จ.แผนการจัดตั้งประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน

 
แผนการจัดตั้งประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASEAN Socio-Cultural Community Blueprint)
 

            ในแผนงานการจัดตั้งประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ค.ศ. ๒๐๐๙ – ๒๐๑๕) มีจุดมุ่งหมายที่จะทำให้ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อยู่ร่วมกันในสังคมที่เอื้ออาทร ประชากรมีสภาพความเป็นอยู่ที่ดี ได้รับการพัฒนาในทุกด้าน และมีความมั่นคงทางสังคม
           สำนักงาน ก.พ. ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบด้านการพัฒนามนุษย์ ในหัวข้อ A7 พัฒนาสมรรถภาพของระบบราชการ หรือ การสร้างศักยภาพของระบบราชการ (Building Civil Service Capability) และด้านสิทธิและความยุติธรรมทางสังคม ในหัวข้อ C3 การส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรธุรกิจ (Promoting Corporate Social Responsibility – CSR) ซึ่ง สำนักงาน ก.พ. ได้ดำเนินการมาโดยตลอด
          การสร้างศักยภาพของระบบราชการ (A7) 
          สำนักงาน ก.พ. ได้ดำเนินการจัดทำยุทธศาสตร์พร้อมแผนงานโครงการตาม แผนการดำเนินงานด้านกิจการพลเรือนอาเซียน ค.ศ.๒๐๑๐-๒๐๑๕ (ACCSM Work Plan ๒๐๑๐-๒๐๑๕) โดยส่งให้ฝ่ายเลขานุการอาเซียนเรียบร้อยแล้ว กิจกรรมต่างๆ ที่สำนักงาน ก.พ.ได้ดำเนินการภายใต้แผนงานข้างต้น ได้แก่
         ๑. สำนักงาน ก.พ. ในฐานะ ASEAN Resource Centre on Leadership Development ได้พัฒนาแนว ทางการสร้างผู้นำในราชการพลเรือนของไทยทั้งในด้านการสรรหา การพัฒนา การเตรียมความพร้อม การแต่งตั้งและการส่งเสริมคุณธรรมของนักบริหารอย่างต่อเนื่องซึ่งได้ปรากฏในปัจจุบันในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๑
          ๒. สำนักงาน ก.พ. ได้จัดอบรมหลักสูตรต่างๆ อย่างต่อเนื่องสำหรับประเทศสมาชิกอาเซียนทั้งในส่วนที่ สำนักงาน ก.พ. จัดขึ้นโดยตรงหรือในส่วนที่จัดให้ตามความต้องการของประเทศสมาชิก เช่น
              ๒.๑ หลักสูตร HR Management สำหรับ ข้าราชการจากประเทศกัมพูชา เป็นต้น    
              ๒.๒ สำนักงาน ก.พ. ได้จัดทำโครงการความร่วมมือทางวิชาการระหว่างสำนักงาน ก.พ. กับประเทศสมาชิก อาเซียนระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๕๓-๒๕๕๕ รวมทั้งสิ้น ๑๙ โครงการ ประกอบด้วย
             กลุ่มที่ ๑ ด้านการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมในราชการพลเรือน
             กลุ่มที่ ๒ ด้านการส่งเสริมและพัฒนาภาวะผู้นำ
             กลุ่มที่ ๓ ด้านการส่งเสริมการบริหารทรัพยากรบุคคล มืออาชีพ กลุ่มที่ ๔ ด้านความร่วมมือแบบทวิภาคี
          ๓. สำนักงาน ก.พ. เป็นศูนย์กลางการรวบรวมบัญชีรายชื่อผู้เชี่ยวชาญและวิทยากรซึ่งเป็นเสมือนทรัพยากร บุคคล สำหรับการจัดฝึกอบรมและการสร้างศักยภาพของระบบราชการอย่างต่อเนื่อง
          ๔. สำนักงาน ก.พ. ได้จัดฝึกอบรมหลักสูตร "บทบาทหญิงชายเพื่อการพัฒนา” และ "หลักสูตรเสริมสร้าง คุณธรรมจริยธรรมสำหรับนักบริหารระดับต้น ระดับกลางและระดับสูง” ทั้งนี้ทั้งสองหลักสูตรจะได้นำไปจัดฝึกอบรมให้กับข้าราชการของประเทศสมาชิกอาเซียนต่อไป
          ๕. สำนักงาน ก.พ. ได้จัดหลักสูตรการฝึกอบรมตามหลักสมรรถนะ เพื่อแบ่งปันและแลกเปลี่ยนระหว่างกัน ในระบบราชการของประเทศสมาชิกอาเซียนภายใต้ความช่วยเหลือของ ACCSM
         ๖. สำนักงาน ก.พ. ได้พยายามสร้างความสัมพันธ์เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับบางประเทศในอาเซียน เช่น เชิญผู้ทรงคุณวุฒิจากสิงคโปร์มาให้ความรู้แก่ผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตรนักบริหารระดับสูง (หลักสูตรเตรียมความพร้อมสำหรับผู้ที่จะเป็นรองอธิบดี) ตลอดจนการจัดฝึกอบรมการบรรยายและการอบรมเชิงปฏิบัติการโดยเชิญผู้แทนจากประเทศสมาชิกอาเซียนเข้าร่วมโครงการดังกล่าวระหว่างปี ๒๕๕๓-๒๕๕๕ ภายใต้งบประมาณสนับสนุนจาก สพร.
          ๗. สำนักงาน ก.พ. ได้ผลักดันให้เกิดนโยบายและยุทธศาสตร์ในเรื่องต่างๆ ได้แก่
              ๗.๑. กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓๔ ว่า การจัด ระเบียบข้าราชการพลเรือนต้องเป็นไปเพื่อผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ ความมีประสิทธิภาพและความคุ้มค่าโดยให้ข้าราชการปฏิบัติราชการอย่างมีคุณภาพ คุณธรรมและมีคุณภาพชีวิตที่ดีและในมาตรา ๔๒ ว่า การบริหารทรัพยากรบุคคลต้องคำนึงถึงผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพขององค์กรและลักษณะของงานโดยไม่เลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม
             ๗.๒. กำหนดให้มียุทธศาสตร์การพัฒนาข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๒-๒๕๕๕
             ๗.๓. ยุทธศาสตร์การส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมในภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๕๒-๒๕๕๕
             ๗.๔. ยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพชีวิตข้าราชการพลเรือนสามัญ พ.ศ. ๒๕๕๓-๒๕๕๕
             ๗.๕. ส่งเสริมให้ทุกส่วนราชการกำหนดตัวชี้วัดความโปร่งใสในการปฏิบัติงานและมีระบบการให้ รางวัลจูงใจหน่วยงานที่เป็นตัวอย่างในเรื่องดังกล่าว
         ๘. สำนักงาน ก.พ. สร้างและส่งเสริมกลไกของบริการภาครัฐให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ให้มี มาตรฐานด้านการบริการ (service standard) มีกระบวนการให้ข้อมูลย้อนกลับจากประชาชน (citizens feedback procedure) และระบบการให้คะแนนผลการปฏิบัติงานตามผลลัพธ์ โดยจัดให้มีตัวชี้วัดความพึงพอใจของผู้รับบริการในงานต่างๆ ที่เป็นงานให้บริการและสำนักงาน ก.พ.ร. กำหนดเป็นตัวชี้วัดตามคำรับรองปฏิบัติงานระดับส่วนราชการด้วย โดยจะให้รางวัลตามผลการทำงานตามตัวชี้วัดด้วย
          ๙. ขยายบทบาทภาคประชาสังคมและกลุ่มประชาชนในการสร้างมโนสุจริตและธรรมาภิบาล โดยสำนักงาน ก.พ. ริเริ่มให้มีการรวมตัวของภาครัฐ ภาคประชาชน ภาคธุรกิจเอกชนและองค์กรอิสระต่างๆ ในการร่วมกันรณรงค์และขับเคลื่อนมาตรการสร้าง ความโปร่งใสในราชการพลเรือนโดยเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ โดยนายกรัฐมนตรีเป็นประธานนำการดำเนินการในเรื่องนี้
           การส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรธุรกิจ (C3)
สำนักงาน ก.พ. ได้ดำเนินการศึกษาเรื่อง "แนวทางการส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์” เพื่อศึกษาแนวทางการส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมของหน่วยงานภาครัฐในภาพกว้างและในบริบทที่เชื่อมโยงกับการบริหารทรัพยากรมนุษย์ภาครัฐ สำหรับเป็นแนวทางในการส่งเสริมการดำเนินงานตามหัวข้อ C3
          นอกจากนี้สำนักงาน ก.พ. ยังได้จัดทำประมวลจริยธรรมและจัดตั้งกลุ่มงานคุ้มครองจริยธรรม เพื่อคอยสอดส่องดูแลและเสริมสร้างจริยธรรมในองค์กร โดยดำเนินการจัดกิจกรรมด้านการกุศลและบริการสาธารณประโยชน์ อาทิ การถือศีล การทำบุญตามประเพณี การเลี้ยงอาหารแก่ทหารบาดเจ็บ การบริจาคสิ่งของให้แก่เด็กพิการซ้ำซ้อน การทาสีโรงเรียนในต่างจังหวัด เป็นต้น
 
Comments