เรื่อง อิเหนา ตอนศึกกะหมังกุหนิง

 

เนื้อเรื่องย่อ  อิเหนา  ตอนศึกะหมังกุหนิง

                เมื่อท้าวกะหมังกุหนิงส่งทูตไปขอบุษบา  แต่ได้รับการปฏิเสธจากท้าวดาหาจึงเตรียมจัดทัพยกไปตีเมืองดาหาโดยให้พระอนุชา  คือ  ระตูปาหยังและระตูปาหมันรวมทั้งหัวเมืองทั้งปวงรวมมาช่วย  ท้าวกะหมังกุหนิงให้วิหยาสะกำเป็นทัพหน้าพระอนุชาทั้งสองเป็นทัพหลังส่วนพระองค์เป็นจอมทัพ  แต่ก่อนที่จะยกทัพไปนั้น  โหนทำนายว่าดวงชะตาของท้าวกะหมังกุหนิงและวิหยาสะกำนั้นถึงคาดถ้ายกทัพไปในวันรุ่งขึ้นจะพ่ายแพ้แก่ศัตรู  ควรงดเว้นการทำศึกไปก่อนเจ็ดวันจึงจะพ้นเคราะห์  แต่ท้าวกะหมังกุหนิงก็ไม่เปลี่ยนพระทัย

                ฝ่ายท้าวดาหาได้ขอความช่วยเหลือไปยังท้าวกุเรปัน   ท้าวกาหลัง  และท้าวสินหัดส่าหรี  ท้าวกุเรปันส่งราชสารฉบับหนึ่งสั่งให้อิเหนายกทัพไปช่วยท้าวดาหาทำศึก  อีกฉบับหนึ่งส่งไปให้ระตูหมันหยา  โดยตำหนินางจินตะหราว่าเป็นต้นเหตุให้อิเหนาตัดรอนนางบุษบาส่งผลให้เกิดศึกสงครามขึ้น  ระตูหมันหยารู้สึกผิดจึงเร่งให้อิเหนายกทัพไปเมืองดาหา  ส่วนท้าวกาหรังให้ตำมะหงงกับดะหมังคุมทัพมาช่วย  ท้าวสิงหัดสาหรีส่งสุหรานากงผู้เป็น”อรสมาช้าย

ท้าวกุเรปันเรียกอิเหนากลับเมืองถึงสองครั้ง  พร้องทั้งนัดวันอภิเษกระหว่างอิเหนากับบุษบา  แต่อิเหนาไม่ยอมกลับและสั่งความตัดรอนนางบุษบา  ท้าวกุเรปันและท้าวดาหาทราบเรื่องก็ขัดเคืองพระทัย   ท้าวดาหาถึงกลับหลุดปากว่าถ้าใครมาขอบุษบาก็จะยกให้

          ฝ่าย  จรกา  ระตูเมืองเล็กเมืองหนึ่ง  และเป็นอนุชาของ  ท้าวล่าสำ  (ท้าวล่าสำผู้นี้มีธิดา  คือ  ระเด่นกุสุมา  เป็นคู่หมั้นของสังคามาระตา)  จรกาเป็นชายรูปชั่วตัวดำ  แต่อยากได้ชายารูปงามจึงให้ช่างวาดไปแอบวาดภาพราชธิดาขององกษัตริย์เมืองสิงหัดส่าหรี  คือ  นางจินดาส่าหรีครั้งทราบข่าวว่านางบุษบาสวยงามมากจึงให้ช่างวาดแอบวาดภาพนางบุษบาอีก  ช่างวาดแอบวาดภาพได้    ภาพ  คือ  ตอนที่นางบุษบาเพิ่งตื่นบรรทมและภาพที่แต่งองค์เต็มที่  ขณะเดินทางกลับ  องค์ปะตาระกาหลาบันดาลให้รูปนางบุษบาที่ทรงเครื่องตกหายไป  จรกาได้เห็นภาพที่เพิ่งตื่นบรรทมเท่านั้นก็หลงใหล   ถึงกลับสลบไปในทันที  เมื่อได้ข่าวจากช่างวาดภาพว่าบุษบาร้างคู่ตุนาหงัน  จึงรีบให้ท้าวล่าสำ  ซึ่งเป็นพี่ชายมาสู่ขอบุษบา  ท้าวดาหลากำลังโกรธอิเหนาอยู่  แม้จะรู้ว่าจรการูปชั่ว  ต่ำศักดิ์  แต่เมื่อพลั้งปากว่าใครมาขอก็จะยกให้  จึงจำใจยกนางบุษบาให้จรกาและกำหนดการวิวาห์ภายในสามเดือน

 

บทละครเรื่อง  อิเหนา  ตอนศึกกะหมังกุหนิง  สามารถนำมาวิเคราะห์และประเมินคุณค่าในด้านต่างๆได้  ดังนี้

.  คุณค่าด้านเนื้อหา

๑)โครงเรื่อง

.๑)แนวคิดของเรื่อง  เรื่องอิเหนา  ตอนศึกกะหมังกุหนิง  เป็นเรื่องที่แสดงให้เห็นถึงความรักของพ่อที่มีต่อลูก  รักและตามใจลูกทุกอย่าง  แม้กระทั้งตายก็ยอม

                .๒)ฉาก  เนื้อเรื่องเป็นเรื่องของชวา  แต่การบรรยายฉากในเรื่อง   เป็นฉากของไทย  บ้านเมืองที่กล่าวพรรณนาไว้คือกรุงรัตนโกสินทร์  วัฒนธรรมประเพณีปรากฏในเรื่องคือเรื่องของคนไทยที่สอดแซกเอาไว้อย่างมีศิลปะ  อาทิ  พระราชพิธีสมโภชลูกหลวง  (เมื่ออิเหนาประสูติ)  พระราชพิธีการพระเมรุที่เมืองหมันหยา  พระราชพิธีรับแขกเมือง  (เมื่อเมืองดาหารับทูตจรกา)  พระราชพิธีโสกันต์  (สียะตา)  ซึ่งล้วนเป็นพระราชพิธีของไทยแต่โบราณ

                .๓)  ปมขัดแย้งตอนศึกกะหมังกุหนิง  มีหลายข้อขัดแย้ง  แต่ละปมปันปํญหาเป็นเรื่องที่อาจเกิดได้ในชีวิตจริงและสมเหตุสมผล  เช่น

                ปมแรก  คือ  ท้าวกุเรปันจะให้อิเหนาอภิเษกกับรางบุษบา  แต่อิเหนาหลงรักจินตะหรา  ไม่ยอมอภิเษกกับบุษบา

                 ปมที่สอง  ท้าวดาหาขัดเคืองอิเหนา  ยกบุษบาให้จรกา  ทำให้ท้าวกุเรปันและพระญาติทั้งหลายไม่พอพระทัย

                ปมที่สาม  ท้าวกะหมังกุหนิงขอบุษบาให้วิหยาสะกำ  แต่ท้าวดาหายกให้จรกาไปแล้ว  จึงเกิดศึกชิงนางขึ้น

                ปมที่สี่  อิเหนาจำเป็นต้องไปช้วยดาหา  จินตะหราคิดว่าอิเหนาจะไปอภิเษกกับบุษบา  จินตะหราขัดแย้งในใจตนเอง  หวั่นใจกับสถานภาพของตนเอง

 แต่ปมขัดแย้งทั้งหมด  ปมที่สามเป็นปมปัญหาที่สำคัญที่สุดในตอนนี้

 

๒)ตัวละคร  ในเรื่องอิเหนา  ตอนศึกกะหมังกุหนิง  มีตัวละครที่มีบทบาทสำคัญปรากฏอยู่มาก  ตัวละครมีบุคลิกลักษณะนิสัยที่โดดเด่นและแตกต่างกัน  เช่น

.๑)  ท้าวกุเรปันเป้นกษัตริย์วงค์เทวาผู้ยิ่งใหญ่  มีอนุชา    องค์  ครองเมือง  ดาหา  กาหลัง  สิงหัดส่าหรี    มีโอรสและธิดากับประไหมสุหรี  คือ  อิเหนากับวิยะดา  และมีโอรสกับลิกูหนึ่งองค์  คือ  กะหรัดกะปาตี  ท้าวกุเรปันมีลักษณะนิสัย  ดังนี้

(๑)  เป็นคนถือยศศักดิ์  ไม่ไว้หน้าใคร  ไม่เกรงใจใคร  เช่น  ในราชสานถึงระตูหมันหยา  กล่าวตำนิติเตียนระตูหมันหยาอย่างไม่ไว้หน้าว่า  เป็นใจให้จินตะหราแย่งคู่หมั้นบุษบา  สอนลูกให้ยั่วยวนอิเหนาจนเป็นเหตุให้บุ ษบาร้างคู่ตุนาหงัน  แม้อันที่จริงท้าวกุเรปันน่าจะคำนึงถึงจิตใจของท้าวหมันหยาบ้าง  เพราะถึงอย่างไรจินตะหราก็เป็นหลานของประไหมสุหรี  และผู้ที่ผิดควรจะเป็นอิเหนามากกว่า

ในลักษณ์อักษรสารา                    ว่าระตูหมันหยาเป็นผู้ใหญ่

                           มีราชธิดายาใจ                                        แกล้งให้แต่งตัวยั่วผู้ชาย

จนลูกเราร้างคู่ตุนาหงัน                           ไปหลงรักผูกพันหมั่นหมาย

                          จะให้ชิงผัวเขาเอาเด็ดดาย                        ช่างไม่อายไพ่ฟ้าประชาชน

บัดนี้ศึกประชิดติดดาหา                          กิจจาลือแจ้งทุกแห่งหน

                          เสียงานการวิวาห์จลาจน                         ต่างคนต่างข้องหมองใจ

                         การสงครามครั้งนี้มิไปช่วย                     ยังเห็นชอบด้วยหรือไฉน

                        จะตัดวงศ์ตัดญาติให้ขาดไป                    ก็ตามแต่น้ำใจจะเห็นดี

                                   ในพระราชสานของท้าวกุเรปันถึงอิเหนาได้ยกความผอดให้จินตะหรา  จึงมีลักษณะเป็นผู้ใหญ่ที่มีอำนาจ  แต่ไม่มีเมตา  ถือยศศักดิ์

(๒)  เป็นคนเข็มแขงและเดดขาด  ดังพระราชการที่สั่งให้อิเหนายกทัพไปช่วยท้าวดาหา  ถ้าไม่ไปก็จะตัดพ่อตัดลูกกับอิเหนา

แม้นมิยกพลไกรไปช่วย                   ถึงเราม้วยก็อย่ามาดูผี

                        อย่าดูแม้เปลวอัคคี                             แต่วันนี้ขาดกันจนบรรลัย

                             (๓)  เป็นคนรักเกียรติรักวงศ์ตระกูล  โดยการสั่งให้กะหรัดกะปาตีโอรสองค์แรกกับลิกู  และอิเหนาไปช่วยดาหารบ  เพราะเห็นว่าถ้าเสียดาหาย่อมหมายถึงกษัตริย์เทวาก็พ่ายแพ้ด้วย  ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องน่าอายอย่างยื่งดังนี้

มาตรแม้นเสียเมืองดาหา                     จะพลอยอายขายหน้าหรือหาไม่

.๒)  ท้าวดาหา   เป็นอนุชาองค์รองของท้าวกุเรปัน  มีราชธิดากับประใหมสุหรีชื่อบุษบา  ซึ่งเป็นตุนาหงันของอิเหนา  และมีโอรสองเล็กชื่อสียะตรา   เป็นคู่ตุนาหงันของวิยะดา  ขนิษฐาของอิเหนา  ท้าวดาหามีลักษณะนิสัย  ดังนี้

                             (๑)  เป็นผู้รักษาคำสัตย์  เมื่อพั้งปากพูดว่าจะยกบุษบาให้ใครก็ได้ที่มาสู่ขอ  ครั้งจรกมาสู่ขอก็รักษาวาจาสัตย์  ยกบุษบาให้จรกา  แม้ท้าวกะหมังกุหนิงจะส่งทูตมาขอนางบุษบาให้วิหยาสะกำ  ก็ทรงปฏิเสธจนเป็นเหตุให้ท้าวกะหมังกุหนิงยกทัพมาทำสงคราม

อันอะหนะบุษบาบังอร                                ครั้งก่อนจรกาตุนาหงัน

                      ได้ปลดปลงลงใจให้ปัน                                นัดกันจะแต่งการวิวาห์

                      ซึ่งจะรับของสู่ระตูนี้                                    เห็นผิดประเพณีหนักหนา

                      ฝูงคนทั้งแผ่นดินจะนินทา                           สิ่งของที่เอามาจงคืนไป

                             (๒)  เป็นผู้มีขัดติมานะ  เข้มแข็ง  เด็ดเดี่ยว  เมื่อขอความช่วยเหลือในการศึกสงครามไปยังพี่น้อง  หากไม่มีใครมาช่วยมาช่วยก็จะขอสู้รบลำพัง

                                ๓) เป็นผู้มีความรอบคอบในการศึก  เมื่อรู้ว่าจะต้องเกิดศึกสงครามแน่ก็การตกแต่งค่าย หอรบ และเตรียมกำลังทัพรับศึก

                                คิดพลางทางสั่งเสนใน          เร่งให้เกณฑ์คนขึ้นหน้าที่      

                                รักษามั่นไว้ในบุรี                  จะดูทีข้าศึกซึ่งยกมา

                                อนึ่งจะคอยท่าม้าใช้              ที่ให้ไปแจ้งเหตุพระเชษฐา

                                กับสองศรีราชอนุชา              ยังจะมาช่วยเหลือประการใด

                .๓)  อิเหนา  เป็นโอรสท้าวกุเรปันกับประไหมสุหรี มีขนิษฐาชื่อ  วิยะดา อิเหนาเป็นเจ้าชายหนุ่มรูปงาม   เข้มแข็ง  เด็ดขาด  เอาแต่ใจตัว  เจ้าชู้   มีพระมเหสีหายพระองศ์  คือ  นางจินตะหรา  นางสการะวาตรี  นางมาหยารัศมี  และนางบุษบา 

                                (๑)  เป็นคนรอบคอบ  มองการณ์ไกล ไม่ประมาท  เช่น ตอนที่สังคามาระตารบกำวิหยาสะกำ  อิเหนาได้เตือนสังคามาระตาว่า  ไม่ชำนาญกระบี่  อย่าลงจากหลังม้า  เพราะเพลงทวนั้นชำนาญอยู่แล้วจะเอาชนะได้ง่ายกว่า

                                               

เมื่อนั้น                                                    ระเด่นมนตรีใจหาญ

จึงตอบอนุชาชัยชาญ                             เจ้าจะต้านต่อฤทธิ์ก็ตามใจ

แต่อย่าลงจากพาชี                                  เพลงกระบี่ยังหาชำนาญไม่

เพลงทวนสันทัดชัดเจนใจ                    เห็นจะมีชัยแก่ไพรี

                (๒) เป็นคนดื้อดึง เอาแต่ใจตัวเอง เช่น เมื่อได้รับพระราชสารจากท้าวกุเรปันถึงสองฉบับก็ดื้อดึง ไม่ยอมกลับเมืองกุเรปันและไม่ยอมอภิเษกกับบุษบา  ถึงกลับบอกว่าใครมาขอก็ให้เขาไปเถิด ดังนี้

                สมเด็จพระบิดาให้หาพี่                         ใช่แต่ครั้งนี่หาไม่

                ถึงสองครั้งพี่ขัดรับสั่งไว้                      ยังมิได้บอกเจ้าให้แจ้งการ

                (๓)  เป็นคนที่มีความรับผิดชอบ  รักชื่อเสียงวงตระกูล  เมื่อเกิดศึกกระหมังกุหนิง  แม้จะเคยดื้อดึงเอาแต่ใจตัวเอง แต่เมื่อทราบข่าวศึกจึงรีบไปช่วยดังที่กล่าวถึงเหตุผลสำคัญที่จะต้องไปช่วยป้องกันเมืองดาหา ลัหษณะนิสัยข้อนี้เหมือนกันกับท้าวกุเรปัน  ดั่งที่อิเหนาบอกจินตะหราว่า

                แม้นเสียดาหาก็เสียวงศ์                            อัปยศถึงองค์อสัญหยา

                                                (๔)  เป็นคนรู้กาลเทศะ  รู้สำนึกผิด  เมื่อยกทัพมาดาหา  ไม่กล้าเข้าเฝ้าท้าวดาหาทันที่  จึงขอพักพลนอกเมือง  และทำการรบแก้ตัวก่อน  จากนั้นให้ตำมะหงงไปเฝ้าท้าวดาหาและรายงานว่า

                                                ให้ข้าทูลองค์พระทรงฤทธิ์                   ด้วยโทษผิดติดพันอยู่หนักหนา

                                                จะขอทำการสนองพระบาทา                   เสร็จแล้วจึงจะมาอัญชลี

                                                (๕)  เป็นคนเคารพยำเกรงบิดา  คือ  ท้าวกุเรปัน  แม้จะดื้อดึงเป็นบางครั้งเช่นตอนที่อิเหนาจะหนีออกจากเมืองไปอยู่กับนางจินตะหราที่เมืองหมันหยา  แต่เมื่อท้าวกุเรปันมีพระราชสารสั่งให้ยกทัพไปช่วยท้าวดาหา  แม้อิเหนาไม่อยากจากนางจินตะหรา  แต่ด้วยความยำเกรงบิดาจึงยอมยกทัพไป

                                                จะจำจากโฉมเฉลาเยาวเรศ                      เพราะเกรงเดชบิตุรงค์ทรงศักดิ์

หรือ

                                                นี่จำเป็นจึงจำจากไป                                เพราะกลัวพัยพระราชบิดา                

                                                (๖)  เป็นคนที่มีอารมณ์ละเอียดอ่อนเข้าใจ  และห่วงความรู้สึกของผู้อื่น  เช่น  เมื่อรู้ว่าจะต้องจากนางจินตะหรา  ก็พูดปรอบโยนให้นางคลายเศร้าโศก  ทั้งยังมอบสร้อยสังวาลไว้เป็นเครื่องลำลึกถึง

                                                อยู่จงดีเถิดพี่จะลาน้อง                            อย่าหม่นหมองเศร้าสร้อยละห้อยหา

                                                เสร็จศึกวันใดจะไคลคลา                         กลับมาสู่สมภิรมย์รัก

………………………….

                                                ว่าพลางทางเปลื้องสังวาลทรง                 ให้องค์จินตะหรามารศรี

                                                จงเจ้าเอาเครื่องประดับนี้                          ไว้ดูต่างพักตร์พี่จะขอลา

                                                นอกจากนี้อิเหนายังแสดงความห่วงใยนางมาหยารัศมีและนางสะการะวาตี  จึงได้เอ่ยปากฝากนางทั้งสองไว้กับนางจินตะหรา  ให้เมตานางทั้งสองด้วย

                                                เป็นเวรากรรมจึงจำจาก                            ขอฝากมาหยารัศมี

                                                กับนางสการะวาตี                                      ด้วยทรามวัยไร้ที่พึ่งพา

                                                นางไกรบิตุราชมาตุรงค์                            โฉมยงอย่าเคียดขึ้งหึงสา

                                                ถ้าพลั้งผิดสิ่งใดได้เมตตาอย่าถือโทษโกรธาเทวี

                                .๔)  จินตะหรา  ราชธิดาของระตูหมันหยากับประไหมสุหรี  ซึ่งเป็นญาติทางฝ่ายประไหมสุหรีเมืองกุเรปันและประไหมสุหรีเมืองดาหา  เป็นคนสวย  แสนงาม  มีจริตกิริยามีลักษณะนิสัย  ดังนี้

                                                (๑)  เป็นคนแสนงอนใจน้อย  ช่างพูดจาตัดพ้อต่อว่า  ประชดประชันตามประสาหญิง  มีคารมคมคาย  สามารถใช้คำพูดได้ลึกสึ้งกินใจ  เช่น

                                                พระจะไปดาหาปราบศึก                      หรือรำลึกถึงคู่ตุนาหงัน

                                                ด้วยสงครามในจิตยังติดพัน                 จึงบิดผันพจนาไม่อาลัย

                                                ไหนพระผ่านฟ้าสัญญาน้อง                  จะปกป้องครองความพิสมัย

                                                ไม่นิราศแรมร้างห่างไกล                      จนบรรลัยมอดมวยไปด้วยกัย

                                                ………………………

                                                แล้วว่าอนิจจาความรัก                          พึ่งประจักดั่งสายน้ำไหล

                                                ตั้งแต่จะเชี่ยวเป็นเกลียวไกล                                ที่ไหนเลยจะไหลคืนมา       

 

                                                (๒)  เป็นคนมีเหตุผล  ไม่ดื้อดึง  ไม่งอนจนเกินงาม  เช่น  เมือทราบว่าอิเหนาจำต้องไปทำศึกที่เมืองดาหาเพราะได้รับคำสั่งจากท้าวกุเรปันและเพื่อป้องกันวงศ์อสัญหยานางก็คลายความทุกโศก  ความน้อยใจ  และความหวาดละแวงลงยอมให้อิเหนายกทัพไปแต่โดยดี

                                                                เมื่อนั้น                                                    จินตะหราวาตีโฉมเฉลา

                                                ได้เห็นสารทราบความตามสำเนา                         ค่อยบรรเทาความทุกข์แคลงใจ

                                                จึงเคลื่อนองค์ลงจากพระเพลาพลาง                    นวลนางบังคมแถลงไข

                                                ซึ่งพระจะเสด็จไปชิงชัย                                       ก็ตามใจไม่ขัดอัธยา

                                                แม้นสำเร็จราชการงานศึก                                     แล้วลำลึกอย่าลืมหมันหยา

                                                จงเร่งรีบยกทัพกลับมา                                         น้องจะนับวันท่าภูวไนย

                                                (๓)  เป็นคนที่มีความรู้สึกไว  รับรู้ไว  แน่ใจว่าอิเหนาไปแล้วคงไม่กลับมาเพราะการที่มีคนมาแย่งชิงบุษบา  ก็หมายความว่าบุษบาเป็นคนสวย  เชื่อมั่นว่าอิเหนาพบบุษบาแล้วคงลืมตนแน่  จึงลำพันด้วยความน้อยใจว่า

                                                สตีใดในพิภพจบแดน                           ไม่มีใครได้แค้นเหมือนอกข้า

                                                ด้วยใฝ่รักให้เกินพักตา                          จะมีแต่เวทนาเป็นเนืองนิตย์

                                                โอ้ว่าน่าเสียดายตัวนัก                           เพราะเชื่อลิ้นหลงรักจึงช้ำจิต

                                                จะออกชื่อลือชั่วไปทั่วทิศ                    เมื่อพลั้งคิดผิดแล้วจะโทษใคร

                                                เสียแลงหวังผังฝากชีวี                            พระจะมีเมตาก็หาไม่

                                                หมายบำเหน็จจะรีบเสด็จไป                                ก็รู้เท่าเข้าใจในทำนอง

                                                ด้วยละเด่นบุษบาโฉมตรู                      ควรคู่ภิรมย์สมสอง

                                                ไม่ต่ำศักดิ์รูปชั่วเหมือนตัวน้อง            ทั้งพวกพ้องสุริย์วงศ์พงค์พันธุ์            

                                                .๕)  ท้าวกะหมังกุหนิง  เป็นกษัตริย์เมืองกะหมังกุหนิง  มีอนุชาสององค์  คือ  ระตูปาหยัง  ระตูประหมัน  โอรสคือวิหยาสะกำ  มีลักษณะนิสัย  ดังนี้

                                                                (๑)  เป็นคนรักลูกยิ่งชีวิต  ยอมทำทุกอย่างเพื่อลูก  แม้ตนจะต้องตายก็ยอม  เช่น

 

                                                แม้นวิหยาสะกำมอดม้วย                      พี่ก็คงตายด้วยโอรสา

                                                ไหนไหนในจะตายวายชีวา                  ถึงเร็วถึงช้าก็เหมือนกัน

                                                ผิดก็ทำสงครามดูตามที่                         เคราะห์ดีก็จะได้ตามใฝ่ฝัน

                                                พี่ดังพฤกษาพนาวัน                               จะอาสัญเพราะลูกเหมือนกล่าวมา

                                                                (๒)  เป็นคนตัดสินใจเด็ดขาด  เด็ดเดี่ยว  กล้าหารในการาบ  เช่น

                                                จำจะไปต้านต่อรอฤทธิ์                        ถึงม้วยมิดมิให้ใครดูหมิ่น

                                                เกียรติยศจะไว้ในธรณินทร์                  จนสุดสิ้นดินแดนแผ่นฟ้า

(๓)  เป็นคนประมาท  คาดการณ์ผิด  ไม่รู้จักวิเคราะห์ฝ่ายข้าศึก  คือคาดว่าอิเหนาอยู่หมันหยา  กำลังเคืองกันอยู่กับท้าวกุเรปัน  คงไม่ยกทัพมาช่วยรบ

อันระเด่นมนตรีกุเรปัน                        ก็ขัดข้องเคืองกันเป็นข้อใหญ่

ไปอยู่เมืองหมันหยากว่าปีไป                               ที่ไหนจะยกพลมา

                แต่ผิดคาด  เนื่องจากอิเหนายกทัพมารบกับท้าวกะหมังหุหนิงจนมีชัยชนะและฆ่าวิหยาสะกำตายในที่สุด

 

Comments