ความเป็นมาของประวัติศสาสตร์

ความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ 
เมื่อครั้งสร้างกรุงรัตนโกสินทร์ บริเวณถนนพระอาทิตย์และถนนพระสุเมรุ เป็นพื้นที่ตั้งของแนวกำแพงเมือง ซึ่งได้มีการสร้างขนานตลอดแนวแม่น้ำเจ้าพระยาและคูเมืองชั้นนอก (คลองรอบกรุง หรือที่เรียกว่าคลองบางลำพู และคลองโอ่งอ่าง) อันประกอบไปด้วยป้อมปราการที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 1-3 จำนวนทั้งสิ้น 15 ป้อม และประตูพระนครที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 1 - 4 จำนวน 14 ประตู โดยบริเวณถนนพระอาทิตย์และถนนพระสุเมรุ จะเป็นที่ตั้งของป้อมปราการ 5 ป้อม ได้แก่ ป้อมอิสินธร ป้อมพระสุเมรุ ป้อมยุคุนธร ป้อมมหาปราบ ป้อมมหากาฬ และประตูพระนคร 5 ประตู ได้แก่ ประตูท่าพระอาทิตย์ ประตูบางลำพู ประตูถนนเฟื่องนคร ประตูหน้าวัดบวรนิเวศ และประตูพฤติบาศ.

ในช่วงรัชกาลที่ 1 - 3 อาณาเขตของเมืองยังอยู่ภายในบริเวณคลองรอบกรุง และมีศูนย์การปกครองหลัก อยู่ที่วังหลวงศูนย์การปกครองรองอยู่ที่วังหน้า ซึ่งพื้นวังหลวงคือบริเวณวัดพระแก้วและพระบรมมหาราชวัง ส่วนวังหน้า คือ บริเวณโรงเรียนนาฎศิลป์ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ (พระราชวังบวรสถานมงคล) โดยจะมีวังเจ้านาย และสถานที่ราชการตั้งอยู่รายรอบ ทำหน้าที่รักษาความปลอดภัย และเป็นที่ทำการทางราชการไปด้วยพร้อมๆ กัน

ในส่วนของพระราชวังบวรสถานมงคล ในฐานะอุปราช ก็จะมีวังของพระโอรสและข้าราชบริพารในกรม ตั้งอยู่รายรอบเช่นเดียวกับวังหลวง บริเวณแนวกำแพงเมืองด้านเหนือของวัง ซึ่งก็คือบริเวณพื้นที่ศึกษา จึงเป็นที่ตั้งของกลุ่มวังเจ้านายฝ่ายวังหน้า และเป็นที่พักอาศัยของข้าราชบริพาร รวมทั้งยังเป็นที่ตั้งของชุมชน ซึ่งประกอบไปด้วยคนไทย จีน มอญ และแขกตานีรวมกัน ทั้งนี้ในสมัยรัชการที่ 3 กรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพย์ ยังได้โปรดเกล้าฯ ให้มีการสร้างวัดบวรนิเวศ และวัดรังสีสุทธาวาสขึ้นต่อเนื่องกันไปที่ริมกำแพงเมืองใกล้กับตลาดยอด ทำให้บริเวณนี้มีการรวมตัวของชุมชนมากยิ่งขึ้น (เดิมบริเวณนี้ มีเพียงวัดชนะสงคราม และวัดสังเวชวิศยาราม ซึ่งเป็นวัดโบราณที่มีมาก่อนสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์)

ในสมัยรัชกาลที่ 4 อาณาเขตของเมืองเริ่มขยายออกไปนอกเขตคลองรอบกรุง มีการขุดคลองผดุงเกษมเพิ่มขึ้น เพื่อใช้ขยายอาณาเขตกรุงรัตนโกสินทร์ สำหรับบริเวณถนนพระอาทิตย์ในช่วงรัชกาลนี้ จะเป็นบริเวณวัง ของพระราชโอรสในรัชกาลที่ 4 โดยมีทั้งวังที่อยู่ภายในและภายนอกกำแพงเมือง ทั้งนี้เป็นเพราะการสร้างวัง เริ่มสร้างพระราชทานที่ดินมรดก ฝ่ายเจ้าจอมมารดาของพระราชโอรส ซึ่งไม่จำกัดว่าอยู่ที่ใด รวมทั้งแนวโน้มการสร้างพระราชวังและวัง เริ่มออกนอกเขตพระนครไป

ในสมัยรัชกาลที่ 5 การตัดถนนและการสร้างตึกแถวขึ้นสองฟากถนนเริ่มขยายออกไป โดยถนนพระอาทิตย์และถนนพระสุเมรุได้ถูกตัดขึ้นในสมัยนี้ โดยได้ตัดเลียบกำแพงเมืองด้านเหนือ ลักษณะเป็นถนนสายเล็กๆ (รวมทั้งถนนเจ้าฟ้า ถนนจักรพงษ์ ถนนไกรศรี ถนนข้าวสาร ถนนประชาธิปไตย และถนนราชดำเนินก็ได้ถูกตัดขึ้นในเวลาใกล้เคียงกัน) การขยายตัวในสมัยรัชกาลที่ 4 - 5 นี้ เป็นจุดเปลี่ยนวิถีชีวิตจากการใช้คลองเป็นเส้นทางสัญจร มาเป็นการใช้ถนนเป็นหลักในการคมนาคม การสัญจรทางคลองมีน้อยลงแต่ยังคงใช้คลองในการสาธารณูปโภคอยู่

ในสมัยรัชกาลที่ 6 - 7 กำแพงเมืองและป้อมปราการต่างๆ ได้ถูกรื้อถอนลงเป็นส่วนใหญ่ โดยกำแพงเมืองตั้งแต่ใต้ท่าช้างวังหน้าจนถึงป้อมพระสุเมรุ ได้ทำการรื้อลงเพื่อขยายถนนพระอาทิตย์ ซึ่งทำให้วังที่สร้างนอกกำแพงเมืองที่หันหน้าออกริมแม่น้ำเจ้าพระยา กลายเป็นหน้าวังติดถนนพระอาทิตย์ไป การรื้อกำแพงเมืองดังกล่าว เป็นผลให้เหลือกำแพงเมืองอีกน้อยมาก โดยในพื้นที่บริเวณถนนพระอาทิตย์และถนนพระสุเมรุ คงเหลือเพียงป้อมพระสุเมรุและประตูเมือง หน้าวัดบวรนิเวศวิหารเท่านั้น

ในสมัยรัชกาลที่ 7 เป็นต้นมา แนวความคิดในการสร้างวังหรือการสร้างที่ประทับ ได้เปลี่ยนเป็นลักษณะการสร้างบ้านพักส่วนตัว แต่เรียกว่าวังตามพระราชอิสริยยศเท่านั้น วังต่าง ๆ ที่สร้างในรัชกาลก่อนๆ ก็เริ่มสูญสลายไป มีทั้งที่สูญไปเพราะหมดความสำคัญ และการเปลี่ยนแปลงประโยชน์ใช้สอยเป็นอย่างอื่น หรืออยู่ในฐานะที่เป็นศูนย์ศิลปวัฒนธรรมของชาติเฉพาะสมัย บ้างก็ขายให้รัฐบาลใช้เป็นที่ทำการต่างๆ ดังจะเห็นได้ในช่วงถนนพระอาทิตย์นั่นเอง

สภาพสังคมเศรษฐกิจและประชากร ในอดีตบริเวณพื้นที่โครงการ จะเป็นที่ตั้งบ้านเรือนของขุนนางและราษฎรทั่วไป โดยชุมชนจะกระจายตัวกันออกไป ภายในเขตกำแพงพระนคร และเกาะกลุ่มกันหนาแน่นในบริเวณรอบๆ ที่ตั้งของศูนย์กลางชุมชน เช่น วัด วังเจ้านาย หรือตลาด เช่นบริเวณฝั่งคลองวัดตองปุ (วัดชนะสงคราม) ถนนตรอกข้าวสาร บริเวณปากคลองบางลำพู บริเวณป้อมพระสุเมรุ บริเวณถนนพระอาทิตย์ และบริเวณใกล้คลองคูเมืองเดิมชั้นใน ซึ่งมีโรงไหมตั้งอยู่เป็นต้น โดยบริเวณพื้นที่ศึกษามีตลาดที่สำคัญ 2 แห่ง คือ บริเวณปากคลองคูเมืองเดิมชั้นใน ซึ่งมีโรงไหมตั้งอยู่เป็นต้น โดยบริเวณพื้นที่ศึกษามีตลาดที่สำคัญ 2 แห่ง คือ บริเวณปากคลองบางลำพู ที่เป็นแหล่งผลิตสินค้าจำพวกเรือสำปั้นเรือประทุน เรือขนาดเล็ก และผลไม้สวน และตลาดยอดซึ่งปัจจุบัน คือบริเวณห้างสรรพสินค้านิวเวิลด์

แม้ว่าในปัจจุบัน บทบาทของพื้นที่บริเวณนี้จะลดน้อยลง แต่จากความหลากหลาย และความสำคัญของกลุ่มอาคารโบราณสถาน ที่ยังคงปรากฏให้เห็นรวมทั้งลักษณะของชุมชนที่มีอยู่เดิม ทำให้พื้นที่นี้มีเสน่ห์ที่สามารถดึงดูดผู้คนได้ ปัจจุบันพื้นที่ศึกษา จัดเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยและย่านการค้าเก่าแก่ที่สำคัญ ในบริเวณกรุงรัตนโกสินทร์ชั้นนอก โดยชุมชุนพักอาศัยส่วนใหญ่จะเป็นคนดั้งเดิมในพื้นที่ ที่เหลือจะเป็นคนนอกพื้นที่ ซึ่งเข้ามาอยู่ใหม่เพื่อประกอบการค้า หรือเข้ามาเช่าบ้านอยู่ในบริเวณที่ตนทำการค้า โดยเฉพาะในบริเวณที่ใกล้กับ ย่านบางลำพู

จากประวัติความเป็นมาของพื้นที่ศึกษาและสภาพในปัจจุบันโดยรวมแล้ว สามารถจำแนกถึงศักยภาพ และลักษณะเด่นในพื้นที่โครงการได้ดังนี้

บริเวณที่ 1 ถนนพระอาทิตย์
ได้แก่บริเวณพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ประกอบด้วยอาคารสำคัญหลายแห่ง ในอดีตเคยเป็นวังและที่พักของบุคคลสำคัญ ปัจจุบันได้กลายเป็นสำนักงานให้เช่า ของหน่วยงานรัฐและเอกชน ส่วนบริเวณฝั่งตรงข้ามพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา มีลักษณะของตึกแถวเก่าเป็นบางส่วน และมีการเปลี่ยนแปลงอาคารริมถนนส่วนใหญ่ เป็นร้านอาหารกึ่งสถานบันเทิงในช่วงเวลากลางคืน

บริเวณที่ 2 ย่านการค้าที่สำคัญ
ย่านการค้าบางลำพู เป็นบริเวณที่มีพัฒนาการตั้งแต่อดีต นับตั้งแต่เป็นตลาดยอดในสมัยรัชกาลที่ 3 - 5 จนเมื่อมีการตัดถนนสิบสามห้างและการสร้างตึกแถว บางลำพูจึงได้กลายเป็นแหล่งจำหน่ายสินค้าเบ็ดเตล็ด อาทิ เช่น เสื้อผ้า เครื่องประดับสตรี สินค้าเบ็ดเตล็ด และขนมไทย เป็นต้น และเกิดการขยายตัวของย่าน เป็นห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่หลายแห่ง ในย่านการค้าบางลำพู

บริเวณถนนข้าวสาร
เป็นส่วนที่ต่อเนื่องมาจากย่านการค้าบางลำพู แต่มีลักษณะที่แตกต่างออกไป โดยได้พัฒนาแหล่งที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศที่สำคัญ ในพื้นที่กรุงรัตนโกสินทร์และกรุงเทพมหานคร

บริเวณที่ 3 ถนนพระสุเมรุ
ถนนพระสุเมรุช่วงแรก ได้แก่ พื้นที่บริเวณริมคลองบางลำพู และชุมชนการค้าริมถนนพระสุเมรุทั้งสองฝั่ง ส่วนพื้นที่ด้านหลังอาคารและตึกแถวจะเป็นชุมชนพักอาศัย

  • ถนนพระสุเมรุช่วงกลาง เป็นที่ตั้งของวัดบวรนิเวศวิหาร พื้นที่โดยรอบประกอบด้วยชุมชนการค้า และชุมชนพักอาศัยเป็นส่วนใหญ่
  • ถนนพระสุเมรุช่วงสุดท้าย เป็นย่านธุรกิจขนาดเล็ก โรงพิมพ์ และร้านอาหารเป็นส่วนใหญ่ มีตึกแถวเก่าและบ้านเก่าแทรกตัวอยู่ทั่วไป สำหรับพื้นที่บริเวณโดยรอบวัดปรินายก ส่วนใหญ่เป็นย่านชุมชนพักอาศัย.
Comments