เผยแพร่ผลงาน Best Practice (ปฐมวัย)

 
 
 

แบบการนำเสนอรูปแบบการบริหารจัดการศึกษาปฐมวัยหรือรูปแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้

ระดับปฐมวัยที่ดี

 

1. ชื่อผลงาน  :  สร้างสรรค์ภาษาพาหนูปลูกผัก

2. ชื่อผู้นำเสนอผลงาน:  นายสุภัค   แฝงเพ็ชร  ตำแหน่ง  ครู

                ที่อยู่  โรงเรียนบ้านอ้อกระทิง     สพป.  นครปฐม  เขต 1

                อีเมล   supuk4525@hotmail.com

3. หลักการเหตุผล/ความเป็นผล

                ปัจจุบันนี้ การสอนภาษาสำหรับเด็กปฐมวัยยังคงได้รับกระแส ด้านการเร่งรัด อ่าน เขียน ของผู้ปกครอง และพบปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ในระดับประถมศึกษา  การจัดการศึกษาระดับปฐมวัยของศูนย์เด็กปฐมวัยต้นแบบเครือข่ายโรงเรียนบ้านอ้อกระทิง    ให้ความสำคัญในพัฒนา การจัดการเรียนการสอนเพื่อเสริมสร้างทักษะทางภาษาของเด็กปฐมวัย โดยยึดหลักพัฒนาการและหลักการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้เด็กได้มีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมเพื่อเชื่อมโยงประสบการณ์เดิมตามบริบทของสังคม ชุมชนของเด็กและประสบการณ์ใหม่ในการสร้างองค์ความรู้ทางภาษาด้วยตนเอง ให้เด็กได้เรียนรู้จากการปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลายโดยเฉพาะกิจกรรมที่ใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 เพื่อให้เด็กเรียนรู้ภาษาจากการค้นพบอย่างมีความหมาย ให้เด็กได้ใช้ภาษาในการสื่อสารระหว่างกันและมีครูเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือหรืออำนวยความสะดวก ทั้งนี้ได้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมการเพาะปลูกผักสวนครัว ซึ่งเป็นอาชีพหลักของชุมชน และเด็กปฐมวัยร้อยละ 85 มาจากครอบครัวเกษตรกรรมด้านการเพาะปลูกผัก จึงได้นำกิจกรรมดังกล่าวมาพัฒนาทักษะทางภาษาสำหรับเด็กเพราะเป็นเรื่องราวที่แวดล้อมรอบตัวเด็ก และเด็กมีความสนใจสูง เป็นการเปิดโอกาสให้เด็กเรียนรู้ทักษะทางภาษาด้านการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียนไปพร้อมกับลงมือปฏิบัติกิจกรรมเพาะปลูกด้วยตนเองผ่านการรับรู้จากประสาทสัมผัสทั้ง 5 และนำสู่การสร้างองค์ความรู้ต่อไป

4. วัตถุประสงค์

                เพื่อเสริมสร้างทักษะทางภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย ด้านการฟัง พูด อ่านและเขียน

5. แนวคิด/ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง

ศูนย์เด็กปฐมวัยต้นแบบเครือข่ายโรงเรียนบ้านอ้อกระทิงได้นำแนวทางการจัดประสบการณ์ทางภาษาแบบธรรมชาติ  ตามแนวคิดของ กู๊ดแมน(Goodman) และมีความเชื่อว่า เด็กปฐมวัยสามารถเรียนรู้ภาษาผ่านกิจกรรมการเพาะปลูกได้       ซึ่งเด็กจะได้เรียนรู้ภาษาจากประสบการณ์  และการลงมือปฎิบัติผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 และนำสู่การสร้างความรู้ ตามหลักการเรียนรู้ของเพียเจต์ (Piajet) บรูเนอร์ (Bruner) และดิวอี้ (Dewey) เช่นเดียวกับแนวคิดของไวก็อตสกี (Vygotsky) ที่ว่า พัฒนาการทางสติปัญญาและการเรียนรู้ของเด็กเกิดจากการที่เด็กใช้ภาษาเป็นเครื่องมือในการสื่อสารกับผู้อื่นในสังคม และเด็กได้รับการพัฒนาทางสติปัญญาจากการช่วยเหลือของครู (Scaffolding) ในการขยายขอบเขตการเรียนรู้ (Zone of Proximal Development)   ซึ่งโรงเรียนเน้นการจัดการเรียนรู้ในบริบทใกล้ตัว ตามแนวคิดของฮอลิเดย์  ที่ว่า บริบทสภาพแวดล้อมใกล้ตัวเด็กมีส่วนสำคัญในการเรียนรู้ภาษาสำหรับเด็ก

 

6. การดำเนินงาน/กระบวนการ/วิธีการปฏิบัติ

                การจัดประสบการณ์สร้างสรรค์ภาษาพาหนูปลูกผัก เป็นการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่ให้เด็กปฐมวัยได้ปฏิบัติกิจกรรมการเพาะปลูกผักสวนครัวใกล้ตัวเด็ก โดยให้เด็กวางแผนกำหนดหัวข้อ เพาะปลูกร่วมกัน  ศึกษานอกสถานที่  เสนอแนวทางการเพาะปลูก  การเตรียมอุปกรณ์การเพาะปลูก การบำรุงรักษา สังเกตการเจริญเติบโต การเก็บเกี่ยวผลผลิต และนำมาประกอบอาหาร  ซึ่งกิจกรรมการเพาะปลูกดังกล่าวจะมีกระบวนการสอดแทรกกิจกรรมทางภาษาเพื่อให้เด็กได้รับการพัฒนา ดังนี้ 

 

ขั้นตอนการพัฒนา

กระบวนการพัฒนาภาษา

1.  เลือกหัวข้อ

     เด็กจะได้รับการกระตุ้นเร้าให้เกิดความสนใจ จากการนำเสนอกิจกรรมการเรียนรู้ทางภาษาของครู อันได้แก่ คำคล้องจอง เพลง ที่มีความสอดคล้องกับประสบการณ์สำคัญและสาระการเรียนรู้ของเด็ก

 

 

 

 

การฟัง  

-                   ฟังนิทาน

การพูด

-                   สนทนาเรื่องราวที่เด็กสนใจ

-                   ท่องคำคล้องจอง

-                   ร้องเพลง

-                   ฯลฯ

การเขียน

-                   เขียนอิสระวาดภาพสิ่งที่เด็กอยากรู้

2. วางแผนร่วมกัน  

       เด็กได้ร่วมกันปรึกษา อภิปราย และแสดงความคิดเห็นเพื่อสื่อสารถึงความรู้ ความคิด ความรู้สึกและความต้องการในการเรียนรู้ของตน

การพูด

-                   พูดนำเสนอเรื่องราวให้ผู้อื่นรับรู้

การฟัง

       - ฟังเรื่องราวจากเพื่อนที่นำเสนอ

ขั้นตอนการพัฒนา

กระบวนการพัฒนาภาษา

3. เรียนรู้ร่วมกัน    

      เด็กเรียนรู้จากการปฏิบัติกิจกรรมผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 โดยใช้กิจกรรมเพาะปลูกผักสวนครัว ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรงทางภาษาอย่างเป็นธรรมชาติ ได้แก่  การศึกษานอกห้องเรียน  การทดลองปฏิบัติการเพาะปลูก การบันทึกผล การฟังนิทาน  

แต่งนิทาน   เพลง   คำคล้องจองร่วมกัน อ่านและเขียนนิทานร่วมกัน   การประกอบอาหาร  และเล่นเกมการศึกษา เป็นต้น

การฟัง

   -  ฟังนิทาน และเรื่องราวต่างๆ

การพูด

    - สนทนาเรื่องราวต่าง ๆ

   -  อภิปรายผลการทำกิจกรรม

   - เล่าเรื่องซ้ำจากการที่ฟังนิทาน โดยมี

เพื่อนเล่า

การอ่าน

   -  อ่านหนังสือ นิทานร่วมกัน และอ่านแบบชี้แนะ

   -  อ่านอิสระ  เช่น บัตรคำ  คำคล้องจอง เพลง  นิทาน ตามมุมหนังสือ

   -  อ่าน เพลง คำคล้องจอง นิทาน บัตรคำ

แบบชี้แนะ

    - อ่านออกเสียงให้ฟัง จากนิทานที่แต่ง

การเขียน

     -  เขียนบันทึกผลการเพาะปลูกพืชร่วมกัน

     -  เขียนอิสระ

     -  เขียนนิทาน  คำคล้องจอง  เพลงร่วมกัน

      - เขียนรายการอาหาร  แผนที่เดินทาง  ร่วมกัน

 

 

4.  สรุปทบทวนความรู้ นำเสนอผลงาน  

       -  เป็นขั้นตอนการทบทวนความรู้ผ่านกิจกรรมศิลปะ

เช่น การปั้น วาดภาพระบายสี การพิมพ์ภาพ ฉีก ตัดปะ การประดิษฐ์ และการเล่าเรื่องราวผลงานของตนเองโดยครู   จดบันทึก

       -  นำผลการเรียนรู้ทั้งหมดมาจัดแสดงผลการเรียนรู้ร่วมกัน

 

การฟัง

      -ฟังเรื่องราวจากเพื่อน  ที่นำเสนอ

การพูด

      - พูดเล่าเรื่องจากสิ่งที่ลงมือปฏิบัติกิจกรรม

การเขียน

-                   ขีดเขียนผ่านการวาดภาพระบายสี

 

 

จากกิจกรรมดังกล่าวข้างต้นสามารถนำมาปฏิบัติให้สอดคล้องบูรณาการกับตารางกิจกรรมประจำวันสำหรับเด็กปฐมวัย ดังนี้

. แผนการดำเนินงาน/ระยะเวลาในการดำเนินงาน

               ระยะที่ 1  สังเกตพัฒนาการทางภาษาของเด็กปฐมวัย ด้านการฟัง พูด อ่าน เขียน 1  สัปดาห์

               ระยะที่2   จัดกิจกรรมเพาะปลูกผักสวนครัวตามความสนใจของเด็ก  ภาคเรียนเรียนละ 1 ชนิด/ห้องเรียน

                                    สังเกตการเจริญเติบโตและจัดกิจกรรมตามกระบวนการสอน  ตามอายุการเจริญเติบโตของผักแต่ 

                               ละชนิดที่เด็กสนใจปลูก  โดยวัดและประเมินผลกิจกรรมพัฒนาภาษาตามสภาพที่แท้จริงด้วยแบบ

                               สังเกตพฤติกรรม  8  สัปดาห์

               ระยะที่ 3   รวบรวมข้อมูล สรุปผลการพัฒนาภาษา สำหรับเด็กปฐมวัย

              ระยะเวลาดำเนินการจัดกิจกรรม สัปดาห์ละ 5 วัน  บูรณาการตามตารางกิจกรรมประจำวัน เป็นเวลา 8 สัปดาห์/ภาคเรียน

8. ผลการปฏิบัติงาน

           เด็กปฐมวัยมีทักษะทางภาษาที่ดีขึ้น   และมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นทำให้เกิดการพัฒนาภาษาอย่างต่อเนื่อง สามารถสื่อสารให้ผู้อื่นเข้าใจทั้งด้านการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน เป็นพื้นฐานในการศึกษาระดับต่อไป

9. ปัจจัยที่ทำให้วิธีการประสบผลสำเร็จ

            ด้านการบริหารจัดการ  ผู้บริหารส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาอย่างต่อเนื่อง

            ด้านการจัดการเรียนการสอน  คณะครูมีความสามัคคี นำการจัดประสบการณ์ให้เด็กได้ลงมือปฏิบัติจริง

            ด้านสื่อ และเทคโนโลยี  จัดหาสื่อได้สอดคล้องกับการเรียนรู้ของเด็ก

            ด้านการประสานชุมชน  ได้รับความร่วมมือในการจัดประสบการณ์ส่งเสริมการเรียนรู้เช่น เป็นวิทยากร 

10. บทเรียนที่ได้รับ

          ผู้เรียนได้รับการพัฒนาภาษาอย่างต่อเนื่องโดยได้รับการส่งเสริมการจัดกิจกรรมการเรียนรู้   ส่งผลให้เด็กได้รับการพัฒนาทักษะทางภาษาและได้ใช้ภาษาในการสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพเหมาะสมตามวัย