4. เครื่องปั้นดินเผา

การปั้นหม้อ  ที่บ้านหม้อ  ตำบลเขวา  อำเภอเมือง  จังหวัดมหาสารคาม

    บ้านหม้อเป็นหมู่บ้านซึ่งห่างจากตัวจังหวัดมหาสารคาม   ประมาณ  5 กิโลเมตร  มีราษฎรอาศัยอยู่ประมาณ  160  ครอบครัว   ชาวบ้านมีอาชีพหลักคือ  การทำนา  และเป็นชาวบ้านที่อพยพหนีความแห้งแล้งทุรกันดารของท้องถิ่นจากอำเภอโนนสูง  จังหวัดนครราชสีมา  ในตอนแรกมีประมาณ  3-9  หลังคาเรือน  มีความรู้เรื่องการปั้นหม้อมาก่อน  เมื่อหนีความแห้งแล้งก็มาเจอปัญหาดินเค็ม  ผลผลิตจากการเก็บเกี่ยวจึงไม่สามารถทำรายได้เพื่อจับจ่ายเป็นการยังชีพตลอดปีได้  จึงได้ยึดอาชีพการปั้นหม้ออีกอาชีพหนึ่ง  เพื่อเป็นการแก้ปัญหาในฤดูที่ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล

    คุณลุงละมัย   คำศิริรักษ์  ประธานกลุ่มเครื่องปั้นดินเผาบ้านหม้อ  อำเภอเมือง  จังหวัดมหาสารคาม  ได้ให้รายละเอียดของอาชีพและประวัติบ้านหม้อว่า   ชาวบ้านหม้อเป็นลูกหลานที่อพยพมาจากบ้านเพิก  บ้านเพีย  ในเขตอำเภอโนนสูง  เดิม จังหวัดนครราชสีมาเมื่อประมาณ  100  กว่าปีแล้วเพราะในช่วงนั้นโคราชเกิดฝนแล้งติดต่อกัน  8-9  ปี   เกิดโรคระบาดหนักจนต้องอพยพมาอยู่อีสาน  ซึ่งเชื่อว่าจะทำมาหากินง่ายกว่า  “หนองเลิง”   ซึ่งถือว่าเป็นขุมทรัพย์ของชาวบ้านหม้อ  ปัจจุบันเป็นแหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์ที่สำคัญที่สุด  คือ  เป็นหนองน้ำที่มีดินดีปั้นหม้อได้คุณภาพสูงตรงกับความต้องการของผู้ย้ายเข้ามาอยู่ใหม่   ซึ่งมีอาชีพเดิมในการปั้นหม้อเป็นทุนเดิม  ลุงละมัย (ชาวบ้านเรียกว่า  พ่อทรงคุณ)  เล่าว่า   ชาวบ้านหม้อแต่เดิมไม่สนใจการทำนาทำไร่  ยึดอาชีพปั้นหม้ออย่างเดียว  จนทำให้ชาวบ้านหม้อในปัจจุบันซึ่งมีถึง  160  ครอบครัว   ไม่มีที่นาทำกินเป็นของตนเองถึง  90  ครอบครัว

วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการปั้นหม้อ

    1.  ดิน  (ดินตามที่เหมาะในการเพาะปลูกและเหมาะในการปั้นหม้อ)

         โดยปกติดินที่ใช้ในการปั้นหม้อเป็นการผสมกันระหว่างดินเหนียวและดินเชื้อ  ซึ่งดินเหนียวเป็นดินที่หาได้จากหนองเลิง   ชาวบ้านหม้อถือเป็นเส้นโลหิตของหมู่บ้านก็ว่าได้ส่วนดินเชื้อได้จากดินโคลนผสมกับแกลบในหลุมลึกประมาณ  1  เมตร  ในอัตราส่วน  1  ต่อ  1  ก็จะเป็นดินที่สามารถนำปั้นหม้อได้

    2.  ครกไม้

         ทำด้วยไม้ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ  30  ซม.  สูงประมาณ  1  เมตร  ใช้เครื่องมือเจาะเป็นโพรงตรงกลางให้เกือบจะทะลุอีกด้านเหลือไว้ประมาณ  3-5  ซม.  ใช้สำหรับตำหรือบดดินเชื้อให้ละเอียดเพื่อนำไปผสมกับดินเหนียวสำหรับการปั้นหม้อ


    3.  สาก

      ทำด้วยไม้เนื้อแข็งขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ  3-5 ซม.  ยาวประมาณ    เมตร  ใช้สำหรับบดดินเชื้อคู่กับครก

    4.  ตะแกงหรือเขิง

      ใช้สำหรับร่อนเอาดินเชื้อที่ละเอียดซึ่งตะแกงหรือเขิงเป็นเครื่องจักสานด้วยไม้ไผ่หรือที่เป็นเส้นลวดก็ได้   มีลักษณะกลม ๆ  เล็กกว่ากระด้ง  ซึ่งใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง  เช่น  แยกแกลบจากรำข้าว  ดูลักษณะการใช้งานก็จะคงไม่แตกต่างกับตะแกรงร่อนทรายใช้ในงานก่อสร้าง

    5.   ลำเพลิน  หรือบางท้องถิ่น  เรียกว่า  หม้อดิน

           ทำด้วยใบสับปะรด  แต่ปัจจุบันในสับปะรดหาได้ยาก  จึงหันมาใช้แผ่นพลาสติกแทนเป็นลักษณะรูปเหลี่ยมผืนผ้าขนาดกว้างประมาณ  1  เมตร  ยาวประมาณ  2  เมตร  ใช้สำหรับผสมดินเชื้อกับดินเหนียว (ชาวบ้านเรียกว่า  เหยียบดิน)   ให้เป็นเนื้อเดียวกันที่เรียกว่าลำเพลิน  อาจมีสาเหตุจากจังหวะการเหยียบซึ่งมีลีลาคล้ายกับการเต้นหมอลำเพลินของชาวอีสานก็อาจเป็นได้

  
  6.  แป้นปั้น

             หมายถึง  แป้นที่ใช้สำหรับการขึ้นรูปซึ่งมี  2  ลักษณะคือ  แท่นไม้กลมและแป้นหมุนแท่นไม้กลมสูงประมาณ  50  ซม.  ทางบ้านใช้ต้นมะพร้าวที่โค่นลงแล้วตัดเป็นท่อนยาวตามความเหมาะสม   นำมาตั้งทำแท่นบางท้องถิ่นก็ใช้ครกไม้แทน  ซึ่งใช้ประโยชน์ได้ทั้ง  2  ทาง  คือ  ใช้บดดินเชื้อให้ละเอียดและกลับอีกด้านหนึ่งก็สามารถที่จะใช้แป้นปั้นได้  เป็นแป้นปั้นแบบนี้เวลาขึ้นรูป (ขึ้นเบ้า)  ช่างจะขึ้นเบ้าและเดินถอยหลังรอบ  ๆ แท่นไม้เพื่อแต่งรูปทรง  แป้นปั้นอีกลักษณะหนึ่งคือ  แป้นหมุน  แป้นแบบนี้  ผู้ปั้นจะยืนอยู่จุดเดียวและหมุนแป้นไปเรื่อย ๆ  มีส่วนประกอบที่สำคัญคือ  ส่วนที่เป็นไม้  และส่วนที่เป็นเดือย  แป้นแบบหมุนนี้ชาวบ้านหม้อบอกว่าใช้ไม่ถนัดจึงหันมาใช้แบบดั้งเดิม  คือ  แบบถอยหลัง

    7.  หินดุ

          ทำด้วยดินชนิดเดียวกับดินที่ใช้ปั้นหม้อมีลักษณะหัวกลม ๆ   รูปร่างคล้ายดอกเห็ดมีหลายขนาด  ใช้สำหรับกระทุ้ง  ดุนหรือดันหรือรองรับการตีจากด้านนอก  เพื่อให้เป็นรูปทรงตามที่ต้องการซึ่งราคาประมาณอันละ  10  บาท  ซึ่งชาวบ้านมีความเชื่อว่าการทำหินดุนั้นห้ามสตรีที่ยังมีประจำเดือนทำหินดุ  เพราะเป็นการขะลำ

    8.  ไม้ลาย

      ทำด้วยไม้มีลักษณะรูปทรงคล้ายไม้พายเรือ  ยาวประมาณ  30  เซนติเมตร  มีด้ามจับ  ใช้สำหรับตีหม้อ  เพื่อให้ได้รูปทรงตามที่ต้องการ


      9.  ไม้สักคอ

      มีลักษณะเป็นแท่งไม้คล้ายตะเกียบแต่ขนาดอ้วนและสั้นกว่า  ใช้สำหรับทำลวดลายลงบนคอหม้อลายที่แกะส่วนมากก็เป็นลายเรขาคณิต



      10.  ใบสวี

        สมัยก่อนทำด้วยใบสับปะรด  แต่เนื่องจากปัจจุบันใบสับปะรดหาได้ยาก  จึงหันมาใช้แผ่นพลาสติกแทน  ใบสวีกว้างประมาณ  1  นิ้ว  ยาว  6  นิ้ว  ใช้สำหรับขึ้นรูปปากหม้อและเช็ดปากหม้อในการปั้นหม้อ

      11.  ลวดหรือเลื่อยตัดดิน

        มีลักษณะคล้ายเลื่อยวงเดือน  ใช้สำหรับตัดดินเหนียวให้ขาดและหลุดออกจากกัน

      12.  ไม้ก้อหม้อ

        มีลักษณะกลมความยาวแล้วแต่ความเหมาะสมกับภาชนะที่จะปั้นใช้สำหรับม้วนแผ่นเดินที่เตรียมไว้เพื่อให้เป็นรูปทรงตามต้องการ

ขั้นตอนและวิธีการปั้นหม้อ

1.    การเตรียมดิน

2.    การขึ้นรูปหรือขึ้นเบ้า

3.    การเก็บรักษา

4.    การเผา

รูปทรงลักษณะสิ่งผลิตตลอดประโยชน์ใช้สอย

    รูปทรงต่าง  ๆ  ของภาชนะที่ผลิตขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้าและประโยชน์ใช้สอย  การใช้ในชีวิตประจำวันหรือพิธีทางศาสนา   เช่น  การบวงสรวงต่าง  ๆ  นอกจากนี้ยังควรปั้นรูปทรงแปลกใหม่ ๆ   อีกมากมาย

ขั้นตอนในการปั้นหม้อ

    นำเอาดินมาหมักไว้ในบ่อ  เอามาเหยียบย่ำใส่กับส่วนผสมซึ่งเป็นดินเชื้อ  

    ดินเชื้อ  :  คือดินที่ได้มาจากการนำเอาดินโคลนมาผสมกับแกลบแล้วปั้นเป็นก้อนกลม ๆ  พอเหมาะแล้วนำไปตากแดดพอแห้งก็นำไปเผา   พอเผาเสร็จก็นำมาบดหรือตำด้วยครกไม้ละเอียดแล้วใช้ตะแกรงหรือเขิงร่อนเอาส่วนที่ละเอียดที่สุดไว้   แล้วนำมาผสมกับดินเหนียวเมื่อผสมเสร็จก็นำมาปั้นหม้อ  แต่ถ้าดินยังนุ่มไม่พอต้องเหยียบหรือย่ำอยู่จนดินเหนียวกับดินเชื้อผสมเข้ากันดีแล้วจึงนำมาปั้นได้

การทำหม้อ

    ต้องขึ้นเบ้าก่อน  (ขึ้นรูป)  แล้ววางไว้เหมือนครกตั้งทิ้งไว้ให้ดินเหนียวหมาดเสียก่อน  ตอนขึ้นเบ้าต้องทำตรงให้อ้วนส่วนปลายจะเรียวเล็กกว่าแล้วใช้หัวแม่มือเจาะหัวท้ายให้เป็นหลุมตากทิ้งไว้พอหมาดแล้วก็ใช้ไม้ก้อหม้อเจาะเข้าตรงรูที่ทำไว้  ด้วยการกลิ้งไม้ก้อไปหาก็จะได้เป็นรูตรงกลางที่ทะลุถึงกันแล้วตากไว้   พอทำเสร็จแล้วก็ปั้นผ่าหม้อแต่จะทำเล็กกว่าตัวหม้อ  ฝาหม้อจะเล็กมีลักษณะเหมือนครก (ดูรูป)   พอทำฝาเสร็จก็เอาตัวหม้อขึ้นแป้นหรือครกไม้จะใช้ได้  2  ทาง ๆ  หนึ่งจะเป็นครกไม้อีกทางจะเป็นแป้นสำหรับขึ้นรูป  แล้วก็นำมาสวีปากคือการทำปากหม้อด้วยใช้ใบพลาสติกหลาย ๆ  ชั้น (ใบ)  คือการคลึงปากหม้อด้วยการเดินถอยหลังประมาณ  2-3  เที่ยวจะได้ปากหม้อและคอหม้อ  แล้วใช้ไม้กลิ้งปากจะทำจากไม้ไผ่หรือดินเผาก็ได้ด้วยการแกะลายต่าง  ๆ ให้รอบไม้หรือดินนั้นแล้วนำมากลิ้งปากหม้อจนเป็นลายแล้วก็นำไปตากแดดอีก

    ขั้นที่  2  การเด๊าะหม้อ

        คือการใช้ไม้สายและหินดุ  ด้วยการนำเอาหินดุนั้นเข้าข้างในหม้อใช้หินดุดันดินเหนียวให้พองออกมาแล้วใช้ไม้ลายดีด้วยการเดินรอบ ๆ  หม้อ  หรือแป้นนั้นพอเสร็จก็นำไปตากแดดอีก

    ขั้นที่  3  นำไปผึ่งแดดแล้วนำมาตีอีก  ถ้าไม่มีแดดก็ตีไม่ได้

    ขั้นที่  4  นำมาตีอีกพอตีเสร็จก็นำมาวางกับตีนหม้อ  คือ  ปากหม้อที่เผาแล้วนำมาทุบออกให้เหลือแต่ปากหม้อกับคอหม้อตีให้กลมเหมือนหม้อแล้วก็วางไว้กับตีนหม้อตากแดดอีก  พอเสร็จแล้วก็นำมาทำลายด้วยสักคอด้วยลายต่าง ๆ  อาจเป็นลายเรขาคณิตหรือรูปหัวใจก็ได้

การทำฝาหม้อ

    เมื่อทำขึ้นรูปไว้แล้ว

    ขั้นแรก    นำมาขึ้นแป้นแล้วสวีปากประมาณ  2-3  รอบแล้ว  การสวีปากก็คือการคลึงใช้นิ้วหัวแม่มือทั้ง  2  ข้างกดเป็นเส้นที่ลอยขึ้นมาด้วยการใช้นิ้วชี้ประคองข้างล่างไว้

    ขั้นที่สอง  

    สวีปากเสร็จตากแดดให้หมาดแล้วนำมาทำหัวหรือที่จับฝาหม้อ  ผึ่งแดดอีก  พอผึ่งแดดแล้วก็นำมาทำลายต่าง ๆ  ด้วยไม้สักคอหม้อแล้วตากแดดไว้ให้แห้งประมาณ  2-3  วัน  ก็เผาถ้าฝนตกก็นานหน่อย

    ถ้าไม่เผาก่อนถ้าเรานำเอาใช้จะใช้ได้ไม่นานดินถูกน้ำจะเปื่อย

    การทำกระถางก็เหมือนกัน   ปากกระทงนั้นใช้มือปิดเอาหลังจากสวีปากแล้ว

การทำต้นหม้อ
    ขั้นแรก   ปั้นเป็นรูปต้นไม้ที่มีกิ่งก้านสาขาแยกออกมาหลาย ๆ  กิ่ง  แล้วหม้อเล็ก  ๆ นั้นจะใช้แป้นหมุน (เครื่องไฟฟ้าทำเป็นหม้อเล็ก ๆ  ถ้าใช้มือทำจะทำไม่ได้เลย  พอปั้นหม้อเสร็จแต่ละก็นำเอาประกอบเข้ากับกิ่งต้นหม้อ

การทำอ่างน้ำ   

    ขั้นแรก      ก็ปั้นให้เป็นก้อนกลม           เสียก่อนโดยปั้นทีละหลายก้อนก่อนแล้วค่อยนำขึ้นวางบนแป้นที่ใช้ไฟฟ้าหมุนแล้วใช้มือประคองช่วยในการทำก็จะมีผ้าขาวผืนเล็ก  ๆ ช่วย  มีไม้ไผ่  แบน  แหลมหัวใช้สำหรับกีดดินออก (ส่วนที่เกินทิ้ง)   และจะมีไม้เล็ก ๆ  แหลมสำหรับวัดขนาดปากอ่าง

การเผาหม้อ
    ใช้ไม้ต่าง ๆ  ที่หาซื้อมามัดละ  50  บาท  และฟางข้าว  ต้องใช้พื้นที่ในการเผาที่โล่งขั้นตอนในการทำเตาเผา  คือ  จะมีหลักตีหม้อ             หรือหลักค้ำไม้เหมือนกับการสร้างบ้าน           หลักตีหม้อสูงประมาณ  5-6  นิ้ว  หลักนี้จะปั้นเอาจะมีไม้ที่ยาววางพาดกับหลักค้ำเป็น        มุมฉากแล้ววางไม้กองขึ้นสูงพอประมาณก็นำเอาหม้อที่แห้งแล้วมาวางคว่ำปากลงทั้งหม้อเล็กใหญ่  ฝาด้วย  แล้วเอาฟางมาคลุมอีกทีแล้วก็จุดไฟเผาด้วยการยัดฟางใต้หลักค้ำ  การเผาใช้เวลาประมาณ  2  ชั่วโมงทั้งเผาทั้งเอาออกถ้าเอาออกช้าก็จะแตกได้

Comments