคนมีเจ้าหน้าที่และองค์กรย่อยอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของตน เปรียบเทียบได้ว่ากรรมาธิการแต่ละคนคือรัฐมนตรีซึ่งต้องดูแลกระทรวง ทบวง กรมของตนนั่นเอง

 

ศาลยุติธรรมแห่งสหภาพยุโรป

 

องค์คณะผู้พิพากษาประกอบด้วยผู้พิพากษาจากแต่ละประเทศสมาชิกรวม 27 คน มีสำนักงานอยู่ที่ประเทศลักเซมเบิร์ก หน้าที่หลักของศาลคือการบังคับใช้ และการตีความกฎหมายเพื่อพิจารณาและชี้ขาดว่ากฎหมายของสหภาพยุโรปได้รับการปรับใช้เหมือนกันในทุกประเทศสมาชิกหรือไม่ พลเมืองของสหภาพยุโรปสามารถยื่นเรื่องฟ้องต่อศาลได้หากสถาบันต่าง ๆ ของสหภาพยุโรปได้ในกรณีกระทำการผิดกฎหมาย

 

 รัฐสมาชิก
 
 
 
สหภาพยุโรปประกอบไปด้วยรัฐอิสระ 27 ประเทศ เป็นที่รู้จักกันในสถานะรัฐสมาชิก: ออสเตรีย เบลเยียม บัลแกเรีย ไซปรัส สาธารณรัฐเช็ก เดนมาร์ก เอสโตเนีย ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี กรีซ ฮังการี ไอร์แลนด์ อิตาลี ลัตเวีย ลิทัวเนีย ลักเซมเบิร์ก มอลตา เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ โปรตุเกส โรมาเนีย สโลวาเกีย สโลวีเนีย สเปน สวีเดน และสหราชอาณาจักร
European Union map.svg
Null
รัฐสมาชิกสหภาพยุโรป เรียงตามปีที่เข้าร่วม
บอส.
& เฮอร์.

ปัจจุบันมีประเทศสมัครเข้าเป็นสมาชิก 3 ประเทศคือ โครเอเชีย มาซิโดเนียและตุรกี ส่วนประเทศแถบคาบสมุทรบอลข่านตะวันตกเช่น แอลเบเนีย บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา มอนเตเนโกรและเซอร์เบีย ถูกจัดให้เป็นประเทศที่สามารถสมัครเข้าเป็นสมาชิกได้ คอซอวอเองก็ได้สถานะนี้เช่นเดียวกัน

 
 
 
 
 
 
 
  
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ

 

คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (อังกฤษ: United Nations Security Council; UNSC) เป็นหน่วยงานหนึ่งใน 6 หน่วยงานหลักของสหประชาชาติ

สมาชิก

คณะมนตรีนี้ประกอบด้วยสมาชิกถาวร (Permanent members) 5 ประเทศ คือ จีน ฝรั่งเศส รัสเซีย สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา และสมาชิกไม่ถาวร (Non-permanent members) อีก 10 ประเทศ

ระเบียบที่ตั้งไว้กำหนดให้ที่ประชุมสมัชชาเลือกสมาชิกหมุนเวียน 10 ประเทศ เข้าดำรงตำแหน่งวาระละ 2 ปี แต่จะเลือกปีละ1 ครั้ง กล่าวคือทุกปีต้องมีการเลือกสมาชิกใหม่เข้ามา 5 ประเทศ และวิธีการเลือกประเทศสมาชิกก็ต้องอยู่ภายใต้ข้อกำหนดทางภูมิศาสตร์ โดยบรรดา 10 ประเทศนั้น ต้องมีประเทศที่มาจากทวีปเอเชีย ทวีปแอฟริกา และตะวันออกกลาง 5 ประเทศ ส่วนอีก 2 ประเทศเป็นชาติตะวันตก 2 ประเทศจากอเมริกาใต้ และอีก 1 ประเทศจากยุโรป

สมาชิกไม่ถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติใน พ.ศ. 2553 ได้แก่ ออสเตรีย บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา บราซิล กาบอง ญี่ปุ่น เลบานอน เม็กซิโก ไนจีเรีย ตุรกี และอูกันดา ในส่วนของประเทศไทยนั้นเคยได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเมื่อ พ.ศ. 2528 - 2529

บทบาทและหน้าที่

  1. ธำรงรักษาสันติภาพ และความมั่นคงระหว่างประเทศตามวัตถุประสงค์และหลักการของสหประชาชาติ
  2. สอบสวนเกี่ยวกับกรณีพิพาทหรือสถานการณ์ใด ๆ ซึ่งอาจนำไปสู่การกระทบกระทั่งระหว่างประเทศ
  3. เสนอแนะวิธีที่จะใช้กรณีพิพาทเช่นว่านั้น หรือ เงื่อนไขที่ให้มีการตกลงปรองดองกัน
  4. วางแผนเพื่อสถาปนาระบบการควบคุมกำลังอาวุธ
  5. ค้นหาและวินิจฉัยว่ามีภัยคุกคามต่อสันติภาพ หรือ เป็นการกระทำที่รุกรานหรือไม่ แล้วเสนอแนะว่าควรจะปฏิบัติอย่างไร
  6. เรียกร้องให้สมาชิกประเทศทำการลงโทษในทางเศรษฐกิจ และใช้มาตรการอื่น ๆ ที่ไม่ถึงขั้นทำสงคราม เพื่อป้องกันมิให้เกิดหรือหยุดยั้งการรุกราน
  7. ดำเนินการทางทหารตอบโต้ฝ่ายที่รุกราน
  8. เสนอให้รับประเทศสมาชิกใหม่ รวมทั้งเงื่อนไขหรือกฎเกณฑ์ ในการที่จะเข้าเป็นภาคีตามกฎหมายของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ
  9. ทำหน้าที่ให้ภาวะทรัสตีของสหประชาชาติ ในเขตที่ถือว่ามีความสำคัญทางยุทธศาสตร์
  10. เสนอแนะให้สมัชชาสหประชาชาติ แต่งตั้งตัวเลขาธิการและร่วมกับสมัชชาในการเลือกตั้งผู้พิพากษาศาลโลก
  11. ส่งรายงานประจำปีและรายงานพิเศษต่อสมัชชาสหประชาชาติบรรดาประเทศสมาชิกของสหประชาชาติ ต่างตกลงยินยอมที่จะปฏิบัติตามข้อมติใด ๆ ของคณะมนตรีความมั่นคง ทั้งยังรับรองที่จะจัดกำลังกองทัพของตนให้แก่คณะมนตรีความมั่นคงหากขอร้อง รวมทั้งความช่วยเหลือและและอุปกรณ์อื่น ๆ ที่จำเป็นต่อการธำรงรักษาไว้ซึ่งสันติภาพ และความมั่นคงระหว่างประเทศ

 

จี 8

 
กลุ่มจีแปด
G8countries.png

Flag of แคนาดา แคนาดา
นายกรัฐมนตรี สตีเฟน ฮาร์เปอร์
Flag of ฝรั่งเศส ฝรั่งเศส
ประธานาธิบดี นิโกลาส์ ซาร์โกซี
Flag of เยอรมนี เยอรมนี
นายกรัฐมนตรี อังเกลา แมร์เคิล
Flag of อิตาลี อิตาลี
นายกรัฐมนตรี ซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี
Flag of ญี่ปุ่น ญี่ปุ่น
นายกรัฐมนตรี นาโอโตะ คัง
Flag of รัสเซีย รัสเซีย
ประธานาธิบดี ดมิตรี เมดเวเดฟ
Flag of the United Kingdom สหราชอาณาจักร
นายกรัฐมนตรี เดวิด คาเมรอน
ธงของสหรัฐอเมริกา สหรัฐอเมริกา
ประธานาธิบดี บารัค โอบามา

ร่วมด้วย
Flag of Europe สหภาพยุโรป
ประธานสหภาพยุโรป Fredrik Reinfeldt

จีแปด (G8) เป็นกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำของโลก ที่เพิ่มมาจากกลุ่ม G7 (เพิ่มรัสเซีย) ประกอบไปด้วยประเทศสมาชิก 8 ประเทศคือ แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี รัสเซีย อิตาลี ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา โดยเศรษฐกิจของประเทศเหล่านี้ถือเป็น 65% ของโลก นอกจากนั้น ยังมีประธานแห่งสหภาพยุโรปร่วมประชุมด้วย

 

การประชุมประจำปี

วันที่ ประเทศ ผู้นำประธาน สถานที่จัด เว็บ
1 15 พ.ย.-17 พ.ย. 2518 Flag of ฝรั่งเศส ฝรั่งเศส วาเลรี ยิสการ์ด เดส์แตง รองบุยเยต์
2 27 มิ.ย.-28 มิ.ย. 2519 Flag of the United States สหรัฐอเมริกา เจอรัลด์ ฟอร์ด ซาน ฆวน เปอร์โต ริโก
3 7 พ.ค.-8 พ.ค. 2520 Flag of the United Kingdom สหราชอาณาจักร เจมส์ คอลลากาน ลอนดอน
4 16 ก.ค.-17 ก.ค. 2521 Flag of เยอรมนีตะวันตก เยอรมนีตะวันตก เฮลมุต ชมิดต์ บอนน์
5 28 มิ.ย.-29 มิ.ย. 2522 Flag of ญี่ปุ่น ญี่ปุ่น โอฮิร มะซะโยะชิ โตเกียว
6 22 มิ.ย.-23 มิ.ย. 2523 Flag of อิตาลี อิตาลี ฟรานเซสโก กอสสิกา เวนิส
7 20 ก.ค.-21. ก.ค. 2524 Flag of แคนาดา แคนาดา Pierre E. Trudeau มองเตอ Montebello คิวเบก
8 4 มิ.ย. -6 มิ.ย. 2525 Flag of ฝรั่งเศส ฝรั่งเศส ฟรองซัวส์ มิแตรรองด์ แวร์ซาย
9 28 พ.ค.-30 พ.ค. 2526 Flag of the United States สหรัฐอเมริกา โรนัลด์ เรแกน วิลเลียมส์เบิร์ก เวอร์จิเนีย
10 7 มิ.ย.-9 มิ.ย. 2527 Flag of the United Kingdom สหราชอาณาจักร มาร์กาเร็ต เท็ตเชอร์ ลอนดอน
11 2 พ.ค.-4 พ.ค. 2528 Flag of เยอรมนีตะวันตก เยอรมนีตะวันตก เฮลมุต โคห์ล บอนน์
12 4 พ.ค.-6 พ.ค. 2529 Flag of ญี่ปุ่น ญี่ปุ่น นะงะโซะเนะ ยะสุฮิโระ โตเกียว
13 8 พ.ค.-10 พ.ค. 2530 Flag of อิตาลี อิตาลี อมินโตร์ ฟานฟานี เวนิส
14 19 มิ.ย.-21 มิ.ย. 2531 Flag of แคนาดา แคนาดา ไบรอัน มัลโรนี โตรอนโต
15 14 ก.ค.-16 ก.ค. 2532 Flag of ฝรั่งเศส ฝรั่งเศส ฟรองซัวส์ มิแตรรองด์ กรองด์ อาร์ช ปารีส
16 9 ก.ค.-11 ก.ค. 2533 Flag of the United States สหรัฐอเมริกา จอร์จ เอช. ดับเบิลยู. บุช ฮูสตัน เทกซัส
17 15 ก.ค.-17 ก.ค. 2534 Flag of the United Kingdom สหราชอาณาจักร จอห์น เมเจอร์ ลอนดอน
18 6 ก.ค.-8 ก.ค. 2535 Flag of เยอรมนี เยอรมนี เฮลมุต โคห์ล มิวนิก
19 7 ก.ค.-9 ก.ค. 2536 Flag of ญี่ปุ่น ญี่ปุ่น มิยะซะวะ คีอิจิ โตเกียว
20 8 ก.ค.-10 ก.ค. 2537 Flag of อิตาลี อิตาลี ซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี นาโปลี
21 15 มิ.ย.-17 มิ.ย. 2538 Flag of แคนาดา แคนาดา ฌอง เครเตียง Halifax โนวา สโกเทีย
- 19 มิ.ย.-20 มิ.ย. 2539
(Special summit on nuclear security)
Flag of รัสเซีย รัสเซีย บอริส เยลต์ซิน มอสโก
22 27 มิ.ย.-29 มิ.ย. 2539 Flag of ฝรั่งเศส ฝรั่งเศส ฌากส์ ชีรัก ลียง
23 20 มิ.ย.-22 มิ.ย. 2540 Flag of the United States สหรัฐอเมริกา บิล คลินตัน เดนเวอร์ โคโรราโด
24 15 พ.ค.-17 พ.ค. 2541
(การประชุมครั้งแรกในนาม G8)
Flag of the United Kingdom สหราชอาณาจักร โทนี แบลร์ เบอร์มิงแฮม
25 18 มิ.ย.-20 มิ.ย. 2542 Flag of เยอรมนี เยอรมนี เกอฮาร์ด ชโรเดอร์ โคโลญ
26 21 ก.ค.-23 ก.ค. 2543 Flag of ญี่ปุ่น ญี่ปุ่น โมะริ โยะชิโร นะโงะ โอะกินาวะ

 

27 20 ก.ค.-22 ก.ค. 2544 Flag of อิตาลี อิตาลี ซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี เจโนวา

 

28 26 มิ.ย.-27 มิ.ย. 2545 Flag of แคนาดา แคนาดา ฌอง เครเตียง Kananaskis แอลเบอร์ตา
29 2 มิ.ย.-3 มิ.ย. 2546 Flag of ฝรั่งเศส ฝรั่งเศส ฌากส์ ชีรัก เอวียอง-เลส์-แบ็งส์
30 8 มิ.ย.-10 มิ.ย. 2547 Flag of the United States สหรัฐอเมริกา จอร์จ ดับเบิลยู. บุช Sea Island, Georgia
31 6 ก.ค.-8 ก.ค. 2548 Flag of the United Kingdom สหราชอาณาจักร โทนี แบลร์ Gleneagles สกอตแลนด์
32 15 ก.ค. -17 ก.ค. 2549 Flag of รัสเซีย รัสเซีย วลาดิเมียร์ ปูติน Strelna เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก
33 6 มิ.ย.-8 มิ.ย. 2550 Flag of เยอรมนี เยอรมนี อังเงลา แมร์เคิล Heiligendamm,
Mecklenburg-Vorpommern
34 7 ก.ค. -9 ก.ค. 2551 Flag of ญี่ปุ่น ญี่ปุ่น ยะซุโอะ ฟุกุดะ Toyako ฮกไกโด
35 2552 Flag of อิตาลี อิตาลี
36 2553 Flag of แคนาดา แคนาดา
37 2554 Flag of ฝรั่งเศส ฝรั่งเศส
38 2555 Flag of the United States สหรัฐอเมริกา
39 2556 Flag of the United Kingdom สหราชอาณาจักร
40 2557

Flag of รัสเซีย รัสเซีย

 

 

 

องค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ

 

องค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (อังกฤษ: North Atlantic Treaty Organization; ฝรั่งเศส: Organisation du traité de l'Atlantique Nord) มีชื่อย่อว่า นาโต (อังกฤษ: NATO) หรือ ออต็อง (ฝรั่งเศส: OTAN) เป็นองค์กรระหว่างประเทศเพื่อความร่วมมือในการรักษาความสงบ ก่อตั้งเมื่อวันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2492 (ค.ศ. 1949) ปัจจุบันประกอบด้วยสมาชิกทั้งหมด 28 ประเทศ

สมาชิกก่อตั้งประกอบด้วยประเทศเบลเยียม แคนาดา เดนมาร์ก ฝรั่งเศส ไอซ์แลนด์ อิตาลี ลักเซมเบิร์ก เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ โปรตุเกส สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา ต่อมาในปี พ.ศ. 2495 (ค.ศ. 1952) กรีซและตุรกีได้เข้าร่วมเป็นสมาชิก ในขณะที่ประเทศเยอรมนีเข้าร่วมเป็นสมาชิกในปี พ.ศ. 2498 (ค.ศ. 1955) มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม

 

Comments