ความสัมพันธ์ของระบบอวัยวะในร่างกายของเรา

ความสัมพันธ์ของระบบต่างๆ ในร่างกายมนุษย์

การทำงานของทุกระบบในร่างกาย ซึ่งได้แก่ ระบบย่อยอาหาร ระบบหมุนเวียนเลือดระบบหายใจ ระบบขับถ่าย ระบบน้ำเหลือง ระบบภูมิคุ้มกัน ระบบประสาท ระบบสืบพันธุ์ระบบ

โครงกระดูก และระบบกล้ามเนื้อ จะต้องทำงานสัพันธ์กัน จึงจะทำให้การเจริญเติบโตของมนุษย์เป็นไปตามปกติ

ความเกี่ยวข้องของระบบต่างๆ ในร่างกาย

การทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกายจะต้องประสานสัมพันธ์กันอยู่ตลอดเวลา จึงทำให้มนุษย์สามารดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างปกติ ซึ่งความเกี่ยวข้องของระบบต่างๆ ในร่างกายมีดัง

ตัวอย่างต่อไปนี้

1.การสร้างพลังงานและการนำพลังงานไปใช้ของเซลล์ในร่างกายมนุษย์ จะประกอบด้วยหน่วยเล็กที่สุดคือเซลล์ และการจัดระบบของเซลล์ในร่างกายจะเป็นดังนี้ คือ

ดังนั้นกลไกสำคัญที่จะทำให้แต่ละบบในร่างกายทำงานได้ตามหน้าที่ก็คือเซลล์ และเซลล์จะทำงานได้อย่างมี

ประสิทธิภาพก็จำเป็นต้องได้รับสารอาหาร เช่น น้ำตาลกลูโคส และเเก็สออกซิเจน เพื่อนำมาใช้ในการสร้างพลังงาน

 

จะเห็นได้ว่า การท่เซลล์จะสร้างพลังงานได้นั้นจำเป็นต้องเกี่ยวข้องกับระบบต่างๆ คือ ระบบย่อยอาหาร ซึ่งจะทำหน้าที่ย่อยอาหารให้ได้สารอาหารที่เซลล์ต้องการ และดูดซึ่มเข้าสู่

ระบบหมุนเวียนเลือด จากนั้นจะถูกลำเลียงไปยังเซลล์เช่นเดียวกับแก็สออกซิเจนจะเข้าสู่ร่างกายได้โดยระบบหายใจ และถูกลำเลียงไปยังเซลล์โดยระบบหมุนเวียนเลือดเช่นกัน

เมื่อเซลล์ได้พลังงาน เซลล์จะนำพลังงานมาใช้ในกิจกรรมต่างๆ ของร่างกายทั้งภายในและภายนอกกิจกรรมต่างๆ นี้จะเกิดขึ้นได้นั้น ระบบต่างๆ ของร่างกายจะต้องทำงานสัมพันธ์

กัน เช่น การเคลื่อนไหวของอวัยวะ หรือการเคลื่อนที่ของร่างกายจะเกิดขึ้นได้ ต้องเป็นการทำงานร่วมกันของระบบกล้ามเนื้อ ระบบโครงกระดูก และระบบประสาท

การกำจัดของเสีย เช่น เหงื่อ ปัสสาวะ อุจจาระ แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากร่างกาย จะเป็นการทำงานที่สัมพันธ์กันของหลายระบบ เช่น อุจจาระ จะถูกกำจัดออกทางระบบ

ย่อยอาหาร ส่วนของเสียที่เป็นแก๊สและของเหลวจะถูกกำจัดออกโดยระบบหายใจและระบบขับถ่ายแต่ระบบที่นำของเสียเหล่านี้ไปส่งยังระบบหายใจและระบบขับถ่ายก็คือระบบ

หมุนเวียนเลือด นอกจากนี้ระบบประสาทยังเป็นระบบที่ควบคุมให้ระบบต่างๆ เหล่านี้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

2.การปรับระดับของสภาพแวดล้อมในร่างกายให้เหมาะสมต่อการดำรงชีวิตและการทำงานของเซลล์ภายในร่างกายมนุษย์ซึ่งก็คือ การรักาาสมดุลของร่างกาย เช่น การรักษาสมดุลของน้ำ น้ำตาล แร่ธาตุ กรด-เบส และอุณหภูมิ ฯลฯ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ระบบต่างๆ ของร่างกายต้องทำงานสัมพันธ์กัน เช่น

การรักษาสมดุลของน้ำ ร่างกายจะได้รับน้ำจากอาหาร การดื่ม และกระบวนการหายใจ ระบบของร่างกายที่เกี่ยวข้องก็คือระบบย่อยอาหารและระบบหายใจ ส่วนน้ำที่ร่างกายขับ

ออกทางการหายใจออก เหงื่อ ปัสสาวะ อุจจาระ ระบบของร่างกายที่เกี่ยวข้อง ก็คือ ระบบหายใจ ระบบขับถ่าย และระบบย่อยอาหาร

การรักษาอุณหภูมิภายในร่างกาย ขระที่อุณหภูมิของสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไป เช่น ในวันที่อากาศหนาว อุณหภูมิภายนอกอาจลดลงถึง 10-15 oc หรือต่ำกว่านี้ และในภูมิภาคอื่นๆ ของโลกบางแห่งอาจมีอุณหภูมิต่ำกว่า 0 oc ส่วนในวันที่อากาศร้อน อุณหภูมิภายนอกอาจจะสูงถึงอ 40 oc และในอุณหภูมิภาคแถบร้อนจัดอาจมีอุณหภูมิสูงเกินกว่า40 oc แต่พบว่าอุณหภูมิในร่างกายของคนที่อยู่ในที่ต่างๆ เหล่านี้ใกล้เคียงกันประมาณ 37 oc แสดงว่าร่างกายของคนต้องมีกลไกในการรักษาอุณหภูมิของร่างกาย ซึ่งกลไกเหล่านี้เกี่ยวข้องกับระบบต่างๆ ในร่างกายดังนี้

-วันที่อากาสหนาวหรืออุรหภูมิภายนอกต่ำกว่าอุณหภูมิภายในร่างกาย จะเกิดอากาศหนาว ขนลุก และถ้าหนาวมากๆ จะสั่น อาการเหล่านี้ทำให้ร่างกายสูญเสียความร้อนน้อยลง และเเพิ่มพลังงานให้กับร่างกายเพื่อชดเชยความร้อนของร่างกายที่สูญเสียไป ระบบที่ทำหน้าที่นี้ ได้แก่ ระบบประสาท ระบบหมุนเวียนเลือด ระบบกล้ามเนื้อ และระบบหายใจ

-วันที่อากาศร้อนหรืออุณหภูมิภายนอกสูงกว่าอุณหภูมิภายในร่างกาย ทำให้ความร้อนไม่สามารถถ่ายโอนออกจากร่างกายได้ จึงทำให้ร้อน ดังนั้นร่างกายจึงต้องขับเหงื่อออก เหงื่อจะพาความร้อนออกจากร่างกาย ระบบที่ทำหน้าที่นี้ ได้แก่ ระบบประสาท ระบบกล้ามเนื้อ ระบบหมุนเวียนเลือด และระบบขับถ่าย

3. ความผิดปกติของร่างกายสามารถบ่งบอกถึงความสัมพันธ์ของระบบต่างๆได้ เช่น ผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง อาจจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม จะพบว่าระบบหมุนเวียนเลือดทำงานผิดไปจากเดิม โดยที่หัวใจจะทำงานหนักขึ้นทันที และสูบฉีดเลือดไปยังอวัยวะต่างๆ ด้วยความดันที่สูงขึ้นจากเดิม ถ้าความดันสูงขึ้นเรื่อยๆ และไม่ได้อยู่ในความดูแลของแพทย์ อาจทำให้หลอดเลือดแตกได้ ส่งผลให้การทำงานของสมองที่เป็นอวัยวะสำคัญในระบบประสาททำงานบกพร่องได้ โดยอาจจะทำให้ระบบกล้ามเนื้อทำงานผิดปกติไปด้วย ซึ่งจะทำให้เกิดอาการที่เรียกว่า อัมพาต ขึ้นได้

จากตัวอย่างดังกล่าวจะเห็นได้ว่า ระบบต่างๆ ในร่างกายจะต้องทำงานสัมพันธ์กัน จึงจะทำให้มนุษย์สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างเป็นปกติสุข

การปฏิบัติในการดูแลรักษาระบบต่างๆ ของร่างกาย

ระบบต่างๆ ในร่างกายจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและป็นปกติ จำเป็นต้องปฏิบัติให้ถูกต้องและหมั่นดูแลรักษาส่วนประกอบของทุกระบบในร่างกายให้เป็นไปตามปกติ ดัง

ตารางต่อไปนี้

กระบวนการเจริญเติบโตของคน

เป็นผลที่เกิดจากกระบวนการต่างๆ ที่สำคัญ 3กระบวนการ ดังนี้

1.การเติบโต(Growth) เป็นกระบวนการที่มีการเปลี่ยนแปลง โดยมีการเพิ่มจำนวนเซลล์มากขึ้น

และการขยายขนาดของเซลล์ให้ใหญ่ขึ้น

2.การเปลี่ยนแปลงสภาพของเซลล์(Cell Differentiation) เป็นการเปลี่ยนแปลงจากเซลล์เดิมไป

ทำหน้าที่เฉพาะอย่าง

3.การเกิดรูปร่างที่แน่นอน(Morphogenesis) เป็นการพัฒนารูปร่างให้เป็นมนุษย์

แบบแผนการเจริญเติบโตของคน

แบบแผนการเจริญเติบโตของคนแบ่งสามารถแสดงออกมาในรูปของเส้นกราฟแสดงการเจริญเติบโต(Growth Curve) โดยแบ่งการเจริญเติบโตของคนเราออกเป็นช่วง ดังนี้

ช่วงที่ 1 มีการเจริญเติบโตน้อย เพราะเป็นระยะที่เตรียมพร้อมสำหรับการเจริญเติบโตต่อไป

ช่วงที่ 2 การเจริญเติบโตเป็นไปอย่างรวดเร็ว

ช่วงที่ 3 มีการเจริญเติบโตน้อยมากจนเกือบคงที่

การเจริญเติบโตของคนสังเกตได้จากการมีน้ำหนักและส่วนสูงเพิ่มขึ้น ซึ่งการเจริญเติบโตในช่วงวัยต่างๆ ของหญิงและชายอาจไม่เท่ากัน เช่น ช่วงอายุ 12-13 ปี หญิงจะมีน้ำหนักและส่วนสูงมากกว่าชายแต่เมื่ออายุ 14-15 ปี ชายจะเริ่มมีน้ำหนักและส่วนสูงมากกว่าหญิง และเมื่อหญิงและชายอายุถึง 20ปีแล้ว การเจริญเติบโตจะเกิดขึ้นน้อยมากจนเกือบคงที่ แสดงว่าการเจริญเติบโตทางโครงสร้างทางร่างกายของหยิงและชายจะเจริญเติบโตเต็มที่เมื่ออายุประมาณ20 ปี เมื่อถึงวัยนี้จำนวนเซลล์ก็คงไม่คงที่ ไม่เพิ่มขึ้นอีก

การเจริญเติบโตของอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกาย มีช่วงเวลาในการเจริญเติบโตเต้มที่ที่ระดับอายุต่างๆ

กัน เช่น หัวใจมีการเจริญเติบโตเต็มที่ที่อายุประมาณ 20 ปี แต่สมองมีการเจริญเติบโตเต็มที่ที่อายุ 5 ปี หมายถึงจากนั้นจะไม่มีการสร้างเซลล์สมองเพิ่มขึ้นอีก แต่มีการขยายขนาดของเซลล์เพียงอย่างเดียว

แม้ว่าร่างกายจะเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว แต่ก็ยังมีเซลล์บางชนิดที่สามารถเจริยไปได้อีก เช่น เซลล์ผิวหนังเซลล์เม็ดเลือด และเซลล์ประสาทส่วนปลาย

ปัจจัยที่ควบคุมการเจริญเติบโตของคน

1.อาหาร โดยต้องรับประทานอาหารให้ครบทุกหมู่และมีปริมาณเพียงพอกับความต้องการของร่างกาย

โดยเฉพาะอาหารให้โปรตีนและแคลอรี

2.หน่วยพันธุกรรมหรือยีน(Gene) เป็นหน่วยที่ควบคุมการแสดงออกของลักษณะต่างๆของสิ่งมีชีวิต ซึ่งจะมีอิทธิพลต่อการเจริญเติบโตตั้งแต่ปฏิสนธิจนถึง 2-3ปีหลังคลอด

3.ฮอร์โมน โดยเฉพาะโกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) ที่ผลิตจากต่อมใต้สมองส่วนหน้าและฮอร์โมนไทรอกซิน(Thyroxin) ที่ผลิตจากต่อม มีหลายประการ ได้แก่ ไทรอยด์ (Thyroid)มีผลต่อการเจริญเติบโตหลังจากอายุ 2-3 ปี ส่วนฮอร์โมนที่ควบคุมเกี่ยวกับต่อมเพศจะมีผลต่อการเจริญเติบโตและการเปลี่ยนแปลงของร่างกายเมื่ออายุ8-10 ปี เพื่อเป็นหนุ่มสาวต่อไป

4.ความสะอาดปราศจากโรคภัยไขเจ็บ จะส่งผลให้ร่างกายเจริญเติบโตได้ดี

5.สภาวะทางด้านจิตใจ เมื่อมีสุขภาพจิตดีจะส่งผลต่อสุขภาพกาย ทำให้การเจริญเติบโตของร่างกายเป็นไปตามปกติ



อ้างอิงจาก : http://my.dek-d.com/benzmonkeylove/blog/

Comments