หน้าอ่าน...หน้าศึกษา...2

 
 
ชีวิตต้องสู้...Jimbo นักธุรกิจใหญ่ที่ชะตาผกผัน...
มาเป็นคนขายปลาทู...สู่คนขับแท็กซี่...ลีมูซีน และอีกหลายๆๆ...
 

โพสต์โดย : คุณ jimbo prachataiwebboard.com

 
 

ตอนที่ 8

การตลาดแบบประยุกต์ กับอาชีพ TAXI ของนาย JIMBO

 

หลังจากหาทางออกให้กับตนเองได้แล้ว สิ่งที่ปิ้งปั้งมาในความคิดเพื่อไม่ให้ตนเองฟุ้งซ่าน นั้นคืออาชีพขับรถแท็กซี่ ไม่ใช่ไม่มีทางเลือก แต่ไม่มีอาชีพอะไรที่จะเยียวยาจิตใจ ได้ดีเท่ากับอาชีพนี้ ผมไม่ได้มุ่งหวังในแง่รายได้ แค่ต้องการระบายสิ่งในใจออกมาให้ผู้อื่นฟังบ่อยๆๆจะได้ไม่บ้า เหมือนเพลงของเบิร์ดเลยครับ ถ่านไฟเก่าที่มีประโยคนึงว่า คนผู้แพ้ก็ต้องดูแลตนเอง ทุกวันนี้ยังชอบฟังเสมอ มันช่วยซ่อมตนเองนะครับ

 

เดวนอกเรื่องไปไกล วันรุ่งขึ้นหลังจากที่ผมกลับมาปากเกร็ด อย่างแรกต้องจัดการกับห้องที่คอนโด อ้อลืมบอกไป ผมซื้อคอนโดที่ปากเกร็ด หลังห้างเจซี ปากเกร็ดนะครับ วิวแม่น้ำสวยสะด้วย ผมทำความสะอาดห้องเรียบร้อย จัดข้าวของ รูปแฟน เสื้อผ้าเค้า หรือครับ พับลงกระเป๋าแซมโซไนท์ล็อคแน่น โยนกุญแจทิ้งไปเลย กะว่าวันไหนลูกผมโต ตัวผมทำใจได้แล้ว ผมจะระเบิดกุญแจออกมา

 

หลังจากจัดคอนโดเรียบร้อย ผมบึ่งรถไปที่อู่แท็กซี่ทันใด อู่ไหนละ? อ้อ ทุกท่านถ้าขับรถถนนติวานนท์ พอถึงปากซอยสามัคคี ด้านซ้ายมือขาออก เลขซอยเลขคี่ มีปั๊มแก๊สปั๊มนึงครับ ปั้มนั้นแหละ เอาละมาให้ความรู้กัน เพื่อนๆทราบไหมว่า ซอยเลขคู่ เลขคี่ หมายถึงอะไร? มีใครทราบไหมเอ่ย เลขคู่หมายถึงขาเข้าเมือง เลขคี่ขาออกเมือง ถนนทั้งประเทศไทยหรือประเทศไหนเหมือนกันหมดครับ เวลาเราไปต่างถิ่นสังเกตเอานะครับเราจะได้ไม่หลงทาง หรือสาวๆถูกลักพาตัว เวลาสังเกตจะได้จำง่ายๆๆครับ

 

ก๊อกๆๆๆ ผมเอามือเคาะประตูกระจกออฟฟิศปั้ม หวัดดีครับเถ้าแก่...ว่าไงหรอ ผมมาขอสมัครเป็นคนขับแท็กซี่ ผมจะต้องทำไงบ้างครับ ผมอ่อนน้อมถ่อมตนมากๆ อาการเสียงดังเพราะมีกะตังค์หดไปหมด อ้อ ไม่มีไรมากคุณเอาใบขับขี่ สำเนาทะเบียนบ้าน บัตร ปชช. ใบขับขี่รถสาธารณะ หรือประเภท 2 ก็ได้ พร้อมเงินประกัน 3,000 บาท

 

เงินไม่ใช่ปัญหาสำหรับนายจิม...แต่ใบขับขี่ดิ ไม่มีอะ เถ้าแก่ครับใบขับขี่ผมไม่มี ผมขับได้ไหม เถ้าแก่ตอบได้ แต่เวลาคุณถูกตำรวจซิว รับผิดชอบไปเองนะ ตำรวจยิ่งชอบรถแท็กซี่อยู่ด้วย เอ...เถ้าแก่ทำท่าคิด คุณนี่มือใหม่เคยขับแท็กซี่หรือป่าวละ ผมตอบไม่เคยครับ อย่างงี้จะไหวหรือคุณ ผมตอบว่า เถ้าแก่ครับผมรับปากเถ้าแก่ได้ว่าผมไม่มีวันติดค่าเช่าเถ้าแก่แน่นอน เห็นพูดอย่างนี้ทุกคนละ แกมองผมหัวจรดตีน ถ้าทางดูถูก ว่ามึงจะไปรอดไหมเนี่ย

 

ผมไม่สนแววตานั้น มันไม่ใช่เป้าหมายของผม เถ้าแก่ครับผมวางเงินมัดจำไว้เลย 3,000 บาท พรุ่งนี้ผมทำใบขับขี่เสร็จ ผมจะมาขับรถ สายตาเถ้าแก่หลุบลงเล็กน้อย ผมนึกในใจ พอได้เงินสายตามึงอ่อนเลยนะไอ้แปะ เถ้าแก่ถามแล้วจะขับกลางวันหรือกลางคืนละ ผมตอบว่าผมขอกลางวันเพราะผมมือใหม่นะ ไม่มั่นใจนะเถ้าแก่ (นึกในใจอีก เชอะ ไอ้นี่ไม่รู้จักนายจิมสะแว้ว ผมบอกพี่น้องก่อนว่าเส้นทางทั่ว กทม. ผมแม่นมาก จนทุกวันนี้ได้ฉายาว่า จิม จีพีอาร์เอส) เสร็จสรรพ ผมยกมือไหว้ลาเถ้าแก่ เดวมะรืนผมมาตอนเช้ามืดนะครับเถ้าแก่ พรุ่งนี้ผมไปทำใบขับขี่ก่อน

 

วันรุ่งขึ้นไปทำใบขับขี่ที่ขนส่งตลิ่งชัน พอเคาน์เตอร์เรียกหมายเลขผม ให้ส่งเอกสาร ผมยกมือไหว้ข้าราชการท่านนั้นสาวสวยสะด้วยแหะ แต่อารมณ์นั้นใครก็ไม่สวยทั้งนั้น ผมบอกเค้าว่า คุณครับผมจำเป็นต้องใช้ใบขับขี่วันนี้ ผมตกไม่ได้ครับ ช่วยผมหน่อยได้ไหมครับ อ๋อ...สอบเฉพาะข้อเขียนครับ ทั้งที่ผมรู้ว่าผมสอบอย่างไรก็ผ่าน แต่นิสัยผมทุกอย่างต้อง Recheck Make sure ได้ซิค่ะ แล้วผมต้องมีค่าใช้จ่ายอย่างไรบ้างละ ขรก. ท่านนั้นลุกขึ้น ยื่นหน้ามาใกล้ช่องกระจก กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆโชยมา ผมนึกในใจ มีรสนิยม สะด้วยแหะ แต่ไม่สนตอนนี้ต่อให้แก้ผ้าตรงหน้ามะมีรมณ์ คุณๆๆสอบตกเป็นได้ ช่วยๆกันนะ 500 บาทค่ะ ผมบอกไม่มีปัญหา แล้วผมก็พับแบ็งค์ 500 เหน็บเข้าใต้เอกสาร

 

เอาเป็นว่าวันนั้นผมได้ใบขับขี่ พร้อมบัตรใบเบ้อเหิ่ม บัตรประจำตัวผู้ขับขี่นะ ไว้แขวนหน้ารถ มีรูปเศร้าๆของผมด้วย วันหน้ามีโอกาส ผมยังเก็บไว้เลยจนทุกวันนี้ ไว้ให้เพื่อนๆดู ผมรีบกลับมาที่อู่แท็กซี่ เอาเอกสารมายื่นให้เถ้าแก่ เถ้าแก่บอกว่า พรุ่งนี้ตีสี่มารับรถจะจัดรถไว้ให้ ค่าเช่ารถ 420 บาทต่อกะ แล้วเถ้าแก่ก็พาผมเดินดูรถในอู่ สีสวยสะด้วย สีชมพู โตโยต้าเอกซิเอ่อร์ เถ้าแก่บอกว่าทุกครั้งที่ส่งรถต้องเติมน้ำมันหรือแก๊ส ให้เต็มทุกครั้ง ครับผมเถ้าแก่ผมจะรักษาระเบียบอย่างดี

 

กริ้งๆๆๆๆๆ เสียงนาฬิกาปลุกตอนตี 3 ผมรีบตื่นอาบน้ำอาบท่าแต่งตัวสะเรียบร้อย สแลคสีดำขายาว เสื้อเชิ้ตแขนยาวขาว ผมเป็นคนชอบสีขาวดำนะครับเสื้อผ้าผมเลยโคตรโหล สมกับเป็นพนักงานบริการ อิอิ อาชีพเราผู้ให้บริการนี่หว่าเรา

 

ตี 4 ผมรับรถตามที่นัดหมาย คู่กะผมเป็นใครไม่รู้ไม่ได้สนใจตอนนั้น อารามดีใจว่านี่คืออาชีพที่เกลียดที่สุดในชีวิต เราต้องมาทำ 555 ขำกะชีวิตตนเองจริงๆ อาชีพขับรถ ขาข้างนึงในตาราง อีกข้างเสมอตัวครับพี่น้อง ผมสอบถามเถ้าแก่วิธีรีเซทมิเตอร์ยี่ห้อ Peace สะด้วย อะใช้เป็นละกดปุ่มเดวใช้ได้เลย option ไปหัดทีหลัง

 

ก่อนออกรถเอาฤกษ์เอาชัยหน่อย ภาษามุสลิมยกมือขอพรสะหน่อย เอามือลูบหน้า สตาร์ทเครื่อง วิ่งออกจากปั้ม เราจะเริ่มที่ไหนก่อนดีกว่า ไม่เคยขับ เอาอย่างงี้นายจิม เลี้ยวซ้ายมุ่งหน้าตลาดปากเกร็ดก่อน อะวันแรกโชคดีสะด้วย ผู้โดยสารเจ้าแรกโบกเลยครับหน้ากรมชล ไปไหนละ อ๋อ ไปหลักสี่ ได้ค่าโดยสาร 67 บาท จำได้แม่นเที่ยวแรกแหะ จากนั้นกลับลำที่สถานีรถไฟหลักสี่มุ่งหน้าปากเกร็ด อะ โบกอีก แถวหน้า กสท. กลับปากเกร็ด ค่าโดยสาร 61 บาท แหะ วิ่งแปปเดว 100 กว่าบาทแล้ว ใจมาเป็นกองเลยครับ

 

วันนั้นผมก็ปุเลงปุเลง ขับตามตูดพวกไปเรื่อยๆ พอผู้โดยสารโบกปุ้บ ผมตบไฟซ้ายเพื่อรับผู้โดยสาร ปรากฏว่า มีเพื่อนขับแซงมาทางขวา ปาดฉุบ เข้าไปหาแห้วเลย ไม่เป็นไรวุ้ยส์ เอาใหม่ วิ่งปุเลงปุเลง ผู้โดยสารโบกเอาอีกแระ โดนปาดฉุบงี้ทั้งวัน วิ่งยันเที่ยงได้ตังค์มา 500 กว่าบาทเอง ผมนึกในใจ อ้อ พวกนี้มันขับกันแบบนี้เอง นึกหรือว่านายจิมทำไม่ได้ อิอิ ไอ้พวกนี้ไม่รู้จักเราสะแว้ว

 

ผมนะอดีตแรลลี่คอร์ส รุ่นโอเพ่น ลำดับที่ 5 ของเมืองไทยเชว แข่งทาบรัศมี ปรีชา คงศรี เชวละเพื่อนๆ เอามั่งวุ้ยส์ สันดานทุเรศเริ่มแล้วครับ ปาดฉุบมั่ง พวกงี้เหวอเลย แปปเดว ได้มาอีก 400 บาท 3 โมงแระกลับอู่ดีกว่า ผมวิ่งไป 256 กิโล เติมแก๊สไป 250 บาท+ค่าเช่า 420 + ค่าล้างรถ 20 ทุนผมเท่ากับ 690 บาท ขับได้ 900 บาท+ทิปอีก 50 บาท ทิปได้มาจากไหนครับ อ๋อ ปัดเศษไงครับผู้โดยสารปัดเศษให้ ส่วนเป้าหมายผม งานบ่นกะผู้โดยสารผมก็บ่นของผมไปเรื่อยๆ เหลือ 210 บาทเองเรา

 

เอาใหม่นะวันพรุ่งนี้ ผมเริ่มขับสไตล์แรลลี่แระ อะหะวันนี้รายได้ดีวุ้ยส์ ปาดฉุบ ทั้งวันสันดานตีนพญายม อะวันนี้ได้ 1,200 บาทแนะ เติมแก๊ส 300 บาท เหลือเกือบ 500 แน่

 

ผมปุเลงอย่างงี้ 1 สัปดาห์ อะชักเก๋าเกมส์แระ ครานี้ผมเริ่มเล่นกับลูกเล่นที่มิเตอร์ด้วย มิเตอร์มันมีเซทกิโลทิ้งเปล่าด้วยแหะ มันคำนวณให้เราเสร็จว่ากิโลที่เราไม่ได้ผู้โดยสารนะกี่กิโล อะได้การสันดานพ่อค้าเริ่มแระ เอาใหม่พรุ่งนี้นะ

 

ผมลองมาคำนวณดูเล่นๆว่าต้นทุนแท็กซี่ขณะนั้น รวมค่าเช่า ตกกิโลเมตรละเท่าไหร่ และเบรคอีเว้นท์ ของรถแท็กซี่อยู่ตรงไหน สรุปแล้ว ได้ความว่า ต้นทุนอยู่ที่กิโลเมตรละ 3.50 บาท/กะกิโลทิ้งเปล่าต้องไม่เกิน 20 กิโลเมตร/เที่ยว range time ละ คำนวณและวิจัยมาแล้วได้ความว่า ชม. เร่งด่วน ตี 4 ถึง 8 โมงเช้า ต้องหาตังค์ให้ได้ 500 บาท วิ่งไม่เกิน 100 กิโลถึงจะมีกำไร ถึงเที่ยงอย่างน้อยต้องให้ได้ 800 บาท กิโลต้องคุมให้อยู่ไม่เกิน 200 โล และจนถึงบ่ายสามอย่างน้อยต้องให้ได้ 1,100-1,200 บาท ไม่เกิน 300 กิโลเมตร นั้นแหละถึงได้กำไรได้ค่าตัวเรา

 

สัปดาห์ที่ 2 ผมเริ่มวิธีวิ่งแบบลิมิตตนเองตามมิเตอร์ รับผู้โดยสารปุ้บ ส่งปั้บ แองงิ้วก้าบ วิ่งกระรอกหาผู้โดยสาร คอยกดเช็คกิโลทิ้งเปล่าว่ากี่โลแระ พอ 20 โลปุ้บ จอดเลยครับ นิ่งๆๆ หาที่แหมะตามป้ายใหญ่ๆ หน้าหมู่บ้านชุมชน ไม่ได้ผู้โดยสารเราไม่ไป ได้ผลแหะครานี้มีเงินเหลือมากขึ้น เพราะค่าเชื้อเพลิงประหยัดมากขึ้น วิ่งน้อยลง เงินมากขึ้น

 

ระหว่างวิ่งแท็กซี่หรอครับ ผมมีผู้โดยสารหลายท่านเรียกไปส่งสถานีรถไฟดอนเมืองมั่ง บางเขน บางซื่อ สามเสน ถ้ามีรถไฟสายยาวมา ส่วนใหญ่ผมจะได้ผู้โดยสารติดมือทุกครั้ง อะๆๆๆ อย่างงี้ได้การละนายจิม เดินลงจากรถแท็กซี่ ขึ้นบนสถานีรถไฟเลยครับ จด จด แล้วก็ จด จดอะไรละ ตารางรถไฟไงครับ ผมจดตารางรถไฟสายยาวทุกสาย ที่จอดแวะสถานี เชื่อหรือไม่ว่าเวลารถไฟสายยาวทั้งหมดอยู่ในหัวของผม ทุกสถานี ตั้งแต่ดอนเมืองยันหัวลำโพง จดทำไมครับ? คือคำถาม อ้าว...ก็เวลาเราผ่านแถวนั้นใกล้เคียงเวลารถไฟมา จะไปวิ่งให้เมื่อยตุ้มทำไมละพี่น้อง ชิมิ

 

ปุเลง...ปุเลง...พี่ๆแท็กซี่ในอู่เห็นเราน้องใหม่ก็เข้ามาทักทาย...แย่งซีนกันเชว ช่วยแนะนำผมวิธีขับรถแท็กซี่ น่ารักจังจุฟฟฟ บางท่านก็ชวนก๊งหลังส่งกะ แต่ผมปฏิเสธนะ พี่ครับแองงิ้วครับพร้อมยกมือไหว้ ผมอิสลามครับ พี่แท็กซี่หลายคน งง ทำไมต้องยกมือไหว้...ด้วย แหมพี่ผมชอบยกมือไหว้คนนะ พี่สันดานเป็นอย่างนี้แระ

 

จากที่เห็นเพื่อนๆแท็กซี่ก๊งกันในอู่หลังส่งกะก็เลยได้คำตอบว่า อ๋อ...มันอย่างนี้นี่เอง ที่ทำไมพี่น้องแท็กซี่ถึงบ่นกันจัง วันๆเหลือแค่ 100-200 ทำไมเราเหลือเยอะกว่าละเราเหลือ 500-700 บาทต่อวัน รายจ่ายเพิ่ม รายรับคงที่ หรือน้อยลงนั้นเอง

 

ถ้าเหลือ 100-200 จริง สู้ไปขับรถตามบริษัทฯขับรถส่งของกินเงินเดือนไม่ดีกว่าหรือไม่เหนื่อย ไม่เมื่อยมากไม่เครียดกับการมาวิ่งหาผู้โดยสารด้วย เงินเดือนขี้หมูขี้หมา 7-8 พัน ได้หยุดในอาทิตย์อีกต่างหาก

 

พี่คนนึงบอกว่า ที่นั่นที่นี่ผู้โดยสารเยอะ บอกว่าสีลมคนเยอะ สุขุมวิทคนเยอะ ฯลฯ หลายๆที่ และก็บอกที่ไหนไม่ค่อยมีผู้โดยสาร ผมฟังแล้วเฉยๆๆ ในใจคิดว่าลองเชื่อดู เราน้องใหม่ แองงิ้วครับพี่

 

ลองตามที่พี่เค้าบอก วิ่งไปที่พี่เค้าบอก จริงด้วยแหะผู้โดยสารเพียบ...แต่โอยไม่ไหว รถเปิดไฟว่างบานเบอะเลย รถติดก็ติด เสียเวลาทำมาหากินจัง ค่าเช่ามันขึ้นทุกวินาทีนี่หว่า ไม่เวิร์ค วุ้ยส์ นายจิม

 

ผมสังเกตเพื่อนๆแท็กซี่ 90% ส่งผู้โดยสารเสร็จ ปักหัวกลับย่านอู่ทั้งนั้น รวมทั้งตัวผมเองด้วย เออน้านดิ นายจิม...จะปักหัวกลับอู่ทำไมฟะ...ผมเริ่มคิดละ ผมถามตนเอง ได้คำตอบว่า AREA อู่เราชินนะ แต่ทว่าไม่ใช่คำตอบที่ถูกที่สุด ผมถามตนเองอีกกว่า อู่เราอยู่ปากเกร็ด แล้วอู่ที่พระประแดง อู่แถวอ่อนนุช อู่แถวบางแค มันชินได้ไงละ ผู้โดยสารไม่มีหรือ แล้วเค้าอยู่ได้อย่างไรไม่มีผู้โดยสารหรือไร แล้วเวลาปักหัวกลับอู่ พอรถติดไฟแดงก็หางยาวเชียว ไฟแดงบอกผู้โดยสารว่างเต็มถนน มันได้ประโยชน์อะไรเนี่ยะ เวลาไฟเขียวออกรถ ก็ตามๆกันไป มีคนโบกก็เสร็จรถคันหน้าเอาไปกิน เหล่านี้คือคำถามที่วนเวียนในกะโหลกผม

 

ปฏิบัติการรีเช็ค ขึ้นทันใด อยากได้คำตอบใช่ไหมนายจิม...อยากได้ต้องพิสูจน์นะ คิดแล้วต้องทำ...คิดไม่ทำคิดทำไม เสียสมอง ผมเริ่มในบัดดล คิดไปคิดมา ผู้โดยสารโบก นู้นเลยครับ ข้ามฟากไป ปากน้ำ อะได้ทีละพี่น้อง ได้เหยื่อละ ส่งผู้โดยสารเสร็จไม่รีบกลับ ทำตัวเป็นรถท้องที่สะเอง หนุงหนิงแถวนั้น แรกๆก็เซ่อๆ ซ่า ๆ แต่เอ ผู้โดยสารก็เรียกนี่หว่า เออ...อย่างนี้แล้วเราจะกลับอู่กันทำไม เสียค่าเชื้อเพลิงป่าวประโยชน์

 

ปฏิบัติการรีเช็ค 2 ทำไมต้องปักหัวกลับอู่รถติดไฟแดงว่าง วาบๆๆ อะนายจิม...ไม่เอาละไม่อยากเชื่อคนอื่น เชื่อตนเองดีกว่า ไฟแดงหรือติดทำไมให้โง่ เลี้ยวซ้ายขวับทันใด อิอิ ซ้ายผ่านตลอด พี่น้อง เลี้ยวปุ้บ แล้วได้ผลอย่างไร ผู้โดยสารโบกแหะ อะไรเป็นเช่นนั้น ตรรก คืออะไร

 

ไม่เอาแล้ว ไม่เชื่อแล้ว กับทฤษฎีของพี่แท็กซี่ ที่ว่า
ไปที่ที่มีผู้โดยสาร
ไปส่งแล้วกลับย่านอู่ตนเอง
ขับไปแบบไร้แผนการ มีผู้โดยสารก็รับ ไม่มีก็ไปเรื่อย พอเจอปุ้บ ปาดหน้ากัน เพื่อแย่งกันรับผู้โดยสาร ดูแล้วน่าอนาจยิ่งนัก
งานเลี้ยงสังสรรค์หลังส่งกะอีก โอยมะหวาย นะพี่น้อง

 

นายจิมเลยคิดสร้างทฤษฎีการขับแท็กซี่ของตนเองขึ้นมา เพื่อที่จะมีรายรับมาก ทุนต่ำ ทำไงดีละพี่น้อง เดวมาโพสต่อ ที่เขียนได้ยาวอย่างนี้เพราะเขียนเมื่อคืนนอนไม่หลับ คิดถึงเมีย ที่โพสต์เมื่อกลางวันครับ

 

อ้าว...แล้วพี่น้องที่อ่านบทความนี้สงสัย เฮ้ย...นายจิม แล้วไม่เครียดเรื่องเมียแล้วหรือ คำตอบคือ 55555 ผมลืมไปเลยครับ มัวแต่เอาสมองมาคิดทำอย่างไรจะขับแท็กซี่ให้ได้ดี ผมสนุกกับมันแล้วครับท้าทายดี

 

แก้ไขครับ ปรีชา ทรัพย์คง ครับ ปรีชา คงศรี นะผู้ช่วยผู้ประสาทการณ์ เซนต์จอห์น สมัยผมเรียนที่นั่น

 

โพสต์โดย : หลี่ปู้เหว่ย

คือว่าอ่านเจอหลายหนแล้ว คำว่า "แองงิ้ว" หมายความว่าไรคะ ศัพท์เทคนิคส่วนตัวเรอะเปล่า เห็นคุณเขียนคำนี้หลายหนแล้ว เลยอยากรู้ความหมาย ว่าจะไปทำงานบ้านต่อ ดันติดลมอ่านซะนี่

 

แองงิ้ว มาจากคำว่า แทงกิ้ว ครับ แองงิ้ว เป็นศัพท์ที่องครักษ์ ขอบคุณพระราชาที่ให้ของกำนัล คร้าบ

 

ทฤษฎีของนายจิมนะหรือ คืออะไร ก่อนอื่นเราต้องทวนทฤษฎี ของพี่ๆแท็กซี่ทั้งหลายก่อน

- ไปที่ที่มีผู้โดยสารเยอะ แหะๆ นายจิม ไม่ไปไม่เชื่อ
- ไปส่งแล้วกลับอู่ตนเอง นายจิมจะกลับทำไม ผู้โดยสารมีทุกที่แระ
- ขับไปแบบไร้แผนการณ์ มีผู้โดยสารก็รับ ไม่มีก็ไปเรื่อยๆ นายจิม...นะหรือ เป็นสันดานแล้วละ ทำอะไร ต้องวางแผน แบบนี้ไม่ใช่ผมแน่ๆ
- งานเลี้ยงสังสรรค์หลังส่งกะอีก โอยมะหวาย นะพี่น้อง

น้านแหละคือคำตอบ ไปเพิ่มรายจ่ายให้ตนเองทำไม ชิมิ

 

เริ่มเลยทฤษฏีของนายจิม...ตามข้อแรก เวลามีผู้โดยสารเรียกเข้าเมืองแถวสุขุมวิท อิอิ ผมไปครับ ผมไม่เคยปฏิเสธผู้โดยสาร จะเอาผู้โดยสารกลับไงดีละ สุขุมวิท ลูกค้าเยอะ รถก็เยอะ ไฟว่างวาบๆเต็มถนน

 

ส่วนใหญ่ พี่แท็กซี่ชอบวิ่งซอยคี่สุขุมวิทกัน ซอยคู่ไม่ชอบวิ่งทำไมหรือ ครับ ซอยคี่ซอยผ่าน ซอยคู่ซอยตัน พี่แท้กซี่บอกว่าวิ่งทำไม ซอยคี่ทะลุไปไหนต่อไหนได้ อพาร์ทเม้นท์ต่างชาติเยอะดีด้วย

 

นายจิม...ไม่เชื่อครับ เลิกๆๆทฤษฎีแบบนี้ นายจิม...เลี้ยวซ้ายปุ้บเข้าซอยที่มันตันนั้นแหละ อิอิ ซอยนึงลึกอย่างมาก 500 เมตร ไป-กลับ ออกมา 1 กิโล ค่าแก๊ส บาทเดว จิบๆๆ

 

ระหว่างที่วิ่งในซอยเลขคู่ ซอยตัน ผมใช้วิธีรถก๋วยเตี๋ยวขายเกี้ยว เอามือแกล้งบีบแตรแปร้นๆๆ แปร้นๆๆ ทุก 2 เสาไฟฟ้า อิอิ บีบ ทำไม ทราบไหม พี่น้อง

 

เดวค่อยตอบครับ...ว่าบีบทำไม ผมทำอย่างงี้จนสุดซอย กลับรถ จุดบุหรี่สูบมวนนึง

 

แล้วออกรถ...อิอิ ได้ผล ผู้โดยสารโบกทันใด น้านแหละคือคำตอบ ตรรก ง่ายๆ คนที่กำลังคิดว่าจะไปดีไม่ไปดี พอได้ยินเสียงแตร อะไรหว่า อ้อ แท็กซี่มาส่งคน เดวก็คงออกมา รีบไปดีกว่าเนอะ จะได้ไม่ต้องเดินออกไปหน้าปากซอย แล้วที่ผมจอดท้ายซอยสูบบุหรี่ ไม่ใช่อยากสูบ แต่ใช่บุหรี่เป็นตัวจับเวลานะครับ ประวิงเวลาให้ผู้โดยสารเตรียมตัว อิอิ แค่นี้ก็เสร็จโจร

 

เวลาไปส่งผู้โดยสารไกลๆๆ นู้นเลย วงแหวน หนองหมาว้อ เลยวุ้ยส์ จะเอาผู้โดยสารกลับอย่างไร พี่แท็กซี่ ส่งปุ้บ ปักหัวกลับ นายจิม ไม่เอาอย่างแน่นอน แล้วจะอยู่ทำหอกไรละนายจิม ผมบ่นกะตนเอง

 

ไม่อยู่ทำหอกอะไรหรอก เวลาเราไปส่งผู้โดยสารเราคงไม่ส่งกลางท้องนาเป็นแน่แท้ ต้องส่งที่บ้าน หรือชุมชน หรือหมู่บ้านใช่ไหม ส่วนมากชานเมืองหมู่บ้านจัดสรรทั้งนั้น ส่งเสร็จไม่ต้องรีบกลับ จอดร้านค้ากลางหมู่บ้านนั้นแหละ ซื้อลูกอม ยาหม่องบ้างโค้กบ้างดวดสะอึกนึง ตอนขาเข้าไปส่งก็วิธีเดียวกันกับพารากร้าฟข้างบนที่วิ่งย่านสุขุมวิทนั้นแหละ แปร้นๆๆๆ เวลาออกมาก็ แปร้นๆเหมือนกัน

 

ผู้โดยสารชานเมือง ส่วนมากวิ่งเข้าเมือง ทำเวลาได้ดี ค่าโดยสารมีราคาสูงแปปเดวมิเตอร์วิ่งขึ้นเป็นร้อยละ

 

เวลาผู้โดยสารโบกไป ตจว. ทำไงดีละครานี้ ส่วนใหญ่ใช้เหมาเอาตามราคาของกรมการขนส่งทางบก แต่ราคา อูยส์ อย่าให้เซดเชวหัวแบะ กิโลเมตรละ 14 บาท ไหวหรอ

 

นายจิมใช้วิธีนี้ มิเตอร์ผมขึ้นเท่าไหร่เอาตามมิเตอร์นะครับ ขากลับผมขอกิโลละบาทเดวพอ ค่าแก๊สกลับ แล้วนายจิมจะได้กำไรหรือ? ค่าเสียเวลาละ

 

มีวิธีการครับ มีอยู่เที่ยวนึงผมไปส่งคนโคราช ค่าโดยสาร 1,000 กว่าบาทตามมิเตอร์ เค้าให้ค่าแก๊สขากลับโลละบาท ได้เพิ่มมาอีก 250 บาทเอง ไม่เป็นไรแหะ นายจิม เลี้ยวขวับเข้า บขส. โคราช ทันใด

 

เข้าไปทำไรหรือ ? ผมเดินไปที่ช่องขายตั๋ว เอาคนยาวเหยียดเลย ผมมองไปรอบๆๆหาคนที่มาเป็นกลุ่ม อา เจอแล้ว คนงานก่อสร้างแบกข้าวสาร อีรุงตุงนังประมาณ 4 คน นั้นแหละเป้าหมายเลย

 

พี่ครับ พี่ครับ เค้าทำหน้างง...พี่ ผมแท็กซี่มาส่งผู้โดยสารแถวนี้ พี่กลับกับผมไหม ผมคิดพี่คนละ 100 เดียว ส่งถึงที่ พี่ไปตรงไหนใน กทม.ล่ะ อา ได้การแหะ เค้าบอกว่ามาแถวอ้อมน้อย อิอิ ตกลง เค้ากลับกับผมแหะ เที่ยวนั้นสบายโก๋ ค่าแท็กซี่มา 1,500+ค่าแก๊สกลับ 250+ค่าเก็บตกผู้โดยสาร 400 อิอิ 2,150 บาท เนียน ใช้เวลาไปกลับ 7 ชม. ยังไม่หมดเวลาส่งกะ กลับอู่ดีก่าอิ่มแล้ว ค่ากะ 420+ค่าล้าง 20+ค่าแก๊ส 600 เท่ากับทุน 1,020 กว่าบาท รับงาน ตจว. 2,150+ก่อนหน้าได้ ตจว. ฟาดมาแระ 300 รวมเป็น 2,450 กำไร 1,400 บาท อิอิ วันนี้นอนตีพุงสบาย ซื้อหนมไปฝากลูกดีกว่าแหะ

 

ผมใช้ทฤษฎีของผมนี่แหละ ได้เงินเพิ่มมากขึ้น วันนึงขับได้ไม่น้อยกว่า 1,500 บาททุกวัน ส่วนใหญ่เฉลี่ยวันละ 1,500-1,900 บาท ต่อกะ


วันนึงวันที่ 14 เมษาฮาวาย ที่หมอชิตใหม่ เวลาประมาณ 8 โมงเช้า ผมกระดืบๆตามเพื่อนๆไป ผมไม่เข้าวินนะ ผมไม่ชอบการรอคอย ล้อไม่หมุนเงินไม่มา

 

ผมมองไปข้างหน้าเลยหน้าเพื่อนแท็กซี่ที่กระดืบๆๆ สัก 4-5 คัน เด็กสาวคนนึงอายุประมาณ 18-19 หน้าตาดี ยืนถือกระเป๋าทะเลิกทะลัก จะโบกก็ไม่โบกแหะ มันอะไรหว่า

 

พอรถผมขยับไปตรงหน้า น้องคนนั้นโบกเลยครับยื่นมาสะยาวหน้ากระจก แล้วบอกว่า น้าๆๆๆ ไปขอนแก่นไหม

 

ผมตอบว่า ไปดิ ทั่วไทยก็ไป เด็กสาวคนนั้น บอกว่า แต่หนูไม่มีตังค์ น้าไปส่งหนูได้ไหม พูดไปตาแดงไป เอาละสิ นายจิม ทำอย่างไร

 

สมองผมเป็นอัตโนมัติทันใด หนูๆๆขึ้นรถมาก่อน คุยกันก่อนนะ รถคันหลังมันบีบแตรไล่นะ เด็กสาวคนนั้นเปิดประตูรถขึ้นมาทันใด ผมรีบขับออกไปจากตรงนั้นสักหน่อย พอมีที่ว่าง จอดเลยครับ เอาว่ามา ไม่มีตังค์จะให้ไปส่งตั้งไกล เรื่องมันเป็นอย่างไรเล่ามาดิ

 

เด็กสาวคนนั้นพูดไปตาแดงไป ผมพยายามไม่มองหน้ากลัวใจอ่อน คนสมัยนี้ไว้ใจได้ที่ไหน

 

น้า หนูมาสมัครเรียนต่อ นั่งรถมาพอมาถึงหนูโทรหาเพื่อนพ่อที่อยู่ใน กทม. ปรากฏว่าโทรเท่าไหร่ไม่มีคนรับสาย หนูมาตั้งแต่ตี 5 แล้วละ

 

ผมยังไม่เชื่อ...ไหนละมาสมัครเรียนมีหลักฐานไรมาบ้าง ผมถาม รีเช็คอีกแล้วละพี่น้อง

 

เด็กสาวคนนั้นเปิดซองสีน้ำตาล ที่มีเชือกพันกระดุมอยู่ เปิดให้ดู มีหลักฐานพร้อม จบ ปวช. มา สำเนาทะเบียนบ้าน บัตร ปชช. บัตรประจำตัว นักศึกษา พร้อมสรรพ ผมนึกในใจท่าอีหนูคนนี้จะมาตามที่บอกจริงๆๆ

 

แล้วให้น้าทำอย่างไรละ...น้าต้องทำมาหากิน ครานี้เด็กคนนี้ปล่อยโฮออกมา กรรมซิกู เงียบๆๆนิ่งๆๆไว้น้อง เอานี่กระดาษทิชชู่ เด๊ยวเค้าหาว่าน้าทำมิดีมิร้ายกะเธอนะ

 

น้าไปส่งหนูนะ...ถึงบ้านแล้ว หนูเอาตังค์ที่พ่อที่แม่ให้ เออใจชื้นมานิด แต่ผมก็ติดระแวงไว้ก่อน นึกในใจ ถ้ามันลวงกู ไปเชือดทำไงดีหว่า

 

ในสมองผมเริ่มคิดหนัก เด็กคนนี้ถ้าเป็นจริงอย่างที่เค้าเล่ามา ผมทิ้งไว้ที่หมอชิต เสือสิงห์กระทิงแรดบานตะเกียง เด็กคนนี้โดนขายซ่องแน่ๆๆ ผมนึกถึงลูกสาวผมทันใด เราก็มีลูกสาวนี่หว่า

 

ถ้าไม่จริงละ...ติ้กต้อก ระยะทางไปกลับ 1,000 โล ค่าแก๊สเรา 1,000 บาท ค่ากะ 420 บาทไม่เกิน 1,500 วุ้ยส์

 

ตายเป็นตาย...ดีกว่าปล่อยเด็กสาวหน้าตาดีไว้ ถ้าเด็กโดนทำมิดีมิร้าย เรามิเป็นตราบาปไปทั้งชีวิตหรือ

 

เลิกร้องได้ แล้ว ผมดุน้องคนนั้น เด็กคนนั้นทำท่าจะร้องอีก...ผมบอกว่า แหกปากร้องเข้าไปเดี๋ยวก็ไม่ไปส่งสะหร้อก จะไปหรือไม่ไป

 

ผมออกรถทันใดเพื่อไปส่งน้องเค้า ระหว่างทางผมแวะซื้อขนม แวะกินข้าว ออกตังค์ให้อีกนะนายจิม...อย่าเข้าใจผิดนะเพื่อนๆ นายจิมไม่จังไรหรอก

 

พอถึงขอนแก่นผมเลี้ยวซ้าย ผมคลับคล้ายคลับคราว่าอำเภอบรบือ น่าจะใช่นะ ถึงบ้านเค้าพอจอดรถกึก คนในบ้านชะโงกหน้ามาดู เดินมาหา น้องเค้าเปิดประตูรถออก เสียงแม่ของเค้าตะโกนว่า ไป กทม. คืนเดว พาผัวแท็กซี่กลับมาเลยหรือ งานเข้าซิกูนายจิม

 

พ่อเค้าเดินขึงขังมาหา ทำไงละนายจิม บ้านเค้าสะด้วย ไม่โดนกระทืบตาย ก็เสียผี กูไม่อยากมีเมียเด็กตอนนี้วุ้ยส์ ผมนึกในใจ

 

มาดูหน้านายจิมสะก่อน คนอย่างนี้หรือเป็นโจร
http://www.tagged.com/jimbovy

 

เด็กสาวโดนตบหน้าเพี้ยะ จากพ่อ อะไรวะเนี่ย...เด๊ยวๆๆครับใจเย็นๆๆ มึงไม่ต้องมาพูดอะไรเลย พ่อเค้าตะคอกใส่ผม

ฟังก่อนได้ไหม รู้งี้ให้หมาหมอชิตคาบไปแดกสะดีไหม ผมเริ่มมีน้ำโห

 

พ่อเค้าหยุดมองด้วยความฉงน แววตาลดลงนิดนึง นายจิมไม่รอช้าละ ผมไม่มีไรบ้าบออย่างนั้นฟังกันก่อนได้ไหม ผัว เผอ ที่ไหน ไม่เอาหรอกเด็ก ทำไรไม่เป็น

 

ผมรับเค้ามาเห็นทะเร่อทะร่าอยู่หมอชิต มาส่งนี่ก็ไม่รู้จะได้ค่าโดยสารกลับไปหรือป่าว เอะอะก็ตบก็ตี ห่วย...อยากตบตบไปผมกลับละ

 

ได้ผลแหะ ครานี้หยุดตบได้ อีหนูเล่าให้พ่อเธอฟังดิ นังหนูเริ่มเล่าให้ฟัง พูดไปร้องไป ครานี้ พ่อเค้าพยักหน้าหงึกๆๆๆ พอเล่าจบ พ่อเค้ามานั่งคุกเข้ายกมือไหว้ผมปะหลก ปะหลก อะไรหว่าเนี่ยะ หลากหลายอารมณ์จัง ผมนึกในใจ

 

ขอโทษด้วย ทิดที่เข้าใจผิด ขอบใจหลายๆเด้อ ถ้าไม่ได้ทิด ป่านนี้ลูกสาวข้อยป่นปี้หมดแล้ว

 

เอาไม่เป็นไรทีหลังนัดแนะกันให้ดีละ อย่าทำอย่างนี้อีก ผมกลับละนะ

 

เดี๋ยวก่อนทิด ทิดลืมค่าโดยสารนะ เท่าไหร่ละ ผมพาไปดูที่มิเตอร์ มันขึ้น 3,600 บาท

 

ผมบอกเค้าว่ามีตังค์ไหม เค้าบอกว่ามี อะงั้นดีละมีตังค์ ก็ช่วยจ่ายเร็วหน่อยครับผมจะรีบไปส่งรถเดี๋ยวไม่ทันต้องโดนเบิลกะ เสียค่าเช่าเพิ่มตั้ง 400 ก่าบาท อ้อ นิดนึง พี่ชาย ผมบอกเค้าว่าถ้าจะกรุณา ช่วยค่าแก๊สผมขากลับด้วย

 

เค้าพยักหน้าเดินไปหยิบตังค์ให้ แต่ไม่ยอมให้แหะ อะไรวะเนี่ยะ เค้าถามผมว่าเท่าไหร่ละ ผมบอกไปว่า 500 พ่อเค้าบอกว่า

 

โพสต์โดย : ดวงจันทร์

รออ่านต่อค่ะ ที่นี่เเค่ 2 ทุ่มครึ่ง ยังไม่ดึกรออ่านต่อได้ค่ะ

 

เป็นไง เปรี้ยว คนขับแท็กซี่ โคตรโทรมเลยนะ อย่าไปขโมยผู้โดยสารพี่มาละ

 

โพสต์โดย : ดาวราย

ตามอ่านอย่างตื่นเต้นระทึกใจ ประสบการณ์จริงหรือแต่งเนี่ย ตั้งแต่กระทู้ปลาทูนึ่ง (แต่ไม่จบ ยังต้องพลิกกลับหาอ่านต่อ) จนถึงกระทู้แท็กซี่ ถ้าเป็นเรื่องจริงก็ขอเสียใจด้วยกับที่เมียหนี และดีใจที่จิมโบ้แก้ปัญหาชีวิต และเป็น ตย. ให้แท็กซี่ท่านอื่นๆ

 

โดยเฉพาะที่อยากชื่นชมคือ เป็นอิสลามิกชนที่น่านับถือ ไม่เสพสุรายาเมา ไม่ทำลายสตรีแม้มีโอกาส นับถือๆๆๆๆๆ ขอบคุณในนามผู้รักความเป็นธรรมจ้ะ จิมโบ้ผู้น่ารัก!!!

 

 

ยังไม่ให้ตอนนี้ สั่งเนื้อไว้แล้วให้เมียเค้าลาบอยู่ อะไรหว่า ขอโทษครับผมอยู่ไม่ได้จริงๆๆ น่าอยู่ก่อนนะ ผมให้เลย 5 พันอยู่กินกันก่อน อะอะไม่ขัดศรัทธาผมยกหูบอกเถ้าแก่อู่ว่าผมควงรถ ผมอยู่กินยัน 5 โมงเย็นก็ลากลับ ขากลับใช้สูตรเดิม อิอิ เลี้ยวเข้าโคราช สอยมาอีก 4 หน่วย คนละ 100 ได้มาอีก 400

 

เอามาส่งแค่รังสิตเอง หนอยมีคนโบกต่อเข้าปากเกร็ด กลับอู่เอารถไปล้าง เช็คเงิน

ก่อนจะรับอีหนู ผมหาได้ 500 แระ เท่ากับผมหาวันนั้นได้ 5,900 บาท ค่ากะ 2 กะรวมค่าล้าง 860+ค่าแก๊ส 1,100 บาท

 

5,900-1,100 บาทเหลือ 4,800 บาทแหะ อิอิ เก็บตังค์ไว้ซื้อหนมให้ลูกดีก่า

 

แก้ไขเขียนผิดนะ

รับมา 5,900 ค่าแก๊ส 1,100 ค่ากะ 860 = 1,960

5,900-1,960 เท่ากับ 3,940 บาท

 

เดือนนั้นผมมาเช็คเงินทั้งหมดที่กำไรมาทั้งเดือน อ้ายหยา 2 หมื่นก่าบาทเชว หักค่ากินออกแล้วนะ รายได้ดีวุ้ยส์ ผมทำบัญชีตลอด พี่น้องอย่าลืมนะครับทำอะไรงานบัญชีห้ามลืมเด็ดขาด 
 

กลับมาที่อู่รถแท็กซี่ แหะมีรถติดวิทยุสื่อสารด้วย น่าสนใจ ผมไปถามพี่ๆๆ เค้าเล่นอย่างไรละ พี่เค้าบอกว่าอย่างแรกต้องรู้ภาษา ว. ก่อน แต่ผมไม่ได้ใช้นะ รับผู้โดยสารไม่ทันสักที ผมถามต่อ แล้วพี่เดือนนึงรับกี่ครั้งผมแกล้งไขสือ อ้าวก็ผมบอกแล้วไงไม่ได้รับเลย บางคนก็เดือนละครั้งบางคนสามวันครั้ง แล้วมีค่าบริการไรพิเศษหรือไม่ ผมถามต่อ เค้าบอกว่า ค่าเช่าเพิ่มอีก 50 บาท ต่อกะ ผู้โดยสารจ่ายเพิ่มอีก 20 บาท ต่อเที่ยว ต่อ ว.

 

ผมนึกในใจ ก็ดีนี่ไม่ต้องวิ่งให้เหนื่อย ทำไม รับ ว. ผู้โดยสารไม่ได้ละ ติ้กต้อก นายจิมอยากได้คำตอบนะ ไม่รอช้ารีบถามเถ้าแก่ เถ้าแก่มีรถ ติด ว. ไหม อยากขับ เถ้าแก่บอกว่าคุณขับอย่างนี้นะดีแล้ว มี ว. ก็ไม่ได้รับ ผมนึกในใจ เรื่องของกู

 

ค่าเช่าก็ต้องเพิ่มขึ้นอีก 50 บาท แต่เผอิญเป็นรถใหม่ ต้องกะละ 500 รวมค่า ว. นะ เถ้าแก่บอก แต่ตอนนี้ไม่มีรถให้คุณ เถ้าแก่ครับผมอยากขับจริงๆนะ ช่วยเหลือหน่อยนะ เถ้าแก่บอกว่าต้องรอเป็นอะไหล่นะ เวลารถ ว. เค้าหยุดคุณขับ โอเคมั้ย มีอย่างหรือนายจิมจะปฏิเสธ 
 

ผมปุเลง...ปุเลง...อีแก่ผมได้ 2-3 วัน เถ้าแก่มาบอกว่า มีกะกลางคืนเค้าคืนรถ คุณจะขับไหมละ โอเคครับเถ้าแก่ ผมมิรอช้า วันนั้นผมเลยควงกะนะ กลางวันขับอีแก่ กลางคืนขับรถ ว. เถ้าแก่ครับ มีหนังสือบอกภาษา ว. ป่าวครับ มีๆๆนี่ไง

 

แหะๆๆ ผมได้ขับรถ ว. และผมเปิด ว. มันทั้งคืนเหมือนคนบ้า วิทยุเพลงหรือไม่เปิด ผมฟังไปเรื่อยๆ อะ ผู้โดยสารเรียกผ่าน ว. เยอะนะเนี่ย ทำไมเพื่อนเรามันรับไม่ได้ละ

 

ได้การละ ผมหาสมุดเล็กๆไว้จด ผมขับรถ ว. เปิด ว. ทิ้งไว้อย่างนั้น 7 วัน ฟังอย่างเดียวจดๆๆ เดว ว.4 ว.30 ว.25 ว.10 อะได้การแระ รู้แร้ว โยว โยว ว่าจุดอ่อนอยู่ที่ไหน ทำไมเพื่อนถึงไม่รับ ว. หรือว่ารับงานผ่าน ว.ไม่ได้ เสร็จนายจิมละ

 

อธิบายให้ฟังครับ...คนเรียกผ่าน ว. คือคนที่ส่วนใหญ่ใช้ประจำ ซ้ำๆๆเวลาเดิม ได้การละ สิ่งที่นายจิมจดนะ คือ คนนี้เรียกประจำ เวลาใด ที่ไหน พอผมไปส่งผู้โดยสารย่านนั้นเวลาใกล้เคียง ช้าเร็วไม่เกิน 20 นาที เสร็จนายจิมละ เลี้ยวขวับไปเลย ไป ว.10 นิ่งๆๆแถวนั้น ว.10 คือจอดนิ่งๆๆ ผมแอบจอดนะ ห่างกันสัก 100 เมตร ไม่ให้เจ้าของบ้านเห็น เดี๋ยวถ้าเห็นจะเรียกเราอดได้ค่า ว. 20 บาท

 

พอศูนย์ ว. เรียกมา เสียงตาเปียก นครชัย ผมขับรหัส 626 มีท่านผู้ใด จะ ว.4 ว.30 ที่...บ้าง ว.4 หมายถึงปฏิบัติงาน ว.30 หมายถึง ลูกค้า ผมรีบกดตอบกลับ 626 .10 นิ่งแล้วหน้า ว.30

 

หมายถึงว่า ผมได้จอดรอนิ่งๆแล้วหน้าบ้านลูกค้า เสร็จโจรไป 1 ราย เพื่อนคนอื่นแห้วรับประทาน

 

โพสต์โดย : scorpion

นี่คุณ jimbo...ฝากประชาสัมพันธ์เรื่องนึงไปถึงเพื่อนร่วมอาชีพของคุณด้วยสิ บอกผ่านเจ้าของอู่รถฯน่าจะดีมากนะ บอกให้คุณที่ขับแท็กซี่ทั้งหลายช่วยทำความสะอาดภายในตัวรถด้วย เจอบ่อยมากๆๆๆๆๆสกปรก+เหม็น เห็นใจคนใช้บริการหน่อย บางทีเรียกจากศูนย์แท้ๆมารับถึงบ้าน พอเปิดประตูรถขึ้นไปทีโห...เอาผ้าปิดปากปิดจมูกแทบไม่ทันแถม ยังต้องเอาโป๊ยเซียนปราบปีศาจขึ้นมาดมด้วย ยังไม่หายเหม็นเลย คราวหน้าศูนย์ก็ศูนย์เหอะวะ...เรียกมาแล้วไม่ขึ้นโว๊ย...เหม็น ทนไม่ไหวอ่ะ

 

คืนนั้น ปรากฏว่า ผมรับมา 3 ว. ลูกค้า ว. ส่วนมาก เป็นคนชั้นมีกะตังค์หน่อย ขึ้นมาไม่รอช้า ปิด ว.หนวกหู เปิด 105.5 นะ เพื่อบ่งบอกว่ารสนิยมคนขับไม่ทำมะดา อะคุณ...ผู้โดยสารท่านนั้นส่งเสียง ผมตอบมีอะไรให้รับใช้ครับ ผมไม่กล้ามองกระจกหลังเสียมารยาท

 

คุณฟังคลื่นนี้ด้วยหรือ ครับผม ผมชอบเพลงสากลครับ ท่าทางคุณไม่เหมือนคนขับแท็กซี่ทั่วไปนะ ป่าวครับผมก็คนขับทั่วไปเหมือนคนอื่นเค้านั้นแหละ ไม่หรอกฉันดูออกนะ ผมหัวเราะแห้งๆๆ ผู้โดยสารถามต่อ ก่อนหน้านี้คุณทำอะไรละ ผมก็บอกเค้าว่าผมมีกิจการตนเอง แต่ไปไม่รอด อ้าว...ทำไมละ ผมบอกว่าผมมีปัญหาครอบครัว แฟนหนีไปทิ้งลูกไว้ให้ผมเลี้ยง เสียใจด้วยนะ น่า สู้สู้นะคุณ ขอบคุณครับ ผมตอบ จากนั้นต่างคนต่างเงียบ

 

พอส่งเสร็จ ผู้โดยสารยื่นค่าโดยสารให้ เป็นแบ็งค์ 100 สองใบ ไม่ต้องทอนนะ ผมตอบขอบคุณครับ แต่ค่าโดยสารประมาณ 100 กว่าบาท+ค่า ว. 20 เอง เยอะไปหรือเปล่าครับ เอาไปเถอะฉันให้ลูกคุณไปกินหนม

 

พี่น้องแท็กซี่ครับ การขายบริการ เราต้องขายทุกอย่างในตัวเราครับ รสนิยม คำพูดคำจา กระจกหลังห้ามมองนะครับ ให้เกียรติผู้โดยสาร แล้วทิปจะไหลแบบนายจิมครับ

 

เมื่อยนิ้วแระ เดวท่อนหน้ามาถึงว่าเมื่อนายจิมเจอโจร จะทำอย่างไร

 

แหะๆๆท่าน Scorpion ต้องซอรรี่คร้าบ ตอนนี้ผมไม่ได้ขับแล้วครับ แต่ตอนนั้นผมขับรถสะอาดเนี้ยบ มีใบเตยซุกไว้ด้วย แถมมีแมกกาซีนที่เบาะหลังไว้ให้อ่านแก้เซ้งครับ

 

คืนนึงประมาณ 4 ทุ่มเห็นจะได้ ที่หน้าโรงแรมบอส ถนนรัตนาธิเบศ ผมรับผู้โดยสารแต่งตัวเรียบร้อย 1 ท่าน ถือแฮนด์แบ็คมาด้วยใบนึง พี่ครับ พี่ไปบางเลนไหมครับ ไปซิครับ ผมให้พี่ 1 พันนะ อะ ได้ราคาดีสะด้วยผมนึกในใจ ทำไมให้เยอะจังผมถาม เค้าตอบว่าไม่มีใครอยากไปนะครับ ด้วยความงกของผม อยากได้ตังค์นะ ไปครับเชิญเลยครับ

 

ผู้โดยสารท่านนั้นนั่งเบาะหลัง ด้านหลังผม ผมไม่ได้คิดไรมาก เพราะเรามือใหม่พึ่งขับได้เดือนกว่าๆเอง ขับไปคุยกันไปเรื่อยเปื่อย จนเลยไทรน้อยไป ไม่มีไรทางเริ่มเงียบสงัดขึ้นไปเรื่อยๆ รถบางตาลง เงียบจริงๆครับพี่น้อง ผมดูป้ายบอกหลักกิโลว่าอีก 15 กิโลถึงบางเลน ผู้โดยสารท่านนั้นบอกว่า พี่ครับเลี้ยวลงถนนข้างหน้าซ้ายมือนั้นแหละ

 

ลูกค้าเริ่มถามละ...พี่ พี่มาอย่างงี้ไม่กลัวโจรมั่งหรือ เอาละซิ ไอ้นี่ถามแปลกวุ้ยส์...ผมชักเสียวสันหลังแระ เก่งไรได้เก่งกะโจร ถ้ามันเป็นโจรทำไงหว่า ไอ้จิม นะไอ้ จิม เพราะความงกมึงเป็นเหตุแท้ๆๆ

 

สมองอันไวเหมือนลิงของผมเริ่มแระ ปากไรไม่ร้ายเท่าปากคน ผมเจรจาเลย พี่ครับผมกลัวอดตายนะ ผมตอบด้วยท่าทางไม่สะทกสะท้าน แล้วถ้าผมเป็นโจรละพี่จะว่าอย่างไร เอาละซิ ไอ้นี่มึงรุกกูเข้าแล้ว อ๋อ ถ้าพี่เป็นโจร ผมขอบอกได้เลยพี่เป็นโจรที่โง่มาก

 

ว่าแล้วผู้โดยสารของผมมันไม่ตอบ แต่มันชักปืนออกมาพร้อมขยับตัวมานั่งตรงกลางแล้วเอาปืนเคาะเบาะ ผมถามต่อทำใจดีสู้เสือ ตกลงพี่เป็นโจรจริงๆใช่ไหม ใช่ผมปล้นคุณ แน่นอน เอากับมันดิ เอากูแน่วุ้ยส์ ไอ้นี่

 

สมองผมเริ่มสั่ง คติพจน์อันนึง เสือย่อมไม่กินเนื้อเสือ วิ่งปรู้ดมาในสมองทันใด ดีเลยพี่ ปล้นๆผมไปเลย ชีวิตผมมันไม่เหลืออะไรอีกแล้ว ลืมบอกไปว่าระหว่างทางผมเล่าชีวิตรันทดให้มันฟังงะ

 

ผมมาขับแท็กซี่เถ้าแก่แม่มก็งี่เง่า ให้ซ่อมรถไม่ยอมซ่อม ทีค่าเช่าจะเอา ผมเริ่มด่าเถ้าแก่ให้มันฟัง พี่อยากปล้น ปล้นไปเลย เอารถไปด้วยนะ แล้วพี่ช่วยผูกผมไว้ที่ต้นไม่ เอาปืนตีกบาลผมสักทีก็ได้

 

โพสต์โดย : ดวงจันทร์

เจอจนได้คุณจิมสงสัยคุณจัดการโจรสะเรียบร้อยเเน่ๆ

 

พี่เอาไปขายนะ เอาเงินมาแบ่งกัน เดว ผมไปหลอกพวกแท็กซี่น่าโง่มาให้พี่ปล้น มันทำหน้าฉงน วุ้ยส์ แล้วมันก็ถามผมว่า ตกลงว่ามึงเป็นโจรหรือกูเป็นโจร ไอ้นี่ป้าดขึ้นกูมึงกะกูสะแว้ว ถ้ามันจะส่องกบาลกูแน่ๆๆ

 

ครานี้ผมขึ้นกูมึงกะมันบ้าง กูบอกมึงตามตรง อย่างมึงนะกูไม่ทำ ที่กูมาขับแท็กซี่นี่กูมาหาร่องรอยเหยื่อ ตอนนี้กูหิววะ ปล้นกระจอกแบบนี้ ปล้นห่าไรไม่ปล้น ปล้นแท็กซี่ ถ้ากูจะทำกูปล้นร้านทองดีกว่า หรือกูดูบ้านไหนเหมาะกูปล้นบ้านนั้นมีตังค์ ชัวร์

 

แววตามันเริ่มอ่อนลงเล็กน้อย มันถามต่อมาว่าแล้วถ้าเป็นมึงวางแผนอย่างไร อ้าวฉิกหาย ไอ้นี่กูเคยแต่วางแผนการตลาดแม่มจะให้กูวางแผนปล้นสะแว้ว

 

ผมตอบทันใด กูนะเลือกเป้าหมายหลักร้านทอง มึงเห็นไหมแม่มแขวนเอาไว้อย่างน้อยก็หลายล้าน มึงดูไอ้สันดานนั้นที่ปล้นธนาคารเอเซียแถวบางแคไหม ปล้นคนเดียว เรื่องไม่ปูด ตอนนี้ตำรวจยังตามจับไม่ได้ เพราะฉะนั้น กูปล้นเดี่ยว

 

เอาละซิ มันเริ่มฟัง ผมนึกในใจมึงคงลืมแล้วมั้งที่จะปล้นกู เริ่มเข้าทางเสือจิม แหะ คนอย่างกูไม่ปล้นหรอก ในสิ่งที่มองไม่เห็น กูต้องเห็นของก่อนว่าคุ้มป่าว พลาดท่าเสียทีลูกเมียกูสบาย คุ้มหน่อยวะ ผมเริ่มสะกดจิตมันแระแบบแยบคาย มันฟังผม แต่ปืนยังอยู่ที่หมอนรองหัวผม ปล้นแท็กซี่หรอ ไม่มีอยู่ในหัวสมองกู คนขับแท็กซี่แม่มวิ่งทั้งวันได้ตังค์ อย่างมากพันเดว

 

ครานี้ มันบอกให้ผมหันหัวรถไปอีกทางในทางลูกรังอันนั้น เฮ้ย มึงเลี้ยวตรงขวามือนั่น แล้วจอด

 

อ้าว ไอ้เวงนี่ มึงจะเชือดกูตรงนี้ไงหว่า ผมคิดในใจ ติ้กต้อก เหงื่อมือ ผมเริ่มออกแระ ผมแอบเอามือขวาละจากพวงมาลัยมากำไขควง อันยาวประมาณ 10 นิ้ว ที่ผมเสียบไว้ข้างแผงประตู จอด กูบอกให้มึงจอด ได้ยินมั้ย ผมเบรครถกึกทันใด กูไม่อยากฟัง บอกให้พอ

 

ผมควักเงินจากกระเป๋าทันใด เอาไปเลย ผมฟาดเงินบนเบาะรถ มีประมาณ 300 บาทยับยู่ยี่เชวแบ็งค์ผม กูมีเท่านี้มึงเอาไปเลย พึ่งออกรถมาแม่มเอ้ย รถเอี้ยไรเสียได้เสียดี กูว่าจะไปหาเหยื่อสักหน่อย แม่ม มาเจอมึงซวยเจงๆๆ

 

เอานี่กุญแจรถ มึงมัดกูด้วยต้นไม้ต้นนั้นแระ รีบชิงตัดบทสะก่อนที่มันจะยิงกบาลผม มึงเอามาให้กูทำไม เสียอารมณ์ พูดห่าไรก็ไม่รู้ มันตอบผม อ้าวเป็นงั้นไป นี่กูรำคาญมึงเต็มที่แระ นี่เอาไปค่าโดยสารกู ว่าแล้วมันโยนตังค์มาให้ผม 1,200

 

มึงลำบากมากใช่ไหม กูนะเป็นโจร จะปล้นโจรอย่างมึงทำไม โจรเอี้ยไร กระจอกฉิบหา...มาขับแท็กซี่หาเหยื่อ ช้าไม่ทันแดก แล้วอย่างงี้กว่ามึงจะปล้นได้ ลูกมึงมิอดตายหรอ ไอ้ 200 นะ มึงเอาไปให้ลูกมึงไปโรงเรียน ไปรำคาญ ปากมึงอย่าโป้งละมึง กูตามไปเช็คบิลมึงแน่ กูจำรถมึงได้ เอี้ยเอ๊ย...เสียอารมณ์หมด ว่าแล้วมันก็เดินงุดๆๆ เข้าไปในดงไม้และเงามืดที่นั่น ผมยังจำทางได้นะครับจนถึงบัดนี้ ว่ามีโค้งยาวๆก่อนถึงบางเลนตรงนั้นแหละ

 

กินข้าวก่อนครับ เดี๋ยวมาดูว่า ไอ้คนขับแท็กซี่อย่างผมจะกลายเป็นผู้นำเข้าอุปกรณ์แก๊สรถยนต์ได้อย่างไร

 

โพสต์โดย : ดวงจันทร์

สุดยอดคุณจิมเล่นสะโจรใจอ่อนเลยนับถือๆ

 

โพสต์โดย : member

เมื่อวานทำเอาน้ำตาแทบไหล วันนี้เกือบขี้แตกขี้แตนอีกแระ...พี่จิม คนอะไร ดวงแข็งจริงๆ ไม่โดนปล้น ยังได้ค่ารถจากโจรมาอีก 1,200 แล้วธุรกิจขายอุปกรณ์ติดแก๊ส จะทำให้คนอ่านลุ้นปวดท้องขรี้อีกหรือเปล่าครับ 5 5 5

 

ชีวิตผมนะ เข้าห้องผ่าตัด 4 ครั้งตายยากส์ พระอาจารย์บางปะอินบอกว่า ดวงโยมไม่ตายโหง ช้ำใจตายเพราะสาวนะ

 

ต่อๆๆๆ กันนะพี่น้อง ดูดมะเร็งละ

 

ผมปุเลง...ปุเลง...รถ ว. คันนั้นได้สองเดือน ขับกลางคืน พอ 4 ทุ่มเริ่มหาผู้โดยสารยากส์แล้ว ถ้าผมใกล้ปากเกร็ด ผมก็จะมาแหมะตรงกันข้ามกับเมเจอร์ปากเกร็ด คนมาลงรถฝั่งตรงกันข้ามเพียบเลย ข้ามถนนมาต่อแท็กซี่ สี่ทุ่มไปแล้วตำรวจใจดีให้จอดได้ ถึงไม่ให้จอดนายจิมคนมีเส้นมะกัว อิอิ

 

ผมเห็นคนมาขึ้นแท็กซี่ขึ้นไม่เป็นระเบียบ รถคันไหนวิ่งมาโฉบได้โฉบดี มั่วตั้วกันไปหมด จากประสบการณ์ถูกปล้น ผมเริ่มมาคิดว่าทำอย่างไรให้ผู้โดยสารและคนขับรถปลอดภัยทั้งคู่ เพราะคนที่ต่อรถส่วนมากออกไปทางปทุมธานี มันค่อนข้างเปลี่ยว อันตรายด้วยกันทั้งสองฝ่าย

 

นายจิมเริ่มคิดละ ด้วยนิสัยส่วนตัวผมรักงานบริการอยู่แล้ว เริ่มติ้กต้อก ผมจอดตรงนั้นมาเกือบเดือนเริ่มคุ้นกับเพื่อนๆที่แหมะตรงนั้นแล้ว พอดีมีพี่ที่คนแถวนั้นนับถือ เค้าเปิดร้านขายแผ่นวีดีโอ ก็เลยจับกลุ่มกันดูหนังแผ่น รอเวลาผู้โดยสารเรียก ผมได้ทีเลยเสนอความเห็นว่า เราน่าจะทำเป็นวินนะ แล้วบอกวัตถุประสงค์ไปว่า เราจะเป็นวินรุ่นใหม่ รถต่างถิ่นมาให้จอดได้ที่ที่เรา เวลาเราไปที่อื่นย่านนั้นของเค้าเราจะได้จอดที่วินเค้าได้

 

เริ่มสร้างโครงข่ายแล้วนายจิม...ผมบอกว่ารถที่จะรับผู้โดยสารตรงนี้ ต้องจดทะเบียน ชื่อคนขับ เบอร์โทรทุกคน มาก่อนไปก่อน มาหลังไปหลัง รถที่ไหนหลงมาอยากได้ติดปลายนวมสักเที่ยวมะมีปังหา

 

ผู้โดยสารจะขึ้นรถ เราแนะนำตัวเองแต่งตัวดีหน่อย อาศัยร้านพี่ที่เค้าขายวีดีโอนั้นแหละเป็นจุดปล่อยรถ แหะๆๆเข้าท่ายัง...ผู้โดยสารส่วนใหญ่ ขาประจำ เราขอเบอร์โทร ชื่อ เค้าไว้ และสถานที่จะไปส่ง จดลงสมุด ผมฝากสมุดไว้ร้านวีดีโอนั้นประจำ ผู้โดยสารท่านไหนไม่สะดวกให้เราไม่ว่า แต่เราบอกเค้าว่าเผื่อพี่ลืมของลืมอะไรเราจะได้ตามได้ไงครับ

 

ผมทำอย่างนี้ทำให้ผมมีเพื่อนแท็กซี่ต่างถิ่นเยอะและเยอะมาก พี่แกปุเลงมาจากไหนไม่รู้เข้ามาแหมะ ผมเข้าไปถาม จดชื่อ ทะเบียนรถ แล้วบอกว่า ระเบียบการจอดที่นี่ไม่มีค่าวิน มีแต่น้ำใจให้กันเพื่อนร่วมอาชีพ เพียงแต่ขอว่าเวลาพวกผมหลงไปแถวถิ่นพี่เจอกันทักทายกันบ้าง ไม่มีผู้โดยสารกลับช่วยสงเคราะห์หาที่จอดให้ด้วย

 

ด้วยความตั้งใจจริงอันนี้แหละ วันนึงผมไปส่งผู้โดยสารที่แหลมฟ้าฝ่า พระประแดง ตอน 4 ทุ่ม ขากลับทำไงหว่า หมาเห่าเกรียวยันปากเกร็ดแน่เลยเรา อะได้การ มีแยกที่นึงทำเลเหมาะ ก่อนเข้าแหลมจะมีสามแยกอยู่ผมจำไม่ได้แระแยกอะไร มีวินแท็กซี่ด้วย ผมจอดก่อนถึงวินสัก 20 เมตร คว้ากระทิงแดง ไม่ใช่ผมเปลี่ยนแบรนด์ละ เอม 150 ไปขวดนึง ลงรถ ไปเดินต้อกๆๆ ไปถามเพื่อนแท็กซี่ด้วยกันว่า พี่ครับพี่ พี่คนไหนหัวหน้าวิน

 

นู้นคนนู้นตัวใหญ่หน่อย พี่เค้าขาใหญ่ที่นี่ ผมเดิืนไปหายกมือไหว้ ตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ พี่ครับขอผมจอดสักเที่ยวนะครับ ผมมาไกลมาจากปากเกร็ด รถพึ่งซ่อมเสร็จออกจากอู่ก็ได้เที่ยวแรกมายันนี้ ตอนนี้ผู้โดยสารวายแล้ว

 

สงสัยวันนี้ผมติดค่าเช่าแน่ นะพี่นะ ผมยกมือไหว้อีกครั้ง อะได้การแหะ เค้าทำท่าคิด พอดีมีเสียงตะโกนจากข้างหลัง เฮ้ย พี่โบ้ มางี้ได้ไงละ ผมหันไปดู ผมจำไม่ได้นะ ขอโทษครับ ผมจำไม่ได้ ป้าด พี่นี่ อาทิตย์ที่แล้วผมหลุดไปแถวปากเกร็ด พี่ยังจับผู้โดยสารให้ผมเลย

 

ว่าแล้วเจ้าคนนี้ ผมจำชื่อไม่ได้นะครับขนาดหน้าเค้าผมยังจำไม่ได้ พี่ๆๆ เค้าตะโกนบอกพี่คุมวินว่า ให้พี่เค้าจอดเถอะหาให้เค้าก่อนเลยพี่ เอาเข้าเมืองเค้าจะได้กลับบ้าน รู้จักกันหรือ หัวหน้าวินถาม พี่คนขับแท็กซี่คนนั้นตอบว่า พี่เค้าใจดี หาผู้โดยสารให้นะ ตอนที่ผมไปปากเกร็ด

 

ได้ๆๆเดวจัดให้ ดีเหมือนกัน หัวหน้าวินบอก หาเที่ยวยาว เค้าจะได้ไม่ต้องมาอีก ดู ดู มันพูดดิ ปากหรือตูดวะเนี่ย ผมนึกในใจ และแล้วคืนนั้นผมได้ขายาวมานี่เลย แถวจรัญสนิทวงศ์ รอดตัวไปแหะ

 

ขอพักสักพักใหญ่นะพี่น้องมีแขกมาที่บ้านนะ 
 
 

ตอนที่ 9

อำนาจต่อรองของคนTAXI…แบบ นาย JIMBO

 

ผมก็ปุเลงไปเรื่อยตามภาษาคนTAXI รถTAXI เป็นรถที่ใช้งานหนัก วันนึง 2 กะ กะละ 300 กิโล เฉลี่ยวันละ 600 กิโล วิ่งแผลบเดวใกล้แสน ทำนองนั้นแหละพี่น้อง คนพัก รถไม่พัก ค่าเช่าไม่พัก

 

ความสึกหรอย่อมเป็นธรรมดา วันนึงรถคันที่ผมขับ มันเดินไม่สะดวก กึกๆกักๆๆ แค้กๆๆเหมือนไข้หวัด 2009 ประมาณนั้น เหยียบความเร็วสูงสุด บี้แล้วบี้อีก 100 เดว อ้ายหยา อย่างงี้เราจะไปปาดหน้า แย่งผู้โดยสารได้ไงหว่า และจะทำเที่ยวแข่งกะเวลาได้ไง พี่จิม...ปกติเป็นคนชอบแข่งกับเวลา วันนึงคนอื่นขับ 8-10 เที่ยวต่อวัน พี่จิม...ฟาดไปสะ 12-19 เที่ยวต่อวัน เพราะฉะนั้นรถต้องพร้อม คนขับสีมือชั้นเทพ แหๆๆะจะคุยว่าเราสีมือ

 

ก้อกๆๆๆๆๆ ผมเคาะประตูกระจกออฟฟิศอู่แท็กซี่ เถ้าแก่ครับผม ผมชอบพูดสุภาพเสมอ มีไรหรอ จิม...รถผมเป็นไรไม่ทราบ มันวิ่งไม่ออกวิ่งได้แค่ 100 เดียวเอง เถ้าแก่ช่วยทำรถผมให้โอเคหน่อยนะครับ แล้วช่วยดูช่วงล่างให้ด้วย มันคลอนไปหมดแล้ว

 

เออน่า จิม ใช้ๆไปก่อน...เดวมันไม่ไหวจริงๆแล้วค่อยมาทำ อะนะ คำตอบสูตรสำเร็จเถ้าแก่อู่แท็กซี่ ผมนึกในใจ ทีค่าเช่าเก็บเต็มที่รถไม่ยอมซ่อม มันอะไรของมันหว่า

 

และแล้วผมก็ต้องก้มหน้าจำยอมขับต่อไป วันนั้นขับรถแย่งผู้โดยสารไม่ทัน ได้แต่ฝากไว้กับดวงขับได้ 900 บาทเอง หักค่าเช่าอะไรแล้วเหลือ 100 ไม่มีค่าเหนื่อยตนเองค้าขายขาดทุนวุ้ยส์ ไม่ได้การแระพยายามมองปัญหาเป็นโอกาสแระเรา เอาสูตรปลาทูมาใช้ ติ้กๆๆต้อกๆๆๆ หลายรอบ ขับไปคิดไป นอนพลิกตัวไปมา โอยมึนตรึบ...ลุกขึ้นมาหยิบหนังสือพิมพ์อ่านดีกว่า อ่านไปหน้าคลาสิคฟาย ดูไปเรื่อยๆอ้ายหยา เจอคอลัมน์รถเช่า บริษัทฯรถเช่าประกาศโฆษณาว่า Car for rent อะปิ้งปั้ง ขึ้นมาทันใด อะไรหรือครับ

 

กิจการแท็กซี่ มันกิจการรถเช่านี่หว่า ลูกค้าคือคนขับแท็กซี่ใช่ไหม ผมถามตนเอง...ผมชอบถามตนเองบ่อยๆๆ...ใช่แล้ว นายจิม แน่ะ มีพรายกระซิบสะด้วย อ้าวใช่แล้วอย่างไร ผมถามต่อ ไอ้จิม...เอ็งนะคนเช่าถือเป็นลูกค้า คนให้เช่าถือว่าขายบริการเค้าต้องดูแลสินค้าและเอ็งอย่างดี ใช่ไหม? เออ...ถูกของเอ็งว่ะ แล้วเอ็งจะให้ข้าฯทำเช่นไรฟะ ผมถามต่อ...ป้าดไอ้นี่โง่จังวุ้ยส์ เอ็งนะมีมันสมองแต่ไร้ปัญญา คิดได้ทุกเรื่อง เรื่องแค่นี้คิดไม่ออก ดูมันตอบผมเดะพี่น้อง

 

เช้าวันรุ่งขึ้นได้การละ ผมไปใหม่...เถ้าแก่ครับ มันไม่ไหวจริงๆๆ ผมจอดละนะ ช่วยซ่อมให้ก่อน คำตอบหรือคือ คำตอบเดิม เถ้าแก่ครับผมนะจ่ายค่าเช่าเต็มไม่เคยติด เถ้าแก่ไม่คิดจะเก็บลูกค้าชั้นดีเยี่ยงผมไว้บ้างหรือ? เถ้าแก่วิชั่นแคบนั้นตอบว่า เฮ้ย...คนอยากขับเยอะแยะ อะไหล่รออีกหลายคน คุณไม่ขับคนอื่นมาเอาไปขับมาว่ากันไม่ได้

 

งั้นผมไม่ขับนับแต่บัดนี้เป็นต้นไป ผมคืนรถละกัน ขอเงินประกันคืนด้วย 3,000 นะ แหม พอพูดเรื่องเงิน ความเจ้าเล่ห์ ความงก ของเถ้าแก่เริ่มมาแระ เงินนะรออั๊วเช็ครถก่อนมีอะไรเสียหายหรือไม่ ถ้าไม่มีเอาไป แต่ถ้ามีอั๊วหัก อีกสามวันลื้อมาอีกที (ทีงี้อั๊วลื้อเชวนะ) ได้เถ้าแก่ไม่มีปัญหา ผมนะสบายๆๆ ในใจผมไม่สบายแระ ไอ้นี่มันจะมาไม้ไหนหว่า สงสัยมันหาเรื่องหักกู จนหมดแน่ๆๆ คอยดูถ้ามึงเล่นกลกะกู จะเอาคืนสะให้แสบ บอกมาได้คนขับเยอะแยะ เดวจะแสดงอภินิหารให้ดู

 

พี่น้องทุกท่านชีวิตรันทดของพี่น้องแท็กซี่ก็เป็นอย่างนี้ เราอาจจะได้ข่าวคราวประจำว่าคนขับเบี้ยวค่าเช่า คนขับควงรถ 7 วันทิ้งรถแล้วหนี นี่แหละสาเหตุ นี่คืออีกมุมมองของชีวิตจริง ที่เราฟังแต่แรกว่าคนขับรถนิสัยไม่ดี ชอบเบี้ยวค่าเช่า ที่แท้ปัญหามาจากความงี่เง่า ความงก ของเถ้าแก่นั้นเอง

 

คืนนั้นผมมาดักเจอพี่น้องคนขับแท็กซี่ตามจุดจอดสำคัญ ส่วนใหญ่ก็รู้จักหน้านายจิมทั้งนั้น ไปบ่นให้เพื่อนๆฟัง เพื่อนๆก็บอกว่าพี่คอยดูนะ เดวเถ้าแก่แม่มก็หาเรื่องเบี้ยวจนได้ คอยดูเดะ พวกผมนะเวลาจะออกไม่พูดมาก เงียบเชียบ เอารถไปควงมันเล่น 7 วัน ทิ้งรถไว้หน้าอู่มันนั้นแหละ ไอ้พวกนี้ต้องเล่นแบบนี้ละ

 

ผมถามต่อแล้วพวกเราอยากอยู่ในสภาพแบบนี้กันหรือไม่เบื่อหรือไง เบื่อซิพี่ ค่าเช่าเราก็จ่าย รถแม่มไม่ยอมซ่อม ยางยังเอายางเปอร์เซ็นต์ใส่เลย เบรคทีไถลลื่นจุบตูดคันหน้า พอเราเป็นฝ่ายผิด มันก็หักเงินประกัน บางทีหักจนหมด แล้วต้องเป็นหนี้เถ้าแก่มันอีก มันเป็นกันอย่างนี้แหละทุกอู่ ผมมันเบี้ยน้อยหอยน้อย เราคนจน จะไปทำอะไรกับมันได้ละพี่

 

ได้ทีละนายจิม...นายจิมนึกถึงการทำยูเนี่ยนทันที สไตล์นายจิมชอบผูกขากันเดิน อิอิ...เอาอย่างงี้ ถ้าผมมีทางออกพวกเราจะร่วมมือไหม ผมยิงคำถามทันใด โอย...พี่ ถ้าพวกเรามีโอกาสที่ดี เราทำอยู่แล้ว เข้าล็อคนายจิมแระ...เอางี้รอแปปนะเพื่อนแท็กซี่ ให้ผมไปคุยกะเถ้าแก่มันก่อนมันนัดผมอีก 3 วันไปเอาเงินประกันคืน ถ้ามันยึกยักอย่างที่เพื่อนๆบอก ผมจะมาขอความเห็นอีกทีนึง แต่ผมมีวิธีแล้วละ ผมบอกเพื่อนแท็กซี่เหล่านั้น อะไรละพี่ น่า เดวบอกเองแระ ข้อสำคัญกลับไปนึกนะว่าถ้าผมหาทางออกแล้วเราไม่ถูกเถ้าแก่มันเอาเปรียบ พวกเราพร้อมที่จะเดินไปด้วยกันกับผมหรือเปล่า ผมทิ้งประโยคคำถามเหล่านี้ให้พี่น้องแท็กซี่ทุกกลุ่มให้เป็นการบ้าน

 

3 วันถัดมาเร็วเหมือนจรวด...ก้อกๆๆๆ หวัดดีครับเถ้าแก่ มีธุระอะไร ดูมันถามผม มันลืมละมั้ง เถ้าแก่ครับผมมาขอเงินประกันคืนครับ อ๋อ...นี่ของลื้อ มันยื่นกระดาษมาใบนึงเขียนขยุกขยิก พร้อมเงินอีก 600 บาท ในกระดาษใบนั้นเขียนว่า รายการของชำรุด ช่องแอร์แตก เบาะขาดเป็นรู และอะไรต่อมิอะไร ผมไม่ได้สนใจแระ เพราะรู้ว่าอย่างไรมันต้องออกมาอีหรอบนี้ แน่นอน นึกในใจรู้งี้กูควงแม่ม 7 วันแล้วค่อยเอาไปคืนก็ได้

 

เถ้าแก่ผมเหลือเท่านี้เองแล้วผมจะเอาเงินที่ไหนไปประกันอู่อื่นละ ปัญหาของลื้อไม่ใช่ปัญหาของอั๊ว (ดูมันพูดดิ) ถ้าลื้อไม่มีปัญญา ลื้อก็ขับรถในอู่ไปก่อน แต่รถลื้อนะมีอยู่แล้วคนอื่นขึ้นประจำ ลื้อต้องมาเป็นอะไหล่ ผมจะทำอย่างไรดีพี่น้องทุกท่าน เดวมาต่อกันนะครับ

 

ผมทำหน้าเศร้าๆ...พูดเสียงอ่อยๆ ก็ได้ครับเถ้าแก่ เพื่อนๆสงสัยใช่ไหมละ...ยังไม่ตอบตอนนี้

 

และแล้วผมก็ต้องมาปุเลงรถเก่าๆไม่มี ว. ต่อไป แต่ครานี้ผมเปลี่ยนคาแรคเตอร์ตนเองใหม่ ส่งรถเสร็จ ผมเริ่มสังสรรค์ กับเพื่อนๆในอู่ เริ่มบรรยายชีวิตบัดซบคนขับแท็กซี่ให้เพื่อนๆฟัง

 

เพื่อนๆแต่ละคนก็แย่งกันออกความเห็น นินทาเถ้าแก่กันไฟแลบถึงความเคี่ยวของเถ้าแก่ ผมก็เออ ออ ห่อหมกตามน้ำไป เช็คกระแสดูว่าเพื่อนมีใครเป็นไส้สึกของเถ้าแก่บ้าง สกรีนคนไปในตัว อย่าบุ่มบ่าม นายจิม เดวโดนแทงข้างหลัง กั้กแนวคิดในสมองไว้ก่อน

 

ผมทำอย่างงี้เมาดิบมันทุกวัน เช็คเรทติ้งไปด้วย วันสุดท้ายก็มาถึงหลังจากรู้ว่าใครแทบจะรับแรงกดดันและทนไม่ไหวกับความเอาเปรียบของเถ้าแก่อู่แท็กซี่ ผมเริ่มนัดกันแระนัดกันไปเจอข้างนอก ขณะเดียวกันก็นัดกลุ่มที่เราไปสาธยายแนวคิดนี้ มาประชุมกัน ณ เซฟเฮาส์ นายจิม เองนั้นแหละ ได้พรรคพวกมาเกือบ 40 คนนะ ผสมปนเปทั้งกะเช้ากะกลางคืน บนดาดฟ้าคอนโดของผมกว้างขวาง ลมเย็น วิวแม่น้ำเจ้าพระยาสวยมาก เหมาะกับการวางแผน

 

ผมเริ่มแระ...เราต้องรวมกันให้ได้พี่น้องใช่ไหม? ถ้าเราต่างคนต่างเป็นอย่างนี่เราก็ถูกไอ้พวกหน้าเลือดมันทำแบบนี้ พูดไปพวกก็ดูดเบียร์ไป ผมมีความคิดอย่างนี้ พี่น้อง ก่อนอื่นเราไปเช่ารถที่อู่พร้อมที่จะรองรับพวกเราทุกคน ไปไหนไปกัน อยู่อู่เดียวกัน ดีไหม? ทุกคนเริ่มคล้อยตาม

 

เวลาเราขออะไรเถ้าแก่เราขอเป็นทีม ผมจะออกหน้าให้ ขอรถมันซ่อม มันต้องซ่อมให้ ขอยางมันต้องให้ มีคนถาม พี่จิม...ถ้ามันไม่ให้ละ ไม่ต้องจ่ายค่าเช่าไง ถามได้ ของง่ายแค่นี้ อ้าวพี่มันบอกว่าติดได้นะ เถ้าแก่มันชอบพูดแบบนี้ 555 ผมหัวเราะ แล้วถ้าเป็นเธอละจะให้ติดไหม ทีละ 20-30 คัน เพื่อนๆเริ่ม งง กับคำพูดของผม อย่างไรพี่ผมไม่เข้าใจ

 

ป้าดไอ้นี่ ผมนึกในใจเกทช้าจังวุ้ยส์ ก็เราไม่จ่ายกันทุกคนไง อ้าวพี่เวลาเรามาจ่ายค่าเช่าเรามาจ่ายเวลาไม่เหมือนกัน อีกอย่างเราก็ไม่รู้ด้วยว่าคันไหน มีปัญหากับเถ้าแก่ แน่ะ ไอ้นี่ถามเข้าทีแหะ ผมตอบว่าทุกคนเชื่อใจผมไหมว่าผมจะพาฝันทุกคนรอด พวกเค้าเริ่มพยักหน้ากัน อาจจะพยักหน้าด้วยความเมาเบียร์ก็เป็นได้ ทุกคนไม่ต้องจ่ายค่าเช่าผ่านเถ้าแก่มาจ่ายผ่านผม ผมถือสมุดไว้ให้ แล้วผมเอาค่าเช่าไปจ่ายเถ้าแก่เอง

 

เริ่มมีบางคนไม่ค่อยเมาแหะ ถามผมแบบมีสติ แล้วถ้าผมจ่ายกะพี่ เงินตั้งเยอะแล้วพี่ไม่จ่ายให้เถ้าแก่ พี่เชิดเงินหนีผมทำไง แหมเจอพรรคฝ่ายค้านสะแว้วเรา ทุกคนส่วนมากจ่ายค่าเช่ากี่โมง ผมถาม ทุกคนบอกว่า 4 โมงเย็นกับตี 4 อิอิ พี่น้อง เดวขอพักแปปนึงครับ

 

ผมจะรอที่ปั้มแก๊ส และที่ล้างรถทุกตี 4 จนถึงตี 5 เอาสมุดมาให้ผมทุกคน แล้วทุกคนจ่ายผมพร้อมดูลายเซ็นเถ้าแก่ว่ามีไหม ไม่มีไม่ต้องจ่าย งองู 2 ตัวอีกแล้วละพี่น้องใช่ไหม หุหุหุ มีคนถาม แล้วเถ้าแก่มันจะยอมเซ็นให้พี่หรือ? ผมตอบ เอาน่าผมมีวิธีของผมละกันที่ให้เถ้าแก่มันเซ็นให้ผมล่วงหน้า ทุกคนฉงน

 

ทุกคนถ้าผมทำได้ บีบเถ้าแก่มันได้ จะทำตามแบบของผมหรือไม่? ผมยิงคำถามต่อ ขอโหวตด้วยครับ ปรากฏว่าเป็นเอกฉันท์แหะ ผมเริ่มแผนต่อไป ผมบอกว่าทุกคนพรุ่งนี้ไปขับรถตามปกติ แล้วสำรวจมาว่ามีอู่ไหนที่พอรองรับพวกเราได้ทั้งหมดแล้วมาเจอกันที่ปั้มแก๊ส โอเคป่าว แล้วผมจะบอกว่าพวกเราควรทำอย่างไรต่อไป

 

วันรุ่งขึ้นเราก็มาตามที่นัดหมาย มีคนมารายงาน 2-3 อู่ แต่มีอยู่อู่นึงแถวกระทรวงสาธารณสุข แต่เพื่อนบอกว่ารถใหม่เถ้าแก่เคี่ยว ผมบอกว่าอันนั้นแหละดีเพื่อน มันยิ่งงงใหญ่ อะไรหว่า งงไหมพี่น้อง ผมบอกว่าพรุ่งนี้สายๆผมจะโทรบอกว่าทุกคนจะต้องไปลาออกจากอู่ที่ตนเองสังกัด ใครได้เงินประกันมามาให้ผม ใครไม่ได้เงินไม่เป็นไร ได้เท่าไหร่ค่อยมาว่ากัน ตกลงป่าว รอให้ผมไปเจรจากับอู่ก่อนนะ แล้วจะโทรบอก

 

วันรุ่งขึ้นไม่รอช้ารีบไปที่อู่นั้นเร็วพลัน อุยหยู รถมันเหลือบานเลยวุ้ยส์ ผมเห็นมันจอดข้างๆอู่ นึกในใจแม่มเคี่ยวงี้คนขับหนีหมดแน่ๆ ก้อกๆๆๆ เถ้าแก่ครับหวัดดีครับ ว่าไงละคุณ ผมมาขอเช่าแท็กซี่มีแท็กซี่ให้ผมเช่าป่าวละ มีดิคุณ รถใหม่ทั้งนั้นคุณดูดิ รถใหม่ไม่ใช่ป้ายแดงนะพี่น้องใช้มาสัก 5-6 เดือนแระ คุณเอาคันไหนละเลือกเอาเลย ผมเอาทั้งหมดนั้นแหละเถ้าแก่ อะ เถ้าแก่งงอีก พูดเล่นหรือป่าว คุณจะมาซื้อแท็กซี่หรือมาเช่า เถ้าแก่หัวเราะแบบเหยียดๆ ต่อไปก่อนเหอะ ไอ้แปะ ผมนึกในใจ

 

ผมมาเช่าครับเถ้าแก่ คุณคนเดวจะขับรถได้เยอะได้ไง เถ้าแก่เริ่มติดมุก นึกว่าผมตลก ผมมาเช่าจริงๆครับ หลักการเถ้าแก่มีอะไรบอกผมมาได้เลย เฮ้ยล้อเล่นนะคุณ เถ้าแก่เริ่มมีแววตาแวววับ เรื่องจริงครับ เอา...จริงก็จริง ว่ามาซิคุณ ว่าแต่ว่าคุณจะมีเงินที่ไหนมาให้ประกัน คันละ 3,000 รถเกือบ 20 คันเชียวนะ

 

อันนั้นมันปัญหาหาของผมนะเถ้าแก่ เถ้าแก่รับเงินแฮปปี้ก็พอ คิดไรมากใช่ไหม ผมยิงคำถามต่อ เถ้าแก่พยักหน้าหงึกๆๆ แล้วค่าเช่าละ คนขับของคุณงอแงป่าว คนขับชอบติดค่าเช่าผมละเบื่อจริงๆ ผมนึกในใจเบื่อเอ็งมากกว่า

 

เอางี้เถ้าแก่ ผมรับประกันแทนเพื่อนๆผมละกันว่านิสัยดี ค่าเช่าไม่ติด เฮ้ย...ผมเห็นพูดงี้มาหลายรายแระ มุกเก่าๆนะ เย็นไว้นายจิม...ตัวคุณเองผมก็ไม่รู้จักคุณ รับประกันตัวเองให้ได้ก่อนเถอะ อิอิ ไอ้นี่ตกหลุมผมละ

 

เถ้าแก่ครับถ้าผมมีเงินประกันให้เดี๋ยวนี้ และผมมีเงินให้ค่าเช่ารถเต็มจำนวน เถ้าแก่รับจากผมคนเดียว ไม่ต้องปวดหัว ว่าเก็บค่าเช่าได้มั่งไม่ได้มั่ง โอเคมั้ยละ คุณพูดเล่นหรือป่าวเนี่ย ถ้าพูดจริงก็ตามนั้นแหมเหมาเช่าหลายคันเชว เงินประกันตั้งเยอะนะ ผมไม่ตอบตรงคำถาม ก็เพราะเงินเยอะไงครับเถ้าแก่ เถ้าแก่มีคนเช่ารถทีเดียวเกือบ 20 คัน แล้วได้เงินประกันก้อนโตในคราเดวกัน ใจคอเถ้าแก่ไม่ลดให้มั่งหรือครับ

 

ลดไม่ได้หรอกเป็นระเบียบ เถ้าแก่ ระเบียบนะเถ้าแก่เป็นคนตั้งใช่ไหมครับ ใช่ดิถามได้...เถ้าแก่ตอบ งั้นดีเลย เถ้าแก่ก็ลบเองแก้ไขเองได้ซิ วอร์รี่อะไรละ อึกอักเลยวุ้ยส์ เถ้าแก่พูดไม่ออก แล้วก็กลบเกลื่อนความพูดไม่ออกด้วยเสียงหัวเราะ คล้ายๆว่าดูถูกผม 2,500 เป็นไงวางเดี๋ยวนี้ โอเคเลย

 

ช้าก่อนนายจิม...อย่าผลีผลามงับเหยื่อ 2,000 เถ้าแก่ได้ก็จ่ายเดี๋ยวนี้ ไม่ได้ผมไปอู่อื่นละ ผมพูดเสร็จแกล้งล้วงขยุกขยิกในกระเป๋าแฮนด์แบ็คให้ชะแวบเห็นเงินปึกนึง เถ้าแก่แอบชำเลืองเห็น เอางี้ 2,300 เป็นไง เถ้าแก่ถาม ผมตอบว่าเถ้าแก่ครับ เงินประกันเอกเซบมันแค่ 2 พันเอง ค่าเช่าผมก็ประกันให้ เถ้าแก่จะเอาไรอีก ผมจ่ายค่าเช่า 1 กะให้ล่วงหน้าเลยซิเอา ผมไปละนะเวลาผมมีค่า เดี๋ยวพรุ่งนี้ต้องขับรถก่อน ผมลาละครับ เดี๋ยวคุณ...โอเค 2 พันก็ 2 พัน เอาตังค์มาเลย ผมหันกลับมา อะไรนะเถ้าแก่ผมฟังไม่ถนัดหูผมไม่ค่อยดี ขอโทษด้วย

 

2 พันบาท ค่าประกันพร้อมค่าเช่ากะละ 520 ทั้งหมด 38 คัน รวมเป็นเท่าไหร่ครับเถ้าแก่ เถ้าแก่เดินไปหยิบเครื่องคิดเลขมา กด กด จะมีหรือ เยอะนะ เถ้าแก่ยิ้มเยาะผม แล้วก็โชว์ให้ดู 95,760 สีหน้าผมเรียบเฉย เท่านี้หรือครับ ผมทำเป็นควักเครื่องคิดเลขผม ให้เห็นเงินแวบๆในกระเป๋าแฮนด์แบ็ค จริงในนั้นมีไม่เท่าไหร่หรอก 5 หมื่นเอง ผมเอาแบ็งค์ 1,000 นิดหน่อยผสมแบ็งค์ 100 และ 500

 

ไหนเถ้าแก่เขียนให้ผมดูหน่อยครับ เถ้าแก่หยิบปากกากระดาษมาเขียนให้ผมดู ค่าประกัน 76,000 บาท พร้อมค่าเช่าอีก 19,760 บาท รวม 95,760บาท ผมทำท่าควักเงิน แต่เดี๋ยว...ครับเถ้าแก่ เงินที่จะให้ก็ไม่ใช่เงินผม ค่าเช่าผมต้องมานั่งรับภาระเอง ผมเองขับรถไม่เต็มที่ เมื่อต้องมานั่งเก็บเงินให้เถ้าแก่ ใจคอเถ้าแก่จะไม่มีค่ากระทิงให้ผมมั่งละ

 

พูดเสร็จผมก็ชูสำเนาใบขับขี่เพื่อนๆให้ดู (ลืมบอกไปครับ คราที่นัดหมายผมให้ทุกคนถ่ายสำเนามาให้เรียบร้อย) เพื่อให้เถ้าแก่เชื่อว่าเรานั้นไม่ใช่คนมาเทคโอเว่อร์อู่ ว่าไงครับเถ้าแก่ อะ ผมให้คุณคันละ 20 บาท โอเคป่าว ได้เลยครับ ตอนนั้นสายตาเถ้าแก่มองไปที่แฮนด์แบ็คผมตลอดเวลา เร็วซิคุณผมมีธุระ เถ้าแก่มันเร่งผมงะ...เถ้าแก่มีธุระไปทำก่อนก็ได้ ขอผมคุยโทรศัพท์แปปนึง

 

กริ้งๆๆๆๆๆ เฮ้ยพี่หวาด พี่คนขับแท็กซี่อาวุโสหน่อย เถ้าแก่มันโอเคแล้วละ พี่กระจายข่าวเลยถึงพวกเราว่าลาออกจากอู่ ใครหาเงินประกันมาได้เอามา หาไม่ทันไม่เป็นไรมาจ่ายผมทีหลัง ให้ทุกคนเอาเอกสารทุกอย่างมาให้ครบ คืนนี้ทุกคนเจอผมปั้มแก๊ส บอกทุกคนว่ามะเรื่องมาเจอกันที่อู่นี้

 

ทำไมต้องมะเรื่อง อิอิ พี่น้องเดว ซดกาแฟก่อง

 

มะเรื่องคือวันหลังจากมะรืน เป็นการส่งสัญญาณให้พี่น้องทุกคนไปเตรียมเงินประกันมาให้ผม จะด้วยวิธีไหนก็ได้ จะหกคะเมนตีลังกาอย่างไรก็ได้ ไม่ขอเล่า เดี๋ยวเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี ผู้ปกครองควรชี้แนะ

 

มาต่อกัน... เถ้าแก่มันหยุดรอไม่เห็นไปทำธุระเลยวุ้ยส์ ผมหยิบเงินมานับ พร้อมกดเครื่องคิดเลขให้เถ้าแก่ดูว่า ค่าเช่าล่วงหน้าเหลือคันละ 500 นะเถ้าแก่ ทั้งหมดเป็นเงิน 95,000 ถ้วน ใช่ไหมเถ้าแก่ ใช่คุณ ว่าแล้วผมก็คว่ำกระเป๋าแฮนด์แบ็คของผมออกมา มีเงินหล่นเผละ ผมคลี่เงินแล้วนับต่อหน้าเถ้าแก่ เถ้าแก่ครับผมขอโทษ ตอนนี้ผมมี 5 หมื่นนะ เถ้าแก่เอาไปก่อน เดวพรุ่งนี้ผมเอามาให้นะครับ ผมนี่แย่จังเลย กลายเป็นคนเสียคำพูด ผมสะเพร่าเองละ ถ้าเถ้าแก่ไม่โอเคงั้นผมลากลับก่อนไปหาเงินนะครับ พรุ่งนี้ค่อยมาว่ากันใหม่ ผมลาละครับ

 

เดี๋ยว...คุณ 5 หมื่นก็ 5 หมื่น แต่พรุ่งนี้กี่โมงละ ผมขอเป็นบ่าย 4 โมงละกันนะครับผมจะได้รอเก็บตังค์จากเพื่อนๆมาให้ ได้แต่ต้องตรงเวลานะถ้าหลัง 4 โมงคุณไม่มาจ่ายผมยึดเงินนี้นะ ดูความเคี่ยวของมันดิ อิอิ จริงๆเงินผมมีอยู่แล้วเรื่องอะไรไปรับความเสี่ยงมากกว่านี้ เก็บตังค์เพื่อนก่อนไม่ดีหรอ ลดความเสี่ยงตัวเราไปด้วย

 

ว่าแล้วผมก็เปิดบัญชีรายชื่อมากาง ขอสมุดมา 38 เล่ม เขียนต่อหน้าเถ้าแก่ สมุดเล่มละบาทนั้นแหละ เขียนๆเสร็จ เถ้าแก่เซ็นเลยครับ วันมะเรื่อง ผมมาขับ มารับรถที่อู่เถ้าแก่นี้แหละ แล้วผมก็ได้ลายเซ็นเถ้าแก่มาก่อน เพื่อมาโชว์แก่เพื่อนๆในคืนนี้ เดี๋ยวเถ้าแก่ เขียนกระดาษเช็ดก้นก็ได้ ว่าเถ้าแก่รับเงินจากผมไป 50,000 บาท

 

ถึงเวลานัดหมายทุกคนมาพร้อมหน้ากัน อย่างแรกมีวาระแจ้งเพื่อทราบ แจ้งว่า
- ค่าประกันคนละ 3,000 ผมต่อรองเหลือคนละ 2,000 บาท
- ค่าเช่า คนละ 520 บาท ต่อกะ แต่ผมต่อรองเหลือ 500 บาท แต่ลงสมุด 520 เดวคันอื่นในอู่จะเขม่นเอา
- ถึงจะ 500 แต่ทุกคนต้องจ่ายผม 520 20 บาท ผมขอทุกคนเป็นค่าการจัดการ เวลาทุกคนมีปัญหาผมจะเอาเงินส่วนนี้มาชดเชย
- เงินประกันผมจ่ายแทนเพื่อนๆทุกท่านไปแล้ว ตอนนี้ ยังขาดอยู่บางส่วน ขอความร่วมมือให้ไปเอามาให้ครบ บ่ายสาม พรุ่งนี้เอามาให้ผม ใครติดขัดอะไรมาว่ากัน ใครไม่เอามาให้หรือเพื่อนๆพร้อมใจกันเบี้ยว เถ้าแก่มันจะยึดเงินที่มัดจำ
- คนทุกคนมีปัญหาอย่าเงียบมีปัญหาโทรบอกก่อน บ่ายสาม โอเคนะทุกคน

 

ว่าแล้วผมก็เอาสมุดพร้อมบันทึกเงินมัดจำให้เพื่อนๆดู ว่าเราจ่ายจริงมีลายเซ็นจริง เพื่อนๆทำหน้าทึ่งว่าทำได้ไง ใช่ไหม เพื่อนแท็กซี่ และเพื่อนในนี้ อิอิ

 

และแล้ว คืนนั้น ผมเก็บเงินประกันเพื่อนมาได้ 10 คน 20,000 บาทรอดตัวไป 1 เปลาะนาย จิม... ใครคืนรถแล้วพรุ่งนี้เรามาฉลองกันที่ดาดฟ้าบ้านผม ส่วนตัวผมเองนะหรือ คืนไปตั้งแต่กลางวันแล้วละ ไอ้อู่เฮงซวย

 

บ่ายสามโมงตามเวลานัดหมาย ทุกคนมาพร้อมหน้ากัน เอาตังค์มาให้อีก 10 กว่าคน ที่เหลือเอามาให้ภายหลังเพราะเถ้าแก่อู่มันกั๊กเอาไว้นะ สูตรเดวกันเปะเลย

 

พี่จิมบอกทุกคนว่าไม่มีปัญหา ขอให้ทุกคนวันพรุ่งนี้ไปรับรถกันได้ คนที่ติดค้างไม่มีให้ผ่อนเอาวันละ 50 บาท ไม่ใช่สาระ อย่าลืมทุกตีสี่และสี่โมงเย็นทุกคนต้องเอาค่าเช่ามาให้ผม ทุกคนจะได้ลายเซ็นเถ้าแก่ ณ บัดนาว
ใครมีปัญหารถเสียรถซ่อมโทรหาผมได้ 24 ชม. อะนายจิม...ทำตนเป็นเจ้าของอู่สะเองเลย

 

พี่น้อง...นี่คือการคืบคลานตัวของนายจิม เพื่อเทคโอเว่อร์ กลายๆ รฐบ. ส่วนการค้าของ ปท.เราจะเอาแบบอย่างนายจิม ไม่ว่ากันนะครับ

 

เริ่มวิ่ง วัน สองวันแรกมะมีปัญหาอะไร ทุกคนแฮ็ปปี้ดี ผมเอาเงินค่าเช่าจ่ายเถ้าแก่ทุกวัน แล้วให้เถ้าแก่เซ็นล่วงหน้าตลอด จริงๆไม่ใช่ล่วงหน้าหรอก ล่วงหลังมากกว่า เพราะผมใช้เงินผมค้ำประกัน เอาไว้ ส่วนผมนะหรือ วิ่งมั่งไม่วิ่งยังได้ มี 760 บาทในกระเป๋าทุกวัน

 

พอวิ่งสักพัก รถเสียรถซ่อม เถ้าแก่งอแง มาตรการของผมคือไม่จ่ายค่าเช่าวันนั้นทันที ไม่จ่ายทั้งหมดด้วยจะกี่คนกี่กะก็แล้วแต่ เถ้าแก่งี้หงอยรับประทาน อยู่กับคนหมู่มากย่อมมีปัญหานั้นเป็นเรื่องธรรมชาติ

 

นายจิมเริ่มมีเพื่อนมากขึ้นเป็นโครงข่าย อะไม่ไหววุ้ยส์ เ้ราเดวฟองสบู่แตก วันนึงผมหยุด 1 วันฝากงานพี่อีกคนที่ขับรถแท็กซี่ด้วยกันไว้ เราไปเที่ยว แถวสิงห์บุรี บ้านเค้าเป็นอู่ซ่อมรถไถ ระหว่างนั่งย่างปลากันไป อะไรกัน ผมเหลือบไปเห็นถังแก๊สติดรถยนต์วางอยูในอู่ ผมถามเพื่อนว่าได้มาอย่างไร เพื่อนบอกว่าเมื่อก่อนใส่รถแท็กซี่ รุ่น 1 2 ท พอน้ำมันราคามันลง ก็เลยถอดออกมาทั้งชุด ตอนนี้ขายแท็กซี่ไปแล้ว ไม่ได้ใช้

 

ผมมองถังแก๊ส แล้วนึกว่าจะใช้ประโยชน์อันใดได้บ้าง เพื่อนมองสายตาผมออกว่าผมสนใจ มันเลยบอกว่า พี่อยากได้หรอ ผมตอบว่าไม่อยากได้หรอก กำลังคิดว่าจะเอาไปทำอะไรดี งั้นพี่เอาไปเลยยกให้ทั้งชุด อยู่ก็เกะกะบ้าน ถังมันก็เก่าด้วย ผมตอบตกลง มันให้มา มีถังแก๊ส หม้อต้ม และวาวล์แก๊ส สนิมเขรอะเลย ผมแบกกลับ กทม. กำลังคิดดูว่าจะทำอะไรนึกไม่ออก

 

พอมาถึง กทม. ผมก็วิ่งแท็กซี่ของผม พร้อมกับเป็นคนดูแลแท็กซี่ตามปกติ ตอนนั้นน้ำมันเริ่มขึ้น 15 บาท/ลิตร ประมาณนั้น อู่ที่มีรถน้ำมันเริ่มเปลี่ยนเป็นรถติดตั้งแก๊ส

 

อะนายจิม...ถังแก๊สที่กองที่บ้านเรามันน่าจะใช้ประโยชน์ได้นะ คิดแล้ว คิดอีก แต่มันเก่านะสนิมเขรอะ มันจะใช้ได้หรือ อะได้การแระ นายจิม ลองดูดิ ว่าแล้วก็แบกถังแก๊สไปอู่มอร์ไซค์แถวปากเกร็ด ขัดๆๆพ่นสีสะใหม่ อะสวยดีแหะ เช็คดูลูกลอย ป้าด ขยับได้วุ้ยส์ ถังสมัยก่อนจะเป็นตาแมว ไม่มีเกย์แก๊ส ดูระดับแก๊สเอา มาหม้อต้มสนิมเขรอะเช่นกัน ทำไงดี ด้วยวิสัยช่างกลเก่า อะได้การแระ เอาไขควง ประแจหกเหลี่ยมมาแก้ผ้ามันดู ปรากฏว่า ผ้าต้มชำรุด ฟลักซ์ ข้างในเพียบเลย เอ...จะทำไงดีต่อนา

 

นึกถึงเตาปูนก่อนอันดับแรก ที่นั่นมีร้านอะไหล่แก๊สอยู่นี่หว่า ว่าแล้วบึ่งไปเลย ไปซื้อมาทันใด ผ้าต้มชุดนึง 600 ก่าบาท ใบโพธิ์สะด้วย เอากลับมาเปลี่ยน อิอิ ออกมานิ๊งเลย แล้วเราจะรู้ไหมว่ามันใช้งานได้จริงๆ หารถที่ไหนทดลองหว่า...จะที่ไหนสะอีกนายจิม ก็อู่รถที่เราขับอยู่ไง

 

ว่าแล้วแบกทั้งชุดใส่รถ ไปที่อู่ ณ บัดนาว ไปถามเถ้าแก่ เถ้าแก่ครับ มีไรหรอ ผมมีชุดแก๊สชุดนึงนะ ไม่ได้ใช้ เถ้าแก่จะเอาไปติดรถแท็กซี่ป่าว ถ้าสนใจผมขายให้ถูกๆๆ ถูกๆๆของคุณนะเท่าไหร่...เอองงละสิกู ไม่ได้เตรียมคำตอบมาสะด้วย ผมนั่งคิดอยู่แปปนึง นึกออกว่า เค้าติดตั้งกันตอนนั้นชุดละ หมื่นสองแถวซอยเรวดี อะได้การละ วิธีคิด ปกติ ราคาสินค้าใดก็แล้วแต่ ถ้าไม่มีภาษามาเกี่ยวข้อง มาร์จิ้นประมาณ 50%

 

งั้นได้การละ ติ้กต้อก มันต้อง 6,000 เนอะนายจิม...เถ้าแก่ครับ 8 พันครับ เฮ้ย...ไหนว่าถูกละ แหมเถ้าแก่ผมไม่ใช่อู่ติดตั้งแก๊ส ผมเห็นเค้าติดตั้งกันชุดละ 12,000 นะ ผมไม่รู้เจงๆๆ ขอโทษครับ เถ้าแก่ให้ผมเท่าไหร่ละ อิอิ 5 พัน เถ้าแก่ตอบ แหมเถ้าแก่ก็ กดราคาผมจังเลย ซื้อใหม่ๆก็หลายตังค์อยู่นา เถ้าแก่ให้ผมอีกคำนะ อะก็ได้ 6 พันไหวมั้ย อิอิ ครานี้ไม่รอวุ้ยส์ ของตาจิมได้มาฟรี ค่าพ่นสี 200 เอง ค่าขัดค่าเหล้าให้ช่าง ค่าอะไหล่ รวมกันไม่น่าจะเกิน 1,000 เดว ได้ตั้ง 5 พัน ไม่เอาก็โง่ ฮุบเลย โอเคครับเถ้าแก่ ผมว่าตามนั้น

 

เดี๋ยวเถ้าแก่เรียก ถ้ามันใช้ไม่ได้ละทำไง ใช้ไม่ได้ไม่เอาตังค์ เอามาทำไม เถ้าแก่ก็เอาแต่ถังไปดิ ใบเท่าไหร่ เถ้าแก่ถาม ติ้กต้อก นายจิม...4 พันนะเฮีย เฮ้ยแพงๆๆๆ เอางี้เถ้าแก่ให้มันใช้ไม่ได้ก่อนเหอะอย่างอื่นค่อยว่ากัน ติดตั้งเสร็จใช้ได้ ช่างที่ไหนติดก็ช่างที่อู่นั้นแหละ และแล้วนายจิมก็ ได้ค่าขนมลูกอีกแระ

 

วันนั้นก็ออกไปขับรถตามปกติตอนกลางคืน เพื่อนๆเคยได้ยินเรื่อง ผีสาวหน้าเดอะมอลล์งามวงศ์วานไหมละ ที่คอยโบกรถแท็กซี่ พอขึ้นรถให้ไปส่งแถววัดบัวขวัญนะ และแล้วก็หายวับ

 

โพสต์โดย : elmo

สวัสดีค่ะคุณ jimbo อ่านทุกวันเลยค่ะ เข้ามาให้กำลังใจ วันก่อนเจอโจร วันนี้เจอผีเหรอคะ

 

ผมไม่เคยเชื่อเรื่องนี้ ผมก็หากินไปเรื่อยๆ คืนนั้นผมขับรถผ่านหน้าห้างเดอะมอลล์ตอนตี 1 หญิงสาวผมยาวสะดุดตา พร้อมเพื่อนอีกสามคน โบกรถนายจิมที่หน้าห้างเดอะมอลล์งามนั้นแหละ ญ คนนึงชะโงกหน้ามาถาม พี่ๆๆไปส่งหนูที่เกษตรได้ไหม เสร็จแล้ววนส่งเพื่อนหนูแถวนั้นนะ พี่อย่ากดมิเตอร์ได้ไหมล่ะ มีอย่างหรือนายจิมจะเซย์โน สาวๆได้ครับเชิญเลย ว่าแล้วทุกคนก็ขึ้นรถ

 

ผมไล่ส่งไปเรื่อยๆ คนแรกเกษตร คนสองแถวนั้นจำไม่ได้ คนที่สามแถววัดเสมียน ก่อนถึงวัดเสมียนผมถาม น้องๆๆเพื่อนอีกคนลงที่ไหนครับ น้องคนที่ลงวัดเสมียน ถามว่าอะไรนะพี่ อ๋อ ผมหมายถึงว่าเพื่อนอีกคนลงที่ไหนหลังจากส่งน้องแล้วนะ

 

หา...อะไรนะพี่ หนูมากันสามคนเท่านั้นแหละ อีกคนมีที่ไหน อ้าว ก็ผมเห็นมากันสี่คน ตอนขึ้นรถก็เห็น ตอนมองกระจกหลังก็เห็นนะ คนผมยาวชุดดำนะน้อง...และแล้วผมยอมเสียมารยาทหันไปดู ไม่มีจริงด้วยแหะ แล้วหายไปไหนหว่า

 

น้องคนนั้นขนลุกตั้งเชว พี่ๆๆจอดรถตรงนี้แระ ผมถามว่าจอดทำไม...พี่ๆๆหนูขอไปนั่งข้างหน้านะ ว่าแล้วเด็กสาวคนนั้นก็หันรีหันขวาง ขนตั้งชัน วิ่งมานั่งเบาะคู่หน้ากับผม

 

จริงๆๆนะพี่ หนูมาสามคน บรื้ยๆๆๆๆๆๆ พอถึงวัดเสมียน บ้านน้องเค้าอยู่ริมคลอง เดือดร้อนนายจิมดิ ที่จะเดินไปส่ง อิอิ ดึกๆๆ มืืด อย่างนี้ เสียวละ ไม่ใช่เสียวผีนะพี่น้อง เสียวอดใจไม่ไหวน้องเค้าสวยสะด้วย

 

วันนี้จบแต่เพียงนี้ก่อน เดี๋ยวพรุ่งนี้มาตามติด ว่านายจิมจะเป็นคนนำเข้าอุปกรณ์แก๊สติดรถยนต์ได้อย่างไร บ้ายบาย จุฟฟฟฟ ทุกท่าน
 
 

ตอนที่ 10

ผู้โดยสาร หยิกๆหยอกๆ สไตล์ TAXI…ของ นาย JIMBO

 

ผมขอบอกเพื่อนๆว่า อาชีพนี้ผมไม่วอนท์จริงๆ ไม่ชอบด้วย แต่ทำไงได้เราเลือกไม่ได้ เมื่อไม่มีทางเลือกก็ต้องทำให้ดีที่สุด ชอบหรือไม่อีกเรื่องนึง ความชอบกับชีวิตจริง มันไม่ค่อยสัมพันธ์เท่าไหร่กะชีวิต นายจิม...เศร้าจัง แต่ผมบอกได้อย่างนึงตอนนี้ผมชักสนุกกับมันละอาชีพนี้ ขอเล่นสักพักนึงนะครับ เครียดกันมาหลายวันแล้ว วันนี้คืนวันศุกร์ วันเที่ยวปล่อย ผีให้สุดเหวี่ยงไปเล้ย... พี่จิมไม่อยากให้บรรยากาศเครียดมาทำลายความมันส์ในคืนนี้ของทุกท่าน อ้าว...มาดูกันนะ เพื่อนๆ...ว่าชีวิตในอาชีพนี้มันสนุกสนานอย่างไร เป็นอย่างที่โม้หรือป่าว

 

รับรถ 4 โมงเย็น ปุเลง...ปุเลงไป ผ่านด้านหลังเมืองทองด้านถนนติวานนท์ อะจ้า...มีหนุ่มหน้าขาวลากกระเป๋าออกมาจากหมู่บ้านหรู...แต่งตัวดี ยกมือโบกรถ พี่ครับ ไปสนามบินดอนเมือง ขึ้นมาเลยครับ ผมก็ไปส่งตามปกติไม่มีอะไร ผมส่งชั้นสองนะ ขาออกต่างปท. กำลังจะขยับตัวรถ ต้องเบรคทันใด มีชายวัยรุ่นแรกแย้ม...ฝาโลง เดินมา 3 คน คนนำหน้าท่าทางจะเก๋าเกมส์แหะผมสีดอกเลา โบกมือ ป้าด นายจิม...โชคดีแหะ ปกติผมจะเป็นคนที่ไม่ชอบจอดยึกๆยักๆบนสนามบิน รำคาญ รปภ. ชอบมาไล่ ส่งเสร็จ แว้ว เลย

 

ผมกดปุ่มลดกระจกรถลง ผู้โดยสารท่านนั้นบอกผมว่า มาซาจิ มาซาจิ พร้อมเอามือส่งภาษาอินเตอร์ฯ นวดๆๆบนท่อนแขนอีกข้าง อาได้ทีแหะนายจิม...เค้ากำลังบอกว่าเค้าจะไป อาบอบนาบ จ้อบ นายจิม จ้อบ มีหรือ จะเซย์โน Lets go man พร้อมกับโบกมือให้เข้ารถ

 

พอขึ้นรถ ผมถาม Which masaji you like to go? แหะเข้าทำท่าทาง แบบไม่เข้าใจ อะถามใหม่ Where masaji อะครานี้ เข้าใจ แหะ หนอยไม่ตอบแหะ ดันถามกลับอีกนะ Where good อิอิ มีหรือนายจิม...จะรีบตอบ เดว ปลาตื่นหมด โดยปกติชาวญี่ปุ่นชอบอาตามิ แทนที่ผมจะตอบอาตามิ ผม กลับบอกว่าโมนาลิซ่า อิจิบัง เค้าถามกลับเท่าไหร่? ขออนุญาตพิมพ์ภาษาไทยนะเพื่อนๆ เพื่อไม่เป็นการดับเบิ้ลเวอร์ค ผมตอบว่า 120 ดอลล่าร์ เค้าบอกว่า แพงๆ แสดงว่าญี่ปุ่นกลุ่มนี้เคยมาหรือไม่ก็เช็คข้อมูลมาก่อน หรือไม่พวกนี้มี Dictionary sleeping แน่ๆๆ

 

ในใจผมต้องการจะแนะนำเค้า อาตามิ อยู่แล้ว แต่จำไว้นักท่องเที่ยวไม่ไว้ใจคนไทย โดยเฉพาะคนรถไทย แต่ไม่ใช่ว่าคนรถไทยไม่ดีนะครับแต่พวกนี้เขี้ยวต่างหาก อะอะ ไม่ใช่เข้าข้างพวกเดียวกันเองนะครับแต่มันไม่แฟร์เพลย์ มากกว่า

 

ไม่แฟร์อย่างไร? มีคำถามต่อมา เพื่อนๆที่เคยเดินทางต่างประเทศ ถ้าไม่ไปกับกรุ้ปทัวร์ แบกเป้เดินจะทราบดี เราก็ถูกฟันหัวแบะเช่นกัน ขึ้นแท็กซี่หรอ เหมือนกันเลย วิ่งวนให้มิเตอร์ขึ้นเล่นสะงั้น เที่ยวหรอ ชาร์ กระจายทีฮูทีอิทนะพี่น้อง ราคาสาวๆผีเสื้อหรอ นู้นเลยเทียบเป็นเงินไทยหลักหมื่นเชวละ นี่แหละคือสาเหตุว่าทำไมต้องเอาคืน ไม่ให้เสียดุลการค้า

 

อย่านอกเรื่องนายจิม...ต่อๆ พอเค้าบอกว่าแพง ผมเลยถามต่อ แล้วที่ไหนละที่ถูก เค้าตอบว่า อาตามิ อิอิ เข้าทางนายจิม แหะ ผมถามว่าเท่าไหร่ เค้าตอบว่า 100 ผมพยักหน้าอือ งั้นโอเค ไอพายูไปที่อาตามินี่แหละ ระหว่างทางผมก็คุยกับเค้าไปเรื่อยๆเพื่อความผ่อนคลาย ให้ข้อมูลการท่องเที่ยว แต่แหะๆราคาไม่บอกครับ เดวเพื่อนร่วมอาชีพและคนไทยแวดวงการท่องเที่ยว มาต่อว่าเอาว่าไปทุบหม้อข้าวเค้า ทำท่าเห็นใจ ผู้โดยสารกลุ่มนี้

 

ผมถามเค้าว่ามาประเทศไทยกี่ครั้งแล้ว เค้าตอบว่า วัน วัน อะได้ทีแระนายจิม...แสดงว่ากลุ่มนี้แค่ฟังบอกต่อๆกันมาแหะ เอางี้ฉันเป็นคนไทยต้องต้อนรับนักท่องเที่ยว เดี๋ยวฉันจะต่อรองให้ยูนะ โอเคมั้ย ครานี้ได้การแหะ เค้าเอามือมาตบบ่าผมจากเบาะทางด้านหลัง

 

ถึงอาตาโมะ เอ๋ย อาตามิ แหะประทานโทษพี่น้อง...สับปะดนวันละนิดจิตแจ่มใส...ผมจอดรถปุ้บเด็กรับรถวิ่งมาเลย พี่ๆทำเท่าไหร่ ผมตอบว่า 120 ไปก่อน เดวข้าฯตามขึ้นไป ถ้าเรารีบเดินขึ้นไปพร้อมๆกับเค้า นักท่องเที่ยวจะเข้าใจว่าเราพามาฟัน ต้องเนียน นายจิม

 

ผมให้เค้าขึ้นไปก่อน ส่วนผมจอดรถเสร็จแล้วอ้อยอิ่งเล็กน้อยประมาณ 5 นาทีค่อยเดินตามขึ้นไป อ้าว...ท่าทางโช่งเช้งกันกะคนเชียร์แขก เด็กเชียร์แขกบอกว่าพี่ๆมันไม่ยอมนะ 120 มันต่ออีก เออ...รู้แล้ว ข้าฯให้เอ็งทะเลาะกะมันเล่น แก้เซงวะ

 

เอ็งลดให้มัน 100 นึงก่อน ยันไว้ก่อน ถ้าไม่ไหวเจงๆ ค่อยลดลงมาแค่ 80 เพดานข้าฯอยู่แค่นั้น เด็กเชียร์แขกพยักหน้า ครานี้มาทางญี่ปุ่นกลุ่มนั้นบ้าง หันมาบอกว่า เพื่อนเค้าคราก่อนมา 100 เดวเอง ทำไมเที่ยวนี้ 120 ละ ผมตอบว่าสงสัย ตอนนู้นกะตอนนี้ระยะเวลามันห่างกันมาก ราคาอาจขึ้นก็ได้ เสร็จแล้วผมหันไปพยักหน้ากะเด็กเชียร์แขก เอ็งลดให้มันหน่อยนะโว้ย อย่าฮวบฮาบ เดวเสียฟอร์ม ครับพี่เด็กคนนั้นตอบ ลีลาเด็กเชียร์ใช้ได้ทีเดียว ต่อรองกันอยู่พักใหญ่ เด็กเชียร์กล่อมไป ชี้ให้ดูน้องตู้กระจก คนนู้นคนนี้ ลีลาแบบไหน ผมไม่บอกละว่าพูดอะไร เดวเซ็นเซอร์

 

เสร็จแล้วผมแกล้งทำเป็นหูทวนลม ไม่ฟังที่ต่อรอง พอเห็นว่ามันเหนื่อยละ ญี่ปุ่นจะเอาถูกกว่า 100 เพราะมา 3 คน เด็กมันก็ยืนที่ 100 เสร็จแล้วญี่ปุ่นหันมาทางผม ไหนยูว่าจะช่วยไอไง หนอย ดันจำได้แหะ ไม่ลืม

 

ผมหันมาหาเด็กเชียร์ แล้วคุยไปนู้นเลย ดินฟ้าอากาศไม่เกี่ยวกับเรื่องนวด และต่อรองราคา ทำเป็นเอามือชี้บุ้ยบ้ายเข้าไปในตู้ พักนึงผมหันมาบอกว่า เด็กเค้าบอกว่าไม่ได้ ลดไม่ได้ แต่ฉันบอกเด็กว่ายูนะเพื่อนไอ เดวจะพามาบ่อยๆ เค้าเลยให้ราคาชั้นเป็นพิเศษนะ 85 ยูโอเคมั้ย ครานี้มันยิ้มได้แหะ มันดึงไหล่ผมออกมาจากวงสนทนาตรงนั้น มากระซิบผมว่า เมื่อกี้ต่อรอง 90 เค้าไม่ให้ แองงิ้วยูนะ สมาร์ทจัง ยูต่อให้ไอได้ 85 แองงิ้ว ละ

 

ว่าแล้ว สามคนนั้นก็เลือกสาวๆในตู้ไปสามคน ของใครของมัน แหมหันมาถามผมอีกยูเอาไหม ผมตอบว่าไม่ละ ไม่มีตังค์ คนรถเมืองไทยจน เก็บเงินไว้ให้ลูกดีกว่า แองงิ้ว มายเฟรนด์ น้าน...ผมหยอดไปนั่น และแล้ว 3 หน่อนั้นก็จ่ายไปคนละ 85 เป็นเงินไทยประมาณ 10,700 โดยประมาณ ตอนนั้นเงินไทยเหรียญละ 43 แต่แลกในนั้น 42 ก่อนขึ้นห้องผมบอกญี่ปุ่น 3 คนนั้นว่าให้รอรับกลับหรือไม่

 

อ้อ ลืมบอกไปเป็นแขกทรานเฟอร์นะ หมายถึงแขกถ่ายเครื่องนะครับ รอต่อเครื่อง เค้าบอกผมว่ารอดิ กลับด้วยกันเลย อิอิ นายจิม ได้ค่ารถขากลับอีก หวานหมู และแล้วผมขออนุญาตแขกไปกินน้ำปัสสาวะ ผมก็ชะแวบมาด้านหลังดักรอน้องๆที่แขกเรียก เอาน้องพี่ให้น้องคนละ 500 บาท พี่ทิปให้บริการเพื่อนพี่ให้ดีละ ประเภทตีลังกาสามชั้นเติมน้ำมันกลางอากาศเลยนะจ้ะ พี่ขอบคุณค่ะ

 

พอแขกขึ้นห้องเสร็จผมก็เดินมาที่เคาน์เตอร์ เพื่อเช็คค่าใช้จ่าย ร้านคืนเงินผมมา 7,400 เพื่อนๆคงงองู 2ตัว คืนไรตั้งมากมายใช่ไหม คืนทำไม ชิมิ อาบอบนวดอาตามิ แพ็คเกจละ 1,100 บาทไงครับ นอกนั้นเราทำราคาเองได้ เพื่อนๆคงต่อว่า อูยส์ ไปฟันเค้าทำไม แหะๆๆบ้านเค้านะ นวดทีหมื่นนึงครับ ว่าแล้วผมก็เอาเงินให้เด็กเชียร์ไป 1,000 บาท ค่าปั่นราคา

 

ผมเดินมานั่งรอด้านนอก ควักตังค์ให้เด็กรับรถไป 200 ค่าเหนื่อยเอ็งวะ เด็กบอกขอบคุณครับพี่ พี่จะดื่มไรดีละระหว่างรอ บรั่นดี วิสกี้ ไหม ไม่เอาวุ้ยส์ งั้นพี่เอาไรละ มีเก็กฮวยไหม เอาเย็นๆๆวุ้ยส์...ได้เลยคร้าบ

 

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว 1 ชม.ครึ่ง แหม เดินลงมาขาอ่อนเชว กะปลกกะเปลี้ยเชว ท่าทางสะดือขาวแน่ๆ อิอิ พอเจอหน้าผม สามหน่อนั้นยิ้มให้เดินมาโอบไหล่ผม แล้วบอกว่า ยูอาร์ เบส เฟรนด์ ฟอร์มี นอกจากได้ราคาถูกแล้ว แถมบริการ อิจิบังมากๆๆ แองงิ้ว ยูนะ ไปกลับแอร์พอร์ท

 

ระหว่างทางก็โม้กันลั่นรถถึงการบริการประทับใจ ผมนึกในใจว่าไม่บริการประทับใจได้อย่างไร กูทิปไปตั้ง 1,500 และแล้วผมก็ถามว่ายูทิปสาวๆไปเท่าไหร่ เค้าบอกว่าให้ไปคนละ 100 เดวเอง ได้บริการประทับใจมาก ผมนึกในใจเขี้ยวเจงๆเลยนะพวกเอ็งนี่ น้องเค้าเจ็บตัวอย่างมากให้ไปได้ 100 นึง

 

พอถึงแอร์พอร์ท เค้าถามว่าค่าโดยสารเท่าไหร่ ผมให้ดูมิเตอร์ แล้วบอกว่าค่าทางด่วนเท่าไหร่ รวมๆแล้วเป็นเงิน 700 บาท เค้าส่งค่าโดยสารให้ผมเป็นแบ็งค์พันสองใบ ผมทำท่ากำลังหาตังค์ทอนให้ เค้าตบไหล่ผม บอกว่ายูนะเป็นคนไทยที่น่ารัก เป็นเพื่อนที่ดี ไม่ต้องทอนหรอก

 

เฮ้อ...เหนื่อยจังพี่น้อง กะสามหน่อนี้ สรุปแล้วงานนี้งานเดวผมได้ตังค์มา

- รับค่านวด 7,400

- ทิปของผมบวกค่าโดยสาร 2,000

รวมรับ 9,400

- ให้น้องๆไป 1,500

- เด็กเชียร์ 1,000

- เด็กรับรถ 200

รวมจ่าย 2,700

อิอิ งานนี้กำไรเท่าไหร่ไปคิดกันเอาเองนะ นายจิม...ขี้เกียจคิดแระ

 

บางท่านอาจคิดว่าตัวอย่างนี้ไม่ดีสำหรับวงการท่องเที่ยวไทย แต่มันก็มีเหตุผลนะครับ แล้วแต่มุมมองของแต่ละท่าน แต่สำหรับผม ถ้าเรามาห่วงภาพลักษณ์มากมายนักทำให้สินค้าเราถูกลด Value ลง นี่ละคือสาเหตุและแนวคิดของผู้บริหาร ปท.ที่แล้วๆมา ทำให้ราคาสินค้าของเราราคาตก เพราะคิดแต่จะเอาจุดขายราคาถูกเพื่อจูงใจตลาดโลก ผลสุดท้ายใครซวย คนสุดท้ายนะซวย จะต้องถูกกดราคาร่ำไป

 

เดวตอนถัดไป เราจะมาดูผู้โดยสารแต่ละเค้ส เป็นน้ำจิ้มกันสัก 4-5 ตัวอย่าง คันๆๆแก้เครียดกันนะครับ

 

ขอประทานโทษทุกท่านครับที่ให้รอนาน เผอิญผมมีงานด่วนนะ พึ่งว่างมือเมื่อสักครึ่งชม.นี้เอง สวัสดีตอนสายทุกท่านนะครับ ขอตัวเขียนท่อนต่อไปนะครับ คุยกันไปพลางๆก่อน

 

นักธุรกิจ อยากฆ่าตัวเองตาย:

 

ขณะนั้นประมาณทุ่มเศษ ผมขับอีแก่ของผมผ่านมาแถวพัฒนาการ จำไม่ได้แระว่าช่วงไหน ชายหน้าตาดีคนนึงเชิ้ตแขนยาวพับแขน โบกปั้บ ผมเบรค จ้ากๆๆๆๆ ทันใด ไปไหนครับผม...ผมถาม ไม่ตอบแต่เปิดประตูรถด้านหน้า ขึ้นมาเลย ขับไปก่อนครับ ผมยังนึกไม่ออก น้านตอบสะ...ได้ครับผมนึกในใจ ดีวุ้ยส์ ขับปั่นมิเตอร์เล่นแก้เซ็ง

 

ออกรถสัก 10 นาทีต่างคนต่างเงียบ บรรยากาศชักอึดอัด ผมสังเกตสีหน้าเค้าเศร้าๆ บางครั้งถอนหายใจเฮือกๆๆ อะไรหว่า ผมคิด แต่ผมไม่เปิดวิทยุนะ เห็นหน้าเค้าบ่จอย ผมขับตรงอย่างเดวมุ่งหน้าเข้ากทม.นะ ผ่านไปสามไฟแดงละ คุณโชเฟอร์เลี้ยวซ้ายอโศกนะครับ เอ้อ พูดได้สักที ผมนึก แต่พูดได้แค่นั้น พอรถเคลื่อนตัวผ่านตลาดคลองเตย พี่แกก็โพล้งมา ผมอยากตาย...แล้วก็เงียบ อะไรวะเนี่ย...

 

ผมก็ปล่อยให้เค้าอึดอัดต่อไป เรื่องของเค้าเราอย่าเสือกนะ นายจิม...รถไหลมาเรื่อยๆยันพระรามสาม ((((((((โอ้ย))))))) แล้วก็เงียบ อะไรมันวะ ไอ้นี่ถ้าจะบ้า

 

ไม่ถึง5 นาที ((((((((((อยากตายโว้ย)))))))) แล้วก็เงียบ ครานี้ผมทนไม่ไหวรำคาญ เป็นอะไรของคุณไม่ทราบ บ้าแล้วหรือคุณ ตกลงคุณจะไปไหน ไม่ตอบแหะ ตกลงให้ผมส่งคุณโรงพยาบาลบ้าไหม?

 

ผมอยากตายจริงๆ เค้าเสียงอ่อนลง หลังจากผมเสียงเขียว มีไรระบายกับผมได้ถ้าทำให้คุณรู้สึกดีขึ้น ถ้าพี่เป็นผมจะฆ่าตัวตายไหม แนะถามผมอีกแระ

 

มันเรื่องอะไรกันละครับ บอกมาเลยครับ บางทีปัญหาอาจไม่หนักหนาอะไรก็ได้ ผมเริ่มปลอบ คุณไม่รู้อะไรหรอก ผมนึกในใจมึงไม่บอกกู แล้วกูจะรู้ไหมเนี่ย ปัญหาของคุณอาจเล็กน้อยเมื่อเทียบกับคนอื่น คุณแต่งตัวดีผิวพรรณดี ผมว่าโอกาสคุณมากกว่าคนอื่นนะ ผมหยอดไปนั่น

 

คุณไม่เข้าใจหรือไงว่าผมอยากตาย ขับรถไปไหนก็ได้ไปหาที่ตายให้ผม ดูดูพี่น้องเค้าตอบกวนไหม ผมชักรำคาญมากขึ้น เบรครถทันใด...ถ้าคุณไม่พูดไม่บอก ลงได้เลยครับ ใครๆก็มีปัญหาทั้งนั้น มีอะไรไม่พูด คนอื่นไม่รู้ แล้วเค้าจะช่วยคุณได้ไง หะ

 

ครานี้เงียบได้แหะ แล้วบอกว่าผมขอโทษที ผมเครียดมาก ขับต่อไปคุณโชเฟอร์ ผมตอบ...คุณต้องเล่า ถ้าไม่เล่าผมไม่ไป ครานี้ท่าทางกระสับกระส่าย ทำอย่างกะดอกพิกุลจะร่วงนะ อ้าปากพูดได้ ผมเล่าแล้วคุณจะช่วยผมได้หรือ คุณก็แค่คนขับแท็กซี่ น้านดูถูกกูอีก ไอ้นี่เดวปั้ดเหนี่ยว เย็นไว้ นายจิม...

 

ผมชอบงานท้าทาย นายจิม ใช่ไหม ผมถามตนเอง ผมว่าคุณนะมีการศึกษานะ เคยอ่านนิทานอีสปไหม ราชสีห์กับหนู ท่าทางคงไม่ได้อ่านใช่ไหม เค้าพยักหน้าช้าๆ ท่าทางเริ่มผ่อนคลายลง อยู่ๆก็โพล้งมา ผมมีเงินมีมากด้วย แต่ตอนนี้มีแต่หนี้ มันเยอะกว่าเงินที่ผมเคยมี

 

เยอะขนาดไหน ผมถาม...ผมมี 150 ล้าน คุณเคยจับไหมเงินขนาดนั้น แน่ ไอ้นี่ดูถูกเล็กๆอีกแระ แต่ตอนนี้ผมมีหนี้ 300 ล้าน เยอะไหมละ ผมบอกคุณไม่เชื่อ ผมบอกแล้วคุณช่วยผมได้ไหมละ

 

คุณนี่นอกจากจะเป็นราชสีห์ที่ติดบ่วงแล้วคุณนี่ยังโง่อีก โง่มากด้วย คุณแหกตาดูแท็กซี่อย่างผมซิ มีความสุขไหม ทั้งที่คุณบ่นๆๆ ผมก็ทนคุณได้ คิดหน่อยคุณสมองมีไว้ให้คิด เรื่องควรคิดไม่คิดมันจะทื่อเอา ผมเริ่มดุ

 

ครานี้เสียงอ่อนลง ตอนนี้บ้านผม ทรัพย์สินผมกำลังจะถูกยึด ลูกผมเรียนเมืองนอกตอนนี้เรียกกลับมาหมดแล้ว ผมคงไม่มีบ้านให้ลูกอยู่ ไม่มีเงินให้ลูกเรียน เป็นผมคุณจะฆ่าตัวตายไหม

 

ตอนนั้นรถผมวิ่งวนมายันราษฎร์บูรณะแล้ว ผมตัดสินใจลากรถออกนอกเมืองหักหัวออกมุ่งหน้าพระรามสอง จะได้มีเวลาโอกาสคุยกับเค้า สมองผมตอนนั้นผมไม่ได้คิดเรื่องค่าโดยสาร ผมคิดสถานเดียวทำไงให้คนนี้ได้คิด

 

ผมตอบเช่นไรทราบไหมเพื่อนๆ...ผมตอบว่า ฆ่าแน่นอน จะบ้าหรอนายจิม อีโก้ ผมมันถามนะ ผู้โดยสารท่านนั้นมองหน้าผมฉงน นึกว่าผมบ้ามั้ง...ผมพูดต่อ ถ้าเป็นผมถ้าผมฆ่าตัวเองตายแล้วลูกเมียสบายผมฆ่าตัวตายแน่นอน ผมถามอะไรคุณนะ คุณช่วยตอบผม อย่าสอดอย่าแทรก

 

ผมถามว่าถ้าคุณฆ่าตัวเองตาย แบ็งค์จะยึดบ้านคุณไหม? เค้าตอบผมว่า ยึด ถามต่อ...ถ้าคุณตายลูกคุณมีที่เรียน มีเงินไปโรงเรียนไหม? เค้าตอบ ไม่มี ถามต่อ ถ้าคุณตายแล้ว คุณเรียกทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณเคยสุขกับครอบครัวคุณกลับมาได้ไหม ตอบ ไม่ครับ

 

โพสต์โดย : Monkey_D_Luffy

บางที การปรับทุกข์กับแท็กซี่ เสียเงินน้อยกว่าการหาหมอโรคจิต...แท็กซี่ น่ามีบริการเสริมนะ...รับขับรถไปปรับทุกข์ไป 5555

 

คุณนะรักลูกเมียคุณไหม รักครับ คุณเป็นลูกผู้ชายหรือเปล่า ใช่สิ ถามได้...หนอยเริ่มสอดไอ้นี่ไม่รักษากฎ แต่ผมว่าคุณไม่ใช่ลูกผู้ชาย คุณไม่รักครอบครัว คุณนะสมควรตายจริงๆด้วย เอากะนายจิมดิ เค้าชักงง อ้าวคุณพูดงี้ได้ไง เค้าชักมีน้ำโห อิอิ ตกหลุมกูแล้วไง

 

ผมนะหรือไม่รัก ผมทำงานหนักทุกอย่างเพื่อครอบครัวผม จนผมหมดตัว คุณไม่เห็นหรืออย่างไรหูแตกหรือ ผมเบรครถทันใด...หันหน้ามาเผชิญ พร้อมกับผมพับแขนเสื้อ ผู้โดยสารท่านนั้นขยับตัวหนี เอี้ยวตัวจนชิดประตู

 

ว่าแล้วผมก็ผลักที่บังแดดลง เค้าหลบวูบ คงนึกว่าผมจะต่อยเค้ามั้ง...ดูสะดูหน้าคุณในกระจก แหกตากว้างๆละ ว่ามันเหลือความเป็นลูกผู้ชายไหม มันเหลือหน้าของพ่อที่รักลูก มันเหลือหน้าผัวที่รักเมียไหม หน้าคุณมันหน้าเห็นแก่ตัว หน้าตัวเมีย ถุยส์ เปื้อนรถกูเองเลย

 

ถ้าคุณฆ่าตัวตายแล้วลูกเมียคุณสบาย ทุกอย่างกลับมาเหมือนเดิม ผมยกนิ้วให้คุณเลยว่าลูกผู้ชาย แต่นี่คุณผลักภาระทั้งหมดให้ลูกเมีย นอกจากจะเสียค่าทำศพที่เพิ่มขึ้น คุณปล่อยคนข้างหลังเผชิญเวรกรรมตามลำพัง อย่างงี้เรียกว่าลูกผู้ชายไหมละ โง่ฉิบหายเสียชาติเกิด แม่คุณน่าเอาขี้เถ้ายัดจมูกให้ตายตั้งแต่เด็กแล้ว เสียชาติเกิดจริงๆๆ ผมยิงเป็นชุดเลย เหนื่อยแล้ว...

 

จะตายยังละ มีอะไรติดตัวเอามาให้ผมดีกว่า ถึงคุณไม่ถอดตอนนี้ อาปอมันก็ถอดคุณออก ว่าแล้วผมก็ออกรถพรวดพราดเหยียบแม่ม 150 เลย โยนซ้าย โยนขวา มุดฉับๆๆๆ ครานี้ผู้โดยสารท่านนี้ เอามือโหนราวจับทันที ผมแอบชำเลืองสายตา นึกในใจ ไอ้เวงนี่กลัวตายวุ้ยส์ 555 เข้าล็อคนายจิม...

 

ผมกดเบรค จ้าก อีกที กดแบบหัวทิ่มเลย ครานี้อ้าปากพูดได้ คุณขับอย่างนี้ไม่กลัวตายหรอ กลัวทำไม ชีวิตผมนะรันทดกว่าคุณตั้งเยอะ ของคุณนะกะเปี้ยกเดียว คุณแค่ไม่มีเงิน แต่ครอบครัวคุณอบอุ่น ผมนะเงินก็ไม่มี ครอบครัวก็แตกแยก แค่นี้คุณยังใจเสาะ งั้นผมตายเป็นเพื่อนคุณ มะไปตายพร้อมกัน ว่าแล้วผมก็ออกรถแบบกระชาก เอี้ยดๆๆๆๆๆๆๆ

 

เดี๋ยวๆคุณ คุณเล่าให้ผมฟังหน่อย อิอิ...ว่าแล้วผมก็เล่าชีวิตรันทดให้เค้าฟังแบบย่อๆ ย่อๆๆก็ปาไป เกือบ ชม. แหะ พี่น้อง พอผมเล่าเสร็จท่าทางเค้าคลายกังวลลงไปมาก ครานี้ผมถามต่อ ตกลงแล้วคุณจะตายพร้อมผมไหมละ เดี๋ยวผมจะขับรถแม่มลงแม่น้ำแม่กลองคุณว่าดีไหม ไม่เดือดร้อนคนอื่นด้วย เค้าไม่ตอบตรงคำถาม แต่บอกผมว่าคุณหักหัวรถกลับเถอะ ผมอยากไปก๊งนะ คุณไปกับผมนะ แถวๆลาดพร้าวคงมีร้าน

 

ผมคงไปด้วยไม่ได้ละผมต้องทำมาหากิน ขอโทษด้วย งั้นคุณเอาผมไปส่งที่บ้านนะ ผมขอขอบคุณคุณมากที่ให้สติผม ปัญหาคุณหนักกว่าผมจริงๆ ผมนี่เห็นแก่ตัวจริงๆๆ น่าตายอย่างที่คุณว่านะถูกแล้ว ผมจะสู้มัน หันหน้าเข้าหามันหน้าความทุกข์ แล้วหัวเราะใส่หน้ามัน อย่างที่คุณบอกผมละ ขอบคุณจริงๆๆ

 

ว่าแล้วผมก็ส่งเค้าที่หน้าบ้าน เค้าชักค่าโดยสารมาให้ผม 2 พัน คุณไม่ต้องทอนนะ ผมบอกว่าผมรับได้แค่พันเดียว ว่าแล้วผมคืนแบ็งค์พันเค้าไปหนึ่งใบ แล้วบอกว่าคุณก็เดือดร้อนเรามาแบ่งความทุกข์ความสุขกันนะ เค้าพยักหน้ายกมือไหว้ผม แล้วบอกว่าขอบคุณคุณมากๆๆครับ ผมจะไม่ลืมคุณเลยครับ ว่าแล้วนายจิม...ก็หิวข้าวแระ กินข้าวแปป ครับ เดวมาต่อ อีกสักสองตัวอย่างนะครับ

 

หวัดดีครับทุกท่าน อิอิ ต้องขอโทษเสียมารยาทที่ไม่ได้ทักท่านที่มาทีหลัง เขียนเพลินนะครับ ขอตัวทานข้าวแปปเดวครับ จุฟฟฟทุกท่าน สู้นะครับ

 

สาวหนีการข่มขืน:

วันนั้นผมควงกะต่อกะเช้า วนรถมุ่งหน้ามาปากเกร็ด เผอิญผมไปส่งผู้โดยสารที่ปทุมฯ ผมมองไปข้างหน้าเห็นป้ายโรงแรมหน้าโรงแรมสวีทอินตอนตี 5 ครึ่ง กำลังขับจะผ่านหน้าโรงแรม ทันใดนั้น หญิงสาวคนนึงกระโดดขวางรถผมทันใด เกือบเบรคไม่ทันนะ เสร็จแล้ววิ่งมาที่นั่งด้านซ้าย กระชากประตูออกอย่างแรงยัดก้นอันกลมมนลงบนเบาะ
พี่ๆๆรีบไปเลย ผมกระชากรถออกทันใด ไปไหนละผมถาม ไปก่อนพี่ ท่าทางเหนื่อยหอบมากๆๆ ผมก็เหยียบมาก่อนถึงไฟแดงปากเกร็ด พี่เลี้ยวซ้ายเข้าแจ้งวัฒนะ พอหายเหนื่อยได้ ผมยิงคำถามว่า ทำไมต้องรีบขนาดนั้น

 

หญิงสาวตอบว่า พี่หนูไม่รีบได้ไงมันจะปล้ำหนู อ้าว...ไปโรงพักไหม พี่รู้จักตำรวจที่นั่น ผมเริ่มสงสารเค้าเพราะผมก็มีลูกสาวเหมือนกัน หญิงสาวตอบ ไม่ต้องพี่ไม่ใช่เรื่องใหญ่ นึกในใจ...จะถูกปล้ำดันบอกว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่แปลกวุ้ยส์

 

ทำไมละกลัวเป็นข่าวหรือ... ช่ายพี่ แย่เลยถ้าหนูตกเป็นข่าวไม่ต้องทำงานกันอายเพื่อนๆญาติๆกันหมด เอากลัวก็กลัวไม่ว่ากัน ผมตอบ แล้วถามต่อจะให้ไปส่งที่ไหนละ เค้าตอบว่า พี่ไปส่งหนูที่ทำงานเลยที่แอร์พอร์ท หนูทำงานที่นั่น แล้วเรื่องราวเป็นอย่างไรบ้างละ พี่มีพี่น้องเป็นผู้หญิงเยอะ

 

เด็กสาวระล่ำระลักเล่าให้ฟังว่า...หนูเลิกงานไปเที่ยวกับเพื่อนอาร์ซีเอ...ระหว่างที่ไปเที่ยว หนุ่มโต๊ะข้างๆ มาทำความรู้จักนะพี่ หนูก็ไม่คิดอะไรมาก ก็สนุกไปเพราะหนูไปหลายคน แล้วไงต่อละ...ผมยิงต่อเลย เด็กสาวเล่าต่อ ...พอร้านปิดเราก็ไปกินอะไรกันต่อ เพื่อนๆเค้าแยกย้ายกันหมด เพราะพี่ที่เป็นหนุ่มโต๊ะข้างๆอาสาไปส่ง เหลือหนูกับมันนั้นแหละ หญิงสาวเริ่มมีแววตาเครียดแค้น...ระหว่างทางที่มาส่งหนูบอกว่าบ้านหนูอยู่ตรงกันข้ามกับแอร์พอร์ท ถนนสรงประภานะพี่  ผมพยักหน้าฟัง...มันกลับเลี้ยวมาที่โรงแรมนี้แหละพี่

 

แล้วบ๋อยโรงแรมไม่ทันเห็นหรือ ไม่รู้เหมือนกันละพี่ หนูเมานิดหน่อยนะ มันลากหนูลงจากรถจะพาเข้าห้อง หนูรู้สึกตัวก่อนเลยวิ่งออกมา มาเจอพี่นี้แหละ อ้าว อย่างงี้ต้องเอาให้ถึงที่สุดนะไอ้พวกจิ้งจอกสังคม ผมว่าไปนั่น อย่าเลยพี่ อ้าวไหนเป็นอย่างนั้นละ ผมถาม พี่หนูบอกพี่ตามตรง จริงหนูไม่ใช่คนรักนวลสงวนตัวหรอก ที่หนูซีเรียสเพราะพึ่งเจอกันครั้งเดียวมันจะฟันหนูแระ อ้าวกรรมเลยกรู ไอ้ความรู้สึกสงสารหายไปในบัดดล

 

กาลกลับตาลปัตรแหะ ว่าแล้วหญิงสาวคนนั้นก็เอามือไปเร่งเสียงวอลลุ่มวิทยุผม แล้วเขย่าหัวตามเสียงเพลง แถมบอกว่า พี่ก็ฟังเพลงวัยรุ่นเหมือนกันดิ แล้วหันหน้ามาสำรวจเครื่องแต่งกายของผม แต่งตัวดีด้วยนะพี่ พี่หาลำไพ่มาขับรถเป็นอาชีพเสริมหรอ

 

ผมพยักหน้าเฉยๆๆ ไม่ตอบอะไร พร้อมยิ้มมุมปาก พี่ก็หน้าตาดีนะ พี่เบอร์โทรศัพท์ไหมละ เดี๋ยวศุกร์หน้าพี่ไปเที่ยวกับหนูไหมละ ผมตอบว่าคงไม่ได้ละเพราะพี่ต้องทำมาหากิน หญิงสาวพยักหน้าตอบ แล้วบอกว่าเอางี้พี่ เอาเบอร์มาเดี๋ยวหนูเที่ยวจนร้านปิดหนูโทรหาพี่นะ หนูจะได้ไม่ถูกพวกนั้นปล้ำเอาอีก พี่มาส่งหนูที่อพาร์ทเม้นท์ด้วยละ ผมก็ให้เบอร์โทรน้องเค้าไป ไม่ได้คิดไรมากคิดอย่างเดียวค่าโดยสารเผื่อเราไปรับแถวนั้น

 

เวลาไวอย่างกะหนังไทย กลางดึกคืนวันเสาร์ กริ้งๆๆๆๆๆ เสียงโทรศัพท์ 5 โหล พี่จำหนูได้ไหม ใครละครับผมถาม ที่พี่รับหนูเมื่ออาทิตย์ก่อนหน้าโรงแรมแถวปากเกร็ดไง จำไม่ได้สะแล้ว เด็กสาวตัดพ้อ อ้อ...ครับ จำได้แล้ว พี่อยู่แถวไหนละตอนนี้ ผมตอบตอนนี้จอดแมะอยู่หน้าป...ก้งเผา รัชดา ผมรีบตอบรับเพราะตอนนั้นคิวยาวเหยียด ผมขี้เกียจรอ นัดหมายเสร็จผมไปรับในทันใด น้องเค้าให้มาส่งที่อพาร์ทเม้นท์...ไม่ต้องเล่าต่อละนะ เซ็นเซ่อร์ จร้า 5555 เดวมาต่อตอนนักเรียนหนีเที่ยว พ่อแม่จะได้เป็นอุทาหรณ์นะครับ

 

นักเรียนหนีเที่ยว:

 

ช่วงสายวันทำงานวันหนึ่งผมขับรถมาถึงวงเวียนใหญ่ มีเด็กนักเรียนกลุ่มนึงวัยกระเตาะ มีทั้งหญิงชายประมาณ 5-6 คน ยืนโต๋เต๋แถวหน้าป้ายรถเมล์ตรงหน้าซอยไทยรามา น้าครับ ไปวัดหัวกระบือไหม ไปดิ ว่าแล้วก็เปิดประตูพรวดพราดเข้ามา ทั้งหมดนั้นแหละ

 

ผมสังเกตหน้าตาน่าจะ 13-14 ประมาณนั้น เป็นโรงเรียนชื่อดังย่านนั้น และอีกโรงเรียนอยู่ไกลออกไปหน่อย สังเกตจากเสื้อที่ปัก พอขึ้นรถมาได้ โอย...ผมจะเป็นลม อย่างกะนกกระจอกแตกรัง แถมไม่พอคำหยาบสารพัดชนิด สัตว์เลื้อยคลานเพียบเลยพี่น้อง

 

พักแปป ไปห้องน้ำครับ เดวมาเขียนต่อ จบตัวอย่างนี้ มีอีกตัวอย่างหมดโควตาวันนี้นะครับ

 

มาแว้ว...ระหว่างที่อยู่ในห้องสุขารมย์ คิดแผนการเขียนว่าจะวางบทและช่วงเวลาอย่างไร เดวพอบ่ายสองครึ่งต้องขอสต้อปก่อนนะครับมีธุระด่วนเข้ามา แล้วจะมาเขียนใหม่ช่วงเย็นหรือค่ำ ผมกะจะจบชีวิตแท็กซี่ให้ได้ภายในสัปดาห์นี้นะ มีงานเขียนอีกเป็นร้อยตอนรออยู่ เดวเพื่อนๆจะเบื่อเอา โปรดติดตามชมละกัน แต่ตอนนี้เรามาโม้ต่อเรื่องนักเรียนกัน

 

เสียงอึงมี่คับห้องโดยสาร ผมเริ่มมีความอดกลั้นที่น้อยลง และแล้วมันก็สิ้นสุดความอดทน นี่พวกเธอไม่เรียนกันหรือไง ผมถามต่อเลย แทนที่เด็กเวงพวกนี้จะตอบ กลับหัวร่อต่อกระซิกกัน หนอยแน่...เรียนทำไมลูงงงง แน่มีหัวโจกด้วยวุ้ยส์ ไม่หนุกหนานละลุง

 

เออ อนาคตของชาติดับเพราะพวกเอ็งนั้นแหละ ผมว่าคืน เป็นลูกหลานลุงตบคว่ำ อ้าวลุง พูดงี้กะเยาวชนของชาติได้ไง ดูมันพี่น้องเด็กนรกสมัยนี้มันตอบ พวกหนูจะไปไหนทำอะไร ลุงมาเกี่ยวด้วยอะไร มีหน้าที่ขับก็ขับไปเถอะ

 

เย็นไว้จิม...นึกในใจงานนี้ถ้าไอ้จิมมันปรับทัศนคติเด็กนรกพวกนี้ไม่ได้ ก็ขับแท็กซี่ไปยันตายดีก่า ว่าแล้วนายจิมเริ่มเจราพาทีเลย ถ้าเป็นท่านอื่นไล่ตะเพิดลงจากรถแน่ๆ

 

พูดอย่างงี้มะสวยนะไอ้น้อง ลดอายุแล้วเรา...เอ็งนะแสบไม่ได้ 1 ในร้อยของพี่หรอกจะบอกให้ ไอ้ที่ว่าแน่ๆแบบเอ็งนะ เคยไหมอมฮอลล์พร้อมสไปรท์ สดใส ซาบซ่าส์ เมาสนุกดีออก

 

เป็นไงลุง...ซ่าส์ขนาดไหน ฉี่เป็นฟองป่าว แล้วหัวเราะคิกๆๆ เย็นไว้นายจิม...แต่ที่เด็กมันถามแบบนี้ แสดงว่ามันเริ่มเปิดใจแระ...แววตามันกำลังค้นหาว่าผมจะต่อล้อต่อเถียงกะมันไหม

 

ผมเริ่มสาธยายต่อ เมาระเบิดเถิดเทิงเลย จารย์จับไม่ได้อีก ว่าแต่ว่าพวกเอ็ง จะไปทำไรกันที่นั่น ลุงพวกหนูนะเที่ยวเป็นหลักเรียนเป็นรอง มานั่งคุยกันที่บ้านเพื่อนนะสนุกดีออก มีดริ้งค์ปะ ผมเริ่มถามแระ มีดิลุง พวกหนูมากันประจำสนุกเจงๆๆ มีกี่คนละผมถามต่อ มากันหลายคนลุง เรามารวมกันนัดหมายที่นี่แหละ

 

ผมนึกในใจเด็กพวกนี้แม่มมามั่วเซ็กส์มั่วยากันแน่ๆ นี่ลุงถามหน่อยนะ พ่อแม่เราไปไหน มีคนสอดมาว่า พ่อหรอไม่สนหรอกลุง พ่อกะแม่ผมแยกทางกันตั้งนานแร้ว พ่อผมหล่อ มีสาวๆมาเพียบเลย ผมถามต่อ แล้วเธอละอีหนู มาทำไมกะเพื่อน...หนูไม่มาอีนี่มันตบหนู อ้าวเฮ้ยมันมีมาเฟียเด็กวุ้ยส์

 

ผมเริ่มยิ้มมุมปาก แล้วหัวร่ออกมาดังๆๆ เด็กพวกนี้งง แหะ ผมหัวร่อทำไม ลุงหัวร่อทำไม ข้าฯขำพวกเอ็งละ ใครได้เป็นพ่อแม่เอ็งนี่ได้ใจเลย พ่อแม่พวกเอ็งนี่เลวสุดตีนเลยนะ แม่ม ควงสาวมาเย้ยลูก อีนังแม่ก็ร่านอยากมีผัวใหม่ เจอผู้ชายหนอย ริกกก เป็นกระดี่เชว ไอ้พวกพ่อแม่ชอบรำพัดเขย่าเม็ดอีก แม่มให้แดกเม็ดไฮโลแทนข้าวสะดีไหม ไอ้พ่อแม่มจังไรเอ้ย พ่อ-แม่พวกเอ็งใช่ไหม พวกเอ็งเห็นเหมือนข้าฯป่าวละนังหนู ผมโยนไฟใส่ทันที อิอิ ได้ผลแหะ พวกเด็กนรกนั้นโมโหเชว พูดเสียแข็งเลย มาว่าพ่อแม่หนูได้ไง

 

5555 ทำไมจะว่าไม่ได้ พ่อแม่พวกเอ็งดีมากหรือไง ดีซิ มันเถียง เราสวน ดีแล้วพวกเอ็งมันสันดานนรกอย่างงี้ หา ตอบหน่อยดิ เงียบแหะ ผมเอ็ดให้ ผมยิงต่อทันใด รักพ่อแม่กันป่าวนี่ นังหนูนี่ก็ร่านอยากมีผัวมากหรือไง ไอ้หน้าจืดนั้นนะ ไม่ถึงพริกถึงขิงหรอก มันต้องกะลุงนี่มา เอามั้ย

 

คิดบ้างไหมทำอย่างงี้นะเค้าไม่เรียกว่ารักพ่อรักแม่หรอก มันรักเพื่อนมากกว่าพ่อแม่อีก คิดใหม่สะ ทำตัวไร้ค่า พวกเอ็งนี่ โตขึ้นใครเอาทำผัวทำเมียละเนี่ยซวยอิอ่าย ผมด่าเข้าไปนั่น ร่างกายเอ็งจะโทรม นังหนูนั่น หน้าอกเอ็งจะเหลวเปว ใครจะเอาไปทำเมียละ

 

อีกอย่างพ่อแม่เอ็งไม่รัก ใครเค้าจะมารักเอ็ง พ่อแม่ส่งเรียนแทบตายเคยนึกบ้างไหมละ ไม่เคยเลยใช่ไหม รกคนจริง รกหญ้าให้งูเงี้ยวเขี้ยวขออยู่ได้รกพวกเอ็งนะรกโลก ถ้าเป็นลูกข้าฯไล่ไปตายแระ ลุงพวกหนูมาแค่สนุกกันเฉยๆๆ แน่ใจ๋ ผมทำเสียงสูงปรี้ดส์ สนุกแน่หรือเดวก็ท้องไม่มีพ่อหรอก

 

ครานี้นังหนูคนนึงเริ่มติดเครื่อง น้ำตาคลอ เอามือลูบท้อง ลุงแล้วลูกหนูจะมีพ่อไหมละ ผมตอบจะมีได้ไง มันก็สนุกทางใครทางมันวุ้ยส์ ที่หนูมานี่ก็มาหาพี่นัด...นั้นแหละ หนูมาตามหา เรามาที่นี่หลายครั้งนัดเจอกันที่นี่วันนี้หนูอยากมาเจอหน้าพี่...นัดนะ

 

ลุงแล้วพี่นัด...เค้าจะรับเป็นพ่อของลูกหนูมั้ยละ ฝันเถอะนังหนู เป็นลุงก็ไม่รับ รับทำไม รับให้โง่หรอ แล้วถ้าลุงมีลูกแบบหนู ท้องไม่มีพ่อลุงจะว่าไง จะว่าไง มีสองอย่างกระทืบเอ็งแบน กับนั่งร้องไห้เผลอๆผูกคอตายเลยทีเดว ลุงเคยเห็นเพื่อนลุงมันผูกคอตายเพราะลูกสาวท้องไม่มีพ่อ เริ่มใส่ไข่แระนายจิม

 

ขนาดนั้นเลยหรอลุง อีกคนสอดมา เออ เรื่องจริง นี่ไงสายสิญจน์ที่ผูกคอรถนี้นะ ลุงเก็บมาจากข้างโลงเพื่อน เพื่อนรักลุงละ เวลาขับรถเพื่อนจะได้ช่วยเรียกลูกค้าให้

 

ได้ผลแหะ เด็กกลุ่มนั้นมองหน้ามองหลังกันเลิกลั้ก นี่จะให้ดูมีนี่อีก ว่าแล้วผมชูเศษเชือกมาให้ดู ลืมบอกไป ในรถผมจะมีเชือกเล็กๆผมขวั้นเอาไว้แบบลูกเสือ เวลาปิดกระโปรงไม่ลง จะได้ใช้มัดของ เชือกนี้ลูกลุงผูกคอตายนะ เลยเอาไว้ติดตัว เผื่อเวลาหวยออกจะได้มาบอกเลขเด็ด โบรานเค้าบอกว่า ใครเก็บเชือกคนผูกคอตายไว้ ผีจะมาบอกเลข อีกคนนึงสอดว่า อย่างงี้วิญญาณต้องอยู่ที่เชือกละสิใช่ไหมลุง ข้าก็ว่างั้นแหละ เพราะหากินดีจริงๆ งวดที่แล้วก็มาบอกหวย

 

ครานี้เด็กท่าจะกลัวผีมากกว่ากลัวพ่อแม่แหะ...เนี่ย เพื่อนลุง มันช้ำใจเพราะลูกท้องไม่มีพ่อ มันคงอาฆาตพยาบาทเด็กที่ทำตัวไม่ดีแน่ๆๆ พวกเอ็งว่างั้นมั้ย ครานี้ได้ผลใหญ่ทุกคนขนลุกเกรียว 5555 เสร็จจิ้งจอกเฒ่าละเด็กน้อย...แล้วพ่อแม่หนูเค้าจะผูกคอตายมั้ยละ ผมพยักหน้าหงึกๆ น่าจะนะ เพราะโบราณว่าไว้ผีตายโหงเฮี้ยน มันอาจมาลากวิญญาณพ่อแม่เอ็งหรือพวกเอ็งไปด้วยก็ได้ กลัวกันป่าวละ

 

ลุงอย่าพูดงี้ดิ เฮ้ยข้าพูดเรื่องจริง แล้วมีวิธีไหนละที่จะไม่ให้วิญญาณมากวนมาตามติดพวกหนูล่ะลุง มีพอมีทางอยู่อีหนูไม่ต้องกัว ว่าแล้ว ผมก็มองเห็นป้าย 7 ข้างหน้า ผมจอดทันใด ลงไปไอ้จืดคนนั้นผมไล่เด็กผู้ชาย ไรลุงลงทำไม ผมตอบ เอ็งไม่กัววิญญาณตามติดเอ็งหรอ เด็กหนุ่มนั้นตอบว่า กัวสิลุง มันตอบเสร็จมองหันซ้ายขวา กัวก็ช้าทำไมละ ลงไป ไปซื้อธูปมามัดนึง ไปดิ มันถามกลับ ซื้อไมละลุง ป้าดไอ้นี่ บอกให้ไปซื้อก็ซื้อเถอะ ว่าแล้ว เด็กคนนั้นก็ไปซื้อมา ผมให้พวกนี้จุดธูปคนละดอก แล้วบอกว่าทุกคนกล่าวตามลุงนะ ทุกคนพยักหน้า

 

ต่อแต่นี้ พวกเราจะไม่ทำตัวเหลวไหลอีกแล้ว ขอวิญญาณอย่าได้ติดตามพวกหนูมาอีก อย่าได้อาฆาตมาดร้ายพ่อแม่หนู ถ้าวันไหนหนูผิดคำสัญญา ขอให้หนูมีอันเป็นไป สาธุ

 

เดวคืนนี้ลุงจะสวดมนต์ภาวนาบอกเพื่อนลุงให้นะ พวกเอ็งรักษาสัญญาด้วยละ ผีเพื่อนลุงจะได้ไม่มาวอแว ต้องช่วยกันสองทาง ส่วนนังหนูนั้นเดวลุงบอกผีเพื่อนลุงให้ว่าให้ไปตามตัวมันมารับท้องลูกของเอ็ง โอเคมั้ยพวกเด็กๆๆ ครานี้ทุกคนพยักหน้า

 

อ้าวขึ้นรถดิ อยู่ทำหอกอะไร ขึ้นๆๆ เดี๋ยวบ้านนั้นอยู่ตรงไหน พาลุงไปดูหน่อยดิ ว่าแล้วผมก็ไปถึงบ้านหลังนั้น แต่ผมจอดห่างออกมา แล้วถามเด็กๆว่า อยากเข้าไปที่นั้นอีกไหมลุงจะไปส่ง ทุกคนสั่นหน้าบอกว่ากลับบ้านดีกว่าครับลุงไปส่งผมที่เก่านะ เออ ให้มันได้อย่างนี้ และแล้วผมก็รีบบึ่งรถมาส่งที่เก่า เด็กชักค่าโดยสารมาให้ ผมบอกว่าไม่ต้อง แค่พวกเอ็งเป็นเด็กดีลุงและผีเพื่อนลุงก็ดีใจแล้ว

 

พอพ้นสายตาเด็กกลุ่มนั้น ผมก็รีบโทรศัพท์ไปที่กองสารวัตรนักเรียนให้เค้ามาจัดการกับเด็กก๊วนนี้ที่บ้านหลังนั้น เพื่อนๆคงจำได้นะครับเมื่อสัก 8 ปีก่อนที่ตำรวจทลายแหล่งมั่วสุมวัยรุ่นย่านหัวกระบือ

 

ไปแระพี่น้อง ขอติดอีกเค้ส อันนี้ให้ข้อคิดกับน้องๆที่ทำงานกลางคืนนะครับ มาพบกันใหม่คืนนี้ ตอนนี้พี่จิม...ขออนุญาตเอารถอีแก่ 300 ของพี่จิมไปทำเบรคก่อน เดี๋ยวดึกๆแรดไม่ได้ บ้ายบายทุกท่านครับ

 

กระทู้คราก่อนติดเอาไว้ 1 เค้ส ว่าจะไม่เขียนแต่ทำใจไม่ได้ เพราะเรื่องราวต่อไปนี้เป็นอุทาหรณ์ ของสาวกลางคืน

 

อีกประการผมอยากจะเร่งให้จบ ชีวิตแท็กซี่ให้ได้ภายในสัปดาห์นี้ เผอิญ คืนนี้ผมต้องเดินทางไปสระบุรี เพื่อไปงานเปิดตัวบู้ทขายจิวเวอร์ลี่ในวันพรุ่งนี้เช้า ครั้นจะเซย์โน ก็ขัดไม่ได้ พวกไฮโซไฮซ้อไปกันเยอะ นักการเมือง ผู้หลักผู้ใหญ่หลายท่าน เฮ้อ ชีวิตนายจิมเบื่อหน้ากากเจงๆๆ เพื่อนๆช่วยเอาส้นเท้ายันตัวผมดึงหน้ากากออกทีคร้าบ จักเป็นพระคุณอย่างสูง

 

รักร้าว นางงามตู้กระจก :

 

วันนั้นบ่าย 5 โมงเย็นวันอาทิตย์ ผมจำได้แม่นยำ รถราวันนั้นช่างเป็นใจไม่ติดขัดเช่นทุกวัน ผมปุเลงอีแก่ผมผ่านมาหน้า JUSCO รัชดา หญิงสาวร่างกายบอบบางหุ่นนางแบบ ใส่กระโปรงย้วย สวยสะด้วยพี่น้อง โบกมือตรงตีนสะพานลอยตรงนั้น ผมรีบตบไฟเลี้ยวซ้ายเข้าจอด เด็กสาวคนนั้นเปิดประตูหน้ามานั่งคู่กันกับผม กลิ่นน้ำหอมค่อนข้างแรงแหะ น้องคนนี้ผมนึกในใจ กำลังนึกถึงน้องเพลินๆ ต้องออกจากภวังค์ทันใด

 

พี่ค่ะ ไปส่งหนูที่ตึกเอไอเอส 1 พหลโยธินหน่อยค่ะ (อ้อ...พี่น้อง ตึกนี้อยู่ใกล้ ตชด. หรือใกล้ซอยอารีย์นะครับ) ได้ครับ พอผมหันหน้าไปสบหน้าน้องคนนั้นสวยมากครับขาว ผิวพรรณคนเหนือแน่นอน แต่หน้าน้องเค้าเศร้าขอบตาแดง น้ำตาคลอเบ้า

 

ผมหยอดเชว แหมคนสวยต้องทักทายสะหน่อย ไม่ได้นอนหรือครับเมื่อคืน หน้าตาซีดเชว พอพูดดังนั้น น้องคนนั้นปล่อยโฮตัวโยนเลย ตายละหว่านายจิม นายพูดอะไรออกไปเนี่ย ปากหมานะเรา

 

เป็นอะไรครับ มีไรให้ผมช่วยได้ไหม (ไม่ได้แกล้งเห็นใจแต่ผมเห็นใจจริงๆ) ครานี้น้องคนนั้นหันหน้ามาหาผม พี่ค่ะหนูสวยมั้ย พร้อมเอามือปาดน้ำตาเหมือนเด็กๆ สวยสิครับ สวยมากด้วย

 

พี่ค่ะ ถ้าหนูเป็นแฟนพี่ พี่จะทิ้งหนูมั้ย เอาละสิกู ผมนึกในใจ แล้วตอบว่า ใครจะไปทิ้งน้องได้ลงคอทั้งสวยทั้งน่ารัก แต่แฟนหนูมันทิ้งหนูนะ อ้าว...ทำไมเป็นอย่างนั้นละ ใครหนอ ช่างใจดำจริงๆๆ

 

พี่ค่ะหนูนะทั้งรักทั้งบูชา เงินหนูก็หาให้ใช้วันละพัน โทรศัพท์ก็ซื้อให้ ส่งให้เรียนอีกต่างหาก ยังไปมีคนอื่นอีก แล้วน้องไปเลี้ยงเค้าทำไมละ ทำไมไม่ให้แฟนน้องดูแลน้องละ (ผมไม่ชอบใช้คำว่าเลี้ยงดู เหมือนเราเลี้ยงสัตว์นะ คนไม่ใช่สิ่งของใช่ไหมพี่น้อง)

 

พี่ค่ะ หนูบอกพี่ยังไม่อายเลย หนูทำงาน คาซาลีน่า หนูยอมขายตัว ขายศักดิ์ศรีเพื่อมัน ดูมันทำกับหนูดิ พี่ ใจเย็นๆค่อยพูดค่อยจากันก็ได้ ผมบอกเค้า พี่ไม่เข้าใจหรอก พี่มันก็ผู้ชายเหมือนกัน อ้าวไหงคนสวยหันมาแขวะเรา ทำไมพี่จะไม่เข้าใจละครับ ผัวกันเมียกันลิ้นกับฟันนะ พี่ค่ะ พี่ว่ามันเลวไหม ไม่ทราบสิ เรื่องระหว่างน้องสองคนไม่มีใครรู้ได้

 

จะไม่ให้หนูว่ามันเลวได้ไง เงินทุกบาทที่หนูให้มัน มันเอาไปเลี้ยงสาวหมด แถมหนูออกมาทำงานตอนกลางคืน มันเอาสาวของมันไปกกในห้องของหนู (ไอ้นี่ฝังเพชรแน่ๆ) พี่หัวใจหนูให้มันหมดแล้วพี่ หนูจะทำไงดี ว่าแล้วก็อีกโฮ ผมรีบคว้าทิชชู่ส่งให้ ปรื้ดๆ เสียงสั่งน้ำมูก ฮือ ฮือ เอาซิร้องไม่หยุดตัวโยนเลย ไม่ไหวแล้วนายจิม จอดรถก่อน ผมแวะจอดในปั้มเชลส์ สุทธิสาร

 

น้องๆฟังพี่ก่อนนะ ฟังก่อน ว่าแล้วผมก็หันไปเขย่าตัวน้องเค้าให้ได้สติ เสียงร้องค่อยแผ่วเบาลงมีแต่เสียงสะอื้น น้องเค้าพยักหน้า เหมือนรับฟังผม ผมเริ่มบทนักบุญคนบาปทันใด ฟังพี่นะ...ฟังให้ดี น้องมีแม่ไหม มีค่ะ น้องมีพี่น้องไหม มีค่ะ ที่บ้านรวยหรือจนละ จนค่ะ พี่

 

เอางี้ตั้งใจฟังดีๆนะ เรานะอาชีพกลางคืนขายร่างกาย คนทั่วไปเค้ายอมรับได้ไหม น้องเค้าบอกว่า ใช่พี่ พวกหนูมันนางบาป อือ รู้ก็ดีแล้ว น้องมีน้องชายไหมละ มีค่ะพี่ ถ้าน้องชายมารักกับสาวที่มีอาชีพเหมือนน้อง น้องรับได้ไหม คงรับไม่ได้ค่ะพี่

 

เอางี้ง่ายๆเลย เรานะทำมาหากินนี้เพื่อใคร เพื่อแม่ เพื่อให้ที่บ้านมีกินใช่ไหม ค่ะพี่ คนกลางคืนนะน้องเราห้ามมีหัวใจให้ใคร ห้ามรักใคร เพราะรักแล้ว อีกข้างนึงไม่สามารถรับสภาพเราได้หรอก สิ่งที่น้องต้องรักให้มากๆคือ สุขภาพตนเอง มันโทรมง่าย รักแม่ให้มากๆ เงินที่ให้แฟนน้องก็เลิกให้ ปล่อยเค้าไปตามทางของเค้า เอาเงินนั้นมาส่งให้แม่ไม่ดีกว่าหรือ อะไรในโลกก็แล้วแต่ ได้มาจากอะไร ก็ไปเพราะอย่างนั้น น้องเอาเงินซื้อใจ ซื้อตัวเค้ามา เงินหมดหรือให้ไม่จุใจ เค้าก็คิดไปมีใหม่นะ ไม่มีใครรักเราจริงเท่ากับเรารักตนเอง บางทีตัวเรายังไม่รักตัวเราจริงใช่ไหม

 

ถ้าน้องคิดจะรักใครสักคน น้องต้องเลิกอาชีพนี้ ไปหากินที่อื่น หนีให้พ้นจากวงจรอุบาทว์นี้ ไปเริ่มกับคนที่เค้าไม่รู้ประวัติเรา เพราะถ้าเค้ารู้ วันหนึ่งมีปัญหากันเค้าก็ขุดขึ้นมาพูด จำคำพี่ไว้นะน้อง จ้ะพี่ขอบคุณ ว่าแล้วน้องคนนั้นก็ยกมือไหว้

 

ผมเริ่มออกรถ ออกมาจากปั้มน้ำมันอันนั้น น้องเค้าเลิกร้องไห้ เอามือปาดน้ำตา ผมก็ชวนคุยตลกโปกฮาไปเรื่อย จนถึงหน้าตึกเอไอเอส ผมก็จอดเพื่อให้น้องเค้าลง น้องเค้าบอกพี่ค่ะน้องขอเบอร์โทรพี่หน่อยค่ะ คุยกับพี่แล้วสบายใจดี ผมไม่คิดอะไรมากก็เอาเบอร์โทรให้ไป น้องเค้าควักเงินมาสองร้อย พี่ไม่ต้องทอนนะ พี่เก็บไว้ให้ลูกพี่หนูช่วยค่าขนม

 

ก่อนที่น้องคนนั้นจะเปิดประตูลง เค้าหันกลับ แล้วหอมแก้มผมฟอดใหญ่ แล้วบอกว่าขอบคุณอีกครั้งค่ะ หลังจากนั้นเปลี่ยนมาโทรหาผมทุกวัน ทำไงดีละครับพี่น้อง

 

ขอจบแต่เพียงเท่านี้นะครับท่านผู้ชม ไม่แน่ใจนะครับ ถ้าผมมีเวลาผมจะเขียนในเสาร์อาทิตย์นี้...ตอนต่อไป เป็นตอนอวสานชีวิตแท็กซี่แล้วครับ มาดูกันต่อซิว่าผมจะเป็นอะไรอีก

 

 

ตอนที่ 11

ขับ TAXI…ไม่หรอยแระ...ทำอย่างอื่นดีกว่านะ...JIMBO

 

ผมคงสนุกกับชีวิตแท็กซี่ของผมไปอย่างงั้น ประมาณ 6 เดือน เอ็นจอยกับรายได้ แหะๆๆไม่มากหรอกครับ หักค่าแก๊สค่าเช่าวันธรรมดาแล้วก็เหลือวันละ 5-600 บาท เสาร์อาทิตย์วันเทศกาลก็ไม่ต่ำกว่าวัน 800 บาทนะ รวมกับค่าจัดยูเนี่ยนแท็กซี่วันละ 700 กว่าบาท อิอิ 1,500 บาทเอง ดีกว่านั่งทำงานออฟฟิศอีก อิจฉาละซิพี่น้อง ยังมีอะไรในชีวิตต้องเซอร์ไพรส์อีกเยอะ มาติดตามชมกันนะครับ ว่าจากนายจิม จะเป็น ไอ้จิม แล้วเป็นเสี่ยจิม...ได้ไหม

 

เพื่อนๆจำได้ไหม คราก่อนที่ผมบอกเรื่องเอาอุปกรณ์แก๊ส LPG เก่าที่บ้านเพื่อน มารีบิวท์ใหม่ขายเถ้าแก่อู่แท็กซี่ ตอนนั้นราคาน้ำมันแตะ 16 บาทแล้ว ได้ทีนายจิม...ผมมานอนคิดว่าเราเคยมีประสบการณ์เรื่องบิวท์ของมาแล้ว...ไม่ยากส์เลยใช่ไหม พี่น้อง...

 

ผมรู้มาว่าว่าตอนน้ำมันถูกพวกแท็กซี่รุ่นเก่า รถตู้พวกนี้ ต้องถอดออกแน่ๆ และแท็กซี่รุ่น 1ท 2ท ก็เริ่มทยอยปลดระวางแล้ว เจ้าของรถต้องถอดออกเพื่อขายรถต่อราคาจะได้ไม่ตก เจ้าของรถตอนนั้นไม่ใช้แก๊สกันหรอก ไม่ฮิต แล้วอุปกรณ์พวกนี้ไปไหนละ อันนี้คือคำถาม ที่นายจิม...ชอบถามตนเองบ่อยๆ สไตล์นายจิม...ได้คำตอบจากตนเองมาว่า มันต้องกองที่บ้านจนสนิมเขรอะ เจ้าของรถน้อยรายจะมีความรู้เรื่องช่างต้องคิดว่ามันใช้ไม่ได้ พอใช้ไม่ได้กลายเป็นเศษเหล็ก ถามต่อถ้าเราเป็นเจ้าของเมื่อเป็นเศษเหล็กใช้ไม่ได้ จะเก็บไว้รกบ้านไหม? คำตอบรกจริงๆวุ้ยส์ ไม่น่าอยู่เลยบ้านเรา เกะกะอีก จะเดินทีก็ลำบาก เมื่อเป็นเช่นนั้นจะทำอย่างไรกำจัดมันละ?

 

ปู้ด...ปู้ด...เสียงแตรลมมือบีบ ก็ดังแว่วมาหน้าบ้าน อะไรหว่าชะโงกหน้าดูหน่อยดิ (ผมลืมบอกไปผมย้ายมาเช่าห้องเช่าเล็กๆแล้ว ไม่อยากจมกับความหลัง) อ้อ...ซาเล้งรับซื้อของเก่าผ่านมาหน้าบ้าน ปิ๋งๆๆๆๆ ในสมองทันใด ขอบคุณมากนะ พี่ซาเล้ง

 

เจ้าของรถต้องขายให้พี่ซาเล้งแน่ๆ แล้วซาเล้งละไปขายที่ไหน? ((((((((((((ซาเล้ง...ซาเล้ง)))))))))))) ผมตะโกนเรียกรถซาเล้งเบรคทันใด พร้อมเข็นรถถอยหลังอย่างทุลักทุเล มีอะไรขายหรือครับ ซาเล้งถาม อ๋อ...มีหนังสือพิมพ์นะ มาพี่มาช่วยผมยกหน่อย หลังจากขายหนังสือพิมพ์เสร็จสรรพ ผมเดินไปเปิดตู้เย็น หยิบ M300 มา เอิ้กๆๆ อะไรหรือ พี่น้อง งง ชิมิ M150 2 ขวดนะครับ มุกนะครับผมใช้ประจำ ผมขวดนึง พร้อมยื่นให้พี่ซาเล้งขวดนึง

 

เอาพี่ไม่ต้องคิดไรมาก ผมมีในตู้ทิ้งไว้นานแล้วไม่มีเวลากินเดี๋ยวมันจะบูดเอา ซาเล้งทำหน้า งง เหมือนสงสัยมันบูดได้หรือ แต่ไม่งงอะไรมากรับมาเปิดดื่ม ผมรอให้เค้าดวดจนหมดขวด ผมเริ่มถามเค้าว่า พี่...เอาไปขายที่ไหนเหรอครับ น่า...พี่ผมไม่ค้าขายแข่งกะพี่หรอก สงสัยนะ แค่อยากรู้เท่านั้น ผมรีบพูดดักคอก่อน พี่ซาเล้งพยักหน้าเหมือนเข้าใจในเจตนาของผม แล้วตอบว่า อยู่ในซอยวัดกู้นะ มีหลายเจ้านะคุณ ไปดูเองเหอะ แล้วเค้าก็อธิบายยาวเป็นสระอูยาวๆเหมือนบุญชู อิอิ ถึงว่าร้านไหนอยู่ตรงไหน ขอบคุณครับพี่...

 

นายจิม...มีหรือจะรอช้า นาทีทุกนาทีมีค่า ไปเลยครับ ก่อนไปแวะกดเงินที่ตู้เอทีเอม หน้าท่าน้ำปากเกร็ดสะก่อน เผื่อเจอถูกใจจะได้ซื้อติดมือนะ

 

เฮียคร้าบ.........ผมตะโกนเรียกเจ้าของร้านรับซื้อของเก่า มีไรหรือคุณ...เฮีย...พอมีพวกถังแก๊สหม้อต้มเก่าๆที่ติดรถยนต์ไหมเฮีย...ไม่มีหรอกคุณ ร้านผมรับซื้อเฉพาะพลาสติกกับกระดาษนะคุณ ว่าแต่ว่าคุณจะซื้อไปทำไม ผมนึกในใจ อีตาเฮีย นี่เริ่มหัวเซ็งลี้...ฮ้อแน่ๆ เรื่องอะไรจะบอกเรื่องจริงเดี๋ยวถูกขโมยทรัพย์สินทางปัญญาสะก่อนถึงดวงดาว

 

อ๋อ...เฮียไม่มีไรหรอก พอดีหลานชายมันเรียนช่างกลนะ มันอยากเอาไปผ่าพิสูจน์ประกอบการเรียนนะครับ เถ้าแก่ร้านนั้นพยักหน้าแล้วแสดงน้ำใจ เค้าคงคิดว่านักเรียนช่างกลมันจะซื้อจริงๆ นู้นเลยคุณ ร้านหลังโรงเรียนอำพรไพศาล เจ้านั้นรับซื้อพวกเหล็กด้วย ร้านนั้นเจ้าใหญ่นะของเค้าเยอะ กำเสี่ยเฮีย ว่าแล้วผมรีบลาเพื่อไปดูซิว่ามีเป้าหมายที่เราต้องการไหม

 

ตะโกนอีกครั้ง เฮียคร้าบ.........มีอะไรหรือคุณ แหมคำตอบมาตรฐานเลยนะ ผมนึกในใจ ผมก็บอกเหมือนเจ้ามะกี้นะว่าจะเอาไปทำอุปกรณ์ประกอบการศึกษา แต่เถ้าแก่เจ้านี้ท่าจะมีความปรารถนาดี ตอบว่ามีนะคุณ แต่ทำไมไม่ไปซื้อของใหม่ละนักเรียนจะได้ทดลองติดตั้งไปด้วย อ้อ เฮียเด็กมันบอกว่าเอาไปผ่าพิสูจน์เฉยๆนะ ไม่ได้เอาไปใช้อะไร เสียพังก็ได้ไม่เป็นไร เด็กมันไม่มีตังค์หรอกครับ เฮียพอมีไหมละ

 

มีซิคุณ...ผมมีกองไว้ตั้งนานแล้ว มีอยู่ 3 ชุดซาเล้งมาขาย ผมก็เก็บเอาไว้เกะกะมากมันเปลืองเนื้อที่แถมไม่ได้น้ำหนักอีกเวลาขาย เลยไม่รู้จะทำอย่างไรดี ผมนึกในใจตาเฮียนี้กำลังส่งสัญญาณว่าไม่อยากขายแบบชั่งกิโลแน่ๆ ได้การแระนายจิม...ใจเย็นไว้อย่าพึ่งฮุบเหยื่อ เดวปลาตื่น ประโยคมาตรฐานอีกแระนายจิม...เฮียครับผมเอาชุดนึงนะครับ ที่เฮีย...เก็บไว้คงไม่อยากชั่งน้ำหนักขายเป็นเศษเหล็กแน่ๆใช่ไหมเฮีย ผมเข้าใจครับ

 

เถ้าแก่หัวเราะเล็กๆ เข้าใจง่ายดีนะคุณ แหมเฮียเรื่องแบบนี้เบสิคนะ ผมก็หัวเราะตอบเป็นเพื่อนเค้าแก่เขิน เพื่อความเนียน เอางี้ง่ายๆ เฮียว่ามาชุดเท่าไหร่ แต่อย่าแพงนะเด็กนักเรียนมันไม่มีตังค์เป็นงานกลุ่มนะเฮีย

 

เถ้าแก่ท่านนั้นทำท่าคิดเล็กน้อย แล้วบอกว่า ผมเอาชุดละ 700 บาทละกัน 1 ชุดประกอบด้วย ถัง 58 ลิตร หม้อต้ม และวาว์แก๊ส ผมพยักหน้าเหมือนเข้าใจ ไม่ใช่การตอบรับราคา ไหนเฮียผมขอดูของก่อน เถ้าแก่พาผมไปหลังร้าน ชี้ให้ ดูนั่นไงคุณ ผมดูตามมือที่เถ้าแก่ชี้ สายตาผมเห็นถังกองอยู่ 3 ใบจริงๆด้วยแหะ ผมเก็บสายตาลิงโลดทันใด ไม่ให้เถ้าแก่มองเห็น ผมเดินไปจับต้องพอเป็นพิธี ด้วยความที่ผมเป็นนักเรียนช่างกลเก่าผมพอทราบว่าถังนั้นยังสภาพดีเพียงแต่เก่าเก็บสีไม่สวยและมีสนิมขึ้นเฉพาะผิวเล็กน้อยเท่านั้น ไม่ได้ขึ้นที่ตะเข็บหรือคอคอดต่างๆไม่ใช่ส่วนรับแรงใดๆไม่มีปัญหาแระนายจิม

 

เถ้าแก่...สีมันไม่สวยสนิมก็ขึ้นนะ ผมแกล้งโง่ เพื่อเปิดพื้นที่ให้คู่เจรจาได้มีประเด็น ไหนคุณว่าเก่าไม่เป็นไร พังก็ได้ไงละ ผมแสร้งหัวเราะแห้งๆ ขอโทษครับเฮีย...ก็ตังค์ผมมีแค่ 500 เองนะ ก็ผมบอกแล้วไงเด็กมันไม่มีตังค์ เฮียลดให้หน่อยนะ ผมโยนลูกอ้อน ถือว่าช่วยการศึกษาเด็กละกัน บุญแรงนะเฮีย ไม่ต้องยอหรอกคุณ มุกนี้ไม่สำเร็จหรอกคุณ เอายังงี้ละกัน คุณเอาไปทั้งหมด 3 ชุด เอามา 1,500 ละกัน ผมก้อตอบว่า จะเอาไปทำรายตั้ง 3 ชุด ใช้แค่ชุดเดียวเอง เถ้าแก่ถามต่อว่า ก้อคุณบอกเป็นงานกลุ่มมะใช่หรือ ลองถามดูซิ

 

ผมพยักหน้า รอแป๊บนะ ขอโทรก่อน ว่าแล้วผมก้อชักเจ้ากระดูกหมาของผมมากดหมายเลข 123456789 กดมั่วไปงั้นแหละ เสร็จแล้วผมก้อกดปุ่มวางสาย เรื่องรายกดปุ่มโทรออก เสียตังค์เป่า

 

ฮาโหล...ไอ้โก้ วันนี้เอ็งอยู่บ้านได้ไงฟะ (ทุกคำพูด สนทนาฝ่ายเดียวกับโทรศัพท์มือถือ) แล้วผมก้อทำเสียง อ้อ ๆ ๆ ๆ ๆ เอ็งเรียนรอบบ่ายรึ ดี ๆ ดีมาก เอ็งถามเพื่อนข้างบ้านที่เรียนห้องเดียวกันหน่อย...ดิว่า งานกลุ่มของเอ็งใช้กี่ชุด เด๋ว 10 นาที ข้าฯโทรมาถามใหม่ ว่าแล้วผมก็ทำท่าวางหูโทรศัพท์ พร้อมหันมาบอกเฮียว่า เฮียรอแปบนึง เด๋วผมโทรหาหลานใหม่ ให้มันวิ่งไปถามเพื่อนมันก่อน จากนั้น ผมก้อคุยดิน ฟ้า อากาศ กับเถ้าแก่ 10 นาทีต่อมา ผมแกล้งยกหูโทรศัพท์เหมือนเดิม แล้วพูดเสียงดัง ๆ ว่า ได้ความงัยวะไอ้โก้ เสร็จแล้วผมก็พยักหน้า แล้วพูดอีกประโยคว่า มี 4 กลุ่มหรอ เออ ๆ ๆ เด๋วข้าสำรองไปให้ก่อน และแล้วก้อวางหูโทรฯ

 

เฮียคร้าบ เด็กมันจะเอา 4 ชุด เสียดายจัง เฮียมีแค่ 3 ชุด ตกลงผมเอาหมดนั่นแหละ ว่าแล้ววางเงินมัดจำเฮีย 500 บาทและบอกว่า ผมไปกดตังก่อนเด๋วมา ตกลงวันนั้น ผมก็ได้ชุดแก๊สมา 3 ชุด เพื่อไปให้เด็กนักเรียนช่างกล ทำอุปกรณ์ประกอบการศึกษา นักเรียนคนนั้นชื่อไร ทราบไหมพี่น้อง หุ หุ นักเรียนคนนั้นก้อชื่อนายจิม...ไงหละคร้าบ

 

ได้ของมาเรียบร้อยจัดการรีบิวท์ใหม่รวมต้นทุนพร้อมค่าอะไหล่ที่มาซ่อม 1,500 ต่อชุดเองอิอิ ของแค่ 3 ชุด ออกไปขายรึ ไม่ใช่เรื่องยากส์ สำหรับนายจิม ก้อขายอู่แท็กซี่แถวนั้นแหละ เถ้าแก่อู่แท็กซี่ยังบอกว่า มีมาเท่าไหร่เอาหมด ผมเก็บสายตาอาการดีใจไว้ ไม่ให้ออกนอกหน้า แอ๊งกิ้วคร้าบเฮีย ผมขายไปชุดละเท่าไรรู้ไหมพี่น้อง แควบ แควบ หวานหมูนายจิม ชุดละ 7,000 แน่ะ กำไรเท่าไรไปคิดเอาเองนะคร้าบ

 

คืนนั้นขับแท็กซี่ไป คิดไป กรูจะต่อยอดไงดีฝ่า คิดไปคิดมานึกถึงขาใหญ่วินแท็กซี่ย่านปากเกร็ด พี่เดี่ยว...นั่นเอง 4 ทุ่มคืนนั้น ผมมาดักรอพี่เดี่ยว...ตรงกันข้ามเมเจอร์ ปากเกร็ด ผมวิ่งรับส่งผู้โดยสารระยะสั้นแถวนั้นยันเที่ยงคืน พี่เดี่ยวก้อโผล่มา หวัดดีพี่...บายดีไหมพี่ เออ...และเอ็งหล่ะ บายดีก๊าบ ตอนนี้พี่เดี่ยวทำราย นอกจากแทงนุ๊กอ่ะ โอ้ย...เรื่อยเปื่อย ว่ะ ตอนนี้ ช็อตอย่างแรง เป็นรายพี่ ผมถาม วันก่อนเสียไฮโล หมดตูดเล้ย

 

เอางี้ดีก่า พี่...ผมมีงานง่ายๆได้เงินเยอะ พี่สนไม๊ ขายยาหรอเอ็ง พี่เดี่ยวถาม เฮ้ย!! พี่ หาตารางมาให้ผมซะแว้ว แล้วไรของเอ็งล่ะ ผมบอกพี่เดี่ยวว่า ...พี่วิ่งตระเวนตามร้านขายของเก่าทั้งกทม. และปริมณฑล ไปรับซื้อชุดติดตั้งแก๊สมือสอง โทรม เน่า ทุเรศ ไม่มีปัญหา ผมให้พี่ชุดละ 1,000 บาท มีเท่าไหร่ เหมาหมด กูไม่มีเงินลงทุนโว้ย พี่เดี่ยวตอบ เรื่องเงินไม่มีปัญหา ถ้าพี่ซื้อครั้งละไม่เกิน 10 ชุด เดี๋ยวผมโอนตังค์ให้ เวลาพี่เห็นของ ผมเชื่อว่าพี่ทำได้ พี่ขาใหญ่อยู่แล้ว สรุปง่ายๆขี้เกียจพิมพ์ยาว พี่เดี่ยว โอเคกับผม...จริงๆแล้วผมมีกำลังซื้อได้ครั้งละ 100 ชุด สบายๆ แต่ทำธุรกิจต้อง step by step ลดความเสี่ยง สำรวจความต้องการตลาดไปด้วยในตัว

 

3 วันต่อมา พี่เดี่ยวมาดักรอผม ว่าเจอเป้าหมายแล้ว หาของได้ประมาณ 20 ก่าชุด ผมไม่รอช้ารีบไปกดเงิน แล้วบอกว่า พรุ่งนี้พี่รีบไปซื้อมาเลย ผมจะได้รีบปั่นตังค์

 

พอได้ของมาก็มาบิวท์เหมือนเดิมกำไรลดลง ชุดละ 500 ไม่เป็นไรถือว่าเป็นค่าดำเนินการแบ่งกันกินเพิ่มโครงข่ายสร้างงาน เรื่องงานขายหรือพี่น้องไม่ต้องห่วง ลูกค้าอู่ไหนเอาทั้งน้าน ผมให้พี่เดี่ยวไล่กว้านซื้อทั้งกทม.และตจว.ใกล้เคียงเกือบทั้งภาคกลางและภาคตะวันออก ซื้อที่ละ 20-30 ชุดอย่างนี้แหละ ทำอย่างงี้สักประมาณ 10 รอบ กำไรหรือพี่น้องลองคำนวณดูเอาเองละกัน ได้ตังค์ขนาดไหน

 

ตลาดแก๊สเป็นตลาดที่ขึ้นเร็วลงเร็วตามอุปสงค์อุปทาน มีปัจจัยราคาน้ำมันมาเกี่ยวข้อง พอผมเล่นตลาดแก๊สโดยให้พี่เดี่ยว...หาของให้สักพัก เดือนเดียวเท่านั่น พวกเล่นรู้แกว เล่นตามมั่ง ราคารับซื้อเริ่มแพงขึ้น ราคาขายต่ำลง แต่ไม่ถึงขนาดโอเวอร์ดีมานด์หรือซัพพลาย ผมเริ่มกวาดซื้อของจนเริ่มหายากส์ ในขณะที่ของเก่าเมืองนอกทะลักเข้ามาบานเลยเกิดการตัดราคากันกระจาย ขณะนั้นตลาดเริ่มฟูล มันจวนถึงเลข 12 ของนาฬิกาแล้วครับ ราคาน้ำมันซุปเปอร์เริ่มนิ่งที่ลิตร 17 บาท

 

ผมเริ่มคิดว่าถ้าเล่นอย่างนี้ไม่ไหวแน่ หยุดดีไหมเรา...ให้เค้าฟาดฟันกันเอง ผมชักอยากเป็นปลาใหญ่จะได้กำหนดทิศทางตลาดและราคาได้ ความคิดมันวนเวียนอย่างนี้ ทำอย่างไรดีละ? ผมเริ่มมานึกถึงตอนปลาทูที่จะขยับฐานไปเป็นผู้นำเข้า พยายามหาจุดอ่อนและจุดแข็งของมัน สันดานนายจิม...มันแปลกนะพี่น้อง เจอปัญหาที่ไรชอบสนุกกับมัน ผมนี่โรคจิตป่าวครับ ในที่สุดตายเป็นตายวะ พี่น้องลองมาทายกันซิว่านายจิม...กำลังคิดอะไรอยู่ และจะจัดการกับปัญหาที่ค้างคาใจตนเองได้อย่างไร?

 

โพสต์โดย : artart

ขอน้อมคารวะครับพี่จิมโบ้

มาอ่านและเซฟข้อเขียนครับ ส่วนที่ห้องสินธร ผู้น้อยเซฟมาไว้เป็นต้นฉบับทั้งหมดแล้วครับ ตามที่พี่จิมแนะนำ ดูแล้วเรื่องพี่จิม แยกพิมพ์ได้เป็นเล่มเลยครับ มีแฟนอ่านเยอะมาก จากการเสริชในอินเตอร์เน็ต คนเอาไปโพสต์ ว่อนอินเตอร์เน็ตเลยครับ เวลานี้ คนรู้จักข้อเขียนพี่จิมโบ้เต็มประเทศด้วยความชื่นชม ความคิดอ่าน ครับ สวัสดีครับ

 

Morning ครับคุณอาร์ต ผมเองยังงง เหมือนกัน วันก่อนผมเสริชในกูเกิ้ล ใช้เวิร์ดดิ้งชื่อตนเอง อ้ายหยา พรึบๆๆเลย อย่างงี้เวลา กอรมน. มันคิดจะหิ้วผม คงง่ายแระ

 

ถ้าผมหายตัวไปวันใดรบกวนคุณอาร์ตช่วยดูแลน้องๆของผมด้วยนะครับ

 

นี่ไงคำตอบครับเพื่อนๆ ถ้าเราอยากเป็นปลาใหญ่ผู้นำเข้าเราต้องทำอย่างไร...มาคิดต่อ เราต้องมีเพื่อนต่างชาติ เพื่อให้เค้าดูของในปท.เค้า เราเองมะมีปัญญาไปหรอก ไปเพื่อดูตลาดนี่นะ ลงทุนเที่ยวนึงไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นคุ้มไหมหว่า ฝรั่งสักคน ญี่ปุ่น เกาหลี ก็ไม่รู้จัก ทำไงให้รู้จักคนต่างชาติได้ คิด คิด คิด ถ้าเราขับแท็กซี่งี้ คงมีโอกาสมากเนอะที่จะเจอฝรั่งทุกวัน วันละหลายคน

 

โอ้ยพี่น้องผมละกลุ้มใจจริงคิดอย่งงี้ 3-4 วันเชียว ทำไมตีโจทย์ไม่แตกฟะ จนผมเริ่มท้อ กรูจะฝันไปทำไมตื่นๆนายจิม...และแล้ววันนึงถัดจากวันนั้นที่ท้อ 2-3วันก็มาถึง ผมส่งผู้โดยสารที่ซอยจัสแมค สาธร ช่วงเช้า ในซอยนั้นคอนโดฝรั่งเยอะ ผมผ่านมาคอนโดนึงจำชื่อไม่ได้แล้วครับ รปภ. ออกมาโบก รถอีแก่ของผม ผมเลี้ยวขวับเข้าไป มีฝรั่งคนนึงใส่สูทสะด้วย เมืองไทยร้อนอิอ่าย มันจะใส่ทำไมของมันละเนี่ย ผมคิดไปเรื่อยเปื่อยแก้เซงนะ เดินมาขึ้นรถผมบอกให้ไปส่งรู้สึกว่าอาคารสินธรนะ ใกล้ๆแค่นั้น

 

Good Morning sir ทักทายสักหน่อยตามธรรมเนียม จากนั้นต่างคนก็ต่างเงียบ ชายฝรั่งคนนั้นเปิดหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษอ่านระหว่างรถติด ผมก็ไม่ได้สนใจอะไรมากมาย เพราะไม่เกิน 15นาทีก็ลงแล้ว ถึงอาคารสินธร ฝรั่งก็ลง และจ่ายค่าโดยสารตามปกติ Thank you sir หุหุ สงสัยอะไรอีก...ท่านผู้ชม ฝรั่งคนนี้มันเกี่ยวอะไรด้วยกับนายจิม

 

เกี่ยวสิครับต้องจุฟฟฟ ด้วยซ้ำติดที่เป็นผู้ชายนะขืนจุฟ อ้วกแตกตายเลย...พอผมออกรถได้สักพักนึงประมาณ 10 นาทีเห็นจะได้ก็ไกลพอควรละจากตึก มีผู้โดยสารท่านนึงโบกเป็นคนไทย ผู้โดยสารท่านนั้นบอกไปไหนผมจำไม่ได้ รู้แต่ว่าเป็นผู้ชาย พอเค้าเปิดประตูหลังขึ้นมานั่ง รถเคลื่อนตัวออกสักอึดใจเดียวเท่านั้น ชายคนนั้นโพล้งออกมาว่า แหม...พี่นี่แท็กซี่ยุคใหม่สะด้วย ขอโทษครับอะไรครับฟังไม่ถนัด เนี่ยพี่ พูดเสร็จเค้าก็ชูหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ขึ้นมา แหมพี่เอาใจผู้โดยสารต่างชาติหน้าดู ไม่เห็นมีไทยรัฐไว้บริการคนไทยมั่ง

 

ผมหัวเราแหะๆๆๆ แหมพี่คงเป็นของผู้โดยสารฝรั่งคนเมื่อกี้นะ เค้าคงลืมเอาไว้ อ้อ...ผู้โดยสารท่านนั้นส่งเสียงแค่นั้นก็จบ ผมก็ส่งลงตามปกติ

 

ไม่มีอะไรอีก...อิอิ ใจเย็นๆเพื่อนๆใกล้ไคลแม็กซ์ละ ผมวนรถรับส่งผู้โดยสารมาเรื่อย จนมาถึงแถวอรุณอัมรินทร์ประมาณสายแก่ๆนะครับ ท้องผมร้อง จ้อก...จ้อกกก ข้าวเช้าผมจะกินไม่เป็นเวลา อาชีพรถรับจ้างก็อย่างนี้แหละครับ ตรงตีนสะพานปากทางเข้าพิพิธภัณฑ์เรือพระที่นั่ง มีกระต๊อบขายอาหารมุสลิมอยู่ร้านนึง ได้ทีแระนายจิมจอดเลย กินข้าวสะก่อน เมนูอาหารคนรถคือง่ายๆ พะแนงเนื้อ ไข่พะโล้ ผมสั่งทันใด สวาปามไปหนึ่งจานอร่อยสะด้วยแหะ เบิ้ลเลยเรา กับข้าวแบบเดิมอีกแระ เอิกๆๆๆ เสียงผมเรอ เอามือลูบท้องตบด้วยน้ำเปล่าผสมยาอุทัย เค้าบริการฟรีนะ

 

เดินตุปัดตุเป๋ขึ้นรถ สตาร์ทรถพรืด อ้าวเฮ้ย...เราเป็นไรละโงนเงนนะพี่น้อง อ้ายหยา กินไข่พะโล้ 2 ใบเบิ้ลนั่นเองแถมข้าวจานพูนอีกต่างหาก จอดนอนดีกว่าวุ้ยส์ ผมขยับรถมาหน่อยใต้สะพาน นึกในใจ พักสายตาสัก 15 นาที เดี๋ยวคงดีขึ้น หลับไปสักพัก ประมาณครึ่งชม. ก็โอเคแล้ว ตื่นมาเปิดท้ายรถ ผมจะเอาน้ำกรอกแกลลอนเปล่าไว้ประจำไว้เติมน้ำรถหรือล้างหน้าตาเวลาง่วง จัดแจงล้างหน้าตา เปิดประตูหลังเอาพรมมาตบฝุ่นออก อา หนังสือพิมพ์ Nation สะด้วยมันวางบนเบาะ ผมนะไม่ใช่สมพงษ์ เลือดทหาร ที่เอาของไปคืน เก็บเลยครับ นสพ. โยนไปไว้หน้ารถ เบาะคู่หน้าคงมีคนไทยเปิดอ่านหรอก ผมนึกในใจ มาวางเกะกะ

 

ตั้งใจจะออกรถ หันไปมอง นสพ. อีกครา เห็นพาดหัวข่าวตัวเท่าหม้อแกง ตอนนั้นมีข่าวดังเรื่องอะไรจำไม่ได้ อ่านก่อนดีกว่า สายแก่ๆ ผู้โดยสารไม่ค่อยมี ผมนึกอีก หยิบมาเปิดดูไปเรื่อยๆ

 

ไปถึงหน้าประกาศหาคนทำงาน นายจิม...เปิดดูเล่นๆเผื่อมีตำแหน่งที่นายจิม...จะทำได้บ้าง ไม่ได้ซีเรียสอะไรมากมาย และแล้วสายตาผมไปสะดุดที่คอลัมน์เล็กๆว่า ต้องการคนขับรถลีมูซีน ที่แอร์พอร์ท สมองผมตอนนั้นไม่รู้นึกพิเรนอะไรขึ้นมา ขับลีมูซีนต้องเจอต่างชาติทุกเที่ยวนี่หว่า อิอิ คนอย่างนายจิม ไม่เคยรอโอกาสอยู่แล้ว สร้างเองได้

 

ได้ทีเลย ฉีกแควบ...คอลัมน์นั้น มีที่อยู่เบอร์โทรเสร็จสรรพ บริษัทฯอะไรหรือครับ บอกไม่ได้ ต้องรับค่าโฆษณาก่อนถึงบอก หุหุหุ บริษัทฯนี้เขียนว่าอยู่แถวเมืองทองโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ จัดแจงโทรเลยครับ สอบถามวันเวลาคุณสมบัติเรียบร้อย อะนายจิม...ผ่าน คุณสมบัติครบถ้วน ยังไม่จบเมื่อยมือละ เบรกโฆษณาแปปครับ

 

โพสต์โดย : Thanawut

สวัสดีครับ คุณ Jimbo สวัสดีครับทุกๆคน...หนุ่ม(เหลือ)น้อย มารายงานตัว...ปูเสื่อรออ่านอีกคน...

คุณ Jimbo ต้องขอโทษด้วยที่วันเสาร์ผมตั้งกระทู้แล้วไม่อยู่เฝ้า ผมต้องแว้บไป-มา เพราะดูแลเว็ปถึง 4 เว็ป ผมเกษียณแล้วครับ ตอนนี้อยู่กับบ้าน หลานไม่มีให้เลี้ยง ไม่อยากอยู่แบบเหงาๆกลัวเดี๋ยวอัลไซม์เมอร์มันถามหา เลยหาเรื่องเปิดเว็ปเล่าประสบการณ์ที่ผ่านมาสมัยเป็นเด็กๆฝอยให้คนรุ่นใหม่ฟัง/อ่านครับ

ผมมาเรียนหนังสือที่กรุงเทพฯตั้งแต่ปลายปี 2508 เรียนจบก็ทำงานตั้งหลักฐานมีครอบครัวต่อสู้กับชีวิตผ่านร้อนผ่านหนาวประสบความสำเร็จระดับหนึ่ง ฐานะก็พออยู่พอกินไม่ขัดสน ตอนนี้ไอ้มาร์คมันจ่ายเงินเดือน 500 (เบี้ยยังชีพคนแก่) รับมา 2 เดือนเข้าบัญชีกรุงไทย ผมเลยเอาไปจ่ายค่าเน็ต ต้องควักเองเพิ่มอีก เพราะค่าเน็ตเดือนละ 600กว่าๆ ไม่รู้จะให้ตลอดไปรึป่าว แว่วมามันจะให้แค่ 6 เดือนเท่านั้น

ขอบคุณ คุณ Jimbo อีกครั้งนะครับ ที่กรุณาอนุญาตให้เอาเรื่องปลาทูไปลงที่เว็ป ทำให้มีคนรู้จักเว็ปมากขึ้น คลิกเพิ่ม 50% ถึงเราจะคนละศาสนาก็รับบุญแบ่งบุญกันได้ครับ เพราะศาสนาทุกศาสนาในโลกเบี้ยวๆใบนี้สอนให้คนทุกๆคนเป็นคนดี ไม่รังแกและเบียดเบียนคนอื่นครับ บุญกุศลใดไม่ยิ่งใหญ่ไปกว่าบุญที่ได้ให้ความรู้และปัญญาแก่คนนะครับ ขออนุโมทนาบุญกุศลครั้งนี้ด้วยครับ สาธุ

 

วันรุ่งขึ้นเช้าวิ่งรถสะก่อน ชม.เร่งด่วน ตี 4 ถึง 9 โมงเช้าช่วงนี้ช่วงหาตังค์ จำไว้นะพี่น้องก่อนเราเปลี่ยนงานที่เราทำอยู่ทุกอย่างต้องมีแผนรองรับเสมอ เดี่ยวหาว่าพี่จิม...ไม่บอกน้องๆ เราอยากได้น้ำประปาแหล่งใหม่ที่สะอาดและแรงกว่านี้ อย่าพึ่งยกเลิกมิเตอร์ก่อนนะครับ ดูลาดเลาจนแน่ใจว่ามีท่อใหม่น้ำใหม่มาก่อนค่อยกระโดดไป เดี๋ยวเจ็บตัว

 

10 โมงเช้าผมเตรียมเอกสารไว้เรียบร้อยเข้าไปที่บริษัทฯในทันใด ก๊อกๆๆๆๆ เปิดประตู สวัสดีครับผมมาสมัครงานเป็นคนขับรถตามใบประกาศนี้ครับ ว่าแล้วผมก็ยื่นคอลัมน์ที่ฉีกมาให้น้องคนสวยดู น้องคนสวยยื่นใบสมัครมาให้ผมกรอก อ้ายหยาภาษาอิงกิด สะด้วยแหะ ไม่มีปัญหาสำหรับนายจิม...อิอิ นายจิมได้อานิสงส์เรื่องภาษาจาก Primary school โนพลอมแพลม กรอกเสร็จรอสัมภาษณ์ทันที

 

พอถึงเวลาสัมภาษณ์งาน น่าจะเป็นฝ่ายบุคคลนะครับ ผู้ชายหน้าตาดุ น่ากัวสะไม่มี นายจิม...บ่ยั่นหรอก...เค้าร่ายยาวให้ผมฟังว่า พนักงานขับรถ ลีมูซีน แอร์พอร์ท ไม่มีเงินเดือนนะครับ จ่ายเป็นเปอร์เซ็นต์จากหน้าตั๋ว 13% แล้วเค้าก็บอกว่า ค่าโดยสารจากแอร์พอร์ทดอนเมืองเข้าดาวน์ทาว 650 บาท คุณได้ประมาณ 67 บาทนะคุณ สู้ไหมละ

 

ผมถามกลับว่า แล้ววันนึงผมวิ่งได้ประมาณกี่เที่ยว เค้าตอบว่า วันนึงมี 2 กะ กะนึงวิ่งในเมืองประมาณ 3 เที่ยว อาจมีสักเที่ยวพัทยาก็ได้เยอะหน่อย ค่าโดยสาร 2,200 บาท คุณได้ประมาณ 270 บาทนะ

 

มันไม่มากอะไร แล้วคนรถเค้าอยู่อย่างไรละครับ อ๋อ อยู่ได้เพราะทิป และเก็บค่าน้ำนะคุณ อันนี้ต้องใช้ความสามารถเอาเอง อ้อ...มันอย่างนี้นี่เอง มิน่าเล่า ถึงเปิดรับสมัคร คนรถคงรับไม่ไหว ผมนึกในใจ ว่าไงคุณ โอเคมั้ย ตามหลักการที่ผมบอก ผมนึกอึดใจนึง เราไม่ได้มาขับเพื่อเงินนี่หว่า เรามีวัตถุประสงค์อย่างอื่นใช่ไหม นายจิม...ผมถามตนเอง

 

แล้วผมก็หันไปตอบคนสัมภาษณ์งานว่าโอเคครับ...ผมไม่มีทางเลือกอยู่แล้วนี่ ว่าแล้วเค้าก็สอบสัมภาษณ์ผมเกี่ยวกับความรู้ทั่วไป ว่าสถานที่สำคัญในกทม. และพัทยา อยู่ที่ไหน โรงแรมในกทม. ที่สำคัญมีอะไรบ้าง สถานฑูตแต่ละประเทศตั้งตรงไหน และจำลองเค้สตัวอย่างมาให้ผมตอบ อะ...เป็นว่าผมสอบผ่าน ทะนี้เค้าก็นัดวัน มาสอบข้อเขียน และการขับจริงบนท้องถนน สอบฝีมือนะครับ อีก 7 วันมาใหม่นะคุณ คุณสอบผ่านแล้ว ว่าแล้วก็ยื่นกระดาษเล็กๆมีใบนัด พร้อมหมายเลขสอบ สอบข้อเขียน สอบขับในวันนั้นเลยแล้วประกาศผลทันใด อะ...อย่างงี้ดีแหะจะได้ไม่ต้องมีความหวัง นายจิม...ชอบวิธีนี้ ไม่ต้องรักษามารยาทมากมาย พี่น้องท่านใดทำงานฝ่ายบุคคล พี่จิม...อยากให้ทำเช่นเดียวกันกับเค้สนี้ได้ ไม่ได้ ตอบเค้าไปเลยครับไม่ต้องเกรงใจ เค้าจะได้ไม่ต้องมีความหวังกับเรา

 

หลังจากสอบสัมภาษณ์เสร็จผมออกมาวิ่งรถต่อ วิ่งไปคิดไป เราเลือกทางถูกหรือป่าวหว่าเนี่ย แม่ม หินจริงๆ ไม่เป็นไรวุ้ยส์ คนอย่างเราเลือกแล้วต้องถูกต้อง สู้ สู้ นายจิม... ผมค่อนข้างมั่นใจว่าผมสอบผ่าน ทำไงดีละกับงานขับแท็กซี่และดูแลพี่น้องแท็กซี่...เราต้องลงจากหลังเสือแล้วนะเนี่ย คิดถึงเพื่อนๆเหมือนกัน อนาคตเราต้องมาก่อน เราอ่อนแอเราจะไปอุ้มคนอื่นได้อย่างไร ว่าแล้วก็ตัดใจได้คำตอบแล้วเราต้องลงจากหลังเสือ

 

แม่ผมเคยสอนผมว่า...ถ้าเราจะจมน้ำตาย จงอย่าเรียกคนที่เรารักไปช่วย เดี๋ยวตายยกรัง จงหากิ่งไม้ กอสวะ หรือหมาเน่าก็ ได้ เกาะมันแล้วลอยคอเข้าฝั่ง พี่น้องครับประโยคสั้นๆแต่ถ้าอ่านแล้วไม่ได้คิดอะไร มันก็ผ่าน แต่ถ้านำกลับมาคิด เราจะมีพลังขึ้นมาอีกเป็นกอง นำมาประยุกต์กับการดำรงชีวิตทุกวันนี้ได้เป็นอย่างดีเชว

 

ถึงเวลาส่งกะ ผมมาเจอพี่น้องแท็กซี่ตามเคย...เพื่อเก็บตังค์ค่าเช่ารถ ผมเรียกประชุมแล้ว แจ้งให้ทราบว่าผมจะอำลาจากวงการนี้ ทุกคนพูดกันเสียงอึงมี่ เหมือนเรือขาดหางเสือประมาณนั้น ผมบอกว่าใจเย็นๆผมได้ปูรากฐานไว้ให้ทั้งหมดแล้ว พวกเราก็สานกันต่อนะ ผมมีฝันผมต้องเดินตามฝันของผม เพื่อนๆผมคงไม่ขับแท็กซี่งี้จนวันตายแน่ๆ มันไม่ใช่ตัวตนของผม ผมแจ้งให้ทุกคนทราบ

 

พี่น้องทุกท่าน...ผมพูดเสียงดังๆ ถึงผมจะไปแต่ใจพวกเราวิญญาณของพวกเรายังอยู่ เรายังคงต้องดำเนินชีวิตแท็กซี่เพื่อหาเลี้ยงครอบครัวเราใช่ไหมพี่น้อง น้านว่าเข้าไป...เริ่มปลุกระดมแระนายจิม...

 

ทุกคนพยักหน้า...ผมไม่อยู่แต่เพื่อนๆเราก็สามรถสร้างตัวแทนใหม่มาได้ ใจเสาะจังแล้วลูกเมียจะฝากความหวังอะไรไว้ได้ เพื่อนๆเรามาหาคนที่จะมาแทนผมดีกว่า พี่น้องมาโหวตกันซิว่าในหมู่พวกเราใครจะเป็นตัวแทนของพี่น้องเพื่อมารับงานอันนี้ต่อจากพวกเรา

 

ทุกคนพยักหน้าแล้วหันหน้าไปทางเดียวกัน...สายตาทุกคู่หันไปที่พี่อำนาจ พี่นั้นแหละหลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกัน เอาเป็นอันว่าต่อแต่นี้พี่อำนาจจะมาทำหน้าที่นี้ต่อจากผม ว่าแล้วผมก็แจ้งให้ทราบว่า กะดึกคืนนี้ผมจะควงรถเป็นกะสุดท้ายของชีวิตแท็กซี่แบบนายจิม

 

อิอิ...ยังไปจบครับท่านผู้ชม ใจเย็นๆๆ ยังมีต่อ

 

วันรุ่งขึ้นผมไปคืนรถกับเถ้าแก่ ผมแจ้งให้ทราบว่าพี่อำนาจจะมาดูแลแทนผม เงินค้ำประกันตอนนี้ทุกคนเป็นไทแล้วไม่ได้ติดค้างเถ้าแก่และผมแต่อย่างใด ขอบคุณครับเถ้าแก่ที่ให้ทางเดินใหม่กับผม ว่าแล้วก็ไหว้งามๆ 1 ครั้ง

 

กว่าจะบริษัทฯลีมูซีนเรียกตัวผมตั้ง 7 วัน หยุดนอนอยู่กับบ้านไม่สนุกแน่ วิ่งรถแท็กซี่เหมือนเดิมแก้เซ็งดีกว่า ว่าแล้วผมก็บินเดี่ยวไปหาอู่ใหม่เพื่อขอเป็นอะไหล่คนขับ ตุปั้ดตุเป๋ไปก็ไปได้อู่ใหม่แถวประชาชื่น เข้าไปจนสุดซอยนู้นแหละ

 

สวัสดีครับเถ้าแก่ ผมยกมือไหว้งาม...ยังไม่ทันอ้าปากพูดเลย เถ้าแก่ท่านนั้นบอกว่าที่นี่ไม่มีรถให้ขับหรอก อ้าวไหนเป้นอย่างนั้นแหละ ผมนึกในใจ คนขับเพียบเลยเห็นไหม...ผมขอเป็นอะไหล่นะครับเฮีย ผมรับ JOB นะคุณนี่ไม่ได้ยินหรอว่าคนขับเพียบเลย เถ้าแก่เริ่มหงุดหงิด

 

อะไม่มีก็ไม่มีแค่นี้เฮียต้องดุด้วย ผมขอโทษครับ ว่าแล้วผมก็เดินคอตกออกจากอู่นั้น ยังไม่ทันพ้นอู่ดี เจอพี่ที่เค้าเป็นช่างเครื่องอยู่คนนึง เค้าถามว่า ได้ขับไหมทิด...ไม่ได้ครับพี่ แย่เลยไม่มีรถขับ ไม่มีงานไม่มีเงิน ช่างผู้นั้นแสดงทีท่าว่าเห็นใจ แล้วเดินเข้ามาใกล้ๆๆ กระซิบบอกผมว่า มีรถว่างอยู่คันนึง อ้าว...แล้วไมไม่วิ่งละ ช่างคนนั้นตอบว่าคุณ ไปคุยกับเถ้าแก่เองละกัน

 

อิอิ พี่น้อง งง ละซิ เดวมาต่อครับกินน้ำก่อน

 

ผมเดินกลับมาหาเถ้าแก่อีกครานึง...เถ้าแก่คร้าบ...ผมพูดเสียงดัง อะไรอีกละผมบอกว่าไม่มีก็ไม่มี อะไรกันนักหนา เนี่ยะ

 

ใจเย็นๆครับเฮีย...เฮียจะแอบรถไว้ทำไมอีกคันนึงละ รถจอดไม่ได้ตังค์นะเฮีย เถ้าแก่ทำหน้างง...คุณรู้ได้ไง เถ้าแก่ถาม น่าเฮียก็ เอาเป็นว่าผมรู้ละกัน เฮียเอาคันนั้นให้ผมเถอะนะผมทำหน้าเศร้าตามสไตล์ผม

 

เนี่ยถ้าผมไม่มีรถขับครอบครัวผมเดือดร้อนนะเฮีย...เฮียให้ผมนะครับ ผมอ้อนไป เฮียตอบว่าไปดูรถก่อนแล้วคุณอาจจะเปลี่ยนใจ ผมไม่เปลี่ยนใจหรอกครับ เชื่อผมดิ ผมพูดคำไหนคำนั้น เถ้าแก่พยักหน้าแล้วตอบว่า...ไปดูรถก่อนเหอะ เอาตามที่ผมบอก แล้วรถเฮียอยู่ที่ไหนละ ผมถามต่อทันที เดวไม่ได้รถขับ เถ้าแก่ตอบว่า รถคันนั้นอยู่ที่ สน.ประชาชื่น ไม่ได้อยู่ที่อู่หรอก ว่าแล้วเถ้าแก่ก็จดชื่อร้อยเวรให้ผม แล้วบอกว่าคุณไปถามหาร้อยเวรแล้วให้เค้าพาคุณไปดูรถนะ แล้วคุณค่อยตัดสินใจอีกที ผมอ้าปากจะถามต่อ เถ้าแก่รีบพูดตัดบทไปดูรถก่อนไม่ต้องถาม ผมจะทำงานละ...ครับผม เฮีย

 

สวัสดีครับ...หมวด ผมแจ้งความประสงค์ตามที่เถ้าแก่แท็กซี่จดมาให้ ผมมาขอดูรถแท็กซี่คันที่จอดที่นี่นะครับ ว่าแล้วก็ยื่นเศษกระดาษให้ ร้อยเวรพยักหน้าแล้วบอกว่าคุณแน่ใจนะจะขับรถคันนี้ ผมถามว่ามันเป็นอย่างไรครับถึงมาจอดที่นี่

 

หมวดหน้ามลไม่ตอบแหะ คุณเดินตามผมมาดูละกัน ว่าแล้วหมวดก็ออกเดินนำหน้าผม นั่นไงคุณ หมวดชี้นิ้วไปที่รถ หมวดยืนในร่มแล้วชี้นิ้วไปข้างหน้า คุณไปดูเองละกันคันเขียวเหลืองคันนั้นแหละ สงสัยอะไรแล้วค่อยไปถามเถ้าแก่คุณดูเองละกัน

 

ตอนนั้นผมห่างจากรถประมาณ 30 เมตร สายตาผมก็บอกว่าเฮ้ย...รถสวยนี่หว่า มันมีอะไรของมันละเนี่ย ไม่ดูไม่รู้แหะ ว่าแล้วนายจิม ก็รีบสาวเท้าเดินเข้าไปใกล้ ยิ่งใกล้ยิ่งสวย รถโตโยสีเขียวเหลืองรุ่น ตอง1 ผมเดินรอบรถสภาพภายนอกปิ้งปั้งไม่เห็นมีรอยบุบอะไรนี่หว่า มองลอดกระจกจากตำแหน่งยืน ข้างในสวยวุ้ยส์ เถ้าแก่มันเล่นอะไรของมันหว่า...ผมนึกในใจ ไม่รอช้าผมเปิดประตูทันใดเพื่อดูภายใน เท่านั้นแหละน้องผมรีบเอามืออุดจมูกอย่างแรง...

 

เหม็นคาวเลือดมากๆครับเพื่อนๆ...ผมพยายามแหงะหน้าสังเกตรอบคัน กลิ่นเลือดนี่หว่า แล้วสายตาผมไปมองเห็นที่เพดานรถ อ้ายหยา...คราบเลือด ปนคราบสมองคน ติดตรงนั้น บนเบาะและพวงมาลัยมีร่องรอยถูกเช็ดแบบลวกๆ ผมอุปมาว่า บนเพดานมันเป็นผ้ามันเลยเช็ดยากส์เช็ดไม่ออก หรือออกยากส์ เบาะและคอนโซลเป็นหนังมันเลยเช็ดง่ายๆ แต่ก็ยังทิ้งร่องรอยไว้บ้าง

 

ผมได้คำตอบโดยที่ไม่ต้องถามเถ้าแก่ รถคันนี้ต้องมีการฆาตกรรมกันแน่ๆ ไม่รอช้ารีบไปหาเถ้าแก่ เถ้าแก่คร้าบ...ผมตะโกนอีก ขอน้ำด้วยพี่น้อง นายจิม...ตะโกนหลายรอบแระ

 

ส่งหมอนวดมาให้แระ...

 

“นังหนู...พ่อใหญ่ทิป5พัน นวดนิ้วมือพี่จิมให้ดีๆล่ะ ประเภทตีลังกาสามชั้นเติมน้ำมันกลางอากาศเลยนะจ้ะ”

 

 

โพสต์โดย : หลี่ปู้เหว่ย

โหคุณจิม อภินันทนาการจากคุณ Thanawut หายเมื่อยแน่ๆ เลย สาว ขาว อวบ ซะด้วย

 

โอเคมั้ยละ...ยังอยากที่จะขับไหม ผมไม่ตอบ แต่ผมถามกลับว่า...มันเรื่องอะไรกันละครับ เถ้าแก่ก็เริ่มเล่าให้ฟัง ณ บัดดล ว่าคนขับคันนี้นะชื่อ ไอ้ชา อันนี้ชื่อจริงเลยนะครับ ขอโทษดวงวิญญาณด้วยที่มาเอ่ยถึง...

 

ไอ้ชามันขับกะกลางคืน 3-4 วันก่อนมันขับและรับผู้โดยสารแถวหน้าเดอะมอลล์งามวงศ์วาน ตำรวจสืบพยานได้ ในขณะนั้นน่าจะไปส่งแถวหลังสุเหร่าเขียว ถนนสายสุพรรณ เพราะไปเจอรถอยู่ที่นั่น ไม่รู้ว่าเกิดเหตุที่ไหนแต่เจอรถย่านนั้นนะครับ เถ้าแก่บอกต่อ ตำรวจสงสัยประเด็น ปล้น อำพรางหรือชู้สาว

 

สรุปว่าเป็นการฆาตกรรมละกันนะพี่น้อง...เถ้าแก่ถามว่าแล้วคุณยังอยากที่จะเช่าอีกหรือ ที่ผมไม่บอกแต่ต้นเพราะรถยังไม่ได้ทำความสะอาดนะ ผมบอกว่าไม่มีปัญหาครับผมกับผีเป็นเพื่อนกัน ประสบการณ์ผีกับแท็กซี่ ผมผ่านมาหลายเค้ส

 

ว่าแต่ว่าเฮียจะให้ผมเช่าไหมละ ราคาเท่าไหร่ว่ามา เฮียบอกว่าถ้าคุณกล้า ผมก็ให้เช่า เอาไปทั้งวันทั้งคืนละกัน ผมเอาเหมาวัน 400 บาท ปกติรถรุ่นนี้ กะนึงเค้า 480 บาทนะครับเพื่อนๆสองกะก็เกือบพันนึงละถ้าเหมาขับคนเดียวก็ 700 บาท เถ้าแก่บอกต่ออีกว่า รถแบบนี้คงไม่มีใครอยากขับผมให้ถูกๆละกัน ส่วนคุณจะไปตัดให้ใครเช่าผมอนุญาต

 

มีหรือที่ผมจะปฏิเสธ ว่าแล้วขอบคุณครับเฮียผมชักเงินประกันออกมา 3 พันบาทตามธรรมเนียม เท่าไหร่ครับค่าประกัน เถ้าแก่บอกว่าไม่ต้องหรอกแค่คุณกล้าเช่าก็ดีถม ว่าแล้วเถ้าแก่ก็ควักตังค์ให้ผมอีก 1,500 เอานี่ไปทำความสะอาดนะคุณ จัดการเอาเองถึงเวลาเอาค่าเช่ามาให้ผมก็พอ ว่าแล้วเถ้าแก่ก็ยกหูโทรศัพท์คุยกับร้อยเวร

 

วันรุ่งขึ้นผมก็ไปเอารถที่โรงพัก ตามเวลานัดหมายได้มีโอกาสคุยกับร้อยเวร เรืองก็เลยถึงบางอ้อ..ว่า

 

ที่เค้าตั้งประเด็นชู้สาวเพราะว่าผู้ตาย เป็นคนเจ้าชู้มากเลยทีเดียว อีกอย่างทรัพย์สินในรถหายไปเฉพาะเงินสดเท่านั้น วิทยุและอุปกรณ์ประจำรถคงอยู่กะรถ กระโปรงรถไม่มีรอยถูกเปิด การฆ่าใช้กระสุนปืน 9 มม. ยิง คนร้ายนั่งคู่มาเบาะหน้า เพราะถ้าเป็นคนร้ายเพื่อต้องการทรัพย์สินจะนั่งเบาะหลัง ง่ายต่อการปล้น นี่แสดงว่ามีการพูดคุยกัน สภาพศพถูกยิงจากส่วนจากขมับซ้ายทะลุกกหูขวา มันสมองและเลือดเลยกระจายไปติดเพดานด้านขวาบนใกล้ๆกับที่บังแดด

 

อย่านอกเรื่องไกลนายจิม...เสือจิมโก้เป็นแล้วหนอยจะมาเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานสอบสวนสะอีก แหะๆๆๆ...

 

ว่าแล้วผมก็ไปรับรถ ทะเบียนสวยสะด้วยนะครับพี่น้องจะจดไปแทงหวยงวดนี้ก็ได้ 2013 ไม่บอกหมวดหน้าละกัน เดวรถคันนั้นหากินไม่ได้ ผมจำได้แม่นยำ ขับรถกลับที่พัก ด้วยความงก เงินที่เถ้าแก่ให้มาตั้ง 1,500 เรื่องอะไรไปจ่ายคาร์แคร์ทำเองสินายจิม...จัดแจงซื้ออุปกรณ์น้ำยาทำความสะอาดที่ห้างเจซีแถวปากเกร็ดนั่นแหละ กว่าจะขัดเสร็จอูยส์ ปาเข้าไป 4 ทุ่มแระเข้านอนดีกว่า

 

คืนนั้นทั้งคืนไม่ได้นอนเลยพี่น้องหมาหอนทั้งคืน มันจะหอนทำหอกอะไรหว่า

 

วันรุ่งขึ้นผมก็ปุเลงรับผู้โดยสารแต่เช้ามืด...อ้ายหยา ผู้โดยสารขึ้นดีจังเดี๋ยวขึ้นลงตลอดทาง กิโลทิ้งเปล่าแทบไม่มีเลย เจ้าชา...ช่วยเรียกผู้โดยสารให้หงิมๆๆ วันนั้นทั้งวันผมขับคนเดียวยัน 2 ทุ่มเหนื่อยแทบขาดใจ มานับเงิน เฮ้ยเยอะมากพี่น้องผมขับได้ 4 พันกว่าบาท ขับได้มากเป็นประวัติการณ์ ไม่ได้พักรถเลย ขนาดคืนลอยกระทงคนเพียบ ขับทั้งวันทั้งคืน ยัง 3,200 เลย แองงิ้ววะ ชา...แต่กูเหนื่อยอิอ่าย

 

พี่น้องแต่ผมมันเหนื่อยๆมากนะครับ ขับอย่างนี้มีหวังผมได้ตามไอ้ชาไปแน่ๆ...นึกถึงพี่สมจิตรขึ้นมาในทันใด เอาแกมาเป็นคู่กะดีกว่า เราจะได้ลดความเหนื่อย ที่เลือกพี่แก เพราะผมเชื่อว่าแกกล้าบ้าบิ่นเหมือนผม บ้านของแกอยู่วัดสลัก หลังป่าช้า วัดสลัก อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ก่อนถึงแยกสะพานนวลฉวีนะครับ วัดนี้เปลี่ยวมากขึ้นชื่อลือชาว่าผีดุ

 

ผมไม่รอช้าขับรถไปหาทันทีตอนนั้นเลย เวลาประมาณ 5 ทุ่มเห็นจะได้ พอเลี้ยวเข้าซอยวัดเท่านั้นแหละ หมาวิ่งตามตูดรถเป็นแถวๆ อ้ายหยาไม่วิ่งเปล่าเสือกหอนตูดรถกู ไอ้ชา มึงอีกแล้วนะเนี่ย

 

ผมต้องจอดในลานวัดเดินลัดเลาะไปหลังป่าช้า บ้านพี่สมจิตรอยู่ที่นั้นแหละ ไปเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังพี่สมจิตรโอเค ผมแบ่งให้เช่ากะละ 300 พี่น้องอย่าว่าผมเอาเปรียบนะครับเพราะผมต้องรับผิดชอบรถนะ เป็นอะไรหรือแกเบี้ยวไม่จ่ายผับคนเดียวเต็มๆ พี่สมจิตรแกขออย่างเดียวแกขอขับกะกลางคืน ส่งรถให้ผมตี 3- 4 จะมารับผมที่บ้านแล้วผมไปส่งแกที่บ้านเช่นกัน

 

เป็นอันว่าเริ่มคืนพรุ่งนี้เลย บ่าย 3-4 โมงผมเอารถไปส่งแก เสร็จเข้านอนไม่มีไรได้พัก วันนั้นทั้งวันผมก็รับเละเหมือนเมื่อวาน ขอบใจ...ชาวะ จุฟฟฟ

 

ตี 3 กว่านิดหน่อย พี่สมจิตรมารับผมที่บ้าน แกแจ้งให้ทราบว่าแกรับเละเหมือนกัน ขับได้ 2 พันต้นๆ ชาวบ้านส่วนใหญ่ขับจะเฉลี่ย 1,200-1,500

 

พอผมเข้ารถนั่งคู่กัน อะนะมีสิ่งแปลกใหม่ มีน้ำแดงขวดนึง พวงมาลัยพวงเบ้อเหิ่ม ผมบอกพี่สมจิตรว่าแหมพี่เล่นของเชว พี่สมจิตรหัวเราะแล้วบอกว่าให้ไอ้ชามันกินนะ พอถึงบ้านแกก็เหมือนเดิมหมาวิ่งตามตูดรถแถมหอนกันเกรียว อิอิ วันมะรืนวันหวยออก ผมกะพี่สมจิตรซื้อหวยกัน

 

ปกติผมเป็นคนไม่เล่นการพนันบ้าทำกิน เชื่อมั่นตนเองว่ามือทำรวยหวยทำจน ผมแทงทะเบียนรถ 013 500X500 พี่สมจิตรตังค์น้อย แทง 100X100 เลขที่ออก 0......1...3 เย้ๆๆๆๆ พี่สมจิตรเลยได้มีเงินซ่อมบ้านแก ผมเอง อิอิ เถ้าแก่น้อย

 

พอถึงวันนัดหมายไปสอบขับรถลีมูซีน ผมให้พี่สมจิตรแกควงรถ สถานที่นัดหมายอยู่ลานจอดหลัง สน.ดอนเมือง อ้ายหยา คนเพียบเลย สัก 200 คนได้มั้ง เค้าแจ้งให้ทราบว่ารับแค่ 20 คน นายจิมจะสู้เค้าไหวป่าวเนี่ย พักมือแปป ให้นังอ้วนนวดนิ้วก่อนครับ

 

ถึงเวลาสอบข้อเขียนนายจิม สบายมาก อิอิ แท็กซี่เก่งอยู่แล้ว กฎหมายหรอแม่นยำมาก ผลสอบผมผิดข้อเดียวจาก 20 ข้อ ผ่านฉลุย

 

มาถึงสอบขับรถ โอโห กรรมการสอบ 3 คนนั่งในรถเบนซ์ w124 สีขาว อย่างโก้เลยแหะ นายจิม...แต่กรรมการตั้ง 3 คนนี่แหละคือปัญหา แสดงว่าเค้าเข้มเรื่องการขับรถ นายจิม ประหม่าเหมือนกันแหะ เล่นเขียนเสือให้วัวกลัว เห็นท่านอื่นที่ไปสอบด้วยกันล่วงหน้าที่ขึ้นขับ อ้ายหยา...ตกเป็นแถวๆ แล้วอย่างงี้เราจะผ่านไหมเนี่ย

 

ผมส้งเกต ท่านนึงขี้โม้ว่า ผมมาจากขับรถป้ายเขียวหน้าโรงแรม ผมผ่านชัวร์ แล้วคุยใหญ่โตทำเหมือนพี่เบิ้มในนั้น เพื่อนที่ไปสอบพยักหน้าตาหงึกๆๆ ผมก็พยักตามเค้าด้วย ท่าจะเข้าทีแหะตามในคนนี้ว่า แล้วผมก็จดๆๆแทรกติคการรับลูกค้าของเค้า เก็บค่าน้ำอย่างไร แต่แปลกแหะไม่เห็นมีใครจดแบบนายจิมบ้างก้าบ

 

พี่แมงโม้ ท่านนี้สอบขับก่อนผม ขึ้นรถได้แสดงว่าข้าฯนี้เจ๋ง ออกรถพรวดๆ ถอย จ้าก อย่างคล่องแคล่ว วนอยู่ 3-4 รอบ พอลงรถ ก็มีต่อมาอีก 2-3 คนขับสไตล์เดียวกันกะพี่โม้...จนถึงผม

 

ผมนึกในใจ ขับรถ VIP ต้องนิ่มนวล จะเอาตีนพญายมแบบนั้นไม่ได้ เอาตามความคิดของเราดีกว่า พอเรียกชื่อผมให้ขึ้นขับ...ผมไม่ขึ้นรถ ลีลาก่อน แหะ ลีลาอะไรหรือครับ ผมทำเป็นเดินรอบรถ สังเกตมีแผลตรงไหน ยางโอเคมั้ย เปิดฝากระโปรงท้าย ดูยางอะไหล่ ดูเครื่องมือ อุปกรณ์ ประจำรถ เปิดกระโปรงหน้า ดูน้ำ น้ำมันเครื่อง เช็คหมดทุกอย่าง พี่น้องชักรำคาญนายจิมละสิ ลีลาอะไรอยู่ ใช่ไหมละ

 

เกือบจบแระ อีกนิดนึง ขอกินข้าวก่อน เดวบ่ายโมงมาเจอกันนะครับ

 

พอผมตรวจเช็คเสร็จเรียบร้อย เปิดประตูรถปรับเบาะ ปรับกระจก มองกระจกรอบคัน คาดเข็มขัดเรียบร้อย ออกรถแบบนิ่มนวล ไม่กระชาก ค่อยๆถอย เสร็จแล้ว ไม่ลืมยกมือไหว้กรรมการ ทั้งขาขึ้นและขาจบ

 

ลงจากรถมานั่งรอผล และแล้วผมก็สอบผ่าน วันนั้นสอบผ่าน มี 4 คนเท่านั้นจาก 200 คนสอบ ส่วนพี่โม้...ของผมนะตกเลยครับ

 

ผมได้รับใบยืนยันการสอบ นัดวันรุ่งขึ้นรายงานตัวที่ออฟฟิศที่ไปสมัครคราแรก จ่ายเงินประกัน 2,500 พร้อมค่าเสื้อสองตัวอีก 500 บาท เสื้อสีเหลืองมีกระเป๋าสองใบติดอินธนู แถมเน็คไทร์ให้ด้วย อิอิ...โก้จริงๆ นายจิม เค้าบอกว่า อีก 7 วันไปรับรถและรายงานตัวที่ลานจอดรถได้เลย นายจิมมีเวลาหากินกับแท็กซี่ได้อีก 7 วัน

 

ผมก็ปุเลงรถของผมไปเรื่อยรอเวลาจบชีวิตแท็กซี่ หากินระเบิดเถิดเทิง เช้ามืดวันนึง ผมออกจากบ้านพี่สมจิตร หลังจากไปส่งแกที่บ้านเรียบร้อย ขับผ่านแยกปากเกร็ด พอมาถึงวัดชลประทานหน้าปากซอยที่ติดกับรั้ววัด มีหญิงวัยค่อนคนท่านหนึ่งโบกแท็กซี่ พร้อมหม้ออลูมิเนียมใบใหญ่สองใบ คุณ...ไปส่งตลาดบางซื่อที ผมรับคำพี่เค้า จัดแจงเอาของใส่รถ ออกรถทันใด

 

ระหว่างทางแกเล่าว่า แกขายโจ้กที่ตลาดบางซื่อ ขายทุกวัน พี่เค้าอยากได้ขาประจำ ไปรับส่งที่บ้านซึ่งอยู่ในซอยนั้น พี่เค้าบอกว่า ไม่มีแท็กซี่คันไหนวิ่งได้ทนเลย 3 วันเผ่น แล้วพี่เค้าถามว่าคุณละบ้านอยู่ที่ไหน ผมบอกว่าผมพักที่ปากเกร็ดนี้แหละ พี่เค้าตอบว่าดีละ

 

ผมถามว่าทำไมละครับ พี่เค้าก็เริ่มบรรยายสรุปทันที...คุณสังเกตไหม ปากซอยวัดนี้ไม่ค่อยมีมอร์เตอร์ไซค์รับจ้าง ผมพยักหน้าเพราะเราวิ่งผ่านทุกวันเห็นอยู่ มอร์ไซค์ที่นี่ 3 ทุ่มมันก็เลิกแล้วคุณ ทั้งที่ซอยนี้คนเยอะนะ อ้าว ทำไมละครับ พี่เค้าตอบว่า ซอยนี้ผีดุ

 

แล้วพี่เค้าเล่าต่ออีกว่า มอร์ไซค์มันเคยโดนนะคุณ คุณเห็นโค้งตัว S ข้างวัดไหม นั่นแหละ ผมพยักหน้า พี่เค้าเล่าต่อว่า วันนึงมอร์ไซค์วิ่งรถเปล่า พอถึงตรงนั้นอยู่ดีมีคนซ้อนท้ายนะ เป็นผู้หญิงผมยาว พอผ่านโค้งก็หายแวบ มอร์ไซค์เลยปอดแหก แล้วถัดเข้ามาในซอยก็จะมีผีหัวขาดเดินถือหัว

 

ผมพยักหน้าอีก โนคอมเม้นท์ เพราะผมไม่กลัวผี พี่เค้าถามว่าคุณกลัวไหมนะ ผี ผมตอบว่าไม่กลัว มาจะจับปล้ำให้หมด ยิ่งเป็นโสดอยู่ด้วยดังเลย งั้นคุณวิ่งให้พี่ประจำได้ไหม ผมตอบว่าได้ไม่มีปัญหา พี่ให้เพิ่มจากค่าโดยสารทุกวัน วันละ 50 บาท โอเค...ครับขอบคุณครับ

 

ผมก็ส่งพี่เค้าเรียบร้อย วันรุ่งขึ้นไปรับตอนตี 4 ไม่เห็นมีผีสักตัว รับพี่เค้าออกมา ผ่านบ้านหลังหนึ่ง เค้าชี้มือให้ดูว่าบ้านหลังนี้นี่แหละที่ผีดุผีหัวขาด บ้านนี้ตอนนี้แบ็งค์ยังยึดอยู่ มีคนมาซื้อ อยู่ 2-3 วันเผ่นเรียบ ผมพยักหน้าวันนั้นผมส่งพี่เค้าเรียบร้อยกลางวันมาส่งผู้โดยสารในซอยนั้น ผมหาข่าวจากชาวบ้าน รถมอร์ไซค์แถวนั้นปรากฏว่าเป็นเรื่องจริงครับ แต่แปลกเนอะผมรับแกอยู่เกือบ 7 วันผมไม่ยักเจอแหะ สงสัยผีไอ้ชามันดุกว่า

 

อย่าออกนอกเรื่องนายจิม...แหมมันติดพันนะ เหลืออีก 3 วันจะครบกำหนดผมต้องอำลาวงการแท็กซี่จริงๆ ใจชักหายแวบ เข้าอู่มาเพื่อเอาค่าเช่ามาส่ง เพื่อนแท็กซี่เริ่มรู้กิตติศัพท์ว่ารถคันนี้หาเงินดี ที่เค้ารู้เพราะเวลาเอารถมาเช็ค พวกคนขับชอบมากดมิเตอร์ดู มันจะบันทึกค่าโดยสารรวมไว้ทั้งวัน เค้าเห็นยอดเยอะนะ เค้าเลยลือกระฉ่อนว่ารถคันนี้เฮงผีคุ้ม เลยมาบอกผมว่าขอซื้อเปลี่ยนคันกันได้ไหม เค้าขอซื้อจากผม 5 พันนะ อูยส์ ได้ราคาเชียว เรื่องอะไรผมจะบอกว่าผมจะอำลาวงการแท็กซี่ละ ผมบอกว่าขอคิดดูก่อน อีก 2-3 วันให้คำตอบ

 

ผมนำเรื่องนี้มาบอกพี่สมจิตร แล้ววันสุดท้ายผมก็พาพี่สมจิตรไปแนะนำให้เถ้าแก่ บอกว่าต่อแต่นี้พี่สมจิตรจะมาขับแทนผม แล้วผมก็จ่ายเงินประกันแทนพี่สมจิตรเค้าไป 2,500 บาท มิรอช้า ผมดักเจอพี่คนขับคนนั้นที่ขอซื้อกะแท็กซี่ผม แล้วบอกว่า พี่ตกลงผมขายกะให้พี่ไปขับกับพี่สมจิตรนะ

 

คนขับคนนั้นด้วยอารามดีใจ รีบตอบตกลงไปกดเงินมาให้ผมทันใด 5 พันบาทตามสัญญา จนลืมสงสัยว่าเมื่อผมขายกะไป ผมจะไปขับรถคันไหน แต่ผมไม่บอกเค้านะว่าผมเลิกขับแล้ว เพื่อนๆอาจหาว่าผมใจดำ ไม่ว่ากันเพราะถ้าผมเลิกขับแล้ว เถ้าแก่ย่อมให้คนที่เป็นอะไหล่ขึ้นประจำซึ่งไม่ใช่พี่แท็กซี่คนนี้อย่างแน่นอน นั้นแหละคือโอกาสของเรา เค้าให้เรามาเอง ผมเอาเงิน 5 พันมาแบ่งให้พี่สมจิตรคนละ 2,500 พี่เอาไปเท่านี้นะ แต่พี่รับแค่ตัวเลข เพราะเงินผมจ่ายเป็นค่าประกันรถไปเรียบร้อย

 

วันรุ่งขึ้นผมแต่งตัวสะโก้หวีผมโกนหนวด เอาแชแนล No 5 พ่นสะหน่อย ฝรั่งจะได้คิดว่าเรามีรสนิยมเหมือนกัน ไปรับรถเบ็นซ์ สีขาว W124 ทะเบียนสวยสะด้วย ฌข 6 หมายเลขประจำรถที่ติดแก้มท้ายรถหมายเลข 25 เพื่อนๆท่านใดที่เคยใช้บริการแอร์พอร์ท ลีมูซีน พนักงานใส่เสื้อยูนิฟอร์มสีเหลืองผูกไทร์ ให้บริการระหว่างประเทศ หมายเลขประจำรถเลข 25 นั่นแหละนายจิม...เอง ครับ

 

บ้าย บาย ชีวิตแท็กซี่ของนายจิม จุฟฟฟฟ เจอกันพรุ่งนี้ครับ ว่านายจิม...จะสานฝันตนเองได้อย่างไร ขอให้มีความสุขกับการทำงานทุกท่าน สวัสดีครับ

 

โพสต์โดย : หลี่ปู้เหว่ย

พรุ่งนี้มีตอนต่อไปหรือเปล่าคะ

ถามนิดได้เปล่า หลังจากคุณจิมไม่ได้ขับรถแล้ว พี่สมจิตร กับคนที่ซื้อกะไปน่ะ เขามีร่วมงานกับคุณชาได้หรือเปล่าคะ

 

ขอบคุณหลีปู้เหว่ย ที่เป็นแฟนพันธุ์แท้พี่จิม และเพื่อนๆทุกท่านที่เข้ามาอ่าน อีกปีนึงผมก็เขียนไม่จบครับ

 

งานเขียนจะออกมาได้ดี คนอ่านคือแรงบันดาลใจด้วยครับ ถ้าไม่มีคนอ่าน พี่จิมคงไม่ได้โม้มายันทุกวันนี้ ผมจะเขียนได้นานเท่าไหร่อยู่ที่เพื่อนๆเท่านั้นครับ ถ้าสนใจฟังผมก็เขียนไปอย่างนี้นี่แหละครับ

 

ส่วนพี่สมจิตร ก็ยังคงคบผีเป็นเพื่อนอีกต่อไป อิอิ ลืม แหะ ผมลืมกล่าวคำอำลากะไอ้ชามันนะ บ้ายบายเว้ย ชา

 

อิอิ...ชีวิตคนทุกคนก็เหมือนโรงละครโรงใหญ่นะครับ...มีทั้งมุมมืดมุมสว่าง มุมที่ให้สาระ หรือเหลวแหลก พี่จิม...ทั้งชีวิต และบรรพชน ทำงานเพื่อสังคม โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆ ถ้ากุศลจิตของความปรารถนาดี อันนี้จะส่งแรงก็ขอให้ส่งไปยังเพื่อนพี่น้องร่วมชาติทุกท่านจะได้มีกำลังจิต กำลังใจ ในการฝ่าฟันอุปสรรคในครั้งนี้ให้ผ่านพ้นไปได้

 

สังคมไทยสมัยโบราณเป็นสังคมที่เกื้อหนุนกัน เอื้อเฟื้อกัน แต่เดี๋ยวนี้มีแต่สังคมที่อยากได้ ไม่มีใครอยากให้ ชีวิตของผู้ให้นั้นมีความสุขมากกว่าชีวิตของผู้รับอย่างมากมาย เพื่อนๆท่านใดที่กำลังลังเลใจในการเป็นผู้ให้ พี่จิม...ยืนยันได้เลยว่าสุขจริงๆครับ

 

 

ตอนที่ 12

ชีวิต...ลีมูซีน ของนาย...JIMBO…หรอยจังฮู้

 

อะหะ...พี่น้อง นายจิม...โก้สะไม่มี แต่งตัวหล่อผูกไทร์ ตั้งแต่พิษเศรษฐกิจ ปี 2540 เป็นต้นมา ไม่ได้ผูกเลยเน็คไทร์ อยู่กับกางเกงขาสั้น และน้ำเกลือที่ต้มปลาทู ฟีลลิ่งเก่าๆตอนนี้เริ่มกลับมาแระ ว่าแล้วก็สูดลมหายใจเข้าปอดแรงๆ

 

พอรายงานตัวเสร็จ พี่ที่ปล่อยรถ เค้าให้ใบงานสีเหลืองมาหนึ่งแผ่น ในใบงานนั้นมีรูปรถรอบคันเพื่อเราจะได้ติ้กว่ามีรอยเฉี่ยวชนตรงไหน และมีตารางบอกวันเวลา สถานที่ไปรับ-ส่ง เลขหลักกิโล ราคาค่าโดยสาร มีครบครัน

 

นี่แสดงว่าเค้ามีระบบตรวจสอบที่ค่อนข้างรัดกุม ทุกครั้งที่รถเคลื่อนตัวต้องมีเลขหลักกิโลกำกับ ทุกครั้งพร้อมแจ้งการเคลื่อนตัวไปที่ไหน ช่องตรงท้ายมีช่องลายเซ็นเพื่อให้ลูกค้าเซ็น งานเอกสารเบื้องต้นครบครัน ทะนี้เรามาดูเพื่อนคู่ชีพของเราว่าเป็นอย่างไร

 

รถของเราคือเครื่องมือเลี้ยงชีพ ต้องตรวจดูสะก่อน เดินรอบรถตรวจรอยขูดรอยเฉี่ยวชน มีหรือไม่ ลองสตาร์ทเครื่องดู บรื้นๆๆ เสียงคำรามของเครื่องยนต์ E200 ดีเซล เพราะดีแหะ

 

มาดูแผ่นป้ายหมายเลขทะเบียน ฌข 6 เลขผู้หญิง สวยงามดี แต่มันเสียตรงที่ว่ามันต้วมเตี้ยมไม่ก้าวกระโดด เติมเลขหน่อยดีกว่าเรา ว่าแล้วมิรอช้า ไปหาปากกาเมจิคกันน้ำมา เติมเลข 3 เล็กๆ ตรงท้ายเลข 6 แหะๆ แค่นี้ก็เป็นเลข 9 แล้ว

 

เป็นการเรียกพลังใจในการเริ่มงานในอาชีพใหม่ อิอิ พี่น้องจะเอาไปลองเติมดูก็ได้นะครับ ไม่รู้จะเติมได้อย่างไร มาหาหมอจิม...หมอจิมพอมีความรู้เรื่องโหราฯอยู่บ้าง

 

เรื่องเครื่องมือทำมาหากิน เอาเป็นว่าพร้อมไม่มีอะไรขาดตกบกพร่อง มาถึงตัวเราต้องสำรวจและเตรียมความพร้อมของตัวเรา อย่างแรกเลยคือ ความคิด วัตถุประสงค์ เป้าหมาย นายจิม...เริ่มถามตนเองอีกแล้ว พี่น้องคงรำคาญ จะถามตัวเองอะไรหนักหนาไม่เปลี่ยนมุกมั่งน่าเบื่อ หุหุหุ มันเป็นสันดานโดยอัตโนมัตินะครับ...เพื่อการ Make sure ไงครับ ตอกย้ำตนเองหรือสะกดจิตตนเอง เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ทุกคนชอบบอกว่านายจิม...มีพลังแห่งชีวิต...จริงๆ นายจิม...ก็เหมือนคนอื่นสามัญทั่วไปละครับแต่รู้จักที่จะหาพลังงานที่ซ่อนเร้นในตนเองเอาออกมาใช้แค่นั้นเอง

 

วัตถุประสงค์...ของนายจิม คือ การมาทำงานนี้เพื่อสร้างคอนเน็คชั่นกับชาวต่างชาติ

 

เป้าหมาย... คือการเป็นผู้นำเข้า หรือเป็นผู้ค้าขายกับเมืองนอก อยากโกอินเตอร์ว่างั้นเถอะนายจิม...

 

รายได้... คือผลพลอยได้ ไม่คอนเซนเทรทมากมาย นายจิม...พอมีทุนสำรอง ต้องขอบใจ ไอ้ชา...ผีเพื่อนรัก

 

ครานี้เรามาดูซิว่า นายจิม...จะแปรเปลี่ยน 3 เรื่องหลักที่เราคิดไว้เป็นรูปธรรมได้อย่างไร

 

อย่างแรกเราต้องมาดูก่อนว่า ทำอย่างไรจะสร้างคอนเน็คชั่นได้ เราต้องเดินไปหามันไงครับพี่น้อง แล้วพรีเซ้นต์ตนเอง เดินไปหามันคือมามีอาชีพที่ต้องติดต่อกับคนต่างชาติ อันนี้จบไป

 

พรีเซ้นต์ตนเองอย่างไร คำถามต่อมา เราต้องพรีเซ้นต์ทุกอย่างในตัวเรา เริ่มตั้งแต่รูปกายภายนอก ต้องดูดี สะอาด เท่ห์ สุภาพ รสนิยมดี ให้ลูกค้ามันทึ่งไปเลยว่า เราเป็น พขร. ที่ธรรมดาแต่ไม่ธรรมดา เราไม่อาจปฏิเสธได้ว่าโลกนี้คือละคร คืองานแสดง คงไม่มีใครอยากกินก๋วยเตี๋ยวร้านที่สกปรกหรอก ถึงแม้นหลังร้านจะซกม้กเพียงใด เรามองไม่เห็น ใช่ไหมครับ

 

เป้าหมาย...หรือคือผู้นำเข้า หรือค้าขายอินเตอร์ อันนี้ต้องดูว่า 1 ข้อแรก เราทำได้ดีขนาดไหน มันเป็นเงาตามตัวนะครับ แต่อย่าละทิ้ง ท่องเป้าหมายไว้ให้แม่นๆในหัวสมองให้มันฝังรากไปเลยในก้านสมอง

 

รายได้...ได้ก็ดีไม่ได้ไม่ซีเรียส...จริงก็ซีเรียสเล็กๆแต่ไม่อยากมุ่งหวังกับมันมากนัก ไอ้ครั้นไม่คิดเลยก็ไม่ได้ทุกอย่างเป็นต้นทุน ในชีวิตนายจิม...ไม่เคยทำอะไรไม่คิดทุนต้นทุนและกำไร แม้นกระทั่งการเรียนหนังสือ ยังคิดเลยว่าจ่ายค่าเทอมเท่าไหร่ 1,000 นึงต้องเรียนและกอบโกยความรู้ 2,000 ถึงจะกำไร ไม่ใช่จ่ายค่าเล่าเรียน 1,000 เรียน 100-200 ขาดทุนงามเลยพี่น้อง

 

จัดการกับ Mind ตนเองเรียบร้อย ครานี้ก็ต้องมาเริ่มงานกันแระ ว่านายจิม...จะดำเนินชีวิตอย่างไร จะทำตนให้แฮ็ปปี้กับงานได้อย่างไร พาตนเองบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายได้หรือไม่ ซึ่งจะโม้ให้พี่น้องในท่อนต่อไปละครับ แต่ตอนนี้มีงานด่วนเข้ามาขอทำมาหากินแปปนึงครับ งานหลวงมาก่อนงานราษฯเสมอ จำไว้เด้อ

 

บำรุงซะ...สมองจะได้แล่นปู๊ดป๊าด...

 

 

ขอบคุณครับพี่น้องมอร์นิ่งทุกท่าน มาแว้วว มาฟังผมโม้ต่อเร็วๆๆๆๆๆๆ

 

ขออธิบายภาพสะก่อนนะครับ ลานจอด อยู่ข้างสน.ดอนเมือง ทุกคนต้องจอดรอที่นั่น เวลาเรียกทุกคนก็เอารถออกมารอที่ลานจอดขนาดใหญ่มีตู้คอนเทนเนอร์ด้านฝั่งสนามบิน ใกล้ๆประตูขาออก ที่ตรงนั้นจุรถได้สักประมาณ 20 คัน

 

รถหมายเลข 25...ให้มารับงาน เสียงเรียกตามสายดังออกมาจากลำโพงค่อนข้างดัง ณ ลานจอดรถ ผมรีบวิ่งด้วยความรวดเร็ว แอคทีฟ เจงๆนายจิม เอาใบงานไปลงเวลาแสต้มโป้งลงใบงาน...ไปไหนครับพี่ แกล้งโง่ถามไปงั้นแหละทั้งๆที่รู้...อ้าวก็ที่ชี้แจงตอนอธิบายคุณไม่ได้ฟังหรือ?...ผมหัวเราะแห้งๆพร้อมเอามือลูบกบาล พร้อมทำสายตาแอ้บแบ้ว ขอโทษครับพี่...แกล้งโง่ทำไมพี่น้อง คงสงสัยกระมัง...นี่แหละคือหลักการตลาดของนายจิม ...เอาจิตวิทยามาบวก ทำให้เกิด Interesting point ไงครับ เค้าจะได้จดจำหน้าโง่...เซ่อๆ ของเรา

 

รีบวิ่งเข้ามาในรถจดเลยครับเลขมิเตอร์บอกกิโลเท่าไหร่ เริ่มวิ่งหรอลานจอดใหญ่ ต่อไปนี้ผมให้ชื่อว่าลานจอด A ไปยังลานจอด B คือลานจอดที่สองฝั่งแอร์พอร์ท ระยะทางหรือไม่รู้ เพราะวิ่งวันแรก บรื้นๆๆๆ เสียงสตาร์ทรถดังขึ้น ผมออกตัวด้วยความนิ่มนวล เก็บความเป็นตีนพญายมเอาไว้ รถออกตามมากันเป็นหางราว 10 คัน พอพ้นประตูเท่านั้นละนายจิมเอี้ยดๆเลย มะสนละ...กดคันเร่งสะมิด เพราะไรหรือครับ เพราะเราต้องการทำเที่ยว ใครไปถึงก่อนได้วินก่อน แซงก่อนหนึ่งวินก็ยังดี ไปถึงอิอิ...แซงไปได้แล้ว 3 วิน

 

ก้อกๆๆๆๆๆ เปิดประตูตู้เข้าไปเพื่อเอาใบงานไปส่ง อ้าว...หลักกิโลไม่ได้เขียน นายจิมแกล้งลืมนะ...มุกอีกแล้วครับ เพื่อให้พี่คนที่เค้ารับใบงานจะได้จำหน้าจำชื่อเราไงครับ ขอโทษครับพี่ผมมันคนใหม่ เซ่อๆซ่าๆอย่างงี้แหละ

 

หันมาสำรวจรอบห้อง...อ้ายหยา เสียงอึงมี่เลยพี่น้อง คนเอาหัวมาติดกันประมาณ 4-5 คน บางคนก็นอนกันอัดเหมือนปลาทูนึ่งในเข่งเลยครับ แล้วไอ้ที่เค้าเอาหัวติดกัน 4-5 คน เค้าทำอะไรหว่า พอเอาหัวติดกันสักพัก ก็ก้มๆเงยๆ เสร็จแล้วเอาฝาขวดกระทิงแดงมาส่องดูกัน สงสัยพวกเค้าหาอะไรในฝากระทิง สงสัยจังวุ้ยส์นายจิม รอบวงพวกเพื่อนกลุ่มนั้นมีกระทิงแดงกองรวมกันเป็น 10 ขวด แถมไม่กินอีกแหะ มันเกิดอะไรขึ้น

 

ผมไม่ถามรอดูสถานการณ์ก่อน ว่าแล้วก็เดินไปล้มตัวนอนในเข่งปลาทู เอ้ย มะใช่ ล้มตัวลงข้างเพื่อนๆกลุ่มที่นอน หวัดดีครับพี่ ผมหันไปทักทายพี่คนที่นอนข้างๆ ผมมาใหม่ครับ มีอะไรพี่ช่วยแนะนำผมด้วยนะครับ พี่คนนั้นพยักหน้าหงึก อือ...เค้าจะนอน นายจิมมันเสียมารยาทอะไรหว่า รู้ทั้งรู้...อิอิ ก็มุกเดิมอีกนั่นแหละให้เพื่อนได้จำหน้าเรา

 

จำไว้เลยนะครับเพื่อนๆ การจดจำหรือการสร้าง Interesting point เราสร้างได้ ทั้งบวกและลบ บวกใช่ว่าดีเสมอไป ลบใช่ว่าเลวร้ายเสมอไป อยู่ที่ Mind ของคนนั้น การทำงานในชีวิตลีมูซีน ผมมีเป้าหมายต้องก้าวกระโดด ไม่มีอะไรดีเท่ากับการสร้างเพื่อนสร้างเครือข่าย ให้ได้เร้วเร็วเท่าไหร่ย่อมเกิดผลดีต่อเราทั้งนั้น

 

พลิกตัวมาทางซ้าย เจอพี่อีกคนนอนแต่ไม่หลับ นอนเอามือก่ายหน้าผาก ท่าทางจะทุกข์หรือไม่ก็ไม่ให้แสงเข้าตา ผมบอกกับตนเอง สวัสดีครับพี่ผมมาใหม่ครับ คำแนะนำตัวเหมือนเดิมอีก พี่คนนั้นถามผมว่ามากี่วันแล้ว ผมบอกว่ามาวันแรกครับ อย่าพึ่งท้อละ...เอาละซิเพื่อนคนนี้บอกหมายความว่าอะไร รถมันเยอะนะ เราได้แต่เปอร์เซ็นต์กับทิปจะได้เท่าไหร่กัน? แน่เล่นทิ้งประโยคคำถามในหัวนายจิม...สะแล้ว

 

ผมถามต่อว่ามันแย่อย่างงี้แล้วพี่อยู่ได้อย่างไรละ? ผมยิงคำถามต่อ เราต้องรู้จักทำค่าน้ำ ค่าจอด ทำอย่างไรละครับพี่?...ก็เราต้องไซส์แขกให้ได้ไปโรงแรมที่เราคิดว่ามีค่าน้ำไง เดี๋ยวๆครับพี่เดวผมมา ผมบอกดังนั้นรีบวิ่งไปเอาปากกาสมุดมาจากในรถ จากการที่วิ่งไปเอาสมุดปากกาในรถ ทำให้ผมคิดสเตปต่อมาว่า อย่างงี้เราต้องพกสมุดติดตัวตลอด อาได้การแระ...เดี๋ยวลงกะตอนเย็นเราไปซื้อกระเป๋าแฮนด์แบ้คแบบสะพายหรือแบบคาดเอวดีกว่าเนอะ ไปไหนมาไหนเอาสมบัติติดตัวไปด้วย เข้าทีแหะ

 

ขอโทษด้วยครับที่ให้รอนาน ว่าแล้วนายจิม...ตั้งหน้าตั้งตารอจด พี่เค้าก็เล่าเป็นแกวว่า โรงแรมไหนบ้าง ยกตัวอย่างมาให้ผม 2-3 โรงแรม เค้าบอกว่าโรงแรมเค้าจะให้คูปองมาว่าแขกพักกี่คืน เราก็ได้ตามนั้น เก็บคูปองไว้ให้ดี 3-4 วันโทรไปถามทีนึง หรือบางโรงแรมให้ค่าส่งอย่างเดียว อาจเป็น 50-100 บาทต่อห้อง จดๆ ผมมาสะดุ้งจากการจดเมื่อเสียงเรียก อ้าว เบอร์ 25 เรานะชื่อไรนะ จะรับงานหรือไม่ ไปนู้นเลยเอารถไปประตูทางออกเร็วๆๆ ครับผม พี่ ผมชื่อจิมครับ เออรีบไปสะ

 

ไปถึงก็เอาใบงานไปส่ง แกล้งลืมอีกตามเคยจดเลขมิเตอร์กิโล พอไปยื่นที่เคาน์เตอร์เสร็จปั้บ เคาน์เตอร์ที่ปล่อยรถอยู่ภายในสนามบิน เป็นบู้ทสีเหลืองๆ พนักงานใส่สูทสีเหลืองนั่งอยู่ข้างใน พี่ที่เคาน์เตอร์คนปล่อยรถเงยหน้ามามองผมแล้วยื่นใบงานกลับไม่ยอมเอามาเรียงตามลำดับวิน แล้วบอกว่า ไปจดมาก่อน หน้าตาเรียบเฉย ตามภาษาชาวบ้านเรียกว่ากวนโอ้ยนะครับ ครับๆผม ผมก็รีบวิ่งแบบลกๆๆ ไปดูเลขไมล์ จดๆๆ

 

มาแล้วครับ จากนั้นยื่นใบงานส่งให้พี่เค้า นั่งรอรอเค้าจับผู้โดยสารให้ตามวิน และแล้วเสียงเรียกเบอร์ 25 มาถึง ใจผมตุ้บๆ ตุ้บๆ ประหม่ากับงานแรก เป็นฝรั่งสะด้วย ผมรีบกุลีกุจอ ไปช่วยเข็นรถ Sawasdee ครับ ผมเอ่ยเป็นภาษาไทยพร้อมยกมือไหว้ จะเป็นไงหว่าเนี่ยผมนึกในใจ ตามใบงานให้ไปส่งในเมืองแถวสุขุมวิท ค่าโดยสาร 650 บาท จากนั้น วิ่งมาเปิดประตูรถก่อนอันดับแรกเพื่อให้ลูกค้าไม่ต้องยืนนาน จากนั้น ผมก็รีบเอากระเป๋าเอาใส่รถ วิ่งมาเปิดประตูฝั่งตนเองสตาร์ทรถ ออกตัวแบบนุ่มนวล ถามฝรั่งว่า เค้าต้องการใช้ทางโทลเวย์หรือไม่ เพราะถ้าใช้ ค่าโดยสารรวมทางด่วนไม่รวม โทลเวย์ ผู้โดยสารต้องเป็นผู้จ่ายเอง

 

จากนั้นผมก็แนะนำตนเองเล็กน้อยดูท่าทีผู้โดยสารไปก่อน เปิดวิทยุเบาๆ คลื่น 105.5 อิอิ อย่าเปิดดังนะครับเสียมารยาท อีกอย่างอย่ามองกระจกหลังบ่อยๆเสียมารยาท พร้อมกับอย่าโม้มากเกินงาม เดี๋ยวผู้โดยสารรำคาญ ดูท่าทีด้วย เพื่อนที่อ่านอย่าพึ่งรำคาญบทอธิบายนะครับ เพราะทุกอย่างที่เล่าคือประเด็นที่จะกล่าวในท่อนต่อไปของชีวิตลีมูซีน

 

โพสต์โดย : ดาวราย

เรื่องยาววววววว เลยนะ คุณจิม หนุก ตื่นเต้นดี... ต่อไป ๆๆๆ เรื่อยๆๆๆๆ อ่ะ เดาตอนจบ ไม่ถูก... คอยติดตาม เรื่อยๆๆๆ ต่อไปดีก่า...ขอบคุณ อ่ะ

 

ผมเอาลูกค้าท่านนั้นไปส่งแถวสุขุมวิทเสร็จ เรียบร้อย เอาใบงานให้ผู้โดยสารเซ็นรับว่าตรวจตราสิ่งของไม่มีอะไรสูญหาย จากนั้นเค้าก็ทิปมาให้ 50 บาท อิอิ ได้ค่าข้าวแล้วเรา แองกิ้วเซอร์

 

จากนั้นผมรีบปักหัวกลับแอร์พอร์ททันใด ไม่อ้อยอิ่ง ย้ำๆๆคำว่าไม่อ้อยอิ่ง ถามว่าทำไม ต้องรอชมท่อนต่อไปละครับ มันเป็นประเด็นทั้งนั้น ผมเหยียบคันเร่งกระจายเพราะขากลับต้องวิ่งข้างล่าง บริษัทไม่ได้ชาร์จเผื่อไว้ให้ ที่ต้องรีบเร่งกลับเพราะเราจะได้พาสวินเร็วๆ ชีวิตเราอยู่กับการทำเที่ยววิ่งต่อกะ

 

ปักหัวเข้าที่ลานจอด A ก่อนอันดับแรกเลย รีบเอาใบงานไปส่ง ครานี้ไม่ลืมจดเลขไมล์ละครับ จากนั้นก็จอดรอหาที่ร่ม หลับยังได้เลย แต่นายจิม...ไม่หลับแหะเดินโต๋เต๋แถวนั้น อะได้การหิววู้ยส์ มีเป้าหมายคือร้านอาหารอิสลามสะด้วย แถมมีร้านขายอาหารชนิดอื่นอีก 10 กว่าร้าน เพื่อนๆร่วมอาชีพเดินเข้าออกกันขวักไขว่ ยังนะเราไม่กินดีกว่า ได้ทิปมา 50 บาทเอง เดี๋ยวรอเที่ยวหน้าดีกว่า

 

เดินถัดมาอ้ายหยา...โต๊ะสนุ้กเก้อร์บานเลย หลายโต๊ะสะด้วย อย่างงี้ที่พี่คนนั้นบอกว่าต้องทนรายได้น้อยคงไม่จริงมั้ง ถ้าไม่มีตังค์มันจะเพลิดเพลินอุรากะสนุ้กเก้อร์ได้อย่างไร นี่คือการเริ่มคิดแล้ว ตั้งประเด็นการบ้านให้ตนเอง แล้วคิดต่อว่ามันต้องมีอะไรซ่อนแน่ๆแต่เราไม่รู้แค่นั้นเอง

 

โพสต์โดย : หลี่ปู้เหว่ย

วันนี้ คุณ Thanawut ไม่ส่งน้องอวบคนเมื่อวาน มาคอยนวดนิ้วให้ คุณจิมจะเมื่อยไม๊เนี่ย

 

ผมเดินไปเดินมา มีเพื่อนๆคนขับใหม่นั่งอยู่ 3-4 คน ตรงเก้าอี้แถวยาวๆ ผมนึกในใจ มันจะนั่งกันทำไมหว่ารอเวลาหรือ ไม่ไหววุ้ยส์เพื่อน เราฝากชีวิตไว้กับโชคชะตาทำไม มันเป็นบอลลูน

 

ว่าแล้วผมก็เดินไปหาเพื่อนๆเสื้อใหม่เอี่ยมกลุ่มนั้น อ้าว...เราเคยเจอกันแล้ว นี่ผมโพล้งขึ้นมา เป็นไงบ้างวันนี้ได้ไปที่ไหน ได้กี่เที่ยวแล้ว ผมถามรวม ทุกคนทำหน้าละเหี่ยบอกว่าได้เที่ยวเดียว บางคนก็ส่ายหน้า มันอะไรวะเนี่ย ผมคิดในใจ...มีเพื่อนคนนึงบอกว่าเรานะหวังทิป ไม่ได้ทิป แล้วเราจะทำอย่างไรนี่ อีกคนบอกว่าได้มา 20 เองยังไม่พอค่าข้าวเลย

 

ผมก็ปลอบใจเพื่อนๆว่า ใจเย็นๆครับ เรายังใหม่อยู่มันต้องมีแสงสว่างในที่มืดดิ เดี่ยวเราค่อยๆหาข้อมูลกัน

 

ต้องขออภัยวันนี้ผมโพสต์ช้าหน่อยครับ ทำงานไปด้วยโทรศัพท์เพียบ อิมเมจไม่ค่อยต่อเนื่องนะครับ ใจเย็นๆนะครับ

 

โพสต์โดย : Thanawut

คุณหลี่ปู้เหว่ยครับ...นังหนูมันยังไม่กลับมาเลย...สงสัยหลงทาง

เอะ...ถามคุณจิม เอานังหนูไปไว้ที่ไหน บอกมาเร็ว

 

โพสต์โดย : หลี่ปู้เหว่ย

อ้าว คุณจิม...ใช้น้องอวบนวดนิ้วเสร็จแล้ว ทำไมไม่พาไปส่งคืน คุณThanawut หา ไปคืน ด่วนเลยค่ะ

 

นังหนูกลับมาแล้ว...มันว่า...พี่จิมขี้เหนียวทิป 500 เองมะหวาย...

เอ้าวันนี้แก้ตัวใหม่...นังหนู พ่อใหญ่ทิป5พัน นวดนิ้วมือพี่จิมให้ดีๆล่ะ ประเภทตีลังกาสามชั้นเติมน้ำมันกลางอากาศเลยนะจ้ะ” อิอิ...

 

เผอิญมีน้าคนนึง แกเดินมาเสื้องี้เก่าคลั้กเลย ท่าทางเหมือนคนจีน ผมเอ่ยปากก่อนคนแรก หวัดดีครับอาเจก อืมเสื้อใหม่เลย วันแรกละสิ ครับผมเจก...นั่งหน้าม่อยเชวแต่ละคนแกทักทาย ทุกคนพยักหน้าผมก็พยักหน้าตาม แล้วแกทำท่าเดินจากไป ผมบอกว่าเดี๋ยวครับเจก....เจกมีธุระที่ไหนหรือครับ ถ้าไม่มีผมรบกวนแวบนึง อือ...ไม่มีหรอกมีไรว่ามา

 

เจก...พวกผมมาใหม่ก็หวังทิปกัน ไม่มีทิปก็แย่เลยกว่าจะเงินค่าเปอร์เซ็นต์ออกตั้ง 15 วันนะ แล้วไงละ เจกถาม ผมตอบว่าเจกช่วยแนะนำพวกเราหน่อยสิครับ เจกบอกว่า เวลาพวกคุณไปส่งลูกค้านะ ส่งเสร็จรีบกลับเลยหรือเปล่า ทุกคนพยักหน้า รีบกลับทำเที่ยวละสิ พยักหน้าอีก แล้วเป็นไงมาไม่ค่อยทันใช่ไหมใช้เวลาเยอะ ไมไม่ขึ้นโทลเวย์มาละ ขึ้นได้ไงละเจก...เราจ่ายเองแค่มีค่ารถมาทำงานก็บุญโขละ ขึ้นทีก็ 30 บาทแล้ว เจกตอบรู้แล้วว่าต้องเสียเอง แล้วโง่ไปเสียเองทำไม ไม่ขอแขกละ เอาเข้าไป ผมนึกใครจะกล้าขอ

 

เวลาขาไปส่งนะขอแขก 60 บาทไปเลย ผมเถียง 60 บาทมัน 2 ขานะเจก เออกูรู้แล้ว ก่อนขึ้นแขกมันรู้ไหมว่า 60 บาท บอกเท่าไหร่มันก็เท่านั้น เอาเข้าไปผมทำหน้างงพร้อมเพื่อนๆ

 

ผมถามต่อว่า เดี๋ยวแขกมันโวยเอานะมันมีตัวเลขบอก เอ็งเฉยๆเป็นไหม มันไม่ถามก็อย่าเสือกตอบเดะโง่จริงๆ อ้าวโดนด่าสะแล้ว...ถ้ามันถามก็บอกว่าขากลับเราต้องตีรถเปล่ากลับ รถมันติด ขึ้นไม่ได้ต้องจ่ายเอง เงินเดือนก็ไม่มี รายได้อยู่กับค่าเที่ยวนะ ตีหน้าเศร้าเข้าไว้ทำไม่เป็นหรือ ส่วนเอ็งได้มา จะขึ้นไม่ขึ้นเรื่องของเอ็ง จะเก็บเงินเป็นค่าข้าวก็ยังได้

 

ว่าแล้วก็วงแตกเมื่อเสียงเรียกจากลำโพงดังขึ้นมาอีกว่า รถหมายเลข 25 และ ตามมาด้วยหมายเลขอื่นอีก 4-5 คัน อิอิ...อันนี้เลยเป็นบทเรียนให้เพื่อนๆทุกคนทราบว่า มีปัญหาอย่าเก็บไว้กับตัว ไม่พูดคนที่จะช่วยเราเค้าจะรู้ไหมเนี่ยะ

 

ลืมบอกไปว่าค่าทางด่วนที่ว่า Include ในค่าโดยสาร คนขับต้องสำรองไปก่อนมาเบิกคืนเที่ยวต่อเที่ยว ทำไมต้องรีบบอก อิอิ อันนี้คือเคล็ดลับในการหาค่าข้าวในภายหลัง ตอนนี้พวกเราคลายกังวลมาได้อีกเปลาะนึงละ ได้ค่าข้าวเพิ่มขึ้นมาอีก 30 บาทต่อเที่ยว

 

เราออกรถไปกัน 5 คันโดยประมาณ สูตรเดิมอีกไปที่ลานจอด B รถจอดเพียบ 20 คันเต็มลาน ผมเข้าไปในตู้คอนเทนเนอร์ เพื่อนกลุ่มนั้นยังคงอยู่แต่เปลี่ยนหน้าแล้ว เฮ...เฮ...เสียงเฮลั่นจากเพื่อนกลุ่มนั้น แล้วก็เอาฝากระทิงแดงมาส่องกันมันอะไรหว่า

 

ในตู้คอนเทนเนอร์ มีโต๊ะเล็กๆตู้เย็นใบนึง เป็นร้านค้าย่อยมีบุหรี่ มีกระทิงแดง กาแฟ และข้าวห่อ ข้าวยอดฮิตคือข้าวไก่ทอด ว่าแล้วนายจิมก็ควักตังค์ซื้อสะ 1 ห่อ เพราะมันเที่ยงแล้ว ปริศนาเรื่องขวดกระทิงก็ยังคงทิ้งอยู่ตรงนั้น เดี๋ยว บ่ายโมงมาเฉลย นายจิม...ขอตัวกินข้าวไก่ทอดก่อนนะครับ

 

โพสต์โดย : blablabla

ดีครับพี่จิม อาเจกที่พี่จิมพูดถึงแกพึ่งเสียตอนต้นปีนี่เองครับ

  

หลังจากโซ้ยข้าวไก่ทอดไปสะอิ่มแปร้ หนังท้องตึงหนังตาหย่อนแล้วละ นาฬิกาแขวนฝาผนัง บอกเวลาว่าบ่ายโมงแล้ว ขอนอนสักงีบ มองหาที่นอนก่อนนายจิม...

 

วันนี้หาที่นอนยากส์แหะ คนแน่นตู้เลย แหะเจอแล้วละแต่หนวกหูอิอ่าย เพราะมันอยู่ข้างหลังกลุ่มที่ก้มๆเงยๆดูฝากระทิงแดงกัน ผมก็คงยังไม่สนใจ บอกตัวเราเองว่ากูง่วง...ว่าแล้วเอามือรั้งขากางเกงที่ท่อนขาสองข้างเพื่อล้มตัวนอน พลันใดนั้นเอง...เคร้ง...เคร้ง....

 

กลุ่ม 4-5 คนที่กำลังเฮ...เฮ...หันมามองผมเป็นสาย... แหะๆๆ ขอโทษครับพี่ ผมง่วงไปหน่อย ผมมันซุ่มซ่ามนะครับขอโทษจริงๆ อะไรหรือครับ ก็ไอ้เจ้าขวดกระทิงนั้นแหละ อูยหยู เป็นสิบขวดเลย กองเต็มพื้น ผมนึกในใจดีไม่แตกนะเนี่ยเราต้องมาเสียเวลาทำความสะอาดในตู้สะอีก ผมนึกในใจนะเพื่อนๆ ว่าแล้วกลุ่มนั้นก็หันกลับไป...เฮ...เฮ...กันอีก

 

พอกำลังเคลิ้มๆจะได้ที่ เสียงเรียกมาอีก เบอร์ 25 ไปเร็ว ผมรีบสะบัดหัว อ้าวเฮ้ยนายจิม...มันมึนๆนะ ต้องกินกระทิงแร้วเรา ว่าแล้วก็บอกเพื่อนๆที่กลุ่มนั้น พี่ครับขอโทษครับขอทางนิดนึง ผมจะซื้อกระทิงแดงกิน เดี่ยวก่อน ซื้อที่ผมนี่ เพื่อนที่กำลังเฮ...บอกผมมาดังนั้น ผมขายให้ขวดละ 5 บาท ว่าแล้วผมก็ควักเงินให้ 5 บาทพร้อมรับกระทิงไปขวดนึง ผมไม่มีเวลาถามนะ ต้องรีบไปรับผู้โดยสารก่อน

 

ผมเอารถไปจอดที่เดิมหน้าประตูทางออก เต๋ไปเต๋มาสักพัก ก็เรียกผม อะ ลูกค้าญี่ปุ่นสะด้วย ผมเข็นรถให้เช่นเคย ผู้โดยสารคนนี้เค้าไปโรงแรมเดลต้าแกรนด์ ปากซอยสุขุมวิท 19 ผมจำได้แม่นยำ

 

พอผมจอดรถป้าบ...ชายญี่ปุ่นคนนั้นรีบลงจากรถเดินพรวดๆเข้าโรงแรมไปเลย ไม่สนใจกระเป๋าตนเอง ป้าดนายจิม...ใบงานมันก็ไม่ยอมเซ็นให้เรา ผมรีบเอากระเป๋าลง แล้วบ่นกับเบลที่หน้าโรงแรมว่าดูมันซิ รีบมากจนไม่เซ็นใบงาน ไม่สนกระเป๋า เบลตอบผมว่า พี่มันไม่รีบหรอกพวกนี้มันกลัวนะ กลัวอะไรละ ผมถามตนเองและงง เพื่อนๆงง ตามผมไหมล่ะ

 

เพื่อนๆครับ ญี่ปุ่นกลัวอะไรเอ่ย...มีใครตอบได้มั่ง ใครตอบได้พี่จิม...ให้กระทิงแดงขวดนึง...ญี่ปุ่นกลัวงูหรอ ม่ายนะ ญี่ปุ่นกลัวไฟหรือ ป่าว ก็ไม่ใช่อีก ญี่ปุ่นกลัวระเบิดมั้ง ก็ไม่ใช่อีก คำตอบอยู่ตรงนี้ครับเพื่อนๆ

 

พี่...พี่...เสียงเรียกจากเบล ผมสะดุ้งตื่นจากภวังค์ เพราะมัวแต่นึกถึงคำตอบ...พี่ญี่ปุ่นมันกลัว ทิปุ นะ ทิปุ คือทิป ไงครับ มันกลัวว่าถ้าอ้อยอิ่งเซ็นใบงาน แล้วผมต้องโค้งหัวไม่หยุด แล้วกล่าวคำว่า ไฮ้ ไฮ้...มันต้องควักจ่ายไงครับ

 

เที่ยวนั้นตกลงผมอด ทิปุ ยี่ปุ่นมันกลัวทิป นะครับ ระหว่างทางที่ขับรถกลับแอร์พอร์ท ผมใคร่ครวญถึงขวดกระทิงแดงที่ดื่มนะ ทำไมเค้าขายเราถูกหว่า 5 บาทเอง หรือว่าเค้าเปิดแล้วถึงขายถูก

 

จริงดิ เค้าเปิดแล้วจริงๆ ผมนึกถึงตอนดื่ม เค้าบิดฝาเปิด แล้วมาส่องๆ แล้วปิดอย่างเดิม แน่ๆ แล้วมันส่องอะไรของมันหว่า แต่ทำไมเค้าไม่ดื่มละ เออแปลกวุ้ยส์ เพื่อนที่เคยทำงานที่เดียวกันกับผมถ้าอ่านข้อความนี้แล้วอย่าพึ่งเฉลยนะ เดวไม่สนุก

 

ผมขับรถเข้าจอดที่ลานจอดอย่างเดิม เพื่อรอเรียกตามเคย ครานี้นายจิมได้นอนสักทีแหะ หลับไปพักใหญ่ ประมาณ 5 โมงเย็นได้มั้ง เสียงเรียกเบอร์ 25 ตามมาด้วยเบอร์อื่นๆ ครานี้เรียกเป็นตับเลยครับ 20 คันเห็นจะได้ เสียงเครื่องยนต์กระหึ่มลานจอด เหมือนสนามรถแข่งประมาณนั้น บรื้น บรื้น เอี้ยดๆๆ เสียงล้อหมุนฟรีกันเป็นแถวๆ ผมนึกในใจมันจะรีบไปทำหอกอะไรของมันหว่า

 

เอาละหว่า มึงเอี้ยดๆกูก็เอี้ยดมั่ง กระชากตัวออกรถกันเร็วพลัน ซิ่งแข่งกันมาฝั่งแอร์พอร์ท พอมาถึงลานจอด ไม่มีรถสักคัน ลานนี้ว่างเปล่าทีเดียว คนขับรุ่นพี่ๆวิ่งกันกระหืดหอบ ไปที่ตู้พร้อมใบงาน กูวิ่งมั่งดิ ผมวิ่งไปแสตมป์ คนปล่อยรถ บอกว่าเร็วๆ รถกำลังขาดช่วง

 

ผมวิ่งมาจอด เจ้าหน้าที่หน้าเค้าน์เตอร์ไม่นั่งข้างในแล้วมายืนหน้าประตูขาออกเลย พร้อมตรายางอันเล็กๆและแสตมป์แพด ผู้โดยสารรอคิวยาวเพื่อขึ้นรถ เสียงพี่เดช คนคุมรถตระโกนว่ารีบไปรีบกลับ ค่าทางด่วนโทลเวย์ขากลับเอามาเบิกได้

 

ครานี้ของผมเป็นฝรั่งคู่ขึ้นมาไม่พูดพล่ามทำเพลง จุฟฟฟ จ้วฟฟฟ กันดูดดื่ม ผมไม่รอช้ากระชากรถออกเลย งานนี้ผมไปโรงแรมมณเฑียร ริเวอร์ไซด์ ฝรั่งคู่นี้ไม่สนใจว่าโลกนี้เป็นเช่นไร มีเพียงฉันและเธอ ตั้งหน้าตั้งตา จ้วฟฟกันสถานเดว ผมนึกในใจ มันจะรอถึงโรงแรมก่อนไม่ได้ไง

 

ผมกระชากรถขึ้นโทลเวย์ไม่ถามละว่าต้องการขึ้นหรือเปล่า เพราะเราต้องรีบตีกลับมา ค่าทางด่วนโทลเวย์เคลมได้หมด กดสะมิดคันเร่งเป็นพายุ โยนซ้ายทีขวาที ฝรั่งมันก็ไม่สนใจคงตั้งหน้าตั้งตา จ้วฟฟฟฟ อย่างเมามัน ผมนึกในใจเที่ยวนี้เราจะได้ทิปหรือป่าวเนี้ยะ ขับสะขนาดนี้

 

ลงถนนพระราม 3 ตรงสะพานแขวนนั้นแหละ เลี้ยวขวาอย่างแรงจนตูดรถกระดก วิ่งขึ้นแลมป์ไปจอดหน้าโรงแรม ฝรั่งสองคนมันรีบลงจากรถ ผมรีบวิ่งเอาใบงานไปให้มันเซ็น พร้อมแนบบิลค่าโทลเวย์ไปด้วย มันบอกว่า You sign by your self พร้อมแนบแบ็งค์พันให้ใบนึง มันรีบก้าวฉับๆหายวับเข้าโรงแรมไปทั้งคู่ เบลช่วยกันยกกระเป๋าลง ผมก็ยังงองูสองตัวกับมันแหะ

 

กลับมาถึงแอร์พอร์ท ไม่เข้าลานจอดละ เวลาตอนนั้นประมาณ 6 โมงครึ่ง เพราะรถขาดช่วง วิ่งปรู้ดเดวถึงหน้าประตูทางออก พี่เดช แกก็ยังยืนกำกับรถตรงนั้น ครานี้ผมได้เที่ยวสั้นนิดเดียว โรงแรมหลุยส์ อีบีน่า ตรงแยกหลักสี่ หลังโรงงานฟิลิปส์ บ้านมนตรี พงศ์พานิช อยู่ในซอยนั้นแหละ ค่าโดยสาร ไม่แพง 500 บาทเองครับ ส่งเสร็จได้ทิป มา 50 บาท

 

ส่งเสร็จผมกลับมาที่ลานจอดหมดเวลาแล้วครับสำหรับงานลีมูซีนวันนี้ เพราะรถกะกลางวันเปลี่ยนกะกัน 2 ทุ่มตรง ผมมารับเชลฟีดการ์ดเพื่อไปเติมน้ำมันและล้างรถ ค่าล้างก็ 50 บาท

 

วันนี้ผมมาเช็คเงินค่าทิป กับค่าลักไก่โทลเวย์ พร้อมกับนับจำนวนเที่ยว ไม่เลวเลยครับสำหรับวันแรกครับ ผมเอารถเข้าเก็บที่ลานจอด เสร็จสรรพ เจอหน้าคู่กะ อ้ายหยา ไอ้ตัวเล็กที่ไปสอบด้วยกันมันแต่งตัวเหมือนผมสะด้วยแถมหล่ออีกตัวมันเตี้ยราว 155 ได้มั้ง

 

อ้าวเฮ้ย...เราเจอกันอีกแล้ว ดีใจละพี่มาคู่กับเธอ ว่าแล้วผมก็ส่งกุญแจรถให้มันไป พร้อมกับบอกมันว่าโชคดีวุ้ยส์ สำหรับวันแรกของเอ็ง แล้วก็ได้เวลากลับบ้านของผมแล้วละ เจอกันใหม่นะเพื่อนๆ พรุ่งนี้เจอกันทุกท่าน จุฟฟฟฟฟ จ้วฟฟฟฟ

 

ขอบคุณท่าน BLABLA ที่ส่งข่าวเรื่องอาเจกที่เสียไป แกเป็นพี่ใหญ่ที่ดีมากที่สอนวิทยายุทธ์ให้กับพวกเรา ขอแสดงความเสียใจมานะที่นี้ด้วย ขอให้ดวงวิญญาณของอาเจกจงสู่สุขติ ตอนนี้พี่จิม...ไม่ทราบว่าไอ้เจี๊ยบลูกของแกยังดำเนินชีวิต ตามรอยเท้าพ่ออยู่หรือไม่?

 

 

ตอนที่ 13

หากินง่าย...ง่าย...กับลีมูซีน อย่างนาย JIMBO

 

ผมก็เซ่อ...เซ่อ ซ่า...ซ่า...กับชีวิตของลีมูซีน ย่างเข้าวัน 3 หากินตามกรอบตามระเบียบ ไม่โลดโผนอะไร มีสมุดมีปากกาก็นำมาจดทุกครั้งเวลามีเพื่อนรุ่นพี่เล่าอะไรให้ฟัง ว่าโรงแรมไหน มีค่าน้ำมั่ง ไม่มีมั่ง เวลาเจอ อาเจก ทีไรผมก็หาเวลาสุมหัว คุยกับอาเจก อาเจกบอกว่า...พวกเราลีมูซีน แอร์พอร์ท เรามีเวลาไม่มากที่จะอยู่กับแขก มีเวลาประมาณ 45 นาที - 1 ชั่วโมงเท่านั้น

 

อีกอย่างแขกนั่งเครื่องมาหลายชั่วโมงเหนื่อยมาแล้ว เค้าอยากเข้าโรงแรมให้เร็วที่สุด ชีวิตของพวกเราไม่เหมือนลีมูซีนหน้าโรงแรม แขกพักผ่อนเต็มที่ วันรุ่งขึ้นถึงออกเที่ยว แล ลีมูซีนมีเวลาอยู่กับแขกนาน จะไซ้ส์แขกไปตัดสูท ไปซื้อจิวเวอร์รี่ ไปช้อปตามสถานที่ต่างๆ พวกลีมูซีนโรงแรมจะได้ค่าจอด ค่าน้ำ พวกเราจึงต้องงัดสารพัดวิธีเพื่อผูกใจแขก เพื่อวันรุ่งขึ้นจะได้เรียกใช้พวกเราอีก

 

เสียงลำโพงค่อนข้างดัง ก็ประกาศอีกครั้งหนึ่ง หมายเลข 25 และตามด้วยหมายเลขอื่นๆอีกมากมาย นายจิม...ก็วิ่งไปจอดที่ลานจอด B เช่นเคยปฏิบัติมา ครานี้เริ่มเก๋าแล้ว ไม่เคาประตู สวัสดีครับพี่ ผมยกมือไหว้พี่ที่เค้าปล่อยรถ เออไหว้พระเถอะ อิอิ นายจิม...เป็นอิสลามจะไหว้พระที่ไหนหว่า ผมนึกในใจ ครานี้ผมไม่นอนแหะ เริ่มตีซี้กับพี่ที่เค้าปล่อยรถ อ้อ ลืมบอกไป พี่เค้าเป็นเจ้าของมุมขายของในตู้คอนเทนเนอร์ด้วย

 

พี่...ครับ ไอ้ที่เค้าก้มๆเงยๆ และส่องฝากระทิงแดงนะเค้าทำอะไรกัน ผมอยากทราบ อ๋อ...พี่เค้าตอบ เค้าส่องเลขกันนะ เอาละซิ ส่องทำไม เลขหวยหรือครับ ไม่ใช่พี่เค้าบอก เค้าส่องเลข แต่ละเลขในฝากระทิงมันไม่เหมือนกันทุกฝา แล้วเค้าส่องกันเพื่ออะไร ผมถามต่อแบบไม่รอช้า เค้าเล่นพนันกันนะ ใครได้เบอร์ใหญ่กว่าชนะ ใครแพ้จ่ายค่าพนัน พร้อมค่ากระทิงแดง หรือบางทีก็จับเลขมาบวก เป็น สูง กลาง ต่ำ นะ อ้าวเฮ้ย...โม้อยู่ได้ จะวิ่งงานไหม ไปได้แล้วนายจิม...ถึงวินตนเองแล้วละ

 

อะครานี้ได้แขก ขอย้ำว่าแขกจริงๆ เป็นแขกอินเดีย อ้ายหยากระเป๋าใบบักเอบเลย 4ใบนะพี่น้อง ยัดใส่ท้ายได้ 2 ใบ อีกใบวางเบาะหลัง และใบสุดท้ายวางที่นั่งด้านข้างผม ส่วนตัวแขกนั่งเบาะหลังด้านซ้าย

 

Good morning Sir แหะนายจิม...ลืมสุภาษิตโบรานที่ว่า ตีงูให้ตีแขกก่อน ไว้ชั่วขณะ กระแดสำเนียงฝรั่งสะด้วยเรา เพื่อจะให้ได้รู้ว่าคนขับรถเมืองไทยไม่ใช่ขี้ไก่นะเฟ้ย...ครานี้มันตอบผมกลับ แถมชวนคุย อะไอ้นี่ไม่ถือตัววุ้ยส์ ผมนึกในใจ ผมถามต่อว่า Where are you come from คุณมาจากไหนหรือ ตอบว่ามาจากอังกฤษ ป้าด...มิน่าเล่าถึงแต่งตัวดี น้ำหอมมีรสนิยมเชว ไม่ใช่กลิ่นน้ำมันจันทน์แบบพวกอินเดียใส่กัน

 

และแล้วเค้าก็ชวนผมคุยเรื่องทำธุรกิจเสื้อผ้า ผมก็ให้ข้อแนะนำเค้าไปอย่างดี อิอิ...นายจิม...คงสานฝันตนเองได้แระ ผมนึกในใจ เป้าหมายใกล้ความจริงสิเรา เค้าถามเรื่องพิธีกรรมนำเข้าส่งออก ว่าทำอย่างไร อิอิ นายจิม พอมีความรู้บ้าง งูๆปลาๆ แค่ X-WORK FOB CIF C&F เท่านั้นแหละ นอกนั้นเพื่อนมันทำเป็นมืออาชีพ ผมกะฟันค่าคอมฯจากเพื่อนนะ ว่าแล้วเค้าก็จดเบอร์โทรของผม แล้วบอกว่า ไอจะติดขัดอะไร จะติดต่อยูนะ แล้วเอามือตบบ่าผม เสร็จโจรละกู ผมนึก อิอิ พี่น้อง

 

ถึงอพาร์ทเม้นท์ ซอยสุขุมวิทซอย 1 ที่พำนักของแขกรสนิยมดีท่านนี้ ผมนะช่วยแบกกระเป๋าใบเบ้อเหิ่ม 4ใบสะหลังแอ่น ไม่มีเบลนะพี่น้อง พอแบกเสร็จ อะ ยืนรอสะด้วยไม่เหมือนญี่ปุ่น สงสัยทิปหนักวุ้ยส์เรา ผมรีบเอาใบงานให้แขกนั้นเซ็น พอเซ็นเสร็จแขกผู้นั้นเปิดกระเป๋าใบเล็กๆเท่าฝ่ามือ แล้วหยิบเหรียญบาทออกมา 2 เหรียญ ยื่นให้ผม ผมมองหน้าด้วยความโกรธ แต่ไม่แสดงออกทางสีหน้า เอามือมาดิ เค้าพูดเสียงเย็นๆ ไอทิปยู

 

ผมก็ยื่นมือไปพร้อมแบมือออก พอเค้าหย่อนเหรียญลงบนมือผม ผมกางนิ้วมือออกตั้งใจให้เหรียญมันหล่น เสียงเหรียญหล่นกริ้งๆๆ วิ่งไปตามถนน

 

อินเดียคนนั้นมองหน้าผมเหมือนโกรธคืน แต่มันคุมอารมณ์ไม่อยู่ มันตะคอกผมว่าทำอย่างนี้ได้อย่างไร ผมไม่ตอบพร้อมเอามือล้วงกระเป๋าเสื้อหยิบแบ็งค์ 100 มาส่งให้อินเดีย แล้วบอกว่า I tip for you You are very good guy อินเดียงงละ

 

พี่น้องมันทำหน้าฉงน ผมเลยบอกต่อว่า I’m not beggar Please have to change your coin to Thank you I feel better than this แปลว่า ฉันทิปเพื่อคุณ คุณคือชายที่แสนจะยอดเยี่ยมกระเทียมดอง ฉันไม่ใช่ขอทาน ได้โปรดเปลี่ยนเหรียญของคุณ เป็นคำว่าขอบคุณ ฉันจะรู้สึกดีกว่านี้ ว่าแล้วอินเดียท่านนั้นก็กระแทกเสียงใส่ผมว่า Thank you แล้วมันก็เดินงุดๆพร้อมส่ายหัวดิ้กๆๆ เข้าอพาร์ทเม้นท์ไป

 

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อย่าคิดฟันแขก เพราะแขกมันจะฟันเรา ผมก็หันหัวกลับแอร์พอร์ททันที เดี๋ยวเรามาดูกันต่อในท่อนต่อไป ขออนุญาตนายจิม...ดื่มกาแฟก่อน แปปนึงครับ

 

กลับมาถึงแอร์พอร์ทลานจอด A ผมหัวฟัดหัวเหวี่ยงกะครามะกี้ บ่นปอดแปด เฮ้ย...ไอ้จิม เป็นไรฟะ ผมบ่นให้เพื่อนๆฟัง เพื่อนมันบอกว่า กูบอกมึงแล้วว่า ตีงูให้ตีแขกก่อน แล้วเป็นไงละมึงเจอ 2 บาท ผมบ่นต่อแม่มดูถูกคนไทยอิอ่าย เพื่อนอีกคนสอดว่า บ้านมันจนนะ มันเลยนึกว่าเงินมันนะใหญ่

 

เซ็งโว้ย...ไปก่อนวุ้ยส์ ผมบอกเพื่อน ว่าแล้วก็เดินไปห้องน้ำ ทำธุระกินน้ำปัสสาวะเสร็จ ผมเดินกลับผ่านหน้ารถคันหนึ่ง...อ้าว สวัสดีครับอาเจก อาเจกแกนอนเล่นในรถนะ ผมก็เลยเข้าไปทักทาย อาเจก...ถามว่าไปทำไรมาหน้าเหมือนตูด ผมก็เล่าให้แกฟัง แกพยักหน้าพร้อมบอกว่าใจเย็นๆ ลูกค้ามีหลายรูปแบบ อย่าให้อารมณ์ขุ่นมัวมันติดตัวเรา ยิ้มเอาไว้ เดี๋ยวเที่ยวหน้าคงดีละ ว่าแล้วผมก็โม้กับแกไปสารพัดเรื่อง ขณะที่โม้กับแก พลันสายตาผม เหลือบไปเห็นใบปลิวสี่สี กระดาษอาร์ทมันอย่างดีเพียบเลย เหน็บอยู่ข้างประตูรถของอาเจก

 

ด้วยความที่เป็นคนสอดรู้สอดเห็นอยากรู้อะไรนายจิม...ต้องรู้ให้ได้ ถามเลยครับ เจกๆ ใบอะไรนะครับ อ๋อ...ใบโบชัวร์นะ ว่าแล้วแกไม่พูดต่อแต่เอามือหยิบใบโบชัวร์นั้นติดมือมายื่นให้ผมดู 2-3 ใบ

 

ผมพลิกดูไปมา อั้นแน่เจก...แก่แล้วยังคึกอยู่อีกหรอ ผมเย้าแกเล่นนะ เจกบอกว่าทะลึ่งเดวปั้ดเขกกบาลแตก ใบโบชัวร์นั้นเป็นใบของสถานอาบอบนวด อิอิ มีหมดตั้งแต่โพไซดอน เอมมานูเอล พลาซ่า แล้วพวกร้านคาราโอเกะเพียบเลย มีแต่รูปสาวแต่งตัววับๆแวมๆ เห็นแล้วปลุกใจได้ระดับหนึ่ง

 

เจกเอามาทำไมนะ ผมถามต่อ เจกบอกว่าเอามาให้เผื่อพวกลูกค้าหื่นที่มันสนใจนะ เราจะได้พามันไปฟันค่าน้ำ ผมทำท่าวิเคราะห์พิจารณารูปและโบชัวร์เหล่านั้นพร้อมพยักหน้า อาเจก ขอผมใบดิ เจกมะตอบอีกแต่เอามือไปล้วงออกมา อ้ายหยาสิบกว่าใบ เอ็งเอาไปเหอะ ข้าฯให้ แองงิ้ว ครับเจก จุฟฟฟฟ ทะลึ่งไอ้นี่ ว่าแล้วผมก็หลบออกไปกลัวแกลุกขึ้นมาเตะ

 

เสียงเรียกเบอร์ 25 อีกละ ไปเลยครับลานจอด B เอี้ยดๆเสียงประตูตู้คอนเทนเนอร์เปิดมาอีก พวกเพื่อนกลุ่มส่องฝากระทิงก็ยังคงส่องต่อกันไปเสียงเฮ...เฮ...ลั่นสนั่นห้องเหมือนเดิม ผมไม่ได้สนใจการพนันเพราะชีวิตนายจิม...ไม่เล่นการพนัน

 

ไปนั่งโม้กับพี่ที่ขายของอยู่อีก โม้ไปสัพเพเหระ โม้ไปตาผมก็มองไปที่เพื่อนกลุ่มที่เล่นอยู่นั่น ผมถามพี่ที่ขายของว่า วันนึงขายกระทิงได้กี่ขวด พี่เค้าบอกว่าหลายร้อยขวดทีเดียว เฉพาะขวดที่เปิดส่องอยู่นี่ 2-300 ขวดทีเดียว เปิดแล้วเค้าเอาไปไหนละ พี่เค้าตอบว่าก็หนีบๆกันไปของใครของมัน ไม่รู้เอาไปไหนต่อ เอาไปแจกเพื่อนมั้ง พี่เค้าตอบ

 

อ้าว ไปได้แล้วเบอร์ 25 งานเข้าแล้ว คราวนี้ผมได้ลูกค้าญี่ปุ่นอีกครา ไปส่งในเมืองนั้นแหะ พอขึ้นรถได้ ก็นั่งชี้โบ๋เบ๋พูดบ่นคนเดียว เอามือมาเขียนอะไรไม่รู้บนอากาศ พูดเสียงดังสะด้วย ป้าด...ไอ้นี่ท่าจะบ้าผมนึกในใจ

 

เจ้านี้พูดแบบนี้ประมาณ 10 นาทีเห็นจะได้ ก็หยุดเงียบสักพักนึง ครานี้เอ่ยปากถามผมว่ารู้จักธนิยะไหม ผมตอบว่าเยสเซอร์ เค้าบอกว่า สาวไทยสวยงาม ฮอตแอนด์สไปซี่ ผมพยักหน้าเห็นด้วยแต่ไม่เม้นท์ เดวเสียภาพพจน์สาวไทย

 

ผมไม่ตอบแต่ผมหยิบโบชัวร์มาวางที่วางแขนตรงกลาง ญี่ปุ่นท่านนั้นรับหันมามองตามมือผม ผมนึกในใจเสร็จกูแน่...ญี่ปุ่นถามว่าขอดูหน่อยได้ไหม ผมพยักหน้า ไม่รอช้ารีบเลยครับพี่น้องคว้าทันใด พลิกซ้ายขวาดูท่าทางสนใจเป็นอย่างมาก ว้าว...อิจิบัง ซวย ซวย สวยนะครับต่างชาติพูดไม่ชัด

 

ให้ฉันได้ไหม ผมพยักหน้าว่าได้ ด้วยความเซ่อของผม ผมก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ พอรถถึงโรงแรม เอาใบงานให้เซ็น เค้าทิปมาให้ผม 20 บาท แล้วก็จากไป ผมนึกอีกมันบอกว่าสนใจ ทำไม มันไม่มีภาคสองต่อละ เราจะได้เก็บค่าน้ำเที่ยวเดียวกลับบ้านสบาย ช่างมัน...ในใจนายจิม เที่ยวหน้ายังมี

 

เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก ผมทำงานครบ 7 วันแล้วครับ ถึงคราเปลี่ยนมาขับกะกลางคืนบ้างละ วันเปลี่ยนกะผมต้องควงรถ กลางวันต่อกลางคืน

 

ผมก็ยังหากินแบบเซ่อๆของผม ลูกค้าท่านใดขอใบโบชัวร์ผมก็ให้ แล้วมันก็จากไปอย่างงี้ทุกราย ให้มันได้อย่างนี้ซิ แล้วผมจะทำอย่างไรละ จะเก็บค่าน้ำที่ไหน มันเล่นไปเที่ยวของมันเอง ไม่ได้การละนายจิม...อย่างงี้กินแห้วตลอดกาลดิ ว่าแล้วไม่รอช้า รีบไปซื้อคัตเตอร์มาอันนึง จัดแจงพิมพ์เบอร์โทรผมลงไปในเวิร์ด แล้วปริ้นท์ออกมาเป็นแผ่นเล็กๆเท่าริบบิ้น เอามาทำอะไรหรือครับ อิอิ รอแปป โทรศัพท์มานะ ขอรับสายแปปเดวนะครับ

 

จัดแจงเอาคัตเตอร์มากรีดตรงที่ For taxi เอาออก ยี่ห้อร้านที่อยู่เอาออกสะ เสร็จแล้วเอาเบอร์โทรผมแปะลงไป แค่นี้ก็ใช้งานได้แล้ว พวกนี้จะได้ไม่รู้ที่อยู่จะได้ให้เราพาไป

 

ณ ลานจอด B ผมก็คงเดินขึ้นลงตู้คอนเทนเนอร์อยู่นั้นแหละ พวกเพื่อนๆก็เฮ...เฮ...ตามเรื่องกับฝากระทิงแดง กะกลางคืนมีเวลามาก เลยเล่นกันอย่างนั้นแหละ ผมก็มองเจ้ากองขวดกระทิงแดงว่าเราน่าจะจัดการกับมันอย่างไรดี

 

และแล้วสมองก็แล่นปรู้ด อา...ได้การแระ ไปรับซื้อดีกว่า ซื้อทั้งหมดนั้นแหละ ไม่รอช้าทันใด เปิดตู้เลย จ๊ะเอ๋...กะพี่คนนึงเค้าเล่นเสียแบกขวดออกมา 10 กว่าขวด เดินสวนออกมา พี่...เสียมาหรอครับ หน้ายุ่งเชว...เออ ดวงซวยอิอ่าย หมดตูดเลย ดูเดะกินกระทิงแดงแม่มแทนข้าว

 

พี่ครับแล้วพี่จะแบกกระทิงไปไหนละ พี่แกไม่ตอบเอาไปกินไป แกให้มา 2 ขวด เฮ้ยพี่เอามาให้ทำไม พี่ยิ่งไม่มีตังค์กินข้าวอยู่ด้วย เอางี้พี่ไม่มีตังค์กินข้าวเอาเป็นว่าผมซื้อพี่ทั้งหมดนี่แหละ ขวดเท่าไหร่ดีครับ พี่แกทำท่านึก แล้วบอกมาว่าแล้วแต่จะให้ละกัน ผมควักให้แกไปขวดละ 8 บาท พี่เอาไปเท่านี้นะ เดวผมเอาไปแช่ตู้เย็นค่อยๆทยอยกินนะ

เบอร์ 25 ไปได้แล้วโม้อยู่นั้นแหละ เสียงพี่ที่ปล่อยรถเปิดประตูตู้ออกมาผมรีบบึ่งไปรับลูกค้าเลยครับ

 

ครานี้ญี่ปุ่นอีกแหะ ผมนึกในใจมันจะมาอะไรกันนักหนาหว่าเนี่ย...ครานี้มากัน 2 คน เด็กหนุ่มประมาณ 30 ต้น 20 ปลาย ไม่ยอมขึ้นรถแหะยืนสูบบุหรี่โม้กันก่อน มันคุยกัน อาริงาโตะ โตโยต้า ฮอนด้า ยามาฮ่า ไรทำนองนี้แหละผมฟังไม่ออก ท่าทางมันคึกคัก...น่าดู สายตาแวว...วาว...วับ แต่งตัวดีหล่อภูมิฐาน กลิ่นน้ำหอมบอกได้เลย สองคนนี้เพลย์บอยหงิมๆ

 

ขึ้นรถเสร็จเงียบ ไม่พูด อ้าวมะกี้เห็นคิกคัก กันดีนัก นายจิม...คิด...คิด...ผมชวนคุยก็เงียบไม่ตอบอีกแหะ...ฟอร์มมากนัก ไม่คุยก็ไม่คุย ไม่ง้อวุ้ยส์ ผมคิดในใจ เราจะลองแผน 2 ที่เตรียมไว้ดีป่าวหนอ...ไม่ลองไม่รู้วุ้ยส์ โชคเข้าข้างแหะ รถติดแถวแยกมติรสัมพันธ์

 

ว่าแล้วผมก็หยิบใบโบชัวร์ขึ้นมาใบหนึ่ง คิดว่าปลุกใจกระฉูดแน่ๆ เอาขึ้นมาทำอะไร พี่น้องคง...งง ว่านายจิมจะเล่นอะไรใช่ไหม...ไม่พูดพล่ามทำเพลง ยกขึ้นมาสูงๆ เอานิ้วดีดที่แผ่นโบชัวร์ ทำท่าเป็นดูและสนใจในแผ่นนั้น ดูเหมือนว่าโลกใบนี้ของข้าฯคนเดียว ดูสักอึดใจนึงผมก็เอามาวางตรงที่พักแขน เท่านั้นแหละพี่น้องได้เรื่องเลย

 

ญี่ปุ่นคนที่ท่าทางขี้เล่น เอามือมาหยิบเลยครับ ไม่ขออนุญาตใดๆ คว้าไปปุ้ป เปิดเลย ซ้ายขวาหน้าหลัง ผมนึกไอ้นี่ พ่อแม่ไม่สั่งสอนเลย จากนั้นเปิดแบบค้นหาเลยครับ พลิกอยู่นั้นแหละ มันหาอะไร มันหาทำไม

 

แล้วถามผมเป็นภาษาไทยแหะ ทีงี้พูดไทยได้เชียวนะ ผมนึกอีก ที่ไหน แวร์ๆๆ ที่ไหน ผมยิ้ม พร้อมทำท่าติ้กต้อก แล้วหันไปบอกว่าจำไม่ได้ เดวขอนึกก่อน แล้วผมก็เงียบ ชักอยากรู้แระใช่ไหม ญี่ปุ่นนั้นซักอีก คิดๆๆ ที่ไหนละ ผมตอบว่า ซอร์รี่ จำชื่อร้านไม่ได้ แต่จำทางได้ ญี่ปุ่นถามผมต่อว่าถนนอะไร ผมตอบอีกว่าจำชื่อถนนไม่ได้อีก แต่ฉันพายูไปได้นะ

 

เจ้ายุ่นหนุ่มนั้นพยายามอีก ถามว่าคุณพยายามนึกนะว่าถนน อะไร ชื่ออะไร อิอิ จะหัวหมอกะเราละซิ ไม่มีทางได้กินหรอก ผมตอบว่าขี้เกียจนึกเสียเวลา เอาเป็นว่าถ้าคุณสนใจจริงๆ ผมจะพาไป ผมไปถูกจำทางได้

 

ญี่ปุ่นฉลาดแหะพี่น้องไม่ยอมให้ผมพาไปสถานเดว ท้ายสุดไม่รู้จะทำอย่างไร เอ่ยปากขอโบร์ชัวร์เลยครับ ให้ฉันได้ไหม ผมตอบว่าได้ แต่อันนี้ฉันไม่ได้มาฟรี ต้องซื้อต่อมาจากสถานบริการแห่งนั้น เค้าขายเพื่อไปเสนอขายแก่ลูกค้า ญี่ปุ่นทำท่างง คุณซื้อมาเท่าไหร่ เค้าถามผม ผมตอบว่าซื้อมา 200 บาท แต่ถ้าคุณอยากได้จริงๆ ผมขายต่อให้ เพราะดูมาหลายรอบแล้ว 100 บาทพอ

 

เท่านั้นแหละ เค้าก็ควักเงินให้ผม 100 บาท เป็นค่าโบชัวร์ อิอิ เสร็จโจรไปอีกราย ถึงโรงแรมส่งเสร็จ ทิปมาให้ผมอีก 20 บาท ครับพี่น้องผมก็ใช้วิธีหากินแบบนี้แหละ พาไปอาบน้ำมั่ง ขายโบชัวร์มั่งไปตามเรื่อง เดวมาโม้ต่อนะครับ ตอนบ่ายโมง ตอนนี้ขอตัวไปทานข้าวกับลูกค้าก่อน

 

มาแว้วววว ขอประทานโทษที ที่มาช้า ลูกค้าสาวสวยนะ ดึงเวลาหน่อย อิอิ

 

ผมวิ่งกะกลางคืนส่งกะ 8 โมงเช้า เช้าวันหนึ่งเวลาประมาณ 7 โมงเช้าโดยประมาณ เที่ยวสุดท้ายสำหรับนายจิมวันนี้ก็ว่าได้ รับผู้โดยสาร เป็นผัวเมียคู่หนึ่ง เป็นชาวมาเลเซีย ไปย่านสีลม ผมถามเค้าว่าจะใช้โทลเวย์หรือไม่ เพราะช่วงเวลาขณะนี้เป็นเวลาเร่งด่วน คุณสามีตอบว่า No need ไม่รีบอะไร ดูมันดิ ความงก เราจะรีบกลับบ้านก็ไม่ได้

 

ผมออกจากแอร์พอร์ท รถพอไหลไปเรื่อยๆไม่มีปัญหา ผมวิ่งอยู่ด้านในไม่ใช่คู่ขนาน พอวิ่งมาถึงประมาณแยกลาดพร้าว รถเริ่มติดมากขึ้น ผมได้ยินเสียงกระสับกระส่ายมาจากด้านหลัง มันอะไรหว่า ผมได้ยินเสียงซุบซิบเป็นภาษามาเลย์ ผมไม่ได้สนใจอะไร สมาธิของผมอยู่ที่การขับรถ และด้วยความง่วงผมก็อยากกลับบ้านเต็มที่แล้ว อยากส่งให้จบไปเร็วๆสะ

 

สักพักนึง พ่อคุณสามีบอกว่า เข้าด้านในได้ไหม เข้าไมหว่า ผมนึกอีก เราจะรีบไป ผมบอกว่าไม่ได้หรอกไม่มีทางเข้าอีกนาน จะมีอีกทีก็เกือบแยกต่อไปละ พยักหน้าไม่ตอบแหะ รถก็ติดละ แม่คุณภรรยากระสับกระส่ายขนาดหนัก ครานี้พ่อสามีบอกว่าได้โปรดเถอะ หาแอบข้างทางเถอะภรรยาผมไม่ไหวแล้ว ผมบอกอะไรนะภรรยาคุณปวดท้องหรือ ครานี้พ่อสามีพยักหน้า ผมบอกว่าจะมีปั้มอีกทีต้องสุดทางนี้ ดินแดงนะพี่น้อง ถึงจะมีปั้ม พอทนไหวมั้ย เค้าพยักหน้าอีก เหงื่อเม็ดเล็กๆผุดมาเต็มหน้าภรรยา

 

ผมได้แต่ภาวนาให้ถึงดินแดงเร็วๆเห็นใจเค้า รถติดแทบไม่ขยับเลย อ้ายหยาทำไงดีหว่า เสียงผ่อนลมหายใจทางปากออกมาจากฝ่ายหญิง ผมบอกว่าเอานิ้วชี้จิ้มสะดือสิ คนไทยใช้วิธีนี้ สามีคนนั้นเอานิ้วชี้จิ้มสะดือภรรยาทันใด เค้าบอกว่าโอเคแระ

 

ผมค่อยคลายกังวลลง...สักพักเดียวครับพี่น้อง...มีเสียงร้องโอ้ย...อ้าย...เฮ้อ...เสียงนั้นดังเหมือนควายถูกเชือดก็ไม่ปาน กลิ่นอันหอมหวนทะลักทันใด ผมรีบกดกระจกลงแต่ไม่ทันครับพี่น้อง อ้ายหยาจะอ้วก...

 

ฝ่ายหญิงไม่อายแระ ครานี้ปล่อยเต็มที่เลย เสียงอูยๆๆๆ อ้าย...เฮ้อๆดังตลอดเวลา พอหนำใจ พ่อสามีทำหน้าเศร้าพร้อมกับคำว่า ซอร์รี่ ซอร์รี่ ผมพยักหน้ารับแบบเสียไม่ได้มืออุดจมูกไว้สองข้างพร้อมกัน เฮ้อ กูจะเป็นลม

 

ผมเปิดกระจกวิ่งเลยครับแอร์ไม่เปิดแระ เดี๋ยวกลิ่นเข้าช่องแอร์บรรลัยเลย พอส่งรถเสร็จ ภรรยาท่านนั้นค่อยๆก้าวลงจากรถผม เดินบิดตูด ก้าวสั้นๆ แหะ กลัวทุ่นระเบิดหล่นมั้ง ส่วนผมนะหรือ มองหน้าสามีเค้าเลิกลั้ก สามีคงอ่านสายตาผมออกละ พอเซ็นใบงานเสร็จ ยื่นตังค์ให้ผม 2 พันบาทบอกว่าค่าไปทำความสะอาดรถ

 

ผมก็ลาเค้า ขากลับแวะซื้อแอร์รีเฟรชเช่อร์อย่างฉุนพร้อมใบเตยหอม ส่วนเบาะนะหรือ น้ำยาเคลือบเบาะเอาไปเลยขวดนึง งานนี้ลงทุนน้ำยา น้ำหอมปรับอากาศไปประมาณ 200 กว่าบาท ว่าแล้วก็เอากุญแจส่งให้คู่กะไปครับ

 

เพื่อนๆครับ ความลับผมเก็บมานานเกือบ 10 ปี เพื่อนๆเจอไอ้ตัวเล็กคู่กะผม อย่าไปบอกมันละ ว่าชั่วโมงก่อนรับรถ ผมขนอะไรมา ผมนึกในใจว่าให้มันขี้แตกงี้ทุกวันนะดี ผมชอบครับ

 

นิทานท่อนนี้สอนให้รู้ว่า "เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย...มากจนได้ขี้" เอิ้กๆๆๆๆ

 

ส่งกะวันนั้นเสร็จกลับบ้านนอน ตื่นมาบ่ายสาม อาบน้ำแต่งตัวออกไปแรดตามภาษาหนุ่มโสด พร้อมกับหนีบกระทิงแดงไปด้วย 10 ขวด นายจิม กินคนเดียวหรือ 10 ขวด เปล่าเลยครับ ผมมุ่งหัวรถไปที่ปั้มแก๊สแท็กซี่ ไปเจอเพื่อนเก่าๆ ทุกคนเมื่อเห็นผม ทำสีหน้าดีใจ ทุกคนหวัดดีครับพี่ ผมยกมือไหว้ตอบแล้วถามว่าพวกเราเป็นไง หากินกันดีไหม เถ้าแก่งี่เง่าเปล่า ทุกคนทำหน้าแหยๆ ไม่ดีเลยครับ พี่ไม่อยู่สักคน มันทำอะไรขัดๆไปหมด ทำใจวุ้ยส์ พวกเรา

 

ว่าพี่มาที่นี่มีธุระอะไรหรือเปล่าผมตอบว่าไม่ไรหรอก พวกเอ็งกินกระทิงแดงป่าว แหมพี่อาชีพอย่างพวกเราทิ้งไม่ได้หรอก เออ...งั้นดีเลย พี่มีกระทิงราคาถูกมาขาย อีกคนปากไม่ค่อยดีถามว่ากระทิงปลอมป่าว ป้าดไอ้นี่มาว่าเรา ไม่ใช่วุ้ยส์ แล้วเล่าให้ฟังว่าเรื่องมันเกิดเพราะอะไร พวกนั้นพยักหน้า น้องคนนึงถามว่าแล้วพี่ขายเท่าไหร่ละ กูขาย 8 บาทวุ้ยส์ แล้วอย่างงี้พี่จะมีกำไรหรอ ไม่เป็นไรวุ้ยส์ ช่วยๆกันนะ

 

ว่าแล้วผมก็ไปงัดกระทิงแดงมาให้พรรคพวกลองชิมดู พี่ๆของจริงนี่ไม่ปลอม แหมดูมันซิ ว่ามันเกจิกระทิงดันรู้สะอีก พี่มีเท่าไหร่มาเลยพี่พวกผมดื่มอยู่แล้ว ถ้าไม่ดื่มก็เอาไว้ผสมเหล้านะ ว่าแล้วพวกนั้นก็รับซื้อต่อจากผมครับ

 

มีคำถามต่อมาว่าแล้วผมจะได้กำไรอย่างไร อันนี้ต้องขอไว้ตอนหน้าละครับ ว่าผมจะทำกำไรได้เช่นไร และจะสานฝันของผมได้ไหม ในวันพรุ่งนี้นะครับ วันนี้ต้องขอตัวก่อนครับ บ้ายบายทุกท่านครับ

 

ผมต้องไปเตรียมตัวเพื่อไปทำงานตอนสองทุ่ม ป่านนี้ไอ้ตัวเล็กคงสนุกกับงานของมันละ อย่าลืมนะครับพี่น้อง อย่าเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้ไอ้ตัวเล็กมันฟังละ นี่คือความลับ...ขอให้มีความสุขกับงานที่ทำทุกท่านนะครับ จุฟฟฟ

 
 

ติดตามไปอ่านต่อได้ที่นี่ครับ...
http://sites.google.com/site/northfoodd/hna-xan-hna-suksa-3
 

 
 
คลิกนี้เพื่อให้กำลังใจ...คอลัมน์ซ้ายมือล่างสุด...
 
 
 
Comments