“หลักสูตรปฏิบัติการพิเศษ” (Special Operation)


“กว่าจะเป็น...ปฏิบัติการพิเศษ”
   หนึ่งในปฏิบัติการพิเศษ รุ่น ๒

click to zoom

“หลักสูตรปฏิบัติการพิเศษ” (Special Operation)    มีระยะเวลาการฝึกศึกษา 27 สัปดาห์ โดยมี
วัตถุประสงค์ เพื่อให้ผู้เข้ารับการศึกษามีความรู้มีความเข้าใจ ในการปฏิบัติการพิเศษ และสามารถ
นำไปปฏิบัติในการ
    ปราบปราม และต่อต้านการก่อการร้ายสากล การรักษาความปลอดภัยบุคคลสาคัญ
  การค้นหาและช่วยชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยผู้รับการฝึก จะมีชั้นยศตั้งแต่ จ.ต. - ร.อ. ไม่จำกัดเหล่า   เมื่อสาเร็จหลักสูตรแล้วจะได้รับการประดับ
เครื่องหมายแสดงความสามารถจาก ผบ.ทอ. และได้รับคาสั่งแต่งตั้งเป็น

“เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการพิเศษ” (Commando) หรือ  “เจ้าหน้าที่ค้นหาและช่วยชีวิต” (P.J.)
สังกัดกรมปฏิบัติการพิเศษ หน่วยบัญชาการอากาศโยธินในหลักสูตรจะมีการศึกษาทั้งหมด ๘ หมวดวิชา
ประกอบด้วย

๑. หมวดวิชาทั่วไป ก็จะว่าด้วยการฝึกเดินแผนที่เข็มทิศ การสื่อสาร การข่าว การต่อสู้ป้องกันตัว ซึ่ง
    วิชานี้มีเพื่อนๆหลายคนได้ร้องกันเป็นแถวจากการถูกหักแขนหรือหักข้อมือ นอกนั้นเป็นเรื่องของ
    การฝึกสมรรถภาพร่างกายในแบบต่างๆกัน แน่นอนว่าต้องได้ทั้งความอดทน เหนื่อยและที่สาคัญ “ทีม”
๒. การปฐมพยาบาล การช่วยคืนชีพ การลาเลียงผู้ป่วยทางอากาศ เป็นต้น
๓. อาวุธศึกษา วัตถุระเบิดและการทาลายวัตถุระเบิด
๔. ยุทธวิธีการรบแบบจู่โจม ประกอบด้วย
-ยุทธวิธีทหารราบ เช่น การลาดตระเวน เล็ดลอดหลบหนี การดารงชีพในป่า การชี้เป้าฯลฯ
-ทหารเรือและการปฏิบัติการทางน้า เช่น การดาน้า การฝึกภาคทะเล การใช้เรือยางฯลฯ
๕. ยุทธวิธีปฏิบัติการพิเศษคอมมานโด การก่อการร้ายและการต่อต้านการก่อการร้ายฯลฯ
๖.  การค้นหาและช่วยชีวิต การนา ฮ.เข้าที่หมายและการลาเลียงผู้บาดเจ็บด้วย อ. ฯลฯ
๗. การฝึกและแก้ปัญหาทางยุทธวิธี การฝึกยิงปืน การฝึกทางยุทธวิธี การค้นหาและช่วยชีวิต ปัญหา๗๒
   ชั่วโมงฯลฯ
๘. กิจกรรม ปฐมนิเทศและเวลาของผู้บังคับบัญชา

รวมแล้วใช้เวลา ๙๒๓ ชั่วโมง

   

ครั้นแล้วเมื่อ 9มีนาคม2549 เป็นวันเปิด หลักสูตรปฏิบัติการพิเศษ รุ่นที่ 2 ที่ ศูนย์การทหารอากาศโยธิน
(ศทย.) หลังจากเสร็จพิธีรับธงประจำรุ่น และพิธีถอดยศ(เพราะในแต่ละรุ่นจะมีนายทหารมาเรียนด้วย และครูฝึก
ส่วนใหญ่จะเป็นนายทหารประทวน) ก็เป็นการทดสอบจิตใจของนักเรียน โดยครูฝึกจะให้วิ่งแบกกระเป๋าสัมภาระ
ที่เตรียมเข้ามาศึกษาในหลักสูตรไปตามสถานที่ต่างๆ เพื่อเป็นการแนะนาให้นักเรียนได้รู้จัก และจะต้องมีการเสีย
ค่าแนะนาสถานที่ให้ครูฝึก ด้วยการดันพื้นกำหมัด(หมัดเหล็ก), ปักฉมวก(Stonehead)หรือทำตามคาสั่งของ
ครูฝึก ระหว่างทางที่แบกสัมภาระไปนั่น มีรุ่นพี่ที่จบจากหลักสูตร Commando และ Special Operation มา
คอยให้กาลังใจน้องๆ  ซึ่งจากที่นับคร่าวๆ ก็ ...ประมาณ 50 คน ไม่รู้ว่ามากันตอนไหน? งานการไม่มีทำกันรึไง?
ยิ่งสายแดดยิ่งร้อนมากขึ้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งมากันเยอะขึ้น พี่ๆใจดีคอยให้กำลังใจตลอด แจกขนมตุ๊บตั๊บ และมีเสียง
ตะโกนให้กำลังใจตลอดทางว่า
                     “วันนี้ต้องมีคนออก!! อยู่สบายๆไม่ชอบ ชอบมาลำบาก.. แค่นี้ทนไม่ได้ก็ลาออกไป”




แหมฟังแล้วมีกาลังใจขึ้นเยอะเลย ที่ประทับใจก็คือ ช่วงบ่ายมีการรับน้องประกอบ “น้องเบาหวิว”(ซุง)ที่สนาม
บอล ศทย .รุ่นพี่ที่เคารพทั้งหลายก็ยังคงปักหลักเหนียวแน่น   ไม่ยอมกลับที่ทำงาน คอยเดินให้ยาน้องๆตลอด
คนละไม้สองไม้บ้าง เป็นที่สนุกสนาน เฮฮา ถ้าไม้ใหญ่หน่อย เวลารับน้องก็จะมีเสียงดัง “อึ๊บ”  ถ้าไม่เล็กเวลา
น้องรับ น้องก็จะร้อง.. ซี๊ด.. อูย!! การรับน้องประกอบน้องเบาหวิวไม่ใช่แค่เดินแบกไป-มานะครับ มีการวิ่งแข่ง,
เดินเป็ดแข่งกัน, กอดน้องเบาหวิวลุก-นั่ง (Sit-Up),เอาหัวดันน้องเบาหวิวแข่งกัน ฯลฯ พิธีการรับน้องหลักสูตร
ปฏิบัติการพิเศษ รุ่นที่2 เสร็จสิ้นลงประมาณ 600 หลังจากนั้นครูฝึกก็รับช่วงต่อในการแนะนา รปจ.,การส่งเสื้อ
ไปซัก ฯลฯ ซึ่งไม่ค่อยมีอะไรมากมาย แต่สิ่งที่สาคัญที่สุดที่จะต้องจดใส่ใจไว้คือ
“กฎของนักเรียนปฏิบัติการพิเศษ” มีแค่ 2ข้อ คือ
ข้อที่ 1 ห้ามขัดใจครูฝึก
ข้อที่ 2 ถ้าสงสัยให้ดูข้อ 1

   

การฝึกหลักสูตรปฏิบัติการพิเศษ จะเป็นการฝึกให้อดทนต่อความกดดัน ซึ่งความเหนื่อย ความหิว ความ
ง่วงและความผิดหวัง จะทำให้มนุษย์แสดงความเห็นแก่ตัวออกมาไม่มากก็น้อยถ้าใครมีความอดทนสูงก็จะแสดง
ออกมาน้อยหน่อยถ้าใครมีความอดทนต่ามันก็จะแสดงความเห็นแก่ตัวออกมาเต็มที่แทบจะตลอดหลักสูตรครูฝึก
จะคอยใส่ปัญหาให้ตลอด ครูฝึกจะบอกอยู่เสมอว่า  สูตรความสาเร็จของคนที่จบหลักสูตรปฏิบัติการพิเศษก็ คือ
อย่าคิดเกิน 5 นาที

ตั้งแต่เกิดมา ไม่เคยคิดว่าตอนที่ฝึกหลักสูตรปฏิบัติการพิเศษ  ตัวเองจะมีความอดทนได้มากมายขนาดนี้ สิ่งที่ตัว
เองคิดว่าไม่น่าจะทำได้ ก็ทำได้ เช่น ครูฝึกสั่งปล่อยม้า (วิ่งสุดชีวิต) รอบเล็กที่ ศทย.ให้เวลา 3.40 นาที ก่อนวิ่ง
ก็คิดว่าตัวเองและเพื่อนๆ ไม่น่าจะวิ่งทันเวลา แต่พอวิ่งจริงๆ เวลาที่ได้คือ 3. 32 นาที..นั้นเหละ!! ความมหัศจรรย์
ของร่างกายมนุษย์



เมื่อถึงจุดหนึ่ง ถ้ามั่นใจว่าทำได้ เราก็จะทำได้ สอนเรื่องความอดทนอดกลั้น ก็เช่นการ..ลากรถเจ๊ก(นั่งลงกับพื้น
แล้ว ให้เพื่อนจับขาทั้งสองข้างลากไปอย่างเร็ว) ซึ่งจะมีทั้งแบบพิเศษ และแบบธรรมดา แบบพิเศษก็คือ ให้เพื่อน
2คน จับขาคนละข้างแล้วออกวิ่งอย่างเร็วเรียกว่า “ ติดTurbo ” หรือ “ ติดJet ”  ถ้าแบบธรรมดา ก็จะให้เพื่อน
แค่คนเดียวจับขาเราทั้งสองข้าง แล้วลากไปอย่างเร็ว (ถ้าไปช้าๆครูฝึกไม่ชอบ)  ระหว่าง  ที่ถูกลากก็จะเป็นที่สนุก
สนานเฮฮาเพราะคนที่ถูกลากจะนั่งนิ่งๆไม่ได้ พื้นปูนซีเมนต์ หรือพื้นหญ้า  มันจะกินเนื้อลึกจะต้องมีการดิ้นสู้   ผม
อยากให้มีโทษรถเจ๊กยังคงมีไว้  ไม่อยากให้หายไปไหน เพราะเมื่อจบหลักสูตรมาแล้ว   มานั่งคุยกับเพื่อนๆจะเป็น
ที่สนุกสนานเฮฮามาก และอีกอย่างถ้ารุ่นไหนไม่มีโทษรถเจ๊ก ก็จะดูว่าจบมาไม่เต็มหลักสูตร


หลังจากจบหลักสูตรปฏิบัติการพิเศษ    แล้วมองย้อนกลับไปถึงตอนที่ยังฝึกอยู่  มีสิ่งหนึ่งที่เห็นได้เด่นชัด
ซึ่งมันเป็นผลมาจากการฝึกก็คือหลักสูตรนี้สอนให้คนมีความอดทนเหนือคนและสอนให้คนแพ้ไม่เป็นการที่ผมบอก
ว่าหลักสูตรนี้สอนให้คนมีความอดทน คนที่อ่านก็จะเข้าใจความหมายได้ชัดเจน แต่การที่ผมบอกว่า  หลักสูตรนี้ฝึก
ให้คนแพ้ไม่เป็น ถ้าเป็นคนที่มองโลกไม่กว้างแล้ว อาจจะคิดว่า“แหม..มันเว่อร์จริงๆ ” แต่ถ้ามองให้ลึกอย่างที่คน
เข้าใจโลก ก็จะรู้ว่าสิ่งที่ผมเขียนนั้น ไม่ได้ผิดไปจากความหมายนั้นเลย ยกตัวอย่างในการทาความเข้าใจ  กับคำว่า  
“หลักสูตรนี้ฝึกเราให้แพ้ไม่เป็น”
เช่น ครูฝึกปล่อยม้า 1 รอบเล็กของ ศทย. ให้เวลา 4 นาที พอพวกผมวิ่ง จริงๆ
แล้วไม่ทันเวลา ครูฝึกก็จะให้วิ่งใหม่อีกรอบ หรืออีกหลายๆรอบ จนกว่าจะทันเวลา ถ้าพวกผมยอมแพ้ตั้งแต่รอบแรก
ที่วิ่งไม่ทันเวลา แล้วไม่ยอมวิ่งอีกเลย ผมก็จะไม่กล้าเขียนคาว่า “หลักสูตรนี้ฝึกเราแพ้ไม่เป็น” การที่พวกผมยอมวิ่ง
หลายรอบจนทันเวลา นั่นเหละคือ การไม่ยอมแพ้ มีประโยคหนึ่งที่ครูฝึกบอกกับพวกผมๆอยู่เสมอๆ คือ
“ถ้าไม่ไหวก็ลาออกไป ไม่มีใครบังคับให้พวกคุณมาเรียน”

บางครั้งก็เกือบจะใจอ่อนยอมลาออกแล้ว แต่พอนึกถึงเหตุผลที่เราเข้ามาฝึก มันก็ทาให้หัวใจเราแข็งแกร่งขึ้นมาได้
บางคนร่างกายแข็งแรงแต่หัวใจอ่อนแอ ก็ทำให้ต้องลาออกไป แต่คนที่หัวใจเข้มแข็งมั่นคงแม้ร่างกายจะไม่แข็งแรง
พอถึงวันหนึ่ง ร่างกายมันก็จะแข็งแรงเท่าเพื่อนๆได้เอง ช่วงที่เข้ารับการฝึกวันแรกน้าหนักของผม80กิโลกรัมผ่านไป
2 สัปดาห์ น้าหนักของผมเหลือ 65 กิโลกรัม หายไป 15 กิโลกรัม วิ่งตัวเบาเลย นี่เหละคือ  บทพิสูจน์ของคาว่า ....
 “ฝึกให้แพ้ไม่เป็น” แต่ความเป็นจริงหลังจากจบหลักสูตรมาแล้ว  ถ้าสิ่งไหนเรารู้ว่า เข้าชนแล้วเราจะหัก   เราก็จะ
ต้องยอมอ่อนตัวบ้างตามสถานการณ์


เป้าหมายของตัวเองก็สาคัญ ถ้าไม่มีอะไรยึดเหนี่ยวในระหว่างการฝึก  มันก็จะมีแค่คาว่า “เหนื่อย ลาออกดีกว่า”
ของตัวผมเองเอา “ลูกชาย” เป็นเป้าหมายของการฝึกให้จบหลักสูตร ผมคิดอยู่ตลอดว่า ถ้าฝึกจนสาเร็จหลักสูตร
ก็จะได้รับเงินเพิ่ม ครอบครัวของผมก็จะสบายขึ้น ตอนที่เหนื่อยมากๆ ก็จะคิดในใจว่า “ทำเพื่อลูก.. ทำเพื่อลูก..” 
แม้ว่าความเหนื่อยมันจะคงยังอยู่ แต่การคิดถึงว่าเราทำเพื่อใครเพื่ออะไร ก็ทำให้หัวใจชุ่มชื่น มีแรงสู้กับความเหนื่อย
ได้อีก


ช่วงแรกของการฝึกมีความรู้สึกว่าแต่ละวัน มันช่างยาวนาน และผ่านไปอย่างยากลาบากมากพอเข้าช่วงกลางๆของ
หลักสูตร วันเวลามันเริ่มจะผ่านไปเร็วขึ้น จนนับวันถอยหลังได้เผลอแปบเดียว ผมก็ถูกปิดตามัดมือเข้าภาคเชลยศึก
ที่ รพศ.4 (ค่ายบางระจัน) จังหวัดพิษณุโลก แล้ว เพื่อนผมที่จบ  หลักสูตรปฏิบัติการพิเศษ รุ่นที่ 1 มันบอกว่า ....
“เฮ้ย.. ถ้ามึงได้ยินเสียง ฮ. บินมานะ มึงเตรียมตัวจบได้เลย"
  ” ผมเข้าภาคเชลยศึก ถูกปิดตา มัดมือ พร้อมรับ
ยาจากครูฝึก (ทั้งไม้เล็ก,ไม้ใหญ่)อยู่ประมาณครึ่งวัน ก็ได้ยินเสียง ฮ.บินมานึกในใจว่า “ทำไมเป็นเชลยศึกแป๊บเดียว
เองวะ(ประมาณ 6 ชั่วโมง)     ” แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร คิดแค่ว่าได้ยินเสียง ฮ. บินมากูจบแล้วโว้ย!! ผ่านไป 1 ชั่วโมง..
2 ชั่วโมง.. นี่ก็มืดอีกแล้ว (ถึงจะถูกปิดตาแต่ก็รู้สึกได้ว่ามืดแล้ว เพราะน้าค้างมันลงซะจนตัวเปียก)ทำไมมันยังไม่ปิด
สถานการณ์ซักทีวะเนี้ย? มารู้ทีหลังเสียง ฮ.ที่บินมามันเป็น ฮ.ที่ทหารบกเค้าซ้อมโดดร่มไม่ได้เกี่ยวอะไรกับหลักสูตร
ปฏิบัติการพิเศษเลย แต่ก็ยังดี อย่างน้อยก็ยังทำให้เรามีความหวัง มีแรงที่จะสู้กับความเจ็บปวดครั้งสุดท้ายที่ครูฝึกจะ
มอบให้ ทุกอย่างก็ดาเนินไปจนมาถึงวันเชลยศึกวันสุดท้าย  



มีเสียงระเบิดดัง...บึ้ม!! ตามด้วยเสียงตะโกนว่า  ....
“น้อง!! ไม่ต้องกลัว พวกพี่ Commando มาช่วยแล้ว”  โอ้โหพอได้ยินเสียงนี้ ผมรู้ได้เลยว่า ความเหนื่อยยาก
และความเจ็บปวดทั้งหลายกาลังจะจบลงแล้ว แต่..ฉับพลันฝันสลาย เมื่อเสียงเดิมที่ตะโกนบอกว่าจะช่วยผมตะโกน
บอกอีกครั้งว่า “ข้าศึกตีกลับ ถอยก่อนพวกเรา” (ปัญหาผิดหวัง ตามมาหลอกหลอนจนวันสุดท้าย)หลังจากนั้นก็
รับยาต่อจากครูฝึกอีกประมาณ 10 นาที ก็ได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นอีกครั้ง ตามด้วยเสียงตะโกนว่า ว่า    ..............
 “น้อง Commando มาช่วยแล้ว!!”
หลังจากนั้นคนที่มาช่วยก็ให้พวกผมเดินเป็นแถวเรียงหนึ่ง มีความรู้สึกว่าเค้า
จะพาพวกผมมาที่ลานกว้างๆ มีใครไม่รู้มาช่วยจับตัวเรา (เหมือนจะช่วยจัดแถวให้ เพราะตอนนั้นตาผมยังถูกปิดอยู่)
ซักพักก็ได้ยินเสียง “ครูณรงค์” (น.อ.ณรงค์ แย้มงามเหลือ)บอกว่า “เอ้า..นักเรียนเปิดตาได้ ค่อยๆลืมตานะ”
สิ่งแรกที่ได้เห็นหลังจากถูกปิดตา 2 วัน 1 คืน คือแสงแดด มีความรู้สึกว่า โลกนี้มันช่างสวยงามเหลือเกิน ใครที่ไม่
เคยถูกปิดตา 2 วัน 1 คืน คงจะไม่รู้ถึงความรู้สึกนี้หรอก  หลังจากนั้นก็เป็นการ ประดับปีกอ่อน  และงานเลี้ยงเล็กๆ
มีทั้งอาหาร และเครื่องดื่ม ผมกินอะไรไม่ได้เลย กินได้แต่น้ำ   ไม่ใช่ว่าตื่นเต้นนะที่สาเร็จหลักสูตรแล้ว แต่เป็นเพราะ
ช่วงเวลา2วันกับ1คืน ที่เข้าภาคเชลยศึกนั่น ผมได้กินข้า1คำ กับน้ำอีกนิดหน่อยเท่านั้นเอง  กระเพาะอาหารของผม
มันเลยไม่ค่อยจะรับอาหาร


โดยรวมแล้ว ผมมองว่า “หลักสูตรปฏิบัติการพิเศษ” เป็นหลักสูตรที่ดีหลักสูตรหนึ่ง เพราะสอนให้คนเอาตัวรอดได้
สอนให้คนมีความอดทนอดกลั้นเหนือคน สอนอะไรอีกหลายๆอย่าง ทาให้คุณได้รู้ว่าสิ่งที่คุณไม่เคยคิดว่า คุณจะทำ
ได้ คุณก็สามารถทาได้ ถ้าคุณอยากรู้ว่า“หลักสูตรปฏิบัติการพิเศษ” มันดีอย่างที่ผมได้บรรยายไปจริงหรือไม่ผมอยาก
ให้คุณลองเข้ามาสัมผัสกับมันดู แล้วถ้าคุณฝึกจนสาเร็จหลักสูตร คุณจะรู้ว่าสิ่งที่ผมได้บรรยายไว้นั้นเป็นเรื่องจริง



หน่วยคอมมานโด ของทหารอากาศอยู่ที่ดอนเมือง เป็นหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ของหน่วยบัญชาการ
อากาศโยธิน มีอยู่ 3 กองพัน การปฏิบัติงาน  เหมือน กองร้อยปฏิบัติการพิเศษ กรมรบพิเศษที่ 3 ของ
ทบ.
หรือ หน่วยอินทราช 26 และ นเรศวร 261ของตำรวจ และ ศูนย์ต่อต้านก่อการร้ายสากล กองทัพ
ไทย   ทุก
หน่วยมีทั้งนายทหารและนายสิบครับ แต่   หน่วยคอมมานโดของทหารอากาศ  จะต้องผ่าน
หลักสูตร
"คอมมานโด" ก่อนถึงจะไปอยู่ได้










SelectionFile type iconFile nameDescriptionSizeRevisionTimeUser
Comments