1. ประวัติการก่อตั้งจังหวัดอุดรธานี

 
 
กว่าจะมาเป็นจังหวัดอุดรธานีในปัจจุบัน

 

                    จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีพบว่า    บริเวณพื้นที่ที่เป็นจังหวัดอุดรธานีในปัจจุบัน   เคยเป็นถิ่นที่อยู่ของมนุษย์มาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ประมาณ 5,000-7,000 ปี 

จากหลักฐานการค้นพบที่บ้านเชียงอำเภอหนองหานและภาพเขียนสีบนผนังถ้ำที่อำเภอบ้านผือ    เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นเป็นอย่างดีจนเป็นที่ยอมรับนับถือในวงการศึกษาประวัติศาสตร์

และโบราณคดีระหว่างประเทศว่าชุมชนที่เป็นถิ่นที่อยู่ของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ที่จังหวัดอุดรธานี    มีอารยะธรรมความเจริญในระดับสูงและอาจถ่ายทอดความเจริญนี้ไปสู่ประเทศจีนก็อาจเป็นได้

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องปั้นดินเผาสีลายเส้นที่บ้านเชียงนั้นสันนิฐานว่า    อาจเป็นเครื่องปั้นดินเผาสีลายที่เก่าที่สุดของโลก

 

 

 

 

            

                จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีพบว่า   บริเวณพื้นที่ที่เป็นจังหวัดอุดรธานีในปัจจุบัน   เคยเป็นถิ่นที่อยู่ของมนุษย์มาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ประมาณ 5,000-7,000 ปี      จากหลักฐานการค้นพบที่บ้านเชียง   อำเภอหนองหาน    และภาพเขียนสีบนผนังถ้ำที่อำเภอบ้านผือ    เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นเป็นอย่างดีจนเป็นที่ยอมรับนับถือในวงการศึกษาประวัติศาสตร์   และโบราณคดีระหว่างประเทศว่าชุมชนที่เป็นถิ่นที่อยู่ของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ที่จังหวัดอุดรธานี    มีอารยะธรรมความเจริญในระดับสูง     และอาจถ่ายทอดความเจริญนี้ไปสู่ประเทศจีนก็อาจเป็นได้    โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องปั้นดินเผาสีลายเส้นที่บ้านเชียงนั้นสันนิฐานว่า        อาจเป็นเครื่องปั้นดินเผาสีลายที่เก่าที่สุดของโลก

 

              ต่อมาในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีเป็นพื้นที่ที่จังหวัดอุดรธานีปรากฎ     ในประวัติศาสตร์ เมื่อราวปีจอ พ.ศ.2117    พระเจ้ากรุงหงสาวดีได้ทรงเกณฑ์ทัพไทยให้ไปช่วยตีกรุงศรีสัตนาคนหุต (เวียงจันทน์) โดยให้สมเด็จพระมหาธรรมราชากับสมเด็จพระนเรศวรมหาราชยกทัพไปช่วยรบ   แต่เมื่อกองทัพไทยมาถึงเมืองหนองบัวลำภูซึ่งเป็นเมืองหน้าด่านของเมืองเวียงจันทน์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชประชวรด้วยไข้ทรพิษ    จึงยกทัพกลับไม่ต้องรบพุ่งกับเวียงจันทน์และเมืองหนองบัวลำภูนี้เองสันนิษฐานว่าเคยเป็นเมืองที่มีความเจริญมาตั้งแต่สมัยขอมเรืองอำนาจ
 
            ในสมัยกรุงรัตนโกสินเป็นราชธานีนั้น   จังหวัดอุดรธานีได้เกี่ยวข้องกับการศึกสงคราม     กล่าวคือในระหว่าง พ.ศ.   2369 - 2371 ได้เกิดกบฎเจ้าอนุวงศ์ยกทัพเข้ามายึดเมืองนครราชสีมา         ซึ่งมีผู้นำคือคุณหญิงโม   ( ท้าวสุรนารี )  กองทัพเจ้าอนุวงศ์ได้ถอยทัพมาตั้งรับที่เมืองหนองบัวลำภู    และได้ต่อสู้กับกองทัพไทยและชาวเมืองหนองบัวลำภูจนทัพเจ้าอนุวงส์แตกพ่ายไป                กระทั่งในปลายสมัยสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว    รัชการที่4 ประมาณ พ.ศ.  2411 ได้เกิดความวุ่นวายขึ้นในมณฑลลาวพวน   เนื่องมาจากพวกฮ่อซึ่งกองทัพไทยได้ยกขึ้นไปปราบปรามจนสงบ       ได้ชั่วคราว
 
            ในปี  พ.ศ.  2428  สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว    พวกฮ่อได้รวมตัวก่อการร้ายกำเริบเสิบสานขึ้นอีกในมณฑลลาวพวนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงและมีท่าทีจะรุนแรง    พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้      พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคมเป็นแม่ทัพใหญ่ฝ่ายใต้     และเจ้าหมื่นไวยวรนาถเป็นแม่ทัพใหญ่ฝ่ายเหนือไปทำการปราบปรามพวกฮ่อ    ในเวลานั้นเมืองอุดรธานียังไม่ปรากฎชื่อเพียงแต่ปรากฎชื่อบ้านหมากแข้งหรือบ้านเดื่อหมากแข้ง      สังกัดเมืองหนองคายขึ้นการปกครองกับมณทลลาวพวนและกรมหมื่นประจักษ์ศิลปาใหญ่ฝ่ายใต้เดินทัพผ่านบ้านหมากแข้ง   ไปทำการปราบปรามพวกฮ่อจนสง 

 
 
 
 
            ภายหลังการปราบปรามฮ่อสงบแล้วไทยมีกรณีพิพาทกับฝรั่งเศส    เนื่องจากฝรั่งเศสต้องการลาว   เขมร   ญวณ   เป็นอาณานิคม เรียกว่า  กรณีพิพาท ร.ศ. 116  ด้วยพระปรีชาญาณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงยอมเสียสละส่วนน้อยเพื่อรักษาประเทศไว้ จึงทรงสละดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงให้แก่ฝรั่งเศส และตามสนธิสัญญาที่ทำขึ้นระหว่าง 2 ประเทศ มีเงื่อนไขห้ามประเทศสยามตั้งกองทหารและป้อมปราการอยู่ในรัศมี 25 กิโลเมตร ของฝั่งแม่น้ำโขง
 
            ดังนั้นหน่วยทหารไทยที่ตั้งประอยู่ที่เมืองหนองคาย     อันเป็นเมืองศูนย์กลางของหัวเมืองหรือมณฑลลาวพวน     ซึ่งมีกรมหมื่นประจักษ์ศิปาคมเป็นข้าหลวงใหญ่สำเร็จราชการ    จำต้องอพยพเคลื่อนย้ายลึกเข้ามาจนถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่งชื่อบ้านเดื่อหมากแข้ง   (ซึ่งเป็นที่ตั้งจังหวัดอุดรธานีปัจจุบัน) ห่างจากฝั่งแม่น้ำโขงกว่า 50 กิโลเมตร     เมื่อทรงพิจารณาเห็นว่าหมู่บ้านแห่งนี้มีชัยภูมิเหมาะสม       เพราะมีแหล่งน้ำดี เช่น หนองนาเกลือ (หนองประจักษ์ปัจจุบัน) และหนองน้ำพกหลายแห่ง รวมทั้งห้วยหมากแข้งซึ่งเป็นลำห้วยน้ำใสไหลเย็น      กรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคม ทรงบัญชาให้ตั้งศูนย์มณฑลลาวพวน     และตั้งกองทหารขึ้น ณ หมู่บ้านเดื่อหมากแข้ง     จึงพอเห็นได้ว่าเมืองอุดรธานีได้อุบัติขึ้นโดยบังเอิญ      เพราะเหตุผลทางการเมืองระหว่างประเทศยิ่งกว่าเหตุทางการค้า     การคมนาคมหรือเหตุผลอื่นดังเช่นหัวเมืองสำคัญต่าง ๆ ในอดีต
 
 

 
 
 
            อย่างไรก็ตาม  ว่า "อุดร"   มาปรากฎชื่อเมือง พ.ศ.2450 ( "พิธีตั้งเมืองอุดรธานี 1 เมษายน ร.ศ. 127 พ.ศ. 2450 โดยพระยาศรีสุริยราช วรานุวัตร "โพธิ์ เนติโพธิ์ " ) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว   ได้มีกระแสพระบรมราชโองการให้จัดตั้งเมืองอุดรธานีขึ้นที่บ้านหมากแข้งอยู่ในการปกครองของมณฑลอุดร
 
            หลังการเปลื่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชมาเป็นระบอบ ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2475 แล้วได้มีการปรับปรุงระเบียบการบริหารราชการแผ่นดิน ยกเลิกการปกครองในระบบมณฑลในส่วนภูมิภาคยังคงเหลือเฉพาะจังหวัดและอำเภอเท่านั้น    มณฑลอุดรจึงถูกยกเลิกไปเหลือเพียงจังหวัด  "อุดรธานี"  เท่านั้น