พันธ์ไม้ในวรรณคดี

ไม้ในวรรณคดี

         เมืองไทยของเราเป็นเมืองร้อน มีต้นไม้ ดอกไม้มากมาย พรรณไม้ที่กวีไทยในสมัยก่อนได้นำมาพรรณากล่าวถึงในวรรณคดีก็มีมากมายเช่นกัน ดังนั้นเพื่อให้เราได้ศึกษาวรรณคดีกันอย่างสนุกและเข้าใจมากขึ้น ก็เลยรวบรวมค้นคว้าเอาพรรณไม้เหล่านี้มาลงไว้ให้อ่านกันเป็นการเสริมความรู้ค่ะ

กรรณิการ์
Nyctanthes arbortristis L.
(OLEACEAE)

 

                     พระนึกคะนึงนางพลางประพาส            รุกขชาติที่ในสะตาหนัน
              รุกขชาติที่ในสะตาหนัน                               ดอกหล่นปนกันอยู่กลางทราย
                                                                                              วรรณคดีเรื่องอิเหนา พระราชนิพนธ์รัชการที่ 2

        ขอแนะนำดอกไม้อย่างหนึ่งมีกล่าวไว้ในกาพย์กลอนของเราบ่อยๆ คือ ดอกกรรณิการ์ บางทีเรียก "กรณิการ์"

        พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานอธิบายว่า กรรณิการ์ เป็นต้นไม้ยืนต้น ชื่อภาษาละตินว่า (Nyctanthes arbortristis ) ใบคาย ดอกหอม กลีบขาว ตรงโคนเป็นหลอด
สีแสด ใช้ย้อมผ้า นี่ก็แสดงว่า แต่เดิมก่อนที่จะมีสีย้อมผ้า ดอกกรรณิการ์ใช้ประโยชน์แทนสี เช่นเดียวกับแก่นขนุนที่ใช้ต้มเอาน้ำย้อมผ้าเหลืองเรียกว่ากรัก หรือต้นคำ ที่ใช้เมล็ด
ย้อมผ้าอย่างในบทเห่กล่อมเด็กว่า " วัดเอยวัดนอกมีแต่ดอกแคแดง ดอกคำยิ่งแพง สาวน้อยจะห่มสีชมพู " ต้นไม้อื่นที่ดอก เปลือก และแก่นนำมาใช้ย้อมสีได้คงมีอีกมาก
        กรรณิการ์เป็นไม้พุ่มค่อนข้างโปร่ง สูง 1.5-2.5 ม. กิ่งเป็นหลี่ยมผิวหยาบและเปราะหักง่าย ใบเป็นใบเดี่ยว รูปคล้ายรูปไข่ ขนาดยาว 4-8 ซม. ปลายแหลม ขอบใบอาจจะ
เรียบหรือเป็นจัก ให้ดอกเกือบตลอดปี ขนาดดอก 1.5-2 ซม. กลีบเป็นแฉกสีขาว 5 แฉก ปลายบิดเวียนเล็กน้อย หลอดดอกตรงสีแสดยาวประมาณ 1 ซม. ดอกบานและมีกลิ่นหอม
ในเวลากลางคืน ครั้นถึงเวลาเช้า ดอกจะร่วงลงเกลื่อนใต้ต้น
        คนไทยสมัยก่อนนอกจากจะใช้หลอดกลีบดอกย้อมผ้าแล้ว ยังนิยมนำมาร้อยเป็นสาย และผูกกันเป็นพวงอุบะได้สวยงามมาก พันธุ์ไม้ชนิดนี้ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด หรือ
โดยการตอนกิ่ง ปลูกเลี้ยงได้ดีในที่น้ำไม่ขัง และมีร่มเงาเล็กน้อย ถิ่นเดิมแถบเอเชียตอนใต้

การะเวก (กระดังงาจีน สะบันงาเครือ สะบันงาจีน)
Artabotrys siamensis Miq.

      การะเวกเหมือนเอกองค์         พระผู้ทรงสุขสำราญ
        เป็นเอกวิเวกหวาน                        โปรดประทานพระสัจธรรม
                                                                                                 กาพย์เห่เรือ : นายฉันท์ ขำวิไล

      การะเวกเป็นชื่อท้องถิ่นของกระดังงาจีนที่เรียกกันในภาคกลาง ทางเหนือเรียก สะบันงาเครือ สะบันงาจีน เป็นไม้เลื้อยเถาเนื้อแข็งใหญ่โตแข็งแรงมาก  มีหนามแข็งยาว 
ใบ เป็นใบเดี่ยว เรียงกลีบสองด้านในระนาบเดียวกันของกิ่ง ใบรูปรีแกมขอบขนาน กว้าง 4-8 เซนติเมตร  ยาว 8-10 เซนติเมตร ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ ผิวใบสีเขียวเข้ม
เป็นมัน เนื้อใบหนา มีช่อดอกสีเหลือง ออกดอกเป็นช่อ มี 1-5  ดอก ก้านดอกแบนและโค้งคล้ายตะขอ กลีบดอกมี 6 กลีบ แต่ละกลีบรูปรีปลายแหลม กลีบชั้นนอกกว้าง 1-1.5
เซนติเมตร ยาว 2.5-4.5 เซนติเมตร เนื้อกลีบหนา กลีบดอกชั้นในมีขนาดเล็กกว่า ดอกอ่อนสีเขียว มีขนปกคลุม เมื่อบานเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ผิวเรียบเป็นมันและใส สีกลิ่นหอม
ตั้งแต่เย็นจนถึงเช้า ออกดอกตลอดปี
          ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ดและการตอนกิ่ง  เป็นไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในจีนตอนใต้ อินเดีย และศรีลังกา มีรูปร่างคล้ายการเวกของไทยมาก แต่มีดอกดก ขนาดดอกและใบ
ใหญ่กว่า จึงเป็นที่นิยม ปลูกเลี้ยงกันทั่วไป ตามซุ้มริมถนนในกรุงเทพมหานคร คนทั่วไปมักเรียก การะเวก

กระดังงาไทย
Cananga odorata Hook.f.&Thomson var.odorata
(Annonaceae

  

                      กระดังงาจำปาเทศ             เหมือนเสด็จแดนสวรรค์
 อินทรา และเทวัญ                    ทุกช่อชั้นมาชื่นชม
                                                                                                  กาพย์เห่เรือ : นายฉันท์ ขำวิไล

              กระดังงาไทย เป็นต้นไม้ใหญ่โตมาก บางต้นสูงเกือบ 20-30 เมตร ดอกสีเหลืองแกมเขียวอ่อนๆ ตัวกลีบเล็กยาวและมีกลิ่นหอม มาก จนนำเอามาทำเป็นเครื่องหอมใช้
้ในการปรุงอาหารบ้าง การปลูกคงใช้เมล็ดหรือกิ่งตอน ดอกมีเรื่อยๆ
              กระดังงาเป็นไม้ในถิ่นเอเซียเขตร้อน อยู่ในวงศ์เดียวกับน้อยหน่าและการะเวก ใบเป็นใบเดี่ยว รูปรีหรือรูปไข่   ขนาดยาว 9-15 ซม. กว้าง 6-8 ซม. แผ่นใบบาง ดอก
ออกเป็นช่อสั้น ห้อยลง ขนาดดอก 6-8 ซม. แต่ละดอกมี 6 กลีบ  กลีบเป็นแถบบาง ขอบเป็นคลื่นเล็กน้อย
 

กุหลาบ
Rosa  spp. & Rosa  hybrids.
(ROSACEAE)

             ไม้เรียกผะกากุพ-                 ชะกะสีอรุณแสง
      ปานแก้มแฉล้มแดง                      ดรุณี ณ ยามอาย
     ดอกใหญ่และเกสร                       สุวคนธมากมาย
  อยู่ทน บ่วางวาย                          มธุรสขจรไกล
       อีกทั้งสะพรั่งหนาม                      ดุจะเข็มประดับไว้
                                                                       มัธนะพาธา : พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 6

        กุหลาบในภาษาอังกฤษเรียกว่า Rose นั้น เป็นไม้พุ่มก็มี  ไม้เลื้อยก็มี แตกกิ่งก้านสาขามาก มักมีหนามตามต้นตามกิ่ง  ใบออกเป็นช่อ 3 หรือ 5 ขอบใบเป็นจักๆออกดอก
เป็นช่อหรือเดี่ยวก็ได้ สุดแต่พันธุ์  เป็นดอกไม้ที่งามมาก จนเรียกกันว่าเป็นนางพญาแห่งดอกไม้ (Queen of the flower)

        กุหลาบมากพันธุ์ด้วยกันที่มีกลิ่นหอมเย็น    บางอย่างก็ส่งกลิ่นตอนเช้า บางพันธุ์ก็ส่งกลิ่นตอนเย็น เป็นพันธุ์ไม้ที่ชอบอากาศหนาวเย็น เพราะฉะนั้นทางเหนือของประเทศ
ไทยจึงปลูกกันได้ดีกว่าภาคอื่นๆ 

 

Comments