หน้าหลัก

ผู้สร้างเว็บไซต์นี้  ด.ช.ธนพล โยชนะ
ชั้น ป.6/2554 ร.ร.บ้านโพธิ์สวัสดิ์
Logo                                                      


ลูกประคบสมุนไพร


       

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับสมุนไพร

วิทยาศาสตร์เชื่อว่าการที่มนุษย์รู้จักนำสมุนไพรชนิดต่างๆมาใช้ในการรักษาโรค
ได้นั้น น่าจะเกิดจากการเรียนรู้จากพฤติกรรมของสัตว์การบอกเล่าต่อๆ กันมา
หรือเกิดจากการทดลอง และสั่งสมประสบการณ์มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่สมัย
โบราณ เนื่องจากสมุนไพรมีความสัมพันธ์และเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับชีวิต
มนุษย์มาตั้งแต่สมัยที่มนุษย์ยังดำรงชีวิตด้วยการหาของป่าล่าสัตว์

              มนุษย์มีวิวัฒนาการในการประยุกต์ใช้ประโยชน์จากธรรมชาติ 
จึงรู้จักนำสมุนไพรมาใช้เป็นอาหาร เชื้อเพลิง เครื่องนุ่งห่ม และส่วนหนึ่งก็ใช้
เป็นยารักษาโรค รูปแบบการใช้สมุนไพรก็จะมีความแตกต่างกันตามความ
หลากหลายของเผ่าพันธุ์มนุษย์ และความหลากหลายทางชีวภาพและ
สิ่งแวดล้อมของแต่ละท้องถิ่น

             สมุนไพร หมายถึง ยาที่ได้จากพฤกษศาสตร์ สัตว์ หรือแร่ธาตุ 
ซึ่งมิได้ผสมหรือปรุงหรือแปรสภาพ (ตามความหมายของยาสมุนไพร
ในพระราชบัญญัติยา พ.ศ. ๒๕๑๐ )
สมุนไพรสำหรับงานสาธารณสุขมูลฐานส่วนใหญ่เป็นต้นไม้ ซึ่งต้นไม้เหล่า-
นี้จะมีส่วนประกอบสำคัญอยู่ ๕ส่วนคือรากลำต้นใบดอกและผลส่วนของ
พืชเหล่านี้ต่างมีรูปร่างลักษณะโครงสร้างและบทบาทหน้าที่แตกต่างกันไป เช่น
เดียวกับร่างกายมนุษย์ที่มีอวัยวะแตกต่างกันและต่างก็ทำหน้าที่ไม่เหมือนกัน
ข้อสำคัญในการนำยาสมุนไพรมาใช้ก็ต้องคำนึงถึงหลักการใช้ให้
ถูกต้องด้วย คือ

    
      ๑. ใช้ให้ถูกต้น สมุนไพรที่มีชื่อพ้องหรือซ้ำกันมาก และบางท้องถิ่นก็
เรียกไม่เหมือนกัน จึงต้องรู้จักสมุนไพร และใช้ให้ถูกต้น

         ๒. ใช้ให้ถูกส่วนต้นสมุนไพรไม่ว่าจะเป็นรากใบดอกเปลือกผลเมล็ด
จะไม่ฤทธิ์ไม่เท่ากัน บางที่ผลแก่-ผลอ่อน จะมีฤทธิ์แตกต่างกัน ดังนั้นจึงต้องรู้ว่า
ส่วนใดใช้เป็นยาได้

       
 ๓. ใช้ให้ถูกขนาด สมุนไพรถ้าใช้น้อยไปก็รักษาไม่ได้ผล แต่ถ้ามากไป
อาจเป็นอันตรายหรือเกิดพิษต่อร่างกายได้

        
๔. ใช้ให้ถูกวิธี สมุนไพรบางชนิดต้องใช้สด บางชนิดต้องปนกับเหล้า
บางชนิดใช้ต้ม จะต้องรู้จักวิธีใช้ให้ถูกต้อง

       
 ๕. ใช้ให้ถูกกับโรค เช่น ท้องผูกต้องใช้ยาระบาย ถ้าใช้ยาที่มีฤทธิ์ฝาด

สมานจะทำให้ท้องผูกยิ่งขึ้น      
                                                                                                                              
 
                                                                                     
        
 
 
 
 
 


                                                                                                                   

ข้อควรรู้เกี่ยวกับสมุนไพร

              การนำสมุนไพรไปใช้ ผู้ใช้จำเป็นต้องศึกษาเรียนรู้เรื่องต่างๆเกี่ยวกับ  
สมุนไพรให้เกิดความรู้ความเข้าใจอย่างถ่องแท้เสียก่อน เพื่อจะได้ใช้ประโยชน์
จากสมุนไพรได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย องค์ความรู้ต่างๆ ที่จำเป็นต้อง
เรียนรู้เกี่ยวกับสมุนไพรด้านต่างๆ ได้แก่

              ๑. ความรู้ด้านพฤกษศาสตร์ รู้จักจำแนกพืชสมุนไพรที่จะแนะนำ
อย่างถ่องแท้เรียนรู้และสังเกตลักษณะของราก ลำต้นดอก ผล และเมล็ดของพืช
สังเกตรูปร่าง ขนาด สี กลิ่น และรส

              ๒. ความด้านการปลูกและกระจายพันธุ์ การใช้ประโยชน์จากสมุนไพร
ควรมีงานด้านการปลูกพืชสมุนไพร เพื่อเป็นแหล่ง ตัวอย่างแหล่งขยายพันธุ์ และแหล่งวัตถุดิบ

              ๓. ความรู้ด้านการเก็บสมุนไพร การทำให้แห้งและการเตรียม 
ยาสมุนไพรพืชสมุนไพร เป็นสิ่งที่ได้รับจากสารประกอบทางเคมีของพืชสมุนไพร
จะกำหนดด้วยปัจจัยหลายอย่าดังกล่าวแล้ว ควรต้องรู้จักธรรมชาติของสมุนไพร
แต่ละชนิด เพื่อเลือกวิธีการเก็บ และเตรียมยาสมุนไพรให้สอดคล้องกับสมุนไพรชนิดนั้น

              ๔. ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับยาสมุนไพร ผู้ใช้ควรมีความรู้ทาง
วิทยาศาสตร์เกี่ยวกับสมุนไพรแต่ละชนิด ข้อมูลพฤกษศาสตร์ ด้านเภสัชวิทยา
ด้านพิษวิทยา จะทำให้เกิดความมั่นใจต่อการใช้สมุนไพร นอกจากนี้เมื่อมีอาการเจ็บ
ป่วยและใช้สมุนไพรในการรักษาตัวเอง จะเพิ่มพูนประสบการณ์ในการแนะนำและ
การใช้สมุนไพรได้อีกทางหนึ่ง 

              ๕. ความรู้ด้านวิธีการใช้ยาสมุนไพร การใช้ประโยชน์จากสมุนไพร
ในการรักษาอาการเจ็บป่วยเบื้องต้น ควรรู้วิธีการใช้และข้อควรระวังของสมุนไพร
แต่ละชนิดอย่างถูกต้อง เพื่อให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย

              สารเคมีที่ได้จากพืช

              นอกจากเรื่องรูป ลักษณะ ส่วนต่างๆของพืชที่ควรรู้จักแล้ว นั่นเป็น
องค์ประกอบลักษณะทางภายนอก ส่วนองค์ประกอบภายในหรือสารสำคัญต่างๆของ
พืชก็จำเป็นต้องศึกษาเช่นกัน โดยส่วนมากนั้นสารสำคัญจากพืชจะสามารถจัดแบ่ง
เป็นกลุ่มต่างๆสารเคมีที่ได้จากพืชสามารถจำแนกได้เป็น
๒ ประเภทคือ
              - Primary metabolite
              - Secondary metabolite
ซึ่งสามารถจำแนกเป็นยารักษาโรคได้เป็น ๙ กลุ่ม คือ
              ๑ . คาร์โบไฮเดรต คือสารอินทรีย์ที่ประกอบด้วย คาร์บอน ไฮโดรเจนและ
ออกซิเจน ซึ่งสามารถพบได้ในพืชและสัตว์
              ๒ . แอลคาลอยด์ เป็นสารอินทรีย์ซึ่งมีไนโตรเจนเป็นส่วนประกอบ และมี
พิษสามารถพบได้ในพืชชั้นสูง และมีสูตรโครงสร้างที่ซับซ้อน เป็นสารที่มีรสขมและ
ไม่สามารถละลายในน้ำได้ นอกจากนี้ยังมีฤทธิ์ต่อระบบต่างๆ ของร่างกาย ซึ่งปัจจุบัน
สามารถุพบได้ถึง ๕,๐๐๐ ชนิด
              ๓ . ไกลโคไซด์ เป็นสารอินทรีย์ที่ประกอบด้วยส่วนที่เป็น กับส่วนที่เป็น
น้ำตาลและสามารถละลายในน้ำได้ดี
              ๔ . น้ำมันหอมระเหย เป็นน้ำมันที่ไดจากพืชโดยการกลั่นด้วนไอน้ำ 
หรือการบีบ มีกลิ่นเฉพาะตัว ระเหยได้ง่ายในอุณหภูมิธรรมดาและสามารถพบได้
ในพืชเขตร้อน
              ๕ . ไขมัน คือสารที่ไม่ละลายในน้ำแต่ละลายในตัวทำละลายอินทรีย์ เมื่อ
ทำปฏิกิริยากับด่างจะกลายเป็นสบู่
              ๖ . เรซิน คือสารอินทรีย์หรือสารผสมประเภทโพลีเมอร์ มีรูปร่าง
ไม่แน่นอนมีสูตรโครงสร้างทางเคมีที่สลับซับซ้อน ไม่ละลายในน้ำ แต่สามารถ
ละลายในตัวทำละลายอินทรีย์ เมื่อเผาไฟจะเกิดการหลอมเหลว
              ๗ . วิตามิน คือสารประกอบอินทรีย์ที่มีอยู่เล็กน้อยในอาหารตามธรรมชาติ
สามารุเข้าสู่ร่างกายจากอาหารหรือแหล่งอื่นเพื่อให้มีหน้าที่เฉพาะทางกายภาพ
หรือเพื่อการเติบโตเข้าสู่สภาพปกติ
              ๘ . สเตียรอยด์ คือสารอินทรีย์ที่มีโครงสร้างเป็น ซึ่งถูกสร้างขึ้นมาโดย
พืชและสัตว์ ในทางการแพทย์มีการใช้สเตอรอยด์พวกฮอร์โมนเพศเป็นยามาเป็น
ระยะเวลานานในการใช้พืชเป็นยาบำบัดโรคควรใช้อย่างระมัดระวัง เพื่อความถูกต้อง
และปลอดภัย
             ๙ . ยาปฏิชีวนะ เป็นผลิตผลทางเคมีที่ได้จากสิ่งมีชีวิต ส่วนใหญ่จะได้จาก
แบคทีเรียและราสำหรับพืชชั้นสูงก็มีสารที่มีฤทธิ์เป็นยาปฏิชีวนะแต่ยาปฏิชีวนะ
ที่ได้จากพืชสมุนไพรที่ใช้อยู่ในตลาดยายังมีจำนวนไม่น้อยเช่นกัน

หน้าเว็บย่อย (1): สมุนไพรหมายถึง