โคลงฉันท์กาพย์กลอน

กาพย์เห่เรือ กระบวนพยุหยาตราชลมารค ในโอกาสประชุมเอเปคฯ พุทธศักราช ๒๕๔๖
ผู้ประพันธ์โดย ..... นาวาเอก ทองย้อย แสงสินชัย .. บทที่ ๑ ชมเรือ
-http://www.navy.mi.th/civil/apec2003/verse.htm

๏ ๏ ๏ ลอยลำงามสง่าแม้น .................... มณีสวรรค์
หยาดโพยมเพียงหยัน .................... ยั่วฟ้า
สายชลชุ่มฉ่ำฉัน .................... เฉกทิพย์ ธารฤา
ไหลหลั่งโลมแหล่งหล้า .................... หล่อเลี้ยงแรงเกษม

๏ ๏ ๏ เรือเอยเรือพระที่นั่ง .................... พิศสะพรั่งกลางสายชล
ลอยลำงามสง่ายล .................... หยาดจากฟ้ามาโลมดิน
สุวรรณหงส์ทรงพู่ห้อย .................... งามชดช้อยลอยหลังสินธุ์
อวดโฉมโสมโสภิน .................... ลินลาศเลื่อนเตือนตาชม

๏ ๏ ๏ นารายณ์ทรงสุบรรณ .................... ดังเทพสรรเสกงามสม
ปีกป้องล่องลอยลม .................... ดุจเลื่อนฟ้ามาล่องลอย
กระบี่ศรีสง่า .................... งามท่วงท่าไม่ท้อถอย
เรือครุฑไม่หยุดคอย .................... ยุคนาคคล้อยลอยเมฆินทร์

๏ ๏ ๏ อสุรวายุภักษ์ .................... ศักดิ์ศรีคู่อสุรปักษิน
พายยกเพียงนกบิน .................... ผินสู่ฟ้าร่าเริงบน
เรือแซงแข่งเรือดั้ง .................... พร้อมสะพรั่งกลางสายชล
เรือชัยไฉไลล้น .................... ยลเรือกิ่งพริ้งเพราตา

๏ ๏ ๏ ยักษ์ลิงกลิ้งกลอกกาย .................... แลลวดลายล้วนเลขา
รูปสัตว์หยัดกายา .................... พาโผนเผ่นเป็นทิวธาร
นาวาสถาปัตย์ .................... เชิงช่างชัดเชี่ยวชาญฉาน
ท่อนไม้ไร้วิญญาณ .................... ท่านเสกสร้างเหมือนอย่างเป็น

๏ ๏ ๏ ฝีมือลือสามโลก .................... ดับทุกข์โศกคลายเคืองเข็ญ
ยิ่งยลยิ่งเยือกเย็น .................... เห็นสายศิลป์วิญญาณไทย
เจ้าเอยเจ้าพระยา .................... ถั่งธารามานานไกล
เอิบอาบกำซาบใจ .................... หล่อเลี้ยงไทยแผ่นดินทอง

๏ ๏ ๏ รวงทองเหลืองท้องทุ้ง .................... แดดทอรุ้งเหนือเขื่อนคลอง
ข้าวปลามาเนืองนอง .................... เรือขึ้นล่องล้วนเริงแรง
วัดวาทุกอาวาส .................... พุทธศาสน์ธรรมทอแสง
น้ำใจจึงไหลแรง .................... ไม่เคยแล้งจากใจไทย

๏ ๏ ๏ เกลียดใครไม่นานวัน .................... แต่แรกนั้นนานกว่าใคร
เจ้าพระยาหยาดยาใจ .................... คือสายใยหยาดจากทรวง
เห่เอยเห่เรือสวรรค์ .................... เพลงคนธรรพ์ลั่นลือสรวง
ฝากหาวเดือนดาวดวง .................... อย่าลับล่วงอยู่นิรันดร์เทอญ.


\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

กาพย์เห่เรือ กระบวนพยุหยาตราชลมารค ในโอกาสประชุมเอเปคฯ พุทธศักราช ๒๕๔๖
ผู้ประพันธ์โดย ..... นาวาเอก ทองย้อย แสงสินชัย .. บทที่ ๒ ชมเมือง
-http://www.navy.mi.th/civil/apec2003/verse_02.htm


๏ ๏ ๏ สยามเอยอุโฆษครื้น .................... คุณขจร
สุขสถิตสถาพร .................... ผ่านฟ้า
ไตรรงค์ลิ่วลมสลอน .................... อวดโลก
ตราบเมื่อนี้เมื่อหน้า .................... เมื่อโน้นนิรันดร์เกษม

๏ ๏ ๏ สยามเอย สยามรัฐ .................... งามร่มฉัตรทัดเทียมโพยม
กิตติศัพท์ขับประโคม .................... โครมครืนครั่นลั่นหน้าคง
สุโขทัยไกลสุด .................... ถึงอยุธยายง
ธนบุรีลอยฟ้าลง .................... ทรงศักดิ์ฟื้นคืนคุณขจร

๏ ๏ ๏ รัตนโกสินทร์ศิลป์ .................... สืบระบิลอันบวร
แม่นแม้นแดนอมร .................... ถอนจากฟ้ามาเมืองดิน
เจ้าเอย เจ้าพระยา .................... ถั่งธารามาเรื่อยริน
ทวยไทยได้อาบกิน .................... ลินลาศลุ่มขุมกำลัง

๏ ๏ ๏ งามเอย งามระยับ .................... แวววาววับวัดเวียงวัง
ย่ำค่ำย่ำระฆัง .................... วังเวงหวานซ่านซึ้งเสียง
เจดีย์ศรีสูงเหยียด .................... เสียดยอดท้าฟ้ารายเรียง
ปรางค์ยอดทอดเงาเคียง .................... เลี้ยงตาเมืองเรื้องเรืองรมย์

๏ ๏ ๏ พืชพันธุ์ธัญญาผล .................... เลี้ยงชีพชนดลอุดม
นาสวนชวนชื่นชม .................... ร่มรื่นไม้ไพรพฤกษ์มี
รอยยิ้มพิมพ์ใจสวย .................... ชมรุ่มรวยด้วยไมตรี
เสน่ห์ประเพณี .................... ศรีสง่ามานิรันดร์

๏ ๏ ๏ น้ำใจไม่เคยจืด .................... อยู่ยาวยืดยิ้มยืนยัน
ต่างเพศต่างผิวพรรณ .................... แต่ใจนั้นไม่ต่างใจ
แขกบ้านแขกเมืองมา .................... ไทยทั่วหน้าพาสดใส
ท่านมาจากฟ้าไกล .................... อยู่เมืองไทยไร้กังวล

๏ ๏ ๏ เทคโนอาจน้อยหน้า .................... แต่ข้าวปลาไม่ขัดสน
สินทรัพย์อาจอับจน .................... แต่ใจคนไม่จนใจ
บ้านเรือนไม่หรูหรา .................... แต่สูงค่าปัญญาไทย
หนทางอาจห่างไกล .................... แต่หัวใจใกล้ชิดกัน

๏ ๏ ๏ ศาสนาสถาพร .................... ประชากรเกษมสันต์
ร่มธรรมฉ่ำชีวัน .................... ฟั้นฝึกใจใฝ่ความดี
ราชันขวัญสยาม .................... ปิ่นเพชรงามปักธานี
ร่มพระบารมี .................... ศรีไผทฉัตรชัยชน

๏ ๏ ๏ ไตรรงค์ธงชัยโชค .................... ลอยอวดโลกโบกลมบน
ขวัญฟ้าขวัญตายล .................... ล้นเลิศหล้าศักดิ์ศรีสยาม
เมื่อนี้ตราบเมื่อหน้า .................... คงคู่หล้ากล้าเกียรติงาม
ใครบุกรุกเขตคาม .................... ตามหาญหักรักษ์แผ่นดิน

๏ ๏ ๏ ฟ้าเอย ฟ้าสยาม .................... งามกว่าฟ้าทุกธานินทร์
เพลงสยามทุกยามยิน .................... วิญญาณปลื้มดื่มด่ำเอย.


\[=^-^=]/ ..... \[=^๐^=]/

กาพย์เห่เรือ สดุดีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน
เนื่องในโอกาสสมโภชน์ กรุงรัตนโกสินทร์ ๒๐๐ ปี
ผู้ประพันธ์โดย ..... อาจารย์ มนตรี ตราโมทย์
-http://www.navy.mi.th/civil/apec2003/verse_03.htm

๏ ๏ ๏ บุญไทยไพจิตรเจ้า .................... จักรวาล
บรมขัตติย์ปัจจุบันกาล .................... ก่อสร้าง
ชูชาติช่วยราษฎร์ศานติ์ .................... สุขสู่ สรรพแล
พระราชกิจเกิดผลกว้าง .................... กวาดร้ายกลายเกษมฯ

<<< ช้าละวะเห่ >>>

๏ ๏ ๏ สมเด็จภูวดล .................... ภูมิพลอดุลยเดช
จักรินปิ่นประเทศ .................... ปกไผทไทยสุขศานติ์

<<< มูลเห่ >>>

๏ ๏ ๏ ด้วยทรงธำรงรัฐ .................... ตามดำรัสปฎิญาณ
ณ ห้องพระโรงธาร .................... วันราชาภิเษกศรี
เราจักครองโดยธรรม .................... นำผองไทยทั่วธานี
ให้อยู่ดีกินดี .................... มีความสุขสิ้นทุกข์ภัย
พระองค์คอยทรงตรับ .................... สดับข่าวชนชาวไทย

๏ ๏ ๏ เดือนร้อนรอนที่ใด .................... เสด็จไปถึงที่นั้น
ผันแปรทรงแก้ไข .................... บำบัดภัยให้สุขสันติ์
น้ำแล้งแต่งแก้พลัน .................... สรรค์เขื่อนฝายส่งสายชล
ที่แล้งแห้งเหือดแสน .................... ฝนเทียมแทนแม้นสายฝน
ดับเข็ญเย็นกระมล .................... ดลพฤกษ์พุ่มชอุ่มงาม

๏ ๏ ๏ ชาวเขาอยู่บนเขา .................... ทั้งแม้วเย้าเนาเขตคาม
เสด็จฝ่าบุกป่าหนาม .................... ตามเยี่ยมเยือนเพื่อเตือนใจ
ให้เลิกให้ละฝิ่น .................... เลิกทิ้งถิ่นทำลายไพร
รู้เปลี่ยนปลูกพืชไร่ .................... เพิ่มผลให้ได้เงินทอง

๏ ๏ ๏ พระทัยใฝ่แต่ช่วย .................... อำนวยให้ไทยทั้งผอง
รู้จักรักปรองดอง .................... ปองจิตร่วมรวมแรงกัน
รู้กิจสหกรณ์ .................... รวมทุนรอนได้ผ่อนผัน
ผลิตดลผลอนันต์ .................... อเนกแท้แก่ชาวไทย

๏ ๏ ๏ พระหวงห่วงปวงชน .................... ทั่วทุกหนแห่งเหนือใต้
ตกออกทั้งนอกใน .................... ชนบทจรดแดน
ยามรัฐอุบัติเหตุ .................... เกิดอาเพศวิกฤติแสน
วิปโยคสบโศกแกลน .................... ทรงแก้ได้ด้วยบารมี

๏ ๏ ๏ พระองค์ทรงสามารถ .................... สรรพศาสตร์ประเสริฐศรี
กีฬาและดนตรี .................... เกษตรเชี่ยวชำนาญการ
ยิ่งยงองค์กษัตริย์ .................... เถลิงรัฐไทยสถาน
นวมินทร์ปิ่นนฤบาล .................... สืบสายวานวงศ์จักรี

๏ ๏ ๏ ทรงครองผองประชา .................... ด้วยเมตตาและปรานี
เหมือนชนกปกเกศี .................... เปี่ยมรักสุดบุตรธิดา
ขอให้ทรงสำราญ .................... โรคภัยพาลอย่าบีฑา
เจริญชนมพรรษา .................... พระพลานามัยทวี

๏ ๏ ๏ ขอรัตนโกสินทร์ .................... อันเป็นถิ่นราชธานี
คู่ราชวงศ์จักรี .................... จงอยู่มั่นนิรันดร
นามเลื่องเรืองรุ่งโรจน์ .................... เกียรติช่วงโชติเกริกกำจร
บรรดาดัสกร .................... จงแพ้พ่ายมลายเทอญ ฯ


http://www.numtan.com/nineboard/view.php?id=3555
Comments