ความรู้เบื้องต้นให้รอดพ้นอัคคีภัย โดยนายพิเชษ รักสนิท

  
 
 
โดยนายพิเชษ รักสนิท นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์  สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์  มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม
 
           ความรู้เบื้องต้นให้รอดพ้นจากอัคคีภัย   ทำขึ้นเพื่อเป็นความรู้ด้านเทคโนโลยีเพื่อการจัดการงานสาธารณะ โดยเป็นการให้ความรู้แก่สังคมทั่วไป  "เรื่องไฟสำหรับบุคคลทั่วไปมองว่าน่ากลัว แต่หากเข้าใจในเรื่องของไฟมากขึ้น เราก็จะรู้ว่ามันไม่น่ากลัวอย่างที่คิด หากเพียงแค่รู้จักกับไฟ ให้มากขึ้น" ไฟไหม้มักจะเกิดขึ้นโดยไม่ทราบล่วงหน้า  เป็นอุบัติภัยร้ายแรง ทำให้เกิดความเสียหายไม่ว่าจะเป็นชีวิตและทรัพย์สิน  แต่สามารถป้องกันได้หากเรามีความรู้เกี่ยวกับวิธีการป้องกันเพลิงไหม้ ปลูกฝังความรู้เรื่องไฟที่ถูกต้อง เป็นการรับมือในยามฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที
        ไฟนั้นเกิดจาก ความร้อน เชื้อเพลิง และออกซิเจน รวมตัวกัน การป้องกันโดยการนำเชื้อเพลิงออกห่างจากความร้อน เพราะทุกที่มีออกซิเจนอยู่  เราจึงต้องทราบของประเภทเชื้อเพลิงของไฟ  ซึ่งประเภทของไฟหรือเชื้อเพลิงนั้น มีด้วย 4 ประเภท ตามหลักมาตรฐานสากล
ประเภท  A  เป็นไฟที่เกิดจากเชื้อเพลิงที่ทีลักษณะเป็นของแข็งหรือเป็นเชื้อเพลิงธรรมดา  เช่น  ฟาง  ยาง  ไม้  ผ้า  กระดาษ  พลาสติก  ตลอดจนร่างกายของมนุษย์
          วิธีการดับไฟ ประเภท A  คือการฉีดน้ำเพื่อลดความร้อน
ประเภท B
  เป็นไฟที่เกิดจากเชื้อเพลิงที่มีกลัษณะเป็นของเหลวหรือก๊าซ  เช่น  น้ำมันทุกชนิด  ก๊าซติดไฟทุกชนิด
วิธีการดับไฟ ประเภท B  คือการทำให้อับอากาศ โดยใช้ฟองโฟมคลุมหรือใช้ผงเคมีแห้ง เพื่อเป็นการกำจัดออกซิเจ
ประเภท  C เป็นไฟที่เกิดจากเชื้อเพลิงที่มีลักษณะเป็นของแข็งและมีกระแสไฟฟ้าไหลอยู่ เช่น อุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิด
วิธีการดับไฟ ประเภท C  คือการตัดกระแสไฟฟ้าแล้วจึงใช้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไล่ออกซิเจนออกไป 
ประเภท D
 เป็นไฟที่เกิดจากเชื้อเพลิงที่มีลักษณะเป็นโลหะและสารเคมีที่ติดไฟได้เช่นวัตถุระเบิด ปุ๋ยยูเรีย เป็นต้น
วิธีการดับไฟ ประเภท D  คือทำให้อับอากาศหรือใช้สารเคมีเฉพาะ ต้องศึกษาการดับสารแต่ละชนิดให้ดี และห้ามใช้น้ำทำการดับไฟประเภทนี้เป็น  อันขาด
สำหรับการดับเพลิงเครื่องมือที่ใช้ประโยชน์ในการดับไฟเบื้องต้น  คือ ถังดับเพลิง มีด้วยกัน 7 ชนิด  ซึ่งแต่ละชนิดมีคุณสมบัติในการดับไฟประเภทต่างๆ 
เครื่องดับเพลิงชนิดกรดโซดา ( Soda Acid )
   บรรจุในถังสีแดง   ใช้ดับไฟประเภท A เท่านั้น
เครื่องดับเพลิงชนิดฟองโฟม    บรรจุในถังอะลูมิเนียมสีครีมหรือถังสแตนเลส  บรรจุน้ำยาโฟมผสมกับน้ำอัดแรงดันเอาไว้  เวลาใช้จะเกิดฟองกระจายปกคลุมบริเวณที่เกิดไฟไหม้ ทำให้ขาดออกซิเจนและลดความร้อน ใช้ดับไฟประเภท B และ A
เครื่องดับพลิงชนิดน้ำสะสมแรงดัน( Water Pressure ) บรรจุในถังสแตนเลส บรรจุน้ำซึ่งอัดแรงดันเอาไว้ใช้ดับไฟประเภท A
เครื่องดับเพลิงชนิดก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์หรือซีโอทู ( Carbondioxide ) บรรจุในถังสีแดง ภายในบรรจุก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์  เวลาใช้จะพ่นหมอกหิมะออกมาไล่ความร้อนและกำจัดออกซิเจน  ควรฉีดให้ใกล้ไฟ ประมาณ 1.5-2 เมตร ใช้ดับไฟประเภท C และ B
เครื่องดับเพลิงชนิดผงเคมีแห้ง ( Dry Chemical )  บรรจุในถังสีแดง ประกอบด้วยผงเคมีหลายชนิด มีคุณสมบัติที่แตกต่างกันไป ใช้ภายในอาคาร จะมีละอองฟุ้งกระจายทำให้เกิดความสกปรก ใช้ดับไฟประเภท A B และ C
เครื่องดับเพลิงชนิดฮารอน  บรรจุในถังสีเหลือง  มีส่วนผสมของสาร CFC ซึ่งเป็นอันตรายต่อชั้นบรรยากาศของโลก  ใช้ดับไฟประเภท A B และ C
เครื่องดับเพลิงชนิดน้ำยาเหลวระเหย บรรจุในถังสีเขียวหรือสีเหลือง
ไม่มีสาร CFC ที่เป็นอันตรายต่อชั้นบรรยากาศของโลก ใช้ดับไฟประเภท A B และ C
ความร้อน
จากไฟสามารถทำให้ร่างกายบาดเจ็บหรือเสียชีวิตได้  โดยเฉพาะการหายใจเอาอากาศที่มีความร้อน 150 องศาเซลเซียสเข้าไป จะทำให้เสียชีวิตทันที  แก็สพิษและควันไฟมีสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองกับ ดวงตา จมูก และคอ จะส่งผลต่อรางกาย และในเหตุการณ์เพลิงไหม้ในหลายๆครั้ง พบว่าผู้เสียชีวิต มีสาเหตุมาจากการสำลักควันหรือขาดอากาศหายใจ  เพลิงไฟทำให้เกิดความเสียหายแก่อาคาร  บ้านเรือน  ที่พักอาศัย  เปรียบกับคำโบราณที่ว่า
       "ขโมยขึ้นบ้านสิบครั้ง ไม่เท่าไฟไหม้ครั้งเดียว"
ชนวนการเกิเพลิงไหม้และวิธีป้องกัน
           อัคคีภัยเกิดจากสาเหตุหลายอย่างด้วยกัน  ส่วนใหญ่มักจะมาจากความประมาท  เช่น การใช้เชื้อเพลิง  การใช้ความร้อน  การใช้ไฟฟ้า  และโดยธรรมชาติและเกิดจากมนุษย์             
การเผาขยะและหญ้าแห้ง
  บ่อยครั้งที่สาเหตุการเกิเพลิงไหม้มาจากการเผาขยะและหญ้า  โดยผู้กระทำมองว่าเป็นเรื่องเพียง
เล็กและมองข้าม เมื่อเกิดการลุกลามทำให้ไม่สามารถควบคุมกลุ่มเพลิงไว้ได้ อาจเป็นได้จากจำนวนเชื้อเพลิงที่มีจำนวนมาก กระแสลมที่พัดแรงทำให้ไฟได้รับออกซิเจนมาก เมื่อเกิดการลุกลาม จึงสร้างความสูญเสียใหญ่หลวงจากเพียงเรื่องเล็กๆ 
          การเผาขยะควรเผาในเตาเผา ถังโลหะ  จะปลอดภัยกว่าเผาในที่โล่ง เพราะเกิดการลุกลามได้ง่ายและเผาครั้งละน้อยๆ
         ไม่ควรเผาในขณะมีลมแรง และคอยเฝ้าดูอยู่ใกล้ๆ หากเกิดการลุกลามจะได้ควบคุมได้ทัน และเตรียมอุปกรณ์ในการ  ดับให้เรียบร้อย
         ของเก่าๆ  หนังสือพิมพ์เก่าๆ    ใบไม้ แห้งในสนามล้วนเป็นเชื้อเพลิง ถ้าไม่จำเป็นต้องใช้ควรกำจัดออกจากบ้าน
ไฟฟ้าลัดวงจร เป็นจำเลยต้นๆ ของเหตุเพลิงไหม้ เราสามารถลดปัจจัยเสี่ยงจากการเกิดไฟไหม้เนื่องจากไฟฟ้าลัดวงจร ได้ดังนี้
        ตรวจสอบสายไฟและอุปกรณ์ให้อยู่ในสภาพดีเสมอ หากเสื่อมสภาพหรือชำรุด เปลี่ยนใหม่ทันที เพื่อป้องกันไฟฟ้ารั่วและไฟฟ้าลัดวงจร
        ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างระมัดระวัง ไม่เสียบสายเครื่องใช้ไฟฟ้าทิ้งไว้
        ก่อนนอนหรือออกนอกบ้าน ตรวจว่าไม่ได้จุดธูป เทียน เปิดแก็ส เสียบปลั๊กทิ้งไว้
ความประมาทในการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง  น้ำมันเชื้อเพลิง ทำให้เกิดเพลิงไหม้ได้อย่างรวดเร็ว ต้องระวังเป็นอย่างมาก
        ไม่ควรติดเตาไฟด้วยราดน้ำมัน อาจทำให้ลุกลามและก่อให้เกิดเพลิงไหม้ได้
        ไม่จุดตะเกียงน้ำมันหรือเทียนไขไว้ใกล้มุ้ง อาจทำให้ไหม้มุ้งและก่อให้เกิดเพลิงไหม้ได
ความรู้เบื้องต้นให้รอดพ้น
อัคคีภัย  แม้ว่าจะมีเครื่องมือและอุปกรณ์ดับเพลิงช่วยดับไฟไหม้ แต่สิ่งสำคัญคือการเตรียมตัว เตรียมใจให้พร้อม
มีสติ เพราะจะทำให้ปลอดภัยจากไฟไหม้ได้ โดยการ.....
การซ้อมแผนหนีไฟ  หากบุคคลที่อยู่บนตึกสูง ควรฝึกซ้อมการหนีไฟทุก 6 เดือน
การสังเกตุสัญญาณ  หากมีที่พักหรือเกี่ยวข้องกับอาคารสูง  ควรจดจำจุดตั้งสัญญาณเพลิงไหม้ เครื่องหมายและสัญลักษณ์ต่างๆภายในอาคาร
การรู้ทางหนีฉุกเฉิน หาทางออกฉุกเฉินอย่างน้อย 2 ทาง เพื่อเป็นเส้นทางหนีไฟ ประตูห้องนอน หน้าต่าง ระเบียง บันไดตรวจสอบว่าไม่มีสิ่งใดกีดขวางอยู่
การหนีทันทีเมื่อมีสัญญาณ หากได้ยินสัญญาณเตือนเพลิงไหม้  รีบออกจากอาคารทันที และไม่ควรขึ้นไปชั้นบน อย่าเก็บของ เพราะอาจจะไม่ทัน
ไฟไหม้ในห้อง หนีแล้วปิดประตู หากเกิดไฟไหม้ภายในห้องพักรีบหนีออกมา แล้วปิดประตูทันที และเอากุญแจมาด้วย หากหมดทางหนีจะได้กลับเข้าห้องได้
ไฟไหม้นอกห้อง ดูความร้อนของประตู  ถ้าไฟไหม้นอกห้อง ก่อนออกจากห้องเอามือจับบริเวณประตูหากยังเย็นอยู่ค่อยๆเปิดประตูแล้วหนีไปยังประตูฉุกเฉิน ถ้าประตูร้อนห้ามเปิดประตูเด็ดขาดเพราะอยู่ในห้องอาจปลอดภัยกว่า แล้วโทรศัพท์เรียกหน่วยดับเพลิงแจ้งจุดเกิดเหตุจุดที่เราอยู่ให้ชัดเจน
ปิดช่องความร้อนและควันไฟ  ใช้ผ้าเช็ดตัวเปียกๆ ปิดทางเข้าของควันบริเวณช่องประตู ถ้าหนีไม่ได้ให้ทุบผนัง หรือตะโกนเพื่อขอความช่วยเหลือ
คลานหนีเมื่อมีควัน  ห้ามวิ่งออกไป เพราะ 80% เสียชีวิตจากการสำลักควันและขาดอากาศหายใจ  หาถุงพลาสติกตักอากาศบริสุทธิ์ครอบศีรษะแล้วคลานต่ำ ไปทางหนีไฟฉุกเฉิน พร้อมใช้ผ้าชุบน้ำปิดจมูกป้องกันการสำลักควัน
อย่าใช้ลิฟต์ ขณะเกิดเพลิงไหม้ ลิฟต์อาจหยุด ให้ใช้บันไดภายนอกอาคาร
ดับไฟท่วมตัว  ถ้าไฟติดตัว เสื้อผ้า อย่าวิ่งให้หยุดทรุดตัวกลิ้งลงกับพื้น พร้อมกับเอาปิดหน้าเอาไว้
ติดตั้งอุปกรณ์ดับเพลิง  โดยศึกษาวิธีการใช้อย่างละเอียด ปฎิบัติตามอย่างเคร่งครัด
เมื่อเกิดเหตุ
เพลิงไหม้
   หน่วยงานที่
ให้ความช่วยเหลือ   คือ  สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย มีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ที่เกิดจากภัยธรรมชาติและการกระทำของมนุษย์ ทั้งอัคคีภัย วาตภัย อุทกภัยแผ่นดินไหว และงานบริการอื่นๆ  เช่น จับงู  ทำลายรังต่อ  แตน ฯลฯ  ซึ่งมีสถานีดับเพลิงหลัก ทั้งสิ้น 35 สถานี  ทั่วกรุงเทพมหานคร"เหตุเพลิงไหม้แจ้ง 199"  หมายเลขฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง เมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจะส่งรถดับเพลิงมาระงับเพลิงไหม้ ซึ่งจะมีรถดับเพลิง รถบันไดจะมักเห็นว่าเป็นรถสีแดง นอกจากนี้ยังมีรถสีเหลือง เป็นรถยกลาก  รถบันไดขนาดใหญ่ รถที่ติดตั้งอุปกรณ์กู้ภัยต่างๆ เช่นเครื่องช่วยหายใจอัดอากาศสำหรับนักดับเพลิง อุปกรณ์กู้ภัยต่างๆ  
สรุป
  ไฟในปัจจุบัน มีความจำเป็นอย่างยิ่ง ปัจจุบันความเจริญเติบโตของบ้านเมืองมีขึ้นทุกวัน ทำให้มีเหตุเพลิงไหม้และอุบัติภัยอื่นๆได้ตลอดเวลา หากเรามีความเตรียมพร้อมทั้งทางร่างกาย จิตใจ และการมีสติ  รู้จักเรื่องของไฟ วิธีการป้องกัน การดับไฟเบื้องต้น เพื่อให้ตัวเราเองและบุคคลที่ใกล้ชิด รักใคร่ ได้รับความปลอดภัย และเป็นการปลูกฝังให้ทุกคนในการช่วยกันสังเกตุและตรวจสอบอุปกรณ์ต่าง สิ่งสำคัญเป็นการช่วยป้องกันการเกิดเพลิงไหม้  ถึงแม้ว่าเราจะมีนักผจญเพลิงที่พร้อมจะลุยได้ตลอดเวลา แต่สิ่งที่เราไปในเบื้องต้นนั้น อาจทำให้ลดความเสียหายน้อยลด ก่อนจะสายเกินแก้
 
 
 
หมายเหตุ:
ผลงานบทความที่เผยแพร่ในที่นี้ ทั้งนี้เพื่อประโยชน์สาธารณะทางการศึกษาของนักศึกษา 
            
Comments

เจ้าของไซต์

  • Prachid Tinnabutr

อ่านที่นี่ก่อนครับ

Visitors

รายชื่อบทความเผยแพร่ความรู้สู่สังคมจากสมาชิก

แจ้งข่าวถึงสมาชิก

เชื่อมโยงเว็บไซต์กิจกรรม