อ็อกไข่, โรงเรียนควาย

 
  
 
 
 
 
 

วิดีโอ YouTube

 
 
ภาพสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ วันเสด็จฯเยี่ยมชมโรงเรียน
 
 
วันนี้! เดี๋ยวนี้!...แม้แต่ควาย(((((ควายจริงๆ)))))
 
ยังต้องไปเรียนที่โรงเรียนเลยคู้น...
 
 

โรงเรียนแห่งนี้ชื่อว่า "กาสรกสิวิทย์"

 

"กาสร" แปลว่า ควาย

 

"กสิวิทย์" คือ ศาสตร์แห่งการทำกสิกรรม

 

"กาสรกสิวิทย์" จึงหมายถึง สถาบันอันประสิทธิ์ประสาทวิชาว่าด้วยการเลี้ยงควาย เพื่อการทำเกษตรกรรม

 

เป็นโครงการพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงมุ่งมั่นสืบสานพระปณิธานแห่งความพอเพียง  โดยสร้างเป็นห้องเรียนกลางแจ้งสำหรับชาวนา และควายไทยให้รู้จักการทำนาตามแบบฉบับภูมิปัญญาไทย

 

โรงเรียนนี้ตั้งอยู่ที่ ตำบลศาลาลำดวน อำเภอเมือง จังหวัดสระแก้ว ภายใต้การดูแลของมูลนิธิชัยพัฒนา

 

เนื่องจากทุกวันนี้ชาวนาต่างหันไปใช้รถไถหรือควายเหล็กในการทำนา ก่อให้เกิดหนี้สิน และค่าใช้จ่ายที่สูงที่สุดก็คือ น้ำมัน

 

หากเกษตรกรเปลี่ยนมาใช้แรงงานควายไถนาแทนการใช้เครื่องจักร ก็จะช่วยลดรายจ่าย  ทำให้ต้นทุนการผลิตลดลง  ประกอบกับมีพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรื่องการใช้พลังงานทดแทน

"การใช้ควายไถนาทำให้ชาวนาสามารถพึ่งตนเองได้โดยไม่ต้องกู้หนี้ ยืมสิน"

 

นอกจากนี้ มูลควายตัวหนึ่งยังสามารถนำมาผลิตปุ๋ยคอกได้ถึง 2 ตันต่อปี ซึ่งสามารถนำมาพัฒนาเป็นปุ๋ยชีวภาพ และแก๊สชีวภาพจากมูลควาย

 

แต่ควายทุกตัวไม่ได้เกิดมาแล้วจะไถนาเป็น จึงต้องผ่านการฝึกฝนเสียก่อน เริ่มตั้งแต่สนตะพาย  ฝึกลากจูง  เทียมเกวียน ฯลฯ

 

บุคลากรในโรงเรียนประกอบไปด้วย ครูคน และครูควาย นักเรียนคนและนักเรียนควาย  โดยทั้งหมดจะมาเรียนรู้ร่วมกัน มีการปฏิบัติจริงในแปลงนาสาธิต

 

วิชาที่สอนก็จะฝึกให้รู้จักการใช้เครื่องมือต่างๆ เช่น คันไถ แอก และคราด อาจมีการเรียนพิเศษอื่นๆบ้าง เช่น ฝึกให้สวัสดี

 

โรงเรียนนี้ยังให้ความรู้แก่เกษตรกรเรื่องการหีบอ้อย การนวดข้าว การดำนา และการสีข้าว มีการจัดทำแปลงสาธิตทางการเกษตรแบบต่างๆ การใช้ประโยชน์จากมูลควาย และของเหลือใช้

 

โดยโรงเรียนจะพัฒนาให้เป็นแหล่งอบรม แหล่งเรียนรู้ และแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อีกด้วย

 
 
 
 
 
 
 
  

อ็อกไข่

 

          อ็อก  เป็นการปรุงอาหารโดยนำอาหารใส่ในกระทงซึ่งทำด้วยใบตองกล้วยเย็บซ้อนกันหลาย ๆ ชั้น  แล้ววางกระทงบนตะแกรงบนเตาถ่านไฟรุม ๆ  ในการปรุงจะใส่น้ำในอาหารนิดหน่อยพอประมาณ  เพราะใช้เวลาไม่นานนักอาหารก็สุก  รับประทานได้ทันที

 

          เครื่องปรุง  อ็อกไข่

 

          ไข่ไก่  ไข่เป็ด  ไข่ห่าน  ไข่นกกระทา  หรือไข่อะไรก็ได้ที่กินได้ ตามใจชอบครับ  ต้นหอม  พริกขี้หนู  พริกไทยป่น  และใบตองกล้วย-ไม้กลัดสำหรับทำกระทง

 

          วิธีปรุง  อ็อกไข่

 

          ตอกไข่ใส่กระทงซึ่งทำด้วยใบตองกล้วยเย็บซ้อนกันหลาย ๆ ชั้น  เติมน้ำนิดหน่อย  ใส่ต้นหอมพริกขี้หนูหั่นฝอย  เกลือป่น  แล้ววางกระทงบนตะแกรงบนเตาถ่านไฟรุม ๆ  ใช้ช้อนคนกลับไปกลับมา  สักครู่จะมีกลิ่นหอมและไข่ในกระทงสุกพอดี  โรยหน้าด้วยพริกไทยป่น  จะชูรสยิ่งขึ้น

 

* * * * *

 

เคล็ดไม่ลับ...

 

++ ต้มไข่ไม่ให้เปลือกแตกร้าว


โดยเฉพาะเมื่อต้องการต้มไข่คราวละมากๆ เช่น ต้มไข่ทำไข่พะโล้ หรือใช้รับประทานกับขนมจีนน้ำยา ไข่อาจกระทบกันจนเปลือกแตกร้าวก่อนสุกได้ง่าย แนะนำให้ใช้ไข่ที่เปลือกไม่มีรอยร้าว เปลือกสะอาด ใส่น้ำให้ท่วมไข่ทั้งหมดและให้ใช้น้ำเย็นตั้งแต่เริ่มต้น

วิธีง่ายๆเพื่อป้องกันไข่แตกร้าวคือ


1. ใส่น้ำมะนาวลงในน้ำที่ต้มสักเล็กน้อย น้ำมะนาวจะช่วยป้องกันไม่ให้ไข่ไหลออกจากเปลือก


2. ใส่เกลือในน้ำที่ต้มประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ เกลือจะช่วยป้องกันไม่ให้ไข่ไหลออกมาตามรอยแตก


++ ต้มไข่ให้ไข่แดงเป็นยางมะตูม


การจะต้มไข่ให้เป็นไข่ต้มสุกแข็งทั้งฟองหรือมีไข่แดงเป็นยางมะตูม ขึ้นอยู่กับเวลาที่ใช้ต้ม ถ้าต้องการให้ไข่แดงเป็นยางมะตูม ให้ใส่ไข่ในน้ำเย็น นำไปตั้งไฟจนเดือด จับเวลาตั้งแต่เริ่มประมาณ 10 นาที แล้วตักขึ้นแช่ในน้ำเย็น


++ ทอดไข่ดาวให้น่ารับประทาน


ใส่น้ำมันในกระทะก้นลึกพอประมาณ ตั้งไฟจนน้ำมันร้อนแต่ไม่ร้อนจัด ต่อยไข่ใส่ถ้วยก่อนใส่ในกระทะ แล้วรีบตะแคงกระทะให้ไข่จมในน้ำมัน ใช้ตะหลิวหรือช้อนตักไข่ขาวขึ้นปิดไข่แดง ทอดพอเหลืองแล้วตักขึ้น จะได้ไข่ดาวที่กรอบเหลืองและไข่แดงเป็นยางมะตูม


++ ทอดไข่ดาวให้สวย


นอกจากทอดไข่ดาวโดยใช้น้ำมันแล้ว ยังสามารถทอดไข่โดยใช้น้ำได้ด้วย ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมไขมันหรือน้ำหนัก

 

เคล็ดลับง่ายๆคือ ให้ใส่น้ำส้มสายชูลงในน้ำที่ทอดสัก 1-2 หยด เพื่อให้ไข่จับตัวกันเร็วขึ้น ไข่ดาวน้ำที่ได้จะนุ่มสวยน่ารับประทาน

 

* * * * *

 
 
Comments