มะม่วงกะล่อน

 สวัสดีครับ
                  ท่านอาจจะฉงน..คงแปลกใจว่า ชื่อสั้นๆทำไม? ทำให้เราคิดไปได้กว้างไกล นี่เพียงชื่อกะล่อนนะ หากเติมทองต่อท้าย " กะล่อนทอง" โหย.ไปได้อีกไกล...ผมหากระทู้ข้าวเหนียวมะม่วงไม่พบ มีการพูดถึงข้าวเหนียวมูล มะม่วงอกร่อง น้ำดอกไม้ ผมเห็นด้วยว่า หากถึงฤดูกินข้าวเหนียวมะม่วง เราจะนึกถึง"น้ำหนักตัว" ทันที และมักจะห้ามปากห้ามใจไม่ได้ น้าเลดี้ชวนกิน..แล้วค่อยลดน้ำหนักภายหลัง 555 666.. ที่ไม่เห็นด้วยก็คือมะม่วงน้ำดอกไม้ไม่อร่อยเลย ส่วนมะม่วงอกร่องแซ๊บพอกิน หากนำมะม่วงกะล่อนสุกมากินกับข้าวเหนียวมูล ราดกะทิ ถั่วคั่ว รับรองไม่แพ้อกร่อง หรือข้าวเหนียวทุเรียน (เจ๊กสิงคโปร์เรียกทุเรียน > ดูเรี่ยน) เพราะมะม่วงกะล่อนมีกลิ่นหอม หวานพอดี มีรสเปรี๊ยวแทรกนิ๊ดๆ... ในอีสานหากินง่าย ที่วัดต่างๆจะมีมะม่วงชนิดนี้แทบทุกวัด ต้นใหญ่ ทนแล้ง ลูกดก และหากนำไปทำเป็นมะม่วงกวน มะม่วงกะล่อนชนะขาดในงานโอทอป  หากไปถามคนระยอง(ฮิ) คนระยองจะบอกว่า "เอาได้ๆ"
           เด็กอีสานสมัยก่อนจะรู้จักกันดีคือ มะม่วงใหญ่ มะม่วงกะล่อน มะม่วงกล้วย.. ส่วนพันธุ์อื่นๆมีการนำเข้า ปรับปรุงขยายพันธุ์ในระยะหลัง  เช่น เขียวเสวย น้ำดอกไม้ ฯลฯ มะม่วงกล้วยผลเป็นพวง เรียวเล็ก สีขาวนวล รสชาดก็อร่อยไปอีกแบบ คนเขมรนำไปตั้งชื่อหมู่บ้าน..เสรอะสวายซอ (บ้านมะม่วงขาว) พักหลังพี่น้องลาวเบียดเขมร ชื่อเรียกหมู่บ้านเพี้ยนเป็น"บ้านสวายสอ" พบเห็นทั่วไปในภาคอีสาน...ส่วนมะม่วงกะล่อน คนไทยนำคำหลัง ไปตั้งชื่อเรียกให้กับผู้คน //
    ย้อนไปสมัยเด็ก ผมมักจะอยู่ใต้ต้นมะม่วง จึงรู้จักกับมะม่วงกะล่อนดี วันใดฟ้าฝนคะนอง ลมพัดอื้ออึง ผมจะวิ่งไปยังสวนมะม่วงหลังบ้าน นั่นหมายถึงว่าผลมะม่วงจะโดนลมพัด หล่นเต็มใต้ต้น ผมจะวิ่งเก็บเลือกลูกโตๆ มัดใส่ผ้าข้าวม้า(พายเซ) แบกกลับบ้าน ..เพราะ"แม่สมบรูณ์"ชอบกินข้าวกับมะม่วงกะล่อนสุก..... เช้ามืดผมก็จะถึงใต้ต้นมะม่วงก่อนใคร เลือกเก็บมะม่วงใหญ่ มะม่วงอกร่อง ที่หล่นทั่วสวน เพราะแรงลมตอนกลางคืน
                  มะม่วงกะล่อนมีผลเล็ก วิธีกินก็ต้องเรียนรู้...หากจะปอกเปลือก ก็จะเสียเวลา ไม่ทันใจ ..นำมะม่วงกะล่อนสุกล้างน้ำ ปาดหัวล้างยางให้สะอาด ผ่าแบ่งเป็นสองด้าน นำชิ้นที่ผ่า คว่ำด้านเนื้อมะม่วงเข้าปากแค่ครึ่งชิ้น ใช้ฟันหน้าล่างขยับทะยอยกินเฉพาะเนื้อมะม่วง โดยใช้มือช่วยดึงเปลือกออก และใช้ลิ้นดุนช่วย หุหุ...(ลิ้นก็มีส่วนสำคัญ) กลับอีกครึ่งที่เหลือเช้าปาก ทำแบบเดียวกัน ส่วนที่ติดกับเม็ดก็ง่ายที่จะจัดการจนหมด ผลิกดูดความหอมหวานทุกด้านรอบเม็ด...เหลือแต่เม็ดล่อนจ้อน..กะล่อนจะมีส่วนเนื้อที่ติดกับเปลือกอร่อยที่สุด หากใช้มีดปอก ส่วนนี้จะถูกเชือนทิ้งไป...
 :fun: :great:  :fun:
                 
1. ชื่อ มะม่วงกะล่อน

2. ชื่ออื่น ม่วงเทียน มะม่วงป่า มะม่วงขี้ไต มะม่วงเทพรส

8. ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

ต้น ไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูงประมาณ 15-30 เมตร โตวัดรอบลำต้น 100-300 ซม. ลำต้นเปลาตรง กิ่งก้านสาขาเป็นพุ่มกลมทึบ ตามกิ่งอ่อนเกลี้ยงมีต่อมระบายอากาศประปราย เปลือกสีน้ำตาลปนเทา เรียบหรือแตกเป็นร่องเล็กๆ ไปตามยาวลำต้น
ใบ รูปขอบขนาน ขนาดใบกว้าง 3.5-8 ซม. ยาว 14.5-22 ซม. โคนใบมนแคบๆ ปลายใบเรียวหรือเป็นติ่งสั้นๆ เนื้อใบหนาเกลี้ยงเป็นมัน เส้นแขนงใบมี 15-22 คู่ เส้นโค้งและมักเชื่อมต่อกันตอนใกล้ๆ ขอบใบ เส้นร่างแหละเอียดและเห็นชัดทั้งสองด้าน ก้านใบเป็นร่องทางด้านบน โคนก้านบวม
ดอก สีขาวแกมเหลืองอ่อน ออกเป็นช่อตามปลายกิ่งและง่ามใบ แต่ละช่อยาวประมาณ 25 ซม. ตามก้านช่อมีขนสากทั่วไป กลีบรองกลีบและกลีบดอกมีอย่างละ 5 กลีบ โคนกลีบดอกมีเส้นกลีบ 3 เส้น เกสรตัวผู้มี 5 อัน ไม่มีเกสรตัวผู้ปลอม เกสรตัวผู้มีขนาดสั้นยาวไม่เท่ากัน
ผล รูปมนหรือป้อม ผลแก่สีเหลืองแกมเขียว ขนาดกว้าง 3-4.5 ซม. ยาว 4-7 ซม. เนื้อเยื่อบางๆ รสหวาน กลิ่นหอม เมล็ดใหญ่



 
                          มะม่วงในโรงเรียนเนินสง่าวิทยา
หน้าเว็บย่อย (1): หน้าแรก
Comments