ประวัติและคำไว้อาลัย ( ๙ ตุลาคม ๒๕๕๔ )

 ประวัติและคำไว้อาลัย ( ๙ ตุลาคม ๒๕๕๔ )

ชีวิตคนเรานั้นไม่มีอะไรแน่นอนฉนั้นอย่าตกอยู่ในความประมาท
วันนี้....ชั่วโมงนี้.......วินาทีนี้.........ยังอยู่.........
ใครจะทราบเล่าว่าเราจะไปเมื่อไร
???????????
เพื่อเป็นการไม่ประมาท
ผมจึงได้จัดทำประวัตล่วงหน้าใครู้ประวัติตัวเราเท่าตัวเราจริงไหมครับท่าน
 
 
 
 
 
ประวัติและคำไว้อาลัย
        ในพิธีฌาปนกิจศพ ...............................................................................
............................................................................................................
เมรุวัด.....................ตำบล .............อำเภอ.................จังหวัด.........................

นมัสการพระคุณเจ้า...............................................................................

เรียน................................. ประธานในพิธี และท่านผู้มีเกียรติที่เคารพทุกท่าน

ร่างที่ปราศจากวิญญาณนอนสงบนิ่งบนจิตรกาธาน ปากรฎ ณ เบื้องหน้าของท่านผู้มีเกียรติเป็นร่างของ..............................................................ซึ่งได้จากโลกนี้ไปแล้วอย่างไม่มีวันกลับท่ามกลางความเศร้าโศกเสียใจ อาลัยรักยิ่งของ ภริยา บุตร ธิดา ญาติมิตร ยังความรู้สึกสลดใจ

ยิ่งนักแก่ผู้บังคับบัญชาผู้ใต้บังคับบัญชา และเพื่อนร่วมงาน เพื่อเป็นการประกาศเกียรติ คุณ และรำลึกถึง

ผู้วายชนม์เป็นวาระสุดท้ายกระผม............................................ขอนำประวัติและคำไว้อาลัย

ของผู้วายชนม์มาเรียนให้ท่านผู้มีเกียรติ เพื่อทราบ โดยสังเขป ดังนี้

ชาติภูมิ

จ่าสิบเอก ภิรมย์ อินสว่าง เป็นบุตร คนที่ ของคุณพ่อ สถิตย์ อินสว่าง (เสียชีวิต )

และคุณแม่ สาคร (เล็ก ) อินสว่าง เกิดวันที่ ๘ เดือน มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๐๓

ณ. บ้านเลขที่ ๗๒ / ๒ หมู่ที่ ๓ ตำบล ย่านยาว อำเภอ สามชุก จังหวัด สุพรรณบุรี

มีพี่น้องรวม ๔ คนคือ

          ๑. จ่าสิบเอก ภิรมย์ อินสว่าง

          ๒. นาย ชัยวัฒน์ ( ปื๊ด ) อินสว่าง

          ๓. นาย สมพร ( ตุ๊ ) อินสว่าง

          ๔. นาย กมล ( ต๊ะ ) อินสว่าง ( เสียชีวิตแล้ว )

การศึกษา

     จ่าสิบเอก ภิรมย์ อินสว่าง ได้เข้ารับการศึกษาจากสถาบันศึกษาต่าง ๆ ดังนี้

       ๑. เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๑๑ ๒๕๑๗ ได้เข้ารับการศึกษา โรงเรียนวัด บ้านกล้วย ตำบล

           วังน้ำซับ อำเภอ ศรีประจันต์ จังหวัด สุพรรณบุรี สำเร็จการศึกษาชั้นปฐมศึกษาปีที่ ๗

       ๒. เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๑๘ ๒๕๒๐ ได้เข้ารับการศึกษา ณ โรงเรียน ศรีประจันต์

           “ เมธีประมุข " ตำบล ศรีประจันต์ อำเภอ ศรีประจันต์ จังหวัด สุพรรณบุรี สำเร็จการศึกษาชั้น
          มัธยมศึกษาปีที่ ๓ ( ม.ศ.๓ )

       ๓. เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๒๑ ๒๕๒๓ ได้เข้ารับการศึกษา โรงเรียนการช่างสุพรรณบุรี

          ตำบล ท่าพี่เลี้ยง อำเภอ เมือง จังหวัด สุพรรณบุรี สำเร็จการศึกษาประกาศณียบัตรวิชาช่างยนต์ (ปวช.ช่างยนต์)

การรับราชการ

เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๒๓ จ่าสิบเอก ภิรมย์ อินสว่าง ได้สมัครเข้ารับราชการทหารที่กองพลทหาร

ราบที่ ๙ จังหวัด กาญจนบุรี บรรจุในตำแหน่ง ช่างยานยนต์สังกัด หมวดยานยนต์และซ่อมบำรุง

ร้อย สสช.ร.๑๙ พัน ๓ ( อัตรา ส.อ. )

เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๓๖ได้ปรับย้ายไปรับราชการในตำแหน่งที่สูงขึ้นที่หมวดยานยนต์

กองร้อยกองบังคับการ กรมทหาราบที่ ๑๙ ( ร้อย.บก.ร.๑๙ ) ในตำแหน่ง นายสิบยานยนต์

( อัตรา จ. ( พ. ) )

ตำแหน่งทางทหาร
       ๑. เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๒๓ ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่ง ช่างยานยนต์ ( ชกท. ๖๓๑.๔ )

    ( อัตรา ส.อ. )

       ๒. เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๒๕ ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่ง ช่างเชื่อม ( ชกท. ๔๔๒.๖ )

           ( อัตรา ส.อ. )

       ๓. เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๒๗ ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่ง พลขับรถกู้ ๕ ตัน( ชกท. ๖๔๒.๖ )

           ( อัตรา จ. )

       ๔. เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๓๓ ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่ง หน.ช่างยานยนต์ ( ชกท. ๖๓๑.๙ )

           ( อัตรา จ. )

       ๕. เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๓๖ ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่ง พลขับรถ ( ชกท. ๖๓๑.๙ ) ( อัตรา จ. )

       ๖. เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๓๗ ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่ง รอง ผบ.มว. ( ชกท. ๓๑๑.๐ ) มว.สื่อสาร ( อัตรา จ. (พ) )

       ๗. เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๓๙ ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่ง นายสิบยานยนต์ (ชกท.๖๓๑.๐)

           (อัตรา จ.(พ) )

       ๘. เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๔๒ ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่ง นายสิบยานยนต์ (ชกท.๖๓๑.๐)

           (อัตรา จ.(พ) )

           เป็นตำแหน่งสุดท้ายในชีวิตรับราชการทหาร

ยศทางทหาร

จ่าสิบเอก ภิรมย์ อินสว่าง ได้รับการแต่งตั้งยศทางทหารดังนี้

- ได้รับการแต่งตั้งยศเป็น สิบตรี เมื่อ ปีพุทธศักราช ๒๕๒๔

- ได้รับการแต่งตั้งยศเป็น สิบเอก เมื่อ ปีพุทธศักราช ๒๕๒๔

- ได้รับการแต่งตั้งยศเป็น จ่าสิบเอก เมื่อ ปีพุทธศักราช ๒๕๒๗

- ได้รับการปรับชั้นเงินเดือนเป็น จ่าสิบเอกพิเศษ เมื่อ ปีพุทธศักราช ๒๕๓๗

การปฏิบัติหน้าที่ราชการสนาม

๑. เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๒๓ปฏิบัติราชการสนามตามแผนป้องกันประเทศ ณ อำเภออรัญประเทศ

จังหวัด ปราจีนบุรี

๒. เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๒๗ปฏิบัติราชการสนามปราบปราม ผกค. ( ศปศ.๑๓ ) ณ อำเภอ

ทับสระแก จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์

๓. เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๒๘ปฏิบัติราชการสนามตามแผนป้องกันประเทศ อำเภอ อรัญประเทศ จังหวัด ปราจีนบุรี

๔. เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๔๗ปฏิบัติราชการสนามตามแผนป้องกันประเทศ ( ฉก.ทัพยาเสือ )

อำเภอ สวนผึ้ง จังหวัด ราชบุรี

๕. เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๔๙ปฏิบัติราชการสนามตามแผนป้องกันประเทศ ( ฉก.๓๖ ) จังหวัด

นราธิวาส

๖. เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๕๐ปฏิบัติราชการสนามตามแผนป้องกันประเทศ(สล.พมพ.ทภ.๑

ฉก.จงอางศึก) จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์

๗. เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๕๒ปฏิบัติราชการสนามตามแผนป้องกันประเทศ ( ฉก.๓๖ )จังหวัด

นราธิวาส

๘. เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๕๒ ปฏิบัติราชการสนามตามแผนป้องกันประเทศ ( ฉก.ลาดหญ้า

อำเภอ ทองผาภูมิ จังหวัด กาญจนบุรี

เครื่องราชอิสริยาภรณ์

จ่าสิบเอก ภิรมย์ อินสว่าง ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ดังนี้

๑. เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๒๗ได้รับพระราชทานเหรียญพิทักษ์เสรีชน ชั้นที่ ๒ ประเภทที่ ๒

๒. เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๒๘ได้รับพระราชทานเหรียญราชการชายแดน

๓. เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๓๙ได้รับพระราชทานเหรียญจักรมาลา

๔. เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๕๑ ได้รับพระราชทานเหรียญทองช้างเผือก

ชีวิตการสมรส

จ่าสิบเอก ภิรมย์ อินสว่าง ได้สมรสกับ อนงค์ อินสว่าง สกุลเดิม ทองเที่ยง

มีบุตร และธิดา รวม คน คือ

๑. น.ส. อัมภัสพร อินสว่าง ปัจจุบัน กำลังศึกษาอยู่ ( พ.ศ.๒๕๕๔ )

บั้นปลายชีวิต

       ในวาระสุดท้ายของชีวิต ในคืนวันที่.........................................................

.....................................................................................................

.............................................................รวมสิริอายุได้.......................ปี

การจากไปของ จ่าสิบเอก ภิรมย์ อินสว่าง ในครั้งนี้ นำมาซึ่งความเศร้า โศกเสียใจ ต่อครอบครัว ญาติมิตร ผู้บังคับบัญชา และผู้ใต้บังคับบัญชา ตลอดทั้งผู้ร่วมงานตลอดเวลาเมื่อครั้งที่ จ่าสิบเอก ภิรมย์ อินสว่าง มีชีวิตและรับราชการอยู่ได้ปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความรับผิดชอบต่อหน้าที่เป็นอย่างดียิ่ง หลายครั้งมีการคัดค้านและโต้แย้งในสิ่งที่ไม่ถูกต้องทั้งจากคำสั่งการปฏิบัติงานและเพื่อนร่วมงานจนบางครั้งทำให้เกิดความไม่พอใจต่อผู้ที่ออกคำสั่งนั้น ๆ แต่เนื่องจาก จ่าสิบเอก ภิรมย์ อินสว่าง เป็นคนตรงไปตรงมา และไม่ค่อยยอมในความไม่ถูกต้อง จึงเป็นที่ยอมรับจากผู้บังคับบัญชาระดับสูงมาโดยตลอด  จนได้รับมอบโล่ห์ประกาศชมเชยการปฏิบัติงานเป็นนายสิบปฏิบัติงานดีเด่น ในวันกองทัพไทยถึงสองครั้ง คือครั้งที่หนึ่ง เมื่อ ปีพุทธศักราช ๒๕๓๒ และครั้งที่สองเมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๔๐ นับเป็นเกียรติต่อวงศ์ตละกลูอินสว่าง เป็นอย่างยิ่ง แต่เพื่อนร่วมงานมักจะไม่ค่อยชอบสักเท่าไรนัก เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๕๔ จ่าสิบเอก ภิรมย์ อินสว่าง ได้เข้าร่วมโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด ( ออกก่อนกำหนด ๙ ปี ) หลังจากนั้นก็ใช้ชีวิตปกติธรรมดาเป็นข้าราชการบำนาญ ช่วยเหลือสังคมตามอัฐภาพเท่าที่ช่วยได้ตลอดมา และได้ตั้งปฏิญาณว่า ถ้าตนเองไม่ได้สร้างคุณประโยชน์แก่ผู้ใด ก็จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับสังคม จึงเป็นที่รักใคร่ ของครอบครัวญาติมิตร ทั้งหลาย
           และนี่เป็นการสั่งไว้ครั้งสุดท้ายของผู้วายชนต์ท่านได้สั่งการไว้ว่า " คนเราเกิดมาประกอบด้วยธาตุทั้ง 4 คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ เมื่อตายไปแล้วเราขอส่งคืนธาตุทั้ง 4 นี้ให้กับธรรมชาติให้หมดสิ้นห้ามเก็บกระดูกไว้เป็นอันขาดให้เผาให้เป็นขี้เถ่าให้หมด   เก็บไปก็ไร้ประโยชน์ รังจะแต่จะเป็นภาระให้้ลูกหลานเสียเปล่า ๆ ไหนจะต้องจัดหาที่ใส่กระดูก ไหนจะต้องจัดหาที่เก็บกระกระดูก ไหนจะต้องทำให้กำแพงโบรถ์ที่เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์นำมาเป็นที่อยู่ของกระดูกและภาระอีกมากมาย ฉนั้นหากผู้ใดทำตามที่สั่งขอให้มีความสุขความเจริญร่างกายแข็งแรงให้ร่ำให้รวยไม่เจ็บไม่จนตลอดไป

บทปลง

      ท่านผู้มีเกียรติที่เคารพ ชีวิตและความตายเป็นของคู่กัน ที่ใดมีเกิดที่นั้นมีตาย ชีวิตของสัตว์ทั้งมวล ถูกความเกิดและความแก่เบียดเบียน ย่อมเสื่อมสิ้นไปตามกาลเวลา ครั้นถึงกาลกำหนดแล้วย่อมจะแตกทำลายไป พระท่านจึงสอนสาธุชนให้เพียรสร้างความดีเป็นนิตย์ เพื่อความสงบสุขของชีวิตปัจจุบัน เพื่อเป็นที่พึ่งพิงในโลกเบื้องหน้า และเพื่อฝากเกียรติคุณชื่อเสียงอันดีงาม ให้ปรากฏสืบไปชั่วกาลนาน ดังบทนิพนธ์ที่ว่า

                                     เกิด      มาเพียรก่อสร้าง             ความดี

                                      แก่       เฒ่ากุศลมี                   เสาะบ้าง

                                     เจ็บ       ป่วยพยาธิ  มีทั่ว             กันนา

                                    ตาย      แต่กาย   ชื่อยัง    ชั่วฟ้า   ดินสลาย

ด้วยอำนาจแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย และบุญกุศลคุณงามความดีที่ จ่าสิบเอก ภิรมย์ อินสว่าง ได้ปฏิบัติบำเพ็ญมาตลอดชีวิต และ แขกผู้มีเกียรติทุกท่าน ภรรยา บุตร ธิดา และญาติมิตร ได้ร่วมจิตบำเพ็ญทักษิณานุประทานอุทิศให้ในกาลครั้งนี้ จงเป็นตบะพลวปัจจัยหนุนส่งให้ดวงวิญญาณของ จ่าสิบเอก ภิรมย์ อินสว่าง ไปสถิตเสวยอุดมสุข ในทิพยวิมานสุคติสถานใสัมปรายภพด้วยเทอญ
 
 
9 ต.ค.2554 จ่าสิบเอก ภิรมย์ อินสว่าง ( pirom2503 )
SelectionFile type iconFile nameDescriptionSizeRevisionTimeUser
Comments