แนวพระราชดำริของพ่อหลวง

 
 

 
   คุณค่าของแนวพระราชดำริ  
         พระปรีชาสามารถและสายพระเนตรอันยาวไกลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ดังที่ได้กล่าวมา โดยสรุปนี้ จะได้กล่าวถึงโดยละเอียดในบทต่อๆ ไป
แนวพระราชดำริและโครงการต่างๆ เป็นประจักษ์พยานที่ชัดเจนว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ ทรงมีพระราชปณิธานให้ประชาชนรู้จักการอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่าง "เกื้อกูลธรรมชาติ" เพื่อจะได้ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ทรงมุ่งหวังให้คนไทยมีฐานะพอมีพอกินบนฐานเศรษฐกิจพอเพียง แม้ทำได้เพียงบางส่วนก็มีประโยชน์มาก ให้ "รู้รักสามัคคี" แบ่งปันและร่วมแรงร่วมใจกันเพื่อความเจริญของส่วนรวม และให้บูรณาการวิชาการด้านต่างๆ ในการพัฒนาชีวิตของตนเอง ครอบครัว ชุมชน และประเทศตามลำดับพื้นฐานของการศึกษา การค้นคว้า การทดลอง การวิจัยและพัฒนาด้วยหลักวิชาการและวิธีการทางวิทยาศาสตร์อย่างต่อเนื่อง 
        แนวพระราชดำริที่แปรเป็นโครงการที่เป็นรูปธรรมต่างๆ จึงเป็นแรงบันดาลใจให้คนไทยตื่นตัวในการอนุรักษ์และฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งจะนำไปสู่การอยู่ร่วมกันระหว่างคนไทยกับธรรมชาติอย่างสอดคล้องกัน(ภาพประกอบ 2.10) และนี่คือการพัฒนาอย่างยั่งยืนบนฐานของความพอประมาณหรือความพอเพียงในทุกด้าน ซึ่งจะช่วยคุ้มครองมิให้ความหลากหลายทางชีวภาพในประเทศไทยต้องสูญเสียมากไปกว่านี้   ก่อนที่จะสายเกินไป
คุณค่าของแนวพระราชดำริสรุปได้ดังพระราชดำรัสตอบนาย Jacques Dioup ผู้อำนวยการองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ในโอกาสทูลเกล้า ฯ ถวายเหรียญ AGRICOLA เมื่อ วันที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2538 
        "......ข้อสำคัญขบวนการผลิตทางการเกษตรนี้ อาศัยธรรมชาติเป็นหลักใหญ่ ดังนี้ เราจึงจำเป็นต้องพัฒนาและรักษาความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติไว้ให้เป็นปัจจัยสนับสนุน ในการเพิ่มพูนผลผลิต เพื่อสร้างเสริมความอยู่ดีกินดีของประชากรในโลก....." (พระราชดำรัส 6 ธันวาคม 2538)
แนวพระราชดำริและโครงการต่างๆ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ จึงเป็นแหล่งองค์ความรู้ทั้งในเชิงทฤษฎีและการประยุกต์ที่มีคุณค่ามหาศาล  พระมหากรุณาธิคุณของพระองค์  จึงล้นพ้นหาที่สุดมิได้ ทั้งแก่พสกนิกรชาวไทยและชาวโลกด้วย