ไทยฆ่าไทย วันที่ ๑๐ เมษายน พศ.๒๕๕๓


ไทยฆ่าไทย เมษาทมิฬ ๒๕๕๓

 
                                               วันที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2553 เวลา 19:00 น. 


ยอดผู้เสียชีวิตเหตุปะทะ 27 ศพ ทหารดับ 6 พลเรือน 21
10 เมษายน 2553

ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ปะทะกัน เมื่อค่ำวันที่ 10 เมษายน พุ่ง 27ราย แล้ว
ผู้บาดเจ็บ 1,400 ราย กระจายสู่โรงพยาบาลต่างๆ เปิด 21 รายชื่อพร้อมอาการการเสียชีวิต

ผบ.พล.ร.2 โดนเอ็ม79 อาการสาหัส
รองเสนาธิการกองพลทหารราบที่ 2 เสียชีวิต


ภาพผู้ชุมนุมเสื้อแดงรวมกลุ่มต้านแนวทหาร บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ด้านรร.สตรีวิทย์ ถนนดินสอ ช่วงเย็นวันที่10เมย.53
บริเวณนี้ มีผู้เสียชีวิต มากที่สุด เพราะมีการซุ่มยิงลงมาจากตึกสูงอาคารโรงเรียน และการระดมยิงของทหาร เป็นจุดที่นายทหาร
ถูกยิงด้วยเครื่องยิงลูกระเบิด บาดเจ็บและตาย จนมีการล่าถอย ทิ้งอาวุธปืนวัตถุระเบิด รถยนต์บรรทุก และรถรสพ.TYpe-85 6คัน


ศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉิน กรุงเทพมหานคร(ศูนย์เอราวัณ)สำนักการแพทย์กรุงเทพมหานคร
โทรศัพท์ 1646 โทรสาร 0-2622-9265  www.ems.bangkok.go.th

รายชื่อผู้เสีย ชีวิตที่ศูนย์ปฏิบัติการทางการแพทย์ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่ได้รับแจ้ง (เวลา 09.30 น.)

โรงพยาบาลหัวเฉียว
1 นายอำพล ตติยรัตน์                อายุ 26 ปี พลเรือน เสียชีวิตก่อนถึงรพ.บาดแผลกระสุนปืนทำลายสมองจากด้านหลังทะลุด้านหน้า
2 นายยุทธนา ทองเจริญพลพร    อายุ 23 ปี พลเรือน เสียชีวิตก่อนถึงรพ.บาดแผลกระสุนปืนทำลายสมองจากด้านหลังทะลุด้านหน้า
3 นายไพศล ทิพย์ลม                  อายุ 37 ปี พลเรือน เสียชีวิตก่อนถึงรพ.บาดแผลกระสุนปืนทำลายสมองจากศรีษะด้านหน้าทะลุท้ายทอย

โรงพยาบาลกลาง
4  นาย สวาท วางาม                  อายุ 43 ปี พลเรือน เสียชีวิตก่อนถึงรพ.
บาดแผลกระสุนปืนทำลายสมองจากด้านหลังทะลุด้านหน้า
5  Mr.Hiroyuki Muramoto       อายุ   - ปี พลเรือน เสียชีวิตจากกระสุนปืนยิงทะลุปอด หลอดเลือดแดงใหญ่ เลือดออกในช่องเยื้อหุ้มหัวใจ
6  นายธวัฒนะชัย กลัดสุข          อายุ 36 ปี พลเรือน บาดแผลกระสุนปืนทะลุปอดและเส้นเลือดแดงใหญ่เสียโลหิตปริมาณมากและทะลุหลัง
7  นายทศชัย เมฆงามฟ้า           อายุ 44 ปี พลเรือน หยุดหายใจก่อนถึงรพ.บาดแผลกระสุนปืนทะลุหัวใจ เข้าหน้าอกซ้ายไปทะลุหลัง
8  นายจรูญ ฉายแม้น                 อายุ 46 ปี พลเรือน เสียชิวิตก่อนถึงรพ.กระสุนปืนทำลายปอดและตัว เข้าด้านขวาทะลุปอดและตับและทะลุหลัง
9  นายวสันต์ ภู่ทอง                    อายุ 39 ปี พลเรือน เสียชีวิตก่อนถึงรพ.บาดแผลกระสุนปืนทำลายสมองจากด้านหลังทะลุด้านหน้า
10 นายสยาม วัฒนนุกุล             อายุ 53 ปี พลเรือน เสียชิวิตก่อนถึงรพ.บาดแผลกระสุนปืนเข้าด้านหน้าผ่านช่องอก ปอด เส้นเลือด

                                                แดงใหญ่ฉีกขาดเสียโลหิตปริมาณมาก

โรงพยาบาลวชิระพยาบาล
11 นายคะนึง ฉัตรเท                   อายุ   - ปี พลเรือน ไม่ทราบสาเหตุการเสียชีวิต
12 นายเกรียงไกร คำน้อย          อายุ 23 ปี พลเรือน ถูกยิง
13 พลฯ ภูริวัฒน์ ประพันธ์          อายุ   - ปี ทหาร มีบาดแผลที่ศีรษะสมองไหล
14 สิบโท อนุพงษ์ เมืองอำพัน     อายุ   - ปี ทหาร ถูกกระสุนปืน ที่คิ้วเสียชีวิต
15 ส.อ.จำเนียร

โรงพยาบาลพระมงกุฎฯ
16 พลฯ สิงหา อ่อนทรง                อายุ  - ปี ทหาร สังกัด พล.ม.2  มีบาดแผลถูกยิงบริเวณอกซ้าย 1 นัด
17 พ.อ.ร่มเกล้า ชุวธรรม              อายุ  - ปี ทหาร มีบาดแผลฉกรรจ์บริเวณศีรษะและลำตัวลักษณะถูกยิงหลายนัด
18 พลฯ อนุพนธ์ หอมมาลี          อายุ  - ปี ทหาร มีบาดแผลฉกรรจ์บริเวณศีรษะเสียชีวิตที่รพ.พระมงกุฏเกล้า วันที่ ๑๓ เมษายน2553

โรงพยาบาลศิริราช
19 นายบุญธรรม ทองผุย             อายุ   - ปี พลเรือน
20 นาย สมศักดิ์ แก้วสาน             อายุ 34 ปี พลเรือน

โรงพยาบาลราชวิถี
21 นายเทิดศักดิ์ ฟุ้งกลิ่นจันทร์     อายุ 29 ปี พลเรือน

โรงพยาบาลรามาธิบดี
22 นายมนต์ชัย แซ่จอง                อายุ 54 ปี ไม่มีบาดแผล ระบบการหายใจล้มเหลว




แกนนำนปช.แดงทั้งแผ่นดิน ได้นำศพผู้เสียชีวิตขึ้นมาที่เวทีสะพานผ่านฟ้าลีลาศ
   โดยมีธงชาติคลุมศพ ก่อนจะนำศพกลับไปที๋โรงพยาบาลอีก ครั้งเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางการแพทย์


เผย"พล.ต.วลิต" โดนยิงระเบิด M79 ที่ขาหัก 3ท่อน อาการสาหัส
นายทหารระดับสัญญาบัตรที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส เสียชีวิต จากเหตุปะทะที่บริเวณแยกอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

   พล.ต.วลิต โรจนภักดี              ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (ผบ.พล.ร2รอ.) จปร.รุ่น15 บาดเจ็บ
                                                        สาหัสจากสะเก็ดระเบิด M79 ส่งผลให้ ขาหัก 3 ท่อน                                              
   พ.ท.เกรียงศักดิ์ นันทโพธิเดช  ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 12 รักษาพระองค์ (ร.12 พัน 2) ถูก
                                                        สะเก็ดระเบิดเข้าสมองซีกขวา เข้าผ่าตัดเปิดกระโหลกศรีษะ 2 ครั้ง อาการยัง โคม่า                                              
   พ.ท.นพสิทธิ์ สิทธิพงศ์โสภณ   ผู้บังคับกองพันทหารม้าที่ 3 รักษาพระองค์ (ม.พัน 3 รอ.) โดนสะเก็ดระเบิดส่งผล ได้รับ
                                                        บาดเจ็บที่ขาทั้งสองข้าง รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลพระมงกุฎ โดยต้องตัดขาทั้งสองข้าง                                            
   พ.อ.(พิเศษ)ร่มเกล้า ธุวธรรม    รองเสนาธิการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ เตรียมทหารรุ่นที่25  ถูกสะเก็ดระเบิด
                                                        และกระสุนปืนหลายนัด อาการสาหัส เสียชีวิต ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎ                                                
   ร.ท.เฉลิมพล ลิ่มสกุล                รองผู้บังคับกองร้อยทหารม้าลาดตระเวน กองพันทหารม้าที่ 3 รักษาพระองค์ บาดเจ็บ

 
 
จากปากคำทหาร ที่อยู่ในเหตุการณ์ ว่า ขณะเกิดมิคสัญญี ปราบ-ปะทะ ที่แยกประชาธิปไตย ถนนดินสอ
พล.ต.วลิต โรจนภักดี ซึ่งออกมาบัญชาการภาคสนามด้วยตัวเอง นั่งประชุมวางแผนอยู่บนฟุตบาท ริมถนนตะนาว
ห่างจากสี่แยกคอกวัว ไปทางตลาดบางลำพู

 
มีการกดดัน สลายประชาชนผู้ชุมนุมเสื้อแดงตั้งแต่เช้าวันที่ 10 เมย.2553 เริ่มด้วยการใช้ เฮลิคอปเตอร์ ยิงแก๊ส
น้ำตาลงมา ใส่บริเวณเวทีปราศรัยผ่านฟ้านับร้อยลูก พร้อมกำลังทหารชุดปราบจราจลเดินหน้าดันปะทะ กับแนวต้าน
ของคนเสื้อแดง และถูกปิดล้อมโดยผู้เรียกร้องประชาธิปไตยมือเปล่า ยึดอาวุธ-กระสุนวัตถุระเบิด ได้จำนวนมากจาก
ทหาร นำมารวบรวมไว้ที่เวทีปราศรัย ราชประสงค์,ยึดรถลำเลียงพลหุ้มเกราะ Type-85 ติดปืนกล12.7จำนวน 6คัน
จาก กองพันทหารม้าที่ ๓ รถยูนิมอค และ รถจี๊ปฮัมวี่ 4 คันไว้บริเวณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย  พร้อมควบคุมตัว
ทหาร ไว้ได้จำนวนหนึ่ง  จนบ่ายเมื่อสถานะการณ์คลี่คลายลง

เวลาประมาณ19.30น.  ในขณะที่มีการเปิดเพลงร้องรำของผู้ชุมนุม ต่อหน้าแถวทหารบริเวณอนุสาวรีย์ โดยไม่มีวี่
แววความตรึงเตรียด   ...จู่จู่มิคาดคิดเมื่อมีเสียงปืนยิงเร็วรัวดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว  แถวทหารเริ่มเคลื่อนตัวเดินหน้าเกิด
การชุลมุลขึ้น ประชาชน จึงขว้างปา ขวดน้ำ ก้อนอิฐ หิน ไม้ และสิ่งที่พอหยิบฉวยได้ ขว้างปาเข้าใส่แนวทหาร...
มีการซุ่มยิงประชาชนมือเปล่าเสื้อแดง บริเวณถนนดินสอ โดย พลซุ่มยิง(Sniper) จากบนตึกสูงอาคาร รร.สตรี
วิทย์ เป็นเหตุให้ คนเสื้อแดง บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนดินสอ บาดเจ็บล้มตายขึ้น ภาพแสดง คลิปวิดิโอ
ชายเสื้อแดงถือธง ถูกยิงหัวสมองไหล คือ นายวสันต์ ภู่ทอง และ อีกรายซึ่งถูกส่องยิงที่หัวเช่นกัน เวลา 21.47 น.
มีการหามผู้บาดเจ็บทั้ง ฝ่ายเสื้อแดงผู้ประท้วง และ ทหารที่จะสลายการชุมนุม ออกมาเป็นระยะ
 
click to zoom

หลังจากนั้นได้เกิดเสียงระเบิดดังสนั่น หลังแถวทหารข้างรถ รสพ.Type-85 จำนวน 2 ลูกซ้อน มีทหารเสียชีวิตและ
บาดเจ็บ 30 นาย ทหารในจุดนี้ จึงได้ล่าถอยไปทางสะพานเฉลิมวันชาติ ซึ่งในระหว่างถอยนี้ ก็ได้มีการเล็งยิง ปืน
เล็กกล หวังป้องกันสกัดการรุกไล่ของ ผู้ชุมนุมเสื้อแดง ในระดับอก จำนวนถี่ยิบ

click  to zoom   click  to zoom  
 
ขณะเดียวกันแนวต้านทานคนเสื้อแดงที่แยกคอกวัวตัดถนนตะนาว ก็มีการซุ่มยิงคนเสื้อแดง มาจากอาคารกองสลาก
และมีผู้เสียชีวิต
บริเวณแยกคอกวัวถนนตะนาว 2ศพ พร้อมกับมีการระดมยิงปืนจากฝ่ายทหารแนวถนนตะนาว ....
ซึ่งเป็นบริเวณที่มี การยิงเครื่องยิงลูกระเบิด40มม.
M79 กดดัน หน่วยซุ่มยิง Sniper บนระเบียงอาคาร ให้หยุดเล็ง
ยิงประชาชนเสื้อแดง และมี
ชายนิรนามชุดดำ 2คน วิ่งเข้ามาใช้อาวุธปืนAK-47 1 กระบอก เข้ายิงปะทะต้านทาน
การรุกไล่ของหน่วยทหาร   จนมีการล่าถอย


   ยิงเลเซอร์ชี้เป้าหมายก่อนถล่ม คลิปเดียวกับชายถือธงถูกยิงศรีษะและอีกคนโดนยิงล้มลงไล่เลี่ยกัน

กำลังทหาร
การที่แถวทหารซึ่งสนธิกำลังกันจาก
กองร้อยทหารม้าลาดตระเวนที่ 3 กองพันทหารม้าที่ 3 รักษาพระองค์และ
กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 12
กองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ หน่วยทหารที่มีบทบาทในการ
ปราบปรามประชาชน บริเวณแยกดินแดง คราว
สงกรานต์เลือด'๒๕๕๒

click to zoom

    พล.ต.วลิต โรจนภักดี ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ร.2 รอ.)

    รายงานการปะทะ ระหว่าง กลุ่มคนเสื้อแดง และ ทหาร ที่แยกคอกวัว ซึ่งมีการยิงระเบิด M79 ใส่ทหารนั้น
เบื้องต้นพบว่ามี พล.ต.วลิต โรจนภักดี (ผบ.พล.ร.2 รอ.)  ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาเหตุการณ์ และนำกำลังเข้าควบ
คุมสถานการณ์ ได้
มีการยิงเลเซอร์ชี้เป้ามาที่ กลุ่มนายทหารระดับสูงอยู่ จากนั้นจึงยิงลูกระเบิดM79เข้าใส่ทำให้ได้
รับ
บาดเจ็บสาหัสที่บริเวณขานอกจากนี้ยังมีนายทหารระดับ พ.อ.หลายคนที่อยู่ใกล้บริเวณดังกล่าวได้รับบาดเจ็บ
เช่นกัน
คือ พ.อ.(พิเศษ)ร่มเกล้า แต่นาทีชีวิตยังไม่ผ่านพ้นไปเพราะมี กองกำลังไม่ทราบฝ่ายใช้อาวุธปืนยิงถล่มซ้ำ
เข้าไปอีกชุดใหญ่จน พ.อ.(พิเศษ) ร่มเกล้า ได้รับบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ที่รพ.พระมงกุฎฯ

พล.ต.วลิต มีบทบาทสำคัญในเหตุการณ์ปราบผู้ชุมนุมบริเวณแยกดินแดง สงกรานต์เลือด'๒๕๕๒

click to  zoom
ภาพสลายปราบผู้ชุมนุมมือเปล่าสงกรานต์เลือด 2552

พล.ต.วลิต โรจนภักดี ผบ.พล.ร2 รอ.อาสาเป็นผู้รับมอบบัญชาการการปราบสลายผู้ชุมนุมเสื้อแดงตามคำสั่ง
ขอความร่วมมือ
"คืนพื้นที่แยกราชประสงค์"ด้วยการโยนแก๊สน้ำตานับร้อยลูกจากเฮลิคอปเตอร์ลงใส่กลุ่มผู้ชุม
นุม
บริเวณผ่านฟ้า อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และแยกคอกวัว คลอดวันที่ 10เมษายน2553 ตั้งแต่เช้ายันค่ำ แล้วใช้รถ
สายพานลำเลียงพลหุ้มเกราะ type-85 โดยมีทหารถือ ปืนลูกซอง บนรถเกราะ ยิงกระสุนยางใส่กลุ่มผู้ชุมนุม แล่น
เคลื่อนที่เดินหน้า นำแถวทหารถือ โล่-กระบองปราบจราจล และแถวทหารถืออาวุธปืน M-16 และ Tarvor-21



  อาวุธปืน M-16 และ Tarvor-21



   click to  zoom
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบกเล่า เบื้องหลังยุทธการ
   " สี่แยกคอกวัว "มือลึกลับยิงถล่มศูนย์บัญชาการมุ่งฆ่ายกทีม

เมื่อถามว่า จุดที่ พ.อ.ร่มเกล้า ถูกยิง(ค่ำวันที่ 10 เมษายนบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย) ทำไมคนร้ายยิงได้ถูกคน
ถูกจุด  เป็นการลอบฆ่าหรืออุบัติเหตุมีการชี้เป้าหรือไม่
พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ประเมินได้ 2 อย่าง ตอนนั้นเริ่มขว้างระเบิดเข้ามา ตรงสี่แยกคอกวัว
พ.อ.กู้เกียรติ ศรีนาคา ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ ขอถอนกำลังจากสี่แยกคอกวัว แต่ตนบอกให้ไป
อยู่ที่ห้าง แต่ พ.อ.กู้เกียรติบอกอยู่ไม่ได้ขอถอนไปที่สโมสรทหารบกเทเวศร์ได้หรือไม่ ตนบอกไม่ได้เพราะจะถูกโอบหน้า
โอบหลังตรงจุดสตรีวิทยา

จาก นั้นก็ยิง M79 เข้ามาที่แยกสตรีวิทยาเลย จากนั้น
พล.ต.วลิต โรจนภักดี ผู้บัญชาการกองพลทหาราบที่ 2 รักษาพระองค์
ก็ได้รับคำสั่ง เดียวกันให้ถอนกำลังเข้ามาข้างใน ไม่คิดว่าจะยิงถล่มกันขนาดนั้น

                                                                                                                                                            
  "จากนั้น พล.ต.วลิต เรียก ผบ.หน่วยทุกคนมา  สิ่งนี้ไม่อยู่ในแผน แต่เป็นการปฏิบัติสั่งการเฉพาะกิจ ให้มาอยู่ที่   
   หลังรถสายพานลำเลียงพล ซึ่งกำลังจะปรึกษาหารือ  เขาก็ยิงกระสุนควันมา พอกระสุนควันตก  เขาก็ยิงลูกจริงมา    
   2-3 นัด ซึ่งผู้บังคับบัญชาจะแต่งกายไม่เหมือนกำลังพล ซึ่งผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ก็พูดอยู่เหมือนกันว่า มีการชี้เป้าก็ถือเป็น   
   ประเด็นแต่เก็บไปประมวลก่อน เพราะผู้บาดเจ็บบางคนให้การไม่ได้ ส่วนที่บอกว่าต้องเป็นทหารเท่านั้นที่ยิงได้ เรื่องนี้ไม่   
   จริง M79 ถ้าได้รับการฝึกวันเดียวก็ยิงได้ ถ้าสามวันก็แม่น"                                                                               
                                                                      ...........พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.ระบุ 13 เมย.53          
                                                                                                                                                            




click to zoom
พ.ท.เกรียงศักดิ์ นันทโพธิเดช ผู้บังคับกองพันทหารราบที่2 กรมทหารราบที่12 รักษาพระองค์(ร.12พัน2)
หน่วยหลักทหารเสือราชินี จากปราจีนบุรี ที่ลงมือปฏิบัติการ ยิงประชาชนมือเปล่า บริเวณ สามเหลี่ยมดินแดง
สงกรานต์เลือด'๒๕๕๒ ถูกสะเก็ดระเบิด M79 ที่ศรีษะ ต้องรับการผ่าตัดเปิดสมอง 2 ครั้ง อาการยังโคม่า

click to  zoom
    ภาพสลายปราบผู้ชุมนุมมือเปล่าสงกรานต์เลือด 2552

พ.ท.เกรียงศักดิ์ นันทโพธิเดช  ปฏิบัติหน้าที่ ควบคุมบังคับบัญชาการสลาย เสื้อแดง อยู่ แนวถนนดินสอ-
อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
โดยเริ่มรุกคืบพร้อมกันกับ แนวถนนตะนาว-แยกคอกวัว ด้วยการระดมยิงอาวุธปืนเล็กกล
และ พลซุ่มยิง เริ่มส่องยิงประชาชน  จู่ๆโดยที่ไม่มีใครคาดคิด
ก็มี
ลูกระเบิด M79ตกลงกลางวงนายทหารที่กำลังยืนหา
รือบัญชาการ ข้างรถสายพานลำเลียงพล Type-85 หลังแนวแถว
ทหาร และถูกซ้ำอีก 1ลูก ระยะห่างจากลูกแรก 5เมตร
ส่งผลให้มี นายทหาร นายทหารประทวน
และ พลทหาร บาดเจ็บเสียชีวิต ร่วม 30 นาย



   
click to  zoom
พ.อ.(พิเศษ) ร่มเกล้า ธุวธรรม กล่าวตอบด้วยน้ำเสียงขึงขังว่า
    “ผมพูดตรงๆ ไม่เคยโบ้ยใคร ผมเป็นทหารไม่ใช่นักการเมือง”
ทหารโต้ ฉุนอนุฯกก.สอบ ถูกเค้นหาใครสั่งการปิดถนน สลายม็อบสามเหลี่ยมดินแดง สงกรานต์เลือด๒๕๕๓

ได้ พยายามคาดคั้นว่าการ ปฏิบัติการแต่ละช่วงเวลามีแผนการปฏิบัติการอย่างไรและใครเป็นผู้สั่งที่แท้ จริงใช่ ผบ.ทบ.
หรือนายกฯรัฐมนตรีหรือไม่ ถ้าหากไม่ทราบก็บอกว่าไม่ทราบ ไม่ควรโบ้ยไปกันไปมา ทำให้ พ.อ.ร่มเกล้า กล่าวด้วยน้ำ
เสียงขึงขังว่า "ผมพูดตรงๆ ไม่เคยโบ้ยใคร เพราะผมเป็นทหารไม่ใช่นักการเมือง"   ทำให้นายวรวัจน์ ตอบกลับ
ด้วย น้ำเสียงดุเดือดว่า " ขอความกรุณาอย่ามองภาพนักการเมืองแบบนั้น อย่าดูถูกนักการเมือง ต่างคนก็ต่าง
มีศักดิ์ศรีเท่ากันอย่าอนุมานไปต่างๆนาๆ
" ซึ่ง พ.อ.ร่มเกล้า ไม่ได้ตอบโต้อะไร นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ส.ส.แพร่
พรรคเพื่อไทย อนุกรรมการฯ

พ.อ.(พิเศษ)ร่มเกล้า ธุวธรรม รอง เสธ.พล.ร.2 รอ. ค่ายจักรพงษ์ อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี
จากกองกำลังบูรพา เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 25 (ตท.25) นักเรียนนายร้อยจปร.รุ่น 36

"สลายม็อบตรงสามเหลี่ยมดินแดง ทหารพี่เองไม่มีเจ็บ ไม่มีตาย การทำงาน
 มันต้องเด็ดขาด เวลารบกันพี่ไม่มีหรอกอยู่ข้างหลัง แล้วให้ลูกน้องออกหน้า   
เป็นเสียง พ.อ.(พิเศษ) ร่มเกล้า ที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจผ่านสายโทรศัพท์ หลังจบสิ้นภารกิจในครั้งนั้น
           กิ่งอ้อ เล่าฮง ผู้สื่อข่าวที่ได้โทรศัพท์กับพ.อ.(พิเศษ) ร่มเกล้า ก่อนเสียชีวืตไม่ กี่ชั่วโมง


เดือนเมษายนปีนี้ พ.อ.ร่มเกล้า กลับมากรุงเทพฯอีกครั้ง

ปิดไทยคมวันแรก (สถานีดาวเทียมไทยคม อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี) พี่นำ
 กำลังไปเอง เสร็จแล้วก็ถอนกลับ คนเสื้อแดงเลยเข้าไปยึดได้อีก

เป็นคำตอบเมื่อถูกถามว่า เกิดอะไรขึ้นที่ไทยคม

"พี่นำกำลังเดินทางสมทบไปไม่ทัน เลยเกิดเหตุการณ์ (บุกยึดสถานีดาวเทียม)
 ซ้ำอีก ไม่เป็นไร ขอให้ประชาชนอดทนอีกนิด เดี๋ยวทุกอย่างก็จะดีขึ้น
"

คือคำพูดเปรยๆ เมื่อถูกถามถึงการทำงานที่ไม่เข้าตาของเจ้าหน้าที่ เพราะถูกกลุ่มคนเสื้อแดงเข้ายึดสถานี
ดาวเทียมไทยคม ได้อีกรอบ

แต่ภารกิจของทหารยังไม่จบ และ พ.อ.ร่มเกล้า ก็คุมกำลังออกปฏิบัติการที่สี่แยกคอกวัว...


นายทหารรุ่นน้องซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ถ่ายทอดให้ฟังว่า ขณะที่กำลังทหารผลักดันผู้ชุมนุมเข้าไปยังบริเวณสะพานผ่านฟ้า
และเข้าพื้นที่สี่แยกคอกวัว ขณะนั้น พล.ต.วลิต โรจนภักดี ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (ผบ.พล.ร.2 รอ.)
พ.อ.ร่มเกล้า และ พ.ท.เกรียงศักดิ์ นันทโพธิเดช ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 12 (ร.12 พัน 2) และ
นายทหารอีกจำนวนหนึ่ง กำลังหารือเรื่องการถอนกำลังกลับ แล้วเสียงระเบิดก็ดังขึ้นตูมสนั่น

"คนอื่นโดนแค่สะเก็ด แต่พี่เปาโดนไปเต็มๆ แล้วก็นิ่งไปเลย นาทีนั้นทุกคนคิดว่าแกเสียแล้ว ก็พยายามช่วย
 กันปั๊มหัวใจ ให้รถพยาบาลมาส่ง แต่ก็ติดม็อบแดง กว่าจะผ่านไปได้ พี่ไก่ (พ.ท.เกรียงศักดิ์) ก็ถูกยิงที่หัว
 อาการยังโคม่า"



 


วันที่ 1 ตุลาคม 2553 ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี
เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์เป็นกรณีพิเศษ

    ประกาศสำนักนายกฯ ระบุว่า ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์เป็นกรณีพิเศษ
ให้แก่ ข้าราชการทหาร สังกัดกองทัพบก ซึ่งเสียชีวิตเนื่องจากปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชกำหนดการบริหาร
ราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ด้วยความเสียสละและฝ่าอันตรายจนถึงแก่ชีวิต
ซึ่งการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว
ได้ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ทางราชการและเป็นแบบอย่างอันควรแก่การยกย่องสรรเสริญสืบไป จำนวน 5 ราย ดังนี้

ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก
1. พ.อ.(พิเศษ) ร่มเกล้า ธุวธรรม เป็น    พลเอก ร่มเกล้า ธุวธรรม

เบญจมาภรณ์มงกุฎไทย

2. พลฯ ภูริวัฒน์ ประพันธ์           เป็น    ร้อยเอก ภูริวัฒน์ ประพันธ์
3. พลฯ อนุพนธ์ หอมมาลี           เป็น    ร้อยเอก อนุพนธ์ หอมมาลี
4. สิบโท อนุพงษ์ เมืองอำพัน      เป็น    ร้อยโท อนุพงษ์ เมืองอำพัน
5. พลฯ สิงหา อ่อนทรง               เป็น    ร้อยตรี สิงหา อ่อนทรง

ประกาศ ณ วันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2553
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
สุเทพ เทือกสุบรรณ
 รองนายกรัฐมนตรี

 


อัพเดท 2552



                                                                                                                                                                 
      "ศอฉ." เล็งให้ทหารติดอาวุธ                                                                                                                   
       แหล่งข่าวจาก ศอฉ. เปิดเผยภายหลังจากที่ประชุม ศอฉ.เมื่อวันที่ 11เมษายน ว่าในที่ประชุมพูดถึงเหตุการณ์คนร้าย            
       ยิงระเบิดเอ็ม 79 ใส่นายทหารระดับชั้นสัญญาบัตร ที่เข้าปราบปรามการชุมนุม จนทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัสหลายคน        
       โดยเฉพาะ พ.อ.ร่มเกล้า ที่เสียชีวิต ซึ่งนายทหารชั้นผู้ใหญ่ในกองทัพหลายคนได้แสดงความไม่พอใจอย่างมากกับ          
       เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จนนำไปสู่การหารือถึงการยกระดับการควบคุมการชุมนุมให้ได้ผลมากยิ่งขึ้น จนทำให้ นายสุเทพ        
       ในฐานะ ผอ.ศอฉ. ได้กล่าวแสดงความเสียใจ พร้อมทั้งระบุว่า "                                                                          
                                                                                                                                                                 
                       ครั้งต่อไป ทหารจะต้องไม่ไปมือเปล่าแน่นอน" ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะ                                         
                           ให้ทหารเข้าควบคุมการชุมนุมสามารถพกอาวุธปืนได้                                                            
                                                                                                                                                                 
                                                                                          นายสุเทพ  เทือกสุบรรณ                                     
                                                                                          รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง                                     
                                                                                                                                                                 

  ท่านให้สัมภาษณ์ได้ สัด จิง จิง สุ ด ต รี น ขอรับ











            ต้องเรียน ท่านรองนายกฯฝ่ายความมั่นคง ว่า
อันที่ท่านเห็นนี้ เขาเรียก อวัยวะเพศชาย ขอรับ มิใช่อาวุธ
ประสิทธิภาพ เพียงแค่ ก่อให้เกิด บุตร แก่ผู้ชุมนุมเท่านั้น
    คือ ถ้า โดน เข้า ไป ก็ จะ ได้ ไป เกิด ใหม่ เป็น บุตร


ที่มา : http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1271080357&grpid=00&catid=






     ทีมแพทย์ของสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ผ่าชันสูตรสาเหตุการเสียชีวิตของกลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดง
ในเหตุการณ์มิคสัญญีเมื่อวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา เพื่อคลี่คลายปมข้อสงสัยต่างๆ ไม่ให้เกิดข้อกังขาจนนำไปสู่การ
ขยายผลลุกลามต่อไปอีก จึงมีการระดมแพทย์เพื่อการนี้โดยเฉพาะ


             การผ่าชันสูตรพลิกศพกลุ่มผุ้ชุมนุมจำนวน 11 ราย ในรูปแบบของคณะกรรมการประกอบด้วย

  1. ศ.คลินิก นพ.สมชาย ผลเอี่ยมเอก นายกสมาคมแพทย์นิติเวช
  2. รศ.พญ.นันทนา ศิริทรัพย์ รพ.จุฬา
  3. พล.อ.ต.นพ.วิชาญ เบี้ยวนิ่ม รพ.รามา
  4. พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ เสาวคนธ์ ผ.นต.
  5. รศ.นพ.วิสูตร ฟองศิริไพบูลย์ หัวหน้าแพทย์ศิริราช
  6. พ.ท.นพ.เอนก ยมจินดา รอง ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม
  7. รศ.นพ.สุพจน์ แจ่มสุวรรณ รพ.จุฬา
  8. นพ.ทษนัย พิพัฒน์โชติธรรม ม. ธรรมศาสตร์
  9. นพ.นิติกร โปริสวาณิชย์ กระทรวงสาธารณสุข
10. นพ.สฤษดิ์ ศรีนุกูล
11. นพ.เชิดชัย ตัยติศิรินทร์ มาจาก นปช.
12. นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว มาจาก นปช. เพื่อยืนยันความโปร่งใส


    ผลการผ่าพิสูจน์หลังจากสรุปสภาพศพผู้เสียชีวิตจากบาดแผลรวมถึงวัตถุพยาน ต่างๆ ที่ได้จากผู้เสียชีวิต
และสาเหตุการเสียชีวิต ทีมแพทย์ได้ใช้เวลานานกว่า 7 ชั่วโมง พบว่าผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ถูกเล็งยิงเข้าที่ศีรษะ
และลำตัวอย่างโหดเหี้ยม  โดยผู้เสียชีวิตรายแรกคือ

  1. นายฮิโรยูกิ มูราโมโตะ สัญชาติญี่ปุ่นช่างภาพของสถานีโทรทัศน์รอยเตอร์ส พบว่า ถูกกระสุนความเร็วสูง
                                       ทำลายทะลุปอด หลอดเลือดแดงใหญ่ เลือดออกเยื่อหุ้มหัวใจ
  2. นายทศชัย เมฆงามฟ้า ผลการผ่าชันสูตรถูกกระสุนความเร็วสูง ทำลายขั้วหัวใจ
  3. นายสวาท วางาม ถูกกระสุนความเร็วสูง ทำลายสมอง
  4. นายยุทธนา ทองเจริญพูลพร ถูกกระสุนความเร็วสูง ทำลายสมอง
  5. นายจรูญ ฉายแม้น ถูกกระสุนความเร็วสูงทำลายปอดและตับ
  6. นายวสันต์ ภู่ทอง ถูกกระสุนความเร็วสูง ทำลายสมอง
  7. นายอำพล ตติยรัตน์ พบถูกกระสุนความเร็วสูง ทำลายสมอง
  8. นายไพศาล ทิพย์ลม ถูกกระสุนความเร็วสูง ทำลายสมอง เช่นกัน
  9. นายธวัฒนะชัย กลัดสุข ถูกกระสุนความเร็วสูง ทำลายปอด ตัดเส้นเลือดใหญ่เสียเลือดจำนวนมาก
10. นายมนต์ชัย แซ่จอง ผลการผ่าพบว่า ป่วยเป็นโรคหัวใจ เกิดภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน
11. ชายไม่ทราบชื่อ และอายุพบว่า ถูกกระสุนความเร็วสูง ทำลายหลอดเลือดแดงใหญ่บริเวณช่องอก และปอด
                                       เสียเลือดจำนวนมาก และ



    สำหรับศพของ นายเกรียงไกร คำน้อย แพทย์นิติเวชของวิทยาลัยแพทยศาสตร์ วชิรพยาบาล ผลการผ่าชันสูตร พบ
ถูกกระสุนที่มีความเร็วสูง 1 นัด ทำลายหลอดเลือดแดงใหญ่ บริเวณเชิงกรานด้านขวาขาด  ถูกกระสุนปืนไม่ทราบขนาด จน
แตกละเอียดลักษณะเป็น ตะกั่วอีก 1 นัด

ส่วนศพของ นายคนึง ฉัตรเท แพทย์นิติเวชของวิทยาลัยแพทยศาสตร์ วชิรพยาบาล ผ่าชันสูตรพบว่า ถูกกระสุนความเร็ว
สูง 1 นัด ทำลายบริเวณช่องอกด้านขวา ปอดฉีกทั้งสองข้างทำลายกระดูกสันหลัง  ซึ่งทั้งสองศพ ญาติติดต่อมารับกลับ ไป
บำเพ็ญกุศลตั้งแต่วันที่ 11 เมษายนที่ผ่านมา

ขณะที่ศพของ
พ.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม พลทหารภูริวัฒน์ ประพันธ์ พลทหารอนุพงษ์ เมืองรำพัน พลทหารสิงหา อ่อนทรง
นายบุญธรรม ทองจุ้ย นายสมศักดิ์ แก้วสาร นายเทิดศักดิ์ ฟุ้งกลิ่นจันทร์ และ ชายไม่ทราบชื่อ ยังไม่ได้รับการเปิด
เผยสาเหตุการเสียชีวิต

หนึ่งในคณะกรรมการผู้ร่วมสังเกตการณ์ชันสูตรที่สถาบันนิติเวชเปิดเผยกับ "คม ชัด ลึก" ว่า ผู้เสียชีวิตทุกรายถูกยิงด้วยอาวุธ
ปืนที่มีความเร็วสูง ไม่ได้เกิดจากการจ่อยิง แต่เป็นการเล็งยิงมากกว่า กระสุนที่มีความเร็วสูง เมื่อปะทะกับร่างกายแล้วเกิดการทะลุ
ไม่สามารถเก็บหัวกระสุนได้ แต่จะพบเพียงเศษตะกั่วที่มีขนาดเล็กในร่างกายเท่านั้น ส่วนทิศทางการยิงไม่สามารถระบุได้ เพราะ
แพทย์ไม่เห็นท่าทางของผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ จึงบอกไม่ได้ว่ากระสุนมาจากทิศทางใด

ขณะเดียวกันที่เกิดเหตุการณ์ปะทะระหว่างทหารกับกลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อ แดงบริเวณสี่แยกคอกวัว เขตพระนคร กรุงเทพฯ ตำรวจ
กองพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เข้าตรวจที่เกิดเหตุ โดยบันทึกภาพรายละเอียดทั้งหมด

"เบื้องต้นผลการตรวจที่เกิดเหตุ พบร่องรอยของกระสุนหลายขนาดทั้งสองฝั่งถนนราชดำเนินกลางทั้งขาเข้าและขา ออกบริเวณ
สี่แยกคอกวัว ไม่ว่าจะเป็นร่องรอยของ กระสุนเอ็ม 16 ร่องรอยของ กระสุน 7.62 อาก้า ร่องรอยของหลุมระเบิด ที่เกิดจาก
เครื่องยิงลูกระเบิดแบบเอ็ม 79 และร่องรอยของอาวุธสงครามเอ็ม 60 " แหล่งข่าวกล่าว

จากผลพิสูจน์ของทั้ง นิติเวชและการเก็บพิสูจน์หลักฐาน ยังมีข้อสงสัยที่ต้องสืบสวนต่อว่า ใครคือ "มือสังหาร" !!



SelectionFile type iconFile nameDescriptionSizeRevisionTimeUser