วิธีรับมือน้ำท่วม

 
  

 1.ประเมินสถานการณ์คร่าวๆ ด้วยตัวเอง สถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้หลายๆ คนสงสัยว่าจะเอาตัวรอดได้ไหม  เมื่อพยายามค้นหาคำตอบก็พบว่า มีข้อมูลมากมายจนจับต้นชนปลายไม่ถูก ปัญหาคือ เราไม่รู้ว่าข้อมูลไหนบ้างที่จำเป็นต่อการประเมินสถานการณ์น้ำท่วม *


 2.ข้อมูลหลายอย่างอาจฟังดูยากในช่วงแรก แต่ถ้าเราค่อยๆ ทำความรู้จักมัน ความไม่่รู้และความกังวลจะค่อยๆ หายไป วันนี้เราจะตอบ 3 คำถามสำคัญ ซึ่งจะทำให้คุณสามารถประเมินสถานการณ์น้ำท่วมอย่างคร่าวๆ ได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องรอคำตอบจากใคร เพื่อที่คุณจะได้เตรียมพร้อม และหลีกเลี่ยงการเป็นผู้ประสบภัยแม้ในยามน้ำท่วม กลางวันไม่เป็นอันทำงาน กลางคืนก็นอนหลับไม่ลง อย่างแรกที่คุณจำเป็นต้องรู้คือ*


     จุดยุทธศาสตร์ของตัวเอง รู้จักเขตที่บ้านคุณอยู่ ดูว่าอยู่จุดไหนของแผนที่ รวมถึงจดจำเขตใกล้เคียง เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลได้เวลาฟังข่าวตามสื่อต่างๆ *


 3.ต้องรู้ทิศทางการระบายน้ำออกสู่ทะเล ว่าผ่านใกล้บ้านคุณหรือไม่ ? รู้จักจุดเสี่ยงที่สำคัญ ณ ขณะนั้น เช่น ระยะห่างบ้านคุณกับคันกั้นน้ำที่กำลังกั้นมวลน้ำอยู่ รู้จักคลองสายหลักใกล้บ้าน เพราะคลองเป็นเส้นทางหลักที่น้ำจะใช้เดินทางมา  เพราะบ้านที่อยู่ใกล้คลองมีความเสี่ยงที่จะมีน้ำท่วมเป็นอันดับแรกๆ  เป็นต้น *


 4.เราจะต้องเข้าใจก่อนว่าภูมิประเทศของแต่ละจังหวัด ไม่ได้ราบเรียบเท่ากันทั้งหมด  และมีความสูงต่ำไม่เท่ากันในแต่ละพื้นที่ สมมุติรัฐบาลประกาศว่า น้ำจะท่วมเขตเสลดเป็ด 1 เมตร บ้าน A บ้าน B อยู่ในเขตเดียวกัน ความสูงของบ้านไม่เท่ากัน อาจเกิดความสับสนได้ว่า 1 เมตรของบ้านใคร   นั่นเป็นเหตุให้รัฐบาลจำเป็นต้องประกาศสถานการณ์น้ำ เป็นระดับน้ำที่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง เพื่อที่แต่ละบ้านจะได้ประเมินสถานการณ์บ้านของตัวเองได้อย่างใกล้เคียงความเป็นจริงที่สุดอย่าเพิ่งกุมหัวว่าศัพท์เทคนิคเหล่านี้ยากเกินเข้าใจ เพียงแค่เราเช็คความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางของบ้านเราเอาไว้ เราก็สามารถคิดกันได้ง่ายๆ  ด้วยการนำเอาตัวเลขที่รัฐบาลประกาศว่า น้ำจะท่วมสูงเท่าไหร่ ลบออกด้วย ความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางของเขตบ้าน ผลลัพธ์ที่ได้คือ ปริมาณน้ำที่จะท่วมจริง*


 5.  สมมุติรัฐบาลประกาศว่า น้ำจะท่วม 2 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ถ้าเขตบ้านของคุณสูง 1.7 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ในความเป็นจริงแล้ว จะท่วมประมาณ 30 เซนติเมตร ดังนั้น เมื่อได้ยินว่า น้ำท่วม 2 เมตร ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะมิดหลังคาบ้าน เพราะที่จริงมันแค่ประมาณครึ่งแข้งเท่านั้นเอง *


 6. ขึ้นอยู๋กับปัจจัยหลายอย่าง แต่ถึงอย่างไรก็สามารถประเมินคร่าวๆ ได้ สิ่งที่คุณต้องศึกษาคือ สภาพโดยรอบของเขตบ้านคุณ ตามธรรมชาติแล้ว น้ำจะไหลจากเหนือลงสู่ใต้ เพื่อระบายออกอ่าวไทย แต่บางพื้นที่ไม่เป็นเช่นนั้น เช่น เขต A อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1 เมตร น้ำจะไหลจากเขต A ลงใต้ไปยัง เขต B สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 2 เมตร เราเรียกลักษณะของเขต A ว่าเป็นพื้นที่แอ่งกะทะ ซึ่งมี ผลให้การระบายน้ำ เป็นไปได้ยากกว่า *



 เส้นทางการระบายน้ำ



  7.  เส้นทางการระบายน้ำสามารถชี้วัดความยาวนานของน้ำท่วมได้ พื้นที่ซึ่งใกล้จุดระบายน้ำหลัก น้ำจะท่วมยาวนานกว่าพื้นที่ที่เป็นทางผ่าน  คิดง่ายๆ ว่า น้ำจากรอบด้านจะต้องไหลผ่านมาในเขตบ้านเรา นั่นแปลว่าตราบใดที่น้ำยังระบายไม่หมด เราจะยังเป็นพื้นที่รับน้ำสุดท้ายก่อนที่น้ำจะพ้นเราไปเราได้รวบรวมลิงค์ที่จำเป็นไว้ให้ลองศึกษาและนำไปปรับใช้กัน ไม่มีใครรู้จักบ้านคุณดี เท่าตัวคุณเอง  *

               

1. หมั่นติดตามข่าวสาร และประกาศเตือนทุกช่องทาง เช่น วิทยุ โทรทัศน์ เสาสัญญาณ เป็นต้น*


2. เตรียมข้าวสาร อาหารแห้ง ยารักษาโรค ไฟฉาย และอุปกรณ์ที่จำเป็นอื่น ๆ เพื่อเอาตัวรอดในยามน้ำท่วม*

3. เตรียมกระสอบทรายไว้เพื่อทำผนังกั้นน้ำ (แต่ห้ามวางไว้พิงกำแพง เพราะจะเพิ่มแรงดันให้น้ำทะลักเข้ามาได้ง่าย)*
*
4. หมั่นทำความสะอาดพื้น ไม่ให้มีของอันตรายหากเกิดน้ำท่วมสูง*

5. เก็บของมีค่า และสัตว์เลี้ยง รวมถึงอุปกรณ์ไฟฟ้า ไปไว้ชั้นบนของบ้าน*

6. เตรียมเบอร์ติดต่อ หน่วยงานของรัฐ เผื่อต้องการความช่วยเหลือ*

7. ชาร์จแบตโทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์สื่อสารให้พร้อม*

 


8. หากเกิดน้ำท่วมให้หนีขึ้นที่สูง และปิดวงจรไฟฟ้า เพื่อป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร*

9. พยายามหาส่วนแห้งเพื่อหลบภัย และป้องกันไฟดูด*

10. ห้ามรับประทานน้ำที่ท่วมสูง หากขาดแคลนน้ำดื่ม ให้ต้มก่อนทุกครั้ง เพื่อป้องกันโรคระบาด*

11. หากน้ำท่วมไม่สูงมาก ให้ระวังการใช้รถใช้ถนน และดูแลเด็กเล็กไม่ให้ออกจากบ้าน*

12. ระวังสัตว์มีพิษที่มากับน้ำ หากถูกกัดให้ล้างแผลด้วยน้ำต้มสุกและเช็ดแอลกอฮอล์รอบแผล จากนั้นหาทางไปโรงพยาบาลทันที*

วิดีโอ YouTube

วิดีโอ YouTube