ต๋ำขนุน, กาน่าฉ่าย

 
 
 

ต๋ำขนุน

 

          บ้านหนองช้างคืน ตำบลอุโมงค์ เป็นแหล่งผลิตลำไยใหญ่ที่สุดในจังหวัดลำพูน อยู่ในเขตอำเภอเมืองขึ้นไปทางทิศเหนือ (จังหวัดเชียงใหม่) ตามทางหลวงหมายเลข 106 ประมาณ 8 กิโลเมตร เมื่อผ่าน บ้านป่าเหว จะมีป้ายบอกทางเลี้ยวขวาเข้า บ้านหนองช้างคืน ตรงเข้าไปอีกประมาณ 7 กิโลเมตรก็ถึง ตลอดสองฝั่งทางที่ลดเลี้ยวเข้าไปในหมู่บ้านแห่งนี้  จะเนืองแน่นไปด้วยสวนลำไยที่ต่อเนื่องกันยาวเหยียดจนสุดสายตา   ทั้งนี้ เป็นเพราะชาวบ้านที่นี่ยึดอาชีพทำสวนลำไยกันทั้งหมู่บ้านนั่นเอง

 

          พันธุ์ลำไยของหมู่บ้านหนองช้างคืน เป็นพันธุ์ ลำไยกะโหลก เนื้อหนา รสหวานกลมกล่อม หอมอร่อย ซึ่งเป็นพันธุ์ดีที่สุดของประเทศไทยพันธุ์หนึ่ง

 

          ในช่วงเดือนสิงหาคมของทุกปี ชาวลำพูนจะจัดงาน เทศกาลลำไย ซึ่งเป็นงานใหญ่ประจำปีอีกงานหนึ่ง ภายในงานจะมีการประกวดรถประเภทสวยงาม ที่ประดับตกแต่งด้วยลำไย มีประกวดนางงามธิดาลำไย การออกร้านค้า ประกวดผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร และจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง

 

          และในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนของทุกปี จะมีงาน ฤดูหนาวและงานกาชาดจังหวัดลำพูน ที่สนามกีฬากลางจังหวัดลำพูน ภายในงานมีนิทรรศการของส่วนราชการต่าง ๆ การแสดงมหรสพ ประกวดคนสวยคนงามหรือ นางสาวลำพูน เพื่อจัดส่งไปประกวด นางสาวไทย ที่กรุงเทพมหานคร และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรของจังหวัดลำพูน

 

          ส่วนงาน ของดีศรีหริภุญชัย เป็นงานแสดงและจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรต่าง ๆ และเกษตรแปรรูปนานาชนิด ซึ่งเกษตรกรและกลุ่มแม่บ้านของจังหวัดลำพูนเป็นผู้ผลิต ในงานมีขบวนแห่ของกลุ่มแม่บ้าน การแสดงทางศิลปวัฒนธรรม การประกวดเรือนชนบทออกร้านขายสินค้าหัตถกรรม และผลิตผลทางการเกษตร เช่น หอม กระเทียม เป็นต้น

 

 

สวนลำไย 
 
   ขนุนอ่อน
 

 

 

          เครื่องปรุง ต๋ำขนุน

 

          ขนุนดิบอ่อน ๆ 1 ผล พริกแห้ง 4-5 เม็ดหรือพริกขี้หนูแห้ง 10-15 เม็ด หัวหอม 3 หัว กระเทียม 1 หัว ตะไคร้ 1 ต้น ข่า 2 แว่น รากผักชี 4-5 ราก กะปิดี 1 ช้อนโต๊ะ มะเขือเทศ 10 ลูก น้ำมันพืช 2-3 ช้อนโต๊ะ เนื้อหมูสับ 1 ขีดหรือกากหมู กุ้งแห้ง 1 กำมือ   กระเทียมเจียว ใบมะกรูด ต้นหอม-ผักชี พริกขี้หนูแห้งทอดกรอบ และแคบหมูกรุบ ๆ กรอบ ๆ ตามใจชอบ

 

          วิธีปรุง ต๋ำขนุน

 

          เอาขนุนดิบเลือกผลอ่อน ๆ หั่นเป็นแว่นบาง ๆ ขนาด 2 ซ.ม. สัก 4-5 แว่น ใส่หม้อเติมน้ำพอท่วม ต้มจนขนุนสุกเปื่อย แล้วตักขึ้นทิ้งให้สะเด็ดน้ำ ปอกเปลือกหนา ๆ ทิ้ง ผ่าเอาแกนกลางออก แล้วหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ เตรียมไว้

 

          เอาพริกแห้ง 4-5 เม็ดหรือพริกขี้หนูแห้ง 10-15 เม็ด (แช่น้ำจนนิ่ม บีบให้แห้ง) หัวหอม 3 หัว กระเทียม 1 หัว ตะไคร้หั่นฝอย 1 ต้น ข่า 2 แว่น รากผักชี 4-5 ราก กะปิดี 1 ช้อนโต๊ะ เกลือป่นนิดหน่อย ใส่ครกตำให้ละเอียดจนเข้ากันดี แล้วใส่ขนุนที่หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ลงไป ตำให้เข้ากัน ใส่มะเขือเทศ 10 ลูกผ่าครึ่ง แล้วบดในครก (ห้ามตำ) จนเข้ากันดี พักไว้

 

          กระทะใส่น้ำมันพืช 2-3 ช้อนโต๊ะ ตั้งไฟอ่อน พอร้อนตักน้ำพริกในครกลงไปผัดกับหมูสับ 1 ขีด (ใช้กากหมูแทนก็ได้) โรยกุ้งแห้ง 1 กำมือลงไป ผัดจนกระทั่งน้ำพริกส่งกลิ่นหอมฉุย (ขณะผัดเติมน้ำล้างครกลงไปด้วยครั้งละ 1-2 ทัพพี ผัดไปเคี่ยวไปด้วยไฟอ่อน ๆ จนน้ำแห้ง) ปรุงรสด้วยน้ำปลา รสดี

 

          ตักใส่ถ้วยโรยหน้าด้วยกระเทียมเจียว และใบมะกรูด-ต้นหอม-ผักชีหั่นฝอย รับประทานแกล้มกับพริกขี้หนูแห้งทอดกรอบ และแคบหมูกรุบ ๆ กรอบ ๆ รับรองอร่อยจริง ๆ ครับ
 
 

วิดีโอ YouTube

   
 
 
กาน่าฉ่าย 
 
นึกถึงอาหารเจสุดฮิป กาน่าฉ่าย แล้ว สำหรับคนเคยกินก็ว่าอร่อย แต่สำหรับคนไม่เคยหรือมองผ่านๆเห็นดำๆแล้วคิดว่าสกปรกไม่กล้ากิน ก็ว่าไม่อร่อย... วันหยุดสุดสัปดาห์หลายๆวันใช้เวลาอยู่กับครอบครัวให้เป็นประโยชน์นะครับ อยู่พร้อมหน้าพ่อแม่ลูกๆ ลองมาทำ กาน่าฉ่าย กันดีกว่า ถูกกะตังค์! อร่อยด้วย! แถมปรุงรส เปรี้ยวหวานมันเค็มเผ็ดจืด ได้ตามใจปรารถนา แล้วอีกอย่างนึงมั่นใจในความสะอาดด้วยล่ะ
 

 

ส่วนผสม กาน่าฉ่าย มีดังนี้

 

- ผักกาดดองขยำ ล้างน้ำบีบน้ำเค็มออก 1 รอบ (ล้างมากไปจะจืด ล้างน้อยจะเค็ม) สับๆๆๆ 2 โล

 

- กานาซั่ม (ลูกสมอดอง) ทุบๆสับๆ 1 ขีด (2ขีดก็ได้ถ้าชอบ หรือมีเยอะ)

 

- เห็ดหอมแช่น้ำ หั่นหยาบๆ ใส่ตามฐานะทางบ้าน

 

- น้ำมันพืช จะปาล์มหรือถั่วเหลืองก็ได้ ครึ่งขวด

- ปรุงรสด้วย ซอสถั่วเหลือง

 
ผักกาดดองสับ
 
 
 

กานาซั่ม (ลูกสมอดอง) มีขายที่ตลาดเก่า เยาวราช อันนี้แบบไม่มีเม็ด จะใช้แบบมีเม็ดก็ได้เหมือนกัน สับๆทุบๆ ก่อนทำ ในรูปนี้ยังไม่ได้ทุบ

 
 
 
เห็ดหอมสับหยาบๆ ในรูปนี้สังเกตว่าใส่เยอะมาก
 
 
 
ผักกาดดอง เห็ดหอม และ กานาซั่ม (ลูกสมอดอง)
 
 
 
ตั้งกระทะ เทน้ำมันพืชลงไปครึ่งขวด พอร้อนใส่เห็ดหอมกับกานาซั่มลงไป
 
 
 

พอเห็ดหอมกับกานาซั่มหอมๆ ไม่ถึงกับแห้ง ก็ใส่ผักกาดดองลงไป

 
 
 

เติมน้ำเปล่า 1 ถ้วย คลุกเคล้าให้เข้ากัน ตั้งไฟอ่อนๆ ปิดฝา ตุ๋นไปเรื่อยๆ

 
 
 
หมั่นมาดู และคอยคนทุกๆครึ่งชั่วโมง เป็นเวลา 5 ชั่วโมง จะได้แบบนี้ ถ้าแห้งไปเติมน้ำได้
 
 
 
ต้มตุ๋น ชิม ปรุงไปเรื่อยๆ 8 ชั่วโมง เริ่มดำ ตักใส่กระปุก ปิดฝา ไม่ต้องเข้าตู้เย็น ทิ้งไว้ 1 คืน
 
 
 

เช้าวันใหม่ ดำกว่าเดิมอีก เอามาลงกระทะ คั่วๆ ให้ร้อน จะหอมกว่าเดิม แถมดำได้ใจ อร่อยได้เลย

 
คลุกกับข้าวสวยร้อนๆ รับประทานอร่อยกว่าข้าวต้มนะครับ
 
 
* * * * * * * * * * 
 
 
 
 
 
 
 
 
Comments