การศึกษากับประชาคมอาเซียน

โอกาสที่ไทยต้องรีบคว้าการศึกษากับประชาคมอาเซียน

              ท่ามกลางสภาพอากาศตอนนี้ แม้จะดูว่าความหนาวยังไม่จางไปเสียทั้งหมดก็ตาม แต่สถานการณ์ทางการเมืองทั้งในประเทศ  ที่ ส่อแววจะเกิดการชุมนุมจากกลุ่มต่างๆ มากขึ้น เป็นระยะๆ และวิกฤติต่างๆ ทั่วโลกก็กำลังร้อนแรง เป็นความร้อนแรงที่ช่างตรงข้ามกับสภาพดินฟ้าอากาศอย่างสิ้นเชิง  แม้ ว่านักรัฐประศาสนศาสตร์คนสำคัญๆ ของประเทศจะมองว่าความไม่นิ่งของสถานะทางการเมืองของประเทศ ล้วนมีผลต่อปฏิบัติการด้านต่างๆ ของประเทศและสังคมนั้นๆ อย่างไม่อาจปฏิเสธได้ก็ตามโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเทรนด์อย่างกระแสอาเซียนทุกด้านกำลังทวีความเข้มข้นขึ้นทุกขณะ   ผู้นำประเทศของไทยตอบรับกระแสนี้ได้ในระดับดีทีเดียว ความตื่นตัวเรื่องการรวมเป็นประชาคมอาเซียนที่คาดว่าจะเกิดขึ้นแน่นอนในปี พ.ศ. 2558 หรือ ค.ศ. 2015 ได้ มีการเตรียมการต่างๆ มากมาย เพราะหากแผนการรวมประชาคมเกิดเสร็จสมบูรณ์ ประ เทศใดขาดความพร้อมย่อมต้องได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมอย่างไม่อาจ หลีกเลี่ยงได้ความ พร้อมของประเทศไทยขณะนี้นับว่าคึกคักมาก โดยเฉพาะเมื่อกระทรวงศึกษาธิการเดินหน้าเต็มที่ปูพรม วางแผนเชิงปฏิบัติจัดทำกรอบการศึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมสู่การฮับทางการ ศึกษาของอาเซียน  แผนปฏิบัติการระยะ 5 ปี ด้านการศึกษาของอาเซียน 2011-2015 กระทรวงศึกษาธิการเน้นบูรณาการและให้เกิดความ สอดคล้องกับปฏิญญาด้านการศึกษาอาเซียน คือ ให้มีความหลากหลายและครอบคลุม 3 เสาหลักของประชาคมอาเซียน คือ  1. การเป็นประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน 2. การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และ 3. การเป็นประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน  ทั้ง นี้ จุดเน้นชี้ไปที่เพื่อสร้างอาเซียนให้เป็นประชาคมแห่งความเอื้ออาทรและร่วม แบ่งปัน มีวิสัยทัศน์เดียวกัน มีอัตลักษณ์เดียวกันและเป็นประชาคมเดียวกัน (One Vision, One Identity, One Community)   ส่วน ทิศทางการเมือง เศรษฐกิจและสังคม ยังต้องจับตาปัญหาแทรกซ้อนที่อาจจะตามมา ซึ่งอาจเรียกว่าภัยคุกคามต่อประเทศไทยและสมาชิก ซึ่งที่จริงก็คือส่งผลกระทบต่ออาเซียนด้วยกันเอง  

          ความหมายที่จริงก็คือโดยเฉพาะด้านการเมืองความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จะต้องไม่ส่งผลกระทบระหว่างชาติสมาชิก   เพราะถ้าการเมืองมีปัญหา ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมีปัญหา ย่อมส่งผลกระทบด้านจิตใจต่อสังคม ความสงบสุขร่มเย็น   ก็จะไม่เกิดขึ้น

อย่าง ไรก็ตาม สำหรับในด้านการศึกษาของชาตินั้น เป็นหน้าที่หลักที่กระทรวงศึกษาธิการต้องทำคือ การเตรียมความพร้อม ของเด็กและเยาวชนเพื่อรองรับการก้าวสู่การเป็นประชาคมอาเซียน    ดังนั้น จึงไม่แปลกที่การประชุม 5 องค์กรหลักที่ผ่านมา จึงได้เห็นการออกแคมเปญมติหรือการกำหนดนโยบายในการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการศึกษาของประเทศไทย 4 นโยบาย ซึ่งมียุทธศาสตร์สำคัญมากๆ กล่าวคือ  

          ประการ แรก การเผยแพร่ความรู้ ข้อมูลข่าวสาร และเจตคติที่ดีเกี่ยวกับอาเซียน เพื่อสร้างความตระหนักและเตรียมพร้อมของครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา นักเรียน นักศึกษา และประชาชนเพื่อก้าวสู่ประชาคมอาเซียน ภายในปี พ.ศ.2558

          ประการ ที่สอง การพัฒนาศักยภาพของนักเรียน นักศึกษาและประชาชนให้มีทักษะที่เหมาะสมเพื่อเตรียมความพร้อมในการก้าวสู่ ประชาคมอาเซียนที่ต้องทำอย่างเร่งด่วนก็อย่างเช่น ความรู้ภาษาอังกฤษ ภาษาเพื่อนบ้าน เทคโนโลยีสารสนเทศ

           ทั้ง นี้ ยังขยายรวมไปถึงเรื่องของทักษะความชำนาญการที่สอดคล้องกับการปรับตัวและ เปลี่ยนแปลงของสังคม การเมือง และเศรษฐกิจ ที่สำคัญคือประเทศไทยก็ต้องมีการสร้างมาตรฐาน ด้านการศึกษาที่เทียบเท่ากับนานาชาติในอาเซียน โดยการจัดทำกรอบมาตรฐานการศึกษาของไทย หรือที่เรียกว่า TQF (Thailand Qualification Framework) ในส่วนของอาชีวศึกษาก็มีการจัดทำ TVQ (Thailand Vocational Qualification) เพื่อจัดระดับคุณภาพมาตรฐานวิชาชีพของไทย

           ประการที่สาม การเตรียมความพร้อมเพื่อเปิดเสรีการศึกษาในอาเซียนเพื่อรองรับการก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

ข้อนี้น่าจะเป็นโอกาสที่มหาวิทยาลัยไม่ว่าจะเป็นของรัฐ หรือมหาวิทยาลัยเอกชนก็ต้องตื่นตัวและตอบรับความเปลี่ยนแปลง   ที่จะมากับโอกาสและมูลค่าทางการตลาดที่จะเกิดขึ้นกับผู้เรียนจำนวนมหาศาล ทั้ง 580 ล้านคน ในประชาคมอาเซียนนี้

แม้ ว่าลึกๆ แล้วมหาวิทยาลัยเอกชนของไทยภายใต้การขับเคลื่อนร่วมกันโดยสมาคมอุดมศึกษา เอกชนจะมีความพร้อมเรื่องนี้อยู่มากกว่าในด้านความคล่องตัว เรื่องการบริหารจัดการองค์กรภายในก็ตาม แต่หากเปรียบเทียบกับมหาวิทยาลัยชั้นนำของชาติสมาชิกอื่นๆ ก็เป็นเรื่องที่ไม่อาจจะอยู่นิ่งๆ ได้อีกแล้ว

           ประการ ที่สี่ การพัฒนาเยาวชนเพื่อเป็นทรัพยากรสำคัญในการก้าวสู่ประชาคมอาเซียน โดยเน้นการพัฒนาสมรรถนะ ทักษะการทำงานของเยาวชนไทยว่าควรจะพัฒนาตรงจุดไหนสำหรับ ปีนี้ประเทศไทยเองก็ตื่นตัวเรื่องการศึกษาด้านอาเซียน เพื่อรองรับความเป็นหนึ่งเดียวของอาเซียน หรืออาจเรียกว่าพลเมืองอาเซียน (ASEAN Population)

สำหรับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการภายใต้การขับเคลื่อนของ ฯพณฯ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้เร่งมือทำนโยบายเกี่ยวกับการศึกษาไทยสู่การเป็นฮับอาเซียนให้เกิดเป็น รูปธรรมอย่างเต็มที่ โดยมีการ เตรียมประชุมกับสถาบันการศึกษาที่เปิดสอนด้านอาเซียนศึกษาเพื่อรองรับและ เตรียมความพร้อมทุกด้าน

ล่าสุด ฯพณฯ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ได้สั่งการไปยังสถานศึกษาต่างๆ ให้เตรียมความพร้อมด้านภาษาอังกฤษ ด้วยการจัดหาอาจารย์ชาวต่างชาติเข้ามาสอนให้เด็กไทยมีความพร้อมมากยิ่งขึ้น หวังว่าปฏิบัติการศึกษาอาเซียนจะเป็นอีกหนึ่งปฏิบัติการของประชาวิวัฒน์ด้าน การศึกษาชาติอย่างจริงจัง  หาก มองในแง่ยุทธศาสตร์ โอกาสที่ประเทศไทยจะผลักดันให้สถาบันการศึกษาต่างๆ โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยชั้นนำทั้งรัฐและ เอกชนที่มีความพร้อมสูง เข้าไปมีส่วนในการขับเคลื่อนสร้างคุณภาพ ประชาชนที่กำลังกลายเป็นประชาชนชาวอาเซียนทั้ง  580 ล้านใน 10 ประเทศ โอกาสนี้นับว่าเป็นโอกาสทองทางการศึกษาที่ประเทศไทยและมหาวิทยาลัยไทยต้องรีบคว้าไว้จริงๆ



Comments