ข้อควรระวังในการคลายร้อนให้น้องหมา




จะไปไหนมาไหนในช่วงนี้ก็มีแต่คนบ่นว่า “อากาศร้อน”  จนหลายๆ คนต้องหนีร้อนพึ่งเย็นเดินเล่นตามห้างสรรพสินค้า หรือไม่ก็ไปพักผ่อนชิลล์ๆ ในสถานที่ต่างๆ  ...  ส่วนเพื่อนๆ ที่เลี้ยงน้องหมา แน่นอนว่า ก็ต้องสรรหาสารพัดวิธีคลายร้อนที่แตกต่างกันมาใช้กับน้องหมาเพื่อให้น้องหมาสามารถผ่านช่วงหน้าร้อนนี้ไปได้  ... แต่ใครจะรู้ล่ะว่า บางวิธีที่เราคิดว่าคลายร้อนได้ดีที่สุดสำหรับน้องหมาอาจจะส่งผลข้างเคียงและอาจเป็นอันตรายกับน้องหมาได้เหมือนกัน






 "เทคนิคการเลี้ยงการดูแล" วันนี้ ปังปอนด์ก็เลยจะชวนเพื่อนๆ มารู้จักข้อควรระวังในการคลายร้อนให้น้องหมา โดยหยิบวิธีที่คนรักน้องหมานิยมใช้คลายร้อนให้กับน้องหมามาให้เพื่อนๆ ได้สังเกต และระวังกันค่ะ ... ถ้าอย่างนั้นเราไปดูกันค่ะว่ามีอะไรที่ผู้เลี้ยงต้องระวังกันบ้าง^^”



1.ไอศกรีม





  “อากาศร้อนๆ แบบนี้ซื้อไอศกรีมเย็นๆ คลายร้อนให้น้องหมากินสักแท่งดีกว่า”  เชื่อว่าผู้เลี้ยงหลายๆ บ้านคงเลือกวิธีคลายความร้อนให้น้องหมาด้วยไอศกรีมใช่ไหมคะ? ... สำหรับมนุษย์อย่างเราๆ ที่ต้องการปริมาณพลังงาน 1,800  - 2,500 กิโลแคลอรี่/วัน  คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรถ้าจะหาไอศกรีมสักแท่งมาดับความร้อน  แต่สำหรับน้องหมาที่โดยเฉลี่ยแล้วต้องการปริมาณพลังงาน 200-300 กิโลแคลอรี่/วัน การกินไอศกรีมสักแท่งนั้นอาจกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่อาจส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาวได้เลยล่ะค่ะ นั่นก็เพราะว่า ในไอศกรีม  1 แท่ง มีปริมาณแคลอรี่สูงถึง 205 กิโลแคลอรี่ ซึ่งเกินความต้องการต่อวันของน้องหมา และนอกจากนี้ในไอศกรีมยังมีส่วนผสมของนมวัว และน้ำตาลในปริมาณมาก ซึ่งอาหารที่มีส่วนผสมของน้ำตาลหรืออาหารที่มีรสหวานเป็นอาหารที่มีพลังงานสูง หากน้องหมากินเข้าไปมากๆ แล้วไม่ได้ออกกำลังกาย พลังงานที่เหลือถ้าหากไม่ได้ถูกเผาผลาญให้หมดไป ก็พลังงานก็จะสะสมในร่างกายของน้องหมา และหากพลังงานนั้นสูงเกินไปก็จะส่งผลให้น้องหมารู้สึกหงุดหงิด แสดงพฤติกรรมก้าวร้าว และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้น้องหมาอ้วนได้







 ฉะนั้น ในหน้าร้อนหากเพื่อนๆ อยากจะให้ไอศกรีมกับน้องหมา ก็สามารถให้ได้ค่ะแต่ควรระวังอย่าให้ในปริมาณที่มากเกินไป หรือทางที่ดี ปังปอนด์แนะนำว่าให้เพื่อนๆ หาวิธีอื่นคลายร้อนให้น้องหมาจะดีกว่านะคะ โดยเพื่อนๆ อาจจะใช้วิธีตั้งน้ำเย็นสะอาดไว้ให้น้องหมากินหลายๆ จุด หรืออาจจะทำเมนูคลายร้อนง่ายๆ อย่าง Happy หวานเย็น จากคอลัมน์ ไอเดียน้องหมา ที่สามารถช่วยดับความร้อนแถมะมีประโยชน์กับน้องหมาอีกด้วย



2. แช่น้ำในอ่างบัว






กลายเป็นภาพที่เห็นจนชินตาในหน้าร้อนไปซะแล้ว สำหรับภาพของน้องหมาที่ชอบหลบร้อนไปนอนแช่ตัวในน้ำ เช่น อ่างบัว อ่างปลา หรือสระน้ำ โดยเฉพาะน้องหมาสายพันธุ์บางแก้ว โกลเดนรีทรีฟเวอร์  ฯลฯ ที่ชื่นชอบการเล่นน้ำเป็นชีวิตจิตใจ และเมื่อน้องหมายิ่งเจออากาศร้อนๆ แบบนี้ เข้าไป เพื่อนๆ ก็คงไม่ต้องไปตามหาที่ไหนไกลเลยค่ะ เพราะ น้องหมาคงลงไปนอนแช่น้ำในอ่างบัวเรียบร้อยชนิดที่ไม่ยอมขึ้นจากอ่างบัวกันเลยล่ะ ...

     การที่น้องหมาลงไปนอน แช่ตัวในอ่างบัวในช่วงหน้าร้อนเป็นพฤติกรรมการแสดงออกที่บ่งบอกว่า น้องหมาเค้ากำลังร้อนจึงต้องปรับอุณหภูมิในร่างกายให้เย็นลงด้วยการลงไปนอนแช่น้ำ ที่ถือว่าเป็นการปรับตัวโดยธรรมชาติของน้องหมา ซึ่งผู้เลี้ยงก็ควรระวังและไม่ควรปล่อยให้น้องหมาแช่น้ำหรือนอนในน้ำนานๆ เพราะการที่น้องหมาแช่ตัวลงไปในน้ำเป็นเวลานานนั้น อาจจะทำให้น้องหมาเป็นโรคปอดบวม ปอดชื้น  เกิดอาการคัน ผื่นขึ้น และเป็นโรคผิวหนังที่เกิดจากความสกปรกของน้ำในอ่างบัวได้ เพราะในอ่างบัวมักจะมีดินโคลนสะสมอยู่เป็นจำนวนมาก  เมื่อน้องหมาขึ้นจากน้ำดินโคลนเหล่านี้ก็จะติดอยู่ตามตัวน้องหมา และหากปล่อยให้น้องหมาตัวแห้งเอง เศษดินโคลนก็จะหมักหมมจนเกิดเป็นโรคผิวหนังในที่สุด





ดังนั้น หากผู้เลี้ยงเห็นน้องหมาลงไปแช่ตัวในอ่างบัว ผู้เลี้ยงต้องรีบนำตัวน้องหมาออกมาและล้างตัวน้องหมาให้สะอาด พร้อมกับเช็ดตัวให้แห้ง เพื่อป้องกันการเกิดโรคผิวหนังค่ะ หรือผู้เลี้ยงอาจจะแก้ปัญหาน้องหมาชอบหนีลงไปแช่น้ำในอ่างบัวโดยการเปลี่ยนจากอ่างบัวมาเป็นการหากะลังมังใหญ่ๆ มาใส่น้ำสะอาดให้น้องหมาลงไปแช่ประมาณ 5-10 นาที และรีบนำน้องหมาขึ้นจากน้ำและเช็ดตัวให้แห้งซึ่งจะดีกว่าปล่อยให้น้องหมานอนแช่ในอ่างบัวที่มีน้ำสกปรก



3.อาบน้ำบ่อยๆ







     ในหน้าร้อนผู้เลี้ยงหลายๆ บ้านอาจจะเลือกวิธีคลายร้อนให้น้องหมาโดยการจับน้องหมาอาบน้ำบ่อยๆ  เพราะเป็นห่วงว่าน้องหมาจะร้อนและไม่สบายตัวจากอากาศที่ร้อนอบอ้าว  หรือเห็นน้องหมาตัวร้อนผิดปกติก็เลยหวังดีจับน้องหมามาอาบน้ำในทันที ... แต่เพื่อนๆ  รู้ไหมคะว่า การที่ผู้เลี้ยงอาบน้ำให้น้องหมาบ่อยเกินไปนั้น จะทำลายไขมันที่ร่างกายน้องหมาผลิตออกมาเคลือบผิวหนังและเส้นขน ส่งผลทำให้ผิวหนังและเส้นขนหยาบ แห้ง ขาดความเงางาม ก่อให้เกิดอาการคันในน้องหมาบางตัว และอาจส่งผลให้น้องหมาเป็นโรคผิวหนังอักเสบ ซึ่งถ้าหากมีอาการรุนแรงผิวหนังก็จะสามารถติดเชื้อได้และยิ่งในหน้าร้อนแบบนี้ หากผิวหนังและเส้นขนของน้องหมาขาดน้ำมันมาเคลือบ ก็อาจจะยิ่งทำให้ผิวหนังของน้องหมาบอบบางยิ่งขึ้นไปอีก







  ฉะนั้น  ผู้เลี้ยงจึงต้องระวังในเรื่องการอาบน้ำน้องหมาในหน้าร้อนเป็นพิเศษ โดยผู้เลี้ยงควรอาบน้ำให้น้องหมาเพียงเดือนละ 1 - 2 ครั้งโดยใช้น้ำอุณหภูมิปกติ (ไม่ต้องใช้น้ำอุ่นเหมือนตอนหน้าหนาวเพราะร่างกายของน้องหมาในหน้าร้อนมีอุณหภูมิสูงอยู่แล้ว หากอาบน้ำอุ่นเข้าไปอีกอุณหภูมิร่างกายน้องหมาจะสูงขึ้น และอาจไม่สบายได้ค่ะ) และไม่ควรอาบน้ำให้น้องหมาหากพบว่าอุณหภูมิร่างกายน้องหมาสูงกว่าปกติ เช่น หลังวิ่งเล่น หรือออกกำลังกาย เพราะจะทำให้เส้นเลือดหดตัวอย่างรวดเร็ว ซึ่งส่งผลต่อระบบการระบายความร้อนที่อาจมีปัญหาได้ แต่ถ้าหากวันไหนน้องหมาเล่นซนจนเนื้อตัวสกปรก แนะนำว่าให้ผู้เลี้ยงทำความสะอาดเฉพาะจุดที่สกปรก โดยใช้ผ้าชุบน้ำเช็ด หรืออาจจะใช้โฟมอาบแห้งที่มีคุณสมบัติในการช่วยกำจัดแบคทีเรียและยีสต์ที่เป็นสาเหตุหลักของการเกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์แทนก็ได้



4.เปิดแอร์





  การเปิดแอร์เพื่อคลายร้อนให้น้องหมาถือว่าเป็นวิธีที่ง่าย สะดวก และได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะการเปิดแอร์จะช่วยให้ทั้งผู้เลี้ยงและน้องหมาได้คลายร้อนไปพร้อมๆ กันค่ะ ซึ่งก่อนที่จะพาน้องหมาเข้าไปหลบความร้อนในห้องแอร์เย็นๆ ผู้เลี้ยงควรประเมินน้องหมาของตัวเองก่อนว่า น้องหมาของมีขนสั้นหรือขนยาว หากเป็นน้องหมาขนยาวอาจจะไม่มีปัญหากับการนอนในห้องแอร์สักเท่าไหร่ เพราะน้องหมาขนยาวมีขนเป็นเสื้อกันหนาวชั้นเยี่ยมโดยธรรมชาติอยู่แล้ว แต่สำหรับน้องหมาขนสั้น อย่าง ชิวาวา มินิเจอร์ ปั๊ก ฯลฯ อาจจะมีปัญหาในการนอนห้องแอร์ ซึ่งผู้เลี้ยงก็ควรใส่เสื้อหนาๆ ให้น้องหมาก่อนพาเข้าห้องแอร์ด้วยค่ะ เพราะดีไม่ดีจากที่จะหลบโรคลมแดดจากอากาศร้อนๆ นอกบ้าน ก็อาจจะกลายมาเป็นโรคปอดบวมเพราะนอนหนาวในห้องแอร์แทนก็เป็นได้








ทั้งนี้ การเปิดแอร์เพื่อคลายร้อนให้น้องหมานั้นมีข้อระวังที่ผู้เลี้ยงไม่ควรมองข้ามนั่นก็คือ หากจะเปิดแอร์ให้น้องหมาอยู่ด้วยควรปรับอุณหภูมิความเย็นให้อยู่ที่ 23 - 25 องศาเซลเซียส หาผ้าหรือเบาะมาปูให้น้องหมาเพื่อไม่ให้น้องหมาสัมผัสพื้นปูน กระเบื้อง หรือหินอ่อนที่มีความเย็นโดยตรง และไม่ควรปรับเปลี่ยนอุณหูมิบ่อยๆเพราะสุนัขอาจป่วยได้ค่ะ หรือหากผู้เลี้ยงบ้านไหนไม่สะดวกเปิดแอร์ให้น้องหมาก็สามารถจัดบ้านให้เย็นขึ้นได้กับวิธีง่ายๆ กับบทความ  จัดบ้านง่ายๆ คลายร้อนให้น้องหมา ... ก็ได้นะ




5. พัดลม







 การเปิดพัดลมเพื่อคลายร้อนให้น้องหมาเป็นวิธีที่เบสิกสุดๆ ที่ผู้เลี้ยงหลายๆ บ้านเลือกใช้ในหน้าร้อน ซึ่งการเปิดพัดลมนอกจากจะช่วยให้คลายความร้อนให้น้องหมาแล้ว ยังช่วยให้อากาศภายในบ้านไหลเวียน ทำให้บ้านเย็นขึ้น เรียกได้ว่าอยู่สบายทั้งคนทั้งน้องหมาเลยล่ะค่ะ ^^”  แต่การเปิดพัดลมคลายร้อนให้น้องหมาก็มีข้อควรระวังที่ผู้เลี้ยงต้องใส่ใจและไม่ควรมองข้ามอยู่เหมือนกันนะคะ  ...

     ซึ่งข้อควรระวังสำหรับการเปิดพัดลมคลายร้อนให้น้องหมาก็คือ ควรหลีกเลี่ยงการเปิดพัดลมจ่อมาที่ใบหน้าหรือตัวน้องหมาตรงๆ แต่ให้เปิดส่ายเพื่อให้พัดลมกระจายความร้อนที่อยู่ในห้องออกไป ทำให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก  และสำหรับผู้เลี้ยงที่ใช้วิธีเปิดพัดลมไอน้ำเพื่อคลายร้อนให้น้องหมา ปังปอนด์ขอบอกเลยค่ะว่าเป็นวิธีที่ไม่ถูกต้องและไม่แนะนำ เพราะเปิดพัดลมไอน้ำให้น้องหมาอาจจะทำให้น้องหมามีน้ำมูก เป็นหวัด ปอดชื้น และเป็นปอดบวมได้  ทางที่ดีผู้เลี้ยงควรหลีกเลี่ยงการคลายร้อนให้น้องหมาด้วยการเปิดพัดลมไอน้ำ แต่อาจจะเลือกใช้วิธีหาเจลเก็บความเย็นให้น้องหมา หรือวิธีอื่นๆ เพื่อช่วยคลายร้อนให้กับน้องหมาแทนค่ะ ซึ่งเพื่อนๆ อาจจะเลือกวิธีคลายร้อนให้น้องหมาตามบทความ 6 วิธีง่ายๆ คลายร้อนให้น้องหมา  หรือจะจัดบ้านง่ายๆ เพื่อคลายร้อนให้น้องหมากับบทความ จัดบ้านง่ายๆ คลายร้อนให้น้องหมา ... ก็ได้นะ




6.เที่ยวทะเล





อากาศร้อนๆ แบบนี้ ผู้เลี้ยงหลายๆ บ้านก็คงหากิจกรรมคลายร้อนทำร่วมกันกับน้องหมากันใช่ไหมคะ? บางคนอาจเลือกที่จะพาน้องหมาไปหลบร้อนเดินเล่นในห้างสรรพสินค้า ท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ  หรือไม่ก็พาน้องหมาไปเที่ยวทะเลที่ถือว่าเป็นตัวเลือกหนึ่งที่ฮิตมากๆ ในช่วงหน้าร้อน ... แล้วเพื่อนๆ รู้ไหมคะว่า การพาน้องหมาไปเที่ยวทะเลสวยๆ แสนสบายเพื่อคลายร้อนนั้นก็มีข้อระวังที่ผู้เลี้ยงจำเป็นต้องรู้เพื่อความปลอดภัยของน้องหมาเหมือนกันนะ

     สำหรับผู้เลี้ยงที่ตั้งใจจะพาน้องหมาไปเที่ยวทะเลในช่วงหน้าร้อน ควรระวังอุบัติเหตุต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับน้องหมากันด้วยนะคะ โดยผู้เลี้ยงควรดูแลน้องหมาให้อยู่ในสายตาตลอดเวลา ไม่ควรปล่อยให้น้องหมาวิ่งเล่นเพียงลำพังหรือวิ่งเล่นกลางแดดนานเกินไปเพราะน้องหมาอาจเกิดอาการลมแดดได้ รวมถึงผู้เลี้ยงยังต้องคอยระวังอันตรายจากสิ่งแปลกปลอมที่อยู่บริเวณหาดทราย  เช่น เศษขวดแก้ว กระป๋องอลูมิเนียม  เศษหอย ปะการัง หิน ฯลฯ  ที่อาจบาดเท้าน้องหมาได้ค่ะ นอกจากนี้ผู้เลี้ยงยังต้องระวังสัตว์มีพิษต่างๆ ที่อยู่ในทะเล เช่น แมงกะพรุน หอยคัน หอยเม่น ฯลฯ ด้วยนะคะ เพราะถ้าหากน้องหมาโดนพิษของสัตว์อันตรายเหล่านี้เข้าไปก็อาจจะทำให้เกิดอาการ คัน บวม เกิดการอักเสบ และอาจรุนแรงอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยล่ะ






ก่อนที่ผู้เลี้ยงจะพาน้องหมาลงไปเล่นน้ำทะเล ผู้เลี้ยงก็อย่าลืมสวมเสื้อชูชีพให้กับน้องหมาเพื่อป้องกันการจมน้ำ  และหลังจากน้องหมาลงเล่นน้ำทะเลจนหนำใจแล้ว ผู้เลี้ยงก็อย่าลืมอาบน้ำล้างตัวน้องหมาเพื่อชำระล้างเอาน้ำทะเลออกไป เพื่อเป็นการป้องกันน้ำทะเลที่มีฤทธิ์เป็นกรดกัดผิวน้องหมา ที่จะทำให้น้องหมารู้สึกคัน และเกาจนผิวหนังเป็นแผลได้



วิดีโอ YouTube




วิดีโอ YouTube





Comments