บุรพาจารย์ใหญ่

 

 

 
 


 

ภิกษุทั้งหลาย  เราได้พ้นแล้วจากบ่วงแห่งมารทั้งปวงทั้งที่เป็นของทิพย์  ทั้งที่เป็นของมนุษย์ 

แม้ท่านทั้งหลายก็เหมือนกัน  ท่านทั้งหลาย  จงเที่ยวไปสู่ชนบท  เพื่อประโยชน์  และความสุข

แก่ชนเป็นอันมาก  แต่อย่าไปรวมกัน ๒ รูป โดยทางเดียวกัน จงแสดง ธรรมอันมีควมมงาม

ในเบื้องต้นคือศีล อันงามในท่ามกลางคือสมาธิ และอันงามในที่สุดคือปัญญา  จงประกาศ   

พรหมณ์จรรย์  พร้อมทั้งอรรถและพยัญชนะอันบริสุทธิ์บริบูรณ์สิ้นเชิง สัตว์ทั้งหลายที่มีกิเลส  

ดุจธุลีในจักษุน้อยย้อมมีอยู่  เพราะโทษที่ไม่ได้ฟังธรรมย่อมเสื่อมจากคุณที่จะพึ่งได้พึ่งถึง ผู้รู้

เท่าถึงธรรม  จักมีอยู่  แม้เราก็จักไปยังตำบลอุรุเวลาเสนานิคม  เพื่อจะแสดงธรรม                   


 
 
 
 
 
 

FM 100.25 Mhz

 
 

 

 

 

 

 


 

  

 


  






 
 
เว็บไชด์นี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์แด่ท่านผู้รับฟังทั้งทางใกล้และไกลจากต่างประเทศและต่างจังหวัด ที่สัญญาการออกกาศเราไม่สามารถส่งถึงท่านได้  ก็ได้แต่จัดทำเว็บขึ้นมาเพื่อที่ท่านจะได้รับฟังรายการที่ท่านชอบ  แต่ไม่มีเวลาฟังในช่วงที่รายการนั้นออกอากาศได้ ดังนั้น ทางผู้จัดรายการและผู้บริหารเล็งเห็นว่า การฟังการการย้อนหลังได้จะเป็นประโยชน์กับท่านที่ไม่ว่างจะฟังในช่วงนั้นๆได้  ท่านจะได้รับฟังย้อนหลังหรือดาวโหลดรายต่างๆที่ออกอากาศไปแล้วไปฟังได้อีกทางหนึ่ง  และขอคุณทุกท่านที่ได้เข้ามาชมและดาวโหลดรายการย้อน เป็นที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งว่า รายการต่างๆสถานเราได้นำเสนอกับท่านได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี  และทางผู้จัดทำจะได้นำสถิติที่ท่านดาวโหลดรายการย้อนหลังว่าท่านผู้ฟังสนใจรูปแบบรายการอย่างไรจะได้นำเสนอได้ถูกใจท่านมากที่สุด
ความสุขของท่าน คือความสุขของเราคณะผู้บริหาร


 

                                                                        คลิ๊ก====> ฟังรายการภาษาธรรมภาษาใจย้อนหลัง
 
ประวัติครูบาอาจารย์ต่างๆ ๕๐ รูป
ฟังสอนแม่ปฏิบัติธรรมโดยธีรยุทธ เจริญยิ่ง
 
                   คลิ๊ก===>>ประวัติบุรพาจารย์
 
พระอาจารย์เสาร์ กันตสีลเถระ ชาติภูมิของท่านเป็นชาวจังหวัดอุบลราชธานี ชาตะเมื่อ พ.ศ.2403 มรณะภาพเมื่อ พ.ศ. 2485 ท่านเป็นพระอาจารย์ของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตตเถระ และเป็นพระวิปัสสนาธุระผู้เคร่งครัดในพระธรรมวินัยอย่างยอดเยี่ยม บุคลิกลักษณะสมบูรณ์ สง่าผ่าเผย เกรงขาม พูดน้อย แต่มีวาจาศักดิ์สิทธิ์ พูดอะไรมักจะเป็นอย่างนั้น ดังสมัยท่านเดินธุดงค์ไปในท้องถิ่นขอนแก่น ซึ่งเป็นปฐมฤกษ์ที่พระกัมมัฏฐานรุ่นแรกเหยียบย่างเข้าไปสู่ถิ่นนั้น มีประชาชนแตกตื่นเลื่อมใสไปให้ทานทำบุญเป็นจำนวนมาก หลังจากให้ทานแล้วก็ใคร่อยากจะฟังธรรมเทศนาของท่านจึงกล่าวธรรมเป็นคติโดยย่อว่า " การให้ทานใครๆ ก็ให้ทานมามากแล้ว มีผลานิสงส์มากเหมือนกันกัน แค่สู้บวชเป็นขาวเป็นชีรักษาศีลอุโบสถไม่ได้ มีอานิสงส์มากกว่าให้ทานนั่นเสียอีก ถ้าใครอยากได้บุญมากขึ้นสวรรค์ไปนิพพานพ้นทุกข์ ก็ควรบวชเป็นขาวเป็นชีรักษาศีลอุโบสถเสียในวันนี้ " ปรากฏว่าในค่ำวันนั้นเอง มีญาติโยมชายหญิงบวชชีพร้อมกันร่วมร้อย อย่างน่าอัศจรรย์

ประการหนึ่ง สถานที่แห่งใด ที่ท่านเที่ยวธุดงค์ไปพักชั่วคราว สถานที่แห่งนั้นมักจะกลายเป็นวัดถาวรและเจริญรุ่งเรืองตามมาภายหลัง เช่น พระธาตุพนม ซึ่งแต่ก่อนรกร้างเป็นดง เมื่อท่านเดินรุกมูลเข้าไปพักอาศัยที่นั้นชั่วคราว ให้คนถากถางทำความสะอาดปัดกวาดอย่างดี ครั้นต่อมาภายหลัง ที่นั่นจึงกลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเจริญรุ่งเรืองเป็นที่เลื่อมใสของชาวพุทธทั่วประเทศมามาจนกระทั่งปัจจุบัน

และในทำนองเดียวกัน ก็ยังมีสถานที่อีกหลายแห่งที่ท่านธุดงค์ผ่านไปพักชั่วคราวแล้วกลายมาเป็นวัดได้รับความเจริญรุ่งเรืองเหลือเป็นอนุสรณ์สำหนับอนุชนรุ่นหลังจนกระทั่งทุกวันนี้

โดยพระครูสถิตบุญญารักษ์ ( จากหนังสือ " พระอาจารย์เสาร์ กันตสีโล " รวบรวมโดยคุณพิศิษฐ์ ไสยสมบัติ )

ร่วมรำลึกถึงองค์หลวงปู่เสาร์ กันตสีลเถระด้วย " สังฆานุสติ " ภาพถ่ายหลวงปู่เสาร์ ที่ทางผู้ดูแลเว็บได้รวบรวมจากหนังสือต่าง จากเว็บไซต์อื่นๆ และมีผู้ scan ส่งมาให้จำนวนทั้งหมด 10 ภาพ พร้อมทั้งประวัติความเป็นมาของภาพถ่ายนั้นบางภาพเท่าที่สืบทราบอ้างอิงได้ ขอเชิญทุกท่านชมภาพเพื่อรำลึกถึงองค์หลวงปู่ท่าน ณ บัดนี้ครับ

1. รูปถ่ายหลวงปู่เสาร์รูปนี้อนุเคราะห์โดยคุณจตุพล อินทรายุธ scan ส่งมาให้จากรูปต้นฉบับที่ตกทอดมาจากคุณปู่เป็นชาวนครพนมซึ่งถึงแก่กรรมไปแล้ว คุณพ่อของคุณจตุพลได้ถ่ายทอดความเป็นมาของภาพนี้ว่า ถ่ายที่วัดศรีเทพประดิษฐาราม อ.เมือง จ.นครพนม เมื่อคราวองค์ท่านมาเยี่ยมลูกศิษย์ของท่านคือหลวงปู่จันทร์ เขมิโยซึ่งเป็นเจ้าอาวาสอยู่วัดนี้ เมื่อปี พ.ศ. 2479 แล้วจะเลยไปธุดงค์ยังฝั่งลาวต่อ ครั้งนี้มีหลวงปู่เทสก์ เทสรังสีติดตามหลวงปู่เสาร์ไปด้วย โอกาสนี้หลวงปู่เทสก์ได้กราบเรียนขอโอกาสหลวงปู่เสาร์ถ่ายรูปไว้เพื่อให้ลูกหลานในภายหลังได้เห็นรูปท่านเป็นสังฆนุสติ เมื่อองค์ท่านอนุญาตแล้วหลวงปู่เทสก์ได้นำช่างถ่ายรูปจากเมืองท่าแขก ประเทศลาว จัดแจงอาสนะ ตาลปัตร ให้หลวงปู่เสาร์ด้วยองค์ท่านเอง โดยที่ตาลปัตรมีการระบุปี พ.ศ. 2479 อีกด้วย

แต่มีข้อมูลขัดแย้งกันเล็กน้อยคือ ในช่วงปี พ.ศ. 2479 หลวงปู่เทสก์ท่านธุดงค์ไปตามหลวงปู่มั่นในจังหวัดเชียงใหม่ จึงอาจไม่ใช่หลวงปู่เทสก์ก็เป็นได้ แต่ตามประวัติหลวงปู่เทสก์ท่านกราบขอหลวงปู่เสาร์ถ่ายในปี พ.ศ. 2472

2. รูปนี้พบเห็นบ่อยมาก ไม่ทราบความเป็นมา ได้จากซีดีหลวงพ่อชา สุภัทโธ จัดทำโดยวัดมาบจันทร์ จ.ระยอง
3. รูปนี้ยังไม่ค่อยพบเห็นที่ใด ไม่ทราบความเป็นมา scan โดยคุณผู้สังเกต จากหนังสือ " พระครูวิเวกพุทธกิจ หลวงปู่ใหญ่เสาร์ กนฺตสีโล พระปรมาจารย์ใหญ่ฝ่ายพระกรรมฐาน โครงการหนังสือบูรพาจารย์ เล่ม 5 " รวบรวมโดย รศ.ดร.ปฐม นิคมานนท์ หน้าที่ 296
ได้ลองสอบถามทาง อ.ปฐมแล้ว ท่านบอกว่าได้จากหนังสือประวัติหลวงปู่เสาร์ ที่คุณพิศิษฐ์ ไสยสมบัติเป็นผู้รวบรวม
4. รูปนี้เผยแพร่อย่างกว้างขวาง แต่ไม่ทราบความเป็นเช่นกัน
5. รูปนี้พบเห็นบ่อยเช่นกัน จากหนังสือ " พระอาจารย์เสาร์ กันตสีโล " รวบรวมโดยคุณพิศิษฐ์ ไสยสมบัติได้ระบุความเป็นมาของภาพนี้ว่า
" รูปนี้ถ่ายเมื่อต้นปี พ.ศ. ๒๔๘๐ ที่วัดป่าแสนสำราญ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ตอนองค์พระอาจารย์เสาร์ เดินทางจากบ้านข่าโขม มาพักที่ศาลาหลังเล็กของวัดป่านี้ก่อนที่จะเดินทางไปกรุงเทพฯ ทางรถไฟ ( สถานี้รถไฟอยู่ใกล้กับวัดนี้ )
ภาพนี้คณะลูกศิษย์ได้อัดถวายให้พระอาจารย์เสาร์ แจกในคราวงานพิธีทอดผ้าป่าที่วัดป่าหนองอ้อ บ้านข่าโคม โดยคณะตัวแทนเจ้าจอมมารดาทับทิม เป็นเจ้าศรัทธาเมื่อกลางปี พ.ศ.๒๔๘๐ "
ภาพนี้scanจากหนังสือ " พระปรามาจารย์สายพระกัมมัฏฐาน ท่านพระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโล " รวบรวมโดย คุณประกิต มหาแถลง
6. ภาพนี้ได้เผยแพร่ในช่วง 2 - 3 ปีมานี้ ความเป็นมาของภาพนี้ข้าพเจ้าได้รับการถ่ายทอดมาโดย พระอาจารย์ท่านหนึ่งซึ่งท่านดำรงตำแหน่งรองเจ้าอาวาสวัดดอนธาตุ อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี เมื่อคราวไปงานเปิดเจดีย์พิพิธภัณฑ์หลวงปู่เสาร์ ณ วัดแห่งนี้เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2546 ( ชมภาพในพิธีคลิ๊กที่นี่ ) ท่านได้เล่าว่า ภาพนี้เป็นเอกลักษณ์ของวัดดอนธาตุ เพราะท่านถ่ายที่วัดนี้ตอนที่ท่านมาจำพรรษาที่นี่เมื่อปี พ.ศ. 2482 และท่านได้สร้างวัดแห่งนี้เป็นวัดสุดท้ายในชีวิตของท่าน ปัจจุบันผ้าพรมผินที่ปูนั่งถ่ายภาพนี้ยังจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์นี้เอง
ภาพนี้ scanจากหนังสือ " พระปรามาจารย์สายพระกัมมัฏฐาน ท่านพระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโล " รวบรวมโดย คุณประกิต มหาแถลง
7. รูปนี้เผยแพร่ครั้งแรกในหนังสือ " ฐานิยตฺเถรวตฺถุ " ที่ระลึกในงานพระราชทานเพลิงศพหลวงพ่อพุธ ฐานิโย โดยในหนังสือได้กล่าวถึงภาพนี้ว่าเป็นภาพที่หลวงพ่อพุธวางไว้บูชาบนหัวที่นอน จากหนังสือ " พระอาจารย์เสาร์ กันตสีโล " รวบรวมโดยคุณพิศิษฐ์ ไสยสมบัติได้อธิบายว่าภาพนี้ได้รับมาจากหลวงพ่อพุธ ซึ่งองค์ท่านเล่าว่ามีญาติโยมทางแถบ อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม นำมาถวายให้ท่านเมื่อปี พ.ศ. 2541
8. ภาพนี้ยังเผยแพร่ไม่กว้างขวางนัก ไม่ทราบความเป็นมา ข้าพเจ้าพบครั้งแรกในหนังสือ " บูรพาจารย์ " ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 2
ภาพนี้ scan จากหนังสือ " พระปรามาจารย์สายพระกัมมัฏฐาน ท่านพระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโล " รวบรวมโดย คุณประกิต มหาแถลง
9. ภาพนี้ยังเผยแพร่ไม่กว้างขวางนัก องค์ท่านอยู่ทางด้านซ้ายมือ ส่วนด้านขวามือ คือ ท่านพระครูญาณโสภิตหรือหลวงปู่มี ญาณมุนี วัดถ้ำซับมือ จ.นครราชสีมา องค์ท่านเป็นครูบาอาจารย์ฝ่ายมหานิกายผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบท่านหนึ่ง ซึ่งท่านได้เคยศึกษาปฏิบัติทั้งจากหลวงปู่เสาร์และหลวงปู่มั่น ดั่งที่หลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน ได้กล่าวถึงองค์ท่านว่า " ท่านอาจารย์มีน่ะ เรารักเคารพท่านมาก นั่นล่ะ ท่านเข้าในขั้นเพชรน้ำหนึ่งนะ..." ( จากหนังสือ " สังฆรัตนะ " หน้าที่ 12 หัวข้อ " เพชรน้ำหนึ่ง ฝ่ายมหานิกาย " )
ภาพนี้ scan จากหนังสือ " ไก่เขี่ยแก้ว "


10.ภาพนี้ได้จากเว็บ " หลวงตาดอทคอม " องค์ท่านฉายร่วมกับคณะศิษยานุศิษย์ ณ วัดป่บ้านข่าโคม

 

 จ.อุบลราชธานี

พิ ธี บ ร ร จุ อั ฐิ ธ า ตุ เ เ ล ะ เ ปิ ด เ จ ดี ย์ พิ พิ ธ ภั ณ ฑ์
ห ล ว ง ปู่ เ ส า ร์  กั น ต สี โ ล
ณ  วั ด ด อ น ธ า ตุ  อ .พิ บู ล มั ง ส า ห า ร  จ . อุ บ ล ร า ช ธ า นี
2 2 - 2 3  มี น า ค ม  2 5 4 6

Resize of DSC04646.JPG
พระธาตุหลวงปู่เสาร์
Resize of DSC04543.JPG
"เจดีย์พิพิธภัณฑ์"
Resize of DSC04545.JPG
ทางเดินจงกรมหลวงปู่เสาร์
Resize of DSC04548.JPG
แท่นที่นั่งกรรมฐานหลวงปู่เสาร์
Resize of DSC04557.JPG
กุฏิหลวงปู่เสาร์
Resize of DSC04638.JPG
Resize of DSC04638.JPG
Resize of DSC04582.JPG
รูปหล่อหลวงปู่เสาร์
ในพิพิธภัณฑ์
Resize of DSC04579.JPG
Resize of DSC04579.JPG
Resize of DSC04601.JPG
Resize of DSC04601.JPG
Resize of DSC04589.JPG
Resize of DSC04589.JPG
Resize of DSC04606.JPG
ผ้าปูนั่ง - นอน หลวงปู่เสาร์
ผืนเดียวกับในภาพ
Resize of DSC04594.JPG
Resize of DSC04594.JPG
Resize of DSC04612.JPG
Resize of DSC04612.JPG
Resize of DSC04610.JPG
Resize of DSC04610.JPG
Resize of DSC04666.JPG
Resize of DSC04666.JPG
Resize of DSC04658.JPG
Resize of DSC04658.JPG
Resize of DSC04730.JPG
Resize of DSC04730.JPG
Resize of DSC04707.JPG
Resize of DSC04707.JPG
Resize of DSC04699.JPG
Resize of DSC04699.JPG

สะพานชั่วคราวข้ามแม่น้ำมูล
เฉพาะในวันงานเท่านั้น


สะพานชั่วคราว

ฟังพระธรรมเทศนา
DSC04773.JPG
ใส่บาตร
Resize of DSC04686.JPG
Resize of DSC04686.JPG
Resize of DSC04685.JPG
พระอาจารย์อุทัย ( ติ๊ก )
Resize of DSC04771.JPG
หลวงปู่หมุน

พระอาจารย์อุทัย วัดถ้ำพระภูวัว
Resize of DSC04806.JPG
หลวงตามหาบัว รับผ้าป่าช่วยชาติ
Resize of DSC04807.JPG
Resize of DSC04807.JPG
Resize of DSC04820.JPG
Resize of DSC04820.JPG

ถวายผ้าป่าแด่องค์หลวงตา

พุทธบริษัทที่มาฟังพระธรรมเทศนา
Resize of DSC04839.JPG
หนังสือที่ระลึก
 

 

พระธรรมเจดีย์
พระธรรมเจดีย์
หลวงปู่จูม  พนฺธุโล
วัดโพธิสมภรณ์  จ.อุดรธานี
พระญาณวิศิษฏ์
หลวงปู่สิงห์  ขนฺตฺยาคโม
วัดป่าสาลวัน  จ.นครราชสีมา
หลวงปู่ทองรัตน์  กนฺตสีโล
วัดป่าบ้านคุ้ม จ.อุบลฯ
ปู่บุญมี
หลวงปู่คำแสน  คุณลงฺกาโร
วัดป่าดอนมูล จ.เชียงใหม่
พระครูญาณโสภิต
หลวงปู่บุญมี ญาณมุนี

วัดป่าสูงเนิน จ.นครราชสีมา
สมเด็จพระมหาวีรวงศ์
หลวงปู่มหาพิมพ์ ธมฺมธโร

วัดพระศรีมหาธาตุ กทม.
ปู่ดุลย์
ปู่กินรี
ปู่เทสก์
พระราชวุฒาจารย์
หลวงปู่ดูลย์  อตุโล
วัดบูรพาราม  จ.สุรินทร์
หลวงปู่กินรี  จนฺทิโย
วัดกันตสีลาวาส  จ.นครพนม
พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์
หลวงปู่เทสก์  เทสรํสี
วัดหินหมากเป้ง จ.หนองคาย
ปู่อ่อน
ปู่จันทร์ศรี
ปู่ชอบ
หลวงปู่อ่อน  ญาณสิริ
วัดป่านิโคธาราม จ.อุดรฯ
พระธรรมวราลังการ
หลวงปู่ศรีจันทร์ วณฺณาโภ

วัดศรีสุทธาวาส จ.เลย
หลวงปู่ชอบ  ฐานสโม
วัดป่าสัมมานุสรณ์ จ.เลย
ปู่หลุย
ปู่ขาว
ปู่ฝั้น
หลวงปู่หลุย  จันฺทสาโร
วัดถ้ำผาบิ่ง จ.เลย
หลวงปู่ขาว  อนาลโย
วัดถ้ำกองเพล จ.หนองบัวฯ
หลวงปู่ฝั้น  อาจาโร
วัดป่าอุดมสมพร จ.สกลฯ
หลวงปู่แหวน  สุจิณฺโณ
พ่อลี
ปู่กงมา
หลวงปู่แหวน  สุจิณฺโณ
วัดดอยแม่ปั๋ง จ.เชียงใหม่
พระสุทธิธรรมรังสี คัมภีรเมธาจารย์
ท่านพ่อลี  ธมฺมธโร
วัดอโศการาม จ.สมุทรปราการ
หลวงปู่กงมา  จิรปุญฺโญ
วัดดอยธรรมเจดีย์  จ.สกลฯ
ปู่ตื้อ
หลวงปู่ตื้อ  อจลธมฺโม
วัดป่าพระอาจารย์ตื้อ  จ.เชียงใหม่

หลวงปู่สาม  อกิญฺจโน
วัดป่าไตรวิเวก จ.สุรินทร์
พระครูญาณทัสสี
หลวงปู่คำดี  ปภาโส
วัดถ้ำผาปู่  จ.เลย
สมเด็จพระมหามุนีวงศ์
หลวงปู่สนั่น จนฺทปชฺโช

วัดนรนาถสุนทริการาม กทม.
พระญาณสิทธาจารย์
หลวงปู่สิม  พุทฺธาจาโร
วัดถ้ำผาปล่อง จ.เชียงใหม่
พระอุดมญาณโมลี
หลวงปู่จันทร์ศรี จนฺททีโป

วัดโพธิสมภรณ์  จ.อุดรธานี
ปู่เหรียญ
ปู่มหาบัว
ปู่บุญจันทร์
พระสุธรรมคณาจารย์
หลวงปู่เหรียญ  วรลาโภ
วัดอรัญบรรพต  จ.หนองคาย
พระธรรมวิสุทธิมงคล
หลวงตามหาบัว  ญาณสมฺปนฺโน
วัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี
พระครูศาสนูปกรณ์
หลวงปู่บุญจันทร์  กมโล
วัดป่าสันติกาวาส จ.อุดรธานี
ปู่หลอด
ปู่เฟื่อง
ปู่เจี๊ยะ
พระครูปราโมทย์ธรรมธาดา
หลวงปู่หลอด ปโมทิโต

วัดสิริกมลาวาส กทม.
พระครูญาณวิศิษฏ์
หลวงปู่เฟื่อง โชติโก

วัดธรรมสถิต จ.ระยอง
พระครูสุทธิธรรมรังสี
หลวงปู่เจี๊ยะ จุนฺโท

วัดภูริทัตตปฏิปทาราม จ.ปทุมธานี
ปู่ชา
ปู่บัว
ปู่วิริยังค์
พระโพธิญาณเถร
หลวงพ่อชา สุภทฺโท

วัดหนองป่าพง จ.อุบลราชธานี
หลวงปู่บัว  สิริปุณฺโณ
วัดป่าหนองแซง จ.อุดรธานี
พระเทพเจติยาจารย์
หลวงปู่วิริยังค์ สิรินฺธโร

วัดธรรมมงคล กทม.
ปู่สุวัจน์
ปู่วัน
ปู่จันทร์โสม
พระโพธิธรรมาจารย์
หลวงปู่สุวัจน์  สุวโจ
วัดป่าเขาน้อย จ.บุรีรัมย์

พระอุดมสังวรวิสุทธิเถร
หลวงปู่วัน อุตฺตโม

วัดถ้ำอภัยดำรงธรรม จ.สกลนคร

หลวงปู่จันทร์โสม กิตฺติกาโร
วัดป่าบ้านนาสีดา จ.อุดรธานี
ปู่พุธ
ปู่จวน
ปู่สิงห์ทอง
พระราชสังวรญาณ
หลวงปู่พุธ ฐานิโย
วัดป่าสาลวัน จ.นครราชสีมา
หลวงปู่จวน  กุลเชฏฺโถ
วัดเจติยาคีรีวิหาร ( ภูทอก ) จ.สกลนคร
หลวงปู่สิงห์ทอง  ธมฺมวโร
วัดป่าแก้ว จ.สกลนคร
ปู่ผาง
หลวงปู่ผาง จิตฺตคุตฺโต
วัดอุดมมงคลคีรีเขต จ.ขอนแก่น
หลวงปู่หล้า เขมปตฺโต
วัดบรรพตคีรี จ.มุกดาหาร
พระวิสุทธิญาณเถร
หลวงปู่สมชาย  ฐิตวิริโย

วัดเขาสุกิม  จ.จันทบุรี
ปู่บุญจันทร์
ปู่บุญเพ็ง
ปู่หลวง
หลวงปู่บุญจันทร์  จนฺทวโร
วัดถ้ำผาผึ้ง  จ.เชียงใหม่
หลวงปู่บุญเพ็ง  เขมาภิรโต
วัดถ้ำกลองเพล จ.หนองบัวลำภู
พระครูการุณย์ธรรมนิวาส
หลวงปู่หลวง กตปุญฺโญ

วัดสำราญนิวาส จ.ลำปาง

เนื่องในวาระคล้ายวันมรณภาพหลวงปู่มั่น ภูริทตฺตมหาเถร “ วันบูรพาจารย์ ” ปีที่ ๕๗
วันที่ ๑๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๙ เว็บไซต์หลวงปู่มั่น ภูริทัตฺตมหาเถร
ขอนำเสนอการตามรอยหลวงปู่มั่นจากภาพถ่ายต้นฉบับที่ได้มีการเปิดเผยอีกครั้งในรอบ ๕๐ ปี
จากทายาทของอุบาสกผู้อยู่ในตำนาน ขอเชิญทุกท่านธรรมทัศนา ณ บัดนี้

บันทึกประวัติศาสตร์ พระบูรพาจารย์

ท่านใดที่เคยศึกษามหาเถระประวัติ “ หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ” คงจะเคยสงสัยในความเป็นมาของรูปถ่ายหลวงปู่รูปต่างๆ ว่ามีประวัติความเป็นมาอย่างไร โดยเฉพาะท่านใดที่เคยเดินทางไปที่พิพิธภัณฑ์บริขารหลวงปู่มั่นฯ ที่จังหวัดสกลนคร หรือหนังสือประวัติหลวงปู่มั่นฯ ที่พระอาจารย์มหาบัว ญาณสมฺปนฺโน ได้เขียนไว้หรือแม้กระทั้งหนังสือที่ได้ตีพิมพ์ล่าสุด “ บูรพาจารย์ ” คงจะได้เห็นรูปหลวงปู่มั่นฯ ขนาดใหญ่ซึ่งเป็นภาพต้นฉบับ ที่ปรากฏในรูปถ่ายเก่าในกรอบไม้โบราณในรูปตั้งอยู่บนโต๊ะไม้ ด้านหน้าของรูปคืออัฐิธาตุหลวงปู่มั่นที่แปรสภาพเป็น “ พระธาตุ ” ข้างๆ คือ คุณวัน คมนามูล อุบาสกผู้พบความมหัศจรรย์ของอัฐิธาตุหลวงปู่มั่นเป็นคนแรก และอีกภาพก็มีท่านพระอาจารย์มหาบัวฯ ขณะกำลังพิจารณาอัฐิธาตุหลวงปู่มั่นฯ อยู่ด้วย

หลายท่านคงอาจสงสัยว่ารูปถ่ายดังกล่าวปัจจุบันอยู่ที่ใด มีประวัติความเป็นมาอย่างไร และยิ่งถ้าสังเกตในภาพแล้วจะพบว่ามีข้อความอยู่ใต้ภาพด้วย ซึ่งข้อความนี้อาจจะไขสิ่งที่อยู่เบื้องหลังภาพอาจเป็นประวัติศาสตร์อีกหน้าที่กำลังรอการเปิดเผยก็เป็นได้

จนกระทั้งขณะที่ข้าพเจ้าอุปสมบทอยู่ที่วัดบรมนิวาสราชวรวิหาร ในช่วงเดือนพฤษภาคม ๒๕๔๙ ข้าพเจ้าก็ได้พบกับผู้ที่ครอบครองภาพนี้อยู่ คือ “ ดร.นระ คมนามูล ” ทายาทของ “ คุณวัน คมนามูล ” ผู้เป็นเจ้าของเรื่องราวความมหัศจรรย์ของอัฐิธาตุหลวงปู่มั่นเมื่อกว่าห้าสิบปีมาแล้วและยังเป็นเจ้าของรูปดังกล่าวด้วย จนกระทั้งข้าพเจ้าได้ไปเยี่ยมเยียนบ้านพักของ ดร.นระฯ จึงได้มาอยู่ตรงหน้า “ ประจักษ์พยานแห่งพระบูรพาจารย์กรรมฐาน ” ภาพถ่ายประวัติศาสตร์หลวงปู่มั่นฯ ต้นฉบับ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ข้าพเจ้าได้ค้นพบ ข้าพเจ้าก้มกราบรำลึกพระสังฆานุสติประดุจองค์ท่านได้มาโปรดข้าพเจ้าอยู่ตรงหน้าในเพศบรรพชิตของข้าพเจ้าในขณะนั้น

รูปถ่ายนี้ถ่ายในขณะที่หลวงปู่มั่นอยู่ในอิริยาบถนั่งสมาธิ ห่มจีวรลดไหล่ พาดสังฆาฏิ นั่งอยู่บนอาสนะสีขาว มีพรมปูทับและหมอนอิงหลัง บนธรรมาสน์ขนาดใหญ่มีพนักพิงทรงสูง รูปถ่ายมีขนาดโดยประมาณ กว้าง ๑๐ นิ้ว ยาว ๑๒ นิ้ว ที่มุมซ้ายของภาพมีรอยปั๊มนูนแสดงร้านถ่ายภาพ “ มีกวง นครราชสีมา ” ติดบนกระดาษแข็งหนา บรรจุอยู่ภายในกรอบไม้สักทาสีทองแกะสลักเป็นลายเถาองุ่น มีขนาดโดยประมาณ กว้าง ๒๐ นิ้ว ยาว ๒๕ นิ้ว อยู่ในสภาพสมบูรณ์ และที่สำคัญ คือ ข้อความที่บันทึกอยู่ด้านล่างรูปถ่ายบนกระดาษแข็ง ซึ่งข้าพเจ้าถอดข้อความได้ดังนี้

“ ถ่ายเมื่อวันที่ ๑๐ มิถุนายน พระพุทธศักราช ๒๔๘๓ รูปพระอาจารย์หมั้น อายุ ๗๐ ปี พรรษา ๔๗ เป็นพระมหาเถระ ถือธุดงค์วัต ชำนาญในสมถะวิปัสสนา มีลูกศิษมาก ท่านศึกษาต่อ พระปัญญาพิสาระเถร พระอุบาลี เป็นกรรมวาจา ในภาคอิสานและภาคพายัพไม่ใครสู้ในทางปฏิบัติชอบอยู่ในป่า เขาถ้ำ อยู่เขาเชียงใหม่ ”

และยังลงรายมือชื่อ “ วัน คมนามูล ” ซึ่งแสดงให้เห็นว่า คุณวันฯ เป็นผู้บันทึก และข้างหลังของภาพก็ยังมีบันทึกตามแนวนอนของกรอบรูป มีข้อความว่า

“ รูปพระอาจารย์หมั้น เกิดเมืองอุบลภาคอิสาน อายุ ๗๐ ปี พรรษา ๔๗ ได้ศึกษาเล่าเรียนต่อพระปัญญาภิสารเถระ เจ้าคุณอุบาลีเป็นกรรมวาจา ท่านได้ปฏิบัติในสมถะวิปัสสนา ท่านกลับเชียงใหม่ อยู่ในเขาเชียงใหม่ ๑๑ ปี มีลูกศิษย์มาก พระอาจารย์สิงห์ พระมหาปิ่น พระอาจารย์อ่อน พระอาจารย์ฟั่น พระอาจารย์ภูมี พระอาจารย์อ่อน พระอาจารย์สีโห พระอาจารย์ลี พระอาจารย์กงมา พระอาจารย์คำดี และท่านได้ปฏิบัติที่สุดในพระศาสนา ท่านได้ทั้งมรรคผลรู้ธรรมพิเศษ และมีปัญญาอภิญญารู้ทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคต แลรู้บุพเพนิวาสานุสติญาณ ข้าพเจ้าเรียกช่างภาพมาถ่ายภาพไว้ เพื่อให้กุลบุตรและธิดาเกิดมาภายหลังจะได้รู้ได้เห็นเป็นตัวอย่างว่าพระอรหันต์ไม่ขาดจากโลก ในประเทศสยามประเทศไทย...พระกรรมถานคณะอาจารย์หมั้น พระอาจารย์สิงห์ เป็นลูกสิสของท่านได้ประกาศพระศาสนาในทางสมถวิปัสสนา เป็นกำลังของพระศาสนา อุบล อุดร นครพนม สกล นครราชสีมา ไชยภูมิ สุริน บุรีรัมย์ เพชรบูรณ์ ตราด จันทบุรี กรุงเทพ ธนบุรี สมุทรปราการ บางปู สระบุรี ข้าพเจ้าได้ศึกษาจากท่านนี้ จึงได้รู้หลักของพระศาสนา ไม่ใช่พระลวงโลกย์ ไม่สั่งสอนโดยไม่เห็นแก่ลาภสักการะ ”

“ นายวัน คมนามูล อายุ ๔๔ ปี เกิดปีวอก วันจันทร์ เดือน ๑๐ ”

จากข้อความด้านหลังจะเห็นได้ว่า เป็นการบันทึกต่อเนื่องจากด้านหน้าที่เนื้อที่ไม่พอ คุณวันฯ จึงได้บันทึกข้อความทั้งหมดอีกครั้งด้านหลังภาพ พร้อมทั้งบันทึกอายุและวันเกิดของคุณวันฯ ในขณะที่บันทึก ส่วนลักษณะการสะกดชื่อพระอาจารย์มั่นของคุณวันที่เขียนว่า “ พระอาจารย์หมั้น ” คงเป็นการสะกดที่คลาดเคลื่อน หรือเป็นความนิยมของการสะกดในสมัยนั้นซึ่งในหลายๆ คำจะเห็นว่าสะกดไม่เหมือนกับปัจจุบัน แต่เมื่อผันวรรณยุกต์แล้วก็จะเห็นว่า ออกเสียงเหมือนกับคำว่า “ มั่น ” เหมือนกัน

ส่วนที่บันทึกถึงครูบาอาจารย์ของหลวงปู่มั่น “ พระปัญญาภิสาระเถร ” ก็คือ พระปัญญาพิศาลเถร ( หนู ฐิตปญฺโญ ) อดีตเจ้าอาวาสวัดปทุมวนารามรูปที่ ๕ มรณภาพเมื่อ ๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๘๗ กับ “ พระอุบาลี ” หรือ “ เจ้าคุณอุบาลี ” ก็คือ พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ ( จันทร์ สิริจนฺโท ) อดีตเจ้าอาวาสวัดบรมนิวาสราชวรวิหาร มรณภาพ พ.ศ. ๒๔๗๕ จากบันทึกระบุว่าเป็น “ กรรมวาจา ” น่าจะหมายถึงเป็น พระกรรมวาจาจารย์ในเวลาอุปสมบทหลวงปู่มั่น ซึ่งน่าจะเป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อนของคุณวันฯ ซึ่งจากบันทึกประวัติหลวงปู่มั่นฯ พระกรรมวาจาจารย์ของท่านคือ “ พระครูสีทา ชยเสโน ” อดีตเจ้าอาวาสวัดบูรพา จังหวัดอุบลราชธานี

จากข้อความนี้แสดงให้เห็นว่าภาพถ่ายนี้ถ่ายเมื่อวันที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๔๘๓ เมื่อหลวงปู่มั่นมีอายุ ๗๐ ปี พรรษาที่ ๔๗ จากการศึกษาภาพถ่ายหลายๆ ภาพที่ได้มีการเผยแพร่กันมา ภาพนี้เป็นภาพแรกที่ได้มีการบันทึกประวัติความเป็นมาไว้อย่างชัดเจนที่สุด เพราะภาพอื่นๆ จะทราบเพียงว่าถ่ายที่ใด ในช่วงเวลาประมาณเท่าใดเท่านั้น ถึงแม้บันทึกทั้งหน้ารูปและหลังรูปนี้จะไม่ได้ระบุสถานที่ไว้ชัดเจน แต่จากลายปั๊มนูนแสดงชื่อร้านถ่ายรูป “ มีกวง นครราชสีมา “ ซึ่งคุณวันฯ ได้ว่าจ้างมาถ่ายรูปนั้น เป็นร้านถ่ายรูปที่มีชื่อของจังหวัดนครราชสีมาในสมัยนั้น ในปัจจุบันร้านนี้ก็ยังเปิดดำเนินกิจการอยู่

และเมื่อเปรียบเทียบปีที่ท่านจำพรรษาจากประวัติหลวงปู่มั่นฯ ที่ทั้งพระอาจารย์มหาบัวฯ กับฉบับของพระอาจารย์วิริยังค์ สิรินฺธโร ได้บันทึกว่า สรุปได้ว่า ในช่วงออกพรรษาปี ๒๔๘๒ เป็นปีที่หลวงปู่มั่นฯ ได้กลับจากจาริกแสวงหาโมกขธรรมในจังหวัดทางภาคเหนือตามคำนิมนต์ของศิษยานุศิษย์ทางภาคอีสาน นำโดย พระธรรมเจดีย์ ( จูม พนฺธุโล ) ท่านได้เดินทางโดยทางรถไฟจากเชียงใหม่มาพักที่กรุงเทพฯ ที่วัดบรมนิวาสราชวรหาร และเดินทางมาที่จังหวัดนครราชสีมา มาพักที่วัดป่าสาลวัน ซึ่งในขณะนั้นมี พระอาจารย์สิงห์ ขนฺตยาคโม เป็นเจ้าอาวาส แล้วยังมีศิษยานุศิษย์ของท่านพักอยู่ด้วยกันหลายรูป เช่น พระอาจารย์อ่อน ญาณสิริ, พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร เป็นต้น ต่อจากนั้นท่านจึงได้มาจำพรรษาที่วัดป่าโนนนิวาส จังหวัดอุดรธานี ในปี พ.ศ. ๒๔๘๓ ซึ่งคุณวันฯ เองก็พักอาศัยและเปิดกิจการส่วนตัวอยู่ในจังหวัดนครราชสีมาด้วย เมื่อเปิดปฏิทิน ๑๐๐ ปี พบว่าวันที่ ๑๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๘๓ ตรงกับวันจันทร์ ขึ้น ๕ ค่ำ เดือน ๗

จากข้อมูลดังกล่าวจึงอาจแสดงให้เห็นว่า รูปถ่ายนี้ถ่ายที่จังหวัดนครราชสีมา ภายในวัดป่าสาลวันเพราะในภาพองค์หลวงปู่ห่มจีวรลดไหล่ คงไม่ได้ถ่ายในร้านแน่นอน โดยคุณวันฯ ได้กราบอาราธนาท่านถ่ายรูป แล้วว่าจ้างช่างถ่ายภาพมาถ่ายองค์ท่านในช่วงเวลาที่องค์ท่านมาพำนักที่วัดป่าสาลวัน ก่อนท่านจะเดินทางไปจำพรรษาที่จังหวัดอุดรธานี


คุณวัน คมนามูล
เมื่อตอนบั้นปลายชีวิต

บันทึกนี้ยังแสดงให้เห็นเห็น ถึงความศรัทธาที่มีใ์นหลวงปู่มั่นฯ ของคุณวันฯ แล้วยังกล่าวถึงคุณธรรมพิเศษ กิจวัตร และเจตนารมณ์ของหลวงปู่มั่นฯ ที่คุณวันฯ น่าจะได้รับทราบจากการที่ได้อยู่ใกล้ชิดองค์หลวงปู่ฯ ซึ่งคุณวันฯ น่าจะได้รับความเมตตาเป็นพิเศษ จะเห็นได้ว่า ด้วยเจตนาที่บริสุทธิ์ คุณวันฯ สามารถขออนุญาตหลวงปู่มั่นฯ ถ่ายรูปได้ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าท่านไม่อนุญาตให้ใครถ่ายรูปของท่านได้ง่ายๆ ซึ่งท่านน่าจะดูเจตนาของแต่ละคนว่าต้องการรูปท่านไปทำอะไร แล้วยังกล่าวถึงศิษยานุศิษย์ของหลวงปู่มั่นฯ ที่ได้ออกไปเผยแผ่พระสัจธรรม ยังจังหวัดต่างๆ

ลงท้ายคุณวันฯ ยังได้ลงอายุของตัวเองในขณะที่บันทึกไว้ เมื่ออายุ ๔๔ ปี แล้วยังบอกวันเกิดของตนเองอีกด้วย จากบันทึกไม่ได้บอกวันข้างขึ้นข้างแรมไว้ แต่บอกไว้ว่าเป็น เดือน ๑๐ ปี วอก จากการสอบถามประวัติการเกิดของคุณวันฯ จากทายาท จึงทราบว่า คุณวันเกิดวันที่ ๑๐ กันยายน พ.ศ. ๒๔๓๙ เมื่อเปิดปฏิทิน ๑๐๐ ปีแล้ว พบว่าวันดังกล่าวตรงกับวันขึ้น ๔ ค่ำ เดือน ๑๐ ปีวอก ข้อมูลจึงตรงกัน

และเมื่อเปรียบเทียบ ปี พ.ศ. ๒๔๓๙ จนถึง ปี พ.ศ. ๒๔๘๓ ก็ยังเป็นเวลา ๔๔ ปี อีกด้วย ตรงกับอายุที่บันทึกไว้ แสดงว่าภายหลังจากถ่ายรูปแล้ว เมื่อล้างอัดภาพเรียบร้อย คุณวันก็ได้บันทึกวันที่ถ่าย กับข้อความดังกล่าวทันที ไม่ได้เก็บไว้ร่วงเลยเวลามานานแล้วจึงบันทึก ดังนั้นความผิดพลาดในด้านความทรงจำที่อาจจะคลาดเคลื่อนด้วยระยะเวลา จึงอาจจะมีน้อย ความถูกต้องในการบันทึกข้อความที่เพิ่งจะเกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ จึงน่าจะเป็นไปได้สูง อีกทั้งอุปนิสัยของคุณวันฯ เองที่ทราบจากทายาท ก็พบว่าชอบบันทึกเรื่องราวต่างๆ โดยเฉพาะรูปถ่ายต่างๆ ก็จะบันทึกความเป็นมา กับวันที่ถ่ายไว้ด้วย จึงทำให้ได้ทราบถึงอายุกาลของรูปถ่ายรูปนี้ ปัจจุบันคุณวันได้เสียชีวิตแล้ว เมื่อวันที่ ๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๑๔ สิริอายุ ๗๕ ป


ดร.นระ คมนามูล เมื่ออายุ ๑๐ ปี ถ่ายภาพกับพระภิกษุที่มาชมอัฐิธาตุ
หลวงปู่มั่นกลายเป็นพระธาตุที่บ้าน จังหวัดนครราชสีมาเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๖
ในรูปมีภาพถ่ายหลวงปู่มั่นฯ และพระธาตุวางให้เห็นชัดเจน

จากบันทึกของคุณวันฯ กับข้อมูลประวัติหลวงปู่มั่นฯ จึงสรุปได้ว่า ภาพถ่ายนี้ถ่ายในวันจันทร์ที่ ๑๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๘๓ ขึ้น ๕ ค่ำ เดือน ๗ ณ วัดป่าสาลวัน จังหวัดนครราชสีมา เป็นการเปิดบันทึกรูปถ่าย หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ที่สมบูรณ์ที่สุดที่มีอยู่ในขณะนี้ หวังว่าการค้นพบครั้งนี้ คงเป็นการจุดประกายในการศึกษาประวัติความเป็นมาของรูปถ่ายหลวงปู่มั่นรูปอื่นๆ ต่อไป และสุดท้ายนี้ขอขอบคุณ ดร.นระ คมนามูล ผู้เอื้อเฟื้อข้อมูล ภาพถ่าย สำหรับการบันทึกนี้ เพื่อเป็นการสืบทอดเจตนารมณ์ของคุณวันฯ “ ...ให้กุลบุตรและธิดาเกิดมาภายหลังจะได้รู้ได้เห็นเป็นตัวอย่างว่า พระอรหันต์ไม่ขาดจากโลก …”


ทันตธาตุหลวงปู่มั่น ณ วัดป่าภูริทัตตปฏิปทาราม จ.ปทุมธานี
อัฐิธาตุและฟันกรามหลวงปู่มั่น ณ วัดเจดีย์หลวง จ.เชียงใหม่
ทันตธาตุหลวงปู่มั่น ภูริทตฺตมหาเถร
อัฐิธาตุหลวงปู่มั่น ลักษณะต่างๆ

เกสาธาตุหลวงปู่มั่น

ภาพจากหนังสือ " ธรรมวิสุทธิ์ ๙๐ ปี หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน"
กราบขอบพระคุณ ท่านพระครูสุทธธรรมาภรณ์ ( พระอาจารย์พยุง ชวนปญฺโญ )
วัดป่าบ้านหนองผือ อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร

 
 
 

 

บุรพาจารย์


 

ปฏิปทาพระธุดงคกรรมฐาน
  (สายหลวงปู่มั่น ภูริทัตตมหาเถร)

..........ระภิกษุ ฝ่ายที่มุ่งศึกษาธรรม โดยการกระทำ หรือลงมือปฏิบัติ และพำนักอยู่ ตามป่าเขา ที่สงบ สงัด   สะดวกต่อการปฏิบัติ จึงเรียกว่า พระฝ่ายอรัญวาสี พระธุดงคกรรมฐาน หรือ พระป่า

    ..........ระภิกษุ ที่ได้รับการยกย่องนับถือว่า เป็นพระบุพพาจารย์ใหญ่ แห่งกองทัพธรรม พระกรรมฐานในประเทศไทย ได้แก่ ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ผู้ได้บำเพ็ญความเพียร ในขั้นเอกอุ จนบรรลุถึงธรรมชั้นสูงสุด

    .......... พระป่า หรือพระธุดงคกรรมฐาน สายท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต มีต้นเค้าดั้งเดิม ประมาณว่า เริ่มแต่ พระอาจารย์สีทา ชัยเสโน อดีตเจ้าอาวาสวัดบูรพา อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี

    .......... สำหรับพระเถระผู้มีบทบาท ในการสร้างหลักปักธงชัย พระกรรมฐาน ในแผ่นดินที่ราบสูง แดนอีสานได้แก่
    ..........ท่านเจ้าคุณพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจันโท) วัดบรมนิวาส กรุงเทพฯ
    ..........หลวงปู่เสาร์ กันตสีโล วัดเลียบ อุบลราชธานี
   

พระธุดงค์
.......... และ หลวงปู่มั่น ภูริทัตตมหาเถร ซึ่งกาลต่อมา ได้ให้การอบรม สั่งสมบารมีธรรม    แก่พระภิกษุสามเณร จนมีศิษย์ เป็นพระธุดงคกรรมฐาน ผู้ทรงคุณธรรม สัมมาปฏิบัติ ออกจาริกธุดงค เผยแผ่ธรรมนำศรัทธาสาธุชน ได้ผลดี เป็นอันมาก ต่อกิจการงานพระศาสนาสร้างสำนักป่า วัดวา ศาสนสถานในพระพุทธศาสนา ตามแบบที่เรียกว่า "วัดป่า" ที่เน้นธรรมชาติ ความเรียบง่าย สะอาด สงบ สว่างด้วยแสงธรรม

    ..........พระสายนี้ ชาวบ้านศรัทธาเรียกว่า พระธุดงคกรรมฐานหรือพระป่าสายท่านพระอาจารย์มั่น  ภูริทัตโต ซึ่งดำเนินปฏิปทา ตามแนวพ่อแม่ครูอาจารย์

    ..........พระป่าพระธุดงคกรรมฐาน จะปฏิบัติต่อครูอาจารย์ ที่เรียกท่าน ด้วยความเคารพอย่างสูงว่า
  "พ่อแม่ครูอาจารย์" ด้วยความเคารพนับถือ ดุจบิดรมารดาแลครูอาจารย์

    .......... ผู้เป็นพ่อแม่ ครูอาจารย์ ก็จะปกครอง อบรมดูแล ลูกศิษย์ ด้วยความเมตตาดุจพ่อแม่ แลครูอาจารย์ เช่นกัน

    ..........ระมาณปี พ.ศ.2459 เป็นต้นมา พระป่าสายท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต เริ่มทยอย เพิ่มจำนวนมากขึ้น  ขยายงานการเผยแผ่ ในภาคอีสาน โดยเฉพาะ ทางจังหวัดอุดรธานี หนองคาย นครพนม สกลนคร อุบลราชธานี  นครราชสีมา ขอนแก่น และตามภูมิภาคต่าง ๆ ที่รังสีธรรม แห่งกองทัพธรรมพระกรรมฐาน สายท่านพระอาจารย์มั่น  ภูริทัตโต ได้แผ่ไปถึง

    ..........พระป่าทุกองค์ จะต้องรักษาศีล อย่างบริสุทธิ์ ในกระบวนไตรสิกขา ศีลสมาธิปัญญานั้น ศีล เป็นข้อที่ง่ายที่สุดและเท่ากับ เป็นเครื่องทดสอบ สมณะเพศ เพราะการรักษาศีล ต้องการศรัทธา ความตั้งใจ ถ้าผู้ใดรักษาศีล  ให้บริสุทธิ์ไม่ได้ ก็อย่าหวังเลย ที่จะก้าวหน้า ในทางธรรมชั้นสูง

    ..........ศีล เป็นฐานที่ตั้งแห่งสมาธิ ทำให้บังเกิดสมาธิ และตั้งมั่น ศีลจะต้องดีก่อน สมาธิจึงจะดีได้ นอกจากนั้น  ในการจาริกธุดงค แสวงหา ที่สัปปายะ สำหรับอบรมจิต ต้องฟันฝ่าอุปสรรค นานาประการ พระป่าจึงเชื่อว่าศีลที่บริสุทธิ์ จะเป็นเกราะป้องกัน ที่ดีที่สุด

    .......... พระธุดงคกรรมฐาน หรือพระป่าสายท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต แต่ละรูป ตามประวัติได้ เคยบุกป่าฝ่าดงไปตามป่าเขา เผชิญกับสิงสาราสัตว์ ที่ดุร้าย ผจญกับภัยธรรมชาติ และมนุษย์ที่ตั้งตนเป็นศัตรู

          แต่ด้วยศีลที่บริสุทธิ์ของท่าน ได้เป็นเกราะแก้ว คุ้มกันพิทักษ์ รักษาพระคุณเจ้า ประสพสวัสดิภาพ ด้วยดีด้วยศีล  ด้วยบุญกุศล     ..........พระป่าสายท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต เป็นสุปฏิปันโน ที่มีปฏิปทา คือข้อวัตรข้อปฏิบัติต่างๆ ที่น่าเลื่อมใสศรัทธา เป็นปฏิปทา ที่ทำได้ไม่ง่าย เพราะเป็นปฏิปทา ที่ทวนกระแสโลก ทั้งทางกาย วาจา และใจ
          ซึ่งหลักปฏิปทานี้ คือ ธุดงควัตร 13 ขันธวัตร 14 เป็นเครื่องบำเพ็ญทางกาย และมี กรรมฐาน 40 เป็นเครื่องบำเพ็ญทางใจ สัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกันไป ในอริยาบทต่าง ๆ ของความเพียร ทั้งนี้เพราะธุดงควัตร 13 และวัตรต่าง ๆ ตลอดจนกรรมฐานทั้งมวล ล้วนเป็นธรรม เครื่องอบรมบ่มนิสัย ที่ติดกายมา ตั้งแต่ครั้งเป็นฆราวาส    และเป็นธรรม ที่จะทำลายล้างข้าศึกภายในใจ คือกิเลสตัณหา ให้หมดสิ้นไป

บริขาน

    ..........การถือธุดงค์ ของพระป่า พระธุดงคกรรมฐาน เป็นเจตนา ที่แสดงออก เพื่อประหารกิเลส ของตน เกี่ยวเรื่อง    เครื่องนุ่งห่ม อาหารการขบฉัน ที่อยู่อาศัย และความเพียร ด้วยข้อปฏิบัติ "ธุดงควัตร"

.......... ธุดงควัตร 13 ประกอบด้วย

    ..........1. ถือการนุ่งห่มผ้าบังสุกุลเป็นวัตร

    ..........2. ถือการนุ่งห่มผ้าสามผืนเป็นวัตร

    ..........3. ถือการบิณฑบาตเป็นวัตร

บิณฑบาต

    ..........4. ถือการบิณฑบาตไปโดยลำดับแถวเป็นวัตร

    ..........5. ถือการฉันจังหันมื้อเดียวเป็นวัตร

    ..........6. ถือการฉันในภาชนะเดียวคือฉันในบาตรเป็นวัตร

ฉันในบาตร

    ..........7. ถือการห้ามภัตตาหารที่เขานำมาถวายภายหลังเป็นวัตร

    ..........8. ถือการอยู่ป่าเป็นวัตร

    ..........9. ถือการอยู่โคนต้นไม้เป็นวัตร

    ..........10. ถือการอยู่อัพโภกาสที่แจ้งเป็นวัตร

    ..........11. ถือการอยู่ป่าช้าเป็นวัตร

    ..........12. ถือการอยู่ในเสนาสนะตามมีตามได้เป็นวัตร

    ..........13. ถือเนสัชชิกังคธุดงค์ คือการไม่นอนเป็นวัตร

      .......... การถือธุดงคบำเพ็ญได้ด้วยการสมาทานคือด้วยอฐิษฐานใจ หรือแม้นด้วยการเปล่งวาจา

    ..........คุณประโยชน์ของธุดงควัตร คือ การยังชีพโดยบริสุทธิ์ มีผลเป็นสุข เป็นของไม่มีโทษ บำบัดความทุกข์ของผู้อื่นเสีย เป็นของไม่มีภัย เป็นของไม่เบียดเบียน มีแต่เจริญฝ่ายเดียว ไม่เป็นเหตุให้เสื่อม ไม่มีมารยาหลอกลวงไม่ขุ่นมัว เป็นเครื่องป้องกัน เป็นเหตุให้สำเร็จสิ่งที่ปรารถนา กำจัดเสียซึ่งศัสตราทั้งปวง มีประโยชน์ในทางสำรวมเป็นเครื่องสมควรแก่สมณะ ทำให้สงบยิ่ง เป็นเหตุให้หลุดพ้น เป็นเหตุให้สิ้นราคะ เป็นการระงับเสียซึ่งโทสะทำโมหะให้ พินาศไปเป็นการกำจัดเสีย ซึ่งมานะ เป็นการตัดเสีย ซึ่งวิตกชั่ว ทำให้ข้ามความสงสัยได้ กำจัดเสียซึ่งความเกียจคร้าน กำจัดเสีย ซึ่งความไม่ยินดีในธรรม เป็นเหตุให้มีความอดทน เป็นของชั่งไม่ได้เป็นของหาประมาณมิได้ และทำให้สิ้นทุกข์ทั้งปวง

กลด

    ..........อานิสงส์ การปฏิบัติธุดงควัตร ทำให้พระป่าที่จาริกไป ตามป่าเขา พำนักตามโคนไม้ เพิงผาและ ตามถ้ำเป็นอยู่อย่างสมถะ เสียสละ ลดละอุปโภคบริโภค ทำให้จิตของท่าน เป็นอิสระพ้นจาก พันธนาการเครื่องร้อยรัดขัดขวาง สู่ความเบาสบาย สงบเอื้อต่อการเจริญสมาธิภาวนา บำเพ็ญความเพียร การท่องไป ในป่าที่ดารดาษ ไปด้วยสิงสาราสัตว์ ภัยอันตราย เป็นการฝึกจิต หลอมใจ ให้เข้มแข็ง มีสติระลึกรู้ มีบทบริกรรม"พุทโธ" อยู่กับสายลมหายใจ

    ..........การเจริญสติ ก่อให้เกิดสมาธิ และจิตตานุภาพ พระธุดงคกรรมฐาน สายท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโตจะผ่านการประหารกิเลส ด้วยธุดงควัตร จิตของพระคุณเจ้า จึงมั่นคง เข้มแข็งด้วย ศีลสมาธิปัญญาศรัทธาความเพียร     ..........ระป่า สายท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ผู้มอบกายถวายชีวิต ในพระพุทธศาสนา ดำเนิน เดินตามทางรอยธรรม พ่อแม่ครูอาจารย์ ธุดงคจาริกไป ตามวนาป่าเขา เพื่อผลานิสงส์ ในการเพิ่มพูน บารมีธรรมแห่งพระบรมศาสดา สัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อมรรคผล นิพพาน เพื่อสงเคราะห์โลก แลสรรพสัตว์ เป็นเนื้อนาบุญของพระพุทธศาสนา เป็นขุนพลกล้า แห่งกองทัพธรรมพระกรรมฐาน ที่มีคุณูปการ อเนกอนันต์ ตราบนิรันดร์สมัย


พระธุดงค์

สรุปพระภิกษุฝ่ายอรัญวาส
ในพระพุทธศาสนา พระภิกษุ แบ่งออกได้เป็นสองฝ่าย คือ


คลิ๊ก อ่านต่อ===>>พระธรรมฑูตยุคแรกในประเทศไทย1