เทคนิคการขายของชำ โดยลำไพ แสดคง

เทคนิคการขายของชำ

โดย นางลำไพ    แสดคง


              ในการทำธุรกิจใดๆนั้น สิ่งสำคัญที่เจ้าของกิจการต้องการมากที่สุดคือผลประกอบการหรือที่เราเรียกว่า  กำไร  แต่การที่จะให้ได้มาซึ่งกำไรที่เราต้องการนั้นกล่าวได้ว่าไม่ได้ง่ายอย่างที่ใครหลายคนคาดคิด  ต้องมีองค์ประกอบในหลายๆด้านด้วยกัน  ซึ่งดิฉันได้ตั้งใจเขียนบทความนี้ขึ้นมาเพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านและผู้ที่คิดจะประกอบธุรกิจ  โดยเฉพาะธุรกิจการขายของชำ  ซึ่งดิฉันได้รวบรวมเอาประสบการณ์บวกกับความรู้ที่สั่งสมมาเป็นเวลากว่าสิบปีมาเป็นเรื่องราวถ่ายทอด

         ดิฉันประกอบธุกิจ  ซึ่งธุรกิจของดิฉันเป็นร้านขายของชำ  ตั้งอยู่ในบริเวณสถานีขนส่งหมอชิตใหม่  กว่าดิฉันจะมีความสำเร็จเป็นแม่ค้าที่สามารถเลี้ยงดูครอบครัวไม่ให้เดือดร้อนทางด้านเรื่องเงินเหมือนปัจจุบันได้  ดิฉันได้อาศัยเทคนิคเล็กๆน้อยๆในการขายของชำซึ่งสามารถบอกกล่าวให้ท่านผู้อ่านได้ดังนี้   

1  หมั่นพยายามจัดร้านให้เป็นที่น่าสนใจต่อลู้ค้าเสมอ  พูดง่ายๆเลยก็คือการหมั่นรักษาความสะอาดของหน้าร้านให้มีความสะอาดอยู่ตลอดเวลา  ไม่ควรที่จะขี้เกียจและคิดว่าด้วยทำเลที่ตั้งเหมาะสมของร้านเรา  ลูกค้าจะซื้อกับเราเพียงเจ้าเดียว  เมื่อไม่รักษาความสะอาดในจุดหน้าร้านนี้ลุกค้าบางคนก็ไม่กล้าเข้ามาซื้อของในร้านเรา  ลุกค้าอาจจะยอมที่จะเดินไปซื้อของกับรายอื่น  และหน้าร้านนี้เองควรที่จะมีของใหม่ๆสินค้าใหม่ๆเข้ามาล่อตาล่อใจผู้ซื้อหรือลูกค้ามิได้ขาด  ควรวางสินค้าในที่ๆเห็นได้ชัดเจน  บางร้านไม่นำสินค้าที่ใหม่และสินค้าแปลกๆไม่เหมือนร้านอื่นมาโชว์ก็จะขาดจุดดึงดูดลูกค้าไป  หรือการที่ร้านจะต้องมีสินค้าที่เป็น แบลนด์ ติดตลาด  เข้ามาจำหน่าย  เพราะสินค้าเหล่านี้เป็นที่นิยมแก่ลูกค้า  จะทำให้เรามีรายได้เพิ่มขึ้น

                2 การแต่งกายของแม่ค้า ต้องแต่งกายดี  ตัวแม่ค้าเองก็เปรียบเสมือนหน้าร้าน  หากไม่แต่งตัวให้สะอาด  เรียบร้อย สกปรกมอมแมม ลูกค้าก็จะหมดความน่าเชื่อถือที่จะซื้อ  ลองคิดกันง่ายๆดู หากลูกค้าเข้าร้านเพื่อจะมาซื้อของกินเล่นหรือเครื่องดื่ม  เมื่อลุกค้าเจอหน้าแม่ค้าหรือเจ้าของร้านในสภาพสกปรก ลูกค้าจะรับประทานของกินเล่น หรือ  เครื่องดื่มที่ซื้อมาลงไปได้หรือไม่

                3 ความมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีต่อลูกค้า และ บุคคลรอบข้างทั่วไป  การพูดจาของแม่ค้าหรือเจ้าของร้านควรที่จะใส่ใจเป็นอย่างยิ่งควรมีครับ  มี ค่ะ ยิ้มแย้มแม้เราจะอมทุกข์  เพราะการพูดจาดีเป็นการสร้างลูกค้าทั้งในปัจจุบันและอนาคต  อย่าคิดว่าลุกค้าคนนี้ไม่เคยเข้าร้านเราแล้วเราจะไม่พูดดีๆกับเขา เพราะเราต้องคิดไว้เสมอว่าสักวันเขาคนนั้นจะต้องมาซื้อของจากร้านเรา เป็นการสร้างลุกค้าในอนาคต  หรือถ้าเป็นลุกค้าประจำการตีสนิทชิดเชื้อเพื่อผูกใจให้เขากลับมาซื้อของที่ร้านเราเป็นสิ่งที่ดี แต่ไม่ควนรอย่างยิ่งที่จะสนิทถึงขนาดพูดจาเล่นหัวกันได้  เราเองอาจจะมีคำพูดที่ไม่พึงประสงคืหลุดลอยจากปากเราออกไปกระทบกระเทือนจิตใจเขาได้  และเขาอาจจะหายไปเลยโดยที่เราไม่รู้ตัว             

 4 การมองหาทำเลที่ตั้งที่เหมาะสมกับการขายของชำ  ของชำคือของที่ทุกคนมีความจำเป็นต้องซื้อหามาใช้  การเลือกทำเลควรเลือกไปในแหล่งที่มีผู้คนหนาแน่น  มีคนพลุกพล่าน  เหมือนกับร้านดิฉันซึ่งมีทำเลที่เหมาะมากนั่นคือการมีที่ตั้งของร้านในบริเวณ  สถานีขนส่งผู้โดยสารหมอชิตใหม่

                5 ความอดทน  มุ่งมั่นในการค้าขาย  สิ่งนี้สำคัญอย่างยิ่งไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่นักธุรกิจจนถึงระดับแม่ค้า  เราต้องอดทนต่อการที่จะขายของให้ได้กำไร  กำไรอาจจะไม่ได้มาอย่างรวดเร็ว  อาจจะต้องอาศัยการรอคอย  ถือคติว่า  ช้าๆได้พร้าเล่มงาม  ลองนึกภาพดูว่าท่านผู้อ่านรอได้หรือไม่ในการขายลูกกวาดเม็ดละสองบาทให้ได้ถึงร้อยบาท  ถ้าทนในระดับพื้นฐานแค่นี้ไม่ได้กล่าวได้ว่าคุณไม่มีจิตวิญญาณความเป็นนักค้าขายหรือแม่ค้าได้         

                6 ลูกค้าถูกต้องเสมอ  การทำการค้าเราจะต้องเอาใจลุกค้าให้มากที่สุด อยากได้อะไรเราจะต้องหามาให้อย่างสุดความสามารถ  มีเรื่องอะไรกับลุกค้าดิฉันมีเทคนิคคือ ให้นิ่ง แล้วค่ะ  ครับ ให้ได้  อย่าพยายามเถียงลูกค้า  ถ้าจำเป็นต้องอธิบายต้องมีน้ำเสียงนุ่มนวล  ลดระดับความร้อนรุ่มในใจ และพีงคิดเสมอว่า  คนนี้แหละเราจะต้องเอาเงินจากกระเป๋าเขาให้ได้ 

ปัจจัยที่ส่งผลให้เราขายของยากลำบาก

             ส่วนใหญ่จะเป็นข้อที่ตรงกันข้ามกับเทคนิคในการขายของให้ดีขึ้น  ท่านผู้อ่านหรือผู้ที่สนใจเกี่ยวกับการทำธุรกิจร้านชำ  ควรที่จะศึกษาว่ากิจการหรือร้านของท่านเป็นเช่นนี้หรือไม่  ถ้าหากเป็นในข้อใดข้อหนึ่งควรที่จะปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้เราสสามารถสร้างยอดขายหรือกำไรให้มากยิ่งขึ้น

                 1.จัดรูปแบบร้านได้ไม่สดุดตาคนซื้อ

         2.พนักงานขายแต่งตัวสกปรก ไม่น่าให้คนมาซื้อของ

         3.สินค้าที่ขายไม่ทันสมัย หรือเก่าเกินไปไม่ตามยุคสมัย

         4.เอาของที่ผู้บริโภคไม่นิยมมาขาย ก็จะทำให้เราขายของได้ลำบากขึ้น

         5.พนักงานขายพูดจาไม่ไพเราะ ไม่น่าฟังทำให้ลูกค้าไม่อยากซื้อของ

         6.ที่ตั้ง ของร้าน ถ้าไปตั้งร้านอยู่ไกลแหล่งชุมชน เราก็จะขายของลำบาก หรือมีร้านขายของชนิดเดียวกันอยู่ใกล้ๆกับร้านเรา ก็จะทำให้ยอดขายเราลดลงได้เช่น

         7.สินค้าภายในร้านไม่เป็นระเบียบ ยากแก่การค้นหา ก็จะทำให้ขายของลำบากขึ้น

         8.สินค้าที่ขายดูสกปรกไม่น่ารับประทาน ลูกค้าก็จะไม่ซื้อ

        9.พนักงานขายไม่มีความสนใจที่จะขายของ

                        สรุป เกี่ยวกับเทคนิคของการขายของในการขายของชำนั้นการที่จะขายดีหรือไม่ดีนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยในหลายๆด้าน ทั้ง ทำเลที่ตั้งของร้าน  พนักงานขายการเอาใจใส่ในผลิตภัณฑ์ที่ขาย การละเลยสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปนับว่าเสียหายมากในกิจการร้านชำหรือกิจการธุกิจอื่น  ประสบการณ์ที่ได้ถ่ายทอดในวันนี้นับว่ามีประโยชน์ต่อทุกท่านที่กำลังอ่านสามารถในไปปรับใช้ในกิจการของตัวเองได้ไม่มากก็น้อย  
 
 
Comments