ภูมิศาสตร์ประเทศไทย


ภูมิศาสตร์ประเทศไทย

           ประเทศไทยตั้งอยู่ในแหลมอินโดจีน  การที่เรียกว่าแหลมอินโดจีน  เพราะถือว่าอยู่ระหว่างประเทศอินเดีย กับประเทศจีน ซึ่งเป็นการถือเอาประเทศใหญ่เป็นจุดอ้าง  แต่ถ้าถือเอาสภาพทางภูมิศาสตร์ เป็นจุดอ้างก็น่าจะเรียกว่า อินโด - แปซิฟิค  เพราะเป็นแหลมที่แบ่งน่านน้ำออกเป็นมหาสมุทรอินเดีย และมหาสมุทรแปซิฟิค  มีพิกัดทางภูมิศาสตร์ ดังนี้ 
         ทิศเหนือ  จดเส้นรุ้ง ๒๐ องศา ๒๕ ลิบดา ๓๐ พิลิบดา เหนือ ที่กิ่งอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย 
         ทิศใต้  จดเส้นรุ้ง ๕ องศา ๓๗ ลิบดา ที่กิ่งอำเภอเบตง จังหวัดยะลา 
         ทิศตะวันออก  จดเส้นแวง ๑๐๕ องศา ๓๗ ลิบดา ๓๐ พิลิบดา ที่อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี 
         ทิศตะวันตก  จดเส้นแวง ๙๗ องศา ๒๒ ลิบดา ตะวันออก ที่อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน 
            สภาพธรรมชาติในเขตร้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแถบตะวันออก - ใต้ของทวีปเอเซีย มีอุณหภูมิสูง มีทะเลลมและฝนเป็นปัจจัยให้เกิดป่าดง ประกอบไปด้วยพันธุ์ไม้เขตร้อน และสัตว์ป่านานาชนิด ที่มีปริมาณมากกว่าอีกหลายส่วนของโลก นับว่าเป็นย่านอันอุดมสมบูรณ์ด้วยอาหาร และทรัพยากรที่สำคัญแห่งหนึ่งของทวีปเอเซีย 
            การที่เส้นแวง ๑๐๑ องศา ตะวันออก ซึ่งเป็นเส้นผ่านกลางพื้นที่ประเทศไทย  การคิดเวลาของประเทศไทย จึงควรใช้เส้นแวงเส้นนี้เป็นตัวกำหนด  แต่เนื่องจากว่าเพื่อให้สะดวกในกิจการรถไฟ ซึ่งเชื่อมต่อไปยังแหลมมลายู ได้มีเวลาตรงกันทั้งไทย และมลายู (มาเลเซีย) ไทยจึงตกลงใช้เส้นแวง ๑๐๕ องศาตะวันออก ซึ่งเป็นเส้นศูนย์เที่ยงทางภูมิศาสตร์ของมลายู และเป็นเส้นศูนย์เที่ยงของอินโดจีนด้วย เป็นเส้นศูนย์เที่ยงของไทยด้วย  จึงทำให้เวลาที่แท้จริงของไทยเร็วไป ๑๘ นาทีของที่ควรจะเป็น 
ภูมิรัฐศาสตร์ 
            ประเทศไทยตั้งอยู่ใจกลางของผืนแผ่นดินในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้  ซึ่งมีพรมแดนธรรมชาติที่เหมาะสมในแง่ภูมิศาสตร์ โดยมีเทือกเขาขนาดใหญ่ และทุรกันดารทอดตัวเป็นแนวยาวจากเหนือมาใต้ ดังนี้ 
         ด้านทิศตะวันตก  มีเทือกเขาอารกันโยมา อันเป็นสาขาของเทือกเขาหิมาลัย  ทำให้เกิดป่าดงดิบทึบ เป็นการแยกประเทศพม่าออกจากประเทศอินเดียโดยสิ้นเชิง  ไม่มีปัญหาเรื่องการมีสายน้ำร่วมกัน  ในสงครามมหาเอเซียบูรพา  กองทัพญี่ปุ่นได้รุกไปทางตะวันตกผ่านไทย ผ่านพม่า มุ่งสู่อินเดียก็มาสิ้นสุดที่แนวเทือกเขาแห่งนี้เท่านั้น 
         ด้านทิศเหนือ  เป็นเทือกเขาขนาดใหญ่บนที่ราบสูง ยูนนานของประเทศจีนตอนใต้ เป็นสาขาปลายตะวันออกของเทือกเขาหิมาลัย ที่ผ่านไปสู่ประเทศจีน  เป็นย่านทุรกันดารเป็นป่าเขายากแก่การคมนาคมทางบก 
         ด้านทิศตะวันออก  เป็นทะเลจีนใต้อันเป็นส่วนหนึ่งของมหาสมุทรแปซิฟิค  อันเป็นพรมแดนทางธรรมชาติอย่างแท้จริงในทางภูมิรัฐศาสตร์ 
         ด้านทิศใต้  เป็นทะเลในด้านอ่าวไทย และมหาสมุทรอินเดีย  จึงมีสภาพพรมแดนทางธรรมชาติ เช่นเดียวกับด้านทิศตะวันออก 
            ด้วยสภาพทางภูมิศาสตร์ ดังกล่าวมาแล้วทำให้ภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ในส่วนที่เป็นผืนแผ่นดินใหญ่ อันประกอบด้วย พม่า ไทย ลาว เวียดนาม กัมพูชา และมาเลเซีย  มีปราการทางธรรมชาติ ที่เกื้อกูลต่อความปลอดภัยร่วมกันได้เป็นอย่างดี 
ขนาดของประเทศไทย

            จากหลักฐานของกรมแผนที่ทหาร  ประเทศไทยมีพื้นที่ ประมาณ ๕๑๑,๙๓๗ ตารางกิโลเมตร ตัวเลขนี้เป็นตัวเลขที่เป็นมาตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๔๘๓ จนถึงปัจจุบัน 
            ในระหว่างกรณีพิพาทอินโดจีน  ประเทศไทยได้พื้นที่เดิมที่เสียให้แก่ฝรั่งเศส  ในพื้นที่สี่จังหวัดทางภาคตะวันออกของไทย คือ จังหวัดพระตะบอง (เขมร)  เสียมราฐ (เขมร)  นครจำปาศักดิ์ (ลาว) ล้านช้าง (ลาว)  เป็นพื้นที่ประมาณ ๖๙,๐๒๙ ตารางกิโลเมตร และในสงครามมหาเอเซียบูรพา  ประเทศไทยได้รับดินแดนคืนจากที่เสียให้แก่อังกฤษ คือ สหรัฐไทยเดิม เป็นพื้นที่ประมาณ ๓๙,๘๕๕ ตารางกิโลเมตร และ ๔ รัฐมาลัย คือ รัฐกลันตัน ตรังกานู ไทรบุรี (เคดาร์) และปะลิส  เป็นพื้นที่ประมาณ ๓๓,๒๔๕ ตารางกิโลเมตร 
            เมื่อสงครามมหาเอเซียบูรพายุติลง ไทยจำต้องคืนดินแดนที่ได้กลับคืนมา คืนกลับไปให้ฝรั่งเศส และอังกฤษไป 
            เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศ ที่มีขนาดใหญ่กว่าประเทศไทยแล้ว จะได้ดังนี้ 
                    - เล็กกว่า ประเทศพม่าอยู่  ๖๑,๔๖๑   ตารางไมล์ 
                    - เล็กกว่า ประเทศอินเดีย  ๗    เท่า 
                    - เล็กกว่า ประเทศจีน  ๑๐   เท่า 
                    - เล็กกว่า ประเทศตุรกี  ๑/๓  เท่า 
                    - เล็กกว่า ประเทศฝรั่งเศสเล็กน้อย 
                    - เล็กกว่า ประเทศสหรัฐอเมริกา  ๑๓   เท่า
รูปร่างของประเทศไทย 
            ประเทศไทยมีความยาวที่สุด จากเหนือ จดใต้ ประมาณ ๑,๘๓๓ กิโลเมตร  มีความกว้างที่สุดจากตะวันออก ไปตะวันตกตามแนวเส้นรุ้งที่ผ่านจังหวัดอุบล ฯ - อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมาไปทางตะวันตก ประมาณ ๘๕๐ กิโลเมตร  ส่วนที่แคบที่สุดอยู่ที่ตำบลห้วยยาง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีความกว้าง ประมาณ ๑๒ กิโลเมตร และตอนแคบที่สุดของแหลมมลายูอยู่ที่ตรงคอคอดกระ กว้างประมาณ ๖๔ กิโลเมตร 
            รูปร่างของประเทศไทยที่กล่าวกันไว้มีอยู่สามภาพด้วยกันคือ เป็นรูปกระบวยตักน้ำ เป็นรูปขวานโบราณ และเป็นรูปหัวช้างมีงวงทอดลงไปในทะเลใต้  สรุปแล้วประเทศไทยมีส่วนยาวเป็นสองเท่าของส่วนกว้าง และครึ่งหนึ่งของส่วนยาวเป็นส่วนแคบ ๆ ทอดยาวลงไปทางใต้  เราอาจแบ่งรูปร่างของประเทศไทยออกอย่างกว้าง ๆ เป็นสองส่วนคือ

         ส่วนบน  มีรูปร่างค่อนข้างจะเป็นรูปสี่เหลี่ยม ที่มีความเว้าแหว่งอยู่มาก  ห้องภูมิประเทศที่เกิดจากแนวเทือกเขา ที่ทอดตัวจากเหนือไปใต้ ทำให้เกิดส่วนแคบขึ้นสองแนวคือ แนวจังหวัดตาก - อุตรดิตถ์ และแนวอำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว - อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย

         ส่วนล่าง  มีรูปร่างแคบและยาวมาก มีทะเลขนาบอยู่สองด้าน 
พรมแดนไทย 
            พรมแดนของไทยที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน  กำหนดขึ้นด้วยสัญญาระหว่างประเทศ กับประเทศอังกฤษ และประเทศฝรั่งเศส  ในสมัยที่ประเทศทั้งสองมีอาณานิคมอยู่ติดกับประเทศไทยในทุกด้าน ดังนี้ 
                    - สนธิสัญญา ปี พ.ศ. ๒๔๓๕ - ๓๖ ระหว่างไทยกับอังกฤษ กำหนดพรมแดนไทยกับพม่า 
                    - สนธิสัญญา เมื่อ ๓ ตุลาคม ๒๔๗๓ (ร.ศ.๑๑๖) ระหว่างไทยกับฝรั่งเศส 
                    - สนธิสัญญา เมื่อ ๗ ตุลาคม ๒๔๔๕ ระหว่างไทยกับฝรั่งเศส 
                    - สนธิสัญญา เมื่อ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๔๔๗ ระหว่างไทยกับฝรั่งเศส 
                    - สนธิสัญญา เมื่อ ปี พ.ศ. ๒๔๕๕ ระหว่างไทยกับอังกฤษ 
      พรมแดนไทยกับพม่า  เริ่มต้นจากจังหวัดระนอง ที่ลำน้ำกระ (เส้นรุ้ง ๑๐ ลิบดา เหนือ) เป็นแนวเส้นเขตแดนต่อไปทางเหนือ ตามแนวสันเขาตะนาวศรี  สันเขาถนนธงชัย  สันเขาแดนลาว  ไปจดแม่น้ำโขง ที่จุดเส้นรุ้ง ๒๕ องศา ๕ ลิบดา เหนือ  ที่กิ่งอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย  แนวพรมแดนด้านนี้ยาว ประมาณ ๑,๔๕๐ กิโลเมตร  ไม่สู้คดโค้งมากนัก ส่วนใหญ่เป็นทิวเขาสูงใหญ่ 
      พรมแดนไทยกับลาว  เริ่มจากบ้านใหม่ (เส้นรุ้ง ๒๐ องศา ๑๕ ลิบดา  เหนือ) มีลำน้ำโขงเป็นแนวเส้นเขตแดน แล้ววกเขาหาทิวเขาหลวงพระบาง ลงมาทางใต้ แล้ววกไปหาแม่น้ำโขงไปจนจดปากน้ำมูล จังหวัดอุบลราชธานี ช่วงนี้ยาวประมาณ ๑,๒๐๐ กิโลเมตร 
      พรมแดนไทยกับกัมพูชา  เริ่มจากปากแม่น้ำมูล แนวพรมแดนเป็นสันเขาพนมดงรัก  ซึ่งโค้งมาทางตะวันตก จนถึงจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นระยะทาง ประมาณ ๓๒๐ กิโลเมตร  จากนั้นแนวเส้นเขตแดนจะเป็นที่ราบจนจดทะเลที่อ่าวไทย 
      พรมแดนไทยกับมาเลเซีย  เริ่มที่ลำน้ำนราธิวาสทางอ่าวไทยไหลไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้เล็กน้อย แล้วใช้สันเขาสันกาลาคีรี เป็นแนวเขตแดนไปจนจดมหาสมุทรอินเดีย ที่จังหวัดสตูล 
            นอกจากนี้ไทยยังมีพรมแดนที่เป็นฝั่งทะเล คือ 
                    - ด้านอ่าวไทย  จากจังหวัดตราด ถึง นราธิวาส มีความยาวประมาณ ๑,๘๗๐ กิโลเมตร และด้านมหาสมุทรอินเดีย จากจังหวัดระนอง ถึงจังหวัดสตูล ยาวประมาณ ๗๔๐ กิโลเมตรลักษณะภูมิประเทศ 
            ลักษณะภูมิประเทศของไทย แบ่งออกได้เป็น ๔ ลักษณะคือ

    พื้นที่ราบอันกว้างใหญ่ภาคกลาง  แบ่งออกได้เป็นสองประเภทคือที่ราบดินตะกอน  และที่ราบซึ่งเกือบไม่มีดินตะกอนเลย 
         ที่ราบใหญ่ภาคกลาง  มีขนาดกว้าง ประมาณ ๕๐ - ๑๕๐ กิโลเมตร  ยาวประมาณ ๓๐๐ กิโลเมตร แบ่งออกได้เป็น ๕ ตอนด้วยกันคือ 
            ตอนบน  เป็นพื้นที่ราบ ซึ่งมีลักษณะเป็นลุ่มแอ่งน้อย ๆ ตั้งอยู่ในระหว่างย่านภูเขาทางเหนือ มีทิวเขาถนนธงชัยอยู่ทางด้านทิศตะวันตก และทิวเขาเพชรบูรณ์อยู่ทางด้านทิศตะวันออก  พื้นที่ตอนกลางระหว่างทิวเขาทั้งสองเป็นที่ลุ่ม มีระดับสูงประมาณ ๓ - ๔ เมตร จากระดับน้ำทะเล  แต่ทางตอนใต้บริเวณ จังหวัดชัยนาท เป็นที่ค่อนข้างดอน มีความสูงประมาณ ๑๘ เมตร จากระดับน้ำทะเล 
            ตอนล่าง  เป็นพื้นที่ราบ ซึ่งมีความลาดจาก จังหวัดชัยนาทลงไปทางใต้ ลงสู่ทะเลที่อ่าวไทยพื้นที่ต่ำสุดอยู่ตอนกลาง ซึ่งเป็นรางของลำน้ำ พื้นที่ทางด้านทิศตะวันออก และทิศตะวันตก จะมีความลาดลงมาน้อย ๆ จากแนวทิวเขา มีระดับสูง ๑๘ เมตร ที่ชัยนาท ๔ เมตรที่อยุธยา และ ๑.๘ เมตรที่กรุงเทพ ฯ 
         ที่ราบลุ่มแม่น้ำป่าสัก  เป็นที่ราบแคบ ๆ ในภาคกลาง คั่นอยู่ระหว่างที่ราบใหญ่ภาคกลาง กับที่ราบสูงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  เป็นที่ราบแคบ ๆ และยาวอยู่ระหว่างหุบเขาของทิวเขาเพชรบูรณ์ กับทิวเขาเลย 
         ที่ราบภาคตะวันออก  เป็นที่ราบซึ่งคั่นระหว่างภาคกลางของไทยกับประเทศเขมร แบ่งออกได้เป็น ๒ ส่วนคือ 
            ตอนบน  คือที่ราบปราจีนบุรี เป็นที่ราบลุ่มน้ำบางปะกง มีลักษณะเป็นชานของที่ราบสูงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  จึงค่อนข้างจะเป็นที่ดอนเล็กน้อย  อยู่ระหว่างทิวเขาสันกำแพง ทิวเขาพนมดงรัก กับทิวเขาบรรทัด  ตอนแคบที่สุดกว้างประมาณ ๓๐ กิโลเมตร ที่ช่องวัฒนา 
            ตอนล่าง  เป็นที่ราบชายฝั่งทะเลตะวันออก เป็นที่ราบแคบ ๆ อยู่ระหว่างทิวเขาบรรทัดกับฝั่งทะเล  เป็นที่ราบที่ลาดลงสู่ฝั่งทะเล ในเขตสี่จังหวัด คือ ชลบุรี จันทบุรี ระยอง และตราด 
         ที่ราบลุ่มน้ำแม่กลอง และแม่น้ำเพชรบุรี  เป็นที่ราบทางตะวันตกเฉียงใต้ของภาคกลาง  ทางด้านทิศตะวันตกมีภูเขาตะนาวศรี ทางด้านทิศตะวันออก ตอนจังหวัดนครปฐมถึงอำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นเนินกับระหว่างที่ราบใหญ่ภาคกลางกับที่ราบลุ่มแม่กลอง

    ที่ราบในย่านภูเขาภาคเหนือ  ประกอบด้วยที่ราบหลายผืน  เป็นที่ราบระหว่างทิวเขา ทำให้มีพื้นที่ไม่ติดต่อถึงกัน ที่สำคัญได้แก่ 
            ที่ราบเชียงใหม่  มีความสูงประมาณ ๓๐๐ เมตร 
            ที่ราบเชียงราย  มีความสูงประมาณ ๔๐๐ เมตร 
            ที่ราบแพร่  มีความสูงประมาณ ๒๐๐ เมตร 
            ที่ราบน่าน  มีความสูงประมาณ ๒๐๐ เมตร

    ที่ราบสูงตะวันออกเฉียงเหนือ  มีความสูง ประมาณ ๒๐๐ - ๓๐๐ เมตร อยู่ในวงล้อมของทิวเขาเป็นที่ราบอันกว้างใหญ่อีกผืนหนึ่ง  มีพื้นที่ประมาณ ๑๕๔,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร  แบ่งออกได้เป็นสองตอนคือ 
            ตอนบน  ได้แก่พื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำโขง 
            ตอนล่าง  ได้แก่พื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำมูล

    ที่ราบภาคใต้  ภาคใต้อยู่บนแหลมแคบ ๆ ที่มีความกว้างที่สุดไม่เกิน ๒๐๐ กิโลเมตร และส่วนที่แคบที่สุด ประมาณ ๖๐ กิโลเมตร ตอนกลางของแหลมเป็นทิวเขาโดยตลอด จึงมีที่ราบชายฝั่งทะเลผืนแคบ ๆ เป็นตอน ๆ ไม่ติดต่อกัน ที่สำคัญ ได้แก่ 
          ที่ราบบ้านดอน 
          ที่ราบพัทลุง 
          ที่ราบตานี 
            นอกจากนี้ก็เป็นที่ราบแคบ ๆ ริมฝั่งทะเลด้านอ่าวไทย และด้านทะเลอันดามัน 
      ภูเขาและทิวเขา ลักษณะของทิวเขาเกือบจะขนานกัน ส่วนใหญ่มีแนวจากทิศเหนือลงใต้แบบเดียวกันทุกภาค  ภูเขาในประเทศไทยมีอยู่ไม่หนาแน่นมากนัก ที่มีทิศทางขวางก็มีอยู่บ้างแต่ไม่มากนัก 
          ภูเขาหิน  มีอยู่ทั่วไป มีลักษณะติดต่อกันเป็นทิวใหญ่ เช่นทิวเขาถนนธงชัย ทิวเขาตะนาวศรี ภูเขาหินแบ่งออกเป็นสองชนิดคือ ชนิดหินแกรนิต เป็นหินแข็งแกร่ง มักมีลักษณะยอดไม่ใคร่แหลมชลูด มีลาดไม่ชันนัก มีน้ำอยู่ทั่วไปจึงมีป่าไม้ขนาดสูงขึ้นปกคลุม ทิวเขาชนิดนี้มีอยู่ในภาคเหนือและภาคใต้เป็นส่วนมาก  ส่วนภูเขาชนิดหินปูน เป็นหินที่ไม่เหนียวและไม่แกร่ง จึงมักถูกธรรมชาติกัดเซาะจนมีลักษณะเป็นยอดแหลมสูง มีผาชัน หาน้ำได้ยาก  จึงมีแต่ป่าไม้เล็ก ๆ ขึ้นปกคลุม หรือบางส่วนก็จะไม่มีต้นไม้เลย  บริเวณเชิงเขามักมีเนินดินสีเทา ๆ อันเกิดจากหินปูนที่แตกสลายลงมา มีลักษณะร่วนซุยเมื่อถูกฝนจะกลายเป็นเปือกตม  เขาหินปูนส่วนใหญ่อยู่ในภาคกลาง และภาคใต้ตอนบนเช่น เขาในเขตจังหวัดลพบุรี สระบุรี ราชบุรี เพชรบุรี (เขาหลวง) และประจวบคีรีขันธ์ (เขาสามร้อยยอด) 
           ภูเขาดิน  ประกอบด้วยดินร่วน หรือหินลูกรังปนกับหินก้อนขนาดย่อม เป็นภูเขาสูงปานกลาง ส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นเนินเตี้ย  ที่ทางภาคใต้เรียกว่า ควน ลาดเขามีลักษณะเป็นลาดโค้งบนเชิงเขา  โดยรอบมักเป็นพื้นราบกว้างขวาง เช่น บริเวณตอนใต้ของเขาสามมุข จังหวัดชลบุรี  หรือในภาคใต้ตั้งแต่สถานีรถไฟมาบอัมฤทธิ์ถึงสถานีห้วยสัก เป็นต้น 
            ภูเขาไฟ  ภูเขาไฟในประเทศไทย เป็นภูเขาไฟที่ดับสนิทมานานแล้ว  เช่นที่ภูเขาหลวง จังหวัดสุโขทัย ซึ่งปรากฎมียอดเป็นปากปล่องภูเขาไฟและมีหินตะกรันอยู่โดยรอบ  ในที่ราบสูงภาคอิสานเป็นพื้นที่ภายในปากปล่องภูเขาไฟใหญ่ในอดีตซึ่งดับไปแล้ว  และก่อให้เกิดที่ราบสูงอันกว้างใหญ่ขึ้นมาแทน 
            ภูเขาไฟที่ยังไม่ดับ และอยู่ใกล้ประเทศไทยเท่าที่สำรวจพบมีอยู่ ๒ แห่งคือ ภูเขาไฟโป๊ป่าในพม่า และภูเขาไฟใหญ่กับภูเขาไฟน้อยในล้านช้าง มีความสูงประมาณ ๖๕ เมตร ปากปล่องเป็นรูปไข่กว้างประมาณ ๘๐ เมตร ยาวประมาณ ๒๐๐ เมตร

    พื้นที่ย่านภูเขา  คือบริเวณที่มีทิวเขาอยู่เป็นจำนวนมาก  เป็นพื้นที่ต่อเนื่องมาจากที่ราบสูงยูนานทางด้านทิศเหนือ ทิวเขาส่วนมากมีทิศทางจากเหนือทอดลงมาทางใต้  ทิวเขาเหล่านี้ก่อให้เกิดพื้นที่ราบระหว่างหุบเขา ใหญ่บ้าง เล็กบ้าง เป็นช่วง ๆ มีลักษณะพื้นที่ต่างกับพื้นที่แถบอื่น ๆ  และมีที่ตั้งอยู่ลำพังทางส่วนเหนือสุดของประเทศไทย ทิวเขาที่สำคัญได้แก่ 
         ทิวเขาแถบตะวันตกของประไทย  เป็นทิวเขาต่อจากชายตะวันตกของภาคเหนือ ต่อเนื่องลงไปทางใต้จนถึงภาคใต้ตลอดผืนแผ่นดินที่เป็นแหลม  ทิวเขาที่สำคัญได้แก่  ทิวเขาถนนธงชัย และทิวเขาตะนาวศรี  ซึ่งเชื่อมต่อกันเป็นปมที่บริเวณชายแดนด้านตะวันตกของจังหวัดกาญจนบุรี มีลักษณะเป็นย่านภูเขาน้อย ๆ แผ่อาณาบริเวณเข้าไปในประเทศพม่า และเข้ามาในประเทศไทยเป็นส่วนใหญ่ 
          ทิวเขาตอนใจกลางของประเทศ  ได้แก่ทิวเขาซึ่งเป็นเทือกเดียวกับ ทิวเขาทางด้านทิศตะวันออกของภาคเหนือของไทย  มีแนวทอดลงมาทางทิศใต้  ขนานกับอีกทิวเขาหนึ่งทางด้านทิศตะวันออก  พื้นที่ระหว่างทิวเขาทั้งสองนี้เป็นหุบเขาแคบ ๆ อยู่ตอนใจกลางของประเทศ ได้แก่ที่ราบสูงเพชรบูรณ์ 
          ทิวเขาบนที่ราบสูงตะวันออกเฉียงเหนือ  ประกอบด้วยทิวเขาหลายทิว ซึ่งกั้นเป็นขอบของที่ราบสูงแห่งนี้ มีแนวทิศทางการทอดตัวอยู่สองแนวคือ ทางด้านตะวันตกแนวหนึ่ง กับทางด้านใต้อีกแนวหนึ่ง ทิวเขาดังกล่าวนี้จะกันเอาที่ราบสูงออกไปต่างหากจากที่ราบภาคกลาง  เป็นทิวเขาที่สูงใหญ่พอสมควร ถ้าดูจากที่ราบภาคกลาง  แต่ถ้าดูจากที่ราบสูงแล้วจะเห็นเป็นทิวเขาเตี้ย ๆ เท่านั้น 
          ทิวเขาแถบฝั่งทะเลด้านตะวันออกของอ่าวไทย  เป็นทิวเขาที่มีแนวเกือบขนานกับฝั่งทะเล  เมื่อทิวเขาออกพ้นเขตแดนไทยเข้าไปในกัมพูชา เป็นทิวเขาที่เก่าแก่ทิวเขาหนึ่ง 
ทางน้ำ 
            เนื่องจากประเทศไทยตั้งอยู่ในย่านมรสุม มีฝนตกชุกในฤดูฝนที่ค่อนข้างยาวนานถึง ๖ เดือน โดยเฉลี่ยจึงก่อให้เกิดลำน้ำมากมาย  แต่ลำน้ำที่สำคัญและมีประโยชน์มีอยู่ไม่มากนัก  ลำน้ำโดยทั่วไปจะเป็นลำน้ำสายสั้น ๆ มีน้ำเฉพาะในฤดูฝน  เมื่อแบ่งลำน้ำออกเป็นพวก ๆ ตามลักษณะของพื้นที่และตามกำเนิดของลำน้ำพอจะแบ่งออกได้เป็นสี่กลุ่ม ดังนี้

    ลำน้ำในภาคเหนือ  นอกจากลำน้ำใหญ่สองสายคือ ลำน้ำสาละวิน ซึ่งไหลผ่านชายแดนด้านตะวันตก และลำน้ำโขง ซึ่งไหลผ่านชายแดนด้านตะวันออกเฉียงเหนือแล้ว  ลำน้ำในภาคเหนือมีอยู่หลายสาย และมีต้นน้ำที่เกิดจากพื้นที่ย่านภูเขาในภาคเหนือเอง แทบทั้งสิ้น ได้แก่ 
          สาขาของลำน้ำสาละวิน  ได้แก่ ลำน้ำปาย เกิดจากเทือกเขาถนนธงชัย และเทือกเขาแดนลาวไหลผ่าน จังหวัดแม่ฮ่องสอน ลงสู่แม่น้ำสาละวิน ลำน้ำเมย เกิดจากเทือกเขาถนนธงชัย ไหลไปตามซอกเขาที่กั้นเขตแดนไทยกับพม่า  ลงสู่แม่น้ำสาละวิน  ลำน้ำยวม เกิดจากทิวเขาถนนธงชัย ผ่านอำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน แล้วไปบรรจบกับลำน้ำเมย  ลำน้ำสาละวิน เกิดจากบริเวณประเทศธิเบต ไหลผ่านประเทศไทย ตามแนวเส้นกั้นเขตแดนไทยกับพม่า ในเขตจังหวัดแม่ฮ่องสอน  แล้วไหลผ่านพม่าไปลงอ่าวเมาะตะมะ 
          สาขาของแม่น้ำโขง ได้แก่ ลำน้ำแม่กก เกิดจากภูเขาในรัฐฉาน ไหลผ่านเมืองสาด เข้าเขตไทยในจังหวัดเชียงราย  แล้วไหลไปบรรจบลำน้ำโขงในเขต อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย  ลำน้ำฝาง เกิดจากทิวเขาแดนลาวและทิวเขาผีปันน้ำ ไหลไปบรรจบแม่น้ำกก ในเขตตำบลปางเดิม  ลำน้ำแม่สาย  เกิดจากทิวเขาในรัฐฉาน เป็นแนวเขตแดนระหว่างไทยกับรัฐฉาน  แล้วไหลไปบรรจบลำน้ำรวกที่สบสาย  ลำน้ำรวก  เกิดจากทิวเขาในรัฐฉาน ไหลไปบรรจบลำน้ำโขงที่สบรวก  ลำน้ำแม่จัน เกิดจากดอยสามเส้าในทิวเขาผีปันน้ำ ไหลไปบรรจบลำน้ำโขง ในเขตอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย  ลำน้ำแม่อิง เกิดจากทิวเขาผีปันน้ำ ในเขตจังหวัดเชียงราย ไหลไปบรรจบลำน้ำโขง ในเขตอำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย  ลำน้ำโขง มีต้นน้ำอยู่ในธิเบตไหลผ่านไทยทางภาคเหนือ ในเขตอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย  และไหลผ่านภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นเส้นเขตแดนไทยกับลาวโดยตลอดตั้งแต่ อำเภอเชียงคานจังหวัดเลย ไปจนถึงอำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี แล้วไหลผ่านประเทศลาว กัมพูชา เวียตนาม ลงสู่ทะเลจีน ในเวียตนาม 
          สาขาของลำน้ำเจ้าพระยา  ได้แก่ ลำน้ำปิง ยาวประมาณ ๗๗๕ กิโลเมตร  เกิดจากทิวเขาแดนลาว ไหลเลาะไปตามทิวเขาถนนธงชัยผ่านจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ตาก กำแพงเพชร ไปบรรจบกับสาขาอื่นของลำน้ำเจ้าพระยา ในเขตตำบลปากน้ำโพ อำเภอเมือง ฯ จังหวัดนครสวรรค์  ลำน้ำวัง ยาวประมาณ ๓๐๐ กิโลเมตร  เกิดจากทิวเขาผีปันน้ำ และเทือกเขาขุนตาล ในเขตจังหวัดลำปาง ไหลผ่านจังหวัดกำแพงเพชร ไปบรรจบลำน้ำปิง ในเขตอำเภอบ้านตาก จังหวัดตาก  ลำน้ำยม ยาวประมาณ ๕๐๐ กิโลเมตร เกิดจากทิวเขาผีปันน้ำ ไหลผ่านจังหวัดสุโขทัย ไปบรรจบลำน้ำน่าน ในเขตอำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์  ลำน้ำน่าน ยาวประมาณ ๖๐๐ กิโลเมตร  เกิดจากทิวเขาหลวงพระบาง ไหลขนานกับลำน้ำยมลมาทางใต้ ผ่านจังหวัดน่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร แล้วไหลไปบรรจบกับสาขาอื่นของลำน้ำเจ้าพระยา ในเขตตำบลปากน้ำโพ อำเภอเมือง ฯ จังหวัดนครสวรรค์


      ลำน้ำในภาคกลาง  สายน้ำที่สำคัญคือ ลำน้ำเจ้าพระยา ซึ่งก็เป็นลำน้ำสายสำคัญที่สุดของประเทศไทย เนื่องจากเป็นลำน้ำขนาดใหญ่ ไหลผ่านที่ราบลุ่มภาคกลางของประเทศ  ส่วนลำน้ำสายอื่น ๆ ก็มีความสำคัญรองลงไป  ลำน้ำที่สำคัญในภาคกลางได้แก่  ลำน้ำเจ้าพระยา ยาวประมาณ ๗๐๐ กิโลเมตร  เป็นแม่น้ำสายใหญ่ที่สุดนับเป็นเส้นโลหิตใหญ่ของประเทศ  เริ่มต้นจากตำบลปากน้ำโพ อำเภอเมือง ฯ จังหวัดนครสวรรค์ ไหลผ่านจังหวัดอุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง อยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี กรุงเทพ ฯ และสมุทรปราการ ไหลลงสู่อ่าวไทยที่อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ  ลำน้ำป่าสัก ยาวประมาณ ๔๕๐ กิโลเมตร  เกิดจากทิวเขาเพชรบูรณ์ ในเขตจังหวัดเพชรบูรณ์ ไหลผ่านที่ราบในหุบเขาเพชรบูรณ์ ผ่านจังหวัดลพบุรี สระบุรี ไปบรรจบลำน้ำเจ้าพระยา ในเขตจังหวัดอยุธยา  ลำน้ำท่าจีน ยาวประมาณ ๒๓๐ กิโลเมตร  เป็นสาขาแยกจากลำน้ำเจ้าพระยาที่จังหวัดอุทัยธานี แล้วไหลขนานกับแม่น้ำเจ้าพระยา ทางด้านตะวันตก ลงสู่อ่าวไทยที่จังหวัดสมุทรสาคร ลำน้ำลพบุรี เป็นสาขาแยกจากแม่น้ำเจ้าพระยาที่บางพุทรา จังหวัดสิงห์บุรี ไหลผ่านจังหวัดลพบุรี แล้วไหลไปบรรจบ ลำน้ำเจ้าพระยาในเขตจังหวัดอยุธยา  นอกจากนี้ยังมีสาขาแยกเล็ก ๆ อีกหลายสาย เช่น  ลำน้ำสะแกกรัง ในเขตจังหวัดอุทัยธานี  ลำน้ำโผงเผง ในเขตจังหวัดอ่างทอง และลำน้ำบางบาน ในเขตจังหวัดอยุธยา 
            ลำน้ำที่ไหลลงสู่อ่าวไทยด้านตะวันออก ที่สำคัญได้แก่  ลำน้ำบางปะกง ยาวประมาณ ๓๐๐ กิโลเมตร  เกิดจากทิวเขาพนมดงรัก แล้วไหลไปทางตะวันตก ผ่านจังหวัดปราจีนบุรี นครนายก ลงสู่อ่าวไทยในเขตจังหวัดฉะเชิงเทรา ลำน้ำสายนี้มีชือเรียกต่างกันตามท้องถิ่นที่ลำน้ำไหลผ่าน เช่นลำน้ำพระปรง ลำน้ำประจีน  ลำน้ำระยอง ยาว ๓๐ กิโลเมตร  เกิดจากภูเขาในเขตจังหวัดระยองไหลลงสู่ทะเลในเขตจังหวัดระยอง  ลำน้ำประแส ยาว ๒๗ กิโลเมตร  ลำน้ำจันทบุรียาว ๘๖ กิโลเมตร เกิดจากทิวเขาจันทบุรี ไหลลงสู่ทะเลที่อำเภอท่าแฉลบ จังหวัดจันทบุรี  ลำน้ำเวฬ ยาว ๖๔ กิโลเมตร  เกิดจากทิวเขาจันทบุรี ไหลลงสู่ทะเลที่อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี  ลำน้ำตราด เกิดจากทิวเขาจันทบุรี และทิวเขาบรรทัด ไหลลงสู่ทะเลที่อำเภอ แหลมงอบ จังหวัดตราด 
            ลำน้ำที่ไหลลงสู่อ่าวไทยด้านตะวันตก  ที่สำคัญมีอยู่ ๓ สายด้วยกันคือ  ลำน้ำแม่กลอง ยาว ๓๐๐ กิโลเมตร  ประกอบด้วย แควน้อย และแควใหญ่  แควใหญ่ ยาว ๓๐๐ กิโลเมตร  ไหลไปบรรจบลำน้ำแม่กลองที่อำเภอปากแพรก จังหวัดกาญจนบุรี  แควน้อย ยาว ๒๒๗ กิโลเมตร ไหลไปบรรจบลำน้ำแม่กลองที่อำเภอเมือง ฯ จังหวัดกาญจนบุรี ลำน้ำเพชรบุรี ยาว ๑๐๐ กิโลเมตร  เกิดจากทิวเขาตะนาวศรี ไหลลงสู่ทะเลที่อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี 
       ลำน้ำในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  ที่สำคัญได้แก่  ลำน้ำมูล ยาว ๖๒๐ กิโลเมตร  เกิดจากทิวเขาสันกำแพง ไหลขนานกับทิวเขาพนมดงรักไปทางทิศตะวันออก ไปบรรจบลำน้ำโขงที่อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี  ลำน้ำชี ยาว ๖๐๐ กิโลเมตร  เกิดจากทิวเขาเพชรบูรณ์ และทิวเขาเก้าลูก ไหลลงไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ไปบรรจบลำน้ำมูลที่อำเภอเมือง ฯ จังหวัดอุบลราชธานี นอกจากนี้ก็มี  ลำน้ำเลย และลำน้ำสงคราม 
       ลำน้ำในภาคใต้  แบ่งออกเป็นสองกลุ่ม คือ

          ลำน้ำที่ไหลลงสู่อ่าวไทย  มีอยู่ ๗ สายด้วยกันได้แก่ ลำน้ำชุมพร ยาว ๑๐๐ กิโลเมตร  เกิดจากแคว ๒ แควจากทิวเขาตะนาวศรี และทิวเขาระนอง แล้วไหลไปรวมกันที่ อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร  คลองชุมพร อยู่ทางตะวันออกของลำน้ำชุมพร  ลำน้ำหลังสวน เกิดจากทิวเขาระนอง ไหลลงสู่ทะเลที่ อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร  ลำน้ำตาปี ยาว ๓๐๐ กิโลเมตร เกิดจากทิวเขาภูเก็ต และทิวเขานครศรีธรรมราช ไหลลงสู่อ่าวไทยที่อำเภอบ้านดอน เป็นลำน้ำที่เกิดจากแควคีรีรัฐ และแควน้ำหลวง  ลำน้ำปัตตานี เกิดจากทิวเขาสันกาลาคีรี ไหลขึ้นมาทางเหนือ ลงสู่อ่าวไทยที่จังหวัดปัตตานี  ลำน้ำสายบุรี ยาว ๑๗๐ กิโลเมตร  เกิดจากทิวเขาสันกาลาคีรี ไหลลงสู่ทะเลที่อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี  ลำน้ำโกลก เกิดจากทิวเขาสันกาลาคีรี เป็นแนวเขตแดนไทยกับมาเลเซีย 
          ลำน้ำที่ไหลลงมหาสมุทรอินเดีย  มีอยู่ ๒ สายคือ  ลำน้ำปากจั่น หรือลำน้ำกระ ยาว ๑๒๓ กิโลเมตร เกิดจากเทือกเขาตะนาวศรี ไหลไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ไหลออกสู่ทะเลที่อ่าวระนอง จังหวัดระนอง  ลำน้ำตรัง ยาว ๑๓๗ กิโลเมตร  เกิดจากทิวเขานครศรีธรรมราช ไหลไปทางทิศใต้ลงสู่ทะเลที่อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง 
ทะเลสาบ บึงและหนอง 
      ทะเลสาบ  มีอยู่เพียง ๒ แห่งคือ  ทะเลสาบสงขลา และทะเลน้อย 
      บึงและหนอง  มีกระจายอยู่ทั่วไปทั้งประเทศที่สำคัญ ในแต่ละภาคมีดังนี้ 
          ภาคเหนือ  มีหนองเล้งทราย ในเขตบ้านแม่โจ้ อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย กว๊านพะเยา อยู่ในเขตอำเภอเมือง ฯ จังหวัดพะเยา  หนองหล่ม อยู่ในเขตอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย 
          ภาคกลาง  มีบึงบรเพ็ด อยู่ในเขตอำเภอเมือง ฯ จังหวัดนครสวรรค์  บึงสีไฟ อยู่ในเขตอำเภอท่าหลวง จังหวัดพิจิตร  บึงราชนก ในเขตอำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก  บึงจอมบึง อยู่ในเขตอำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี  บึงสระสี่มุม อยู่ทางฝั่งขวาของลำน้ำไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี 
          ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  มีหนองระหาร อยู่ในเขตจังหวัดสกลนคร หนองหารอยู่ในเขตอำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี หนองพันสัก อยู่ในเขตจังหวัดมหาสารคาม

ภาคเหนือของประเทศไทย

            ภาคเหนือเป็นพื้นที่ซึ่งนับว่าเป็นย่านภูเขา  เป็นพื้นที่สูงส่วนใต้ของที่ราบสูงยูนนาน  ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของพื้นที่ ซึ่งลำน้ำสายใหญ่ ๓ สาย คือ  ลำน้ำสาละวิน ลำน้ำโขง และลำน้ำแยงซี ไหลมารวมอยู่ในพื้นที่แคบ ๆ กว้างไม่เกิน ๑๐๐ กิโลเมตร  เป็นพื้นที่ซึ่งลำน้ำสาละวิน และลำน้ำโขงได้ไหลแยกออกจากกัน  ทำให้มีพื้นที่อันเป็นแถบเทือกเขา มีเนื้อที่กว้างอยู่ในพิกัดเส้นแวง ๙๗ องศา ๒๒ ลิบดา กับ ๑๐๑ องศา ๒๒ ลิบดา ตะวันออก และเส้นรุ้ง ๒๐ องศา ๒๕ ลิบดา กับ ๑๗ องศา เหนือ  โดยมีทิวเขาแดนลาว กั้นรัฐฉานไว้ทางเหนือ ทิวเขาถนนธงชัย กั้นแคว้นกะเหรี่ยงของพม่าไว้ทางตะวันตก  ทิวเขาหลวงพระบาง กั้นประเทศลาวไว้ทางตะวันออก และทิวเขาพลึง กั้นภาคกลางของไทยไว้ทางใต้ 
            ภาคเหนือเป็นดินแดนผืนแรกที่ตั้งอาณาจักรไทย  เป็นแหล่งที่ชนพื้นเมืองทั้งสิ้นเป็นชนชาติไทย แม้ทิวเขาอันสลับซับซ้อนจะแบ่งแยกชนพื้นเมืองออกเป็นหลายพวก แต่ก็ยังเป็นปึกแผ่นอยู่ได้ด้วยวัฒนธรรม ซึ่งเป็นวัฒนธรรมเดียวกันมาโดยตลอด 
            ภาคเหนือเป็นย่านที่อยู่เกือบใจกลางคาบสมุทร อินโดจีน - แปซิฟิค  จึงอยู่ห่างจากทะเลมากพอสมควร คืออยู่ห่างจากอ่าวเบงกอล ประมาณ ๓๐๐ กิโลเมตร  ห่างจากอ่าวตังเกี๋ย ประมาณ ๔๕๐ กิโลเมตร และอยู่ห่างจากอ่าวไทย ประมาณ ๕๐๐ กิโลเมตร  ฝั่งทะเลที่อยู่ใกล้ที่สุดคือ  อ่าวมะตะบัน ซึ่งอยู่ห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ประมาณ ๙๐ กิโลเมตร  โดยมีลำน้ำสาละวินเชื่อมต่อทางด้านตะวันตกของภาค 
            ภาคเหนือนับว่าเป็นศูนย์กลางการคมนาคมติดต่อ ระหว่างดินแดนอันเป็นถิ่นฐานของชนเผ่าไทย ซึ่งตั้งอยู่โดยรอบทุกทิศทาง เช่น ชนเผ่าไทยในมณฑลยูนนาน ในดินแดนสิบสองปันนา ในลาว ในตังเกี๋ย 
สภาพทางธรณีวิทยา 
            ภาคเหนือตั้งอยู่บนพื้นที่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ประมาณ ๒๕๐ - ๔๐๐ เมตร พื้นที่ทางแถบตะวันตกสูงกว่าแถบตะวันออก พื้นที่ส่วนใหญ่ลาดเอียงลงมาทางทิศใต้ ยกเว้นแถบเหนือสุด คือจังหวัดเชียงราย และอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่  ที่มีพื้นที่ลาดลงไปทางด้านทิศเหนือ 
            โครงสร้างอย่างหยาบ ๆ ของภาคเหนือประกอบด้วยแนวรอยพับย่นของแผ่นดิน ซึ่งมีทิศทางในแนว เหนือ - ใต้ หลายแนวขนานกัน  ในตอนเหนือสุดของแนวรอยพับย่นเหล่านี้บางส่วนมีทิศทางในแนวตะวันตก ไปตะวันออก 
     ภูเขา

            จากโครงสร้างของพื้นที่ ซึ่งมีรอยพับย่นของแผ่นดินอยู่ทั่วไป ภาคเหนือจึงเป็นพื้นที่ซึ่งเต็มไปด้วยภูเขาเกือบทั้งภาค  ภูเขาเหล่านี้มีแนวทอดยาวจากเหนือลงมาใต้  และมีบ้างเป็นบางแห่งที่เป็นแนว จากตะวันตกไปตะวันออก  ทิวเขาดังกล่าวเหล่านี้พอจะแบ่งออกได้เป็น ๖ ทิวด้วยกัน คือ 
         ทิวเขาแดนลาว  อยู่ตอนเหนือสุด จากชื่อของภูเขา สันนิษฐานว่า เดิมคงจะเป็นทิวเขาที่เป็นพรมแดนระหว่างละว้ากับไทย เมื่อประมาณปี พ.ศ. ๑๔๐๐ 
            ทิวเขาแดนลาว เป็นทิวเขาเหนือสุดของประเทศไทย เป็นทิวเขาใหญ่ มีทิศทางส่วนใหญ่ทอดตัวจากด้านทิศตะวันตกไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ  มีพื้นที่แผ่ไปทางเหนือในรัฐฉาน และทางใต้ในดินแดนไทย อาการแผ่ของทิวเขานี้มีลักษณะเป็นแนวแขนงหลายแนว  มีทิศทางจากเหนือลงใต้  ทิวเขานี้ใช้แนวสันเขาเป็นเส้นเขตแดนระหว่างไทยกับรัฐฉานของพม่า  เริ่มจากลำน้ำแม่สายในเขตจังหวัดเชียงราย เป็นทิวทอดตัวไปทางตะวันตก ตามเขตจังหวัดเชียงใหม่  แล้ววกลงทางใต้ ตามเขตจังหวัดแม่ฮ่องสอน ไปสุดที่ลำน้ำปายซึ่งเป็นเส้นแบ่งเขตกับทิวเขาถนนธงชัย 
            สันเขาที่กั้นเขตแดนทางเหนือ แบ่งน้ำด้านทิศเหนือลงสู่ลำน้ำโขง  และด้านทิศใต้ลงสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ส่วนสันเขาส่วนที่วกลงมาทางใต้ จะแบ่งน้ำทางด้านตะวันออกลงลำน้ำปาย และทางด้านตะวันตกลงลำน้ำสาละวิน 
            ทิวเขานี้มีช่องเขาที่เคยใช้เป็นทางเดินทัพในสมัยโบราณ  สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เคยยกทัพไปทำสงครามกับพม่า และไปสวรรคตที่เมืองห้างหลวงในรัฐเมืองพาน และในสงครามมหาเอเซียบูรพา กองพลที่ ๒ ก็ได้เดินทัพรุกออกไปทางช่องทางนี้ 
            ทิวเขานี้ประกอบด้วยยอดเขาต่าง ๆ อยู่เป็นจำนวนมากที่สำคัญพอประมวลได้ดังนี้ 
                 ดอยตุง  สูง ๑๙๒๘ เมตร   อยู่ในเขตอำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย 
                 ดอยสามเส้า  สูง ๑๖๗๓ เมตร   อยู่ในเขตอำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย 
                 ดอยช้าง  สูง ๑๗๙๕  เมตร  อยู่ในเขตอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ 
                 ดอยผ้าห่มปก  สูง ๒๒๙๗  เมตร  อยู่ในเขาอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ 
                 ดอยเชียงดาว  สูง ๒๑๘๕  เมตร   อยู่ในเขตอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่


         ทิวเขาถนนธงชัย  เป็นเทือกเขาที่ติดต่อจากเทือกเขาแดนลาวลงมาทางใต้ โดยนับเริ่มจากฝั่งทิศใต้ของลำน้ำปาย ในเขตจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นแนวลงมาทางใต้ และสิ้นสุดลงที่ช่องเจดีย์สามองค์  ในเขตจังหวัดกาญจนบุรี เป็นทิวเขาที่มีอาณาบริเวณหลายหมื่นตารางกิโลเมตร ซึ่งนับว่ามากที่สุดในประเทศไทย มีความยาวประมาณ ๕๐๐ กิโลเมตร นับจากลำน้ำปายลงมาถึงช่องเจดีย์สามองค์ และมีส่วนกว้างประมาณ ๒๐๐ กิโลเมตร เป็นแนวขนานกับทิวเขาแดนลาวจนตลอดลำน้ำปาย  จากบริเวณนี้ทิวเขาจะแยกออกจากกันเป็นสามแขนง ทอดตัวขนานลงมาทางใต้ คั่นด้วยหุบเขาแคบ ๆ ดังนี้ 
         ทิวเขาดอยมอนกุจู  เป็นพรมแดนด้านตะวันตกของประเทศไทย และได้แผ่ออกไปจนจรดลำน้ำสาละวิน มีแนวทางทอดลงมาทางใต้ในระหว่างลำน้ำสาละวิน และลำน้ำยวม 
         ทิวเขาดอยปางเกี๊ยะ เป็นแนวตอนกลางอยู่ระหว่างลำน้ำแม่แจ่ม กับลำน้ำแม่ปิง ทางตะวันออกของลำน้ำแม่ยวม และลำน้ำเมยทางทิศตะวันตก เป็นแนวแบ่งเขตจังหวัดแม่ฮ่องสอน และจังหวัดเชียงใหม่ มีความยาวจากลำน้ำปาย ถึงช่องเจดีย์สามองค์ และมีความกว้างจากลำน้ำเมยจนจดลำน้ำปิง  มีบางส่วนข้ามลำน้ำปิงไปทางตะวันออก จึนถึงลำน้ำแม่ลี้  ซึ่งทำให้ลำน้ำปิงตอนนี้ คือจากอำเภอฮอด ถึงอำเภอสามเงา เป็นโกรกเขา และเกาะแก่งโดยตลอด 
         ทิวเขาดอยอินทนนท์  แผ่กระจายอยู่ในพื้นที่ด้านตะวันตกของ อำเภอเมืองเชียงใหม่  อันได้แก่ดอยสุเทพจนจดลำน้ำแม่แจ่ม ในเขตอำเภอแม่แจ่ม เป็นแนวยาวจากดอย ปะคา ต้นลำน้ำปายจนถึงลำน้ำแม่แจ่ม 
            หุบเขาในทิวเขานี้เป็นเขาแคบ ๆ ลำน้ำไหลอยู่ในโกรกเขา เช่น ลำน้ำเมย ลำน้ำแม่แจ่ม และลำน้ำปาย 
            ยอดเขาที่สูง และมีชื่อเป็นที่รู้จักกันดีในทิวเขาถนนธงชัยได้แก่  ดอยอินทนน หรือดอยอ่างกา สูง ๒,๕๗๖ เมตร  เป็นยอดเขาสูงสุดในประเทศไทย อยู่ในเขตอำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่  ดอยสุเทพ สูง ๑,๖๗๖ เมตร  อยู่ทางตะวันตกของตัวเมืองเชียงใหม่  ดอยกิ่วลม สูง ๑,๗๘๐ เมตร อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือในเขตอำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน  ดอยปางเกี๊ยะ สูง ๑,๒๐๔ เมตร  อยู่ทางด้านตะวันออกในเขตอำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน


         ทิวเขาขุนตาล  เริ่มต้นจากบริเวณตะวันออกของอำเภอฝาง ในแนวของลำน้ำแม่ท่าช้าง ซึ่งเป็นช่วงที่เชื่อมกับดอยช้างในทิวเขาแดนลาว  จากบริเวณนี้ทิวเขาเริ่มมีทิศทางตรงลงมาทางทิศใต้ เชื่อมต่อกับทิวเขาผีปันน้ำ บริเวณดอยผาจ้อ แล้วต่อลงมาทางใต้ ผ่านอุโมงค์ขุนตาลไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ของจังหวัดลำปาง ขนานกับทิวเขาถนนธงชัย ตอนใต้สุดของทิวเขาไปเชื่อมต่อกับส่วนของทิวเขาถนนธงชัย ซึ่งข้ามลำน้ำแม่ปิงไปทางทิศตะวันออกในแนวลำน้ำแม่ลี้  ทำให้เกิดที่ราบสูงเชียงใหม่ขึ้นทางด้านตะวันตก และที่ราบสูงลำปางทางด้านทิศตะวันออก 
            ทิวเขาขุนตาล มีความกว้าง ระหว่าง ๓๐ - ๖๐ กิโลเมตร ยาวประมาณ ๒๐๐ กิโลเมตร ตอนแคบที่สุดของทิวเขาอยู่บริเวณอุโมงค์ขุนตาล และที่บริเวณรอยต่อระหว่างดอยขุนตาล กับดอยพับผ้า ตอนเหนือของอำเภอพร้าว มีแขนงแยกไปทางทิศตะวันตก และขนานลงมาทางใต้จนถึงทางเหนือของ อำเภอดอยสะเก็ด             ยอดเขาที่สูงที่สูงและมีชื่อเป็นที่รู้จักกันดีในทิวเขาขุนตาล ได้แก่  ดอยผีปันน้ำ หรือดอยนางแก้ว สูง ๑,๘๔๓ เมตร อยู่ทางทิศตะวันออกของอำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง เป็นต้นกำเนิดของลำน้ำแม่กวง แควของลำน้ำแม่งัด ซึ่งเป็นสาขาของลำน้ำแม่ปิง  ดอยผาจ้อ สูง ๒,๐๑๒ เมตร อยู่ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของ อำเภอดอยสะเก็ด  เป็นต้นกำเนิดของลำน้ำแม่สรวย  ซึ่งเป็นสาขาของลำน้ำวัง  ดอยสะเก็ด หรือดอยขุนออน สูง ๑,๘๑๖ เมตร อยู่ทางด้านทิศตะวันออกของอำเภอดอยสะเก็ด  เป็นต้นกำเนิดของลำน้ำแม่ออน ซึ่งเป็นสาขาของลำน้ำปิง  ดอยขุนตาล สูง ๑,๓๔๘ เมตร อยู่ทางทิศตะวันตกของอำเภอแม่ทา 
         ทิวเขาผีปันน้ำ  เป็นทิวเขาหินแกรนิต เริ่มต้นจาก ดอยผาจ้อในทิวเขาขุนตาล แล้วแยกคดโค้งมีทิศทางโดยรวมในแนวทิศตะวันตก - ตะวันออก แบ่งน้ำลงทางซีกเขาทั้งด้านเหนือและด้านใต้  ทิวเขาเริ่มตั้งแต่ตอนต้นลำน้ำแม่ลาว ทอดตัวไปทางด้านทิศตะวันออกเล็กน้อย แล้ววกกลับขึ้นไปทางเหนือ ถึงอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย แล้วหักกลับลงมาทางใต้ ผ่านกิ่วมันหมูมุ่งลงใต้จนถึงดอยหลวง อำเภอเมืองลำปาง ตรงกิ่วมันหมู ทิวเขาจะแยกออกไปทางทิศตะวันออก จนถึงทางเหนือของ อำเภองาว จังหวัดลำปาง  มีช่องทางแคบ ๆ อยู่ตอนย่านกลางคือ  ช่องประตูผา บริเวณทิศเหนือของอำเภองาว มีทิวเขาดอยขุนยม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทิวเขาผีปันน้ำ ซึ่งเริ่มต้นจากตอนใต้ของลำน้ำโขง เป็นสองแนวขนานทั้งฝั่งตะวันตก และฝั่งตะวันออกของลำน้ำยม แล้วต่อลงไปทางใต้ ส่วนทางฝั่งตะวันตกจะไปจดกับทิวเขาพลึงที่ช่องผาคอ และส่วนตะวันออก จะไปจดที่ช่องทางถนนสายแพร่ - น่าน ทางทิศตะวันออกของอำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร่ 
            ทิวเขาผีปันน้ำมีความกว้าง ๓๐ - ๗๐ กิโลเมตร ความยาวประมาณ ๔๐๐ กิโลเมตร  ปันน้ำลงลำน้ำโขงอันประกอบด้วย ลำน้ำแม่ลาว ลำน้ำแม่อิง และลงสู่ลำน้ำยม และลำน้ำน่าน  เป็นเส้นแบ่งเขตจังหวัด น่าน กับ จังหวัดเชียงราย  จังหวัดเชียงราย กับ จังหวัดลำปาง และจังหวัดลำปาง กับ จังหวัดแพร่ 
            ยอดเขาที่สูง และมีชื่อเป็นที่รู้จักกันดีได้แก่  ดอยหลวงแม่ขุน สูง ๑,๓๓๔ เมตร  ดอยห้วงมง สูง ๑,๐๒๘ เมตร  ดอยปุย สูง ๙๕๗ เมตร  ดอยขุนยม สูง ๑,๗๔๐ เมตร  และดอยขุนยวม สูง ๑,๗๐๖ เมตร 
         ทิวเขาหลวงพระบาง  เป็นทิวเขาหินแกรนิต เริ่มจากบริเวณลำน้ำโขงทางเหนือ ทอดตัวเป็นแนวมาทางใต้ จนถึงตะวันตกของ อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย  และทางเหนืออำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นบริเวณที่เชื่อมต่อกับทิวเขาเพชรบูรณ์ในภาคกลาง  มีอาณาบริเวณกว้างขวาง อยู่ระหว่างลำน้ำน่าน และลำน้ำโขง กว้างประมาณ ๕๐ - ๑๐๐ กิโลเมตร  ยาวประมาณ ๒๕๐ กิโลเมตร  ทางแถบตอนเหนือของทิวเขานี้ เป็นตอนที่บังคับให้ลำน้ำโขง ไหลวกไปทางตะวันออก เข้าไปในประเทศลาว 
            ยอดเขาที่สูงและมีชื่อเป็นที่รู้จักกันดีได้แก่  ภูหวายซ่อมใหญ่ สูง ๑,๘๐๑ เมตร อยู่ทางเหนือสุด มีลำน้ำโขงล้อมอยู่สามด้าน  ดอยน้ำหงส์ สูง ๑,๔๗๘ เมตร  ภูสามเส้า สูง ๒,๐๖๑ เมตร  ภูหลวงพระบาง สูง ๒,๐๕๙ เมตร  อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของ อำเภอปัว จังหวัดน่าน เป็นต้นกำเนิดของลำน้ำวา ซึ่งเป็นสาขาของลำน้ำน่าน  ภูยี สูง ๑,๖๓๐ เมตร  อยู่ทางทิศตะวันตกของ อำเภอสา จังหวัดน่าน  ภูหลักหมื่น สูง ๑,๔๗๘ เมตร อยู่ริมลำน้ำน่าน  ทางทิศตะวันออกของอำเภอนาน้อย  ภูเมี่ยง สูง ๒,๓๐๐ เมตร อยู่ในเขตจังหวัดอุตรดิตถ์ 
            ทิวเขาหลวงพระบาง เป็นทิวแบ่งแคว้นมาแต่สมัยโบราณ  ปัจจุบันใช้เป็นพรมแดนระหว่างไทยกับลาวในภาคเหนือ


         ทิวเขาพลึง  เป็นทิวเขาที่อยู่ทางตอนใต้สุดของภาคเหนือ ซึ่งเริ่มต้นจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งต่อเนื่องกับทิวเขาหลวงพระบาง ในบริเวณทิศตะวันตกของภูหลักหมื่น โดยมีแนวลำน้ำน่านเป็นเส้นแบ่งเขตทางเหนือ ต่อเนื่องกับทิวเขาผีปันน้ำ (ดอยขุนยม) ทางบริเวณทิศตะวันออกเฉียงเหนือของ อำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร่  มีรอยต่อตามแนวช่องทางถนนสายแพร่ - น่าน 
            ทิวเขาพลึงมีทิศทางนับจาก อำเภอนาน้อย ทอดตัวลงมาทางทิศตะวันตกตามแนวเส้นแบ่งเขตของภาคจนถึงดอยลาน  ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัดตาก มีความยาวประมาณ ๓๐๐ กิโลเมตร  มีความกว้างประมาณ ๕๐ - ๙๐ กิโลเมตร  ทิวเขานี้อาจแบ่งออกได้เป็นสองตอน คือตอนเหนือเป็นพื้นที่ระหว่างลำน้ำยม และลำน้ำน่าน ตอนใต้เป็นพื้นที่ระหว่างลำน้ำยม กับลำน้ำวัง  ทางตอนใต้มีแนวภูเขาแยกขึ้นไปทางเหนือไปเชื่อมต่อกับ ทิวเขาผีปันน้ำที่ช่องผาคอ 
            ยอดเขาสูงที่มีชื่อเป็นที่รู้จักกันดีคือ  ดอยผาสั่ง สูง ๑,๐๘๕ เมตร  เขาพญาปอ สูง ๑,๔๗๗ เมตร

ระบบการระบายน้ำ

            ภาคเหนือมีฝนตกมาก และมีระยะฝนตกนาน  ลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นที่สูง  มีทิวเขาอยู่ทั่วไป พื้นที่ระหว่างทิวเขาเป็นที่ราบแคบ ๆ เนื่องจากมีรอยพับย่นของพื้นที่ทำให้มีลำน้ำอย่างพอเพียงในการระบายน้ำ เว้นพื้นที่บางแห่งในลุ่มลำน้ำปิงตอนใต้ที่ลำน้ำไหลผ่าน ความบีบบังคับของทิวเขา  อาจระบายน้ำออกไม่ทันเมื่อมีประมาณน้ำมาก  นอกจากนี้ในบริเวณที่เป็นท้องกระทะ เช่น บริเวณลุ่มน้ำอิงในเขตอำเภอเมืองพะเยา 
            นอกจากลำน้ำขนาดใหญ่สองสายคือ  ลำน้ำสาละวิน และลำน้ำโขง ซึ่งอยู่ทางด้านตะวันตก และด้านตะวันออกของภาคแล้ว ภาคเหนือนับว่ามีลำน้ำอยู่มาก  มีต้นกำเนิดจากเทือกเขาสูง ไหลออกไปสู่ทิศทางต่าง ๆ กันตามลักษณะของทิวเขา และความลาดเอียงของพื้นที่ พอจะแบ่งออกได้เป็นสามกลุ่มด้วยกันคือ 
      ลำน้ำที่ไหลลงสู่ลำน้ำโขง  เป็นลำน้ำที่อยู่บริเวณเหนือสุดของประเทศไทย  อยู่ทางตอนเหนือของทิวเขาขุนตาล  ทิวเขาผีปันน้ำ และดอยเชียงดาว  พื้นที่แถบนี้จะลาดเทไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ลำน้ำส่วนใหญ่อยู่ในเขต จังหวัดเชียงราย และบางส่วนอยู่ในเขต อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่  ลำน้ำดังกล่าวได้แก่ 
        - ลำน้ำกก  ยาว ๒๕๐ กิโลเมตร  ต้นน้ำเกิดจากทิวเขาในเมืองพานรัฐฉาน  เมื่อเข้าสู่เขตแดนไทยแล้ว ไหลไปทางทิศตะวันออก ผ่านเขตจังหวัดเชียงราย ไปบรรจบลำน้ำโขง ในเขตอำเภอเชียงแสน รวมความยาวที่อยู่ในเขตแดนไทย ๑๕๐ กิโลเมตร  ลำน้ำกกได้รับน้ำจาก ๓ ลำน้ำ คือ  ลำน้ำฝาง ยาวประมาณ ๗๐ กิโลเมตร เกิดจากทิวเขาแดนลาว (กิ่งแยก) และทิวเขาขุนตาลตอนเหนือ อำเภอเชียงดาว ไหลผ่านอำเภอฝางไปบรรจบลำน้ำกกที่บ้านปางเดิม เป็นลำน้ำเล็กและตื้น ลำน้ำแม่ลาว ยาวประมาณ ๑๕๐ กิโลเมตร ต้นน้ำเกิดจากดอยผีปันน้ำ ดอยผาจ้อ ในเขตอำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย ไหลขึ้นไปทางเหนือ ผ่านอำเภอแม่สรวย อำเภอเมืองเชียงราย ไปบรรจบลำน้ำกกที่บ้านสันป่ายาง  ลำน้ำรวก ยาวประมาณ ๑๐๐ กิโลเมตร ต้นน้ำเกิดจากดอยผาเล็งในรัฐฉาน ไหลเข้าสู่ไทยโดนเป็นแนวเขตแดนไทยกับรัฐฉานยาว ๑๗ กิโลเมตร แล้วไปบรรจบลำน้ำโขงที่ตำบลสบรวจ อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย  ลำน้ำแม่สาย ยาวประมาณ ๔๓ กิโลเมตร เป็นลำน้ำเล็ก ๆ กว้างประมาณ ๓๐ เมตร ต้นน้ำเกิดจากทิวเขาแดนลาวในรัฐฉาน ไหลเข้าสู่เขตแดนไทยโดยเป็นแนวเขตแดนไทยกับรัฐฉาน ยาว ๑๒ กิโลเมตร แล้วไปบรรจบลำน้ำรวกที่ ตำบลสบสาย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย  ลำน้ำแม่จัน ยาว ๕๐ กิโลเมตร ต้นน้ำเกิดจากดอยสามเส้า ในทิวเขาแดนลาว ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ผ่านอำเภอแม่จันไปบรรจบลำน้ำโขงที่ อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย  ลำน้ำแม่จัน กว้างประมาณ ๕๐ เมตร ในฤดูแล้งน้ำแห้งเป็นช่วง ๆ มีลำน้ำที่เป็นสาขาคือ  ลำน้ำแม่คำ ซึ่งไหลจากด้านทิศเหนือมาบรรจบลำน้ำแม่จัน  ลำน้ำแม่อิง ยาวประมาณ ๑๗๐ กิโลเมตร ต้นน้ำเกิดจากทิวเขาผีปันน้ำในเขต อำเภอเมืองพะเยา ไหลผ่านกว๊านพะเยา อำเภอเทิง ไปบรรจบลำน้ำโขงที่อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ในฤดูแล้งน้ำจะแห้งเป็นช่วง ๆ ลำน้ำแม่จันได้รับน้ำจากแควสาขาคือ ห้วยแม่หมาด ไหลผ่านอำเภอพาน  ห้วยแม่พุง และลำน้ำแม่ลาว ซึ่งไหลผ่าน อำเภอเชียงคำ จังหวัดเชียงราย 
      ลำน้ำที่ไหลลงสู่ลำน้ำสาละวิน  ส่วนใหญ่เป็นลำน้ำซึ่งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกของทิวเขาถนนธงชัย ซึ่งเป็นทิวเขาที่กว้างใหญ่และสลับซับซ้อน  ลำน้ำส่วนใหญ่จึงไหลอยู่ในซอกเขาในเขตจังหวัดตาก และจังหวัดแม่ฮ่องสอน ลำน้ำที่สำคัญได้แก่  ลำน้ำปาย ยาว ๑๗๐ กิโลเมตร ต้นน้ำเกิดจากทิวเขาถนนธงชัย ไหลจากเหนือลงใต้ผ่านอำเภอปาย แล้ววกไปทางตะวันตก ผ่านอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน แล้วไหลออกนอกพรมแดน ไปบรรจบแม่น้ำสาละวิน  ลำน้ำปายเต็มไปด้วยเกาะแก่งใช้เดินเรือไม่ได้  แต่ใช้ล่องซุงได้ มีน้ำไหลตลอดปี  ลำน้ำเมย ยาวประมาณ ๒๕๐ กิโลเมตร ต้นน้ำเกิดจากหมู่เขาในถนนธงชัย  ตอนต้นน้ำเป็นลำธารหลายสาย สายที่สำคัญคือ  ลำน้ำวาเล ซึ่งเป็นต้นเหตุให้พรมแดนไทยขาดหายไปเป็นพื้นที่กว้าง ๓๕ กิโลเมตร ยาว ๓๐ กิโลเมตร ลำน้ำเมยเป็นลำน้ำในโกรกเขา  ใช้คมนาคมไม่ได้ ไหลจากทางทิศใต้ไปทางทิศเหนือ  ผ่านเขตอำเภอแม่สอดทางด้านทิศตะวันตก ไหลผ่านอำเภอแม่ระมาด อำเภอท่าสองยาง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ไปบรรจบลำน้ำสาละวิน  ลำน้ำนี้ใช้เป็นพรมแดนไทยกับพม่าเป็นระยะทาง ๒๓๐ กิโลเมตร ได้รับน้ำจากลำธารหลายสาย ที่สำคัญได้แก่ ลำแม่เมา ในเขต อำเภอแม่สอด ต้นน้ำเกิดจากเขาสลักพระ ดอยชุนหุ้น เขาวาเล ไหลผ่านด่านแม่ละเมา ทางตะวันออกของอำเภอแม่สอด ไปบรรจบลำน้ำเมย ทางทิศใต้ของบ้านแม่กาสา  ลำน้ำแม่ยวม ยาว ๑๕๐ กิโลเมตร ต้นน้ำเกิดจากดอยกิ่วลม และดอยปางเกี๊ยะ ในทิวเขาถนนธงชัย ไหลผ่านอำเภอขุนยวม อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ไปบรรจบกับลำน้ำเมย 
      ลำน้ำที่ไหลลงสู่ลำน้ำเจ้าพระยา  มีลำน้ำหลัก ๆ อยู่หลายลำน้ำด้วยกันคือ  ลำน้ำปิง ต้นน้ำเกิดจากดอยถ้วยในทิวเขาแดนลาว ในเขตอำเภอเชียงดาว ยาวประมาณ ๗๗๕ กิโลเมตร ไหลลงทางใต้ผ่านเขตอำเภอแม่แตง อำเภอแม่ริม อำเภอสันทราย อำเภอเมืองเชียงใหม่ อำเภอสารภี จังหวัดลำพูน อำเภอจอมทอง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ จากนั้นไหลลงสู่ที่ราบภาคกลาง ผ่านอำเภอสามเงา อำเภอบ้านตาก อำเภอเมืองตาก จังหวัดตาก อำเภอเมืองกำแพงเพชร อำเภอคลองขลุง อำเภอขาณุวรลักษณ์ จังหวัดกำแพงเพชร อำเภอเมืองนครสวรรค์ และรวมเป็นแม่น้ำเจ้าพระยาที่ปากน้ำโพ จังหวัดนครสวรรค์  รวมระยะทางที่ไหลอยู่ในย่านภูเขาภาคเหนือจนถึง อำเภอบ้านตาก จังหวัดตาก เป็นระยะประมาณ ๓๗๕ กิโลเมตร และไหลในภาคกลาง ประมาณ ๔๐๐ กิโลเมตร  มีแควที่ไหลมาบรรจบลำน้ำปิงเป็นจำนวนมาก  แบ่งออกเป็นสองฝั่งคือฝั่งตะวันตกกับฝั่งตะวันออก ทางฝั่งตะวันตก ได้แก่  ลำน้ำแม่แตง เป็นแควใหญ่ที่สุดมาบรรจบลำน้ำแม่ปิงที่อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่  ลำน้ำแม่ริม ไหลมาบรรจบที่อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่  ลำน้ำแม่ซา ลำน้ำแม่วาง ลำน้ำแม่สา เกิดจากดอยอินทนน มาบรรจบที่บริเวณใต้อำเภอปากบ่อง จังหวัดลำพูน  ลำน้ำแม่แจ่ม เป็นแควใหญ่อันดับ ๒ เกิดจากเทือกเขาถนนธงชัย ผ่านอำเภอแม่แจ่มไปบรรจบลำน้ำแม่ปิง ที่เหนืออำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่  ลำน้ำแม่ตื่น ไหลผ่าน อำเภออมก๋อย ไปบรรจบลำน้ำปิงที่เหนืออำเภอสามเงา จังหวัดตาก ทางฝั่งตะวันออก มีสี่สายที่สำคัญ คือ  ลำน้ำแม่กวง ไหลผ่านอำเภอเมืองลำพูน ไปบรรจบลำน้ำแม่ปิงที่อำเภอปากบ่อง  ห้วยแม่งัด  ไหลไปบรรจบลำน้ำแม่กวงที่เหนือ อำเภอดอยสะเก็ด  ลำน้ำแม่ทา เกิดจากทิวเขาขุนตาล ไปบรรจบลำน้ำแม่ปิงที่ อำเภอปากบ่อง จังหวัดลำพูน  ลำน้ำแม่ลี้ ไหลจากอำเภอลี้ขึ้นไปทางเหนือ ผ่านอำเภอบ้านโฮ้งไปบรรจบลำน้ำปิงทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่  ลำน้ำวัง เกิดจากรอยต่อของทิวเขาขุนตาล กับทิวเขาผีปันน้ำ ในเขตอำเภอวังเหนือ มีความยาวประมาณ ๓๐๐ กิโลเมตร ผ่านอำเภอแจ้ห่ม อำเภอเมืองลำปาง อำเภอเกาะคา อำเภอสบปราบ อำเภอเถิน อำเภอแม่พริก จังหวัดลำปาง แล้วไปบรรจบลำน้ำปิง ที่เหนืออำเภอบ้านตาก จังหวัดตาก  ลำน้ำวังได้รับน้ำจากแควต่าง ๆ ที่ไหลมาบรรจบคือ  ห้วยแม่สุก และห้วยแม่สาย เกิดจากทิวเขาขุนตาล ไหลมาบรรจบลำน้ำวังที่บริเวณใต้ อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง  ลำน้ำตุ๋ย ไหลมาบรรจบลำน้ำวัง ในเขตตำบลสบตุ๋ย จังหวัดลำปาง  ลำน้ำแม่ตอ เกิดจากทิวเขาขุนตาล ไหลมาบรรจบลำน้ำวังในบริเวณ อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง  ลำน้ำแม่ตาล เกิดจากทิวเขาขุนตาล ไหลมาบรรจบลำน้ำวังในเขต อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง  ลำน้ำแม่จาง เกิดจากทิวเขาผีปันน้ำ ไหลมาบรรจบลำน้ำวังในบริเวณใต้อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง  ลำน้ำยม เกิดจากดอยขุนยวม ในทิวเขาผีปันน้ำท่อนตะวันตก มีความยาวประมาณ ๕๐๐ กิโลเมตร  ไหลลงใต้ผ่านอำเภอปง อำเภอสอง อำเภอเมืองแพร่ อำเภอสูงเม่น อำเภอลอง อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่  จากช่วงนี้จะไหลลงสู่ที่ราบภาคกลาง ผ่านอำเภอศรีสัชนาลัย อำเภอสวรรคโลก อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย แล้วไหลเข้าเขต จังหวัดพิษณุโลก ผ่านอำเภอบางระกำ ไหลเข้าเขตจังหวัดพิจิตร ผ่านอำเภอสามง่าม อำเภอโพธิทะเล ไปบรรจบลำน้ำน่านที่ อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ แควที่ไหลมาบรรจบลำน้ำยม ในภาคเหนือได้แก่  ลำน้ำแม่คอน เกิดจากภูเขาผีปันน้ำ แล้วไหลมาบรรจบลำน้ำยมในบริเวณเหนือ อำเภอปง จังหวัดพะเยา  ลำน้ำแม่งาวเกิดจากทิวเขาผีปันน้ำตอนใต้ไหลผ่านอำเภองาว ไปบรรจบลำน้ำยมบริเวณ เหนืออำเภอสอง จังหวัดแพร่  ห้วยแม่คำ เกิดจากทิวเขาผีปันน้ำไหลผ่าน อำเภอร้องกวาง ไปบรรจบลำน้ำยม บริเวณเหนืออำเภอเมืองแพร่  แควที่ไหลมาบรรจบลำน้ำวังในภาคกลางได้แก่  ลำน้ำฝากระดาน เกิดจากดอยลานบริเวณบ้านห้วยบ่อทอง ไหลมาบรรจบลำน้ำยมที่บ้านปากคลอง อำเภอเมืองสุโขทัย  คลองแม่ลำพันธ์ เกิดจากดอยลานเขากรวด เขาน้ำดิน เขาแล้ง แล้วไหลไปบรรจบ ลำน้ำยมในเขตอำเภอเมืองสุโขทัย  ลำน้ำน่าน ต้นน้ำเกิดจากดอยภูแว ในทิวเขาหลวงพระบาง และได้รับน้ำจากทิวเขาผีปันน้ำ กับทิวเขาหลวงพระบางเกือบตลอดสาย ทำให้เป็นลำน้ำใหญ่ มีความยาวประมาณ ๖๐๐ กิโลเมตร ไหลผ่าน จังหวัดน่านในเขตอำเภอปัว อำเภอเมือง ฯ อำเภอสา ไหลเข้าเขตจังหวัดอุตรดิตถ์ ผ่านอำเภอท่าปลา อำเภอน้ำปาด อำเภอเมือง ฯ อำเภอตรอน อำเภอพิชัย ไหลเข้าเขตจังหวัดพิษณุโลก ผ่านอำเภอพรมพิราม อำเภอเมือง ฯ ไหลเข้าเขตจังหวัดพิจิตร ผ่านอำเภอเมือง ฯ อำเภอตะพานหิน อำเภอบางมูลนาก ไหลเข้าเขตจังหวัดนครสวรรค์ ผ่านอำเภอชุมแสง และได้ลำน้ำยมมาบรรจบ  ลำน้ำน่านมีแควต่าง ๆ ในภาคเหนือไหลมาบรรจบ ได้แก่  ลำน้ำยาว เกิดจากทิวเขาผีปันน้ำ ไหลมาบรรจบลำน้ำน่าน บริเวณใต้อำเภอเมืองน่าน  ลำน้ำยาว เกิดจากดอยภูคา ในทิวเขาหลวงพระบาง ไหลมาบรรจบลำน้ำน่าน ที่บริเวณเหนืออำเภอเมืองน่าน  ลำน้ำแม่สม เกิดจากทิวเขาผีปันน้ำ ไหลมาบรรจบลำน้ำน่านที่บริเวณใต้อำเภอเมืองน่าน  ลำน้ำแม่สา เกิดจากทิวเขาผีปันน้ำ ไหลมาบรรจบลำน้ำบริเวณใต้ อำเภอสา  ลำน้ำว้า เกิดจากดอยภูคาในทิวเขาหลวงพระบาง ไหลมาบรรจบลำน้ำน่าน ในเขตจังหวัดน่าน  ลำน้ำแหง เกิดจากดอยผาสั่ง ไหลผ่านอำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน ไปบรรจบลำน้ำน่านที่บริเวณใต้ อำเภอสา จังหวัดน่าน แควในภาคกลางที่ไหลมาบรรจบลำน้ำน่านได้แก่  ลำน้ำปาด เกิดจากภูดูในทิวเขาหลวงพระบาง ไหลมาบรรจบลำน้ำน่านในเขตอำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์  ลำน้ำตรอน เกิดจากภูสอยดาว ในทิวเขาหลวงพระบาง ไหลมาบรรจบลำน้ำน่าน บริเวณใต้อำเภอตรอน จังหวัดอุตรดิถ์  คลองคอรุม เกิดจากภูเขาพลึง ไหลมาบรรจบลำน้ำน่าน ในเขตอำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ ลำน้ำแควน้อย เกิดจากเขากรวดในทิวเขาเพชรบูรณ์ ไหลมาบรรจบลำน้ำน่านที่วัดเกาะ อำเภอเมืองพิษณุโลก  ลำน้ำวังทองหรือคลองท่าล่อ เกิดจากทิวเขาเพชรบูรณ์ ไหลผ่านอำเภอวังทอง ไปบรรจบลำน้ำน่าน ที่บริเวณเหนืออำเภอท่าล่อ  คลองท่าหลวง เกิดจากทิวเขาเพชรบูรณ์ ไหลมาบรรจบลำน้ำน่านในเขตจังหวัดพิจิตร  ลำน้ำพิจิตร เป็นลำน้ำน่านเก่าอยู่ระหว่างลำน้ำยม และลำน้ำน่าน ปัจจุบันแยกออกจากลำน้ำน่านที่บ้านเศรษฐี ไปบรรจบลำน้ำยมที่บ้านคลองลาน อำเภอโพธิทะเล จังหวัดพิจิตร  ลำน้ำยม ไหลมาบรรจบลำน้ำน่านในเขตตำบลเกยชัย อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ 
หนองน้ำ และที่ลุ่ม


            ในภาคเหนือมีพื้นที่ที่เป็นก้นอ่างเป็นที่กักน้ำอยู่หลายแห่ง  ส่วนใหญ่อยู่ทางตอนเหนือของทิวเขาผีปันน้ำ  อยู่ในเขตจังหวัดเชียงราย ที่เป็นหนองน้ำขนาดใหญ่มีดังนี้ 
      กว๊านพะเยา  อยู่ในเขต อำเภอพะเยา เป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ กว้างประมาณ ๓ กิโลเมตร ยาวประมาณ ๑๐ กิโลเมตร  เป็นหนองน้ำที่รับน้ำจากต้นลำน้ำอิง ซึ่งไหลจากทิวเขาเอาไว้ แล้วระบายออกไปตามลำน้ำอิงตอนล่าง 
      หนองเล้งทราย  อยู่ในเขตอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย พื้นที่บริเวณตอนใต้ของหนองเล้งทราย มีหนองน้ำขนาดเล็กกว่าอยู่อีก ๒ แห่ง คือ หนองห้า และหนองบัว  ทั้งหมดนี้อยู่ในอ่างบริเวณทิวเขาผีปันน้ำกับเขาอีด้วน หนองเล้งทรายกว้างประมาณ ๑ กิโลเมตร ยาวประมาณ ๑๐ กิโลเมตร ได้รับน้ำจากลำธารต่าง ๆ แล้วระบายลงสู่ลำน้ำปิง 
      หนองหล่ม  อยู่ในเขตอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย  เดิมเป็นหนองน้ำขนาดใหญ่มาก แต่ปัจจุบันมีสภาพเป็นหนองตื้น ๆ มีขนาดกว้างประมาณ ๔ กิโลเมตร ยาวประมาณ ๙ กิโลเมตร 
พื้นที่ราบ

            พื้นที่ราบในภาคเหนือ เป็นที่ราบซึ่งอยู่ระหว่างทิวเขาจึงเป็นที่ราบสูง และไม่กว้างขวางนัก มีลักษณะเป็นท้องไม่ติดต่อกับ พื้นที่ราบที่นับว่าสำคัญ ได้แก่ 
      ที่ราบสูงเชียงใหม่ ตั้งอยู่ภายในกรอบทิวเขาซึ่งมีอยู่โดยรอบ  มีลักษณะแคบและยาวตามแนวเหนือใต้  มีแนวทิวเขากั้น แบ่งออกได้เป็น ๓ แถบคือ  ที่ราบลุ่มลำน้ำฝาง  เป็นที่ราบผืนเล็ก ๆ กว้าง ประมาณ ๑๐ - ๒๐ กิโลเมตร  ยาวประมาณ ๔๐ กิโลเมตร  อยู่ในระหว่างทิเขาแดนลาวในห้วงดอยผ้าห่มปก ดอยอุ่นและดอยเชียงดาวทางด้านตะวันตก กับดอยช้างและทิวเขาขุนตาล ทางด้านตะวันออก  พื้นที่ลาดเอียงไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ตอนกลางมีลักษณะเป็นแอ่งมีลำน้ำฝางไหลผ่าน จากทิศใต้ไปทางทิศเหนือผ่านอำเภอฝางไปบรรจบลำน้ำกก  ที่ราบลุ่มลำน้ำปิง เป็นพื้นที่ราบกว้างใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ มีบริเวณอยู่ในเขตสองจังหวัดคือ เชียงใหม่ และลำพูน มีความยาวประมาณ ๑๘๐ กิโลเมตร  กว้างประมาณ ๓๐ - ๕๐ กิโลเมตร  อยู่ระหว่างดอยเชียงดาวและทิวเขาถนนธงชัยในห้วงดอยอินทนน และดอยปางเกี๊ยะทางด้านตะวันตก กับทิวเขาขุนตาลในห้วงดอยผาจ้อ ดอยสะเก็ด ดอยขุนตาล และดอยฟันม้า ทางด้านตะวันออก  ตอนกลางของที่ราบเป็นแอ่งของลำน้ำ พื้นที่สูงประมาณ ๓๐๐ เมตร และลาดเทลงไปทางด้านทิศใต้  ที่ราบลุ่มลำน้ำแม่งัด เป็นที่ราบผืนเล็ก ๆ กว้างประมาณ ๑๐ - ๑๕ กิโลเมตร  ยาวประมาณ ๖๐ กิโลเมตร  อยู่ระหว่างเขาจอมฮอดทางด้านตะวันตก กับทิวเขาขุนตาล ทางด้านตะวันออกทางตอนเหนือ บริเวณที่อำเภอพร้าว ตอนกลางเป็นร่องน้ำแม่งัด 
       ที่ราบสูงลำปาง  เป็นที่ราบสูงมีระดับความสูง ประมาณ ๓๐๐ เมตร  เป็นที่ราบผืนเล็ก ๆ อยู่ระหว่างทิวเขาขุนตาลทางด้านตะวันตก ทิวเขาผีปันน้ำทางด้านเหนือ  และทิวเขาพลึงทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ บริเวณตอนกลางมีภูเขาลูกโดด ๆ กระจายอยู่ทั่วไป มีความกว้างประมาณ ๕๐ กิโลเมตร ยาวประมาณ ๖๐ กิโลเมตร อยู่ในเขตอำเภอห้างฉัตร อำเภอเกาะคา อำเภอแม่ทะ และอำเภอเมืองลำปาง  ตอนกลางของพื้นที่เป็นร่องของลำน้ำวังซึ่งไหลจากด้านเหนือลงใต้ 
      ที่ราบสูงเชียงราย  เป็นที่ราบสูงมีระดับความสูง ประมาณ ๓๘๐ เมตร  มีทิวเขาล้อมรอบเกือบทุกด้าน  ทางด้านเหนือเป็นทิวเขาแดนลาว ในห้วงดอยตุง และดอยจางมุม  ทางด้านตะวันตกมีดอยสามเส้า และดอยช้าง ในทิวเขาแดนลาว ทางด้านใต้และด้านตะวันออกเป็นแนวทิวเขาผีปันน้ำ ในห้วงดอยขุนยวม ภูผึ้งกาด ภูผาแล และภูแก่งผาก  ที่ราบสูงเชียงรายแบ่งออกได้เป็น ๓ แถบคือ  ที่ราบสูงแม่จัน  เป็นที่ราบตอนเหนือสุดของประเทศอยู่ในเขต อำเภอแม่สาย และอำเภอแม่จัน มีความกว้าง ประมาณ ๓๐ กิโลเมตร ยาวประมาณ ๓๕ กิโลเมตร  มีทิวเขาอยู่ทางด้านตะวันตกคือ ดอยจางมุม และดอยสามเส้า ทางด้านทิศใต้มีแนวดอยบ่อ ดอยนางแล กั้นแยกออกจากอำเภอเมืองเชียงราย  พื้นที่ทางด้านตะวันออก ลาดลงสู่ลำน้ำน่าน ลำน้ำสบรวก ลำน้ำแม่กก และลำน้ำโขง  ที่ราบอำเภอเมืองเชียงราย  เป็นที่ราบผืนเล็ก ๆ กว้างประมาณ ๒๐ - ๓๐ กิโลเมตร  ยาวประมาณ ๔๕ กิโลเมตร  อยู่ระหว่างดอยช้างทางด้านตะวันตก  ดอยบ่อและดอยนางแลทางด้านเหนือ กับแนวดอยปุยทางด้านตะวันออก ซึ่งกันที่ราบพะเยาออกไว้ทางใต้  ที่ราบพะเยา  อยู่ระหว่างแนวทิวเขาผีปันน้ำ ซึ่งล้อมอยู่ทั้ง ๓ ด้าน คือทางด้านตะวันตก ด้านตะวันออก และด้านใต้ มีช่องทางผ่านจากลำปาง เข้ามาได้เฉพาะทางช่องประตูผาแห่งเดียวเท่านั้น  ส่วนทางด้านเหนือมีแนวดอยปุย และดอยอีด้วน  ที่ราบพะเยามีความกว้าง ประมาณ ๑๕ - ๕๐ กิโลเมตร ยาวประมาณ ๗๐ กิโลเมตร  อยู่ในเขตอำเภอพาน และอำเภอพะเยา  นอกจากนี้ยังมีที่ราบแคบ ๆ ในลุ่มน้ำแม่ลาว อยู่ในเขตอำเภอแม่สรวย และอำเภอเวียงป่าเป้า จัวหวัดพะเยา มีความกว้าง ประมาณ ๕ - ๑๐ กิโลเมตร ยาวประมาณ ๑๐๐ กิโลเมตร อยู่ในหุบเขาผีปันน้ำซึ่งล้อมอยู่ทั้งด้านทิศตะวันตก ทิศตะวันออก และทิศใต้ 
      ที่ราบสูงแพร่  เป็นที่ราบสูงลุ่มลำน้ำยม แบ่งออกได้เป็นสองแถบคือ  ที่ราบสูงอำเภอเมืองแพร่ อยู่ในเขตอำเภอสูงเม่น อำเภอเมืองแพร่ และอำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร่  มีความกว้าง ประมาณ ๒๐ - ๒๕ กิโลเมตร ยาวประมาณ ๔๐ กิโลเมตร  อยู่ระหว่างทิวเขาผีปันน้ำทางด้านเหนือ ดอยพงทางด้านตะวันตก และทิวเขาพลึง อยู่ทางด้านตะวันออกและด้านใต้  ที่ราบอำเภอลอง เป็นที่ราบผืนเล็ก ๆ กว้างประมาณ ๒๐ กิโลเมตร ยาวประมาณ ๓๐ กิโลเมตร  อยู่ระหว่างเขาผาคอทางด้านตะวันตก ทิวเขาผีปันน้ำทางด้านเหนือ ดอยพงทางด้านตะวันออก และทิวเขาพลึงทางด้านใต้ 
      ที่ราบสูงน่าน  เป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำน่าน กว้างประมาณ ๕๐ กิโลเมตร ยาวประมาณ ๘๐ กิโลเมตร อยู่ในเขตอำเภอสา อำเภอเมืองน่าน และอำเภอปัว จังหวัดน่าน  อยู่ระหว่างดอยขุนยวมทางด้านตะวันออก และทิวเขาพลึงทางด้านใต้  นอกจากนี้ยังมีทึ่ราบแคบ ๆ อยู่ตามริมลำน้ำ 
ป่าไม้และพืชพันธุ์

            ภาคเหนือเป็นภาคที่มีป่าดงอยู่ทั่วไป ตั้งแต่ในพื้นที่ระดับสูง อันเป็นพื้นที่ภูเขา ที่ราบบนภูเขา ลงมาจนถึงพื้นที่ราบลุ่มน้ำต่าง ๆ เป็นป่าซึ่งมีไม้มีค่ามากที่สุดในประเทศ พื้นที่ทำไร่ทำนามีอยู่เพียงเล็กน้อย  ป่าในภาคเหนือมีอยู่หลายประเภทด้วยกันดังนี้ 
      ป่าดิบ  ได้แก่  ป่าดิบเขา มีอยู่ในแถบพื้นที่ภูเขาสูง ตั้งแต่ ๑,๐๐๐ เมตรขึ้นไป ส่วนมากจึงมีอยู่ตามแนวทิวเขาทั้ง ๖ ทิวดังที่กล่าวมาแล้ว  พันธุ์ไม้หลักได้แก่ กำยาน จำปาป่า จำปี ฯลฯ นอกจากนี้จะมีไม้ประเภทไม้พุ่มเตี้ย ๆ ปะปนอยู่ทั่วไป  ป่าไม้สน  มีอยู่ในแถบพื้นที่ภูเขา ซึ่งมีระดับความสูงระหว่าง ๗๐๐ - ๑,๐๐๐ เมตร  ขึ้นปะปนอยู่กับพวกไม้ผลัดใบต่าง ๆ  ป่าดงดิบ  เป็นป่าซึ่งมีอยู่โดยทั่วไปทั้งในที่ราบและในที่สูงไม่เกิน ๑,๐๐๐ เมตร  พันธุ์ไม้สำคัญของป่าดงดิบได้แก่ไม้จำพวกยาง ทั้งยาวขาว และยางแดง ตะเคียน กะบาก ไม้แดง ยมหอม ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีไม้จำพวกพันธุ์เล็ก ๆ ช่วยสร้างความรกทึบให้ป่า 
      ป่าไม้ผลัดใบ ที่มีอยู่ในภาคเหนือ ได้แก่  ป่าไม้เบญจพรรณปนสัก พันธุ์ไม้สำคัญ ได้แก่ ไม้จำพวกประดู่ ไม้แดง ไม้ตะแบก ไม้มะค่า (มากค่า) และไม้จำพวกพุ่ม  ป่าแดง  มีมากในแถบซึ่งเป็นหินแดง  ดินปนทราย  พันธุ์ไม้สำคัญได้แก่ ไม้จำพวกพลวง เหียง เต็ง รัง โมก ฯลฯ 
เขตแดน ช่องทาง และท่าข้าม

           ภาคเหนือมีอาณาเขตติดต่อกับ ต่างประเทศถึงสามด้าน คือด้านตะวันตก ด้านเหนือ และด้านตะวันออก คงติดต่อภายในประเทศเพียงด้านเดียวเท่านั้นคือด้านใต้  พรมแดนที่ติดต่อกับต่างประเทศมีสองลักษณะคือ เป็นเทือกเขา และลำน้ำ  ทิวเขาที่ใช้เป็นพรมแดนได้แก่ ทิวเขาถนนธงชัย และทิวเขาแดนลาว (แดนเมือง) กันพม่าไว้ทางด้านตะวันตก  และกับรัฐฉานไว้ทางด้านเหนือ  ทิวเขาหลวงพระบาง (แดนลาวหลวง) กันลาวไว้ทางด้านตะวันออก  ส่วนที่ใช้ลำน้ำเป็นเส้นเขตแดนมีอยู่ไม่มากนัก ได้แก่ ลำน้ำเมย และลำน้ำสาละวิน กันเขตแดนไทยกับพม่า  ลำน้ำโขงกันเขตแดนไทยกับลาว 
            ลักษณะของเส้นกั้นพรมแดนทั้งสองแบบดังกล่าว  บังคับให้มีการคมนาคมติดต่อที่สะดวกเฉพาะตำบล ส่วนใหญ่จะมีลักษณะเป็นแคบๆ ซึ่งได้แก่ช่องทางหรือช่องเขา  และตามท่าข้ามต่าง ๆ 
      ช่องทางออกไปรัฐฉานและรัฐกระเหรี่ยง อยู่ในเขตจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ส่วนมากเป็นทางในช่องเขา หรือพื้นราบระหว่างภูเขามีช่องต่าง ๆ คือ 
         ช่องทางห้วยลึก หรือฮ่องลึก  อยู่ในเขตอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เป็นทางบนพื้นราบ  ช่องทางแม่น้ำกก  อยู่ในเขตอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นช่องระหว่างดอยสามเส้ากับดอยผ้าห่มปก  เป็นช่องออกไปยังเมืองสาดในรัฐฉาน  ช่องกิ่วรุ่งดอยลาง  ในช่องในทิวเขาแดนลาวทางตะวันออก  ช่องแม่มิงกิง  อยู่ที่เมืองแม่สาว เมืองแม่อาย ผ่านเข้าไปสู่เมืองยอนในรัฐฉาน  ช่องดอยอุ่น   อยู่ในเขตอำเภอฝาง เป็นช่องทางคนเดิน อยู่ทางด้านใต้ของดอยอุ่น เป็นช่องทางออกไปยังกิ่วผาวอก ไปสู่เมืองหาง  ช่องพงป่าแขม  อยู่ในเขตอำเภอฝาง  ทางทิศใต้ของดอยอุ่น ใช้ประโยชน์ได้เช่นเดียวกับดอยอุ่น   ช่องหนองหมู่ฮ่อ หรือกิ่วผาวอก  อยู่ในเขตอำเภอเชียงดาว เป็นทางคนเดินตัวช่องอยู่ห่างเขตแดนเข้ามาประมาณ ๓๐ กิโลเมตร  ช่องเมืองแหง  อยู่ในเขตอำเภอเชียงดาว อยู่ระหว่างดอยถ้วยกับดอยสามเวียง  ลักษณะเป็นทางคนเดินค่อนข้างชัน เป็นช่องทางไปยังเมืองฝางได้ 
      ช่องทางในเขตจังหวัดแม่ฮ่องสอน  มีอยู่เป็นจำนวนมากแห่งด้วยกันที่สำคัญได้แก่  ช่องดอยผาเวียง  อยู่ในเขตอำเภอปาย  เป็นช่องทางบนดอยผาเวียง  เป็นช่องทางคนเดินจาก อำเภอปายไปปางมะผ้า และออกไปเมืองหางได้  ช่องบ้านนาป่าจาก  อยู่ในเขตอำเภอเมือง ฯ เป็นช่องทางคนเดินมีลักษณะลาดชัน  ช่องบ้านน้ำออกฮู  เป็นทางคนเดินจากแม่ฮ่องสอน ผ่านบ้านแม่สวยไปยังบ้านผวัตกิต ริมน้ำสาละวิน  ช่องทางลำน้ำปาย  เป็นเส้นทางคนเดินเลียบลำน้ำปาย ช่องทางลำน้ำสะอิน  เป็นเส้นทางคนเดิน อยู่ในเขตอำเภอขุนยวม ช่องขุนแม่เงา  เป็นเส้นทางคนเดิน อยู่ในเขตอำเภอขุนยวม ผ่านบ้านแม่เงาเข้าสู่พม่า  ช่องดอยเสาหิน  อยู่ในเขตอำเภอแม่สะเรียง เป็นทางคนเดิน เป็นช่องทางตอนต้นลำน้ำแม่ตอบ (ไทย) กับลำน้ำแม่แส (พม่า)  ช่องหมู  อยู่ในเขตอำเภอแม่สะเรียง เป็นทางคนเดินไปยังบ้านวาสนา (ไทย) ซึ่งอยู่ต้นน้ำแม่ปา (พม่า) 
            ช่องทางต่าง ๆ ดังกล่าวมานี้ ส่วนมากเป็นช่องทางข้ามทิวเขาแดนลาว และทิวเขาถนนธงชัย 
      ช่องทางออกไปประเทศลาว เป็นช่องทางในเขตจังหวัดเชียงราย และจังหวัดน่านโดยทั่วไปมีลักษณะเป็นช่องเขา ซึ่งข้ามทิวเขาหลวงพระบาง (ภูแดนลาวหลวง) ซึ่งมีลักษณะเป็นเขาสันป้าน มีช่องทางที่สำคัญคือ  ช่องห้วยแถบ อยู่ในเขตตำบลนาไร่หลวง อำเภอทุ่งช้าง เป็นทางคนเดินค่อนข้างชันมีขนาดเล็ก  ออกไปยังเมืองเชียงฮ่อน เชียงลม แขวงเมืองไชยะบุรี  ช่องห้วยทรายแดง อยู่ในเขตตำบลงอบ เป็นเส้นทางคนเดิน จากตำบลแหลมงอบ - ลำน้ำน่าน - บ้านทรายแดง ออกไปเมืองเชียงฮ่อน (แขวงไชยะบุรี)  ช่องกิ่วศาลา (ช่องห้วยโกร๋น)  อยู่ในเขตตำบลปอน อำเภอทุ่งช้าง เป็นทางคนเดิน จากลำน้ำน่านขึ้นเขาสูงไปยังช่องกิ่วศาลา  ออกไปเมืองเงิน เมืองหงสาในประเทศลาว  ช่องภูดาว  อยู่ในเขตตำบลบ่อเกลือเหนือ อำเภอปัว ในระหว่างภูสามเส้า กับภูหลวงพระบาง  เป็นช่องทางคนเดิน จากอำเภอปัว ตำบลบ่อเกลือเหนือผ่านช่องภูดาวไปยังตำบลเปียง แขวงไชยะบุรีของลาว ช่องเขาหินกอง  อยู่ในเขตตำบลบ่อเกลือใต้ อำเภอปัว อยู่ระหว่างภูหลวงพระบางกับภูลอ เป็นทางคนเดิน จากอำเภอปัวขึ้นเขาไปบ้านบ่อเกลือใต้ บ้านคอกวัว บ้านบ่อหลวง ปากช่องเขาหินกอง ไปสู่อำเภอสมาบุรี (เดิม) ในแขวงไชยบุรีของลาว  ช่องยอดห้วยตอง (ช่องโป่งอุ่น)  อยู่ในเขตตำบลหมอเมือง อำเภอเมืองน่าน อยู่ระหว่างภูปุยกับภูยี่ เป็นทางคนเดิน คอนข้างชัน จากอำเภอเมืองน่าน บ้านฝายแก้ว บ้านม่องติ๊ด บ้านน้ำแก่น ห้วยน้ำเตี๊ยม เลาะไปตามลำห้วย ๗ กิโลเมตร แล้วเป็นทางบนเขา ๑๐ กิโลเมตร  แล้วแยกไปตำบลหนองแดง ทางหนึ่งไปบ้านน้ำปาย ถึงบ้านโป่งอุ่นอีกทางหนึ่ง แล้วออกไปเมืองเปียง อำเภอสมาบุรี แขวงไชยบุรี ประเทศลาว  ช่องศาลาตีนตก   อยู่ในเขตตำบลมาน อำเภอเวียงสา อยู่ระหว่างภูยีกับภูหลักหมื่น เป็นทางคนเดิน จากอำเภอเวียงสา ถึงปากช่องทางระยะ ๔๐ กิโลเมตร  ออกไปยังบ้านทุ่ง แขวงปากลายของลาว  ช่องกิ่วนกแมว  อยู่ในเขตตำบลเชียงของ อำเภอนาน้อย อยู่ระหว่างภูหลักกับภูรัง เป็นเส้นทางจากอำเภอนาน้อย ไปลำน้ำน่าน ระยะทางประมาณ ๓๐ กิโลเมตร  แล้วขึ้นเขาไปยังปากช่อง ระยะทางประมาณ ๒๐ กิโลเมตร  แล้วออกไปเมืองทุ่ง แขวงปากลายของลาว 
      ท่าข้ามลำน้ำเมย  เป็นท่าข้ามระหว่างเขตแดนไทยกับพม่า  ที่สำคัญมีอยู่ ๒ แห่งคือ ท่าข้ามท่าสองยาง ในฤดูแล้งลุยข้ามได้ หน้าน้ำต้องใช้เรือ  ท่าข้ามบ้านแม่ต่อ (แม่สอด)  ลุยข้ามได้ในฤดูแล้ง 
      ท่าข้ามลำน้ำสาละวิน (ดง)  เป็นท่าข้ามระหว่างเขตแดนไทยกับพม่า ที่สำคัญมีอยู่ ๔ แห่งคือ  ท่าข้ามผาแดง  อยู่ในเขตอำเภอแม่สะเรียง ตรงหลักเขตแดนที่ ๑๕  ท่าข้ามดอยกองมู  อยู่ในเขตอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน เป็นทางคนเดิน  ท่าข้ามจ๊อกเนียด  อยู่ในเขตอำเภอแม่สะเรียง  ทางฝั่งพม่ามีถนนไปยังผาปูน แต่ทางฝั่งไทยเป็นลาดเขา ไม่มีเส้นทางคมนาคม  ท่าข้ามด่านท่าผาง  อยู่ในเขตอำเภอแม่สะเรียง ไปตามห้วยสองแควผ่านท่าผางไปยังผาปูนในฝั่งพม่า 
      ท่าข้ามลำน้ำแม่สาย  อยู่ในเขตอำเภอแม่สาย ข้ามไปสู่ตำบลท่าขี้เหล็กของพม่า ฤดูแล้งลุยข้ามได้  ปัจจุบันมีสพานคอนกรีตใช้ในการคมนาคมทางบกได้เป็นอย่างดี 
      ท่าข้ามลำน้ำโขง  เนื่องจากในภาคเหนือมีลำน้ำโขงกั้นพรมแดน ระหว่างไทยกับลาว จึงมีท่าข้ามที่ใช้เป็นประจำอยู่ไม่มากแห่งที่สำคัญมีอยู่เพียง ๒ แห่งคือ ท่าข้ามอำเภอเชียงแสน  เป็นช่วงที่ลำน้ำโขงมีความกว้างไม่มากนัก ประมาณ ๕๐๐ เมตร ในฤดูแล้งลุยข้ามได้  ท่าข้ามอำเภอเชียงของ  เป็นช่วงที่ลำน้ำโขงแคบเพราะอยูใกล้ภูเขา ท่าข้ามทางฝั่งลาวมีความลาดมากกว่าฝั่งไทย 
ลำน้ำที่ใช้เป็นเส้นทางคมนาคม

            ภาคเหนือมีลำน้ำหลายสายกระจายอยู่ทั่วพื้นที่  แต่เนื่องจากเป็นลำน้ำที่ต้นน้ำ อยู่บนเทือกเขาสูง ไหลมาตามซอกเขาและหุบเขาแคบ ๆ ท้องน้ำจึงเต็มไปด้วยเกาะแก่ง กระแสน้ำไหลแรงในฤดูฝน  และแห้งขอดเป็นช่วง ๆ ในฤดูแล้ง ทำให้ไม่อาจจะใช้ประโยชน์เป็นทางคมนาคม ทางน้ำได้ตลอด จะทำได้เฉพาะตำบลและเป็นช่วงสั้น ๆ การคมนาคมทางน้ำเท่าที่ทำได้มีดังนี้   ลำน้ำกก  ไหลลงลำน้ำโขง ในฤดูน้ำ น้ำจะท่วมฝั่งและไหลเชี่ยวมาก สามารถเดินเรือจากเชียงรายไปออกลำน้ำโขงได้  ในฤดูแล้งน้ำเป็นตอน ๆ ใช้เดินเรือไม่ได้  ลำน้ำสาละวิน ใช้เดินเรือได้เป็นช่วง ๆ  ลำน้ำปิง ไหลลงสู่ลำน้ำเจ้าพระยา โดยทั่วไปมีเรือเฉพาะถิ่นเรียกว่าแม่ปา ซึ่งขุดจากท่อนซุงใช้เดินทางในฤดูน้ำ  ส่วนในฤดูแล้งใช้ได้เป็นช่วง ๆ ตามประวัติศาสตร์ พม่าเคยใช้ลำน้ำปิงขนส่งเสบียงอาหารและยุทธสัมภาระทางลำน้ำปิง  ลงมาทำสงครามกับกรุงศรีอยุธยาหลายครั้ง ในฤดูฝนมีน้ำมากและไหลเชี่ยว ระหว่าง ระแหง จังหวัดตาก ถึงปากน้ำโพ จังหวัดนครสวรรค์ น้ำลึกประมาณ ๕ - ๑๕ เมตร เรือยนต์เดินได้ตลอด  ก่อนสร้างเขื่อนภูมิพลเรือโยงใช้เวลาเดินทาง ประมาณ ๔ - ๕ วัน จากระแหง ถึงเชียงใหม่  ในฤดูน้ำน้ำจะเชี่ยว เรือยนต์เล็ก ๆ พอจะแล่นไปได้  การข้ามแก่งต่าง ๆ ต้องใช้ถ่อยันฝั่งช่วยด้วย  ระหว่างปากน้ำโพ กำแพงเพชร และตาก  มีเรือเดินทางขึ้นล่องได้สดวก  ลำน้ำวัง  ใช้เดินเรือระหว่างจังหวัดลำปาง กับปากน้ำโพได้ แต่เนื่องจากมีเกาะแก่งมาก จึงไม่ใคร่นิยมใช้กัน คงใช้ได้เฉพาะเรือขนาดเล็ก และใช้ในฤดูฝนเท่านั้น  ลำน้ำยม  ในฤดูแล้งเดินเรือได้สะดวกจนถึง อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย ในฤดูน้ำเรือขนาด ๕ - ๑๐ ตัน ในฤดูน้ำเดินได้ถึง จังหวัดแพร่ เรือโยงจากปากน้ำโพถึงสุโขทัย ใช้เวลา ๕ วัน  ในฤดูแล้งเรือขนาดเล็กเดินได้ถึงอำเภอเมืองสุโขทัย  ลำน้ำน่าน  ในฤดูน้ำเรือกลไฟเดินได้ถึง จังหวัดอุตรดิตถ์ ถ้าเป็นเรือขนาด ๑๐ ตัน ก่อนสร้างเขื่อนสิริกิติ์ สามารถเดินทางไปได้ถึงจังหวัดน่าน ในฤดูแล้งเรือยนต์ขนาดเล็ก เดินได้ถึงจังหวัดพิษณุโลก ใช้เวลาเดินทาง ๔ วัน


ภาคกลางของประเทศไทย

            ภาคกลางเป็นพื้นที่ราบกว้างใหญ่ตอนใจกลางของประเทศ  มีลักษณะเป็นที่ราบลุ่ม ลักษณะคล้ายรางน้ำขนาดใหญ่ประกอบด้วยทิวเขาทางด้านตะวันออก และด้านตะวันตก ซึ่งทอดตัวยาวขนานกันจากทิศเหนือ ลงไปทางทิศใต้เป็นขอบของราง ต้นรางอยู่บริเวณที่ราบสูงทางเหนือ ปลายรางลาดเทลงสู่อ่าวไทย รางน้ำดังกล่าวนี้มีความกว้างระหว่าง ๕๐ - ๑๐๐ กิโลเมตร และยาวประมาณ ๓๐๐ กิโลเมตร 
            พื้นที่ภาคกลางแยกออกจากภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยด้วยกรอบทิวเขาและป่า ซึ่งยกระดับพื้นที่ของทั้งสองภาค ให้สูงขึ้นไปจากภาคกลาง  พื้นดินส่วนมากเป็นดินที่เกิดจากตะกอนทับถม จึงเป็นย่านดินอันอุดมสมบูรณ์ ประกอบกับมีลำน้ำหล่อเลี้ยงอยู่เกือบตลอดปี จึงเป็นย่านกสิกรรมที่สำคัญที่สุดของประเทศมาโดยตลอด และจากการที่มีพื้นที่ติดกับก้นอ่าวไทย ทำให้เป็นภาคที่มีการคมนาคมติดต่อกับทางทะเลได้สะดวก  บรรดาแม่น้ำลำคลองต่าง ๆ ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมาก ช่วยให้การคมนาคมขนส่งทางน้ำเป็นไปโดยสดวก เมื่อรวมกับการคมนาคมขนส่งทางรถไฟ และทางถนนด้วยแล้ว ภาคกลางจึงเป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งที่ดีที่สุดของประเทศ ทำให้เป็นย่านที่สำคัญยิ่งทางด้านเศรษฐกิจของไทย 
            ภาคกลางมีพื้นที่ประมาณ ๑๗๗,๙๐๐ ตารางกิโลเมตร ประมาณหนึ่งในสามของพื้นที่ทั้งประเทศ มีพรมแดนติดต่อกับประเทศพม่าทางด้านทิศตะวันตก โดยมีทิวเขาและป่าทึบเป็นแนวเขตแดน และเป็นสิ่งกีดขวางทางธรรมชาติ ทางด้านตะวันออกติดต่อกับประเทศเขมร พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่ม แบ่งตามรูปลักษณะออกได้เป็นสองตอนคือ ตอนตะวันออกมีพื้นที่เป็นรูปสามเหลี่ยม ตอนตะวันตกหรือภาคกลางแท้ ๆ มีพื้นที่เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าตั้งอยู่บนก้นอ่าวไทย 


สภาพทางธรณีวิทยา

            ภาคกลางเป็นพื้นที่ราบต่ำ มีความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่มาก ที่กรุงเทพ ฯ สูงประมาณ ๒ เมตร ที่อยุธยาสูงประมาณ ๔ เมตร และที่ชัยนาท สูงประมาณ ๑๘ เมตร นับว่าพื้นที่โดยทั่วไปมีความราบเรียบมาก  ลักษณะผิวดินโดยทั่วไปเป็นดินเหนียว อันเกิดจากตะกอนน้ำทับถมกันมาเป็นเวลานาน มีพื้นที่เป็นดินปนทรายอยู่บ้าง โดยเฉพาะในแถบใกล้เคียงกับทิวเขา เช่นทิวเขาบรรทัดที่จันทบุรี และตราด 
            เนื่องจากพื้นที่มีลักษณะเป็นรางน้ำขนาดใหญ่ ท้องรางน้ำเป็นตัวลำน้ำเจ้าพระยา มีตอนที่สูงที่สุดอยู่บริเวณจังหวัดชัยนาท ทำให้พื้นที่ตอนเหนือมีลักษณะเป็นอ่างน้ำ แต่มีระดับไม่ลึก ทางตอนใต้ของจังหวัดชัยนาทลงมาพื้นที่จะลาดเอียงทีละน้อยลงสู่อ่าวไทย  ส่วนพื้นที่ในตอนตะวันออก ซึ่งได้แก่พื้นที่ราบลุ่มน้ำบางปะกง และพื้นที่ชายฝั่งตะวันออกของอ่าวไทย พื้นที่จะราบเอียงน้อย ๆ ไปทางด้านทิศตะวันตก ลงสู่อ่าวไทย ส่วนบริเวณลุ่มน้ำบางปะกง จะเป็นที่ราบระหว่างทิวเขาสันกำแพงทางเหนือ และทิวเขาจันทบุรี ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ 
    ภูเขา 
            ภาคกลางมีทิวเขาเป็นขอบเขตอยู่ทั้งสามด้าน เว้นแต่บริเวณช่องวัฒนาทางด้านทิศตะวันออก ในตอนกลางของพื้นที่มีหมู่ภูเขาเล็ก ๆ ตั้งอยู่บ้าง เป็นแขนงซึ่งกระจายออกมาจากทิวเขาที่เป็นขอบเขตนั่นเอง ทิวเขาที่อยู่ในพื้นที่ตอนในของที่ราบภาคกลางมีอยู่ทิวเดียวคือทิวเขาเพชรบูรณ์ ซึ่งได้แบ่งที่ราบภาคกลางออกเป็นสองส่วนคือ ที่ราบลุ่มน้ำเจ้าพระยา และที่ราบลุ่มน้ำป่าสัก 
            ทิวเขาที่นับว่าเป็นหลักในภาคกลาง แบ่งออกได้เป็น ๖ ทิวเขาด้วยกันคือ



            ทิวเขาเพชรบูรณ์  เป็นทิวเขาที่ต่อเนื่องมาจากทิวเขาหลวงพระบาง ซึ่งเชื่อมโยงต่อเนื่องกันมาตั้งแต่ ธิเบต-ยูนนาน ทิวเขานี้กรหนาบลำน้ำป่าสักอยู่สองข้าง เป็นแหล่งกำเนิดของลำน้ำเลย ตอนเหนือใต้กั้นภาคกลางกับภาคอิสาน อยู่ระหว่างจังหวัดเลยกับจังหวัดเพชรบูรณ์ ตอนกลางกั้นระหว่างจังหวัดขอนแก่นกับจังหวัดเพชรบูรณ์ ตอนใต้กั้นจังหวัดเพชรบูรณ์กับจังหวัดชัยภูมิ ทิวเขาทางด้านตะวันตกกั้น จังหวัดพิษณุโลก พิจิตร นครสวรรค์ จนถึงลพบุรีกับเขตจังหวัดเพชรบูรณ์โดยตลอด 
            ตอนเหนือของทิวเขานี้อยู่ในเขตอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย และอำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นทิวเขาหินแกรนิต แต่ตอนกลางและตอนใต้ ตั้งแต่จังหวัดเพชรบูรณ์ลงมาเป็นเขาหินปูน ทำให้เกิดความแตกต่างกันต่อสภาพแวดล้อม กล่าวคือ ทางตอนเหนือในส่วนที่เป็นเขาหินแกรนิต จะเป็นหุบเขาใหญ่มีความชุ่มชื้นมีน้ำตลอดปี จึงเป็นเขตที่อุดมสมบูรณ์ด้วยป่าไม้ ส่วนทางตอนใต้ซึ่งเป็นเขาหินปูน จะมีแต่ความแห้งแล้ง ตอนที่แห้งแล้งที่สุดเป็นภูเขาหินปูนเตี้ย ๆ ในเขตพื้นที่ อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ 
            ยอดเขาสูงของทิวเขาเพชรบูรณ์อยู่ทางด้านตะวันตก ในเขตอำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ นับเรียงจากด้านทิศเหนือมาทางด้านทิศใต้ คือ 
                ภูขัด  อยู่ทางทิศตะวันตกของอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย สูง ๒,๑๘๐ เมตร จากระดับน้ำทะเล 
                ภูหล่มล่อ  อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของอำเภอหล่มเก่า จังหวัดพิษณุโลก สูง ๑,๙๐๐ เมตร จากระดับน้ำทะเล 
                ภูเมี่ยง  อยู่ทางด้านทิศตะวันตกของอำเภอหล่มเก่า จังหวัดพิษณุโลก สูง ๒,๐๐๐ เมตร จากระดับน้ำทะเล 
            ทิวเขาทางด้านตะวันออกเป็นทิวเขาแกรนิตเตี้ย ๆ มียอดสูงสุด ประมาณ ๑,๕๐๐ เมตร จากระดับน้ำทะเล



            ทิวเขาดงพระยาเย็น  เป็นเทือกเขาติดต่อจากทิวเขาเพชรบูรณ์ฝั่งตะวันตก และฝั่งตะวันออก ทิวเขาเพชรบูรณ์ด้านตะวันตกกับทิวเขาดงพระยาเย็นด้านตะวันออก มีลักษณะเป็นทิวเขาที่ยกเป็นชั้นขึ้นไป คือยกชั้นภาคอิสานทั้งภาคให้สูงกว่าภาคกลาง บริเวณตอนเหนือของทิวเขาดงพระยาเย็น อยู่ในเขตจังหวัดชัยภูมิ ตอนกลางอยู่ในเขตจังหวัดลพบุรี ตอนใต้อยู่ในเขตจังหวัดสระบุรี และจังหวัดนครราชสีมา ทิวเขานี้เดิมเรียกว่า ดงพระยาไฟ ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็นดงพระยาเย็น ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ดงพระยาเย็นอยู่ประมาณแนวทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนบริเวณที่ถนนสุรนารายณ์ผ่านเรียกว่า ดงพระยากลาง ส่วนดงพระยาต้น หรือดงพระยาริม ยังสันนิษฐานไม่ได้ว่าอยู่ในบริเวณใด 
            ทิวเขาดงพระยาเย็น เป็นทิวเขาหินปูนไม่สูงนัก ยอดสูงสุดคือ  เขาพังเหย สูง ๙๐๐ เมตร จากระดับน้ำทะเล อยู่ในเขตจังหวัดชัยภูมิ ดังนั้นบริเวณนี้จึงกันดารน้ำมาก 
            ทิวเขาที่กั้นภาคกลางกับภาคอิสาน มีช่องทางสำคัญอยู่สามช่องทางด้วยกันคือ ช่องทางปากช่อง ช่องทางแนวถนนสุรนารายณ์ และช่องสระผม ซึ่งมีด่านกักสัตว์ของกรมปศุสัตว์ตั้งอยู่ สำหรับกักสัตว์ที่ต้อนมาจากภาคอิสาน ซึ่งเดินเลียบลำน้ำสนธิ เพื่อเข้าสู่ภาคกลาง 
            ทิวเขาสันกำแพง  เป็นทิวเขาที่มีทิศทางเฉียงไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ กั้นเขตจังหวัดนครราชสีมากับ จังหวัดนครนายก และปราจีณบุรี ทางด้านตะวันออกเป็นเขตจังหวัดนครราชสีมา ด้านตะวันตกเป็นเขตจังหวัดนครนายก และปราจีณบุรี บางตอนของทิวเขานี้ เช่นทางด้านนครราชสีมาเป็นเขาหินปูน ซึ่งสันนิษฐานว่า เป็นขอบของปากปล่องภูเขาไฟ 
            ยอดเขาสูงของทิวเขานี้ได้แก่  เขาแหลม สูง ๑,๓๒๘ เมตร  เขาร่มน้อย สูง ๑,๐๓๓ เมตร  เขาเขียว สูง ๑,๒๗๐ เมตร  เขาแก้ง สูง ๑,๐๑๓ เมตร  เขาอินทนิล สูง ๑,๐๗๘ เมตร  เขาฝาละมี สูง ๑,๐๖๓ เมตร และเขาสามยอด สูง ๑,๑๑๙ เมตร 
            ทิวเขาสันกำแพงมีช่องทางไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่สำคัญอยู่สามช่องทาง คือ ช่องบุขนุนช่องบุพราหมณ์ และช่องตะโก 
            ทิวเขาสันกำแพงได้แบ่งน้ำลงสู่ลำน้ำต่าง ๆ ดังนี้คือ ไหลลงลำน้ำป่าสัก ได้แก่ ลำห้วยมวกเหล็ก มีน้ำตลอดปี ไหลลงลำน้ำมูล ได้แก่บรรดาสาขาต่าง ๆ ของลำน้ำมูล และลำตะคอง ไหลลงลำน้ำปราจีนบุรี ได้แก่ ลำน้ำนครนายก ลำน้ำประจันตคาม และลำน้ำกบินทร์ ลำน้ำดังกล่าวนี้มีน้ำตลอดปี 
            บริเวณที่มีความอุดมสมบูรณ์ของเทือกเขานี้ได้แก่ บริเวณอำเภอปากช่อง และอำเภอจันทึก จะมีน้ำตลอดปี



            ทิวเขาใหญ่ หรือ เขาแม่วง  เป็นเทือกเขาต่อจากทิวเขาถนนธงชัยอีกแนวหนึ่ง คือเป็นแนวที่ซ้อนกันอยู่ ทิวเขาถนนธงชัยอยู่ทางด้านตะวันตก มีลุ่มน้ำแม่กลองอยู่ตอนกลาง และมีทิวเขาใหญ่ซ้อนอยู่ทางด้านตะวันออก ขนานกับทิวเขาถนนธงชัยลงมาทางใต้ ในตอนเหนือเริ่มตั้งแต่ จังหวัดกำแพงเพชร ตลอดลงมาทางใต้จนถึงจังหวัดกาญจนบุรี ทิวเขานี้ปันน้ำลงลำน้ำแม่กลองส่วนหนึ่ง และส่วนหนึ่งลงลำน้ำเจ้าพระยา ในส่วนที่ไหลลงลำน้ำแม่กลองได้แก่ ลำน้ำแควใหญ่ ที่ไหลลงแม่น้ำเจ้าพระยาได้แก่ ลำน้ำสะแกกรัง ลำห้วยกะทง (ต้นลำน้ำท่าจีน) 
            ยอดเขาสูงอยู่ทางทิศตะวันตกของ จังหวัดกำแพงเพชร คือ เขาเปอปรี สูง ๑,๘๑๕ เมตร  ที่อยู่ทางทิศตะวันตกของจังหวัดนครสวรรค์ คือ เขาม่อยกะจุ สูง ๑,๙๖๔ เมตร



            ทิวเขาจันทบุรี  เริ่มต้นจากจังหวัดชลบุรีทอดตัวไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ กั้นเขตจังหวัดปราจีนบุรี กับจังหวัดชลบุรี ระยอง และจันทบุรีออกจากกันคนละด้าน เป็นทิวเขาที่อยู่ระหว่างลุ่มน้ำปราจีนบุรีกับ อ่าวไทยด้านตะวันออก เป็นเทือกเขาหินแกรนิตที่มีเทือกเขาหินปูนกระหนาบอยู่สองด้าน คือทางตอนกลางของบริเวณเขาเป็นหินแกรนิต ทางชายฝั่งทะเลด้านอ่าวไทย และลุ่มน้ำปราจีนบุรี เป็นเทือกเขาหินปูนในเขตพื้นที่ จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นตอนต้นของทิวเขานี้ มีเขาเขียว สูง ๙๗๙ เมตร มีอีกชื่อหนึ่งเขาทิวเขาบางปลาสร้อย ในเขตอำเภอแกลง จังหวัดระยอง มีเขาชะเมา สูง ๑,๐๓๕ เมตร ในเขตจังหวัดจันทบุรีมีเขาสอยดาวเหนือ สูง ๑,๕๘๐ เมตร  เขาสอยดาวใต้ สูง ๑,๖๓๙ เมตร  เขาทรายขาว สูง ๑,๔๗๒ เมตร  เขาพระบาท สูง ๑,๐๗๙ เมตร  เขาสระบาป สูง ๙๓๒ เมตร  พนมกะบุงบายกะเร็ง สูง ๙๔๗ เมตร และพนมตาเด็ด สูง ๑,๑๑๘ เมตร 
            ทิวเขาจันทบุรีปันน้ำลงทางลุ่มน้ำปราจีนบุรี และลงทางอ่าวไทย ทางลุ่มน้ำปราจีนบุรีมีคลองต่าง ๆ คือ คลองท่าลาด ห้วยไคร้ และคลองทางชิง ทางด้านอ่าวไทยมีลำน้ำต่าง ๆ คือ หนองปลาไหล ลำน้ำประแส และลำน้ำจันทบุรี



            ทิวเขาบรรทัด  เป็นทิวเขาเทือกเดียวกับทิวเขาจันทบุรี แต่มีทิศทางจากจังหวัดจันทบุรีลงไปทางใต้ จนถึงจังหวัดตราด และติดต่อกับทิวเขาอบเชยในเขมร ทิวเขานี้กั้นเขตแดนไทยกับเขมรทางด้านจังหวัดตราด และปันน้ำลงสองข้างด้วยกันคือ 
            ทางอ่าวไทย ได้แก่ลำน้ำเวฬุในจังหวัดตราด ทางเขมรได้แก่ลำน้ำต่าง ๆ ที่ไหลลงทะเลสาบเขมร 
            ช่องทางผ่านทิวเขานี้ไปสู่ประเทศเขมร ในเขตอำเภอไพลินมีช่องทางอยู่หลายช่องทางด้วยกัน 
            ยอดเขาสูงในทิวเขานี้ได้แก่ เขาดาบ สูง ๑,๒๕๖ เมตร 


ระบบระบายน้ำ


            ลำน้ำทั้งสิ้นของภาคกลางจะไหลขนานกับทิวเขาซึ่งตั้งขนาบอยู่ทั้งด้านตะวันตก และด้านตะวันออก ลงไปทางทิศใต้เกิดเป็นลุ่มน้ำขนาดใหญ่ หล่อเลี้ยงพื้นที่ราบอันกว้างใหญ่ และเป็นเส้นทางคมนาคมขนส่งทางน้ำของภาคกลาง ลำน้ำที่สำคัญพอประมวลได้ดังนี้



            ลำน้ำที่ไหลลงสู่ก้นอ่าวไทย  ได้แก่ ลำน้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นแม่น้ำที่สำคัญที่สุดของประเทศไทย ส่วนที่เรียกว่าแม่น้ำเจ้าพระยาเริ่มตั้งแต่ ปากน้ำโพ จังหวัดนครสวรรค์ ลงมาจนถึงอ่าวไทย ที่จังหวัดสมุทรปราการ มีความยาวประมาณ ๓๓๐ กิโลเมตร มีแควต่าง ๆ ไหลมาบรรจบและไหลแยกออกไปหลายหลายด้วยกันคือ 
            ลำน้ำสะแกกรัง  เกิดจากทิวเขาแม่วง ดังนั้ตอนต้นน้ำจึงเรียกว่า ลำน้ำแม่วง จะเรียกลำน้ำสะแกกรัง เมื่อผ่านภูเขาสะแกกรัง จังหวัดอุทัยธานี มีทิศทางการไหลจากด้านทิศตะวันตกไปทางด้านทิศตะวันออก ปากน้ำสะแกกรังอยู่ใต้อำเภอมโนรมย์ เรียกว่า ตำบลคุ้งสำเภา ลำน้ำนี้ยาวประมาณ ๑๒๐ กิโลเมตร 
            ลำน้ำท่าจีน  ต้นน้ำแยกออกไปจากลำน้ำเจ้าพระยาทางฝั่งขวา ในเขตอำเภอวัดสิงห์ จังหวัดชัยนาท ลำน้ำท่าจีนมีหลายชื่อแล้วแต่ว่า ลำน้ำจะไหลผ่านตำบลสำคัญตำบลใด พอประมวลได้ดังนี้คือ ตอนต้นเรียกว่า คลองมะขามเฒ่า หรือ คลองวัดสิงห์ ตอนใกล้จังหวัดสุพรรณบุรีถึงเขตอำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐมเรียกว่า ลำน้ำสุพรรณ ตอนผ่านเขตอำเภอนครชัยศรีเรียกว่า ลำน้ำนครชัยศรี ตอนใต้เขตอำเภอนครชัยศรีลงไปเรียก ลำน้ำท่าจีน ลำน้ำสายนี้ยาวประมาณ ๒๘๐ กิโลเมตร ไหลผ่านอำเภอวัดสิงห์ อำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท อำเภอเดิมบาง อำเภอสามชุก อำเภอเมือง ฯ อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี อำเภอนครชัยศรี อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม และอำเภอเมืองสมุทรสาคร 
            ลำน้ำแควน้อย  แยกจากลำน้ำเจ้าพระยาในเขต จังหวัดชัยนาท ที่ปากคลองเมืองสวรรค์ เดิมเรียกว่า ปากคลองแพรก เพราะแยกไปเมืองแพรกซึ่งเป็นเมืองโบราณสมัยสุโขทัย ลำน้ำแควน้อยไหลขนานกับลำน้ำเจ้าพระยา ลงมาทางใต้จนถึงเขต อำเภอโพธิทอง จังหวัดอ่างทองก็จะมีคลองศาลาแดงซึ่งเป็นลำน้ำเก่า ไหลแยกไปบรรจบลำน้ำเจ้าพระยา จากอำเภอโพธิทอง ลำน้ำแควน้อยไหลผ่าน อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง อำเภอผักไห่ จังหวัดอยุธยา ไปบรรจบลำน้ำเจ้าพระยาที่ตำบลหัวเวียง ช่วงนี้ชาวบ้านเรียกว่า ลำน้ำผักไห่ เพราะผ่านอำเภอผักไห่ จากนั้นไหลผ่าน อำเภอเสนา จังหวัดอยุธยา แล้วไหลไปทางทิศตะวันออกไปบรรจบกับลำน้ำบางบาล ซึ่งเป็นแควสายหนึ่งของลำน้ำเจ้าพระยา ช่วงที่ไหลผ่านอำเภอเสนาได้ชื่อว่าลำน้ำสีกุก เพราะไหลผ่านตำบลสีกุก จากนั้นไหลไปบรรจบลำน้ำเจ้าพระยาที่ อำเภอบางไทร  ลำน้ำแควน้อยยาวประมาณ ๑๒๐ กิโลเมตร 
            ลำน้ำลพบุรี  เป็นแควหนึ่งของลำน้ำเจ้าพระยา โดยไหลแยกออกจากฝั่งซ้ายลำน้ำเจ้าพระยา ที่ตำบลบางพุทรา อำเภอเมืองสิงห์บุรี จึงได้อีกชื่อหนึ่งว่า ลำน้ำบางพุทรา ลำน้ำนี้ไหลไปผ่านอำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี และได้ไปบรรจบกันกับลำน้ำบางขาม ซึ่งมีต้นกำเนิดจากทิวเขาเพชรบูรณ์ ไหลผ่านอำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี ลำน้ำบางขามในช่วงนี้เรียกว่า คลองโคกสลุด เมื่อลำน้ำลพบุรีไหลผ่านอำเภอเมืองลพบุรีแล้วก็วกลงทางใต้ แล้วไปบรรจบลำน้ำป่าสักในเขต จังหวัดอยุธยาที่หัวรอ ลำน้ำลพบุรียาวประมาณ ๘๐ กิโลเมตร เมื่อไหลผ่านบริเวณอำเภอมหาราษฎร จังหวัดอยุธยา ซึ่งเป็นที่ลุ่มมากในฤดูน้ำจะกลายเป็นที่แอ่งน้ำเวิ้งว้างคล้ายทะเล



            ลำน้ำป่าสัก  เกิดจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ ลำน้ำสายนี้ไหลอยู่ในซอกเขา พื้นน้ำเป็นหินดาลในฤดูน้ำ น้ำจะท่วมบ่าออกไปจากฝั่งทั้งสองข้าง ข้างละประมาณ ๑ - ๒ กิโลเมตร ในลำน้ำมีแก่งอยู่หลายแห่งที่สำคัญคือ แก่งคอย ในเขตอำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี ในฤดูน้ำน้ำท่วมแก่งเรือผ่านได้สะดวก เมื่อสร้างเขื่อนพระรามหก กั้นลำน้ำป่าสักที่ตำบลท่าหลวง ทำให้การเดินเรือในลำน้ำป่าสักสะดวกขึ้น ในฤดูแล้งเรือข้าวสามารถใช้ในคลองระพีพัฒน์จนถึงจังหวัดสระบุรี และถ้าเป็นเรือขนาดเล็กจะสามารถไปได้ถึงแก่งคอย ลำน้ำป่าสักยาวประมาณ ๓๕๐ กิโลเมตร ไหลผ่านอำเภอหล่มสัก อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ อำเภอท่าโรง อำเภอชัยบาดาล อำเภอแก่งคอย อำเภอเสาไห้ อำเภอท่าเรือ และอำเภอนครหลวง 
            คลองบางแก้ว  เป็นแควสายหนึ่งของลำน้ำเจ้าพระยา โดยได้ไหลแยกจากลำน้ำป่าโมก ในเขตอำเภอเมืองอ่างทอง แล้วไหลไปทางทิศตะวันตก ไปบรรจบลำน้ำลพบุรีในเขตอำเภอมหาราช มีความยาวประมาณ ๑๒ กิโลเมตร 
            ลำน้ำป่าโมกหรือลำน้ำบางปลากด  ไหลแยกออกไปจากคลองบางแก้วในเขตจังหวัดอ่างทอง แล้วไหลลงมาทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ผ่านปากคลองศาลาแดง บ้านบางปลากด และอำเภอป่าโมก แล้วแยกออกเป็นสองแคว แควด้านตะวันออกคือ ลำน้ำบางบาล แควด้านตะวันตกคือ ลำน้ำโผงเผง มีความยาวประมาณ ๑๘ กิโลเมตร 
            ลำน้ำโผงเผง  หรือคลองโผงเผง รับน้ำจากลำน้ำป่าโมก แยกจากลำน้ำบางบาลที่บ้านปะขาว ไหลไปทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ ไปบรรจบลำน้ำผักไห่ ที่บ้านหัวเวียง มีความยาวประมาณ ๑๐ กิโลเมตร 
            ลำน้ำบางบาล  เป็นแควแยกออกไปจากลำน้ำโผงเผง ผ่านอำเภอบางบาลไปบรรจบลำน้ำแควน้อยในเขตอำเภอเสนา มีความยาวประมาณ ๑๗ กิโลเมตร 
            คลองบ้านกุ่ม  แยกจากลำน้ำบางบาลที่บ้านกุ่ม แล้วไหลไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ไปบรรจบลำน้ำลพบุรีในเขต อำเภอเมืองอยุธยา มีความยาวประมาณ ๑๐ กิโลเมตร



            ลำน้ำเจ้าพระยา  จากปากน้ำโพไหลผ่าน อำเภอเมืองนครสวรรค์ อำเภอพยุหคีรี จังหวัดนครสวรรค์ อำเภอมโนรมย์ อำเภอสรรพยา อำเภอเมืองชัยนาท จังหวัดชัยนาท อำเภออินทรบุรี อำเภอบางระจัน อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี อำเภอไชโย อำเภอเมืองอ่างทอง จังหวัดอ่างทอง อำเภอเมืองอยุธยา อำเภอบางไทร จังหวัดอยุธยา อำเภอสามโคก อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี อำเภอปากเกร็ด อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี อำเภอบางกอกน้อยกรุงเทพ ฯ อำเภอพระประแดง และอำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ แล้วไหลลงทะเลที่อ่าวไทย ในเขตจังหวัดสมุทรปราการปากน้ำเจ้าพระยากว้างมากกว่า ๑ กิโลเมตร และมีสันดอนขนาดใหญ่ ต้องคอยขุดลอกสันดอนเพื่อให้เรือเดินสมุทรเดินทางเข้าไปท่าเรือกรุงเทพ ฯได้ 
ลำน้ำที่ไหลลงฝั่งตะวันออกของอ่าวไทย



            ลำน้ำบางปะกง  ต้นน้ำเกิดจากทิวเขาสันกำแพง และทิวเขาจันทบุรี ร่วมกับที่ราบสูงในเขต อำเภออรัญประเทศ ตอนต้นน้ำชื่อ ลำน้ำพระปรง ตอนกลางชื่อ ลำน้ำปราจีน และตอนจะลงสู่ทะเลชื่อ ลำน้ำบางปะกง ลำน้ำพระปรงไหลจากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตก ได้รับน้ำจากทิวเขาบรรทัดตลอดทาง ลำห้วยที่ไหลลงลำน้ำพระปรงส่วนใหญ่จะมีน้ำเฉพาะในฤดูน้ำ มีลำน้ำที่เกิดจากทิวเขาจันทบุรีมาบรรจบที่สำคัญคือ คลองพระสทึง ซึ่งไหลจากทางทิศใต้ขึ้นไปทางทิศเหนือ เมื่อไหลไปถึงเขตอำเภอเมืองสระแก้วแล้วจึงไหลวกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ แล้วไปบรรจบลำน้ำพระปรง มีความยาวประมาณ ๙๔ กิโลเมตร ส่วนลำน้ำพระปรงยาวประมาณ ๖๖ กิโลเมตร เมื่อคลองพระสทึงมาบรรจบแล้ว  ลำน้ำพระปรงจะไหลผ่าน อำเภอกบินทรบุรี และอำเภอเมืองปราจีนบุรี แควต่าง ๆ ของลำน้ำปราจีนบุรีได้แก่ ลำน้ำหนุมาณ ลำน้ำประจันตคาม และลำน้ำนครนายก 
            ลำน้ำหนุมาณ  หรืออีกชื่อหนึ่งเรียกว่า ลำน้ำกบินทร เป็นลำน้ำขนาดเล็ก ต้นน้ำเกิดจากทิวเขาสันกำแพง ไหลมาบรรจบลำน้ำกบินทรที่อำเภอกบินทรบุรี 
            ลำน้ำประจันตคาม  เป็นแควขนาดเล็ก ต้นน้ำเกิดจากทิวเขาบรรทัดไหลไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ไปบรรจบลำน้ำปราจีนที่บ้านกระแจะ มีความยาวประมาณ ๔๕ กิโลเมตร 
            ลำน้ำนครนายก  ต้นน้ำเกิดจากทิวเขาสันกำแพง ในเขตจังหวัดนครนายก มีความยาวประมาณ ๓๓ กิโลเมตร 
            เมื่อลำน้ำปรงไหลเข้าเขา จังหวัดปราจีนบุรีจะได้ชื่อว่า ลำน้ำปราจีน ไหลผ่านอำเภอศรีมหาโพธิ์ อำเภอเมืองปราจีนบุรี อำเภอบางคล้า อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อผ่านตำบลแปดริ้ว ลำน้ำนี้เรียกว่า ลำน้ำบางปะกง ไหลผ่านอำเภอบ้านโพ อำเภอบางปะกง แล้วจึงไหลลงสู่อ่าวไทย มีความยาวประมาณ ๓๐๐ กิโลเมตร ลำน้ำบางปะกงอำนวยประโยชน์ทางด้านกสิกรรมให้แก่ประเทศไทย เป็นที่สองรองจากลำน้ำเจ้าพระยา เป็นลำน้ำที่มีคลองแยกมาก ผ่านพื้นที่บึงและหนองและเป็นลำน้ำที่คดที่สุดในประเทศไทย พื้นน้ำเกือบเป็นทรายโดยตลอด คือตั้งแต่อำเภอบ้านโพธิไปจนถึงปากอ่าว ในฤดูแล้งน้ำเค็มขึ้นไปถึงตำบลแปดริ้ว ปากน้ำกว้างประมาณ ๑.๓ กิโลเมตร



            ลำน้ำระยอง  ชาวบ้านเรียกว่าคลองท่าประดู่เพราะไหลผ่าน อำเภอท่าประดู่ซึ่งปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อเป็น อำเภอเมืองระยอง ต้นน้ำเกิดจากทิวเขาจันทบุรี ที่แยกออกมาจากสันเขาใหญ่ที่รองลงมาทางทะเล มีลำธารแขนงเล็ก ๆ อยู่เป็นจำนวนมาก ชาวบ้านเรียกว่าคลองที่มีขนาดใหญ่ได้แก่ คลองดอกรวย คลองหนองปลาไหล คลองบางกระดาน เป็นต้น ลำน้ำระยองมีความยาวประมาณ ๓๖ กิโลเมตร ไหลจากทิศเหนือมาทางทิศใต้ลงอ่าวไทย ในฤดูแล้งลำน้ำตื้นมาก ขณะน้ำลงสามารถลุยข้ามได้ จึงใช้เดินเรือไม่ได้ 
            ลำน้ำประแสร์  เป็นลำน้ำขนาดเล็กเช่นเดียวกับลำน้ำระยอง ชาวบ้านเรียกคลองประแสร์ ต้นน้ำเกิดจากเขาขุนอิน ในทิวเขาจันทบุรีด้านตะวันออก ไหลผ่าน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง มีความยาวประมาณ ๒๗ กิโลเมตร มีลำห้วยไหลมาบรรจบหลายสาย เช่น คลองวังหน้า คลองหวาย และคลองโพล่ พื้นท้องน้ำเป็นทราย ฤดูแล้งมีน้ำไหลริน ๆ ใช้เดินเรือไม่ได้ 
            ลำน้ำจันทบุรี  ต้นน้ำเกิดจากทิวเขาจันทบุรี มีลำธารไหลมาบรรจบหลายสาย มีความยาวประมาณ ๘๖ กิโลเมตร ไหลผ่านอำเภอมะขาม อำเภอเมืองจันทบุรี อำเภอท่าแฉลบ ไหลไปออกทะเลบริเวณเขาแหลมสิงห์ ดอนปากน้ำน้ำลึก เรือสามารถเดินได้ถึง อำเภอท่าแฉลบ 
            ลำน้ำเวฬุ  ต้นน้ำเกิดจากทิวเขาจันทบุรีบริเวณตะวันออกเฉียงเหนือของเขาสระบาป ไหลจากทิศเหนือลงมาทางทิศใต้ ตอนต้นน้ำมีลำธารอยู่สองสายคือ คลองเวฬุและคลองตรอกนาง ซึ่งไหลจากทิศตะวันตกมาทางทิศตะวันออก มาบรรจบลำน้ำเวฬุที่บ้านร้อยจู มีความยาวประมาณ ๖๔ กิโลเมตร ลึกจากปากอ่าวเข้าไปประมาณ ๒ กิโลเมตร มีลำน้ำแยกไปอำเภอขลุง ทางทิศตะวันตก เรียกว่าลำน้ำสันยาว เรือเดินทะเลแล่นไปเทียบท่าที่ อำเภอขลุงได้ พื้นน้ำเป็นทราย และมีน้ำตลอดปี 
            ลำน้ำตราด  ต้นน้ำเกิดจากทิวเขาจันทบุรี และทิวเขาบรรทัด ไหลจากทิศเหนือลงมาทางทิศใต้ลงอ่าวไทยทางทิศตะวันออกตอนบน มีแควใหญ่สองแควไหลมาบรรจบคือ คลองใหญ่ ต้นน้ำเกิดจากเขาตะแบงใหญ่ไหลผ่าน อำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด ยาวประมาณ ๕๒ กิโลเมตร คลองห้วยแรง ต้นน้ำเกิดจากทิวเขาบรรทัด ยาวประมาณ ๓๔ กิโลเมตร คลองทั้งสองไหลมาบรรจบกันที่ตำบลห้วยแรง อำเภอบางพระ แล้วได้ชื่อว่า ลำน้ำตราดไหลไปทางทิศใต้ ยาวประมาณ ๑๓ กิโลเมตร ถึงปากน้ำ พื้นลำน้ำเป็นทราย ในฤดูแล้งน้ำตื้นเขินมีเกาะแก่งอยู่มาก 
ลำน้ำที่ไหลลงสู่ฝั่งตะวันตกของอ่าวไทย 
            ลำน้ำแม่กลอง  ต้นน้ำเกิดจากทิวเขาสามทิวคือ ทิวเขาถนนธงชัยตอนใต้ ทิวเขาตะนาวศรีตั้งแต่ด่านเจดีย์สามองค์ลงมาทางใต้ และทิวเขาแม่วงหรือทิวเขาใหญ่ ลำน้ำจากต้นน้ำทั้งสามดังกล่าวไหลมารวมเป็นแควขนาดใหญ่สองแควคือ แควด้านตะวันตก เรียกว่าลำน้ำแควน้อย หรือ ลำน้ำไทรโยค แควด้านตะวันออกเรียกว่าลำน้ำแควใหญ่ หรือลำน้ำศรีสวัสดิ์ บางแห่งเรียกลำน้ำแม่กลอง 
            แควทั้งสองนี้มีทิวเขาถนนธงชัยตอนล่างคั่นกลาง บริเวณที่ปลายทิวเขาถนนธงชัยต่อกับทิวเขาตะนาวศรีเป็นช่องเขา ที่ใช้เป็นทางเดินติดต่อระหว่างกันของไทยกับมอญพม่ามาแต่โบราณกาล รวมทั้งเป็นเส้นทางเดินทัพของทั้งสองฝ่ายด้วย 
            แควทั้งสองไหลลงมารวมกันเป็นลำน้ำแม่กลองที่ตำบลปากแพรก อำเภอเมืองกาญจนบุรี แล้วไหลลงทางใต้ไปออกอ่าวไทยที่ จังหวัดสมุทรสงคราม



            ลำน้ำศรีสวัสดิ์  ต้นน้ำศรีสวัสดิ์เกิดจากแควเล็ก ๆ สองสาย สายด้านทิศตะวันออกเรียกว่า ลำน้ำแม่กลอง เกิดจากทิวเขาแม่วง ไหลผ่านบ้านแม่กลองเหนือ แล้วไหลลงทางทิศใต้ สายด้านตะวันตก เรียกว่าลำน้ำแม่จั่น เกิดจากทิวเขาถนนธงชัยที่บริเวณปลายเขตจังหวัดตาก กับจังหวัดกาญจนบุรี ไหลผ่านอำเภออุ้มผางไปบรรจบกับ แควด้านตะวันออกที่บ้านแม่กลองใต้ แล้วไหลลงมาทางทิศใต้ ระหว่างทางได้รับน้ำจากทิวเขาถนนธงชัย และทิวเขาแม่วง เมื่อไหลเข้าเขตอำเภอศรีสวัสดิ์ จะผ่านพื้นที่ราบมากขึ้น และได้เปลี่ยนทิศทางโดยไหลไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ และเมื่อเข้าเขต อำเภอลาดหญ้าก็จะมีลำตะเพินไหลมาบรรจบ ลำน้ำสายนี้มีความยาวประมาณ ๓๐๐ กิโลเมตร ในฤดูแล้งมีน้ำไหลริน ๆ แต่ในฤดูน้ำน้ำจะเชี่ยวมาก บางครั้งจะล้นฝั่ง พื้นลำน้ำเป็นหินกรวดและทราย 
            ลำตะเพิน  เป็นลำห้วยที่เกิดจากทิวเขาแม่วงในเขต จังหวัดอุทัยธานีตอนบนจะไหลอยู่ในซอกเขา เมื่อไหลผ่านอำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี พื้นที่จะค่อนข้างราบ แนวทางการไหลของลำตะเพินจะไหลจากทิศเหนือลงไปทางทิศใต้ และไปบรรจบลำน้ำแควใหญ่ที่บ้านลาดหญ้า มีความยาวประมาณ ๑๓๐ กิโลเมตร ในฤดูแล้งน้ำตื้นเขิน ฤดูน้ำน้ำเชี่ยวมากและล้นฝั่ง พื้นลำน้ำเป็นกรวดและทราย



            ลำน้ำแควน้อย หรือลำน้ำไทรโยค  อยู่ทางด้านทิศตะวันตกของลำน้ำศรีสวัสดิ์ ต้นน้ำเกิดจากทิวเขาถนนธงชัยทางด้านตะวันออก ได้รับน้ำจากทิวเขาตะนาวศรีทางด้านตะวันตก เชื่อมกับปากช่องเจดีย์สามองค์ เรียกว่าลำน้ำซองกาเลีย ไหลจากทิศตะวันออกลงไปทางทิศใต้ มีความยาวประมาณ ๒๘ กิโลเมตร เมื่อถึงตำบลสามสบ ซึ่งเป็นจุดที่ ลำน้ำซองกาเลีย ลำน้ำรันแต และลำน้ำยี่คีมาบรรจบกัน แล้วไหลไปทางทิศใต้ผ่าน อำเภอทองผาภูมิ ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านท่าขนุน อำเภอไทรโยค เมื่อไหลมาถึงตำบลเมืองสิงห์ ลำน้ำได้เปลี่ยนทิศทางไหลไป ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านอำเภอเมืองสิงห์ มีลำน้ำพาชีไหลมาบรรจบ 
            ลำน้ำพาชี  เป็นลำน้ำใหญ่อยู่ทางด้านทิศตะวันตกของจังหวัดราชบุรี ต้นน้ำเกิดจากเขาพระรอย ในเทือกเขาตะนาวศรี ในเขตอำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี มีทิศทางไหลจากทางทิศใต้ไปทางทิศเหนือได้รับน้ำจากทิวเขาตะนาวศรี ฤดูฝนน้ำเชี่ยว ฤดูแล้งมีน้ำไหลริน ใช้เดินเรือไม่ได้ มีความยาวประมาณ ๑๐๐ กิโลเมตร 
            ลำน้ำแควน้อยเมื่อมีลำน้ำพาชีมาบรรจบแล้ว ก็ไหลไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ แล้ววกขึ้นไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ จนถึงตำบลปากแพรก อำเภอเมืองกาญจนบุรี ก็ไปบรรจบกับลำน้ำแควใหญ่ ลำน้ำแควน้อยยาวประมาณ ๒๐๗ กิโลเมตร เป็นเส้นทางคมนาคมขนส่งทางน้ำที่สำคัญมาตั้งแต่สมัยโบราณจนเนื่องมาถึงปัจจุบัน 
            ลำน้ำแม่กลองตอนต่อจากอำเภอเมืองกาญจนบุรีลงมา จะไหลไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านอำเภอท่าม่วง อำเภอท่ามะกา จนถึงบ้านท่าเรือ จะมีห้วยลาไหลมาบรรจบ มีทิศทางวกไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือต่อกับลำน้ำกำแพงแสน ซึ่งไปเชื่อมกับลำน้ำจรเข้สามพัน ลำน้ำแม่กลองไหลต่อไปผ่านอำเภอบ้านโป่ง อำเภอโพธาราม อำเภอเมืองราชบุรี อำเภอดำเนินสดวก จังหวัดราชบุรี แล้วไหลผ่าน อำเภอบางคณที อำเภออัมพวา อำเภอเมืองสมุทรสงคราม แล้วไหลลงอ่าวไทย มีความยาวประมาณ ๑๒๗ กิโลเมตร ถ้ารวมลำน้ำไทรโยคด้วย ก็จะมีความยาวประมาณ ๔๐๐ กิโลเมตร ถ้ารวมกับลำน้ำแควใหญ่จะยาวประมาณ ๔๒๗ กิโลเมตร พื้นลำน้ำทั้งแควน้อยและแควใหญ่เป็นหินทรายและกรวด พื้นลำน้ำในช่วงจังหวัดกาญจนบุรีถึงจังหวัดราชบุรีเป็นทราย ช่วงต่อไปถึงปากน้ำเป็นดิน



            ลำน้ำเพชรบุรี  เป็นลำน้ำขนาดเล็ก ต้นน้ำเกิดจากทิวเขาตะนาวศรีช่วงระหว่างเมืองทวาย และเมืองมะริด ซึ่งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกของจังหวัดเพชรบุรี ตอนต้นน้ำลำน้ำนี้จะไหลอยู่ในซอกเขา มีทิศทางไหลจากทิศตะวันตกมาทางทิศตะวันออก ระหว่างทางได้รับน้ำจากห้วยต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก ที่สำคัญคือห้วยแม่ประโคน ซึ่งอยู่ทางฝั่งเหนือมีความยาวประมาณ ๔๐ กิโลเมตร 
            ลำน้ำเพชรบุรี เมื่อไหลผ่านทิวเขาพระรอบ ในเขตอำเภอชะอำจะไหลวกขึ้นไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ผ่านอำเภอท่ายาง อำเภอบ้านลาด อำเภอเมืองเพชรบุรี อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี แล้วไหลออกทะเลโดยแยกออกเป็นสองสายสองด้านของดินดอนสามเหลี่ยมโดยที่สายด้านเหนือออกทะเล 
ที่ตำบลบางตาขุน สายด้านใต้ออกทะเลที่บ้านแหลม รวมความยาวประมาณ ๑๖๘ กิโลเมตร พื้นลำน้ำเป็นทรายตลอด จนถึงอำเภอบ้านแหลม ต่อจากนั้นไปถึงปากอ่าวเป็นดิน 
            ลำน้ำปราณ  อยู่ทางชายแดนด้านตะวันตก ชาวบ้านเรียกว่าคลองปราณ ต้นน้ำเกิดจากยอดเขาหินในทิวเขาตะนาวศรีในเขต อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ไหลอยู่ในซอกเขามีลำห้วยเล็ก ๆ ไหลมาบรรจบทั้งสองฝั่ง เช่น ลำน้ำคมกฤช และลำน้ำสัตว์ใหญ่ ต้นน้ำไหลไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ แล้วไหลวกไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือที่บ้านทุ่งพลายงาม จนถึงบ้านปากทวาร ลำน้ำไหลวกกลับไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ แล้วไหลออกทะเลที่ปากคลองปราณ มีความยาวประมาณ ๑๒๗ กิโลเมตร มีน้ำตลอดปี พื้นลำน้ำเป็นทราย

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย 

            ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นที่ราบใหญ่ตอนใจกลางของแหลมทอง หรืออินโดแปซิฟิค อยู่ระหว่างเส้นแวง ๑๐๑ องศา กับ ๑๐๕ องศาตะวันออก และเส้นรุ้ง ๑๔ องศา กับ ๑๘ องศา ๓๐ ลิบดาเหนือ มีทิวเขาเป็นกรอบล้อมรอบพื้นที่อยู่เกือบทุกด้าน จึงมีสภาพเป็นที่ราบสูง พื้นที่แยกออกจากภาคกลาง และภาคตะวันออกโดยมีทิวเขา และป่าใหญ่กั้นไว้ มีลำน้ำโขงกั้นอยู่ทางเหนือและทางตะวันออก และเป็นเส้นเขตแดนระหว่างไทยกับลาว 
            ในทางประวัติศาสตร์ ในสมัยโบราณภาคนี้เคยเป็นอาณาจักรขอมก่อนที่จะตกมาเป็นของไทย ดังนั้นในปัจจุบันจึงมีชนชาวเขมร และส่วยปะปนอยู่กับชนชาติไทยทางตอนใต้ของภาค  ส่วนทางตอนเหนือและตะวันออก มีชนชาวเวียตนามเข้ามาปะปนอยู่บ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังสงครามมหาเอเซียบูรพา ได้มีชาวเวียตนามอพยพเข้ามาอยู่อีกเป็นจำนวนมาก นอกจากนั้นยังมีชนชาติอยู่ทั่วไปทั้งที่เป็นจีนแท้ และลูกผสม 
            โดยเหตุที่มีพื้นที่เป็นที่ราบสูง มีอากาศร้อนจัด และหนาวจัด พื้นดินไม่เก็บน้ำจึงมีสภาพแห้งแล้ง พื้นที่อันกว้างขวางจึงเป็นป่าดงและทุ่งหญ้า อย่างไรก็ตามในระยะต่อมาเมื่อได้มีโครงการชลประทานเพิ่มมากขึ้น ทำให้ภาคนี้กลับกลายเป็นอู่ข้าวอู่น้ำแหล่งที่สองรองจากภาคกลาง 
            ในด้านภูมิรัฐศาสตร์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ในวงกระหนาบของประเทศลาวและเขมร การติดต่อกับประเทศลาวทำได้สดวกตลอดแนวชายแดน เพราะมีเพียงลำน้ำโขงกั้นอยู่ และประชาชนเป็นชนเผ่าเดียวกันกับไทย ส่วนทางเขมรนั้น ทิวเขาพนมดงรักกั้นอยู่อย่างค่อนข้างสมบูรณ์  การติดต่อถูกจำกัดอยู่ตามช่องทางต่าง ๆ ผ่านเขาที่สูงชัน และเป็นแนวยาวตลอด 
            ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีพื้นที่ประมาณ ๑๕๕,๔๐๐ ตารางกิโลเมตร หรือประมาณหนึ่งในสามของพื้นที่ประเทศไทย และมีประชากรอยู่ประมาณหนึ่งในสามของประชากรทั้งประเทศ 
สภาพทางธรณีวิทยา 
            ที่ราบสูงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีลักษณะคล้ายปากปล่องภูเขาไฟขนาดใหญ่ โดยมีทิวเขาเลยอยู่ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ทิวเขาเพชรบูรณ์ ทิวเขาดงพระยาเย็น และทิวเขาสันกำแพงอยู่ทางด้านทิศตะวันตก ทิวเขาพนมดงรักอยู่ทางด้านทิศใต้ มีภูเก้าและภูพานอยู่ทางด้านทิศเหนือ และเชื่อมต่อกับทิวเขาเลยมามาพบทิวเขาพนมดงรัก พื้นที่โดยทั่วไปสูงเหนือระดับน้ำทะเล ประมาณ ๑๔๐ - ๒๐๐ เมตร พื้นที่ส่วนใหญ่ลาดเอียงไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ประมาณ ๕๐ เมตร ลักษณะพื้นที่เป็นลูกคลื่นน้อย ๆ เนื้อดินเป็นดินปนทราย และเกือบไม่มีดินตะกอนอยู่เลย 
    ภูเขา

            มีทิวเขาไม่มากนัก และมีขนาดไม่ใหญ่นัก ส่วนใหญ่จะอยู่ตามริมขอบของภาค มีอยู่ตอนกลางของพื้นที่อยู่บ้างเพียงเล็กน้อย พอจะแบ่งทิวเขาในภาคนี้ออกได้เป็น ๔ ทิวเขาด้วยกันคือ ทิวเขาเลย ทิวเขาภูเก้า ทิวเขาภูพาน และทิวเขาพนมดงรัก 
            ทิวเขาเลย  เป็นทิวเขาหินแกรนิต อยู่ในแถบตะวันตกเฉียงเหนือของภาค ในเขตจังหวัดเลยกับจังหวัดอุดร ทิวเขานี้เป็นแขนงของทิวเขาเพชรบูรณ์ ซึ่งแยกออกไปบนพื้นที่ราบสูงทางด้านตะวันออก มีทิศทางจากด้านเหนือ บริเวณฝั่งลำน้ำโขงทางทิศตะวันออกของ อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ลงมาทางใต้ต่อกับทิวเขาเพชรบูรณ์ทางด้านตะวันออกในตอนภูผาลาย และภูกระทิง 
            ทิวเขาเลยมีความสูงเฉลี่ย ประมาณ ๕๐๐ เมตร ยอดสูงสุด ประมาณ ๑,๐๐๐ เมตร จากระดับน้ำทะเลกับที่ราบเลยออกจากจังหวัดอุดร และขอนแก่น มีลำน้ำที่เกิดจากทิวเขาเลยอยู่สองด้านคือ ด้านที่ไหลลงสู่ลำน้ำโขง ได้แก่ ลำน้ำเลยและลำน้ำสงคราม ส่วนด้านที่ไหลลงสู่ลำน้ำมูลมีห้วยพะเนียง 
            ทิวเขาภูเก้า หรือทิวเขาเก้ายอด  เป็นทิวเขาหินแกรนิตขนาดเล็ก อยู่ทางด้านทิศตะวันตกของอำเภอเมืองอุดร ในเขตอำเภอเมืองหนองบัวลำพู มีทิศทางจากเหนือในเขต อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย ทอดตัวลงมาทางทิศใต้ถึงอำเภอภูเวียง และอำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น 
            ทิวเขาภูเก้าเชื่อมต่อกับทิวเขาเลยทางด้านตะวันตก ทางด้านตะวันออกได้ทอดตัวไปใกล้บริเวณหนองละหาน มีความสูงเฉลี่ยประมาณ ๕๐๐ เมตร และมียอดสูงสุดไม่เกิน ๖๐๐ เมตร จากระดับน้ำทะเล 
            ลำน้ำที่เกิดจากทิวเขาภูเก้า แบ่งออกได้เป็นสองด้านคือ ด้านที่ไหลลงสู่ลำน้ำโขงได้แก่ห้วยหลวง ด้านที่ไหลลงสู่ลำน้ำมูลได้แก่แควของลำน้ำพอง และแควของลำน้ำมาว ซึ่งไหลลงสู่ลำน้ำชี

            ทิวเขาภูพาน  เป็นทิวเขาหินปูน เป็นทิวเขาที่มีขนาดใหญ่ทิวหนึ่งของภาคนี้ ทิวเขานี้ได้แบ่งพื้นที่ราบออกเป็นสองส่วนใหญ่ ๆ คือ ที่ราบนครราชสีมา - อุบล อยู่ทางด้านใต้ กับที่ราบอุดร - นครพนมอยู่ทางด้านเหนือ 
            ทิวเขาภูพานเริ่มต้นจากบริเวณทิศตะวันออกของหนองละหาน ในเขตอำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี ทอดตัวไปทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ ไปจดลำน้ำโขงทางด้านเหนือของปากน้ำมูล ในเขตอำเภอโขงเจียม มีความยาว ประมาณ ๒๕๐ กิโลเมตร ส่วนที่กว้างที่สุด ประมาณ ๙๐ กิโลเมตร ในแนวระหว่างภูหินปูน ซึ่งอยู่ทางด้านตะวันตกของอำเภอเลิงนกทา จังหวัดอุบล ฯ กับภูผานา ซึ่งอยู่ทางด้านตะวันตกของอำเภอนาแก จังหวัดสกลนคร 
            ทิวเขาภูพานมีลักษณะเป็นมุมใหญ่อยู่ทางด้านใต้ของจังหวัดสกลนคร ส่วนที่ทอดตัวออกไปทางทิศตะวันออก และทิศตะวันออกเฉียงใต้นั้น แยกอยู่เป็น ๔ แนวคือ 
            แนวที่ ๑  ตอนเหนือสุดจากแนวลำห้วยบางทรายไปหมดที่ภูพระบาท ในแนวลำห้วยคำชะอี ห่างจากลำน้ำโขง ประมาณ ๔ กิโลเมตร ในทิวเขาช่วงนี้มียอดเขาสูงระหว่าง ๒๐๐ - ๖๐๐ เมตร ยอดสูง ๆ ได้แก่ ภูพานสูง ๖๐๒ เมตร ภูลานช้างสูง ๖๒๘ เมตร ตอนตะวันออกสูงสุด ๒๓๐ เมตร และกว้าง ประมาณ ๒ กิโลเมตร 
            แนวที่ ๒  เป็นแนวระหว่างห้วยบางทรายกับห้วยมุก เป็นแนวติดต่อกันโดยตลอด ตอนปลายสุดของแนวเขาอยู่ห่างจากลำน้ำโขงประมาณ ๑๐ กิโลเมตร มียอดสูงระหว่าง ๓๐๐ - ๕๐๐ เมตร ลูกตะวันออกสุดสูง ๓๗๖ เมตร และกว้าง ประมาณ ๑๐ กิโลเมตร 
            แนวที่ ๓  เป็นแนวระหว่างห้วยมุกกับห้วยบังอี่ ตอนปลายตะวันออกสุดไปจดลำน้ำโขง บริเวณใต้อำเภอมุกดาหาร ภูเขาตอนปลาย ๆ ด้านตะวันออกไม่ต่อกันเป็นพืด ความสูงของยอดเขา ประมาณ ๒๐๐ - ๔๐๐ เมตร 
            แนวที่ ๔  เป็นแนวใต้สุด อยู่ใต้แนวห้วยบังอี่ ทางตอนตะวันออกมีที่ราบคั่นเป็นตอน ๆ และไปจดลำน้ำโขงที่บริเวณภูคำ ในเขตอำเภอโขงเจียม ทิวเขานี้ปันน้ำลงสองด้าน คือด้านลำน้ำโขง และด้านลำน้ำมูล มีลำห้วยเล็กๆ อยู่มากมาย

            ทิวเขาพนมดงรัก  เป็นทิวเขาหินปูนอยู่ทางตอนใต้สุดของภาค เริ่มต้นจากบริเวณช่องตะโก ซึ่งเป็นรอยต่อกับทิวเขาสันกำแพงไปทางทิศตะวันออกจนถึงภูแดนเมือง แล้วทอดตัววกขึ้นเหนือไปสุดที่ลำน้ำโขง ในเขตอำเภอพิบูลมังษาหาร รวมความยาว ประมาณ ๕๐๐ กิโลเมตร เป็นทิวเขาแคบ ๆ มีความกว้างระหว่าง ๔ - ๒๕ กิโลเมตร ทางด้านเหนือมีลักษณะเป็นลาดยาวไปทางพื้นที่ราบสูง ซึ่งสูงประมาณ ๒๐๐ เมตร ส่วนด้านใต้เป็นผาชันลงไปสู่ที่ราบต่ำที่เรียกว่าเขมรต่ำ ยอดเขาสูงโดยเฉลี่ยประมาณ ๕๐๐ เมตร ยอดสูงสุดคือพนมดงรัก สูง ๗๒๑ เมตร อยู่ทางใต้อำเภอเดชอุดม เป็นต้นกำเนิดของลำน้ำโดมใหญ่ ยอดสูง ๆ จะอยู่ในเขต จังหวัดศรีษะเกษ ซึ่งจะมีความสูงเฉลี่ย ประมาณ ๖๐๐ เมตร ได้แก่ 
            พนมแม่ไก่  สูง ๕๓๒ เมตร อยู่ทางใต้ อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ 
            พนมตาเหมือน  สูง ๖๗๒ เมตร อยู่ทางใต้ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ 
            เขาพระวิหาร   สูง ๖๕๗ เมตร อยู่ในเขต อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ 
            ในทิวเขานี้มีช่องทางผ่านหลายช่อง ที่สำคัญคือ ช่องจอม ช่องเสม็ด และช่องเม็ก 
            นอกจากทิวเขาทั้งสี่ดังกล่าวมาแล้ว ยังมีเนินเขาโดด ๆ ไม่สูงนักอยู่ในแถบตะวันออกเฉียงเหนือ ของภาคในบริเวณพื้นที่ระหว่างลำน้ำสงครามกับลำน้ำโขงได้แก่ 
            ภูสิงห์  สูง ๔๑๘ เมตร ยาวประมาณ ๑๘ กิโลเมตร 
            ภูวัว  สูง ๔๒๐ เมตร ยาวประมาณ ๒๐ กิโลเมตร 
            ภูเขาเหล่านี้เป็นปลายของทิวเขาที่ต่อเนื่องมาจากดินแดนฝั่งตะวันออกของลำน้ำโขง

ระบบการระบายน้ำ 
            การที่เป็นที่ราบสูงที่มีกรอบโดยรอบเป็นภูเขา ทำให้น้ำฝนที่ตกลงมาไหลลงสู่แอ่งตอนกลาง ดังนั้นจึงเกิดน้ำท่วมได้ในฤดูฝน เช่นเดียวกับภาคเหนือและภาคกลาง 
            ลำน้ำในภาคนี้ที่เป็นลำน้ำสายใหญ่ คือลำน้ำโขง ซึ่งไหลอยู่ตามขอบของภาคโดยตลอด ส่วนลำน้ำอื่น ๆ เป็นเพียงลำน้ำที่ส่งน้ำให้ลำน้ำโขง

            ลำน้ำโขง  เป็นลำน้ำสายยาวที่สุดสายหนึ่งของทวีปเอเซีย มีความยาว ประมาณ ๔,๔๐๐ กิโลเมตร ต้นน้ำเกิดจากทิวเขาทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ของที่ราบสูงธิเบต ไหลขนานอยู่ในตอนกลาง ระหว่างลำน้ำแยงซีเกียงทางด้านเหนือ และลำน้ำสาละวินทางด้านใต้ ลำน้ำโขงไหลมาทางตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านพื้นที่ภูเขาชัยซอน จนมาถึงที่ราบสูงยูนนานจึงไหลวกลงมาทางใต้ เข้าสู่ประเทศลาว ที่บริเวณเมืองสิงห์ เมื่อไหลมาถึงเมืองห้วยทราย ช่วงนี้ท้องน้ำเต็มไปด้วยหินผาและเกาะแก่งใช้เดินเรือไม่ได้ 
            ลำน้ำโขงไหลผ่านประเทศไทย และใช้เป็นพรมแดนไทยกับลาว โดยเริ่มตั้งแต่ปากน้ำเหือง จนถึงปากน้ำมูล อาจจะแบ่งออกเป็นตอน ๆ ตามสภาพทางกายภาพที่แตกต่างกันได้ดังนี้ 
            ตอนระหว่าง อำเภอเชียงของ - อำเภอเมืองหนองคาย ใช้เดินเรือได้บ้างแต่ไม่สดวก เพราะท้องน้ำเต็มไปด้วยเกาะแก่ง และกระแสน้ำไหลเชี่ยว 
            ตอนอำเภอเมืองหนองคาย - อำเภอเมืองมุกดาหาร ช่วงนี้ลำน้ำขยายกว้างออก พื้นลำน้ำเปลี่ยนสภาพจากเดิมที่เป็นพื้นหิน และดินแดงมาเป็นพื้นทราย พื้นน้ำราบเรียบใช้เดินเรือได้สดวก ลำน้ำกว้างประมาณ ๗๐๐ - ๑,๐๐๐ เมตร บริเวณจังหวัดนครพนม และกว้าง ๑,๓๕๐ เมตร ในเขตจังหวัดมุกดาหาร และมีความลึกประมาณ ๑๕ - ๒๕ เมตร 
            ตอนใต้ลงมาบริเวณอำเภอเขมราฐ  เป็นตอนที่กระแสน้ำไหลเชี่ยวจัด มีเกาะแก่งอยู่กลางน้ำไม่สดวก และยากแก่การเดินเรือ ช่วงนี้มีระยะทางประมาณ ๑๕๐ กิโลเมตร ในระยะต่อมาทางฝรั่งเศสได้จัดการแก้ไข จนใช้เดินเรือได้โดยใช้เรือที่มีระวางขับน้ำไม่เกิน ๓๐ ตัน
            ตอนต่อลงไปถึงแก่งโขน ซึ่งเป็นตอนสุดเขตแดนลาว ลำน้ำโขงไหลเข้าสู่ดินแดนเขมร มีแก่งโขนซึ่งเป็นแก่งใหญ่เป็นลาดหินสูงประมาณ ๑๗ เมตร ได้มีการขุดร่องน้ำอ้อมแก่งนี้เพื่อให้เรืออ้อมลงมาทางใต้ 
            แควต่าง ๆ ที่ไหลลงสู่ลำน้ำโขงในช่วงที่ไหลผ่านภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอยู่เป็นจำนวนมาก ดังนี้ 
            ทางฝั่งตะวันตก ซึ่งอยู่ในฝั่งไทย ได้แก่ ลำน้ำกก ลำน้ำรวก ลำน้ำแม่จัน ลำน้ำอิง ลำน้ำเหือง ลำน้ำเลย ลำน้ำโขง ลำน้ำสงคราม ลำน้ำก่ำ ห้วยบางทราย ห้วยมุก ห้วยบังอี่ และลำน้ำมูล

            ลำน้ำมูล  เป็นลำน้ำใหญ่เพียงสายเดียวบนที่ราบสูงแห่งนี้ นับว่าเป็นเสมือนเส้นโลหิตใหญ่ที่หล่อเลี้ยง พื้นที่ดินทรายอันกว้างขวาง ต้นน้ำเกิดจากทิวเขาสองทิวด้วยกันคือ ทิวเขาหินแกรนิต ในทิวเขาสันกำแพง เป็นทิวเขาที่เชื่อมทิวเขาดงพระยาเย็นกับทิวเขาพนมดงรัก ทิวเขานี้จะกั้นลำน้ำมูลไว้ทางด้านทิศตะวันออกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อีกทิวเขาหนึ่งคือทิวเขาหินปูน ซึ่งทอดตัวขนานอยู่ทางด้านตะวันออก ต้นน้ำของลำน้ำมูลอยู่ในเขต อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา แล้วไหลไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ผ่านอำเภอโชคชัย แล้วมีลำพระเพลิงไหลมาบรรจบทางฝั่งตะวันตก ผ่านอำเภอท่าช้าง อำเภอพิมาย โดยมีลำเชิงไกรไหลมาบรรจบก่อนถึงอำภเภอพิมาย เมื่อไหลผ่านอำเภอพิมายแล้วมี ลำจักรราชไหลมาบรรจบ จากนั้นไหลไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ผ่านเขตอำเภอท่าตูม มีลำปลายมาศ และสตึงเปรี๊ยะซีไหลมาบรรจบ จากนั้นไหลผ่าน จังหวัดศรีสะเกษ มีห้วยระวี และห้วยทับทันไหลมาบรรจบ แล้วไหลผ่านอำเภอเมืองอุบล ฯ โดยมีลำน้ำชีไหลมาบรรจบก่อนถึงจังหวัดอุบล ฯ จากนั้นไหลผ่าน อำเภอพิบูลมังสาหาร แล้วไปบรรจบลำน้ำโขงที่บ้านปากมูล อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบล ฯ ในห้วงนี้ลำห้วยต่าง ๆ ไหลมาบรรจบอีกหลายสาย 
            ตอนใกล้ปากแม่น้ำ คือตั้งแต่ อำเภอพิบูลมังสาหารไปถึงลำน้ำโขง ระยะทาง ประมาณ ๓๔ กิโลเมตร มีเกาะแก่งต่างๆ ขวางลำน้ำมูลอยู่รวม ๑๓ แห่งด้วยกัน แก่งเหนือสุดได้แก่ แก่งสะพือ แก่งเหล่านี้เป็นอุปสรรคต่อการเดินเรือ แต่ก็มีประโยชน์เป็นเสมือนฝายกั้นน้ำในลำน้ำมูล ไม่ให้แห้งไปในฤดูแล้ง หากไม่มีแก่งเหล่านี้กระแสน้ำในลำน้ำมูลจะไหลแรงขึ้น และน้ำจะไหลลงสู่ลำน้ำโขงเร็วขึ้นจนหมดสิ้นในระยะเวลาอันชั่งสั้น 
            ลำน้ำมูลเป็นลำน้ำสายเดียวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่หล่อเลี้ยงเกือบทุกจังหวัดในภาคนี้ คือ ๑๒ จังหวัดใน ๑๕ จังหวัด เว้น ๓ จังหวัดคือ สกลนคร นครพนม และหนองคาย ในตอนต้นน้ำจะไหลอยู่ในซอกหิน แล้วจึงขยายกว้างออกไปตามลำดับ ในฤดูแล้งลำน้ำบางตอนจะตื้นเขิน ลุยข้ามได้ความเร็วของกระแสน้ำไม่ใคร่เปลี่ยนแปลง ในฤดูน้ำน้ำจะท่วมที่ลุ่มทั้งสองฟาก ในเขตจังหวัดอุบลราชธานีจะกว้างถึงสองกิโลเมตร และนับตั้งแต่อำเภอท่าช้างจนถึงปากมูล จะมีน้ำตลอดปี ลำน้ำมูลมีความยาวทั้งสิ้นประมาณ ๖๐๐ กิโลเมตร ลำห้วยที่สำคัญของลำน้ำมูลได้แก่ 
                ลำพระเพลิง  ต้นน้ำเกิดจากทิวเขาสันกำแพง ไหลมาตามซอกเขาในเขต อำเภอปักธงชัย จนถึงบ้านบุหัวช้าง ตำบลตะขบจึงพ้นจากซอกเขาแล้วไหลขึ้นไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ไปบรรจบลำน้ำมูลที่บ้านบุสะเดา ตำบลตะโพก อำเภอปักธงชัย มีความยาว ประมาณ ๙๘ กิโลเมตร ลำน้ำสายนี้มีน้ำเป็นตอน ๆ ใช้เดินเรือไม่ได้ 
                ห้วยสำราญ  ต้นน้ำเกิดจากเขาหินร่อง ทางด้านตะวันตกของอำเภอปักธงชัย ไหลมาบรรจบกับลำพระเพลิง ที่ตำบลลาดบัวขาว อำเภอโชคชัย ใช้เดินเรือไม่ได้ 
                ลำตะคอง  ต้นน้ำเกิดจากเขานครนายก เมื่อไหลผ่านทิวเขาไม้จันทน์แล้วก็ไหลผ่าน อำเภอปากช่อง อำเภอสีคิ้ว อำเภอสูงเนิน อำเภอเมืองนครราชสีมา มีความยาวประมาณ ๑๕๕ กิโลเมตร 
                ลำเชิงไกร  หรือลำเชียงไกร ต้นน้ำเกิดจากทิวเขาดงพระยาเย็น ไหลผ่านอำเภอด่านขุนทด อำเภอโพนไทย อำเภอโนนสูง 
                ลำปลายมาศ  ต้นน้ำเกิดจากทิวเขาพนมดงรัก ไหลผ่านอำเภอนางรอง อำเภอลำปลายมาศ อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ไปบรรจบลำน้ำมูลที่ ตำบลบ้านแปร 
                ลำพระชี (สตรึงเปรี๊ยะซี)  ต้นน้ำเกิดจากทิวเขาพนมดงรัก บริเวณช่องเสม็ด มีความยาวประมาณ ๑๐๐ กิโลเมตร 
                ห้วยระวี  เป็นลำห้วยอยู่ทางด้านตะวันออกของลำพระชี ต้นน้ำเกิดจากป่าบริเวณทิศเหนือของ จังหวัดสุรินทร์ มีความยาวประมาณ ๔๕ กิโลเมตร 
                ห้วยทับทัน  ต้นน้ำเกิดจากทิวเขาพนมดงรัก มีความยาวประมาณ ๑๒๐ กิโลเมตร 
                ห้วยสำราญ  ต้นน้ำเกิดจากทิวเขาพนมดงรัก บริเวณช่องจอม ไหลผ่าน อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ อำเภอขุขันท์ จังหวัดศรีสะเกษ ไปบรรจบลำน้ำมูลทางเหนือ อำเภอเมืองศรีสะเกษ มีความยาวประมาณ ๑๒๖ กิโลเมตร มีห้วยท่าเอกไหลมาบรรจบบริเวณเหนือ อำเภอเมืองศรีสะเกษ ห้วยท่าเอกยาว ๙๐ กิโลเมตร 
                ห้วยขยุง  เกิดจากแควห้วยหา และแควห้วยขยุง ซึ่งเกิดจากทิวเขาพนมดงรัก แควทั้งสองมาบรรจบกันที่ อำเภอกันทารมณ์ จังหวัดศรีสะเกษ ในฤดูแล้งน้ำจะแห้งเป็นตอน ๆ

            ลำชี  เป็นสาขาใหญ่ที่สุดของลำน้ำมูล มีขนาด และความยาวเกือบเท่ากัน ลำชีหล่อเลี้ยงจังหวัดในภาคนี้ ๘ จังหวัด มีลำห้วย และลำน้ำเล็กไหลลงสู่ลำชีเป็นจำนวนมาก ตอนต้นน้ำแบ่งออกเป็นสองแคว แควเหนือ ต้นน้ำมาจากบึงอีจ้อย ในทิวเขาเพชรบูรณ์ ไหลมาทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ มาบรรจบกับแควตะวันตก คือลำคันถู ซึ่งเกิดจากทิวเขาดงพระยาเย็น ไหลผ่านอำเภอบำเหน็จณรงค์ อำเภอจตุรัส จังหวัดชัยภูมิ เมื่อแควทั้งสองนี้ไหลมาบรรจบกันแล้ว ก็ไหลผ่านอำเภอเมืองชัยภูมิ อำเภอปัญจคีรี อำเภอเมืองขอนแก่น จากนั้นก็มีลำน้ำพองไหลมาบรรจบ แล้วไหลผ่าน อำเภอโกสุมพิสัย อำเภอเมืองมหาสารคาม จากนั้นมีลำน้ำปาว ลำน้ำไหลไหลมาบรรจบ แล้วไหลต่อไปผ่านอำเภอเมืองยโสธร อำเภอพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด อำเภอมหาชนะชัย แล้วไปบรรจบลำน้ำมูลที่บ้านท่าดอน  ใกล้อำเภอเมืองอุบล ฯ 
            ลำชีมีลำน้ำไหลมาบรรจบเป็นจำนวนมาก  ที่สำคัญคือ น้ำพอง น้ำปาว และห้วยยาว 
                น้ำพอง  เป็นแควใหญ่สุดของลำชี ไหลผ่านเขตจังหวัดเลย อุดร ชัยภูมิ และขอนแก่น ต้นน้ำเกิดจากเขากระทิง (เขากระดิ่ง) มีลำห้วย หลายสายไหลมาบรรจบที่สำคัญคือ น้ำพะเนียง น้ำพาย และน้ำเซิน 
                        - น้ำพะเนียง  ต้นน้ำเกิดจากทิวเขาในจังหวัดเลย และเขาเก้ายอด ไหลมาบรรจบน้ำพองที่บ้านกุดปล้ำ 
                        - น้ำพาย  ต้นน้ำเกิดจากทิวเขาภูกระดึง และรับน้ำจากทิวเขาเพชรบูรณ์ ไหลมาบรรจบน้ำพองที่บ้านกุดหา อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น 
                        - น้ำเซิน  ต้นน้ำเกิดจากภูเขาเพชรบูรณ์ และขอบที่ราบสูงโคราช ตอนต้นน้ำมีลำห้วยสายเล็ก ๆ ไหลมาร่วมได้แก่ น้ำแสม น้ำหก และน้ำสาย ห้วยเหล่านี้ไหลมาร่วมที่บ้านชุมแพ จังหวัดขอนแก่น แล้วไหลไปบรรจบน้ำพองที่บ้านอู่มุ้ง อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น 
            น้ำพองไหลไปบรรจบ ลำชี ที่บ้านเผือ จังหวัดขอนแก่น มีความยาวประมาณ ๑๐๐ กิโลเมตร 
                น้ำปาว รับน้ำจากหนองหาร ในเขตอำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดร กับหนองพันสัก จังหวัดกาฬสินธุ์ 
                        - หนองหาร  ได้รับน้ำจากเขาผาแข็ง มีความกว้างประมาณ ๕ กิโลเมตร ยาวประมาณ ๑๒ กิโลเมตร 
                        - หนองพันสัก  ได้รับน้ำจากเขาผาพัก และดงแม่เผ็ด (แม่เปรต) มีขนาดเล็กกว่าหนองหารเล็กน้อย 
            น้ำปาวไหลผ่าน จังหวัดกาฬสินธุ์ แล้วไปบรรจบลำชีที่บ้านสิดดั้ง อำเภอกมลาสัย จังหวัดกาฬสินธุ์ มีความยาวประมาณ ๑๗๐ กิโลเมตร 
                ห้วยยาว  ไหลมาบรรจบลำชี ถัดจากลำปาวไปทางตะวันออก ต้นน้ำเกิดจากเทือกเขาภูพาน และได้รับน้ำจาก ลำห้วยต่าง ๆ จากดงแม่เปรต ห้วยยาวไหลผ่าน จังหวัดกาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด แล้วไปบรรจบลำชีในเขต จังหวัดยโสธร ตอนต้นน้ำเรียกว่า ห้วยไผ่ เป็นลำน้ำที่เป็นแนวแบ่งเขต อำเภอยางตลาด อำเภอกุฉินารายณ์ และอำเภอกมลาสัย ตอนปลายน้ำเป็นแนวเส้นแบ่งเขต จังหวัดอุบลกับ จังหวัดร้อยเอ็ด มีความยาวประมาณ ๑๒๐ กิโลเมตร 
            ลำน้ำที่ไหลอยู่รอบนอกของที่ราบสูง หรือในลุ่มน้ำโขง เป็นลำน้ำซึ่งเกิดทางแถบเหนือของทิวเขาเลย ทิวเขาเก้าลูก และทิวเขาภูพาน และพวกที่เกิดทางทิศตะวันออกของทิวเขาภูพาน ได้แก่ลำน้ำเหือง ลำน้ำเลย ลำน้ำโมง ลำน้ำสวย ลำห้วยหลวง ลำน้ำสงคราม ลำน้ำยวม ลำน้ำก่ำ ห้วยบางทราย ห้วยมุก ห้วยบังอี่ 
             ลำน้ำเหือง  เป็นลำน้ำที่ใช้เป็นเส้นแบ่งเขตแดนระหว่าง อำเภอท่าลี่ จังหวัดเลยของไทย กับ เมืองแก่นท้าวของลาว เป็นลำน้ำสายเล็ก ๆ ต้นน้ำเกิดจากทิวเขาเพชรบูรณ์ คือ จากภูกอต่อต่อย ภูขัด และภูสวนแตน ทางด้านเหนือของอำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก ตอนต้นน้ำชื่อ ลำน้ำราหู ยาวประมาณ ๓๕ กิโลเมตร ไหลอยู่ในหุบเขาแคบ ๆ ช่วงที่เรียกว่าลำน้ำเหืองนับจากบ้านปากหมันถึงบ้านปากเหือง ยาวประมาณ ๑๐๕ กิโลเมตร ไหลอยู่ระหว่างแนวลูกเนิน และภูเขา ได้แก่ แนวภูปางหา และภูเวินทองทางเหนือ กับภูผาแง้มทางฝั่งใต้ ไหลผ่านอำเภอท่าลี่ ลงสู่ลำน้ำโขงที่บ้านปากเหือง ท้องน้ำเป็นหินกรวด ในฤดูน้ำน้ำจะไหลเชี่ยว ฤดูแล้งน้ำน้อย ไม่สดวกต่อการเดินเรือ แควที่สำคัญของลำน้ำเหืองคือ น้ำหมันและน้ำหอย 
                น้ำหมัน  เกิดจากภูเวียง (สูง ๒,๐๐๐ เมตร) และภูหล่มล่อ (สูง ๑,๙๐๐ เมตร) ในทิวเขาเพชรบูรณ์ ทางด้านทิศตะวันตกของอำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ ไหลจากทางทิศใต้ไปตามหุบเขา ผ่านอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ไปบรรจบน้ำเหืองที่บ้านปากหมัน 
                น้ำหอย  เป็นแควทางเหนืออยู่ในเขตลาว ต้นน้ำเกิดจากภูสอยดาว และภูหนองใหญ่ในทิวเขาหลวงพระบาง เป็นน้ำ และน้ำหิน แล้วไหลมารวมกันเป็นน้ำหอย ไหลผ่านซอกเขาลงสู่น้ำเหืองที่บริเวณตรงข้ามภูผาแง้ม 
            ลำน้ำเหืองมีท่าข้ามอยู่สองแห่งคือที่ บ้านปากเหือง เป็นท่าลุยข้ามของเกวียนในฤดูแล้ง ติดต่อกับอำเภอหล่มสัก - ช่อแดน ที่บ้านเมืองแพร่ เป็นท่าลุยข้ามของเกวียนในฤดูแล้ง ติดต่อกับอำเภอหล่มสักและอำเภอนครไทย 
            ลำน้ำเลย  เป็นลำน้ำเล็ก ๆ ยาวประมาณ ๑๕๕ กิโลเมตร ต้นน้ำเกิดจากทิวเขาหลวง (สูง ๑,๐๐๐ เมตร) และภูกระทิง (สูง ๖๐๐ เมตร) ไหลอยู่บนที่ราบสูงจังหวัดเลย ซึ่งอยู่ในระหว่างเขาแล้วกับทิวเขาหลวง ไหลผ่านจังหวัดเลย แล้วไหลลงสู่ลำน้ำโขง ที่บ้านคดบาท ทางตะวันออกของปากน้ำเหือง ๑๒ กิโลเมตร 
            ลำน้ำเลยมีน้ำตลอดปี ในฤดูน้ำน้ำเชี่ยวมาก ท้องน้ำเป็นกรวดและทราย ลำน้ำนี้ใช้เป็นเส้นทางคมนาคมทางน้ำได้ จากอำเภอเชียงคาน ถึงอำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย โดยใช้เรือยนต์ขนาดเล็ก 
            ที่อำเภอเชียงคานเป็นท่าข้ามติดต่อกับบ้านสานะคาม ซึ่งติดต่อไปถึงเมืองหลวงพระบางได้ 
            ลำน้ำเลยได้รับน้ำจากลำธารเล็ก ๆ หลายสาย ที่สำคัญได้แก่ห้วยสาย ซึ่งมีต้นน้ำจากภูแล้วไหลไปทางตะวันตกลงสู่น้ำเลย 
            ลำน้ำโมง  เป็นลำน้ำเล็ก ๆ ต้นน้ำเกิดจากภูเขาแก้วลูกใน บริเวณเขาผาถ้ำชัง และเขาผาแข็ง(สูง ๕๐๐ - ๖๐๐ เมตร) ในเขตอำเภอเมืองหนองบัวลำภู ไหลผ่าน จังหวัดอุดร หนองคาย แล้วไหลลงสู่ลำน้ำโขงที่ อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย ในฤดูแล้งน้ำแห้งเป็นช่วง ๆ ในฤดูน้ำ น้ำมากและไหลเชี่ยว ใช้เรือขนาด ๑๕ ตัน ขึ้นล่องได้ 
            ลำน้ำสวย  เป็นลำน้ำเล็ก ๆ ยาวประมาณ ๘๐ กิโลเมตร ต้นน้ำเกิดจากพื้นที่เนินในเขตอำเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี ประกอบด้วย ห้วยวังพันดง ห้วยวัด ห้วยนาเสือ ไหลไปทางทิศตะวันตก รวมกันเป็นลำน้ำสวย แล้วไหลไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ใช้เป็นเส้นแบ่งเขต จังหวัดอุดรธานีกับ จังหวัดหนองคาย ไหลลงสู่ลำน้ำโขงที่บ้านปากสวย จังหวัดหนองคาย ลำน้ำสวยมีน้ำเฉพาะฤดูน้ำเท่านั้น ท้องน้ำเป็นทราย 
            ลำห้วยหลวง  เป็นลำน้ำสายเล็ก ๆ ต้นน้ำเกิดจากหมู่เขาเก้าลูก ในเขตอำเภอเมืองหนองบัวลำภู ไหลผ่านอำเภอเพ็ญ อำเภอหนองหาร จังหวัดอุดรธานี อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย ไหลลงสู่ลำน้ำโขงที่ อำเภอโพนพิสัย ลำห้วยหลวงมีน้ำไหลตลอดปี 
            ลำน้ำสงคราม  เป็นลำน้ำสายยาวที่สุดในแถบที่ราบลุ่มน้ำโขง มีความยาวประมาณ ๓๑๕ กิโลเมตร ต้นน้ำเกิดจากทิวเขาภูพาน จากหมู่เขาในเขตอำเภอวาริชภูมิ จังหวัดสกลนคร และจากทิวเขาผาหัก ในเขตอำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี ไหลไปทางทิศเหนือ แล้ววกลงมาทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ไปบรรจบลำน้ำโขงที่ตำบลไชยบุรี อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม 
            ลำน้ำนี้ใช้เป็นเส้นทางแบ่งเขตจังหวัดสกลนคร กับจังหวัดอุดรธานี และจังหวัดหนองคายเกือบตลอดทั้งสาย มีน้ำตลอดปี ใช้เดินเรือได้ในฤดูน้ำ เรือขนาด ๕๐ ตัน เดินจากปากน้ำ ถึง อำเภอบ่อศรีสงคราม ในฤดูแล้งใช้ได้เฉพาะเรือขนาดเล็ก ลำน้ำสงครามได้รับน้ำจากแควหลายสาย ที่สำคัญได้แก่ ลำน้ำยวม และลำน้ำก่ำ 
                ลำน้ำยวม  เป็นแควสายใหญ่ของลำน้ำสงคราม ยาวประมาณ ๑๑๔ กิโลเมตร ต้นน้ำเกิดจากทิวเขาภูพาน ไหลผ่าน อำเภอสว่างแดนดิน อำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร ในฤดูน้ำเรือเดินได้ถึงบ้านหนองแสง อำเภอสว่างแดนดิน ฤดูแล้งน้ำแห้งเป็นช่วง ๆ 
                ลำน้ำก่ำ  ต้นน้ำเกิดจากหมู่เขาในทิวเขาภูพาน คือ ภูผานาง ภูผาแดง ภูหินแท่น ไหลจากทิศตะวันตกไปทิศตะวันออกเฉียงใต้ ขนานกับแนวทิวเขาภูพาน ไหลผ่านที่ลุ่มสองแห่งคือ หนองสัง และบึงผีป่าช้า ได้รับน้ำจากลำห้วยเล็ก ๆ ที่เกิดจากเทือกเขาภูพาน หลายสายเกือบตลอดความยาว เริ่มตั้งแต่ห้วยยาง ห้วยก้านเหลือง และห้วยคำชะอี ลำน้ำก่ำยาวประมาณ ๑๐๐ กิโลเมตร ลำน้ำคดเคี้ยวมาก 
            ห้วยบางทราย  ต้นน้ำอยู่ระหว่างหมู่เขาในทิวเขาภูพาน ประกอบด้วยห้วยบางทรายเหนือ ต้นน้ำเกิดจาก ภูพอก ภูขี้แก้ว ภูถ้ำเสือ และภูหีบ ห้วยบางทรายใต้ ต้นน้ำเกิดจากภูกำพระ ภูเนย ภูผีหลอก และภูสีฐาน แควทั้งสองไหลมารวมกัน แล้วไหลไปทางทิศตะวันออก ลงสู่ลำน้ำโขงที่ บ้านบางทราย ในเขตอำเภอเมืองมุกดาหาร มีความยาวประมาณ ๙๐ กิโลเมตร 
            ห้วยบังอี่ ต้นน้ำเกิดจากภูกันหวด ภูเมย และภูผีหลอก ตอนต้นน้ำ น้ำไหลอยู่ตามซอกเขา ถึงบ้านนาสะแบงน้อย จึงไหลในพื้นที่ราบเล็ก ๆ ระหว่าง ภูหินลิ่ว ทางทิศเหนือกับแนวภูถ้ำเม่น ทางทิศใต้ มีทิศทางไหลไปทางด้านทิศตะวันออก ไหลลงสู่ลำน้ำโขงที่ดอนบังอี่ มีความยาวประมาณ ๑๐๐ กิโลเมตร 
หนองน้ำและที่ลุ่ม

            เนื่องจากเป็นที่ราบสูงและเป็นพื้นดินทราย สดวกต่อการระบายน้ำ ในภาคนี้จึงมีหนองน้ำอยู่ไม่มากนัก หนองน้ำขนาดใหญ่ และมีความสำคัญมีอยู่เพียงสามแห่ง ได้แก่ หนองหาร หนองพันสัก และหนองละหาน 
            หนองหาร  เป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ กว้างประมาณ ๘ กิโลเมตร ยาวประมาณ ๑๓ กิโลเมตร มีน้ำตลอดปี ขนาดของหนองจะขยายออกอีกประมาณเท่าตัวในฤดูฝน กลางหนองมีเกาะเรียกว่า ดอนสวรรค์ ตัวอำเภอเมืองสกลนคร อยู่ติดกับหนองทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ 
            หนองพันสัก  มีความกว้างประมาณ ๕ กิโลเมตร ยาวประมาณ ๑๐ กิโลเมตร อยู่ทางทิศเหนือของ จังหวัดมหาสารคาม มีน้ำตลอดปี รับน้ำจากภูผาแข็ง ในทิวเขาเก้าลูกทางตะวันตกมีสภาพเป็นแอ่งพักน้ำที่ไหลมาจากทิวเขาภูพาน และเป็นแหล่งระบายน้ำให้กับลำน้ำปาวในฤดูน้ำ 
            หนองละหาน  มีความกว้างประมาณ  ๓ กิโลเมตร ยาวประมาณ ๑๐ กิโลเมตร มีน้ำตลอดปี ตรงกลางมีเกาะเรียกว่าดอนแก้ว ตัวหนองอยู่ทางด้านตะวันออกของ อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดร 
            นอกจากหนองน้ำขนาดใหญ่ทั้งสามแห่งนี้แล้ว ยังมีหนองน้ำขนาดเล็กอยู่อีกหลายแห่ง อยู่ในเขตจังหวัดเลย จังหวัดหนองคาย จังหวัดนครพนม จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดศรีสะเกษ และจังหวัดอุบลราชธานี

พื้นที่ราบ 
            พื้นที่โดยทั่วไปเป็นที่ราบกว้างใหญ่และติดต่อถึงกันได้โดยตลอด มีทิวเขากั้นที่ราบออกเป็นตอนๆ อยู่บ้าง จึงทำให้สามารถแบ่งที่ราบออกเป็นแต่ละตอนดังนี้ 
            ที่ราบสูงนครราชสีมา - อุบลราชธานี  เป็นที่ราบสูงใจกลางของภาค เป็นพื้นที่ซึ่งอยู่ในตอนที่เข้าใจว่าเป็นปากปล่องภูเขาไฟ เป็นที่ราบกว้างใหญ่บนลุ่มลำน้ำมูล มีพื้นที่อยู่ในเขต ๑๐ จังหวัด แยกออกจากที่ราบจังหวัดเลย และที่ราบจังหวัดอุดร - นครพนม ด้วยแนวทิวเขาเลย ภูเก้าและทิวเขาภูพาน 
            ที่ราบสูงอุดร - นครพนม  เป็นที่ราบสูง ส่วนเหนือของภาคในแถบลุ่มน้ำโขง มีพื้นที่อยู่ในเขต ๔ จังหวัดคือ หนอง 
คาย อุดรธานี สกลนคร และนครพนม มีแนวทิวเขาภูพานกั้นอยู่ทางตอนใต้ และมีทิวเขาภูเก้ากั้นอยู่ทางทิศตะวันตก บนที่ราบนี้มีลำน้ำสายสั้น ๆ หลายสายไหลลงสู่ลำน้ำโขงในทิศทาง จากทิศใต้ไปทิศเหนือ และทางทิศตะวันตกไปทิศตะวันออก ลำน้ำที่สำคัญคือ ลำน้ำสงคราม 
            ที่ราบสูงเลย  เป็นที่ราบซึ่งมีสภาพเป็นอ่างเล็ก ๆ อยู่ในระหว่างทิวเขาล้อมรอบคือภูเมี่ยง และภูหลวงในทิวเขาเพชรบูรณ์ทางด้านทิศตะวันตก ภูเขาเลย และภูเก้าทางทิศตะวันออก ภูกะดึง และภูผานกเค้าในทิวเขาเพชรบูรณ์ทางด้านทิศใต้ ตอนใจกลางเป็นลุ่มน้ำเลย ซึ่งไหลจากทางทิศใต้ไปทางทิศเหนือ 
สภาพลมฟ้าอากาศ 
            มีสภาพอากาศจัดอยู่ในจำพวกฝนแถบร้อนและแห้งแล้ง ในฤดูมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ (ธ.ค.- ม.ค.) อุณหภูมิจะเริ่มลดใน พ.ย. และต่ำสุดใน ธ.ค - ม.ค. ในช่วง มี.ค. - พ.ค. เป็นฤดูเปลี่ยนมรสุมเหนือ อุณหภูมิจะสูงขึ้นอย่างรวดเร็วใน มี.ค. และร้อนจัดใน เม.ย. ในฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ (มิ.ย.- ก.ค.) อุณหภูมิโดยทั่วไปจะลดลง และใน ต.ค.เป็นฤดูเปลี่ยนมรสุมใต้ อุณหภูมิเริ่มลดต่ำลงจนอากาศหนาวเย็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางแถบเหนือของภาค 
            ปริมาณฝน  มียอดเฉลี่ย ประมาณ ปีละ ๑๔๗๔ มิลลิเมตร เดือนที่มีฝนตกสูงกว่า ๒๐๐ มิลลิเมตรขึ้นไป จะอยู่ในเดือนพฤษภาคม และระหว่างเดือนกรกฎาคม ถึงเดือนกันยายน เดือนที่แล้งที่สุดอยู่ในเดือนธันวาคม ในช่วงฤดูฝนจะมีประมาณฝน ประมาณ ร้อยละ ๗๐ ในฤดูแล้งจะมีปริมาณฝนประมาณ ร้อยละ๓๐ 
            การแผ่กระจายของฝนมีปริมาณมากน้อยต่างกันตามลักษณะภูมิประเทศ ในแถบตะวันตก ได้แก่พื้นที่ในเขตจังหวัดเลย ชัยภูมิ นครราชสีมา จะมีปริมาณฝนเฉลี่ยปีละ ๑๑๒๓ มิลลิเมตร ในแถบลุ่มน้ำมูล ได้แก่พื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี กับแถบจังหวัดอุดรธานี และหนองคายจะมีปริมาณฝนเฉลี่ย ปีละ ๑,๔๐๐ - ๑,๕๐๐ มิลลิเมตร ในแถบย่านกลางของภาค ในเขตจังหวัดขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม และร้อยเอ็ด มีปริมาณฝนเฉลี่ย ปีละ ๑,๓๐๐ มิลลิเมตร และในแถบเหนือของทิวภูเขา จะมีปริมาณฝนมากที่สุดถึง ๒,๐๐๐ มิลลิเมตร 
            สรุปช่วงเวลามีฝนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นดังนี้ 
            เดือนมกราคมมีฝนเล็กน้อย เฉพาะแห่งมีลักษณะเป็นแนวฝนปะทะ (ฝนชะลาน) หรือฝนฟ้าคะนอง 
            เดือนกุมภาพันธ์ เริ่มมีฝนตกเฉพาะแห่ง เป็นฝนแบบแนวปะทะ (ฝนชะลาน) 
            เดือนมีนาคม - เมษายน เริ่มมีปริมาณน้อย เป็นฝนฟ้าคะนอง 
            เดือนพฤษภาคม จะมีฝนแผ่ไปทั่วทั้งภาค 
            เดือนมิถุนายน - กันยายน จะมีฝนมากขึ้นทั้งปริมาณ และความถี่ 
            นอกจากนั้นในห้วงเดือน กรกฎาคม - กันยายน จะมีพายุหมุนผ่านเข้ามาเป็นครั้งคราว อาจทำให้เกิดน้ำท่วมได้ 
            หมอก  ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มักมีหมอกเกิดขึ้นเสมอ ทั้งในฤดูหนาวและฤดูร้อน หมอกจะเกิดขึ้นในตอนเช้า อาจจะเริ่มตั้งแต่ ๐๔.๐๐ น. ไปจนถึง ๑๐.๐๐ น. บางครั้งอาจถึง ๑๑.๐๐ น. 
ป่าและพืชพันธุ์

            ป่าในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แบ่งออกได้เป็นสามประเภท คือ ป่าดิบ ป่าไม้ผลัดใบ และป่าหญ้า 
            ป่าดิบ  ได้แก่ ป่าไม้สน มีอยู่ในจังหวัดเลย (แถบภูกระดึง) และพื้นที่ตอนใต้ของจังหวัดสุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ในเขตระหว่าง อำเภอเขมราฐ กับอำเภอโขงเจียม ป่าสน จะอยู่ปะปนกับไม้ผลัดใบต่าง ๆ ป่าดงดิบ จะมีอยู่ในบริเวณพื้นที่แถบภูเขาคือ บริเวณทิวเขาเลย ทิวเขาเพชรบูรณ์ ทิวเขาสันกำแพง ทิวเขาดงพระยาเย็นทางทิศตะวันตก และทิวเขาดงรักทางทิศใต้ กับพื้นที่บริเวณทิวเขาภูพาน ตั้งแต่จังหวัดสกลนคร ถึงเขมราฐ ที่มีชื่อว่า ดงหมากอี่ พื้นที่ทางใต้ของจังหวัดอุดร และแถบริมลำน้ำโขง บริเวณพื้นที่ระหว่าง อำเภอบึงกาฬ จังหวัดหนองคาย กับลำน้ำสงคราม 
            ป่าไม้ผลัดใบ ได้แก่ ป่าแดง ซึ่งเป็นป่าหลักของภาคนี้ อยู่ในบริเวณระหว่างลุ่มน้ำกับภูเขาโดยทั่วไป พันธุ์ไม้สำคัญได้แก่ ไม้พลวง เหียง เต็ง รัง มะค่า ยาง เป็นต้น 
            ป่าหญ้า  มีลักษณะเป็นทุ่งหญ้าปนกับป่าโปร่งขนาดเล็ก ป่าหญ้าจะมีอยู่ในพื้นที่ระหว่างลุ่มน้ำมูลและลุ่มน้ำชี ลุ่มน้ำสงครามในแถบอำเภอเพ็ญ จังหวัดสกลนคร และตอนใต้ของจังหวัดอุบลราชธานี และศรีสะเกษ 
เขตแดน ช่องทาง และท่าข้าม 
  พรมแดน 
            ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีรูปร่างเป็นส่วนโค้งเกือบเป็นรูปสี่เหลี่ยม มีพรมแดนติดต่อกับต่างประเทศถึงสามด้าน พรมแดนของภาคจะมีเป็นสองลักษณะ คือมีพรมแดนเป็นทิวเขา และมีพรมแดนเป็นลำน้ำ พรมแดนทั้งสองชนิดดังกล่าว จะบังคับให้มีการคมนาคมติดต่อกันได้สดวกเฉพาะจุดคือตามช่องเขาเท่านั้น สำหรับลำน้ำ แม้จะทำได้โดยทั่วไปแต่จะทำได้สดวกเฉพาะบริเวณที่เป็นท่าข้ามเท่านั้น 
            พรมแดนที่เป็นลำน้ำ ได้แก่ลำน้ำเหือง และลำน้ำโขง เริ่มตั้งแต่ อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลยไปจนถึง อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี มีรายละเอียดดังนี้ 
                    ลำน้ำเหือง  จากตำบลนาแห้ว ตำบลนาดี อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ตรงกับตำบลบ่อน้อย และบ้านบ่อแตนของลาว มีความยาว ประมาณ ๔๐ กิโลเมตร 
            ตำบลลาดด่าง ตำบลอาฮี ตำบลหนองผิว อำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย ตรงกับตำบลบ่อแตน และตำบลแก่นท้าวของลาว มีความยาว ประมาณ ๗๒ กิโลเมตร 
                    ลำน้ำโขง  จากตำบลปากตบ ตำบลเชียงคาน ตำบลบุฮม ตำบลปากชม อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ตรงกับตำบลแก่นท้าว ตำบลสานะ อำเภอแก่นท้าว และตำบลสานะคามของลาว มีความยาว ประมาณ ๑๑๔ กิโลเมตร 
            ตำบลบ้านม่วง ตำบลแก่งไก่ ตำบลพานพร้าว ตำบลกองนาง อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย ติดต่อกับตำบลกกฉ่อ ตำบลสระไก่ ตำบลเวียงจันทน์ ตำบลบ่อโอ อำเภอเวียงจันทน์ จังหวัดเวียงจันทน์ของลาว ระยะทางประมาณ ๑๒๐ กิโลเมตร 
            ตำบลเวียงคุก ตำบลกวนวัน ตำบลมีชัย ตำบลในเมือง ตำบลวัดธาตุ ตำบลหินโงน อำเภอเมืองหนองคาย ติดต่อกับ ตำบลบ้านหอย ตำบลท่าเดื่อ ตำบลสิมมโนอำเภอเวียงจันทน์ จังหวัดเวียงจันทน์ของลาว ระยะทางประมาณ ๕๒ กิโลเมตร 
            ตำบลวัดหลวง ตำบลชุมพล ตำบลกุดมง ตำบลรัตนวาปี ตำบลโพนแพง อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย ติดต่อกับ ตำบลบ้านโดน ตำบลนาซอน ตำบลหวย อำเภอเวียงจันทน์ จังหวัดเวียงจันทน์ของลาว ระยะทางประมาณ ๖๐ กิโลเมตร 
            ตำบลหนองแข็ง ตำบลบึงกาฬ ตำบลโคกก่อง ตำบลหนองเดิน ตำบลดงปัง อำเภอบึงกาฬ จังหวัดหนองคาย ติดต่อกับ ตำบลท่าบก ตำบลประชุม อำเภอบริคัณภ์ จังหวัดเวียงจันทน์ ตำบลบ้านซอด อำเภอหินมูล จังหวัดสุวรรณเขตของลาว มีความยาวประมาณ ๑๑๐ กิโลเมตร 
            ตำบลบ้านแพง อำเภอแพง จังหวัดนครพนม ติดต่อกับตำบลมุ่งกวาง อำเภอคำม่วน จังหวัดหินมูลของลาว มีความยาวประมาณ ๒๕ กิโลเมตร 
            ตำบลพระชาย ตำบลพระนอม ตำบลไชยบุรี ตำบลท่าจำปา ตำบลท่าอุเทน ตำบลรวมราช อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ติดต่อกับ ตำบลนาเหนือ ตำบลห้วยกะงะ ตำบลหาด ตำบลห้วยขมิ้น ตำบลเวิ้น อำเภอคำม่วน จังหวัดหินมูลของลาว มีความยาวประมาณ ๖๔ กิโลเมตร 
            ตำบลอาจสามารถ ตำบลหนองแสง ตำบลในเมือง ตำบลท้าค้อ ตำบลท่าเฒ่า ตำบลดงขวาง 
            ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมืองนครพนม ติดต่อกับตำบลนางแก้ว ตำบลท่าเดื่อ ตำบลท่างาม ตำบลดงใต้ ตำบลเชียงวัง อำเภอคำม่วน จังหวัดหินมูลของลาว มีความยาวประมาณ ๓๘ กิโลเมตร 
            ตำบลนาถ่อน ตำบลนางหงส์ ตำบลแสนพัน ตำบลพระกลางทุ่ง ตำบลธาตุพนม ตำบลยน้ำก่ำ อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม ติดต่อกับตำบลหนองบก ตำบลนามันปลา ตำบลบึงสาร ตำบลหนองหล่ม อำเภอคำม่วน จังหวัดหินมูล ตำบลปากเซ ตำบลท่าเดื่อ อำเภอสุวรรณเขต จังหวัดสุวรรณเขตของลาว มีความยาวประมาณ ๕๖ กิโลเมตร 
            ตำบลหว้านใหญ่ ตำบลมุกดาหาร ตำบลศรีบุญเรือง ตำบลโพธิชัย ตำบลดอนตาล อำเภอเมืองมุกดาหาร ติดต่อกับตำบลท่าชะโน ตำบลสุวรรณเขต ตำบลส้มป่อย ตำบลท่าโพธิ ตำบลด่าน อำเภอสุวรรณเขต จังหวัดสุวรรณเขตของลาว มีความยาวประมาณ ๖๓ กิโลเมตร
            ตำบลชานุมาน ตำบลเขมราช ตำบลนาแวง ตำบลพะลาน ตำบลม่วงใหญ่ อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี ติดต่อกับตำบลเมืองสองคอน อำเภอสุวรรณเขต จังหวัดสุวรรณเขต และตำบลตา อำเภอสารวัน จังหวัดสุวรรณเขตของลาว มีความยาวประมาณ ๙๒ กิโลเมตร 
            ตำบลโขงเจียม ตำบลห้วยยาง ตำบลนาโพธิกลาง ตำบลหนามแท่ง อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบล ฯ ติดต่อกับตำบลเมืองตา อำเภอสารวัน จังหวัดสุวรรณเขต และตำบลโยง อำเภอเมือง จังหวัดปากเซของลาว มีความยาวประมาณ ๘๐ กิโลเมตร 
            สันเขาบรรทัด 
                    ตำบลพิบูลมังสาหาร ตำบลโพนกลาง อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบล ฯ ติดต่อกับตำบลเมืองเก่า ตำบลดู่ อำเภอโพนทอง จังหวัดจัมปาศักดิ์ของลาว มีความยาวประมาณ ๒๖ กิโลเมตร 
                    ตำบลโซง ตำบลโพนงาม ตำบลคอแลน ตำบลตาเกา ตำบลโดมประดิษฐ ตำบลนาจะรวย อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบล ฯ ติดต่อกับตำบลสะเตียงกวาง ตำบลจอมกระสาน ตำบลภูผาข้าง อำเภอจอมกะสาน จังหวัดจัมปาศักดิ์ของลาว 
                    ตำบลห้วยข่า อำเภอบุณฑริก จังหวัดอุบล ฯ ติดต่อกับตำบลเมือง อำเภอเมือง จังหวัดจัมปาศักดิ์ของลาว 
                    ตำบลบึงมะลู่ อำเภอกันทรลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษ ติดต่อกับตำบลกันตรวจ จังหวัดกำปงทมของเขมร 
                    ตำบลโสน อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ ติดต่อกับตำบลอันลงเวง อำเภอวารีแสมของเขมร 
                    ตำบลปักได อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ ติดต่อกับตำบลโคกกะบัง อำเภอสำโรง จังหวัดเสียมราฐของเขมร 
                    ตำบลบ้านกรวด อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ ติดต่อกับตำบลพุทไธสมัน อำเภอสวายจิก จังหวัดพระตะบองของเขมร มีความยาวประมาณ ๒๔ กิโลเมตร 
                    ตำบลละหานทราย อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ ติดต่อกับตำบลสมอพวก อำเภอสวายจิก จังหวัดพระตะบองของเขมร มีความยาวประมาณ ๓๒ กิโลเมตร 
  ช่องทาง 
            ช่องทางซึ่งใช้เป็นทางผ่านเข้าออกบนที่ราบสูงอิสาน แบ่งออกได้เป็นสองประเภทคือ ช่องทางที่ใช้ติดต่อกับต่างประเทศและช่องทางที่ใช้ติดต่อภายในประเทศ 
            ช่องทางที่ใช้ติดต่อกับเขมร 
                    ช่องตาเพ็ด  ใช้ติดต่อระหว่าง อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ กับอำเภอสวายจิก จังหวัดพระตะบองของเขมร เป็นทางคนเดิน กันดารมาก หาน้ำได้ยาก ลักษณะสูงชัน ภูมิประเทศเป็นป่าทึบ 
                    ช่องบาระแนะ  เป็นทางคนเดิน กันดารมาก หาน้ำได้ยาก ลักษณะสูงชัน ภูมิประเทศเป็นป่าทึบ 
                    ช่องอำนิล ช่องจันทบเพ็ด ช่องไซตะกู  เป็นทางเกวียน 
                    ช่องจันทนกะฮอม  เป็นทางคนเดินิ กันดาร หาน้ำได้ยาก ลักษณะสูงชัน ภูมิประเทศเป็นป่าทึบ 
                    ช่องปราสาทตาเหมือน  เป็นช่องทางระหว่างอำเภอตลุมกับตึกชุม เป็นทางเกวียน กันดาร หาน้ำยาก ช่องทางอยู่ในที่ราบ สูงประมาณ ๒๒๐ เมตร ภูมิประเทศเป็นป่าทึบ 
                    ช่องเสม็ด  อยู่ในเขตอำเภอตลุม เป็นทางเกวียน มีผู้ใช้อยู่เสมอ กันดารแต่พออาศัยน้ำได้จากบ่อและสระ ช่องทางอยู่บนพื้นราบ สูงประมาณ ๒๒๘ เมตร ภูมิประเทศเป็นป่าทึบ 
                    ช่องกร่าง (จุกกร่าง)  เป็นช่องทางในเขตจังหวัดสุรินทร์ เป็นทางเกวียน กันดาร หาน้ำได้ยาก เป็นทางบนพื้นราบ สูง ๒๒๒ เมตร ภูมิประเทศเป็นป่าทึบ 
                    ช่องเทา ช่องกันกันเทิง  ลักษณะทั่วไปเหมือนช่องกร่าง มีความสูง ๒๕๙ เมตร และ ๒๓๐ เมตร ตามลำดับ 
                    ช่องตาเลง  อยู่ในเขตจังหวัดสุรินทร์ ติดต่อกับ จังหวัดเสียมราฐของเขมร เป็นทางเกวียน กันดาร อาศัยน้ำได้จากบ่อ เป็นทางบนที่ราบ สูง ๒๒๕ เมตร ภูมิประเทศเป็นป่าทึบ 
                    ช่องโดนแก้ว  ลักษณะทั่วไปเหมือนช่องตาเลง สูง ๒๓๖ เมตร 
                    ช่องปลดต่าง  อยู่ในเขตจังหวัดสุรินทร์ ติดต่อกับ จังหวัดเสียมราฐของเขมร เป็นทางคนเดิน กันดาร หาน้ำยาก เป็นทางบนที่ราบ สูง ๒๓๕ เมตร ภูมิประเทศเป็นป่าทึบ 
                    ช่องระญี  อยู่ในเขตจังหวัดสุรินทร์ ติดต่อกับ จังหวัดเสียมราฐของเขมร เป็นทางคนเดิน อาศัยน้ำจากยอดห้วยลิเจีย เป็นทางบนที่ราบ สูง ๒๓๕ เมตร ลักษณะภูมิประเทศเป็นป่าทึบ 
                    ช่องจอม  อยู่ในเขตอำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ ติดต่อกับ มงคลบุรี ศรีโสภณ เสียมราฐของเขมร เป็นทางเกวียนที่ใช้กันอยู่ประจำ ได้ดัดแปลงให้เป็นทางรถยนต์ เมื่อปี พ.ศ.๒๔๘๓ แต่ต่อมาได้ปล่อยให้ทรุดโทรม รถยนต์เดินไม่ได้ อาศัยน้ำจากคลองด่านและน้ำตก 
                    ช่องโชค  อยู่ในเขตบ้านด่านกับบ้านสำโรง เป็นทางคนเดิน กันดาร หาน้ำยาก เป็นทางบนพื้นราบ สูง ๒๘๐ เมตร ภูมิประเทศเป็นป่าทึบ 
                    ช่องประแดก  อยู่ในเขตอำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ กับตำบลจังกันของเขมร เป็นทางคนเดิน กันดาร หาน้ำยาก เป็นทางบนที่ราบ สูง ๒๖๕ เมตร ภูมิประเทศเป็นท้องทุ่ง 
                    ช่องเสก  เป็นทางคนเดิน สูง ๒๗๕ เมตร ลักษณะทั่วไปเหมือนช่องประแดก 
                    ช่องกูน  อยู่ในเขตอำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ เป็นทางเกวียน กันดาร หาน้ำยาก เป็นทางบนพื้นราบ สูง ๔๑๒ เมตร ภูมิประเทศเป็นป่าหญ้าในป่าทึบ 
                    ช่องพริก  เป็นทางเกวียน กันดาร หาน้ำยาก ภูมิประเทศเป็นป่าทึบ 
                    ช่องตาระกา  เป็นทางคนเดิน 
                    ช่องเกล  อยู่ในเขตบ้านติดจู ติดต่อกับ ตำบลอันลองเวงของเขมร เป็นทางคนเดินอยู่บนที่ราบ สูง ๒๓๓ เมตร 
                    ช่องสำโรง  เป็นทางคนเดิน อยู่บนพื้นที่ราบ อาศัยน้ำจากห้วยสละ ภูมิประเทศเป็นป่าทึบ 
                    ช่องเปรียะจำป๊อก  เป็นทางคนเดิน อาศัยน้ำจากสตึงศาลา 
                    ช่องห้าเสา  อยู่ในเขตอำเภอขุขันธ์ จังหวัดสุรินทร์ ติดต่อกับ ตำบลอันลองเวงของเขมร เป็นทางคนเดิน อาศัยน้ำจากสตึงจะและ เป็นทางบนพื้นราบ สูง ๕๒๘ เมตร ภูมิประเทศเป็นป่าทึบปนทุ่งหญ้า 
                    ช่องเมงเจ  เป็นทางคนเดินบนที่ราบ สูง ๕๔๘ เมตร ลักษณะโดยทั่วไปเหมือนช่องห้าเสา 
                    ช่องพระพะลัย  อยู่ในเขตจังหวัดสุรินทร์ ติดต่อกับ อำเภอสำโรงของเขมร เป็นทางคนเดิน อาศัยน้ำจากห้วยขยุง เป็นทางบนที่ราบ ผ่านช่องเขา สูง ๕๕๗ เมตร 
                    ช่องทับอู่ ช่องเพิงพระพุทธ  ลักษณะทั่วไปเหมือนช่องพระพะลัย สูง ๓๐๖ เมตร 
                    ช่องโนนอาว  เป็นทางคนเดินไปตำบลละมัง จังหวัดเสียมราฐของเขมร เป็นทางบนพื้นราบ สูง ๒๙๑ เมตร อาศัยน้ำจากห้วยชมดวด ภูมิประเทศเป็นป่าทึบบนทุ่งหญ้า 
                    ช่องพระวิหาร  เป็นทางคนเดินที่ใช้กันอยู่เสมอ ระหว่างน้ำอ้อมกับกระเบา ช่องทางที่ใช้ติดต่อกับประเป็นทางบนพื้นราบ ภูมิประเทศเป็นป่าทึบ 
                    ช่องศาลากอกี่  เป็นทางคนเดิน กันดารมากไม่มีใครใช้ 
            ช่องทางที่ใช้ติดต่อกับลาว 
                    ช่องท่าเอง  เป็นทางคนเดินไปยังแม่น้ำโขง เป็นทางบนพื้นราบ ภูมิประเทศเป็นป่าทึบ 
                    ช่องทาง  เป็นทางคนเดินไป จังหวัดจัมปาศักดิ์ของลาว เป็นทางบนพื้นราบ ภูมิประเทศเป็นป่าทึบ 
                    ช่องทางกระต่าย  เป็นทางคนเดินไป จังหวัดจัมปาศักดิ์ของลาว กันดารมาก อาศัยน้ำตามลำธาร เป็นทางบนพื้นราบ ภูมิประเทศเป็นป่าทึบ 
                    ช่องเม็ก  เป็นเส้นทางถนนระหว่าง อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบล ฯ กับเมืองเก่าของลาว อาศัยน้ำจากลำโขงน้อย เป็นทางบนพื้นราบ ยานยนต์เดินทางได้สะดวก ภูมิประเทศเป็นป่าโปร่ง 
            ช่องทางภายในประเทศ 
                    ช่องตะโก  เดิมเป็นช่องทางระหว่าง จังหวัดบุรีรัมย์ กับ จังหวัดสระแก้ว เดิมเป็นทางเกวียน ต่อมาได้ทำเป็นถนน เป็นทางบนที่สูง (๒๑๕ เมตร) 
                    ช่องทิ้งกุบ ช่องบุพราหมณ์ ช่องตากิว ช่องบุขนุน  เป็นทางคนเดินระหว่าง จังหวัดบุรีรัมย์ กับ จังหวัดนครราชสีมา และสระแก้ว เป็นทางกันดารขึ้นลงลำบาก ไม่ใคร่มีผู้ใช้ 
                    ช่องทางรถไฟผ่านทิวเขาดงพระยาเย็น  ยาวประมาณ ๔๐ กิโลเมตร ระหว่างสระบุรี กับ นครราชสีมา 
                    ช่องทางถนนสุรนารายณ์  เป็นช่องทางระหว่างสระบุรี กับนครราชสีมา ผ่านดงพระยากลาง 
                    ช่องสระผม  เป็นทางเกวียนเดิม เคยใช้เป็นเส้นทางคนเดินสมัยโบราณ ติดต่อกับ จังหวัดนครราชสีมา อยู่ใต้ถนนแนวสุรนารายณ์ เลียบไปตามลำสนธิ มีด่านกักสัตว์ใกล้ช่องทางนี้ 
  ท่าข้าม 
            เป็นท่าข้าม ระหว่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กับประเทศลาวในลำน้ำโขง โดยทั่วไปตลอดฝั่งลำน้ำโขง ใช้เรือข้ามไปยังฝั่งตรงข้ามได้ทุกแห่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีถนนเลียบริมฝั่งลำน้ำโขง สำหรับท่าข้ามที่มีความสมบูรณ์ให้ได้ตลอดปี มีดังนี้ 
                    ท่าข้ามอำเภอเขมราฐ  กว้าง ๑,๐๐๐ เมตร ติดต่อกับบ้านท่าแพของลาวโดยใช้เรือ  น้ำลึกตลิ่งชันทั้งสองฝั่ง 
                    ท่าข้ามบ้านศรีมงคล  กว้าง ๑,๒๐๐ เมตร ติดต่อกับ สุวรรณเขตของลาว ฝั่งไทยตลิ่งชัน ฝั่งลาวตลิ่งลาด 
                    ท่าข้ามอำเภอธาตุพนม  กว้าง ๑,๒๐๐ เมตร ติดต่อกับบ้านท่าข้าม ตลิ่งลาดทั้งสองฝั่ง 
                    ท่าข้ามอำเภอเมืองนครพนม  กว้าง ๑,๒๐๐ เมตร ติดต่อกับท่าแขกของลาว ทางฝั่งไทยตลิ่งชัน ฝั่งลาวตลิ่งลาด 
                    ท่าข้ามอำเภอท่าอุเทน  กว้าง ๑,๐๐๐ เมตร ติดต่อกับปากหินบุนของลาว ฝั่งไทยตลิ่งลาด ฝั่งลาวตลิ่งชัน 
                    ท่าข้ามอำเภอบึงกาฬ  กว้าง ๑,๐๐๐ เมตร ลึก ๑๕ - ๒๕ เมตร ติดต่อกับบ้านปากสาน ฝั่งไทยตลิ่งลาด ฝั่งลาวตลิ่งชัน 
                    ท่าข้ามอำเภอเมืองหนองคาย  กว้าง ๑,๐๐๐ เมตร ลึก ๑๕ - ๒๓ เมตร ตลิ่งชันทั้งฝั่งไทยและฝั่งลาว 
                    ท่าข้ามอำเภอเชียงคาน  กว้าง ๑,๐๐๐ เมตร ลึก ๑๕-๒๐ เมตร ตลิ่งชันทั้งฝั่งไทยและฝั่งลาว

 

ภาคใต้ของไทย

            ภาคใต้เป็นภูมิภาคซึ่งมีพื้นที่เป็นรูปแหลมยาวยื่นลงไปในมหาสมุทร มีทิศทางจากเหนือ ณ แนวกั้นอ่าวไทยที่เส้นรุ้ง ๑๓ องศา ลงไปทางใต้จดมาเลเซีย ที่เส้นรุ้ง ๕ องศา ๓๐ ลิบดา กั้นมหาสมุทรอินเดียไว้ทางด้านทิศตะวันตก และทะเลจีนใต้ทางด้านทิศตะวันออก มีทิวเขาอันต่อเนื่องจากที่ราบสูงยูนนานเป็นแกนหรือโครงของแหลม ต่อลงไปจนจดเส้นศูนย์สูตรที่สิงคโปร์ 
            ภาคใต้ของไทยติดต่อกับประเทศพม่าทางทิศตะวันตก โดยมีทิวเขาตะนาวศรี และลำน้ำปากจั่นเป็นพรมแดน ติดต่อกับมาเลเซียทางด้านทิศใต้ โดยมีทิวเขาสันกาลาคีรี กับลำน้ำนราธิวาสเป็นพรมแดน มีพื้นที่ ประมาณ ๗๕,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ ๑ ใน ๗ ของพื้นที่ประเทศ ตอนแคบที่สุดกว้าง ประมาณ ๑๕ กิโลเมตร และตอนแคบที่สุดของแหลมที่คอคอดกระ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กว้างประมาณ ๔๐ กิโลเมตร  ส่วนกว้างที่สุดไม่เกิน ๒๐๐ กิโลเมตร  ส่วนยาวประมาณ ๗๕๐ กิโลเมตร 
 

สภาพทางธรณีวิทยา

           ภาคใต้มีโครงสร้างอันประกอบด้วยทิวเขาเป็นแถบของแหลม อยู่ประมาณตอนกลาง ยาวตลอดจากเหนือไปใต้ ทำให้ตัวแหลมมีความคงทนต่อการทำลายของธรรมชาติ มีพื้นที่ลาดเทลงสู่ทะเลทั้งด้านอ่าวไทย และมหาสมุทรอินเดีย แนวรอยพับย่นของธรณีมีอยู่หลายแห่ง เช่น ทางตะวันตกของอำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช และมีต่อทอดลงไปในทะเลด้วย บริเวณหมู่เกาะทางตะวันออกของ อำเภอบ้านดอน จังหวัดสุราษฎร์ธานี กับในแถบตะวันออกเฉียงใต้ของ จังหวัดสงขลา 
ภูเขา 
            ภาคใต้นอกจากจะมีทิวเขาเป็นแนวยาวตลอดทั้งภาค อยู่ตอนกลางของพื้นที่แล้ว ยังมีทิวเขาสั้น ๆ แทรกอยู่มีทิศทางขนานไปกับทิวเขาหลักเกือบทั้งสิ้น เราสามารถแบ่งทิวเขาในภาคใต้ ออกเป็นทิวเขาใหญ่ ๆ ได้ ๕ ทิวคือ ทิวเขาตะนาวศรี ทิวเขาระนองหรือภูเก็ต ทิวเขาสันกาลาคีรี ทิวเขานครศรีธรรมราช และทิวเขาสามร้อยยอด 
    ทิวเขาตะนาวศรี

            ทางเหนือเริ่มตั้งแต่ช่องเจดีย์สามองค์ ทอดตัวยาวลงไปทางใต้ จดบริเวณจังหวัดชุมพร ตอนลำน้ำปากจั่น ทิวเขาตะนาวศรีเป็นเทือกเดียวกับทิวเขาถนนธงชัย เป็นทิวเขาหิน เว้นบางตอนทางด้านตะวันตก ในเขตดินแดนมอญ มีภูเขาหินปูนอยู่บ้าง 
            ทิวเขาตะนาวศรี เป็นทิวเขาต่อเนื่องตลอดทิว มีความกว้าง และความสูงมากที่สุดในพื้นที่ระหว่าง จังหวัดเพชรบุรี ถึงลำน้ำปราณ ต่อจากบริเวณนี้ลงไป จะมีลักษณะแคบและเตี้ยกว่าทางตอนเหนือ ยอดเขาสูงสุดในตอนใต้นี้ คือ ยอดเขาหลวง อยู่ในเขตจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งอยู่ทางใต้ของช่องสิงขร 
            ทิวเขาตะนาวศรีตอนใต้สุด แยกออกไปสองฟากของลำน้ำ ส่วนตะวันตกอยู่ในเขตพม่า ส่วนตะวันออกอยู่ในเขตไทย ซึ่งได้ชื่อใหม่ว่าทิวเขาภูเก็ต 
            ช่องทางในทิวเขาตะนาวศรีที่สำคัญมีอยู่สามช่อง คือ ช่องเจดีย์สามองค์ ช่องสิงขร และช่องบ้านเลียบญวน 
            ทิวเขาตะนาวศรีปันน้ำลงทั้งสองฟากทิวเขาคือ 
                - ลงสู่มหาสมุทรอินเดีย ได้แก่ ลำน้ำทะวาย ลำน้ำตะนาวศรี และลำน้ำอัตรัน (เชียงกราน) 
                - ลงสู่อ่าวไทย ได้แก่ ลำน้ำแม่กลอง ลำน้ำเพชรบุรี ลำน้ำปราณ คลองท่าตะเภา และคลองชุมพร 
            ยอดเขาสูงส่วนใหญ่อยู่ในเขตพม่า ที่สูงเกิน ๑,๐๐๐ ขึ้นไปมีอยู่ ๘ ยอดด้วยกัน อยู่ในเขตไทย ๗ ยอดด้วยกัน คือ เขาแดนใต้ เขาเราะแระ อยู่ในเขตจังหวัดกาญจนบุรี เขาหวานน้อย เขาว่านมี  อยู่ทางตะวันตกของจังหวัดเพชรบุรี เขาใหญ่อยู่ทางตะวันตกของอำเภอปราณบุรี เขาหลวงอยู่ทางทิศตะวันตกของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และเขากูบอยู่ในเขต อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 
            ทิวเขาภูเก็ต (หรือทิวเขาระนอง)  เป็นทิวเขาที่แยกออกจากทิวเขาตะนาวศรีเริ่มจาก จังหวัดชุมพร นับจากแม่น้ำปากจั่นลงไปทางใต้เป็นแนวไปในแหลมมลายู ไปสุดตอนที่ต่อกับทิวเขานครศรีธรรมราช และทิวเขาสันกาลาคีรีในจังหวัดสตูล นอกนั้นเป็นทิวที่ล้ำลงไปในทะเลเกิดเป็นเกาะภูเก็ตขึ้น จึงให้ชื่อว่าทิวเขาภูเก็ต และเนื่องจากว่าทิวเขานี้ผ่านจังหวัดระนอง จึงได้ชื่อว่าทิวเขาระนอง ทิวเขานี้เป็นเขาหินแกรนิต ได้ปันน้ำลงสองฟาก คือ ด้านอ่าวไทย และด้านมหาสมุทรอินเดีย 
            ทางด้านอ่าวไทย มีคลองสวี ลำน้ำหลังสวน และลำน้ำคีรีรัฐ (ไหลลงอ่าวบ้านดอน) 
            ทางด้านมหาสมุทรอินเดีย มีลำน้ำกระ (มีคลองปากจั่น และคลองสะอุ่นไหลมาบรรจบ) และลำน้ำตะกั่วป่า 
            ทิวเขานี้มียอดเขาสูงที่สำคัญ คือ เขากะทะคว่ำ สูง ๑,๐๙๒ เมตร  เขาปลายบางโต๊ะ สูง ๑,๐๔๗ เมตร เขาทั้งสองลูกนี้อยู่ตอนเหนือของจังหวัดพังงา  เขาพระมี สูง ๑,๑๐๖ เมตร อยู่ในเขตอำเภอคอเขา จังหวัดพังงา  เขาหลังคาตึก สูง ๑,๒๗๒ เมตร  อยู่ในเขตอำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง ยังมียอดเขาที่สูงเกิน ๑,๐๐๐ เมตร อีกหลายยอด แต่ไม่มีชื่อเรียกกัน 
           ทิวเขาภูเก็ตกั้นเขตแดน ระหว่างฟากตะวันออกกับฟากตะวันตก ของสี่จังหวัดในภาคใต้คือ ทางตอนเหนือกับจังหวัดชุมพร (ตะวันออก) กับจังหวัดระนอง (ตะวันตก) ทางตอนใต้กั้นจังหวัดสุราษฎร์ธานี (ตะวันออก) กับจังหวัดพังงา (ตะวันตก)

            ทิวเขานครศรีธรรมราช  เป็นทิวเขาที่อยู่ทางตะวันออกของทิวเขาภูเก็ต และเป็นแกนของแหลมต่อลงไปอีกแนวหนึ่ง ทิวเขานี้กั้นที่ราบสุราษฎร์ไว้ตอนกลาง โดยมีภูเขาลูกโดด ๆ แทรกอยู่เป็นตอน ๆ มีความสูง ๒๐๐-๓๐๐ เมตร มี เขาพนมเบญจา สูง ๑,๔๐๔ เมตร เป็นยอดสูงสุด เป็นเขาหินแกรนิต ที่มีทิศทางทอดตัวจากเหนือไปใต้ จากริมฝั่งทะเลด้านอ่าวไทยไปสุดยังฝั่งทะเลด้านตะวันตก เริ่มจากทางใต้ของลำน้ำตาปี ทางใต้จดทิวเขาสันกาลาคีรี ตอนเหนือของทิวเขานี้มียอดสูงหลายยอด ส่วนตอนกลาง และตอนใต้ยอดไม่สูงนัก ส่วนที่ยื่นลงไปในทะเลของทิวเขานี้ได้แก่เกาะสมุย และเกาะพงัน ส่วนทางตอนใต้ในจังหวัดต่าง ๆ แบ่งเป็นสองส่วน คือ ทางด้านตะวันออกมีจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา ทางด้านตะวันตกมี จังหวัดกระบี่ ตรัง และสตูล เป็นสันปันน้ำ ทางด้านอ่าวไทย และด้านทะเลอันดามัน 
            ด้านอ่าวไทย มีลำน้ำตาปี และลำคลองต่าง ๆ ที่ไหลลงทะเลสาบสงขลา 
            ด้านทะเลอันดามัน มีลำน้ำตรัง 
            ยอดเขาสูงที่สำคัญได้แก่ เขาหลวง อยู่ทางตะวันตกของ อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช สูง ๑,๗๘๖ เมตร เขาเหม็นอยู่ในเขต อำเภอฉวาง สูง ๑,๓๐๙ เมตร เขาสอยดาวอยู่ในเขต จังหวัดตรัง สูง ๙๙๓ เมตร 
            ช่องทางที่สำคัญมีอยู่ ๓ ช่องทางคือ ช่องทางรถไฟระหว่างนครศรีธรรมราช ผ่านอำเภอทุ่งสง ไปตรัง ช่องทางระหว่างคอนเนียงไปสตูล เป็นช่องทางถนน

            ทิวเขาสันกาลาคีรี  เป็นทิวเขาที่ต่อเนื่องกับทิวเขานครศรีธรรมราช เป็นทิวเขาหินแกรนิต และแยกออกเป็นหลายแนว มีทิศทางขนานกันจากเหนือลงใต้ ตอนย่านกลางมีความสูง ประมาณ ๑,๕๐๐ เมตร ตอนริมทั้งด้านตะวันตก และตะวันออก มีความสูงประมาณ ๔๐๐ เมตร ทิวเขานี้เริ่มตั้งแต่จังหวัดสตูล ไปสุดในเขตจังหวัดนราธิวาส มีลักษณะลดหลั่นเป็นขั้นบรรได ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ กั้นเขตแดนไทยกับมาเลเซียในเขตจังหวัดสตูล สงขลา ยะลา และนราธิวาสของไทย กับเขตรัฐไทรบุรี ปลิส เปรัค และกลันตันของมาเลเซีย 
            ช่องทางที่สำคัญคือ ช่องทางถนนและเส้นทางรถไฟ จากหาดใหญ่ไปปาดังเบซาร์ และช่องทางถนนจากยะลาไปเบตง 
            ยอดเขาสูงเกินกว่า ๑,๐๐๐ เมตร มีอยู่เป็นจำนวนมากประมาณ ๑๔ ยอด มีชื่อเป็นภาษาพื้นเมือง ยอดสูงสุดคือ กุหนุงฮูลูติติบาซาร์ สูง ๑,๕๓๕ เมตร

            ทิวเขาสามร้อยยอด  เป็นทิวเขาหินปูนเตี้ย ๆ สูง ระหว่าง ๓๐๐-๖๐๐ เมตร แยกอยู่ทางด้านทิศตะวันออกของทิวเขาตะนาวศรี  มีทิศทางขนานกับทิวเขาตะนาวศรี เริ่มต้นจากจังหวัดเพชรบุรีในเขต อำเภอชะอำ ทอดตัวไปทางใต้ ผ่านอำเภอปราณบุรี

ระบบการระบายน้ำ 
            ภาคใต้เป็นภาคที่มีฝนตกมาก ทั้งในด้านปริมาณฝน และระยะเวลาที่ฝนตก จากรูปร่างของพื้นที่ ซึ่งแคบและยาว มีทิวเขาอยู่ในย่านกลางเป็นส่วนมาก เว้นตอนกลางของภาคที่มีทิวเขาขนานกันสองทิวคือ ทิวเขาภูเก็ต และทิวเขานครศรีธรรมราช ดังนั้นน้ำจึงไหลลงฝั่งทะเลทั้งสองฟาก ตามแนวลำธารด้วยลักษณะที่ไหลเชี่ยวมากในตอนต้นน้ำ เมื่อไหลลงสู่ที่ราบชายฝั่ง หรือในลุ่มน้ำกว้าง ๆ จึงไหลช้าลงก่อนไหลลงสู่ทะเล ลำน้ำโดยทั่วไปเป็นลำน้ำสายสั้น ๆ ไม่กว้างมากนัก แบ่งออกได้เป็นสองพวกตามทิศทางการไหลลงสู่ทะเลคือ 
           ลำน้ำที่ไหลลงสู่มหาสมุทรอินเดีย  มีลำน้ำกระหรือลำน้ำปากจั่น และลำน้ำตรัง เป็นลำน้ำที่อยู่ทางซีกตะวันตกของทิวเขาตะนาวศรี ทิวเขาภูเก็ต และทิวเขานครศรีธรรมราช 
            ลำน้ำกระหรือลำน้ำปากจั่น  ยาวประมาณ ๑๒๐ กิโลเมตร  ต้นน้ำเกิดจากแควสองสายคือ แควกระน้อย และแควงาน แล้วไหลผ่านเขตอำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร ไปทางทิศตะวันตกผ่านอำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง ลงสู่อ่าวระนอง 
                - แควกระน้อย  ต้นน้ำเกิดจากภูเขาชั้นบนในทิวเขาตะนาวศรี แควนี้นับว่าเป็นตัวลำน้ำกระด้วย ใช้เป็นเส้นพรมแดนระหว่างไทยกับพม่า 
                - แควงาน  ต้นน้ำเกิดจากภูเขาคลองกุ่นในเขตพม่า แล้วไหลมาบรรจบแควกระน้อย ที่บ้านน้ำทูน 
            ลำน้ำกระโดยทั่วไปตอนต้นน้ำไหลผ่านไปตามซอกเขา และหุบเขาแคบ ๆ ตอนกลางไหลผ่านพื้นที่เป็นเนินและที่ราบ ตอนปลายไหลผ่านหุบเขาอีกครั้งหนึ่ง พื้นท้องน้ำเป็นทราย มีเกาะแก่งอยู่หลายแห่ง ฝั่งลำน้ำทางด้านตะวันตกสูงกว่าทางฝั่งไทย และมีลักษณะเป็นทิวเขาตลอด ส่วนฝั่งตะวันออกเป็นทิวเขาต่ำกว่า และเป็นเนิน 
            ลำน้ำกระ มีสาขาที่สำคัญทางด้านฝั่งตะวันออกคือ 
                - ลำน้ำจั่น  ต้นน้ำเกิดจากเขาทางเหนือของทิวเขาภูเก็ต แล้วไหลไปทางทิศตะวันตก ไปบรรจบลำน้ำกระที่บ้านปากจั่น 
                - ลำน้ำลำเลียง  เกิดจากภูเขาขานาง แล้วไหลไปทางทิศตะวันตก ไปบรรจบลำน้ำกระในเขตบ้านกาลาม 
                - คลองละอุ่น  เกิดจากทิวเขาตะนาวศรี แล้วไหลไปทางทิศเหนือ ผ่านเขตอำเภอละอุ่น แล้วไหลวกไปทางทิศตะวันตก ไปบรรจบลำน้ำปากจั่นที่บ้านเขาฝาชี 
            ลำน้ำปากจั่นสามารถเดินเรือทะเลเข้าไปได้ถึงปากคลองละอุ่น ประมาณ ๘๐ กิโลเมตร จากปากน้ำ สำหรับเรือยนต์ขนาดใหญ่เดินได้ถึง อำเภอกระบุรี 
            ลำน้ำตรัง  ยาวประมาณ ๑๓๕ กิโลเมตร มีน้ำตลอดปี ให้น้ำหล่อเลี้ยงพื้นที่ได้มากที่สุดในภาคใต้ เพราะมีแควต่าง ๆ ไหลมาบรรจบมากสายด้วยกัน ต้นน้ำเกิดจากเขาเหม็นในทิวเขานครศรีธรรมราช ไหลผ่านเขต อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช อำเภอห้วยยอด และอำเภอกันตัง จังหวัดตรัง ไหลลงสู่ทะเลอันดามัน ที่อ่าวตรัง 
            ลำน้ำตรังมีน้ำเชี่ยวมากในฤดูฝน ที่ปากน้ำมีสันดอน ทำให้เรือเดินทะเลแล่นเข้าสู่ลำน้ำไม่ได้ เรือที่ผ่านได้ต้องกินน้ำลึกน้อยกว่า ๒ เมตร และแล่นเข้าไปได้ถึงบ้านควนธานี อำเภอกันตัง ส่วนเรือยนต์ขนาดกลางเดินได้ถึง อำเภอเมืองตรัง การเดินทางต่อไปต้องใช้เรือถ่อ ซึ่งมีขนาดกว้าง ๓ เมตร ยาว ๑๐ เมตร จึงจะเดินได้ถึงอำเภอห้วยยอด 
            ลำน้ำที่ไหลลงสู่อ่าวไทย ได้แก่ ลำน้ำที่อยู่ทางด้านทิศตะวันออกของทิวเขาตะนาวศรี ทิวเขาภูเก็ต และทิวเขานครศรีธรรมราช มีลำน้ำที่สำคัญอยู่ ๗ สายด้วยกันคือ 
            ลำน้ำชุมพร  หรือคลองท่าตะเภา ยาวประมาณ ๑๐๐ กิโลเมตร กว้างประมาณ ๕๐ - ๑๒๐ เมตร  ต้นน้ำประกอบด้วย แควสองสายคือ ห้วยท่าแซะ และคลองรัพโร 
                - ห้วยท่าแซะ  เป็นแควสายตะวันออก เกิดจากทิวเขาตะนาวศรี บริเวณตะวันตกของ อำเภอบางสะพานน้อย แล้วไหลลงไปทางทิศใต้ มีคลองบางทะลายไหลมาบรรจบที่ ตำบลท่าเงาะ แล้วไหลไปรวมกับคลองรัพโรที่ อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร 
                - คลองรัพโร  เป็นแควสายตะวันตก เกิดจากทิวเขาตะนาวศรี แล้วไหลไปทางทิศใต้ตามหุบเขา แล้วไหลวกไปทางตะวันออก ผ่านบ้านท่าข้ามไปรวมกับห้วยท่าแซะในเขต อำเภอท่าแซะ 
            ลำน้ำชุมพรไหลจาก อำเภอท่าแซะลงมาทางใต้ผ่าน อำเภอเมืองชุมพร แล้วไหลลงสู่อ่าวชุมพรที่บ้านปากน้ำ บริเวณทิศตะวันตกของเกาะเสม็ด ลำน้ำนี้อาจใช้เรือขนาดระวางขับน้ำ ๕-๖ ตัน เดินได้ถึงบ้านท่าตะเภาตลอดทั้งปี ในฤดูน้ำคือระหว่าง ส.ค.- ธ.ค. อาจเดินขึ้นไปทางเหนือได้ถึงบ้านหาดพันไทร 
           คลองชุมพร  อยู่ทางด้านทิศตะวันตกของลำน้ำชุมพร และมีขนาดเล็กกว่าต้นน้ำเกิดจากหุบเขาทางด้านเหนือของเขานาง และเขาหลังหมู แล้วไหลไปทางทิศตะวันออกถึงบ้านเขาพัน แล้วไหลวกไปทางทิศใต้ ผ่านที่ราบและผ่านบ้านทุ่งคา ลงสู่อ่าวไทย 
            ลำน้ำหลังสวน  ยาวประมาณ ๖๐ กิโลเมตร  ต้นน้ำเกิดจากบริเวณเขาหลังคาตึกในทิวเขาระนอง หรือทิวเขาภูเก็ต แล้วไหลขึ้นไปทางทิศเหนือผ่านอำเภอพะโต๊ะ แล้วไหลวกไปทางทิศตะวันออก ขนานกับเขานมสาวจนถึงบ้านขันเงิน จึงไหลลงสู่ที่ราบ และไหลลงสู่อ่าวไทยที่บ้านปากน้ำ ลำน้ำนี้มีน้ำตลอดปี เรือขนาดเล็กเดินได้ถึง อำเภอหลังสวนในฤดูแล้ง และเดินได้ถึงอำเภอพะโต๊ะในฤดูน้ำ

            ลำน้ำตาปี  เป็นลำน้ำใหญ่สายหนึ่งในภาคใต้ มีลุ่มน้ำกว้างขวางอยู่ในพื้นที่ราบระหว่างทิวเขาภูเก็ต กับทิวเขานครศรีธรรมราช ลำน้ำตาปียาว ประมาณ ๓๘๐ กิโลเมตร ต้นน้ำเกิดจากแควใหญ่สองแควคือ แควคีรีรัฐ และแควหลวง 
                 แควคีรีรัฐ  เป็นแควสายตะวันตก ได้รับน้ำจากลำห้วยหลายสาย ซึ่งเกิดจากเขาหลังคาตึก เขาตะกั่วป่า เขาแหยง และเขากะทะคว่ำ ในทิวเขาภูเก็ต มีลำห้วยที่ไหลมาบรรจบได้แก่ คลองแอ จากเขาหลังคาตึก และคลองโสก จากเขาตะกั่วป่า ลำห้วยทั้งสองไหลมาบรรจบแควคีรีรัฐที่บ้านท่าขนอน จากนั้นแควคีรีรัฐก็ขยายใหญ่ออก แล้วไหลไปทางทิศตะวันออก ไปรวมกับแควแม่น้ำหลวงที่บ้านท่าข้าม เรือกลไฟขนาดเล็กเดินได้ในฤดูน้ำ 
                 แควหลวง  เป็นแควสายใต้ ซึ่งมีขนาดใหญ่และยาวมาก ได้รับน้ำจากลำห้วยหลายสายทางด้านทิศใต้และทิศตะวันตกคือ 
                        - คลองยาว  เกิดจากภูเขาล้อมและเขาพนมเบญจา ในทิวเขาภูเก็ต แล้วไหลไปทางทิศเหนือถึงบ้านข้าวโพด แล้วไหลวกมาทางทิศตะวันออก ไปบรรจบแควหลวงที่บ้านไฟตา 
                        - คลองอีปัน  เกิดจากเขาพนมเบญจา แล้วไหลไปทางทิศเหนือ ไปบรรจบคลองยาวที่บ้านพาน 
                        - คลองอีพัน  เกิดจากเขาสามจอม แล้วไหลไปทางทิศเหนือไปบรรจบแควหลวงที่บ้านปากน้ำ 
                        - คลองแม่น้ำ  เกิดจากเขากระเบียด แล้วไหลไปทางทิศใต้ มารวมกับลำห้วยซึ่งเกิดจากเขาหลวง เขาเหม็น ที่อำเภอฉวาง เป็นแควหลวงต่อไป 
                        - คลองหลวง  ไหลไปทางทิศเหนือ ไปรวมกับแควคีรีรัฐที่บ้านท่าข้าม แล้วกลายเป็นลำน้ำตาปี แควหลวงใช้เดินเรือขนาดเล็ก และใช้ได้เฉพาะฤดูน้ำเท่านั้น 
            ลำน้ำตาปี แม้จะเป็นลำน้ำใหญ่ แต่ท้องน้ำตื้นมาก ในฤดูแล้ง (มี.ค. - ส.ค.) น้ำจะลึกเพียง ๒ เมตร  อาจใช้เรือขนาดเล็กเดินได้ถึงบ้านอารักษ์ (ประมาณ ๘๐ กิโลเมตร จากปากน้ำ) ในฤดูน้ำเรือเดินได้ถึง อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี 
            ลำน้ำปัตตานี  เป็นลำน้ำในแถบใต้สุด ยาวประมาณ ๑๘๐ กิโลเมตร  ต้นน้ำเกิดจากเขาอูลูตีตีบาซา และเขามิติบาซาในทิวเขาสันกาลาคีรีในเขา อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ในตอนต้นน้ำจากอำเภอเบตง ถึงอำเภอบันนังสตาร์ ลำน้ำนี้จะไหลอยู่ในหุบเขา และมีคลองยะฮา ซึ่งเป็นแควเล็ก ๆ ไหลจากทิศตะวันออก มาบรรที่บ้านกำปงโยะ และคลองดอนไหล จากเขามูดีบาซา ทางทิศตะวันตก มาบรรจบทางทิศใต้ของอำเภอบันนังสตาร์ จากนั้นได้ไหลต่อไปทางทิศเหนือ ผ่านเขตจังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี ลงสู่อ่าวไทยที่อ่าวปัตตานี จากบริเวณบ้านกุระ ลำน้ำปัตตานีแยกออกเป็นสองสาขา สาขาทางด้านทิศตะวันตก ไหลลงสู่ที่หล่มชายฝั่ง บริเวณคลองท่าเรือ ส่วนตัวลำน้ำปัตตานีไหลลงสู่ทะเลทาง อำเภอเมืองปัตตานี ทางด้านทิศตะวันตกของแหลมโพธิ์ 
            ลำน้ำปัตตานี เป็นลำน้ำขนาดเล็กและตื้นเขิน มีสันดอนที่ปากน้ำ ทำให้เรือกลไฟแล่นเข้าไปในลำน้ำไม่ได้ คงใช้ได้เฉพาะเรือขนาดเล็ก จากปากน้ำ ผ่านอำเภอเมืองปัตตานี อำเภอยะรัง อำเภอเมืองยะลา เรือขนาดเล็กเดินได้ตลอดปี จากอำเภอบันนังสตาร์ ไปถึงอำเภอเบตง ก่อนมีเขื่อนรัชประภา (บางลาว) ใช้ได้เฉพาะเรือแจว เฉพาะในฤดูแล้งเท่านั้น 
            ลำน้ำสายบุรี (สุไหงตาลุบัน)  เป็นลำน้ำที่ขนานกับลำน้ำปัตตานี อยู่ทางด้านตะวันออก ต้นน้ำเกิดจากทิวเขาโบริง และภูเขาลีเปในทิวเขาสันกาลาคีรี ในเขตอำเภอโต๊ะโม๊ะ จังหวัดนราธิวาส แล้วไหลไปทางทิศเหนือ ผ่านเขตอำเภอรือเซาะ อำเภอรามัน อำเภอสายบุรี ไหลลงสู่ทะเลที่บ้านปากบาง อำเภอสายบุรี 
            ลำน้ำสายบุรี ยาวประมาณ ๑๗๐ กิโลเมตร  มีน้ำตลอดปี น้ำลึกเป็นช่วง ๆ ตลิ่งสูง ลำน้ำคดเคี้ยวมาก ตอนต้นน้ำจะไหลอยู่ในซอกเขา จนถึงอำเภอรือเซาะ จึงเริ่มไหลลงสู่ที่ราบ เมื่อถึงบ้านปากหอย จึงไหลไปทางทิศตะวันออก แล้วแยกออกเป็นสองสาย สายเหนือเรียกว่าคลองตาปิง ไหลผ่านอำเภอสายบุรี ลงสู่ทะเลที่บ้านปากบาง สายใต้ไหลผ่านบ้านกอตอ ลงสู่ทะเลที่บ้านท่าช้าง ลำน้ำนี้ใช้เรือขนาดย่อมเดินได้ถึง อำเภอรือเซาะได้ตลอดปี

            ลำน้ำโกลก (สุไหงโกลก)  เป็นลำน้ำสายเล็ก และสั้น แต่มีความสำคัญในฐานะที่ใช้เป็นพรมแดนไทย กับมาเลเซีย ต้นน้ำเกิดจากเขาลีเปในทิวเขาสันกาลาคีรี ในเขตอำเภอโต๊ะโม๊ะ ตอนต้นน้ำลำน้ำไหลไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ผ่านเขตอำเภอแว้ง อำเภอสุไหงโกลก จนถึงบ้านลิปางัน ลำน้ำได้แยกออกเป็นสองสาย สายตะวันตก ได้แก่ ลำน้ำบางนรา  ไหลขนานกับฝั่งทะเลไปออกทะเลที่จังหวัดนราธิวาส มีแควจากเขาตาแว ไหลมาบรรจบที่บ้านคาย สายตะวันออกคือตัวลำน้ำโกลก ไหลต่อไปทางเหนือไปออกสู่ทะเลที่อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ลำน้ำโกลกเต็มไปด้วยเกาะแก่ง จึงใช้เดินเรือไม่ได้เลย 
ทะเลสาบ หนองน้ำ และที่ลุ่มหล่ม 
            ภาคใต้มีทะเลสาบ และที่ลุ่มหล่มขังน้ำอยู่ไม่มากนัก ส่วนใหญ่มีอยู่ทางแถบตะวันออกของภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทางตะวันออกของทิวเขานครศรีธรรมราช และในบริเวณที่ใกล้ชายฝั่งทะเล

            ทะเลสาบสงขลา  เป็นทะเลสาบแห่งเดียวในประเทศไทย อยู่ในพื้นที่ระหว่างทิวเขานครศรีธรรมรา ทางด้านตะวันตก และอ่าวไทยทางด้านตะวันออก อยู่ในเขตจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา แบ่งออกได้เป็น สองตอนคือ 
                 ทะเลหลวง  เป็นตัวทะเลสาบสงขลาที่แท้จริง มีบริเวณกว้างใหญ่ มีความยาวประมาณ ๘๐ กิโลเมตร และกว้างสุดประมาณ ๒๕ กิโลเมตร ตอนกลางเป็นตอนแคบ ๆ จากปากพยูน ลงมาทางใต้ถึงแหลมจาก จึงแบ่งทะเลหลวงออกเป็นสองส่วน คือ ส่วนที่เป็นทะเลสงขลา และส่วนที่เป็นทะเลหลวงพัทลุง ทะเลหลวงได้รับน้ำจากแควต่าง ๆ ซึ่งเกิดจากทิวเขานครศรีธรรมราช เช่น คลองพระในเขตจังหวัดพัทลุง คลองพันทราย คลองป่าบน และคลองรัตภูมิ จากเขาสังเวียน คลองอู่ตะเภา จากทิวเขาชินาในทิวเขานครศรีธรรมราช กับเขาติงกีและเขากะท้อนในทิวเขาสันกาลาคีรี ทะเลหลวงมีช่องทางออกทะเลจีนที่ตำบลแหลมทราย ในเขตอำเภอเมืองสงขลา 
                 ทะเลน้อย  มีขนาดเล็กกว่าทะเลหลวง อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของอำเภอเมืองพัทลุง ทางด้านเหนือของทะเลหลวง ติดต่อกับทะเลหลวงใต้ ตามพื้นที่หล่มโคลนซึ่งกั้นอยู่ จากทะเลน้อยมีคลองควน คลองท่าเสม็ด และคลองปากพนัง ต่อขึ้นไปทางเหนือ ออกสู่อ่าวไทยในเขตอำเภอปากพนัง บริเวณสองฟากของคลองควน และคลองท่าเสม็ด เป็นบริเวณพื้นที่ลุ่มหล่ม ยาวจากทิศใต้ไปทางทิศเหนือ ยาวประมาณ ๓๐ กิโลเมตร กว้างประมาณ ๑๕ กิโลเมตร 
            ทะเลสาบสงขลา สามารถใช้เรือขนาด ๔๐-๕๐ ตันเดินไปมาได้ และสามารถทะลุออกไปทางอำเภอปากพนังได้ด้วย 
ฝั่งทะเล 
            ภาคใต้มีฝั่งทะเลทั้งสองด้าน คือด้านอ่าวไทยและด้านมหาสมุทรอินเดีย

            ฝั่งทะเลด้านอ่าวไทย (ฝั่งตะวันตก)  เริ่มตั้งแต่ก้นอ่าวไทยไปทางทิศใต้จนถึง จังหวัดนราธิวาส มีความยาวประมาณ ๑,๒๕๐ กิโลเมตร เป็นชายฝั่งทะเลที่ไม่เว้าแหว่งมากนัก แต่ก็มีอ่าวพอที่จะใช้เป็นท่าจอดเรือได้หลายแห่งด้วยกัน เช่นบริเวณเกาะพงัน และเกาะสมุย ตรงหน้าอ่าวบ้านดอน และบริเวณทะเลสาบสงขลา เป็นต้น 
            ลักษณะชายฝั่งทะเลส่วนใหญ่จะเป็นทรายและกรวด มีลักษณะเป็นฝั่งลาด และเป็นหาดยาว ๆ สลับกับแถบที่เป็นหน้าผาชั้นบ้างเล็กน้อย มีส่วนที่เป็นชายฝั่งเลน อยู่ตามปากลำน้ำสายยาว ๆ เช่นบริเวณก้นอ่าวไทย จนถึงจังหวัดเพชรบุรี บริเวณปากน้ำชุมพร ปากน้ำหลังสวน อ่าวบ้านดอน ปากพนัง และบริเวณอ่าวปัตตานี 
            ภูมิประเทศบริเวณชายฝั่ง ประกอบด้วยป่าโกงกาง สลับกับบริเวณป่าสน และหินผาโดยทั่วไป 
            เกาะตามบริเวณชายฝั่งมีอยู่มากพอสมควร มีอยู่เป็นจำนวนไม่น้อยที่อยู่เป็นกลุ่ม คือ บริเวณหน้าอ่าวประจวบ บริเวณอ่าวชุมพร และบริเวณอ่าวบ้านดอน ตอนใต้ของอ่าวบ้านดอนลงไป มีเกาะอยู่เพียงเล็กน้อย เกาะค่อนข้างใหญ่จะอยู่บริเวณอ่าวบ้านดอน เช่นเกาะเต่า เกาะที่สำคัญคือ เกาะพงัน และเกาะสมุย

            ฝั่งทะเลด้านมหาสมุทรอินเดีย  เริ่มตั้งแต่ปากลำน้ำกระลงมาทางทิศใต้จนถึง จังหวัดสตูล มีความยาวประมาณ ๗๔๐ กิโลเมตร ชายฝั่งมีลักษณะเว้าแหว่ง และมีเกาะแก่งมากมาย ซึ่งมีลักษณะต่อเนื่องมาจากบริเวณก้นอ่าวมะตะบันในเขตพม่า แม้จะมีอ่าวอยู่หลายแห่งเช่น อ่าวระนอง อ่าวเป็ดน้ำ (ในเขตจังหวัดพังงา) อ่าวกระบี่ อ่าวบ่อฝรั่ง อ่าวต้นเคียน (ในเขตจังหวัดตรัง) และอ่าวเล็ก ๆ รอบ ๆ เกาะภูเก็ต แต่อ่าวดังกล่าวทั้งหมด ยังหาท่าเรือที่ดีๆ ได้ยาก จะมีใช้ได้ก็บริเวณเกาะภูเก็ตเท่านั้น 
            ลักษณะชายฝั่งเป็นชายฝั่งที่เป็นโคลนเลน มีป่าไม้จำพวกโกงกางอยู่หนาแน่น และกว้างขวางกว่าทางด้านอ่าวไทย 
            เกาะต่าง ๆ บริเวณชายฝั่งมีอยู่เป็นจำนวนมาก และเป็นเกาะขนาดใหญ่อยู่เป็นจำนวนไม่น้อย ได้แก่ เกาะช้าง เกาะพยาม เกาะขานใหญ่ เกาะรา เกาะสีโมยา เกาะปู เกาะลันตาใหญ่ เกาะไห เกาะมุกข์ เกาะกระดาน เกาะลิบง เกาะสุคน และเกาะตะรุเตา โดยอยู่ในระยะน้ำลึกประมาณ ๑๐ - ๑๕ เมตร สำหรับเกาะใหญ่ ซึ่งอยู่ห่างฝั่งออกไป และมีระดับน้ำลึกมีไม่มากนัก เช่น เกาะสินธารา หมู่เกาะสิมิลัน หมู่เกาะรายา และหมู่เกาะราไว ในบรรดาเกาะเหล่านี้เกาะที่สำคัญที่สุดได้แก่เกาะภูเก็ต 
พื้นที่ราบ 
            ส่วนมากเป็นพื้นที่ราบชายฝั่งทะเล ซึ่งมีภูเขาและที่สูงอยู่ภายใน จึงเป็นที่ราบแคบ ๆ และยาวไปตามฝั่งทะเล บางตอนจะมีทิวเขากั้นแบ่งออกจากกันเป็นตอน ๆ ที่ราบเหล่านี้จะมีอยู่ทั้งสองด้านฝั่งทะเล ที่ราบที่สำคัญได้แก่ 
            ที่ราบสุราษฎร์ธานี  เป็นที่ราบผืนใหญ่ที่สุดของภาคใต้ อยู่ระหว่างทิวเขานครศรีธรรมราช กับทิวเขาภูเก็ตกับภูเขาโดด ๆ เรียงรายเป็นหย่อมอยู่ทางใต้ มีพื้นที่กว้างขวาง ตอนกลางมีลำน้ำตาปีกับลำน้ำคีรีรัฐหล่อเลี้ยงให้ เป็นย่านกสิกรรมอันสำคัญของภาคใต้ มีทางออกสู่ทะเลที่อ่าวบ้านดอน 
            ที่ราบพัทลุง  เป็นที่ราบชายฝั่งทะเลทางตะวันออกของทิวเขานครศรีธรรมราช และในบริเวณชายฝั่งทะเลสาบสงขลา มีลำน้ำหลายสายซึ่งไหลจากทิวเขาไปทางตะวันออก ลงสู่ทะเลสาบสงขลา พื้นที่ราบพัทลุงมีความยาวไปตามทะเลสาบสงขลา ประมาณ ๘๐ กิโลเมตร และกว้างประมาณ ๓๐ กิโลเมตร พื้นที่จะลาดจากทิวเขานครศรีธรรมราช (บริเวณเขาถ้ำเสือ เขาผีปัน เขาหลวง และเขาสังเวียน) ลงสู่ทะเลสาบสงขลา บริเวณนี้จึงเป็นพื้นที่อันอุดมสมบูรณ์แห่งหนึ่ง 
            ที่ราบปัตตานี  เป็นที่ราบตอนใต้สุดภาคชายแดนไทย อยู่ระหว่างทิวเขาสันกาลาคีรี กับฝั่งทะเล มีลำน้ำหลายสายไหลมาหล่อเลี้ยง จากทิวเขาสันกาลาคีรี ซึ่งเป็นพรมแดนด้านใต้ของไทยกับมาเลเซีย ลงสู่ชายฝั่งทะเลทางทิศเหนือ เฉพาะลำน้ำที่สำคัญ ๆ ได้แก่ ลำน้ำเทพา ลำน้ำปัตตานี ลำน้ำสายบุรี และลำน้ำนราธิวาส พื้นที่ราบปัตตานีทอดยาวไปตามฝั่งทะเล จากบริเวณเขาแดน เขาควนพัง ทางใต้ของลำน้ำสะกอบไปจนจดลำน้ำโกลก มีความยาวประมาณ ๑๐๐ กิโลเมตร กว้างอยู่ระหว่าง ๒๕ ถึง ๖๐ กิโลเมตร จึงเป็นแหล่งกสิกรรมอีกแห่งหนึ่งของภาคใต้ 
            นอกจากที่ราบผืนใหญ่ ๆ ทั้งสามแห่งดังกล่าวแล้ว ยังมีพื้นที่ราบชายทะเลผืนเล็ก ๆ แคบ ๆ ประกอบด้วยลำน้ำสายสั้น ๆ อยู่ตอนกลาง ที่ราบเหล่านี้มีอยู่ทั่วไปทั้งสองภาค เช่น บริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สงขลา ตรัง และสตูล 
สภาพลมฟ้าอากาศ 
            ภาคใต้เป็นบริเวณที่ผิดแปลกไปจากภาคอื่น ๆ ที่กล่าวมาแล้ว โดยที่เป็นพื้นที่ที่อยู่ระหว่างทะเล และตั้งอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร มากกว่าภาคอื่นของไทย จึงจัดเข้าอยู่ในจำพวกแถบร้อนฝนชุก ทำให้มีอุณหภูมิสูง และฝนตกมากตลอดปี เพราะอยู่ในย่านมรสุมทั้งสองทิศทาง จนได้ฉายาว่าเป็นภาคฝนแปดแดดสี่ คือมีฝนแปดเดือน มีแดดสี่เดือน ไม่มีฤดูหนาว 
            อุณหภูมิในภาคใต้แม้จะอยู่ในเกณฑ์สูง แต่ก็มีความผันแปรของอุณหภูมิตลอดปีเพียงเล็กน้อย อย่างไรก็ตามทางฝั่งตะวันออกจะมีอุณหภูมิผันแปรมากกว่าฝั่งตะวันตก 
            ภาคใต้เป็นพื้นที่ซึ่งมีฝนมากที่สุดของประเทศไทย และอยู่ในเขตฝนตกชุกของโลกด้วย ประมาณฝนเฉลี่ยประมาณปีละ ๒,๖๒๗ มิลลิเมตร ส่วนใหญ่เป็นฝนมรสุม และมีฝนภูเขาและฝนพายุหมุนมาผสมด้วย มีฝนตกเฉลี่ยปีละประมาณ ๑๗๐ วัน ฝนจะเบาบางในช่วงเดือนมกราคม ถึงมีนาคม การแผ่กระจายของฝน จะมีปริมาณมากน้อยกว่ากันตามลักษณะภูมิประเทศ กล่าวคือในแถบฝั่งทะเลด้านทิศตะวันตก จะมีปริมาณฝนเฉลี่ยปีละ ๓,๓๐๐ มิลลิเมตร เคยตกมากที่สุดถึง ๖,๖๐๖ มิลลิเมตร ที่อำเภอตะกั่วป่า เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๕๘ ทางด้านนี้ฝนจะตกชุกในระหว่างเดือน พฤษภาคม ถึง พฤศจิกายน ส่วนทางฝั่งด้านทิศตะวันออก จะมีฝนน้อยกว่าเล็กน้อย และจะตกชุกในช่วงเดือน ตุลาคม ถึง ธันวาคม และยังอาจมีฝนจากพายุหมุนมาเพิ่ม ปริมาณฝนในพื้นที่ระหว่าง จังหวัดชุมพร ถึง สงขลา ทำให้เกิดน้ำท่วมได้บ่อย ๆ 

จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ลงไปเป็นหมู่เกาะต่าง ๆ ในอ่าวประจวบ ฯ ตัวเขาสามร้อยยอดแท้ ๆ อยู่ชิดกับชายฝั่งอ่าวไทย บริเวณใต้อำเภอปราณบุรี
 
Comments