ฝึกยุทธวิธีตำรวจ

3.5 การปฏิบัติการทางยุทธวิธีเพื่อต่อต้านและตอบโต้

          3.5.1 การจัดกำลังและการตอบโต้ด้วยหน่วยรบขนาดเล็ก

                        เป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางนับแต่สงครามเวียดนามหรือสงครามการก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ในยุคสงครามเย็นว่าในการต่อต้านและตอบโต้กับฝ่ายโจรก่อการร้ายที่ได้ผลจะต้องประกอบไปด้วยปฏิบัติการทางยุทธวิธีควบคู่กับการปฏิบัติการสงครามจิตวิทยาที่ได้ผลและมีความสอดคล้องรองรับกัน อย่างไรก็ตามในระดับพื้นที่ปฏิบัติการมีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดที่จะต้องจัดกำลังพลในลักษณะที่มีความยืดหยุ่นอ่อนตัว สามารถริเริ่มทางยุทธวิธีและปฏิบัติภายใต้ยุทธศาสตร์ ยุทธวิธีและกิจกรรมที่กำหนดไว้ล่วงหน้าได้เป็นอย่างดีภายใต้หลักนิยมที่เรียกกันว่า หน่วยรบขนาดเล็ก ซึ่งฝึกฝนกันภายใต้ชื่อ การรบพิเศษและในศูนย์ปฏิบัติการตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า หรือ ศปก.ตร.จะเรียกการชุดที่ได้รับการฝึกนี้ว่า ชุดจู่โจมอันมีลักษณะเป็นชุดปฏิบัติการอเนกประสงค์ที่เน้นให้ผู้ปฏิบัติมีความคล่องตัวในการต่อต้านและตอบโต้ได้ในทุกสถานการณ์ สามารถตอบโต้และริเริ่มทางยุทธวิธีได้เองภายใต้ยุทธศาสตร์และนโยบายที่ผู้บังคับบัญชากำหนดไว้ เพื่อเป็นการทบทวนและพัฒนาบุคลากร ผู้วิจัยจึงขอใช้แนวทางตามคำแนะนำทางยุทธวิธีซึ่ง พล.ต.เอื้อม จิรพงศ์ อดีต ผบ.พล.1 รอ. ได้กรุณารวมรวมจากประสบการณ์รบ ในเอกสารแนวปฏิบัติ ผบ.หน่วยรบ ร.ขนาดเล็ก ในการปฏิบัติการฯ โอกาสต่างๆ และจัดพิมพ์ไว้เมื่อวันที่ 25 ก.ค.2516 เป็นแนวทางศึกษา      

           3.5.2 คำแนะนำบางประการทางยุทธวิธีสำหรับชุดปฏิบัติการขนาดเล็ก (เรียบเรียงใหม่จาก พล.ต.เอื้อม จิรพงศ์ อดีต ผบ.พล.1 รอ.  ในเอกสาร แนวปฏิบัติ ผบ.หน่วยรบ ร.ขนาดเล็ก ในการปฏิบัติการฯ โอกาสต่างๆ, 25 ก.ค.2516)

                   3.5.2.1 การเตรียมการก่อนออกปฏิบัติหน้าที่ และการตรวจสอบของผู้บังคับบัญชา

                                       นอกจากต้องให้กำลังพลพักผ่อนให้เพียงพอแล้ว บางวาระผู้บังคับบัญชาจำเป็นต้องมีคำสั่งให้อยู่ในเขตพื้นที่ที่กำหนด เช่น การห้ามออกนอกบริเวณทั้งนี้เพื่อให้มีความพร้อมก่อนรับหน้าที่โดยจะต้องมีการจัดทำหรือเตรียมเอกสารทางธุรการให้เรียบร้อยพร้อมใช้งาน กำลังพลทุกนายต้องตรวจ เตรียมการและซ่อมบำรุงอาวุธ กระสุนและยุทโธปกรณ์ให้เหมาะสมเพียงพอ ที่สำคัญต้องมีความคล่องตัวในการปฏิบัติหน้าที่ อาทิ กุญแจมือ ไฟฉาย วิทยุรับส่งพร้อมแบตเตอรี่สำรอง นกหวีด เชือกลากจูง เปลสนาม มีดสนาม เป็นต้น รวมทั้งต้องทบทวนการแก้ไขเหตุขัดข้องและเทคนิคการใช้อาวุธอยู่เนืองๆ  อาทิ การเล็ง การลั่นไก การแก้ไขเหตุเฉพาะหน้ากรณีกระสุนปืนค้างลำกล้อง โดยกำลังพลต้องพร้อมรับการตรวจความพร้อมทั้งทางร่างกาย การแต่งกายตลอดจนอาวุธยุทโธปกรณ์ ก่อนออกปฏิบัติหน้าที่ไม่น้อยกว่า 30 นาที นอกเหนือการติดอาวุธทางความคิดเพื่อให้มีอุดมการณ์ในการต่อสู้กับโจรก่อการร้าย ภายใต้การปลูกฝังกำลังกายและกำลังใจให้แก่กำลังพลเป็นระยะๆ

                           ในส่วนการตรวจสอบของผู้บังคับบัญชานั้นก็เพื่อให้แน่ใจว่ากำลังพลมีอาวุธยุทโธปกรณ์พร้อมที่จะปฏิบัติภารกิจ โดยต้องตรวจสอบความเข้าใจในภารกิจที่ได้รับมอบหมายและหน้าที่เฉพาะบุคคลเพื่อมิให้เกิดความผิดพลาดจากความหลงลืม ความประมาทหรือความไม่พร้อม  ผู้บังคับบัญชาต้องพยายามสร้างขวัญและกำลังใจก่อนออกปฏิบัติงานและให้กำลังพลทุกนายพร้อมรับการตรวจเยี่ยมของผู้บังคับบัญชาอื่นๆ นอกจากนั้นการตรวจสอบยังสามารถนำข้อบกพร่องไปกำหนดเป็นแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมในโอกาสต่อไปและหากพบข้อบกพร่องผู้บังคับบัญชาต้องไม่ปล่อยปละละเลย หรือไม่แนะนำตักเตือนสั่งสอนและลงทัณฑ์ผู้ใต้บังคับบัญชา หากปรากฏหลักฐานแน่ชัดต้องแนะนำตักเตือนสั่งสอนและลงทัณฑ์โดยเร็วที่สุดรวมทั้งต้องกระทำด้วยความถูกต้องเป็นธรรมตามระเบียบแบบแผน

3.5.2.2 การลาดตระเวนและการเฝ้าตรวจ

                               โดยปกติในทางทหาร การลาดตระเวนแบ่งได้เป็น 2 ชนิด ได้แก่ การลาดตระเวนหาข่าว (เป็นเขต เป็นพื้นที่) และการลาดตระเวนรบ (ตีโฉบฉวย ซุ่มโจมตี การป้องกัน การติดต่อ การออมกำลัง การค้นหาและโจมตี) แต่ในที่นี้จะขอกล่าวเฉพาะส่วนที่ใช้ในพื้นที่ในรูปแบบที่ใกล้เคียงกับยุทธวิธีตำรวจ โดยจะขอแยกเป็น 2 ลักษณะเพื่อให้ง่ายต่อการศึกษาคือ การลาดตระเวนโดยการเดินเท้า และยานพาหนะ เป็นหลัก ดังต่อไปนี้

                         ก. การลาดตระเวนด้วยการเดินเท้า

                                   ปกติการเคลื่อนที่จะดำเนินการโดยจัดกำลังเป็น 3 ส่วนใหญ่ๆ ได้แก่ ส่วนลาดตระเวนนำ ส่วนดำเนินกลยุทธ์และส่วนสนับสนุนรวมทั้งส่วนระวังหลัง โดยกำลังพลต้องรักษาระยะต่อให้เหมาะสมกับภูมิประเทศและห้วงเวลาในการปฏิบัติ ทุกนายต้องได้รับมอบหมายพื้นที่ตรวจการณ์ขณะลาดตระเวนรวมทั้งรับมอบหมายการปฏิบัติโดยฉับพลัน มีความพร้อมในการใช้อาวุธในทันทีและมีการระมัดระวังรอบตัว ในขณะที่มีการหยุดพักจะต้องจัดส่วนระวังป้องกันโดยรอบตลอดเวลาซึ่งต้องกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบ ทิศทางการตรวจการณ์และการพักต้องอยู่ในลักษณะพร้อมที่จะปฏิบัติงานได้ทันที กำลังพลส่วนที่ไม่ได้รับมอบหมายให้ระวังป้องกันต้องหมั่นตรวจสอบอาวุธยุทโธปกรณ์ สำหรับการพักเวลากลางคืนทุกคนต้องนอนคว่ำกับพื้นดินหูแนบพื้นเพื่อฟังเสียง  ในส่วนการลาดตระเวนในเมืองหมู่บ้านให้หลีกเลี่ยงการต่อสู้บนถนนเพราะมักจะตกอยู่ในพื้นที่การยิงจากอาวุธกล ในการข้ามถนนให้ข้ามตั้งฉากกับถนนในส่วนที่แคบที่สุดด้วยความรวดเร็ว ส่วนการเดินทางกลับให้หลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางเดิมเว้นแต่เป็นการดำเนินกลยุทธ์และหากมีการใช้คนนำทางต้องตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนว่าเป็นฝ่ายตรงข้ามจนกว่าจะพิสูจน์ทราบแล้วและต้องให้ความปลอดภัยพร้อมเฝ้าดูอย่างใกล้ชิด ในขณะเคลื่อนที่ต้องหลีกเลี่ยงการใช้เสียงดังโดยไม่จำเป็นโดยควรใช้สัญญาณเงียบ กำลังพลควรรู้จักการแก้ไขเมื่อจะไอหรือจามโดยเฉพาะอย่างยิ่งระหว่างการเดินในป่าให้หลีกเลี่ยงการเหยียบย่ำใบไม้หรือกิ่งไม้แห้ง ส่วนการเคลื่อนที่ในทางจำกัดหรือไม่มีเส้นทางให้ใช้แถวตอนเรียงหนึ่ง คงระยะต่อให้ช่วยเหลือกันได้ เพิ่มความระมัดระวังรอบตัว การเคลื่อนที่ในภูมิประเทศที่เปิดเผยให้ใช้รูปขบวนดาวว่าว สามเหลี่ยมแหลมหน้า(ลิ่ม)หรือสามเหลี่ยมแหลมหลัง และมีการตรวจการณ์รอบตัว  เพิ่มความระมัดระวังเมื่อเข้าใกล้พื้นที่อันตรายหรือสงสัย โดยให้สงสัยไว้ก่อนว่ามีฝ่ายตรงข้ามซ่อนตัวอยู่ ให้หยุดการเคลื่อนที่ขณะเดียวกันให้ปกปิดและพรางตัวรวมทั้งใช้ประโยชน์จากสิ่งที่มีอยู่ในภูมิประเทศหรือตามธรรมชาติ เช่น พุ่มไม้พงหญ้า จอมปลวก คูเขื่อน รอยแยกของดินและมีการระวังป้องกันรอบตัว ให้ส่งกำลังส่วนหนึ่งออกตรวจค้น อีกส่วนหนึ่งเตรียมการยิงหรือช่วยเหลือส่วนตรวจค้น เมื่อได้รับแจ้งว่าปลอดภัยจึงเคลื่อนที่ผ่านไปและเมื่อเคลื่อนที่ใกล้ที่หมายให้กำหนดหน้าที่ทุกคนโดยแน่ชัดกำชับทุกคนให้ระมัดระวังตลอดเวลาทั้งต้องส่งส่วนนำระมัด ระวังด้านหน้า กำชับส่วนด้านข้างให้เฝ้าตรวจและระมัดระวัง ส่วนด้านหลังให้มีการลาดตระเวนด้วย

                    ข. การลาดตระเวนโดยยานพาหนะ

                              หากยานพาหนะมีหลายคันให้ใช้ระบบคู่ดำรงระยะต่อให้เหมาะสม กำลังพลเตรียมพร้อมใช้อาวุธได้ในทันทีและทำให้การสื่อสารเป็นไปอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา สำหรับยานพาหนะควรเปิดส่วนบนและตอนท้าย เพื่อให้สะดวกในการใช้อาวุธตอบโต้และดำเนินกลยุทธ์เมื่อเกิดการปะทะ ในส่วนจัดวางตำแหน่งที่อยู่ของกำลังพลต้องมีการมอบหมายทิศทางตรวจการณ์ (ยามตรวจการณ์) โดยสามารถระวังป้องกันการยิงอย่างจู่โจมจากฝ่ายตรงข้ามได้ทุกทิศทางและระมัดระวังเป็นพิเศษต่อทางโค้ง ทางแคบ สะพาน ซอกเขา ฯลฯ ทั้งให้พิจารณาร่องรอยบนถนนที่มีพิรุธ เช่น รอยดินที่พลิกกลับใหม่  รอยแอสฟัลต์ใหม่หรือบริเวณที่คาดว่าฝ่ายตรงข้ามอาจวางทุ่นระเบิดไว้ได้และเมื่อถูกซุ่มโจมตีให้ยิงตอบโต้ทันทีพร้อมยิงคุ้มกันกำลังพลอื่นๆ ขณะลงจากรถและเริ่มทำการรบตามยุทธวิธี

                   ค. การตั้งฐานปฏิบัติการลาดตระเวน

                             การตั้งฐานลาดตระเวนหรือการตั้งฐานพักแรมลาดตระเวน (พักแรมระหว่างปฏิบัติลาดตระเวน) กำลังพลไม่ควรทราบล่วงหน้าว่าพื้นที่พักแรมอยู่ที่ใดและจะเข้าใช้ในเวลาใด ทั้งไม่ควรพักแรมซ้ำฐานลาดตระเวนเดิมเกิน 1 คืนเว้นแต่มีเหตุจำเป็น โดยต้องจัดยามคอยเหตุระวังป้องกันเป็นลำดับแรกเมื่อไปถึง วางแผนการจัดวางกำลังในลักษณะกระจายเพื่อมิให้เป็นอันตรายจากกระสุนระเบิดเพียงนัดเดียวและวางแผนเตรียมการการยิงรวมทั้งมีระบบเตือนภัยเงียบ ในการเลือกสถานที่ควรเลือกในที่ซึ่งเหมาะสมกับการตั้งรับและระวังป้องกันรวมทั้งสามารถติดต่อสื่อสารกับผู้บังคับบัญชาหรือหน่วยเหนือได้ ทั้งการสื่อสารโดยหน่วยปฏิบัติของตนเองและการติดต่อผ่านหน่วยงานอื่น โดยอาจมีการดัดแปลงภูมิประเทศ การพรางตามความจำเป็นและเหมาะสม มีการจำกัดเสียง แสงและควัน มีการตั้งสมมติฐานที่หลากหลายและสม่ำเสมอ

                          ง. การตั้งฐานปฏิบัติการในภูมิประเทศ

                                   ควรเลือกที่ตั้งให้สามารถตรวจการณ์และใช้อาวุธที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด หลีกเลี่ยงบริเวณที่มีจุดสูงข่มซึ่งทำให้ฝ่ายตรงข้ามได้เปรียบ มีการจัดชุดลาดตระเวนบริเวณโดยรอบที่ตั้งฐานก่อนนำกำลังส่วนใหญ่เข้าไป โดยมีการสำรวจเส้นทางเข้าออก แหล่งอำนวยความสะดวกไว้ล่วงหน้าเพื่อเปลี่ยนแปลงหรือลวงพราง ไม่นำกำลังเข้าที่ตั้งก่อนมืดค่ำนานเกินไป ควรมีที่รวมพลก่อนเข้าใกล้ฐานที่ตั้งหรือกำหนดฐานปฏิบัติการสำรองไว้ล่วงหน้า

                                    ในการป้องกันฐานที่ตั้งมี 2 ชั้น ได้แก่ การป้องกันชั้นใน ได้แก่ การวางเครื่องเตือนภัย แสง เสียง เชือกสัญญาณ โดยมียามคู่ระวังเหตุ และการป้องกันชั้นนอก ได้แก่ การจัดกำลังลาดตระเวนรอบฐานในเวลากลางวันหลายทิศทางและไม่เป็นเวลาแน่นอน ส่วนเวลากลางคืนจัดชุดซุ่มระบบคู่  กำลังพลต้องระมัดระวังเรื่องการใช้แสง เสียง ควันไฟ ควันบุหรี่ มีการกำหนดตำแหน่งที่อยู่ของกำลังพลโดยแน่นอน สามารถเตรียมการณ์การยิงด้วยอาวุธทุกชนิดที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด มีความพร้อมในการสื่อสารติดต่อเมื่อต้องร้องขอกำลังหรือการสนับสนุนและมีวินัยในการยิงปืนโดยจะใช้อาวุธเมื่อพบเห็นเป้าหมายหรือมีจุดพื้นที่สงสัยเท่านั้น  ไม่ใช้อาวุธเพียงเพื่อใช้เสียงบำรุงขวัญซึ่งจะเป็นการเปิดเผยที่อยู่และสิ้นเปลืองกระสุนโดยใช่เหตุ ในการตั้งฐานปฏิบัติการในภูมิประเทศนั้นมักไม่ตั้งฐานอยู่ที่เดิมนานเกินไป

                        จ. การเฝ้าตรวจ                 

                                   ได้แก่การเฝ้ารักษาเส้นทางมิให้ฝ่ายตรงข้ามดำเนินการใดๆ บนเส้นทางอันอาจเกิดอันตรายแก่ฝ่ายเรา โดยจัดวางกำลังจุดละ 2 นายทั้งสองข้างทางสลับกันไป โดยระยะห่างระหว่างจุดขึ้นอยู่กับภูมิประเทศ แต่ต้องอยู่ในระยะที่สามารถต่อสายตากันได้ ในการเฝ้าตรวจนั้นแต่ละจุดกำลังพลต้องผลัดกันสังเกตการณ์ตลอดเวลาสังเกตการณ์ทั้งในและนอกเส้นทางโดยเฉพาะบริเวณป่าและจุดคับขันรวมทั้งระมัดระวังเป็นพิเศษแก่บุคคลที่หยุดในหรือนอกเส้นทางอย่างผิดสังเกต

                   3.5.2.3 การปิดล้อมหมู่บ้าน

                                     การปิดล้อมหมู่บ้านมักเป็นการปฏิบัติการร่วมกันระหว่างทหารกับกำลังตำรวจและฝ่ายบ้านเมืองเพื่อค้นหาฝ่ายตรงข้าม อาวุธ กระสุน วัตถุระเบิดและเอกสาร โดยต้องมีฐานข่าวที่ดี มีแผนและการเตรียมการอย่างรอบคอบ มีการรักษาความลับและอาศัยความฉับพลัน การวางแผนบังคับบัญชาขึ้นอยู่กับขนาดของพื้นที่และกำลังพลที่เข้าร่วม (ทหารมักทำหน้าที่ปิดล้อมรอบนอก) สำหรับการปฏิบัติของฝ่ายทหารนั้นจะเริ่มจากวางแผน กำหนดการควบคุมบังคับบัญชาระหว่างทหารกับฝ่ายอื่นแจ้งการปิดล้อมพื้นที่รอบนอกโดยจะให้ความคุ้มครองฝ่ายบ้านเมือง ระวังรักษาและคุ้มครองบุคคลที่ต้องสงสัย โดยอาจใช้ ฮ. ดูการเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้าม กำหนดการระวังป้องกันภายในและนอกหมู่บ้าน ร่วมตรวจค้นหากกำลังฝ่ายบ้านเมืองไม่เพียงพอ

                                    ในการจัดหน่วยนั้นต้องแบ่งเป็นส่วนๆ เพื่อปิดล้อมโดยจัดวางกำลังรอบนอกเพื่อป้องกันการโจมตี จัดกำลังผสมเพื่อค้นหา จัดผู้ควบคุม คุมขังบุคคลเพื่อการสอบสวนคุ้มกันบุคคลที่ต้องการและสถานที่เป้าหมาย จัดชุดตรวจควบคุมการเข้าออกและจัดกำลังกองหนุนเพื่อแก้ไขปัญหาในการเคลื่อนกำลังต้องแบ่งเป็นส่วนๆ กำหนดตำบลลงรถและเดินเท้า พยายามปกปิดแสงสว่างและเสียง ใช้ความรวดเร็วฉับพลันและหลายทิศทาง เมื่อเข้าที่แล้วให้ใช้ประโยชน์จากที่กำบังหรือทำป้อมสนามหรือหลุมบุคคลหรือใช้ลวดหนามเข้ารักษาสถานที่ หากมีการเคลื่อนย้ายทางถนนต้องกำหนดจุดนัดพบ ควบคุมการจราจร กำหนดเส้นทาง และการระวังป้องกันไว้ด้วย โดยคำนึง

จังหวะเวลาในการปฏิบัติต้องเหมาะสมทันการณ์และตรงเวลา การปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติประจำต้องเคร่งครัด ในส่วนการสื่อสารต้องมีความสะดวกระหว่างหน่วยพลเรือน ตำรวจ ทหาร

                                                สำหรับเทคนิคการปิดล้อมเพิ่มเติมนั้น ก่อนการปิดบ้อมกำลังพลควรได้รับการบรรยายสรุปเกี่ยวกับพื้นที่อย่างละเอียดด้วยแผนที่ ภาพขยาย แผนผัง ภาพถ่ายทางอากาศของบริเวณนั้นตามความเหมาะสม โดยคำสั่งการปิดล้อมพื้นที่ควรครอบคลุมรายละเอียดเรื่องการสร้างแนวปิดล้อม เวลาและสถานที่จุดนัดพบสำหรับวางแผน พื้นที่รวมพลซึ่งอาจใช้เป็นที่บรรยายสรุป

เส้นทางไปยังที่นัดหมายต่างๆ (นัดพบวางแผน นัดรวมพล ฯ) รูปขบวนการเคลื่อนย้าย เวลาที่จะปิดล้อม คำสั่งที่ใช้สำหรับจับกุมหรือควบคุมตัวผู้แหกวงล้อม การจัดพวกค้นหาพร้อมรายละเอียด การกำหนดพื้นที่รับผิดชอบในการสร้างวงล้อม การจัดสถานที่คุมขัง และมาตรการลวงพราง

                                    ปกติการปิดล้อมเพียงชั้นเดียวก็เพียงพอ แต่บางกรณีอาจต้องใช้วงล้อมวงนอกเพิ่มเติมเพื่อมิให้เกิดการขัดขวางหรือผิดพลาดได้โดยง่าย โดยวงล้อมวงนอกอาจใช้เฮลิคอปเตอร์ ยานพาหนะหรือการเดินเท้า โดยมุ่งแยกพื้นที่การปิดล้อมให้โดดเดี่ยวด้วยความรวดเร็วที่สุด ทั้งนี้พึงระลึกถึงความมุ่งหมายของการปิดล้อมก็เพื่อมิให้ให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ปิดล้อมนั้นรู้ตัวจนกว่าการปิดล้อมจะแล้วเสร็จ บางโอกาสอาจเข้าสู่พื้นที่ปิดล้อมโดยเร็วหรือบางครั้งอาจต้องส่งกำลังพลลงในบริเวณที่ห่างออกไปแล้วมุ่งเข้าเป้าหมายด้วยหลายเส้นทางที่สะดวกและง่ายต่อการควบคุมพื้นที่ปิดล้อม สำหรับเวลาจะเป็นปัจจัยสำคัญยิ่งต่อความสำเร็จหากเป็นไปได้ต้องปิดล้อมพื้นที่ทุกด้านพร้อมในเวลาเดียวกัน ดังนั้นหน่วยย่อยที่จะปิดล้อมบริเวณที่ไกลที่สุดควรเคลื่อนย้ายก่อนแล้วเคลื่อนหน่วยอื่นๆ ตามลำดับ ในการประจำแนวปิดล้อมในเวลากลางคืนต้องไม่ให้วงล้อมขาดออกจากกันกำลังพลต้องอยู่ในสายตาบุคคลข้างเคียงเสมอ ส่วนในเวลากลางวันวงล้อมอาจเบาบางกว่าในเวลากลางคืนและปิดช่องว่าด้วยการลาดตระเวน หากมีการปิดล้อมเป็นเวลานานๆ อาจใช้เครื่องกีดขวางให้เป็นประโยชน์ สำหรับแนวปิดล้อมไม่ควรชิดขอบถนนด้านติดกับพื้นที่ปิดล้อม เพราะจะทำให้ระยะตรวจการณ์สั้นลง ควรถอยห่างเพื่อให้ได้ระยะตรวจการณ์มากที่สุดเท่าที่จะทำได้แต่ต้องระมัดระวังการแหกวงล้อม

                3.5.2.4 การเข้าปะทะ

                                กำลังพลทุกนายระลึกอยู่เสมอว่าการปะทะโดยฝ่ายตรงข้ามริเริ่มมักทำให้ฝ่ายเราเสียเปรียบเพราะโดยปกติฝ่ายตรงข้ามจะหลีกเลี่ยงการปะทะกับฝ่ายเรา ดังนั้นการฝึกและตรึกตรองทบทวนรวมทั้งตั้งสมมติฐานที่หลากหลายและสม่ำเสมอจะทำให้อยู่ในความไม่ประมาทเป็นนิจ ฝ่ายตรงข้ามมักจัดกำลังเคลื่อนที่ขนาดย่อมและหลบหลีกด้วยอาศัยความชำนาญภูมิประเทศ โดยการจะหวังผลจากการปะทะฝ่ายเราต้องเป็นฝ่ายริเริ่มดำเนินกลยุทธ์ อาทิ การลวง การพราง การซุ่มตรวจ  ดักตรวจและซุ่มโจมตีจึงจะทำให้ฝ่ายเราได้เปรียบ ในขณะปะทะต้องใช้รูปขบวนเปิดที่สัมพันธ์กับภูมิประเทศเพื่อให้มีอำนาจการยิงสูงและพึงหลีกเลี่ยงการลาดตระเวนด้วยการยิงเพราะจะทำให้ฝ่ายตรงข้ามรู้ตัวและตำแหน่งล่วงหน้า ควรเปิดฉากการยิงอย่างแม่นยำในทันทีเมื่อตรวจพบฝ่ายตรงข้ามและคำนึงถึงการยิงกดดันฝ่ายตรงข้าม ตัดเส้นทางการถอนตัว ป้องกันการเสริมกำลังของฝ่ายตรงข้ามและดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อความได้เปรียบจากการปะทะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการไล่ติดตามอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ในขณะการปะทะ ผบ.เหตุการณ์ต้องใช้ลักษณะผู้นำที่สูงสุด กล้าหาญและเฉียบขาด เมื่อพบว่าฝ่ายตรงข้ามอยู่ในที่กำบังแข็งแรงในขณะที่ฝ่ายเราถูกตรึงให้อยู่กับที่จะต้องเน้นปฏิบัติโดยฉับพลันด้วยการยิงข่ม ยิงตรึงฝ่ายตรงข้ามไว้เช่นกันและสั่งการให้ส่วนสนับสนุนขึ้นปีกโอบฝ่ายตรงข้าม อันจะทำให้ฝ่ายเราเป็นฝ่ายดำเนินการเข้าปะทะ

                               ข้อพิจารณาเมื่อปะทะข้าศึกประการอื่นๆ ได้แก่การที่ฝ่ายเรามักจะวางตัวอยู่กับที่และยิงอาวุธอย่างรุนแรงแต่เดาสุ่ม เพื่อสร้างความอุ่นใจแต่ไร้เหตุผล หวังใช้เสียงบำรุงขวัญและไม่มีการดำเนินกลยุทธ์เข้าตอบโต้ ดังนั้น กำลังพลจึงต้องมีความชำนาญในการปฏิบัติโดยฉับพลัน ไม่ตื่นเต้นสับสนจนเกินเหตุ ทุกนายต้องมีวินัยในการยิงปืน มีการกำหนดความรับผิดชอบโดยแน่ชัดทั้งในส่วนบุคคลและหน่วย ทั้งสามารถตอบโต้ด้วยกลยุทธ์ที่ได้เปรียบรวมทั้งมีการเตรียมการและขอการสนับสนุนได้อย่างถูกต้องแม่นยำ กำลังพลจะต้องหาข่าวและใช้ข่าวสารที่ได้รับให้เป็นประโยชน์เพื่อประมาณสถานการณ์โดยต่อเนื่องตลอดเวลา ตลอดจนนำมาใช้แก้ไขปัญหาในทันที หากมีผู้บาดเจ็บให้นำผู้บาดเจ็บมาอยู่ในที่ปลอดภัย ทำการปฐมพยาบาล รายงานให้หน่วยเหนือทราบ แล้วดำเนินกลยุทธ์ต่อจนสามารถขับไล่หรือควบคุมสถานการณ์ในจุดปะทะได้ จากนั้นจึงขอสนับสนุนการส่งกลับ กำลังพลจะต้องไม่พะวงอยู่กับผู้บาดเจ็บหรือพยายามถอนตัวออกหรือขอรับการส่งกลับในทันที เพราะอาจจะทำให้เกิดความสูญเสียกำลังมากยิ่งขึ้นรวมทั้งเป็นการเสียเปรียบแก่ฝ่ายตรงข้ามและเมื่อเสร็จสิ้นการปะทะจะต้องตรวจค้นจุดที่ปะทะและบริเวณโดยรอบในรัศมีอย่างน้อยระยะยิงหวังผลอาวุธประจำกาย แต่หากพบเส้นทางถอนตัวของฝ่ายตรงข้ามหรือร่องรอยบาดเจ็บในเวลากลางวันจะต้องส่งกำลังออกติดตามกวาดล้างหรือไล่ล่าให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้โดยไม่ต้องส่งกำลังเพิ่มเติม (สามารถปฏิบัติการได้ด้วยตนเองเป็นเบื้องต้น)

          3.5.2.5 การถอนตัวจากการปะทะ

                                ปกติการถอนตัวจะเกิดขึ้นเมื่อไม่มีเจตนาปะทะกับฝ่ายตรงข้ามซึ่งอาจจะเป็นเพราะความเสียเปรียบหรือการดำเนินกลยุทธ์ขั้นต่อไปหรือเพื่อเหตุอื่นใด ปกติการถอนตัวมี 3 วิธี

ได้แก่ ใช้ระบบนาฬิกาบอกทิศทางโดยให้ถือตรงหน้าเป็น 12 นาฬิกาและบอกระยะทางเป็นเมตร เช่น แปดนาฬิกา สองร้อย หมายถึง ให้ถอนตัวไปในทิศทางแปดนาฬิกามีระยะทางสองร้อยเมตร

วิธีที่สองคือการถอนตัวโดยใช้การยิงและเคลื่อนที่สลับกันโดยกำลังส่วนหนึ่งยิงตรึงฝ่ายตรงข้ามเพื่อกำบังการเคลื่อนที่ของกำลังอีกส่วนหนึ่งและกระทำสลับกันและสุดท้ายเป็นการถอนตัวแบบผสม (ปฏิบัติตามวิธีแรกผสมกับวิธีที่สอง)

                  ขณะที่ฝ่ายเราถอนตัวไม่ควรใช้เส้นทางเคลื่อนที่ในเส้นทางเดิม แต่ควรเลือกเส้นทางใหม่หลายเส้นทางหรือมีการลวงพราง แยกกันเดิน มีการกำหนดจุดปล่อย จุดนัดหมายโดยปกปิด กลบเกลื่อนร่องรอย ไม่มุ่งแต่เคลื่อนที่เพื่อจะถึงที่หมายเพียงอย่างเดียว ต้องมีการวางแผน ประมาณสถานการณ์โดยใช้ข่าวสารและสิ่งบอกเหตุที่มีอยู่ ทั้งต้องจัดส่วนระวังป้องกันรอบตัว (หน้า หลัง ทางข้าง) อาจจัดกำลังส่วนหนึ่งทิ้งไว้เพื่อตรึงและขัดขวางการติดตามของฝ่ายตรงข้ามแล้วจึงถอนตัวตามกำลังส่วนใหญ่ภายหลังหรืออาจมีการวางแผนลวงให้ฝ่ายตรงข้ามสับสนผิดทิศทางหรือล่อฝ่ายตรงข้ามให้เข้าสู่พื้นที่สังหารของฝ่ายเรา

   3.5.2.6 การปฏิบัติบางประการสำหรับชุดปฏิบัติการขนาดเล็ก

                          ก. การซุ่มโจมตีและการต่อต้านการซุ่มโจมตี

                                    การซุ่มโจมตี ได้แก่ การจู่โจมทันทีทันใดจากที่ซุ่มของกองกำลัง โดยที่ผู้ถูกโจมตีไม่รู้ตัวทั้งอาจเกิดขึ้นในขณะที่เป้าหมายอยู่ระหว่างการเดินทางหรือหยุดพัก การซุ่มโจมตีมี 2 ชนิด ได้แก่ แบบเตรียมการล่วงหน้ามาก่อนและเมื่อมีโอกาส  โดยในการซุ่มโจมตีมีสิ่งที่จำเป็นในการซุ่มโจมตีได้แก่การที่จะสามารถยิงได้รวดเร็วจากท่านั่ง ท่าคุกเข่า ท่ายืน ท่านอนและจากที่กำบังในลักษณะต่างๆ โดยต้องมีความสอดคล้องกับสภาพภูมิประเทศ มีการฝึกอย่างดีเยี่ยมทั้งเรื่องเทคนิคการซุ่มโจมตีและมีวินัยการรบอย่างเคร่งครัด การมีประสิทธิภาพในการลาดตระเวนหาข่าว การวางแผนการซุ่มโจมตี การชี้แจงและการฝึกในพื้นที่ซึ่งคล้ายกับพื้นที่จริง มีการ รปภ.และรักษาความลับอย่างเข้มงวดนับแต่วางแผนจนถึงลงมือ มีการคัดเลือกพื้นที่และวางกำลังได้เหมาะสม มีเส้นทางถอนตัวไปยังจุดนัดพบ มีการวางกำลังและพรางการซุ่มโจมตีอย่างมิดชิด มีแผนการใช้กำลังอีกส่วนเพื่อสกัดกั้นการหลบหนีของฝ่ายตรงข้ามและสกัดกั้นการไล่ติดตามฝ่ายเรา  ในส่วนของกำลังพลต้องมีความมุ่งมั่นรอคอยอย่างเต็มที่อาจเป็นชั่วโมงหรืออาจเป็นวัน รวมทั้งในแผนปฏิบัติต้องมีความชัดเจนและเข้าใจง่าย

                                  มีข้อเตือนใจสำหรับการซุ่มโจมตีได้แก่ควรมีผู้บังคับบัญชารับผิดชอบเพียงคนเดียว มีการวางตัว ณ จุดซุ่มให้เหมาะสมกับภูมิประเทศ  จัดวางอำนาจการยิงให้ครอบคลุมพื้นที่สังหาร กำลังพลทุกคนเข้าใจหน้าที่ของตนเองอย่างดี มีการควบคุมแสง เสียง ควัน มิให้เกิดขึ้นตลอดการซุ่ม มีการซักซ้อมก่อนปฏิบัติจริง มีแผนเมื่อถูกต่อต้านหรือตอบโต้การซุ่มโจมตี ลักษณะการยิงปืนควรยิงให้ต่ำเพราะกระสุนปืนอาจกระดอนไปถูกฝ่ายตรงข้ามได้         

                       ข. การระวังป้องกันและการตอบโต้

                             การระวังป้องกันต้องกระทำทั้งการรบเชิงรับ และการรบเชิงรุก และกำลังพลทุกคนต้องมีการระวังป้องกันในสามัญสำนึกและเห็นความจำเป็นในการใช้มาตรการระวังป้องกัน โดยการระวังป้องกันมีอยู่ 2 ลักษณะได้แก่ การรับโดยวิธีรุก และการรุกโดยวิธีรับดังนี้

                            การรับโดยวิธีรุก เป็นปัญหาในการรบที่ไม่เป็นไปตามแบบ กล่าวคือฝ่ายตรงข้ามจะไม่ใช้กำลังเป็นกลุ่มก้อนใหญ่หรือใช้วิธีรบแบบตั้งมั่น แต่จะแยกกำลังเป็นหน่วยย่อยๆ กระจายไปในพื้นที่และรวมกำลังกันเข้าซุ่มยิงซุ่มโจมตี ตีโฉบฉวย แล้วหลบหนีไปตามแบบจรยุทธ์หรือลอบกระทำด้วยวิธีอื่นๆ แม้แต่ประชาชนก็อาจถูกคุกคามได้เพื่อหวังผลเชิงสงครามจิตวิทยา ดังนั้นกำลังพลจึงต้องศึกษาเรื่องต่อไปนี้ ได้แก่เมื่อได้รับมอบพื้นที่ต้องศึกษาข่าวสารและพื้นที่โดยละเอียด รวมทั้งกำหนดมาตรการระวังป้องกันที่ตั้ง เส้นเคลื่อนที่ สถานที่สำคัญ และความปลอดภัยของประชาชน และเมื่อเคลื่อนย้ายหน่วยเข้าพื้นที่ต้องจัดหน่วยกำลังระวังป้องกันและประสานงานกันทั้งด้านหน้า ด้านข้างและด้านหลัง หากจำเป็นต้องแยกเป็นหน่วยย่อยๆ ก็ต้องเพิ่มความระมัดระวังและสามารถประสานงานกันได้  ทั้งเมื่อต้องส่งกำลังไปสนับสนุนและช่วยเหนือหน่วยอื่นที่ถูกโจมตีก็ต้องจัดกำลังป้องกันระหว่างเคลื่อนที่จากการถูกซุ่มโจมตีระหว่างทาง และระมัดระวังเครื่องกีดขวาง กับระเบิด ทุ่นระเบิดในเส้นทางผ่านหรือกลลวงอื่นๆ ที่อาจถูกล่อเข้าไปในพื้นที่สังหาร หากจำเป็นต้องมีการเคลื่อนย้ายหน่วยในพื้นที่อันตรายจะต้องศึกษาภูมิประเทศและข่าวสารเสียก่อน มีการจัดรูปขบวนการเคลื่อนย้ายให้เหมาะสม  กำหนดมาตรการป้องกันล่วงหน้า ณ จุดที่คาดว่าจะเป็นอันตรายหรือหลีกเลี่ยงหากทำได้  รวมทั้งมีการจัดส่วนกำลังป้องกันให้เพียงพอกับส่วนเคลื่อนย้าย โดยให้มีความคล่องตัวสามารถไปช่วยเหลือส่วนที่ถูกโจมตีได้ และเมื่อมีการโอบล้อมเพื่อกวาดล้าง และอาจมีช่องทางที่สามารถแหวกวงล้อมได้ง่าย ให้เสริมกำลังพล หรือการยิงและสัญญาณเตือนภัยที่สามารถหาได้ในภูมิประเทศ มีการเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้น และหากมีการโอบล้อมในเวลากลางคืนต้องจัดวางกำลังหลายๆ จุดในระบบคู่ ให้อยู่ใกล้กันสามารถช่วยเหลือกันได้ มีการกำหนดสัญญาณบอกฝ่ายหรือสัญญาณผ่าน เพื่อป้องกันการเข้าใจผิดและยิงกันเอง และเมื่อจำเป็นต้องเคลื่อนที่เข้าใกล้หรือเข้าไปในหน่วยข้างเคียงฝ่ายเดียวกันจะ  ต้องประสานงานก่อนเพื่อป้องกันการเข้าใจผิด  สำหรับที่ตั้งหน่วยและเส้นทางส่งกำลังบำรุงต้องจัดให้มีการระมัดระวังป้องกัน เพราะเป็นจุดอ่อนต่อการรบกวนหรือโจมตีให้เกิดความสับสนได้ง่าย

เมื่อมีการหยุดพักระหว่างเคลื่อนที่หรือรับประทานอาหาร ต้องจัดส่วนระวังป้องกันรอบตัว และใช้ประโยชน์จากที่กำบังตามภูมิประเทศ เสริมด้วยการลาดตระเวน  ส่วนในเวลากลางคืนให้ระมัดระวังมากยิ่งขึ้น สำหรับการใช้ยานพาหนะในพื้นที่อันตรายจะต้องกำหนดระเบียบปฏิบัติประจำและมีมาตรการป้องกันทั้งกลางวันและกลางคืน

                           การรบด้วยวิธีรับ (การป้องกันสถานที่สำคัญ ที่ตั้ง  และการตอบโต้)

                                   โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานที่สำคัญ จะต้องจัดทำแผนและซักซ้อมการระวังป้องกันร่วมกับหน่วยที่เกี่ยวข้อง โดยอาจมีการจัดกำลังไปป้องกันและเตรียมหน่วยสนับสนุนเพิ่มเติมหากจำเป็น มีการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุเพื่อป้องกันมิให้สับสน รวมทั้งเตรียมแก้ไขเมื่อการสื่อสารขัดข้อง สำหรับขนาดหน่วยกำลังที่จัดไประมัดระวังป้องกันในพื้นที่ที่ภัยคุกคามน้อยและอาจเคลื่อนย้ายไปช่วยเหลือได้ทันเวลาอาจใช้หน่วยเล็กๆแต่ต้องไม่ต่ำกว่าหมู่ปืนเล็ก ส่วนพื้นที่ที่อันตรายที่ไม่อาจเคลื่อนย้ายไปช่วยเหลือได้ทันเวลาจะต้องใช้กำลังให้เพียงพอที่จะต้านทานการเข้าตีอย่างรุนแรงได้ ในส่วนการระวังป้องกันรอบที่ตั้งต้องทำเครื่องกีดขวางปิดกั้นทางเข้า ในส่วนยุทโธปกรณ์ควรเก็บไว้ในที่ไม่เป็นอันตรายได้ง่ายแต่สามารถนำออกมาใช้ได้โดยสะดวกและให้ใช้ประโยชน์จากธรรมชาติในการกำบังซ่อนพราง โดยอาจดัดแปลงให้เหมาะสมกับภูมิประเทศ มีการจัดที่ตรวจการณ์ในภูมิประเทศสำคัญ เช่น เส้นทางเข้าสู่ที่ตั้ง และมีการลาดตระเวนระหว่างตรวจการณ์รวมทั้งจัดระบบเตือนภัยเมื่อมีอันตรายเพื่อให้โอกาสแก่กำลังพลที่พักผ่อนให้มีโอกาสประจำจุดที่ตั้งยิงเมื่อถูกโจมตี สำหรับการระวังป้องกันภายในที่ตั้งต้องจัดให้มีระบบแจ้งเตือนภัย จัดยามตรวจบริเวณสำคัญ ในเวลากลางคืนให้จัดยามระบบคู่ผลัดเปลี่ยนกันทุก 2 ชั่วโมง มีการการจัดกำลังเตรียมพร้อมเพื่อรองรับสถานการณ์ โดยต้องจัดเตรียมพร้อมไว้ส่วนหนึ่งตลอดเวลาโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อกำลังส่วนใหญ่พักผ่อนหรือไม่อยู่ในที่ตั้ง

                             การปฏิบัติเมื่อถูกโจมตีที่ตั้งให้ทุกคนรีบเข้าประจำจุดที่ตั้งยิงของตนเอง และปฏิบัติตาม รปจ.รวมทั้งแผนการที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ควบคุมสติให้อยู่ในความสงบ อย่าตื่นเต้นจนเกินไป เมื่อพบฝ่ายตรงข้ามให้ยิงและดำเนินกลยุทธ์หากมีโอกาสและได้เปรียบ ในกรณีไม่มีความจำเป็น อย่าเคลื่อนที่ไปมาระหว่างถูกเข้าตีเพราะจะทำให้สับสนและยิงกันเอง

                             สำหรับการปฏิบัติสำหรับประชาชนใกล้เคียงที่ตั้ง อาจขุดอุโมงค์หรือหลุมข้างๆ บ้านเพื่อหลบภัย ไม่ควรอยู่ภายในหรือใต้ถุนบ้านเพราะอาจถูกวางเพลิงได้และเมื่อถูกเข้าตีให้หลบในอุโมงค์หรือหลุมอย่างสงบ มีสติสัมปชัญญะ อย่าเคลื่อนที่ไปมาให้เกิดความสับสนหรืออาจกำหนดเวลาการเข้าออกเคหสถานในเวลากลางคืน ในการปฏิบัติเมื่อถูกวางเพลิงต้องมีการกำหนดระเบียบปฏิบัติประจำและเตรียมแผนไว้ล่วงหน้า มีเครื่องมือดับเพลิงติดตั้งไว้ในที่สะดวกพร้อมใช้งาน รวมทั้งมีการกำหนดสัญญาณบอกฝ่ายหรือสัญญาณอื่นๆ ตามที่นัดหมายล่วงหน้า

                             ในการเตรียมการใช้อาวุธในเวลากลางคืน ณ ที่ตั้ง อาวุธทุกชนิดต้องพร้อมใช้งานได้ในทันที อาวุธประจำกายและกระสุนต้องอยู่ใกล้มือพร้อมใช้งานเมื่อมีเหตุการณ์ สำหรับลูกระเบิดขว้างจะใช้ประโยชน์ได้มาก ในการรบแบบประชิดในเวลากลางคืนหากจำเป็นต้องใช้แสงสว่างในเวลากลางคืนเมื่อถูกโจมตี ให้ใช้พลุแสงสว่างไฟฉายหรือโคมไฟจากยานพาหนะส่องไปยังพื้นที่ต้องสงสัยหรืออาจถูกใช้เป็นเส้นทางเข้าตี สำหรับในเส้นทางคมนาคมที่ใกล้เคียงและมีความสะดวกในการติดต่อสื่อสารควรจัดชุดลาดตระเวนเฝ้าระวังและสามารถร้องขอช่วยเหลือกันได้ อย่างไรก็ตามเมื่อมีข่าวสารการปฏิบัติต่อข่าวสารที่ได้รับจะต้องพิจารณา ประเมินค่าและรายงานให้หน่วยเหนือทราบแล้วจึงปฏิบัติโดยระมัดระวังกลลวงหรือการลวงพราง เพื่อให้ฝ่ายเราเข้าไปติดกับดักหรือพื้นที่สังหารของฝ่ายตรงข้าม

                          ค. การรักษาความปลอดภัยในการติดต่อสื่อสาร (ทางวัตถุ การอักษรลับ และการส่งข่าว)

                               การรักษาความปลอดภัยทางวัตถุ ได้แก่ การรักษาความปลอดภัยให้วัตถุพ้นจากบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเพื่อป้องกันการสูญหาย ถูกทำลาย ถ่ายภาพหรือถูกยึด ฯ โดยควรเก็บวัตถุไว้ในตู้นิรภัยขนาดใหญ่หรือจัดยามเฝ้าหากไม่สามารถเก็บในตู้นิรภัยได้และต้องมีการเตรียมการทำลายเมื่อจำเป็น (ทำลายยามปกติ และการทำลายยามฉุกเฉิน) ทั้งหมั่นฝึกฝนและมีระบบตรวจสอบมิให้ข่าวสาร เอกสาร สำเนาคาร์บอน รั่วไหลไปยังฝ่ายตรงข้าม ป้องกันการดักฟังทางการสื่อสารและรายงานทันทีเมื่อวัตถุสูญหายหรือถูกยึดไป โดยในการแจกจ่ายคำแนะนำหรือวิธีทำลายเครื่องมือและเอกสารที่เป็นความลับต้องปฏิบัติด้วยความรอบคอบไม่รั่วใหล

                            ส่วนการรักษาความปลอดภัยการอักษรลับนั้นต้องปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเข้มงวด ห้ามผู้ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องใช้ระบบการอักษรลับ การเขียนข่าวต้องสั้น ถูกต้องและไม่เยิ่นเย้อ รวมทั้งไม่ส่งข่าวที่เป็นเรื่องเดียวกันทั้งข้อความธรรมดาและประมวลลับ

                               สำหรับการรักษาความปลอดภัยทางการส่งข่าว ได้แก่ การส่งข่าวให้พ้นจากการดักฟัง ทำให้ผู้ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องทราบเรื่องราวให้น้อยที่สุด มีการกำหนดระเบียบปฏิบัติประจำและใช้ระบบที่ตกลงกันไว้ล่วงหน้า หมั่นรักษามาตรฐานและวินัยการรับส่งข่าวของพนักงานวิทยุ ระมัดระวังไม่ให้ผู้ไม่มีหน้าที่ทำการส่งข่าวสาร หากเป็นการข่าวชั้นลับที่สุดให้ใช้พลนำสาร

                            ในส่วนหลักการใช้วิทยุโทรศัพท์ที่ถูกต้องนั้นต้องไม่ส่งข่าวใดๆ ก่อนได้รับอนุมัติ ก่อนส่งข่าวให้ใคร่ครวญก่อนเสมอหรือให้เขียนไว้ล่วงหน้า พนักงานส่งข่าวต้องพูดให้ช้า ชัด เป็นวลีปกติ หากมีการบันทึกต้องให้มีเวลาบันทึกด้วย บางครั้งจงฟังก่อนเพื่อหลีกเลี่ยงการรบกวนการส่งข่าวของสถานีอื่น ที่สำคัญพึงระลึกอยู่เสมอว่าฝ่ายตรงข้ามกำลังดักฟังอยู่

                                   ในการติดต่อสื่อสารนั้น ห้ามการปฏิบัติใดๆ ที่รบกวนการปฏิบัติหน้าที่ อาทิเช่น การฝ่าฝืน การระงับหรืองดใช้วิทยุ การสนทนาเรื่องส่วนตัว การส่งข่าวโดยไม่ได้รับอนุญาต มีการใช้ข้อความธรรมดาโดยไม่ได้รับอนุญาต มีการฝ่าฝืนการปรับหรือทดลองเครื่อง มีการส่งชื่อหรือตำแหน่งพนักงานวิทยุแจ้งระบบบอกพวกและนามหน่วยโดยภาษาธรรมดาหรือพูดรวมไปกับการเรียกขานที่ไม่ปกปิด การใช้คำย่อต่างๆ เกินกว่าที่ทางราชการกำหนด หรือใช้ภาษาธรรมดาแทนคำย่อตามระเบียบ รวมทั้งการใช้ภาษาที่ไม่สุภาพหรือไม่เป็นมงคล โดยมีข้อพึงหลีกเลี่ยงได้แก่การใช้กำลังส่งออกอากาศมากเกินควร ใช้เวลามากในการปรับหรือทดลองเครื่องหรือส่งด้วยความเร็วเกินความ สามารถของพนักงานรับ รวมทั้งบกพร่องหรือละเลยต่อมาตรการรักษาความปลอดภัยที่กำหนดไว้

 
    ประมวลภาพการฝึกทบทวนยุทธวิธีตำรวจ สภ.ปะนาเระ
 
   
 
สภ.ปะนาเระ ฝึกทบทวนยุทธวิธีทุกวันศุกร์

                                    
  
                          
                                      
                                                           
 
รับการฝึกจากครูฝึกเคลื่อนที่ ภ.จว.ปัตตานี
 
    
 
         
 
 " ฝึกน้อยตายมาก  ฝึกมากตายน้อย"