ศาสตร์เลี้ยงลูกให้ได้อย่างใจ...ใครใจไม่ถึงอย่าดู!...

3. E-Bookโหลดทั้ง2part แตกไฟล์คลิกขวาpart1 คลิกซ้ายExtract Here

Part1 & Part2

 
 
กว่าจะเกิดมาคุณแม่ต้องทรมานแค่ไหน?

 

วีดีโอชุดนี้เอาไว้สอนเปิดให้ลูกหลานดู...(1/9 ถึง 9/9)

มีทั้งหมด 9 ตอน เฉพาะตอนที่ 5/9 สำคัญห้ามพลาดเด็ดขาด...

http://www.youtube.com/user/1somphong#play/uploads/18/HXFsTO9mpd8

 

วิธีคลอดลูกแบบธรรมชาติใครใจไม่ถึงอย่าดู

http://fwmail.teenee.com/strange/8928.html

 

โหลดไฟล์ BirthDay เพื่อเขียน vcd ที่นี่

http://sites.google.com/site/northfoodd/dawnhold-khlip

 

 

กว่าจะเกิดมาคุณแม่ต้องทรมานแค่ไหน? วีดีโอชุดนี้เอาไว้สอนเปิดให้ลูกหลานดู...

 

วิดีโอ YouTube

ตามไปดูต่อที่นี่ครับ...

 

...มันทำให้คนที่ไม่รู้จักบุญของแม่ เขาจะได้รู้ว่าแม่ฟูมฟักตั้งแต่เราอยู่ในท้องแล้ว เกิดมาก็เลี้ยงให้ดี...อบรมและให้การศึกษาอย่างดีอีกต่างหาก...บางคนขึ้นกูมึงกับแม่ของตัวเอง..........ดีมากๆๆๆ...

 

โพสต์โดย : rafael

ขอบคุณ

 

โพสต์โดย : Maeding

กดเข้าไปดูพอเห็นหัวภาพที่4 เริ่มเห็นสีแดงๆจิ๊ดนึงขอบายเลยค่ะ "กลัว" แหม...คุณThanawutคะ วันนี้น้องสาวของดิฉันก็คลอดลูกสาวแล้วด้วย ยังไม่ได้ไปเยี่ยมน้องเลยค่ะ ทั้งๆที่กำหนดคลอด 15 ก.ย.เดือนหน้านู่น สงสัยหลานสาวของดิฉันต้องเป็นเด็กดีแน่ๆเลย สงสารแม่ไม่อยากให้อุ้มท้องหนักๆ นานๆ ตายแล้ว...ดิฉันเป็นป้าไปแล้วรึ...

 

โพสต์โดย : ตาย่าน008

ซีดีของอ.พงษ์ศักดิ์ เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือ

ที่ผมได้ไถ่โทษในอดีตครับ คุณธนวุฒิ

ผมเริ่มยับยั้งคนอื่นไม่ให้ทำแท้ง เมื่อปี 2545 เป็นต้นมา

ด้วยซีดีนี้แหละครับ

 

วิดีโอ YouTube

 Doris Day - Que Sera Sera

 

 

 

วันนี้วันเกิดลูกชายของผมครับ...

เกิดที่ รพ.นพรัตนราชธานี กรุงเทพมหานคร 24 สิงหาคม 2532

ครบ 20 ปีบริบูรณ์...บรรลุนิติภาวะเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว...

 

เปลี่ยนสถานะจาก ด.ช. เป็น นายณัฐวุฒิ ดุษฎีปัญจพร

 

ผมเลี้ยงและอบรมเขามาด้วยวิธีนี้แหละครับ...

แต่ผมก็โชคดีที่ลูกอยู่ในโอวาทตลอด...

เป็นเด็กดี...เป็นสุภาพบุรุษ...

เขารักพ่อรักแม่...

ช่วยเหลือทำงานบ้านทุกอย่าง...

ไปจ่ายตลาด...ทำกับข้าวเอง

ตอนนี้(พ.ศ.2554)เขาเรียนอยู่ปี 4 วิศวฯคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.รามคำแหง

 

 
Summer ที่ผ่านมา 5 เม.ย. - 31 พ.ค.2554 เข้าฝึกงานที่... ส่วนปฏิบัติการวิศวกรรมสื่อสารที่ 2.1 ชุมสายพระโขนง บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน)
 

ลูกชายโทนครับ จบมาหมาดๆ มีนาปี56กำหนดรับพระราชทานปริญญาบัตร

 

ผมและแม่ของเขาได้ฟูมฟักเลี้ยงดูเขามาในนาวาลำน้อยตระกูล"ดุษฎีปัญจพร" ได้มอบอาวุธคือปัญญา ด้วยการให้ได้รับการศึกษาถึงระดับปริญญาตรี วิศวกรรมคอมพิวเตอร์  ให้เกราะแก้วเพื่อเป็นภูมิคุ้มกัน ด้วยการสั่งสอนให้เป็นคนรู้ดีรู้ชั่วรู้รับผิดชอบทั้งต่อตัวเองและผู้อื่น

 

เพื่อให้เขาก้าวขึ้นฝั่งด้วยความมั่นใจ ก้าวขึ้นฝั่งเพื่อผจญชีวิตในโลกกว้างอย่างมีสติ ก้าวขึ้นฝั่งเป็นพลเมืองดีของประเทศชาติศาสน์กษัตริย์ ก้าวขึ้นฝั่งเพื่อรับใช้และเป็นคนดีของสังคม

 

ตำแหน่งงาน System Engineer วิศวกรระบบเซิร์ฟเวอร์ ระบบคอมพิวเตอร์เน็ตเวิร์ก ระบบเน็ตเวิร์กซิเคียวริตี้

 

ลูกชายโทนบอกผมถึง Timeline ตั้งแต่พฤษภาปี55ที่เขาจะก้าวเดินต่อไประหว่างรอรับพระราชทานปริญญาบัตร เขาตั้งใจจะอุปสมบท 1 พรรษาเพื่อศึกษาพระธรรมวินัยและแทนคุณพ่อแม่ให้ได้เห็นชายผ้าเหลือง จากนั้นมีนาปี56รับพระราชทานปริญญาบัตร ต้นเมษาครบกำหนดเกณฑ์ทหาร ใช้วุฒิ ป.ตรี สมัครจะได้ลดวันรับราชการเหลือ 6 เดือน

 

เสร็จภารกิจรับใช้ชาติหลังปลดประจำการ ต้นปี57 เขาบอกว่าจะตัดสินใจอีกครั้งระหว่าง ศึกษาต่อปริญญาโท กับ ทำงานตำแหน่ง System Engineer บริษัทมหาชน

 

แต่..คุณๆผู้อ่านครับ ความตั้งใจที่ปีนี้จะอุปสมบท 1 พรรษาของเขาเห็นทีจะเป็นหมันไปแล้วล่ะครับ เพราะ..เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 31 พฤษภาคม 2555 เวลา 17.30 น. บริษัทมหาชน Engineering & Construction งานวิศวกรรมปิโตเลียม PAE (Thailand) Public Co.,Ltd. แถวๆสี่แยกศรีนครินทร์-อ่อนนุช โทรศัพท์แจ้งว่าให้ลูกชายโทนของผมเริ่มปฏิบัติงานตำแหน่ง System Engineer ที่บริษัทฯตั้งแต่วันศุกร์ที่ 1 มิถุนายน 2555 เป็นต้นไป

 

ความสุขของคนเป็นพ่อเป็นแม่ก็มีอยู่เพียงเท่านี้แหละครับ แค่ลูกบอกว่าเขาตั้งใจจะบวชให้พ่อแม่ได้เห็นชายผ้าเหลืองความปลื้มปีติอนุโมทนาสาธุก็วิ่งปล้าบเข้าไปในห้วงสำนึกแล้วครับ ไม่เป็นไรปลดทหารแล้วบวชก็ได้ไม่ต้องถึงพรรษาแค่อาทิตย์สองอาทิตย์พ่อแม่ก็ได้เกาะชายผ้าเหลืองแล้วล่ะ

 

มาถึงบรรทัดนี้อยากจะบันทึกไว้ถึงความปลื้มปีติอีกครั้งของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อคนแม่คน... ตอนสิ้นเดือนลูกชายโทนคนนี้เอาสลิปเงินเดือนและธนบัตรหนึ่งพัน 15 ฉบับมายื่นให้บอกว่าเป็นเงินเหลือใช้ช่วยพ่อแม่เป็นค่าใช้จ่ายในบ้าน

 

ผมอ่านรายละเอียดค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่เขาแจงมา... ค่ารถปรับอากาศไปทำงานเช้า-กลับเย็น ต่อแรกจากบ้านถึงสี่แยกร่มเกล้า-อ่อนนุช ต่อที่สองถึงที่ทำงานสี่แยกศรีนครินทร์-อ่อนนุช, ค่าอาหาร 2 มื้อเช้า-กลางวัน, ค่าซื้อเสื้อผ้า 1 ชุด/เดือน และค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆอีก รวมแล้วเอาไปหักรายได้ที่ได้รับเหลือสุทธิหมื่นห้าพันเต็มๆ

 

ผมบอกว่าค่าใช้จ่ายในบ้านไม่ต้องวิตกกังวล พ่อกับแม่ยังหาเงินได้ ครอบครัวเราไม่เดือดร้อนอะไร ไม่มีหนี้สิน บ้านก็ของเราเอง เอาเป็นว่าก็กินอยู่กับพ่อแม่เหมือนเดิมนี่แหละ ส่วนเงินรายได้ที่เหลือใช้ทุกๆเดือนให้เอาไปฝากสหกรณ์(U-Bank) เพราะที่นี่ดอกเบี้ย 3%ไม่หักภาษี

 

สำหรับตอนนี้ไม่ต้องคิดอะไรให้มากเรื่องมากความ ให้ตั้งใจทำงานในตำแหน่งที่ได้รับมอบหมายจากบริษัทฯ และให้ตั้งใจเก็บหอมรอมริบเงินทองที่หาได้ในแต่ละเดือนไว้ก่อน อย่าเพิ่งด่วนใจร้อนเอาไปใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายในสิ่งที่ยังไม่จำเป็น...

 

 

 

วิดีโอ YouTube

ลูกผม..ลูกผู้ชายหัวใจเต็มร้อย "รับใช้ชาติ 6 เดือน" บริษัทฯให้ลาได้ครับ

 

คุณ Maeding ครับ

บอกน้องสาวให้สอนลูกตามวิธีผมสิครับ

เลี้ยงลูกแบบเป็นเพื่อน...

รับฟังความคิดเห็นของลูก...

แล้วมีอะไรลูกจะเล่าให้เราฟังเองครับ...

เก็บวีดีโอชุดนี้ไว้สอนเปิดให้ลูกดู...

 

โพสต์โดย : Maeding

ขอบคุณมาก-มากค่ะคุณThanawut คุณช่างโชคดีจังเลยค่ะ ดิฉันชอบทุกอย่างที่คุณได้บอกเอาไว้ โดยเฉพาะคำว่า"สุภาพบุรุษ"นั่นคือลูกผู้ชายที่แท้จริงค่ะ ขอให้ลูกชายของคุณเป็นแบบอย่างให้กับเด็กรุ่นใหม่ได้มีความคิดเหมือนกับลูกชายของคุณThanawutค่ะ ขออวยพรให้หลาน(ลูกของคุณThanawut)ประสบความสำเร็จทุกประการ เป็นอภิชาตบุตรของพ่อ-แม่ เป็นที่รักของทุกๆคนค่ะ

 

"Happy Birthdayแด่หลานค่ะ"

 

คุณ Maeding ครับ

เชิญแวะไปwebผมครับ

http://sites.google.com/site/northfoodd/

 

โพสต์โดย : Maeding

ด้วยความยินดีค่ะคุณThanawut

 

โอ๊ะโอ...คุณธนวุฒิ...คุณอายุเท่ากับคุณแม่ของดิฉันเลยค่ะ แต่ต่างเดือนกัน ขอแสดงความยินดีที่ได้รู้จักเพื่อนรุ่นคุณแม่ค่ะ แต่คุณธนวุฒิยังไม่ยอมหยุดแสวงหาความรู้เลยนะคะ ขอแสดงความนับถือด้วยความเคารพค่ะ
 

วิดีโอ YouTube

 

วิดีโอ YouTube

ดูแล้วประทับใจดีถึงความรู้สึกระหว่างพ่อกับลูก โหลดที่นี่...

http://pacbf1.fsanook.com/album/files/flv/267/1339246.flv 

 

กว่าเขาจะมาถึง...วิศวคอมพิวเตอร์เนี๊ยะ

 

ผมใช้วิธีหลอกล่อสารพัด...ทุกรูปแบบ

 

เริ่มจากเมื่อเขาเรียนประถม5-6 ผมให้เขาไปเรียนพิมพ์ดีดสัมผัสไทย-อังกฤษ

 

โอ้ย...กว่าจะเรียนจบ คุณเอ๋ย...เข็นแทบตาย

 

ก็น่านนะซี...สิบนิ้วกว่าจะสัมผัสได้มันยาขม เด็กๆไม่ชอบ...สู้สองนิ้วไม่ได้จิ้มเล่นเกมส์...มันส์มันส์...

 

ต่อมาวันหยุดเสาร์อาทิตย์ก็พาเขาไปเที่ยวตามศูนย์การค้าต่างๆ

 

พอเขาเห็นแป้นคอมพิวเตอร์ก็วิ่งเข้าใส่...

 

ผมคอยจ้องอยู่แล้ว...ใช้บทบาทเจ้าพ่อกันทันที...อย่า...อย่า...อย่าไปเล่นลูก...เดี๋ยวทำของเขาเสีย...

 

ได้ผลแฮะ...เขาโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง โกรธพ่อ

 

แต่ผมกระซิบคุณแม่เขาครับ คุณ...เวลาคุณพาเขามา...ปล่อยให้เขาเล่นคอมพิวเตอร์ไปเลย...ไม่ต้องห้าม

 

ผมใช้หลักง่ายๆ สิ่งใดยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุไง

 

ต่อมาต้นปี 2545 เขาเรียนประถม6 เกือบจะสอบไล่แล้ว ผมยกคอมพิวเตอร์เข้าบ้าน 1 ชุด ตอนนั้น Windows Me กำลังฮิต...คุณเอ๋ยเขาดีใจจนเนื้อเต้นเชียวแหละ

 

ต่อมาผมซื้อคอมฯเก่าที่เสียแล้ว เสาร์-อาทิตย์เขาอยู่บ้าน ผมก็เอาคอมฯมานั่งรื้อ...รื้อมันทั้งๆที่ไม่เป็นนั่นแหละ...

 

ตอนแรกๆเขามองผมเฉยๆ...ผมมองสายตาเขาก็พอเดาออก...พ่อตูทำไรหว่า...ผมได้ที...ก็ทำเป็นปรึกษา ไงลูก...พ่อว่าไอ้ฮาร์ดดิสก์นี่ทำไงจะเอาออกมาได้

 

ได้ผลแฮะ...เขาก็มานั่งก้มๆเงยๆ ออกความเห็นไปต่างๆ วันนั้นสองพ่อลูกสนทนาภาษาคอมฯทั้งๆที่ไม่รู้ครึ่งค่อนวันแน่ะ...

 

ศาสตร์เลี้ยงลูกให้ได้อย่างใจ...มีเวลาผมจะเม้าท์ต่อละกัน ตอนนี้ขอตัวไปทำงานประจำก่อนครับ

 

 

ผมจุดประกายความเป็นช่างคอมฯให้เกิดขึ้นในใจของเขาล่ะ...

 

โชคดี...ที่โรงเรียนวัดปากบึงที่ลูกชายผมเรียนอยู่ มีคุณครูท่านหนึ่งเปิดสอนวิชาคอมพิวเตอร์เบื้องต้นที่บ้านเสาร์อาทิตย์ ผมก็ส่งเขาไปเรียน...

 

ผมก็ให้การบ้านเขาไปเรื่อยๆ ถามโน่นซักนี่...ก็เรื่องคอมฯทั้งนั้นแหละ...เขาก็เอาไปถามคุณครูเขาไง แล้วก็เอาคำตอบมาบอกผม...ผมก็อาศัยศึกษาเรื่องคอมฯควบคู่ไปกับเขาด้วย

 

เผลอแผล็บเดียว...คุณเอ๋ยผมก็เลยเป็นช่างคอมฯไปกับเขาด้วย...คราวนี้ล่ะมันส์...

 

ผมเรียนรู้เรื่องคอมฯอีกสารพัด...ไปเที่ยวพันธุ์ทิพย์ประตูน้ำ หาซื้อหนังสือเกี่ยวกับวิธีซ่อมคอมฯ จัดการคอมฯ ได้หนังสือหลายสิบเล่ม สองพ่อลูกก็ลองมาศึกษา ลองคลำๆดู...ลองลง Windows ออฟฟิศ โปรแกรมอื่นๆ ได้ผลแฮะ...เป็นจริงอย่างหนังสือที่ซื้อมาทุกอย่าง...ใจชื้นขึ้นมาเป็นกอง

 

คอมฯเสียที่ผมซื้อมานั่นแหละ 500 บาท ผมกับลูกชายดัดแปลงซะแจ๋วไปเลย...ถอดอุปกรณ์เก่าแล้วเปลี่ยนเป็นอุปกรณ์ใหม่...แล้วก็รื้อออกมากอง...แล้วก็ประกอบกลับเข้าไปใหม่...ทำซ้ำๆซากๆอย่างนี้แหละ...คอมฯตัวนี้ ถ้าคิดเป็นตัวเงินล่ะก็เป็นหมื่น...แต่ช่างเถอะไม่เป็นไรถือเสียว่าเป็นค่าเรียนค่าศึกษาค่าวิชาของสองพ่อลูกไงครับ

 
 
 

ในชีวิต...ผมส่งลูกเข้าเรียนโรงเรียนถึง 4 แห่ง...

 

คุณเชื่อไหม...เพื่อนๆหรือคนที่รู้จักกันร้องยี้...กันทุกคน ให้เข้าไปเรียนทำไม...เดี๋ยวลูกก็เสียคนหร็อก...

 

โรงเรียนแรก...ศูนย์เด็กปฐมวัยเคหะชุมชนร่มเกล้าโซน 8 คลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง ปีการศึกษา 2536 ถึงปีการศึกษา 2538 รวม 3 ปี ศูนย์นี้เขาเก็บค่าเรียนค่าอาหารกลางวัน วันละ 10 บาท เข้าไปเรียนตอนนั้นเขาอายุ 4 ขวบเอง ปี 36 อนุบาล 1 คุณครูประจำชั้น คุณครูหนึ่งฤทัย จันเทศ ปี 37 อนุบาล 2 คุณครูอาภรณ์ ตาดชื่น ปีนี้เขาวัดผลการเรียน ลูกผมได้ 89 คะแนน เกรด 4 แน่ะ...ปี 38 อนุบาล 3 คุณครูรุ่งทิวา อมาตยกุล ลูกผมได้ 94 คะแนน เกรด 4 อีกแล้ว

 

ผมต้องขอขอบคุณศูนย์เด็กปฐมวัยฯและคุณครูทั้ง 3 ท่านมา ณ ที่นี้ด้วย ท่านตั้งใจสอนลูกศิษย์ของท่านเป็นอย่างดี ทั้งสอน...ทั้งป้อนข้าว...ทั้งล้างตูดล้างก้นกันเลยทีเดียวเชียว...ก็ลูกผม 4 ขวบเท่านั้นเองนี่ครับ

 

โรงเรียนที่สอง...โรงเรียนวัดปากบึง คลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง เป็นโรงเรียนของ กทม. ปีการศึกษา 2539 ถึงปีการศึกษา 2544 รวม 6 ปี ชั้นประถม1 คุณครูพรรณทิพา ม่วงทอง สำหรับคุณครูท่านนี้ผมประทับใจเป็นพิเศษ เช้าวันหนึ่ง 7 โมงกว่าๆ ผมมีธุระที่วัดปากบึง ก็วัดที่โรงเรียนตั้งอยู่นั่นแหละครับ เห็นเด็กๆนักเรียนต่อแถวกันยาว...โรงเรียนยังไม่เข้า อะเด็กๆทำไรกัน ชะโงกหน้าเดินเข้าไปดู ต้องร้องอ๋อ...คุณครูเขาให้เด็กๆอ่านหนังสือเป็นรายคน คิดในใจประถม1 ต้องให้ลูกเข้าโรงเรียนนี้แหละ กับคุณครูคนนี้แหละ...

 

วันแรกที่คุณครูคัดเด็กเข้าห้องเรียน ผมใจตุ้มๆต้อมๆ ชั้นเรียนที่คุณครูพรรณทิพาสอนเขาคัดเด็กที่เรียนอนุบาลของโรงเรียนเองเด็กเต็มห้องเลย เด็กที่เรียนอนุบาลจากโรงเรียนอื่นยืนรอก่อน...ผมภาวนาในใจขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ดลใจคุณครูพรรณทิพาให้รับลูกชายของผมเข้าเรียนด้วยคน ผมมองตามคุณครูทุกย่างก้าว อ้าวคุณครูเดินกลับเข้าห้องเรียนพร้อมกับเรียกเด็กๆกลุ่มนั้นเดินตามไปด้วย ใจผมหายแว่บ...

 

แต่เอ๊ะ...ไม่รู้อะไรดลใจ คุณครูพรรณทิพาหันกลับมา แล้วก็เดินมาที่กลุ่มเด็กๆที่ลูกของผมยืนปนอยู่ด้วย คุณครูตรงมาที่ลูกชายผม จับไหล่แล้วก็ดันให้เดินตามเข้าห้องเรียนไป คุณครูเขียนลงสมุดรายงานประจำตัวนักเรียนลูกของผมว่า อุปนิสัย ร่าเริง มีความมั่นใจ กล้าแสดงออก มีน้ำใจ ความประพฤติเรียบร้อย ตั้งใจเรียน มีความรับผิดชอบในงานที่ครูมอบหมาย สุขภาพแข็งแรง สติปัญญา ดี ผลการเรียนเฉลี่ย 91.3% เกรด 4 อีกแหละ...

 
 
 

โพสต์โดย : ดวงจันทร์

อ่านเเล้วชื่นใจค่ะ อยากให้พ่อเเม่คนไทยช่วยกันดูเเลอบรมให้เวลากับลูกกันมากๆเเบบนี้ด้วย

 

เด็กไทยทุกวันนี้ได้เเต่อุปกรณ์วัตถุกันมากกว่า ความใกล้ชิดกับลูกน้อยลง
ดิฉันมีลูกสาวคนเดียวก็ 30 เเล้วยังไม่เเต่งงาน

 

โพสต์โดย : malee mala

ขอการเกษตรบ้างซิทั้งสวนครัวและสวนผลไม้

 

โพสต์โดย : songsalove

ไม่เครียด น่ารักๆๆ แบบนี้บ้างก็ดีนะครับ

 

โพสต์โดย : น้ำพริก

น่ารักดีค่ะ

 

คุณ malee mala ครับ

ผมมีสวนลำไยเป็นมรดกจากคุณพ่อ

โอกาสหน้าผมจะเขียนเรื่องลำไยให้อ่านกันครับ

มีเรื่องขำๆสนุกๆเยอะแยะ...

 

 

ปีการศึกษา 2540 ลูกผมเรียนชั้นประถม2 คุณครูอรุณีย์ อัมพันศิริรัตน์ เป็นครูประจำชั้น คุณครูเขียนลงสมุดรายงานประจำตัวนักเรียนลูกของผมว่า การเล่าเรียน สนใจต่อการเรียนดีมาก มีความรอบคอบในการทำงาน รับผิดชอบต่องานมอบหมายดี ความประพฤติเรียบร้อย มีน้ำใจ สุขภาพแข็งแรง ผลการเรียนเฉลี่ย 89.2% เกรด 4

 

ปี 2541 เรียนชั้นประถม3 คุณครูประจำชั้น คุณครูบังอร เฮงภู่เจริญ ในสมุดรายงานประจำตัวเขียนว่า การเล่าเรียน ตั้งใจและสนใจเรียนดี อุปนิสัย ช่างพูด ช่างซัก ช่างถาม ร่าเริง ความประพฤติเรียบร้อย แต่ซุกซน สุขภาพสมบูรณ์ แข็งแรง ผลการเรียนเฉลี่ย 79.6% เกรด 3 ขาดไป .4% เลยอดเกรด 4

 

ปี 2542 เรียนชั้นประถม4 คุณครูนงค์ลักษณ์ คำประเสริฐ เป็นครูประจำชั้น เขียนลงในสมุดรายงานประจำตัวว่า มีความรับผิดชอบดีในหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย รวมทั้งตัวเองด้วย การเรียนอยู่ในเกณฑ์ดี มีความกระตือรือร้นในการเรียนดีมาก ตั้งใจเรียน ผลการเรียนเฉลี่ย 83.16% เกรด 4

 

ปี 2543 เรียนชั้นประถม5 คุณครูประจำชั้น คุณครูปรียา เจริญสุข เขียนลงในสมุดรายงานประจำตัวว่า สุขภาพแข็งแรง ความประพฤติเรียบร้อย มีน้ำใจกับเพื่อนๆ การเรียนตั้งใจเรียนอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ผลการเรียนเฉลี่ย 82.08% เกรด 4

 

ปี 2544 เรียนชั้นประถม6 คุณครูชำนาญ สวัสดี เป็นคุณครูประจำชั้น เขียนลงในสมุดรายงานประจำตัวว่า การเรียนดี มีความขยัน ตั้งใจเรียนดี มีความรับผิดชอบ การแต่งกายสะอาดเรียบร้อย สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ความประพฤติเรียบร้อย อุปนิสัยร่าเริง แจ่มใส กล้าแสดงออก ผลการเรียนเฉลี่ย 85.08% เกรด 4 
 
 

โรงเรียนที่สาม...โรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชลาดกระบัง เรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ปีการศึกษา 2545 เรียนชั้นมัธยม1 คุณครูสุลัดดา ฉายสมิทธิกุล เป็นครูประจำชั้น ผลการเรียนเฉลี่ย 2.68 ปีการศึกษา 2546 เรียนชั้นมัธยม2 คุณครูสุริยุ วงศ์สุวรรณ เป็นคุณครูประจำชั้น ผลการเรียนเฉลี่ย 2.8 ปีการศึกษา 2547 เรียนชั้นมัธยม3 คุณครูเสาวลักษณ์ บุญยงค์ เป็นคุณครูประจำชั้น ผลการเรียนเฉลี่ย 2.97 รวบยอดผลการเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น 3 ปี ผลการเรียนเฉลี่ย 2.82 จบหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนต้น

 

ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เรียนที่เดิมโรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชลาดกระบัง ปีการศึกษา 2548 เรียนชั้นมัธยม4 คุณครูสมพงษ์ ทองอยู่ เป็นครูประจำชั้น ปีการศึกษา 2549 เรียนชั้นมัธยม5 คุณครูมนัส เทพทวี เป็นคุณครูประจำชั้น ปีการศึกษา 2550 เรียนชั้นมัธยม6 คุณครูพงศธร เฉลิมเติม เป็นคุณครูประจำชั้น

 

ผลการเรียนเฉลี่ย 3 ปี 6 ภาคเรียน ภาษาไทย 2.66 คณิตศาสตร์ 3.15 วิทยาศาสตร์ 3.07 สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 3.75 สุขศึกษาและพลศึกษา 3.75 ศิลปะ 3.75 การงานอาชีพและเทคโนโลยี 3.91 ภาษาต่างประเทศ 3.58 สรุปผลการเรียนรวมเฉลี่ย 3.37 จบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ช่วงชั้นที่ 4 มัธยมศึกษาปีที่ 4 - 6 วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2551

 
 
 
 
 

ท่านผู้อ่านอย่าเพิ่งเบื่อนะครับ...ที่ผมแจงความเห็นคุณครูประจำชั้น ผลการเรียนของลูกผมซะถี่ยิบ ไม่ใช่ผมอวดว่าลูกเรียนเก่งนะครับ ผมต้องการแค่จะบอกว่า ผมไม่ติดยึดกับสถาบันหรืออะไรทั้งนั้น เรียนที่ไหนก็ได้ ได้ความรู้เหมือนๆกัน เด็กจะดีหรือไม่ดีเสียคนหรือไม่อยู่ที่ตัวของเด็กเอง ไม่ใช่ที่สถาบันการศึกษาใดๆเลย

 

ที่สำคัญมันอยู่ที่ว่า ก่อนที่เราจะปล่อยให้ลูกก้าวเดินออกจากบ้านไปสู่โลกกว้าง เราได้ให้วัคซีนภูมิคุ้มกันเขาดีพอหรือยัง ผมเลี้ยงลูกเหมือนเขาเป็นเพื่อนคนหนึ่ง ซึ่งเขาคงจะเห็นสองตายายเหงามาหลายปี เลยออกมาจากท้องมาอยู่เป็นเพื่อน...ผมรับฟังความคิดเห็นของเขาทุกเรื่อง สิ่งใดที่เขาคิดถูกผมก็สนับสนุน สิ่งใดที่เขาคิดผิดผมก็จะสอนจะอธิบายยกตัวอย่างแจงให้เขาฟัง

 

ผมสอนลูกไม่เหมือนชาวบ้านเขานะครับ ผมสอนลูกทั้งเรื่องดีและเรื่องชั่ว เพื่อนผมที่ได้ยินผมสอนลูกร้องเสียงหลง เฮ้ย...มึงสอนลูกงี้ได้ไง ผมบอกกับมันว่าที่สอนลูกทั้งดีและชั่วก็เพื่อเป็นวัคซีนภูมิคุ้มกันให้มันไง เด็กมันมีสมองมันจะคิดออกได้เองว่า อะไรคือดี แล้วดีน่ะมันเป็นอย่างไร อะไรคือชั่ว แล้วชั่วน่ะมันชั่วอย่างไร สมองของมนุษย์มันแยกออกเองโดยอัตโนมัติ

 

ผมยกตัวอย่างให้มันฟัง...มึงก็ลองดูลูกคนจีนสิ อยู่บ้านฟังภาษาจีน อยู่นอกบ้านฟังภาษาไทย อยู่โรงเรียนพูดทั้งไทยอังกฤษ ถ้าเราเป็นพ่อเป็นแม่เราอาจคิดว่า แล้วลูกกูจะพูดภาษาคนรู้เรื่องไหมเนี่ย...พอเด็กมันโตขึ้นสมองมันก็แยกแยะออก อย่างนี้ภาษาจีน อย่างนี้ภาษาไทย อย่างนี้ภาษาอังกฤษ

 

ผมเห็นเด็กที่พ่อแม่ไม่ให้ภูมิคุ้มกันมา เลี้ยงลูกแบบถอดออกมาจากหนังสือสมบัติผู้ดี อยู่บ้านเข้มงวดกวดขันไม่ปล่อยลูกให้เป็นอิสระเท่าที่ควร แถมยังครอบงำความคิดลูกอีก เด็กมันก็อึดอัด พอออกจากบ้านได้เท่านั้นแหละ อิสระ...เสรี...เป็นของกู...เสียคนไปเลย ยิ่งไปเจอเพื่อนแนะนำทางชั่วเข้าไปอีก ทีนี้กู่ไม่กลับ ก็ถูกเลี้ยงมาแบบนี้มองโลกในแง่ดีมาตลอด ไม่เคยได้ยินเรื่องชั่วเรื่องร้ายเพื่อเอามาเปรียบเทียบ เพื่อนพูดอะไรเห็นเป็นสิ่งดีงามไปหมด

 

บางคนไปโทษโรงเรียนโทษสถาบันไม่ดีบ้าง ก็เลยไม่ส่งลูกเข้าไปเรียน สำหรับผมโรงเรียนอะไรก็ได้ที่อยู่ใกล้บ้านดีที่สุด เพราะเราตรวจสอบดูแลความประพฤติลูกได้ ถ้าไปเรียนไกลบ้านลูกบอกว่าที่กลับดึกเพราะรถมันติด เราก็ไม่รู้ว่ารถมันติดจริงหรือไม่ บางทีมันอาจเป็นข้ออ้างเพื่อเอาตัวรอดเพราะมันไปแวะที่อื่นหรือหนีเที่ยว อย่าไปโทษโรงเรียนโทษสถาบันเลย จะดีจะชั่วมันอยู่ที่ตัวเด็กเอง

 

โรงเรียนที่สี่...อะ เรียกโรงเรียนไม่ได้สิ ต้องเรียกว่ามหาวิทยาลัย พ่อแม่บางคนติดยึดสถาบันลูกจะเข้าเรียนต้องแทมแมแสด...ชูแล่..แกแซด...ถ้าสอบเข้าไม่ได้ โอ๊ย...จะเป็นจะตายกินไม่ได้นอนไม่หลับ...บางคนคิดยาวขอไปเกิดใหม่ก็มี...ก็เพราะอย่างนี้แหละจึงมีเทศกาลหากินกับเด็กตอนปลายปี บางสถาบันทำน่ารักน่าชัง อย่างคณะเทคโนโลยีฯแถวๆแผ่นดินทอง รับตรงไม่ถึง 10 คน ออกข่าวใหญ่โตค่าสมัครสอบคนละห้าร้อยเด็กแห่ไปเป็นพัน จะหากินกับเด็กติดยึดสถาบันก็ไม่ว่ากัน วันสอบเลี้ยงข้าวกลางวันเด็กมันซักมื้อเพื่อปลอบใจก็ไม่เห็นจะเสียหายตรงไหน...หรือคุณว่าไง

 

ผมสอนลูกไม่ให้บ้าสถาบันและไม่ต้องไปหนักสมองเที่ยวไปสอบที่โน่นที่นี่ให้เปลืองตัว เรียนที่ไหนมันก็ได้วิชาความรู้เหมือนๆกัน จะก้าวหน้าหรือตีบตันก็เพราะรุ่นพี่...เอ๊ย...ตัวเราเอง ผลการเรียนรวมเฉลี่ย 3.37 ก็เพียงพอแล้ว ไปสมัครวิศวะรามฯเลย สอบที่เดียวก็พอ บางคนอาจสงสัยรามฯมีสอบเข้าด้วยเหรอ...มีสิครับ เฉพาะคณะวิศวกรรมศาสตร์ต้องสอบเข้า คะแนนไม่ถึงเขาก็ไม่รับ เรียนไปคะแนนไม่ถึงก็เรียนต่อไปไม่ได้ ต้องไทร์หรือรีรหัสกลับปีหนึ่งใหม่ มีโอกาสแก้ตัวแค่ 8 ปี

 

คณะวิศวกรรมศาสตร์รามคำแหง เขาให้นักศึกษาทุกชั้นปีเรียนที่หัวหมากแห่งเดียว เรียนในเวลาราชการ ต้องแต่งชุดนักศึกษาเต็มยศ หญิงเสื้อขาวแขนสั้นกระโปรงดำพลีสยาวเกือบถึงตาตุ่ม ชายก็เสื้อแขนยาว/สั้นกางเกงดำผูกเน็กไท เอ้อเฮอ สวย...หล่อซะไม่มีล่ะ...

 

คิดๆแล้วขำไม่หาย...ผมส่งลูกเข้าเรียนโรงเรียนแรก เพื่อนๆคนรู้จักกันร้องยี้...โรงเรียนที่สองที่สามก็ร้องยี้...พอมาโรงเรียนที่สี่...เอ้ย...มหาวิทยาลัย ก็ร้องยี้...อีก อะไรกันวะ...คุณเชื่อไหม...คล้อยหลังไม่ถึงสองปี...ส่งลูกเข้าเรียนตามผมกันเป็นพรวน...เจอหน้าผมถามไม่กลัวลูกเสียคนเรอะ...มันอ้อมแอ้มพยักหน้าหงึกๆ มันน่าเคาะกะโหลกไหมล่ะไอ้พวกติดยึดนี่... 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 

When I was just a little girl

I asked my mother

What will I be?

Will I be pretty?

Will I be rich?

Here's what she said to me:


Que sera, sera.

Whatever will be, will be.

The future's not ours to see.

Que sera, sera.

What will be, will be.


When I grew up and fell in love

I asked my sweetheart

What lies ahead?

Will we have rainbows

Day after day?

Here's what my sweetheart said:


Que sera, sera.

Whatever will be, will be.

The future's not ours to see.

Que sera, sera.

What will be, will be.


Now I have children of my own.

They ask their mother,

What will I be?

Will I be handsome?

Will I be rich?

I tell them tenderly:

 

 

Que sera, sera.

 

Whatever will be, will be.

 

The future's not ours to see.

 

Que sera, sera.

 

What will be, will be.

 

Que sera, sera......................... 
 
 

วิดีโอ YouTube

 
 

วิดีโอ YouTube

 
 
 
สวัสดีครับ ผม ณัฐวุฒิ ตัวจริงเสียงจริง
 
ขออนุญาตใช้  User / 6026  ของพ่อสักวัน...
 
 
 

สวัสดีครับ ท่านเพื่อนๆของพ่อ ลุง ป้า น้า อา และพี่ๆทุกๆคน

 

29 ตุลาคม 2552

 

ผมเพิ่งสอบเสร็จ และลงทะเบียนเรียนต่อ 2/52 เรียบร้อยแล้ว ตอนนี้มหาลัยหยุดให้พักสมอง 2-3 วัน เปิดเรียนเดือนหน้า 2 พ.ย. พูดถึงค่าลงทะเบียนเรียนวิศวฯรามนี่ จะว่าถูกก็ถูกจะว่าแพงก็แพงครับ ปีหนึ่งภาคแรก 30,000 ภาคสอง 21,000 ซัมเมอร์ 6,000 และปีสองถึงปีสี่ ภาคละ 21,000 รวด กว่าจะจบก็เกือบ 200,000 แน่ะครับ

 

อ้อ...เมื่อวันที่ 22-25 ที่ผ่านมาผมไปงาน เกียร์เกมส์’52 ที่ มธ.ศูนย์รังสิต หรือเรียกกันติดปากในหมู่วิศวฯด้วยกันว่า กีฬาเกียร์ เป็นกีฬาที่รวมเอาคณะวิศวฯกว่า 60 สถาบัน อาทิ จุฬาฯ ธรรมศาสตร์ มหิดล พระจอมเกล้า(ลาดกระบัง, พระนครเหนือ, ธนบุรี) รามคำแหง เชียงใหม่ แม่โจ้ บูรพา ศิลปากรฯลฯ มาแข่งขันกีฬาซึ่ง 2 ปีมีครั้ง เพื่อกระชับมิตรเชื่อมความสามัคคีระหว่างสถาบันให้ทุกคนได้รู้จักและมีความรักใคร่ในหมู่วิศวฯหรือเกียร์ด้วยกัน ก็สนุกสนานดีครับ ถึงแม้ว่าฝนฟ้าจะไม่เป็นใจซะเท่าไหร่ แต่พี่น้องชาวเกียร์ทุกๆคน ก็ไปเชียร์กันคับคั่งจนแน่นสนามกีฬาฯ และปีนี้สาวเกียร์วิศวฯ มธ.ซึ่งเป็นเจ้าภาพเกียร์เกมส์’52 สวยที่สุด คว้าตำแหน่ง Miss Gear’52 ไปครองครับ

 

วันนี้ผมขออนุญาตทุกๆท่าน ขออนุญาตพ่อ ขอเขียนถึงพ่อจากใจสักวันนะครับ เขียนให้พ่ออ่านบ้าง เพราะพ่อเขียนถึงผมไว้ ท่านเพื่อนๆของพ่อ ลุง ป้า น้า อา และพี่ๆทุกๆคน คงได้อ่านกันไปแล้ว แต่ถ้ายังก็ตามไปอ่านก่อนครับ จะได้รู้ว่าที่มาที่ไปมันเป็นอย่างไรกัน

 

ตามไปอ่านที่นี่

http://sites.google.com/site/northfoodd/sastr-leiyng-luk-hi-di-xyang-ci-khir-ci-mi-thung-xya-du-

 

และที่นี่ครับ  

 

พ่อครับ ผมภูมิใจที่ได้เกิดเป็นลูกของพ่อ

 

พ่อผมตอนเรียนจบชั้นมัธยมได้ฝึกงานที่ นสพ.ไทยเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ เข้ากรุงเทพฯปลายปี 2508 เรียนต่อจนจบวารสารศาสตร์แล้วไปฝึกงานที่ นสพ.เดลินิวส์สมัยอยู่สี่พระยาโน่น แต่แปลกพ่อผมไม่ได้ทำงาน นสพ.ฉบับไหนเลย แต่กลับทำงานในบริษัทคอมพิวเตอร์จนกระทั่งเกษียณ

 

ทุกวันนี้ ความสุขของพ่ออย่างหนึ่งก็คือการเขียนหนังสือ พ่อผมอ่านหนังสือเร็วแล้วก็ย่อยออกมาเป็นข้อๆ เขียนบทความก็เร็ว ผมสังเกตดูพ่อผมใช้เครื่องหมาย ... ! และ ? เปลืองที่สุด ผมเคยถาม

 

พ่อบอกว่า จุดไข่ปลา ... เอาไว้ทิ้งท้ายเวลาคิดอะไรไม่ออก พอใส่ ... แล้วมันก็คิดออก

 

เครื่องหมาย ! เรียกชื่อว่า อัศเจรีย์ หรือ เครื่องหมายตกใจ ใช้เขียนไว้ข้างหลังคำอุทาน

 

ส่วน ? เรียกชื่อว่า ปรัศนี หรือ เครื่องหมายคำถาม ใช้เขียนไว้ข้างหลังคำ หรือ ข้อความที่เป็นคำถามโดยตรง

 

พ่อบอกอีกว่า ในภาษาไทยเรามีคำ ซึ่งเป็นเครื่องหมายคำถามอยู่แล้ว เช่น หรือ, ไหม, ใคร, อะไร, ไหน, กี่ เป็นต้น ไม่จำเป็นต้องใช้ตัวปรัศนี ? กำกับก็ได้ แต่ก็ควรรู้ไว้ เพราะเดี๋ยวนี้มีผู้นิยมใช้กันอยู่ทั่วไป

 

แล้วอีกอย่างพ่อผมก็เป็นเหมือน ปทานุกรม เคลื่อนที่ของผม ติดศัพท์คำไหนเขียนอย่างไร ผมถามปุ๊บพ่อตอบปั๊บทันทีก็แล้วกัน

 

ในเว็บประชาไทพ่อชอบอ่านความคิดเห็นและลีลาการตอบกระทู้ที่ไม่ใช้อารมณ์แต่ใช้เหตุใช้ผลของ ลุง ป้า น้า อา และพี่ๆหลายคน พ่อจะ Capture เก็บไว้ โดยเฉพาะความเห็นของคุณ KingNight ผมว่าพ่อคงชอบมากที่สุด เพราะพ่อพิมพ์ใส่กรอบติดไว้ที่โต๊ะทำงานเลยครับ
 
 
 

นอกจากเขียนหนังสือและบทความแล้ว อีกอย่างหนึ่งที่เป็นความสุขของพ่อ พ่อจะนั่งหน้าคอมฯทั้งวันหรือทั้งคืน พ่อบอกว่าหนึ่งวันพ่อนอน 3 ชั่วโมงก็เพียงพอ เพราะอีกไม่นานก็จะได้นอนยาวอยู่แล้ว

 

ทุกวันนี้พ่อทำเว็บบล็อก และ UpDate ข้อมูลเอง

 

01. facebookธนวุฒิ
02. YouTube...1
03. YouTube...2
04. YouTube...3
05. คู่มือทำกับข้าวเมืองเหนือ
06. กองทุนชุมชนร่มเกล้า โซน 1
07. เว็บไข่ซีด - crisis - ฝ่าวิกฤติ
08. วิธีทำกับข้าวเมืองเหนือ
09. ท่องขุมนรกSurfingHell
10. "ของกิ๋น"ลำขนาดเน้อ...
11. แฟชั่นดุ๊กดิ๊กเสริมแต่งแต้ม...
12. อื๋ย!!! อื๋ย!!!...ดุ๊กดิ๊กพิคเจอร์
13. แรงงานนอกระบบ LABOUR 009
14. RedBkk.BangkokThailand
15. RedRkb.BangkokThailand
16. ตา...ดวงตา เป็นหน้าต่างของหัวใจ
17. เมืองไทยของเรา - resist12
18. ตระกูล "อินทวงษ์"
19. read2532
20. read2533

 

ก็ขอเรียนเชิญ ท่านเพื่อนๆของพ่อ ลุง ป้า น้า อา และพี่ๆทุกๆคน Click เข้าไปอ่านกันครับ มีสาระบันเทิงและบทความที่ประเทืองปัญญาให้ความรู้อย่างลึกซึ้ง เพียบ!

 

 
 

พ่อครับตอนผมยังเด็กพ่อแม่พาผมไปเที่ยวศูนย์การค้า พ่อห้ามไม่ให้ผมเล่นคอมฯที่เขาตั้งโชว์ ผมบอกตามตรงตอนนั้นผมโกรธพ่อมากที่สุด อะไรหรือครับ ก็พ่อบังคับให้ผมไปเรียนพิมพ์ดีดสัมผัสซึ่งเป็นยาขมผมไม่ชอบ แต่ผมก็เรียนจนจบเพื่อเอาใจพ่อ เมื่อเห็นคอมฯผมก็อยากจะพิมพ์โชว์อวดพ่อแม่บ้าง ตอนนั้นจึงเห็นผมโกรธพ่อจนหัวฟัดหัวเหวี่ยงไงครับ

 

และตอนนั้นผมมีคำถามอยู่ในใจ ไม่รู้ว่าพ่อจะให้เรียนพิมพ์ดีดสัมผัสไปทำไมไม่เห็นมันจะมีประโยชน์ ต่อเมื่อผมเรียนถึงชั้นมัธยมผมจึงได้คำตอบและขอบคุณพ่อมากที่สุดในโลกเลยที่บังคับให้ผมเรียน ผมเป็นหนึ่งในห้องเรียน คุณครูหลายๆท่านเรียกใช้อยู่ไม่ขาดและสิ่งที่ตามมาผมได้รับค่าขนมเดือนนึงหลายตังค์

 

คุณครูบางท่านกำลังศึกษาต่อปริญญาโท เมื่อจะส่งรายงานก็เอามาให้ผมพิมพ์ ทำให้ผมได้อ่านได้ความรู้เพิ่มเติมตามไปด้วย ขอบคุณครับพ่อที่มองการณ์ไกล แล้วอีกอย่างเวลาคอมฯNoteBookส่วนตัวเสียติดขัดโดนไวรัสหรือลงโปรแกรมใหม่คุณครูและเพื่อนๆในโรงเรียนก็เรียกใช้บริการผมด้วย

 

อ่านถึงบรรทัดนี้ผมคิดว่าพ่อคงหายสงสัยแล้วนะครับ เพราะตอนนั้นผมไม่ได้ขอตังค์ใช้

 

ตลอดระยะเวลาตั้งแต่เล็กจนโต พ่อแม่ เลี้ยงดูผมเหมือนผมเป็นเพื่อนคนหนึ่ง ให้ผมมีอิสระในเรื่องความคิดความเห็นต่างๆ ไม่บีบบังคับ (มีบังคับอยู่เรื่องเดียวให้ไปเรียนพิมพ์ดีดสัมผัส)

 

ก็เพราะอย่างนี้แหละ ผมจึงทำตัวให้เหมือนคำพูดไงครับ...คือเป็น แก้วตาดวงใจของพ่อแม่

 

ครับ... ทุกสิ่งทุกอย่างที่พ่อแม่อบรมสั่งสอนผมไว้ตั้งแต่เล็กจนโต ในอนาคตเมื่อผมมีครอบครัว ผมก็จะเอาไปสั่งสอนลูกของผมต่อไป

 

ผมจะตั้งใจเรียน เอาความรู้เอาใบปริญญามาอวดครับ

 

พ่อครับ ผมรักพ่อ

 

แม่ครับ ผมรักแม่

 

รักมากที่สุดในโลกเลย...
 
 
 
 

เรียน คุณวุฒิ เฮ้อ...กว่าจะเข้ามาได้มันช่างยากแท้หนอ ไอ้ความรู้ทางด้านนี้ก็ยอมรับว่าด้อยปัญญา เอาแค่ปิดเครื่องเปิดเครื่องได้เข้าเว็บได้บ้างไม่ได้บ้าง โปรแกรมบางอย่างก็ใช้ไม่เป็น ก็นับว่าสมความรู้ของ สว.อย่างผมแล้ว

 

มันมาขัดข้องมีเรื่องจะเรียนปรึกษาคุณวุฒินิดหน่อย เรื่องมันก็มีอยู่ว่า เด็กนักเรียนคนหนึ่งตอนนี้เรียนอยู่ ม.3 แล้ว เกรดดีทีเดียวในระดับ เอาว่าเกือบสี่ทุกเทอมที่ผ่านมาก็แล้วกัน ผมเองก็ยังงงๆสมัยอยู่ ป.6 ถ้าเอาอุปกรณ์ประกอบเครื่องคอมพร้อมเคสมาให้ แกสามารถนั่งประกอบต่อออกหน้าจอได้ ถ้าให้ลงโปรแกรมพวกวินโดว์นี่ก็พอจะทำได้

 

ผมก็ไม่เจอมานาน เจออีกทีเอ้า ม.3 แล้ว แกก็รี่เข้ามาบอกเลยว่า อยากเป็นโปรแกรมเมอร์เก่งๆสักคน จบ ม.3 แล้ว จะให้เรียนต่ออย่างไร ไปทางไหน ที่มันชัดเจนเอาแบบเน้นๆทางนี้เลย ไอ้ผมก็อึ้งใบ้กินเพราะความไม่รู้ เลยบอกให้รอก่อนจะสอบถามให้

 

ก็นึกถึงหลายคน แต่คุณวุฒินี่ สมองดีดชื่อมาเป็นคนแรกเลย ยังไงก็ขอความกรุณาต่อเด็กด้วยเถิดครับ ช่วยอธิบายรายละเอียดการศึกษาต่อทางด้านนี้โดยเฉพาะ แล้วผมจะได้เซฟไว้ให้เด็กมาอ่านเอาเอง หรือใครอ่านพบก็ช่วยอธิบายให้ทราบแนวทางด้วยนะครับ ขอขอบคุณล่วงหน้าด้วยนะครับ และขออภัยที่รบกวน

 

จาก..."คนชอบอ่านหนังสือ"

 

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

 

สวัสดีครับ คุณคนชอบอ่านหนังสือ ขอบคุณครับที่นึกถึงผม...

 

เอาง่ายๆพอสังเขปนะครับ

 

1. จบ ม.3 แล้ว ต่อ ม.4 สายวิทย์-คณิต อย่างเดียว

 

2. ม.4-ม.5-ม.6 ให้รักษาระดับคะแนนรวมอย่าให้ต่ำกว่า 3 ไปเรื่อยๆ

 

3. จบ ม.6 แล้วต่อมหาวิทยาลัย ให้เลือกเอา...

 

3.1 คณะวิทยาศาสตร์ สาขาคอมพิวเตอร์

 

3.2 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาคอมพิวเตอร์

 

สำหรับลูกชายของผมเรียนที่ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาคอมพิวเตอร์ ม.รามฯ

 

อ้อ...ลืมบอกไปอย่าง ตอนเรียน ม.6 ปลายๆเทอมก่อนสอบไล่ ให้ไปสอบพื้นฐานทางวิศวกรรม (ติดตามข่าวหรือสอบถามอาจารย์ที่ปรึกษา) เอาคะแนนไปสอบเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัย

 

ย้ำนะครับ สำคัญที่สุด ตลอดระยะเวลาที่เรียน ม.4-ม.5-ม.6 ต้องรักษาระดับคะแนนรวมอย่าให้ต่ำกว่า 3 สูงๆเข้าไว้ มันจะเป็นประโยชน์ในตอนหลังๆทำอะไรก็ลื่นไหลน่ะครับ

 

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

 

เรียน คุณวุฒิ ครับ เจ้าหนูเขามาเปิดดูเมื่อวานนี้ ขอบคุณในคำแนะนำของคุณวุฒิ กับคุณ LB1 ด้วยครับ คงไปรอดน่าเพราะเจ้าหนูแบ่งเวลาเป็นมาตั้งแต่เล็กๆแล้ว เล่น ฝึก เทควันโด ว่ายน้ำ แต่ที่โปรดก็ฟุตบอลตอนนี้ลงแข่งสนามเล็กอยู่เห็นบอกว่าถ้าชนะนัดนี้ได้แชมป์ ก็พอเล่นได้แบบหลายทีมชอบมาตามตัวให้ไปช่วยร่วมทีมแข่งที่โน่นที่นี่เรื่อย แต่แบ่งเวลาเรียนกับอ่านหนังสือทำการบ้านครบเรียบร้อย

 
 
 
Comments