พระเจ้าเฮนรีที่ 8

สมเด็จพระเจ้าเฮนรีที่ 8 แห่งอังกฤษ 

Henry VIII of England

Henry-VIII-kingofengland 1491-1547.jpg
 
 
พระเจ้าเฮนรีที่ 8 แห่งอังกฤษ (อังกฤษ: Henry VIII of England – พ.ศ. 2034 - 2090 ขึ้นครองราชย์ พ.ศ. 2052 - 2090) ประสูติที่พระราชวังกรีนิช ลอนดอน ใน ราชอาณาจักรอังกฤษ เป็นพระราชโอรสของพระเจ้าเฮนรีที่ 7 แห่งอังกฤษ ทันทีที่เสด็จขึ้นครองราชย์ได้อภิเษกสมรสกับเจ้าหญิงแคเธอรีนแห่งอารากอน ซึ่งเป็นม่ายของพระเชษฐาอาเธอร์

เมื่อเทียบกับช่วงเวลาในประวัติศาสตร์ไทย สมเด็จพระเจ้าเฮนรีที่ 8 แห่งอังกฤษทรงครองราชย์ในเวลาเดียวกันกับระหว่างรัชสมัยของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 (พระเชษฐาธิราช) กับพระยอดฟ้า (พระแก้วฟ้า) ในสมัยกรุงศรีอยุธยา

ในฐานะของสมาชิกสันนิบาตอันศักดิ์สิทธิ์ (The Holy League) พระองค์ได้ทรงรุกรานฝรั่งเศส (พ.ศ. 2055) ได้รับชัยชนะในสงครามแห่งสเปอร์ (พ.ศ. 2056) ในระหว่างที่ทรงประทับในต่างประเทศทหารสก็อตก็รบแพ้ที่ฟล็อตเดน ในปี พ.ศ. 2064 ทรงตีพิมพ์หนังสือว่าด้วยการเข้าพิธีทำสัตย์สาบานเข้าเป็นคริสต์ศาสนิกชนเพื่อตอบรับนิกายลูเธอร์ (โปรเตสแตนท์) เรื่อง “ผู้ปกป้องศรัทธา” (Defender of the Faith) ที่ได้รับจากพระสันตะปาปา และนับจาก พ.ศ. 2070 พระองค์ได้พยายามหย่ากับพระนางแคทรีนซึ่งราชบุตรทุกพระองค์สิ้นพระชนม์ตั้งแต่เป็นทารกยกเว้นเจ้าหญิงแมรี พระองค์ทรงพยายามกดดันพระสันตะปาปาโดยการทำให้พระคาทอลิกรู้สึกต่ำต้อยและยังได้ทรงท้าทายศาสนาแคทอลิกด้วยการอภิเษกกับเจ้าหญิงแอนน์ โบลีน (พ.ศ. 2076) ในปีต่อมาได้มีพระบรมราชโองการประกาศให้การอภิเษกกับพระนางแคทรีนเป็นโมฆะ และมีประกาศให้พระมหากษัตริย์คือพระองค์ทรงเป็นพระประมุขของนิกายเชิร์ชออฟอิงแลนด์ (Church of England) แต่เพียงพระองค์เดียว นโยบายการปราบปราบฝ่ายศาสนาได้เริ่มอุบัติขึ้น เมื่อพระนางแคเทอรีนสิ้นพระชนม์ในปี พ.ศ. 2079 และพระนางแอนน์ โบลีนถูกประหารชีวิตฐานมีชู้ พระเจ้าเฮนรีที่ 8 จึงได้อภิเษกสมรสครั้งที่สามกับสมเด็จพระราชินีเจน เซมัวร์ซึ่งก็ได้สิ้นพระชนม์เสียอีก แต่ก็ได้ให้กำเนิดพระโอรสซึ่งต่อมาคือพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 6 แห่งอังกฤษ ในปี พ.ศ. 2083 ทรงอภิเษกเป็นครั้งที่สี่กับเจ้าหญิงแคทรีน เฮาวาร์ดโดยหวังการมีสายสัมพันธ์กับฝ่ายโปรเตสแตนท์เยอรมัน แต่พระนางก็ถูกประหารชีวิตอีกด้วยข้อหามีชู้เช่นกันในสองปีต่อมา ในปี พ.ศ. 2086 ทรงอภิเษกเป็นครั้งสุดท้ายกับเจ้าหญิงแคทรีน พาร์ซึ่งกลายเป็นม่ายของพระองค์

ในช่วงหลังๆ แห่งรัชสมัยของพระองค์ได้มีการทำสงครามกับฝรั่งเศสและสกอตแลนด์บ่อยครั้งก่อนการสงบศึกกับฝรั่งเศสในปี พ.ศ. 2089 พระราชโอรสคือพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 8 ได้เสด็จขึ้นครองราชย์แทน

 
 
พระองค์ทรงมีพระมเหสีถึง 6 พระองค์ได้แก่
 
 
สมเด็จพระราชินีแคทเธอรีน แห่งอรากอน
 
แคเธอรีนแห่งอารากอน สมเด็จพระราชินีแห่งอังกฤษ
Michel Sittow 002.jpg
ข้อมูลส่วนพระองค์
 
  • เจ้าหญิงแคเธอรีนแห่งอารากอน (อังกฤษ: Catherine of Aragon, Katharine of Aragon; พ.ศ. 2028พ.ศ. 2079) สมเด็จพระราชินีแห่งอังกฤษ พระมเหสีพระองค์แรกของพระเจ้าเฮนรีที่ 8 แห่งอังกฤษ (พ.ศ. 2052-2090)

    ทรงอภิเษกสมรสครั้งแรกในปี พ.ศ. 2044 กับเจ้าชายอาร์เธอร์ พระโอรสของสมเด็จพระเจ้าเฮนรีที่ 7 แห่งอังกฤษ (พ.ศ. 2029-2045) แต่เมื่อเจ้าชายสิ้นพระชนม์เสียตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ เจ้าหญิงแคเธอรีนก็ได้ทรงรับหมั้นกับเจ้าชายที่เป็นน้องสามี ซึ่งต่อมาคือพระเจ้าเฮนรีที่ 8 ในขณะที่มีพระชนมายุเพียง 11 ขวบ และได้อภิเษกสมรสกันในเวลาต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2052 และมีโอรสธิดารวม 5 พระองค์ แต่ก็มีพระธิดาเพียงพระองค์เดียวที่มีชีวิต คือเจ้าหญิงแมรี นอกนั้นสิ้นพระชนม์ทั้งหมดตั้งแต่อยู่ในวัยทารก ในปี พ.ศ. 2070 พระเจ้าเฮนรีได้เริ่มกระบวนการหย่าร้างกับพระนางซึ่งเป็นผลสำเร็จใน 6 ปีต่อมาโดยพระเจ้าเฮนรีที่ 8 ต้องทรงแตกหักกับพระสันตะปาปาเป็นเหตุให้มีการแปลงรูปทางศาสนาในอังกฤษเป็นนิกายโปรเตสแตนต์ พระนางแคเธอรีนได้ทรงออกจากตำแหน่งพระราชินีปลีกวิเวกไปปฏิบัติศานาอย่างเคร่งครัดจนสิ้นพระชนม์

  •  

  • สมเด็จพระราชินีแอนน์ โบลีน
  • แอนน์ โบลีน สมเด็จพระราชินีแห่งอังกฤษ
    Anne boleyn.jpg
    ข้อมูลส่วนพระองค์
    แอนน์ โบลีน (อังกฤษ: Anne Boleyn) ทรงเป็นบุตรีของเซอร์ โธมัส โบลีน กับเลดี้ เอลิซาเบธ โบลีน และได้เป็นพระมเหสีองค์ที่ 2 ในสมเด็จพระเจ้าเฮนรีที่ 8 และเป็นพระราชมารดาของเจ้าฟ้าหญิงอลิซาเบธ (ต่อมาเสด็จขึ้นเถลิงราชย์เป็นสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 1)
    พระราชพิธีอภิเษกสมรสระหว่างสมเด็จพระเจ้าเฮนรีที่ 8 กับสมเด็จพระราชินีแอนน์เป็นจุดเริ่มต้นแห่งเรื่องราว พระราชอำนาจหลังพระราชบัลลังก์ฉายเด่นชัดจากสมเด็จพระราชินีพระองค์นี้ ข้าราชการแบ่งฝักฝ่ายเป็นสองพวกคือ "คนของพระราชา" และ "คนของพระราชินี" แม้จนเมื่อท้ายที่สุดแล้วสมเด็จพระเจ้าเฮนรีที่ 8 จะทรงมีชัยชนะเหนือพระมเหสี สามารถสำเร็จโทษพระนางได้ ด้วยการกล่าวหาว่าพระนางสมสู่กับน้องชายแท้ๆ ของพระนางเอง แต่ความแตกร้าวก็ยังคงมีอยู่ไม่รู้จบ พระองค์ถูกกล่าวขานถึงว่า "ราชินีแห่งอังกฤษที่โดดเด่นและสำคัญที่สุดเท่าที่เคยมี"

    พระนางแคทเทอรีนต้องสูญเสียตำแหน่งราชินีให้แก่แอนน์ โบลีน พระนางแอนน์ โบลีนได้ทำพิธีสวมมงกุฎราชินีในวันที่1 มิถุนายน พ.ศ. 2076 พระสันตปาปากรุงโรมได้ทำปัพพาชนียกรรมพระเจ้าเฮนรีและโธมัส เครนเมอร์ พระนางแคทเทอรีนต้องถูกขับไล่ไปจากพระราชวังเนื่องจากทรงศรัทธาในโรมันคาทอลิก นิกายเชิร์ชออฟอิงแลนด์นั้นควบคุมโดยพระเจ้าเฮนรีที่ 8 มิใช่สันตปาปาแห่งโรม พระนางแอนน์ โบลีนนั้นฝักใฝ่นิกายนี้มาก

    การกำเนิดของเจ้าหญิงอลิซาเบธ

    หลังจากพิธีสวมมงกุฎทรงมีพระประสูติกาลที่พระราชวังกรีนิช ได้ทรงคลอดก่อนกำหนดในวันที่7 กันยายน พ.ศ. 2076พระนางได้ให้กำเนิดพระธิดา พระเจ้าเฮนรีทรงให้พระนามว่า อลิซาเบธ ตามพระนามของพระมารดาของพระเจ้าเฮนรี คือพระนางเอลิซาเบธแห่งยอร์ค

    พระธิดานั้นทรงเป็นโปรแตสแตนต์ แต่พระนางทรงหวั่นพระทัยว่าพระธิดาอาจถูกข่มขู่โดยเจ้าหญิงแมรีพระธิดาของพระนางแคทเทอรีนแห่งอรากอนซึ่งเป็นโรมันคาทอลิก พระเจ้าเฮนรีจึงส่งเจ้าหญิงแมรีไปที่อื่นเพื่อให้พระนางแอนน์สบายพระทัย

    พระนางแอนน์ทรงมีบ่าวรับใช้จำนวนมากซึ่งมาจากพระนางแคทเทอรีนแห่งอรากอน มีบ่าวรับใช้มากกว่า 250 คน และนางสนองโอษฐ์มากกว่า 60 คน พระนางมักจะจ้างอนุศาสนาจารย์มามาก

    การขัดแย้งกับพระเจ้าเฮนรี

     

    ในช่วงแรกชีวิตคู่ก็มีความสุข แต่พอนานๆเข้าความสัมพันธ์เริ่มตึงเครียด พระเจ้าเฮนรีทรงไม่ชอบท่าทางของแอนน์ที่ทำเพื่อตนเองและชอบโต้แย้งกับพระองค์ หลังจากการล้มเหลวจากการใด้บุตรในปีพ.ศ. 2077 พระเจ้าเฮนรีมองการล้มเหลวจากการให้บุตรชายของแอนน์ซึ่งเป็นการทรยศพระองค์ ในวันคริสต์มาสพระเจ้าเฮนรีได้สนทนากับโธมัส เครนเมอร์ และ โธมัส ครอมเวลล์ในเรื่องการขับไล่พระนางแอนน์ โบลีน และให้พระนางแคทเทอรีน แห่งอรากอนกลับมา

    พระนางแอนน์ไม่เกรงกลัวต่ออันตรายใดๆทรงใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่าย พระนางพยายามยุ่งเกี่ยวทางการเมือง ข้าราชการแบ่งฝักฝ่ายเป็นสองพวกคือ "คนของพระราชา" และ "คนของพระราชินี" และได้มีการสั่งประหารศัตรูของพระนางคือ บิชอปแห่งโรเชสเตอร์,จอห์น ฟริชเชอร์ และ โธมัส มัวร์ ผู้ซึ่งต่อต้านนิกายเชิร์ชออฟอิงแลนด์

     หายนะและการประหารชีวิต
     

    ในวันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2079 ข่าวการสวรรคตของพระนางแคทเทอรีนก็ได้ทราบถึงพระกรรณของพระเจ้าเฮนรีและพระนางแอนน์ ทั้งคู่ได้ทรงฉลองพระองค์สีเหลืองซึ่งเป็นสีที่ไม่เป็นมงคลสำหรับสเปนจัดงานเฉลิมฉลองครั้งใหญ่ หลังจากมีการชันสูตรพระศพของพระนางแคทเทอรีน แห่งอรากอนได้พบว่าพระหฤทัยของพระนางกลายเป็นสีดำ บางคนเชื่อว่าไม่พระเจ้าเฮนรีก็พระนางแอนน์ได้ลอบวางยาพิษพระนางแคทเทอรีน แต่บ้างก็ว่าพระเจ้าเฮนรีทรงเสียพระทัยในการจากไปของพระนางแคทเทอรีนอย่างมาก

    พระนางแอนน์ทรงพระครรภ์อีกครั้ง ในเดือนต่อมาพระเจ้าเฮนรีได้ทรงตกม้าจากการแข่งขันทำให้ทรงบาดเจ็บมาก ดูเหมือนว่าพระองค์อาการหนักมาก เมื่อข่าวล่วงรู้ถึงพระนางแอนน์ ทำให้พระนางตกพระทัยเป็นอันมากจนถึงขนาดทรงแท้งทารกชายในครรภ์ที่มีอายุเพียง 15 สัปดาห์ เหตุการณ์ครั้งนี้บังเกิดขึ้นในวันฝังพระศพของพระนางแคทเทอรีน แห่งอรากอน วันที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2079 พระนางแอนน์จึงมีบุตรีคนเดียวที่ดำรงพระชนม์ชีพ คือ เจ้าหญิงเอลิซาเบธ เหตุการ์ณเริ่มเปลี่ยนไปเมื่อนางเจน เซมัวร์นางสนองโอษฐ์ในพระราชาเข้ามาอยู่ในราชวัง

    การคบชู้สู่ชาย การร่วมประเวณีกับผู้ใกล้ชิด และการทรยศ

    ในวันสุดท้ายของเดือนเมษายน นักดนตรีชาวเฟลมมิชที่พระนางแอนน์เรียกไปรับใช้ชื่อว่า มาร์ก สเมียตัน ได้ถูกจับกุมและทรมานร่างกาย เพราะได้ถูกตั้งข้อหาว่าคบชู้กับพระราชินีแต่ระหว่างการทรมานเขาได้สารภาพผิด ต่อมาชาวต่างชาติ เฮนรี นอร์ริส ได้ถูกจับในเดือนพฤษภาคมแต่เนื่องจากเขาเป็นชนชั้นสูงจึงไม่ถูกทรมาน เขาได้ปฏิเสธและสาบานว่าเขาเป็นผู้บริสุทธิ์ 2 วันต่อมาเซอร์ฟรานซิส เวสตันได้ถูกจับกุมในข้อกล่าวหาเดียวกัน วิลเลียม แบร์ตันบ่าวรับใช้ของพระเจ้าเฮนรีก็ถูกจับกุมในข้อกล่าวหานี้เช่นกัน สุดท้ายก็มีการจับกุมพระอนุชาของพระนางแอนน์ จอร์จ โบลีนในข้อหาคบชู้กับสายเลือดเดียวกัน

    วันที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2079 พระนางแอนน์ได้ถูกจับกุมและส่งไปหอคอยแห่งลอนดอน นักโทษคนอื่นได้รับการปลดปล่อยเหลือแต่พระนางแอนน์และจอร์จ โบลีน 3 วันต่อมาแอนน์ได้ถูกกล่าวหาว่าได้คบชู้สู่ชายกับสายเลือดเดียวกัน และทรงเป็นผู้ทรยศ

    เวลาสุดท้าย

    หลังจากการตัดสิน จอร์จ โบลีนพระอนุชาได้ถูกประหารในวันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2079 แอนโทนี คิงส์ตันผู้เป็นยามเฝ้าประตูได้บันทึกไว้ว่า พระนางแอนน์นั้นดูมีความสุขและเตรียมตัวเตรียมใจที่จะได้รับการประหาร พระเจ้าเฮนรีได้ทำตามคำขอของพระนางแอนน์เป็นครั้งสุดท้ายโดยได้จ้างเพรชฆาตจากฝรั่งเศสมาทำการประหารโดยใช้ดาบตามธรรมเนียมฝรั่งเศส เนื่องจากพระนางแอนน์กลัวการประหารด้วยขวานทื่อๆตามธรรมเนียมอังกฤษ ในเช้าของวันที่ 19 ทหารได้มาเชิญพระนางเข้ารับการประหาร แอนโทนี คิงส์ตันได้เขียนบันทึกเป็นภาษาอังกฤษว่า

    • สมเด็จพระราชินีเจน เซมัวร์
    สมเด็จพระราชินีเจน ซีมัวร์

    เจน ซีมัวร์ (born c. 1507/1508 – d. 24 October 1537) เป็นธิดาของเซอร์จอห์น ซีมัวร์ และมากาเร็ตเวนวอท หลังการทรงงานในฐานะนางสนองพระโอษฐ์ของสมเด็จพระราชินีแคทเธอรีน แห่งอรากอน และสมเด็จพระราชินีแอนน์ โบลีน พระองค์ก็ทรงดึงดูดความสนใจจากสมเด็จพระเจ้าเฮนรีที่ 8 แห่งอังกฤษ

    ในฐานะสมเด็จพระราชินี เจนทรงเคร่งขรึมและไว้พระองค์ มีนางพระกำนัลเพียงไม่กี่คนคอยสนองงาน 2 คนในจำนวนนั้นคือน้องสาวและน้องสะใภ้ของพระองค์ ในปีพ.ศ. 2079 เจนทรงเริ่มที่จะมีบทบาททางการเมือง หากแต่ทรงถูกเตือนโดยสมเด็จพระเจ้าเฮนรี่ว่า "อย่าลืมว่าราชินีองค์ก่อนถูกตัดหัวเพียงเพราะวุ่นวายทางการเมือง"

    สมเด็จพระราชินีเจนมีพระประสูติกาล เจ้าฟ้าชายรัชทายาท เอ็ดเวิร์ด (สมเด็จพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 6 แห่งอังกฤษ)และสวรรคตหลังจากนั้น

    มีคนบางคนกล่าวไว้ว่า เจน ซีมัวร์ เป็นพระราชินีที่พระเจ้าเฮนรีที่ 8 รักอย่างแท้จริง และทรงโปรดปรานมากที่สุด พระองค์ไม่เคยรักใครอย่างจริงจังอีกเลย หลังจากพระราชินีเจน ซีมัวร์ สิ้นพระชนม์ พระราชินีเจน ซีมัวร์ ก็ทรงทำให้พระองค์ไม่เคยผิดหวัง โดยการประสูติพระราชโอรส

     

    • สมเด็จพระราชินีแอนน์แห่งคลีฟ
    สมเด็จพระราชินีแอนน์ แห่งคลีฟส์

     

    สมเด็จพระราชินีแอนน์แห่งอังกฤษ หรือ แอนน์แห่งคลีฟส์ (อังกฤษ: Anne of Cleves) แอนน์แห่งคลีฟส์เสด็จพระราชสมภพ 22 กันยายน พ.ศ. 2058 สวรรคต 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2100 ทรงเป็นสมเด็จพระราชินีอัครมเหสีองค์ที่ 4 ในสมเด็จพระเจ้าเฮนรีที่ 8 ระหว่างวันที่ 6 มกราคม-9 กรกฎาคม พ.ศ. 2083

    แอนน์เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2058 เป็นธิดาในจอห์นที่ 3 ดยุคแห่งคลีฟส์ผู้ครองอาณาจักรดยุคแห่งคลีฟส์ในเยอรมนี/เนเธอร์แลนด์ปัจจุบัน จากพระสาทิสลักษณ์ที่ปรากฏในพิพิธภัณฑ์ลูฟว์ ในประเทศฝรั่งเศสจะเห็นได้ว่าแอนน์มีบาดแผลทั่วทั้งวรองค์ เชื่อกันว่าเป็นเพราะโรคอีสุกอีใส แอนน์และเฮนรี่ทรงเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน 7 ชั้น

    สมเด็จพระราชินีแอนน์ถูกถอดลงจากยศ "สมเด็จพระราชินี" และทรงดำรงพระอิสริยยศ "เจ้าหญิง" แห่งอังกฤษแทน พระบรมราชสวามีตรัสเรียกพระองค์ว่า "น้องสาว" แอนน์ทรงเป็นอัครมเหสีเพียงพระองค์เดียวที่เสด็จดำรงพระชนม์อยู่จนถึงรัชสมัยของสมเด็จพระราชินีนาถแมรีที่ 1 แห่งอังกฤษ

     

    • สมเด็จพระราชินีแคเธอรีน ฮอเวิร์ด
    สมเด็จพระราชินีแคทเธอรีน ฮอเวิร์ด

     

    สมเด็จพระราชินีแคทเธอรีนแห่งอังกฤษ เดิมชื่อ แคทเธอรีน ฮอเวิร์ด (อังกฤษ: Catherine Howard) เสด็จพระราชสมภพในราว พ.ศ. 2068 สวรรคต 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2085 เป็นสมเด็จพระราชินีอัครมเหสีพระองค์ที่ 5 ของสมเด็จพระเจ้าเฮนรีที่ 8 แห่งอังกฤษ และบางครั้งบางคราวเป็นที่รู้จักจากพระราชสมัญญาที่องค์กษัตริย์ทรงพระราชดำรัสเรียกว่า "กุหลาบที่ไร้บัลลังก์" สถานที่พระราชสมภพนั้นไม่ทราบแน่ชัด แต่คาดกันว่าเป็นที่ลอนดอน พระองค์เป็นธิดาของลอร์ดเอ็ดมัด ฮอเวิร์ด บุตรของดยุคแห่งนอฟอล์ค แคเธอรีนทรงเสกสมรสกับสมเด็จพระเจ้าเฮนรีที่ 8 ในวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2083 ที่พระราชวังโอ๊ตแลนด์ แทบจะทันทีหลังจากที่สมเด็จพระพระเจ้าเฮนรีที่ 8 ทรงหย่าขาดจากสมเด็จพระราชินีแอนน์ แห่งคลีฟ สมเด็จพระราชินีแคเธอรีนทรงถูกสำเร็จโทษภายหลังจากการเสกสมรสไม่ถึง 2 ปี พระราชดำรัสสุดท้ายคือ

    "I die a Queen, but I would rather have died the wife of Culpepper."

    "เราตายอย่างพระราชินีองค์หนึ่ง แต่เราจะพึงพอใจมากกว่าหากเราตายในฐานะภรรยาของคัลเปเปอร์"

    สมเด็จพระราชินีแคเธอรีน ถูกสำเร็จโทษในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2085 พระศพถูกฝังไว้ให้พื้นโบสถ์เซนต์ปีเตอร์ เคียงข้างกับสมเด็จพระราชินีแอนน์ โบลีน

     

    • สมเด็จพระราชินีแคทเธอรีน พารร์
     
    Catherine Parr from NPG.jpg

    สมเด็จพระราชินีแคทเธอรีน พารร์ (พ.ศ. 2055 - 5 กันยายน พ.ศ. 2091) เป็นพระมเหสีองค์สุดท้ายของสมเด็จพระเจ้าเฮนรีที่ 8 และได้เป็นสมเด็จพระราชินีแห่งอังกฤษตั้งแต่ พ.ศ. 2086 - พ.ศ. 2090 หลังจากสมเด็จพระเจ้าเฮนรีที่ 8 สิ้นพระชนม์ก์กลายเป็นสตรีสูงศักดิ์ พระนางเป็นราชินีอังกฤษที่สมรสมากที่สุด

     

     

     

     

    Comments