กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์

กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ช่วงชั้นที่ 3

 

 

ความนำ

                การเรียนรู้วิทยาศาสตร์เป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิต  เนื่องจากความรู้วิทยาศาสตร์เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ  โลกธรรมชาติ (natural world) ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา  ทุกคนจึงต้องเรียนรู้เพื่อนำผลการเรียนรู้ไปใช้ในชีวิตและการประกอบอาชีพ  เมื่อผู้เรียนได้เรียนวิทยาศาสตร์โดยได้รับการกระตุ้นให้เกิดความตื่นเต้น  ท้าทายกับการเผชิญสถานการณ์หรือปัญหา  มีการร่วมกันคิด ลงมือปฏิบัติจริง  ก็จะเข้าใจและเห็นความเชื่อมโยงของวิทยาศาสตร์กับวิชาอื่นและชีวิต ทำให้สามารถอธิบาย ทำนาย คาดการณ์สิ่งต่างๆ ได้อย่างมีเหตุผล  การประสบความสำเร็จในการเรียน วิทยาศาสตร์จะเป็นแรงกระตุ้นให้ผู้เรียนมีความสนใจมุ่งมั่นที่จะสังเกต  สำรวจตรวจสอบ สืบค้นความรู้ที่มีคุณค่าเพิ่มขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง  การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนจึงต้องสอดคล้องกับสภาพจริงในชีวิต  โดยใช้แหล่งเรียนรู้หลากหลายในท้องถิ่น  และคำนึงถึงผู้เรียนที่มีวิธีการเรียนรู้  ความสนใจและความถนัดแตกต่างกัน

                การเรียนรู้วิทยาศาสตร์เป็นพื้นฐาน  เป็นการเรียนรู้เพื่อความเข้าใจ ซาบซึ้งและเห็นความสำคัญของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะส่งผลให้ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้หลาย  ๆ ด้าน เป็นความรู้แบบองค์รวม  อันจะนำไปสู่การสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ และพัฒนาคุณภาพชีวิต  มีความสามารถในการจัดการ  และร่วมกันดูแลรักษาโลกธรรมชาติอย่างยั่งยืน

 

วิสัยทัศน์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์

                มุ่งพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่หลากหลาย  พร้อมใช้สื่อ ICT  ให้ ผู้เรียนมีความเข้าใจหลักการ  เห็นคุณค่า  ความสำคัญของวิทยาศาสตร์  และสามารถนำความรู้มาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม

 

พันธะกิจ

        .  จัดการศึกษาให้กับผู้เรียนอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ

        .  ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีคุณภาพด้านคุณธรรมจริยธรรม เห็นคุณค่าความสำคัญของธรรมชาติและ

                สิ่งแวดล้อม

        .  การจัดกิจกรรมการเรียนสอนที่หลากหลาย  โดยเน้นการใช้สื่อ ICT 

        .  ศึกษาแหล่งเรียนรู้ทั้งภายในและนอกสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง

        ๕. ขอความร่วมมือจากทั้งผู้ปกครอง  องค์กร ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมของโรงเรียน

 

 

 

สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน

หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะสำคัญ ๕ ประการ ดังนี้

                . ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร  มีวัฒนธรรมในการใช้ภาษาถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและประสบการณ์อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม รวมทั้งการเจรจาต่อรองเพื่อขจัดและลดปัญหาความขัดแย้งต่าง ๆ การเลือกรับหรือไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลักเหตุผลและความถูกต้อง ตลอดจนการเลือกใช้วิธีการสื่อสาร ที่มีประสิทธิภาพโดยคำนึงถึงผลกระทบที่มีต่อตนเองและสังคม

                . ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิด อย่างสร้างสรรค์  การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพื่อนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้หรือสารสนเทศเพื่อการตัดสินใจเกี่ยวกับตนเองและสังคมได้อย่างเหมาะสม

. ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ   ที่เผชิญได้อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจความสัมพันธ์และการเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใช้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหา และมีการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพโดยคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น  ต่อตนเอง สังคมและสิ่งแวดล้อม

                . ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต  เป็นความสามารถในการนำกระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ใน
การดำเนินชีวิตประจำวัน  การเรียนรู้ด้วยตนเอง   การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง  การทำงาน และการอยู่ร่วมกันในสังคมด้วยการสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล การจัดการปัญหาและความขัดแย้งต่าง ๆ อย่างเหมาะสม การปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม และการรู้จักหลีกเลี่ยงพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่ส่งผลกระทบต่อตนเองและผู้อื่น

               . ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เป็นความสามารถในการเลือก และใช้ เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ และมีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี  เพื่อการพัฒนาตนเองและสังคม  ในด้านการเรียนรู้  การสื่อสาร การทำงาน  การแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ถูกต้อง เหมาะสม และมีคุณธรรม

 

คุณลักษณะอันพึงประสงค์

หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข  ในฐานะเป็นพลเมืองไทยและพลโลก   ดังนี้

๑.  รักชาติ  ศาสน์ กษัตริย์

๒.  ซื่อสัตย์สุจริต

.  มีวินัย

๔. ใฝ่เรียนรู้

๕. อยู่อย่างพอเพียง

.  มุ่งมั่นในการทำงาน

๗.  รักความเป็นไทย

.  มีจิตสาธารณะ

 

เป้าหมายของการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์

วิทยาศาสตร์เป็นเรื่องของการเรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติ   โดยมนุษย์ใช้กระบวนการสังเกต

สำรวจตรวจสอบ  และการทดลองเกี่ยวกับปรากฏการณ์ทางธรรมชาติและนำผลมาจัดระบบ  หลักการ  แนวคิดและทฤษฏีดังนั้นการเรียนรู้การสอนวิทยาศาสตร์จึงมุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้เป็นผู้เรียนและค้นพบด้วยตนเองมากที่สุด  นั่นคือให้ได้ทั้งกระบวนการและองค์ความรู้  ตั้งแต่วัยเริ่มแรกก่อนเข้าเรียน  เมื่ออยู่ในสถานศึกษาและเมื่อออกจากสถาบันศึกษาไปประกอบอาชีพแล้ว

การจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ในสถานศึกษามีเป้าหมายสำคัญดังนี้

. เพื่อให้เข้าใจหลักการ  ทฤษฎีที่เป็นพื้นฐานในวิทยาศาสตร์

. เพื่อให้เข้าใจขอบเขต  ธรรมชาติและข้อจำกัดของวิทยาศาสตร์

. เพื่อให้มีทักษะที่สำคัญในการศึกษาค้นคว้าและคิดค้นทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

. เพื่อพัฒนาผู้เรียนเกิดสมรรถนะสำคัญ ๕ ประการ

. เพื่อให้ตระหนักถึงความสัมพันธ์ระหว่างวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี มวลมนุษย์และสภาพแวดล้อม

ในเชิงที่มีอิทธิพลและผลกระทบซึ่งกันและกัน

. เพื่อนำความรู้ความเข้าใจในเรื่องวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม

และการดำรงชีวิต

. เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ให้เป็นคนมีจิตวิทยาศาสตร์  มีคุณธรรม  จริยธรรม  และค่านิยมในการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์

 

สาระและมาตรฐานการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์

สาระที่    สิ่งมีชีวิตกับกระบวนการดำรงชีวิต

มาตรฐาน ว  ๑. ๑              เข้าใจหน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของ

ระบบต่างๆ ของสิ่งมีชีวิตที่ทำงานสัมพันธ์กัน มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้  สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ในการดำรงชีวิตของตนเองและดูแลสิ่งมีชีวิต

มาตรฐาน ว  ๑.๒              เข้าใจกระบวนการและความสำคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต ความหลากหลายทางชีวภาพ การใช้เทคโนโลยีชีวภาพที่มีผลกระทบต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสาร สิ่งที่เรียนรู้ และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

สาระที่ ๒   ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม

มาตรฐาน ว ๒. ๑              เข้าใจสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งแวดล้อมกับสิ่งมีชีวิต  ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ในระบบนิเวศ มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

มาตรฐาน ว ๒.๒               เข้าใจความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติ การใช้ทรัพยากรธรรมชาติในระดับท้องถิ่น ประเทศ และโลกนำความรู้ไปใช้ในในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

สาระที่ ๓   สารและสมบัติของสาร

มาตรฐาน ว ๓. ๑               เข้าใจสมบัติของสาร   ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสารกับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค  มีกระบวนการสืบเสาะ หาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ นำความรู้ไปใช้ประโยชน์

มาตรฐาน ว ๓.๒               เข้าใจหลักการและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสาร   การเกิดสารละลาย   การเกิดปฏิกิริยา มีกระบวนการสืบเสาะ หาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

สาระที่ ๔   แรงและการเคลื่อนที่

มาตรฐาน ว ๔. ๑               เข้าใจธรรมชาติของแรงแม่เหล็กไฟฟ้า แรงโน้มถ่วง และแรงนิวเคลียร์   มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์อย่างถูกต้องและมีคุณธรรม  

มาตรฐาน ว ๔.๒                   เข้าใจลักษณะการเคลื่อนที่แบบต่างๆ ของวัตถุในธรรมชาติมีกระบวนการ    สืบเสาะหา

   ความรู้และจิตวิทยาศาสตร์   สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

สาระที่ ๕   พลังงาน

มาตรฐาน ว ๕. ๑               เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างพลังงานกับการดำรงชีวิต การเปลี่ยนรูปพลังงาน ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสารและพลังงาน  ผลของการใช้พลังงานต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อม  มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้  สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

สาระที่ ๖    กระบวนการเปลี่ยนแปลงของโลก

มาตรฐาน ว ๖. ๑               เข้าใจกระบวนการต่าง ๆ   ที่เกิดขึ้นบนผิวโลกและภายในโลก ความสัมพันธ์ของกระบวนการต่าง ๆ ที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ภูมิประเทศ และสัณฐานของโลก มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

สาระที่ ๗   ดาราศาสตร์และอวกาศ

มาตรฐาน ว ๗. ๑   เข้าใจวิวัฒนาการของระบบสุริยะ กาแล็กซีและเอกภพการปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะและผลต่อสิ่งมีชีวิตบนโลก มีกระบวนการสืบเสาะ หาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์  การสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

มาตรฐาน ว ๗.๒   เข้าใจความสำคัญของเทคโนโลยีอวกาศที่นำมาใช้ในการสำรวจอวกาศและทรัพยากรธรรมชาติ ด้านการเกษตรและการสื่อสาร  มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์อย่างมีคุณธรรมต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อม

สาระที่ ๘    ธรรมชาติของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

มาตรฐาน ว ๘. ๑   ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตร์ในการสืบเสาะหาความรู้ การแก้ปัญหา รู้ว่าปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มีรูปแบบที่แน่นอน สามารถอธิบายและตรวจสอบได้ ภายใต้ข้อมูลและเครื่องมือที่มีอยู่ในช่วงเวลานั้นๆ เข้าใจว่า วิทยาศาสตร์  เทคโนโลยี สังคม และสิ่งแวดล้อม  มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง

สาระที่    สิ่งมีชีวิตกับกระบวนการดำรงชีวิต

มาตรฐาน ว  ๑. ๑   เข้าใจหน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของระบบต่างๆ ของสิ่งมีชีวิตที่ทำงานสัมพันธ์กัน มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้   สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ในการดำรงชีวิตของตนเองและดูแลสิ่งมีชีวิต

ชั้น

ตัวชี้วัด

สาระการเรียนรู้แกนกลาง

ม. 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ม. ๒

 

 ๑. สังเกตและอธิบายรูปร่าง  ลักษณะของเซลล์ของสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวและเซลล์ของสิ่งมีชีวิตหลายเซลล์

-  เซลล์ของสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว และเซลล์ของ   สิ่งมีชีวิตหลายเซลล์ เช่น เซลล์พืช และเซลล์สัตว์มีรูปร่าง ลักษณะแตกต่างกัน

๒. สังเกตและเปรียบเทียบส่วนประกอบสำคัญของเซลล์พืชและเซลล์สัตว์

-  นิวเคลียส ไซโทพลาซึม และเยื่อหุ้มเซลล์  เป็นส่วนประกอบสำคัญของเซลล์ที่เหมือนกันของเซลล์พืชและเซลล์สัตว์

 

-  ผนังเซลล์และคลอโรพลาสต์  เป็นส่วนประกอบ      ที่พบได้ในเซลล์พืช

๓.  ทดลองและอธิบายหน้าที่ของส่วนประกอบที่สำคัญของเซลล์พืชและเซลล์สัตว์

-      นิวเคลียส ไซโทพลาซึม เยื่อหุ้มเซลล์ แวคิวโอล  

    เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของเซลล์สัตว์  มีหน้าที่

   แตกต่างกัน  

-      นิวเคลียส ไซโทพลาซึม เยื่อหุ้มเซลล์ แวคิวโอล

    ผนังเซลล์ และคลอโรพลาสต์ เป็นส่วนประกอบที่สำคัญ

   ของเซลล์พืช มีหน้าที่แตกต่างกัน

๔. ทดลองและอธิบายกระบวนการสารผ่านเซลล์     โดยการแพร่และออสโมซิส

-      การแพร่เป็นการเคลื่อนที่ของสาร จากบริเวณที่มี

    ความเข้มข้นสูงไปสู่บริเวณที่มีความเข้มข้นต่ำ

-       ออสโมซิสเป็น การเคลื่อนที่ของน้ำผ่านเข้าและ

   ออกจากเซลล์ จากบริเวณที่มีความเข้มข้นของ

   สารละลายต่ำไปสู่บริเวณที่มีความเข้มข้นของ

   สารละลายสูง โดยผ่านเยื่อเลือกผ่าน

๕. ทดลองหาปัจจัยบางประการที่จำเป็นต่อการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืชและอธิบายว่าแสง  คลอโรฟิลล์ แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ น้ำ เป็นปัจจัย     ที่จำเป็นต้องใช้ในการสังเคราะห์ด้วยแสง    

-      แสง คลอโรฟิลล์ แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ และ

  น้ำ  เป็นปัจจัยที่จำเป็นต่อกระบวนการสังเคราะห์

  ด้วยแสงของพืช

๖.    ทดลองและอธิบายผลที่ได้จากการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช

-      น้ำตาล  แก๊สออกซิเจนและน้ำ  เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้

   จากกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช

๗.  อธิบายความสำคัญของกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืชต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม     

- กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงมีความสำคัญต่อ

   การดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตและต่อสิ่งแวดล้อมใน

   ด้านอาหาร การหมุนเวียนของแก๊สออกซิเจนและ

  แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์

๘.  ทดลองและอธิบายกลุ่มเซลล์ที่เกี่ยวข้องกับการลำเลียงน้ำของพืช

-      เนื้อเยื่อลำเลียงน้ำเป็นกลุ่มเซลล์เฉพาะเรียง

   ต่อเนื่องกันตั้งแต่ราก  ลำต้น จนถึงใบ ทำหน้าที่ 

  ในการลำเลียงน้ำและธาตุอาหาร

๙.    สังเกตและอธิบายโครงสร้างที่เกี่ยวกับระบบลำเลียงน้ำและอาหารของพืช

-      เนื้อเยื่อลำเลียงน้ำและเนื้อเยื่อลำเลียงอาหารเป็น

    กลุ่มเซลล์ที่อยู่คู่ขนานกันเป็นท่อลำเลียง จากราก 

    ลำต้นถึงใบ  ซึ่งการจัดเรียงตัวของท่อลำเลียงใน

    พืชใบเลี้ยงเดี่ยวและพืชใบเลี้ยงคู่จะแตกต่างกัน

-  เนื้อเยื่อลำเลียงน้ำ ทำหน้าที่ในการลำเลียงน้ำและ

   ธาตุอาหารจากรากสู่ใบ  ส่วนเนื้อเยื่อลำเลียง

    อาหารทำหน้าที่ลำเลียงอาหารจากใบสู่ส่วนต่างๆ

   ของพืช

-      การคายน้ำมีส่วนช่วยในการลำเลียงน้ำของพืช

 ๑๐. ทดลองและอธิบายโครงสร้างของดอกที่เกี่ยวข้องกับการสืบพันธุ์ของพืช

- เกสรเพศผู้และเกสรเพศเมียเป็นโครงสร้างที่ใช้ใน

   การสืบพันธุ์ของพืชดอก

 ๑๑.  อธิบายกระบวนการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศของพืชดอกและการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศของพืช โดยใช้ส่วนต่างๆ ของพืชเพื่อช่วยในการขยายพันธุ์

-      กระบวนการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศของพืชดอก

   เป็นการปฏิสนธิระหว่างเซลล์สืบพันธุ์เพศผู้และ

   เซลล์ไข่ในออวุล

-      การแตกหน่อ การเกิดไหล เป็นการสืบพันธุ์ของพืช

   แบบไม่อาศัยเพศ โดยไม่มีการปฏิสนธิ

-       ราก ลำต้น ใบ และกิ่งของพืชสามารถนำไปใช้

   ขยายพันธุ์พืชได้

 

 ๑๒.  ทดลองและอธิบายการตอบสนองของพืชต่อแสง น้ำ และการสัมผัส 

-      พืชตอบสนองต่อสิ่งเร้าภายนอก โดยสังเกตได้จาก

    การเคลื่อนไหวของส่วนประกอบของพืช ที่มีต่อ

    แสง  น้ำ และการสัมผัส    

 ๑๓.  อธิบายหลักการและผลของการใช้เทคโนโลยี ชีวภาพในการขยายพันธุ์  ปรับปรุงพันธุ์ เพิ่มผลผลิตของพืชและนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

-      เทคโนโลยีชีวภาพ เป็นการใช้เทคโนโลยีเพื่อ ทำ

   ให้สิ่งมีชีวิตหรือองค์ประกอบของสิ่งมีชีวิต  

   มีสมบัติตามต้องการ

-       การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช พันธุวิศวกรรมเป็น

   เทคโนโลยีชีวภาพที่ใช้ในการขยายพันธุ์  ปรับปรุง

   พันธุ์ และเพิ่มผลผลิตของพืช

 ๑.  อธิบายโครงสร้างและการทำงานของระบบ     ย่อยอาหาร ระบบหมุนเวียนเลือด ระบบหายใจ    ระบบขับถ่าย ระบบสืบพันธุ์ ของมนุษย์และสัตว์ รวมทั้งระบบประสาทของมนุษย์            

-      ระบบย่อยอาหาร ระบบหมุนเวียนเลือด ระบบ

   หายใจ  ระบบขับถ่าย  ระบบสืบพันธุ์  และระบบ

   ประสาทของมนุษย์  ในแต่ละระบบ  ประกอบด้วย

   อวัยวะหลายชนิดที่ทำงานอย่างเป็นระบบ

-       ระบบย่อยอาหาร ระบบหมุนเวียนเลือด ระบบ

   หายใจ ระบบขับถ่าย ระบบสืบพันธุ์ของสัตว์  

   ประกอบด้วยอวัยวะหลายชนิดที่ทำงานอย่าง 

   เป็นระบบ

๒.    อธิบายความสัมพันธ์ของระบบต่างๆ ของ มนุษย์และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

 

-       ระบบย่อยอาหาร  ระบบหมุนเวียนเลือด ระบบ

   หายใจ ระบบขับถ่าย  ระบบสืบพันธุ์ของมนุษย์ใน

  แต่ละระบบมีการทำงานที่สัมพันธ์กันทำให้มนุษย์

  ดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างปกติ   ถ้าระบบใดระบบหนึ่ง

  ทำงานผิดปกติ ย่อมส่งผลกระทบต่อระบบอื่นๆ

  ดังนั้นจึงต้องมีการดูแลรักษาสุขภาพ

๓.    สังเกตและอธิบายพฤติกรรมของมนุษย์และสัตว์ที่ตอบสนองต่อสิ่งเร้าภายนอกและภายใน     

- แสง อุณหภูมิและการสัมผัส จัดเป็นสิ่งเร้าภายนอก

  ส่วนการเปลี่ยนแปลงระดับสารใน ร่างกาย เช่น

  ฮอร์โมน จัดเป็นสิ่งเร้าภายใน ซึ่งทั้ง สิ่งเร้าภายนอก

  และสิ่งเร้าภายในมีผลต่อมนุษย์และสัตว์ ทำให้

  แสดงพฤติกรรมต่างๆ ออกมา

๔. อธิบายหลักการและผลของการใช้เทคโนโลยีชีวภาพในการขยายพันธุ์ ปรับปรุงพันธุ์ และเพิ่มผลผลิตของสัตว์และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

 

- เทคโนโลยีชีวภาพเป็นการใช้เทคโนโลยี เพื่อทำให้

  สิ่งมีชีวิตหรือองค์ประกอบของสิ่งมีชีวิต  มีสมบัติ

  ตามต้องการ

- การผสมเทียม การถ่ายฝากตัวอ่อน การโคลน เป็นการ

 ใช้เทคโนโลยีชีวภาพในการขยายพันธุ์  ปรับปรุงพันธุ์

 และเพิ่มผลผลิตของสัตว์ 

 

๕.  ทดลอง วิเคราะห์ และอธิบายสารอาหารในอาหารมีปริมาณพลังงานและสัดส่วนที่เหมาะสมกับเพศและวัย

 

-       แป้ง  น้ำตาล  ไขมัน โปรตีน  วิตามินซี เป็น

   สารอาหารและสามารถทดสอบได้

-       การบริโภคอาหาร จำเป็นต้องให้ได้สารอาหาร  

   ที่ครบถ้วนในสัดส่วนที่เหมาะสมกับเพศและวัย

  และได้รับปริมาณพลังงานที่เพียงพอกับ

  ความต้องการของร่างกาย    

 

๖.     อภิปรายผลของสารเสพติดต่อระบบต่าง ๆ ของร่างกาย และแนวทางในการป้องกันตนเองจากสารเสพติด

-      สารเสพติดแต่ละประเภทมีผลต่อระบบต่างๆ   ของ

  ร่างกาย ทำให้ระบบเหล่านั้นทำหน้าที่   ผิดปกติ

  ดังนั้น จึงต้องหลีกเลี่ยงการใช้สารเสพติด  และหา

  แนวทางในการป้องกันตนเองจาก สารเสพติด

 

มาตรฐาน ว  ๑.๒   เข้าใจกระบวนการและความสำคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต ความหลากหลายทางชีวภาพ การใช้เทคโนโลยีชีวภาพที่มีผลกระทบต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

ชั้น

ตัวชี้วัด

สาระการเรียนรู้แกนกลาง

ม. ๑

-

-

ม. ๒

-

-

ม. ๓

 ๑.        สังเกตและอธิบายลักษณะของโครโมโซมที่มีหน่วยพันธุกรรมหรือยีนในนิวเคลียส

 

-            เมื่อมองเซลล์ผ่านกล้องจุลทรรศน์จะเห็นเส้นใยเล็กๆ พันกันอยู่ในนิวเคลียส เมื่อเกิดการแบ่ง เซลล์ เส้นใยเหล่านี้จะขดสั้นเข้าจนมีลักษณะเป็นท่อนสั้น เรียกว่า โครโมโซม

-      โครโมโซมประกอบด้วยดีเอ็นเอและโปรตีน

-  ยีนหรือหน่วยพันธุกรรมเป็นส่วนหนึ่งที่อยู่บนดีเอ็นเอ

 

๒.        อธิบายความสำคัญของสารพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอ    และกระบวนการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม

-   เซลล์หรือสิ่งมีชีวิต มีสารพันธุกรรมหรือ     ดีเอ็นเอที่ควบคุมลักษณะของการแสดงออก

-      ลักษณะทางพันธุกรรมที่ควบคุมด้วยยีนจากพ่อและแม่สามารถถ่ายทอดสู่ลูกผ่านทางเซลล์สืบพันธุ์และการปฏิสนธิ

๓.  อภิปรายโรคทางพันธุกรรมที่เกิดจากความผิดปกติของยีนและโครโมโซมและนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

-  โรคธาลัสซีเมีย  ตาบอดสี เป็นโรคทางพันธุกรรม   ที่เกิดจากความผิดปกติของยีน 

-      กลุ่มอาการดาวน์เป็นความผิดปกติของร่างกาย   ซึ่งเกิดจากการที่มีจำนวนโครโมโซมเกินมา

-      ความรู้เกี่ยวกับโรคทางพันธุกรรมสามารถนำไปใช้ในการป้องกันโรค  ดูแลผู้ป่วยและวางแผนครอบครัว

๔.         สำรวจและอธิบายความหลากหลายทางชีวภาพในท้องถิ่นที่ทำให้สิ่งมีชีวิตดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างสมดุล

-      ความหลากหลายทางชีวภาพที่ทำให้สิ่งมีชีวิตอยู่อย่างสมดุล ขึ้นอยู่กับความหลากหลายของระบบนิเวศ  ความหลากหลายของชนิดสิ่งมีชีวิต และความหลากหลายทางพันธุกรรม

๕.         อธิบายผลของความหลากหลายทางชีวภาพที่มีต่อมนุษย์  สัตว์  พืช และสิ่งแวดล้อม

-      การตัดไม้ทำลายป่าเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์  สัตว์  พืชและสิ่งแวดล้อม

-      การใช้สารเคมีในการกำจัดศัตรูพืชและสัตว์    ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตทั้งมนุษย์ สัตว์และพืช ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงความหลากหลายทางชีวภาพและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

 

๖.    อภิปรายผลของเทคโนโลยีชีวภาพต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์และสิ่งแวดล้อม

-      ผลของเทคโนโลยีชีวภาพ มีประโยชน์ต่อมนุษย์ ทั้งด้านการแพทย์ การเกษตรและอุตสาหกรรม

 

 

 

 

สาระที่ ๒   ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม

มาตรฐาน ว ๒. ๑  เข้าใจสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น   ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งแวดล้อมกับสิ่งมีชีวิต ความสัมพันธ์

                          ระหว่างสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ในระบบนิเวศ มีกระบวนการสืบเสาะ หาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ 

                          สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

ชั้น

ตัวชี้วัด

สาระการเรียนรู้แกนกลาง

ม. ๑

-

-                    

ม. ๒

-

-                    

ม. ๓

 

 ๑. สำรวจระบบนิเวศต่างๆในท้องถิ่นและอธิบาย    ความสัมพันธ์ขององค์ประกอบภายในระบบนิเวศ 

-      ระบบนิเวศในแต่ละท้องถิ่นประกอบด้วย   องค์ประกอบทางกายภาพและองค์ประกอบทางชีวภาพเฉพาะถิ่น ซึ่งมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน

 

 

๒.  วิเคราะห์และอธิบายความสัมพันธ์ของการถ่ายทอดพลังงานของสิ่งมีชีวิตในรูปของโซ่อาหารและสายใยอาหาร

-      สิ่งมีชีวิตมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน โดยมีการถ่ายทอดพลังงานในรูปของโซ่อาหารและสายใยอาหาร

๓.  อธิบายวัฏจักรน้ำ วัฏจักรคาร์บอน และความสำคัญที่มีต่อระบบนิเวศ

-        น้ำและคาร์บอนเป็นองค์ประกอบในสิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิต

-        น้ำและคาร์บอนจะมีการหมุนเวียนเป็นวัฏจักรในระบบนิเวศ ทำให้สิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศนำไปใช้ประโยชน์ได้

๔.  อธิบายปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงขนาดของประชากรในระบบนิเวศ

-      อัตราการเกิด  อัตราการตาย  อัตราการอพยพเข้า   และอัตราการอพยพออกของสิ่งมีชีวิต มีผลต่อ  การเปลี่ยนแปลงขนาดของประชากรในระบบ  นิเวศ

 

มาตรฐาน ว ๒.๒      เข้าใจความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติ การใช้ทรัพยากรธรรมชาติในระดับท้องถิ่น ประเทศ และโลกนำความรู้ไปใช้ในในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ  และสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

ชั้น

ตัวชี้วัด

สาระการเรียนรู้แกนกลาง

ม. ๑

-

-

ม. ๒

-

-

ม. ๓

 ๑.        วิเคราะห์สภาพปัญหาสิ่งแวดล้อม  ทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่น และเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหา

-         สภาพปัญหาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่น เกิดจากการกระทำของธรรมชาติและ มนุษย์

-      ปัญหาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติที่เกิดขึ้น ควรมีแนวทางในการดูแลรักษาและป้องกัน

๒.        อธิบายแนวทางการรักษาสมดุลของระบบนิเวศ     

-        ระบบนิเวศจะสมดุลได้จะต้องมีการควบคุมจำนวนผู้ผลิต  ผู้บริโภค  ผู้สลายสารอินทรีย์ ให้มีปริมาณ สัดส่วน และการกระจายที่เหมาะสม

-        การใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืนและการดูแลรักษาสภาพแวดล้อม  เป็นการรักษาสมดุลของระบบนิเวศ

๓.  อภิปรายการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

-        การนำทรัพยากรธรรมชาติมาใช้อย่างคุ้มค่าด้วยการใช้ซ้ำ   นำกลับมาใช้ใหม่   ลดการใช้ผลิตภัณฑ์  ใช้ผลิตภัณฑ์ชนิดเดิม  ซ่อมแซมสิ่งของเครื่องช้  เป็นวิธีการใช้ทรัพยากร ธรรมชาติอย่างยั่งยืน

.   วิเคราะห์และอธิบายการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 

-      การใช้ทรัพยากรธรรมชาติควรคำนึงถึงปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงบนพื้นฐานของทางสายกลาง   และความไม่ประมาท โดยคำนึงถึงความพอประมาณ   ความมีเหตุผลและ           การเตรียมตัวให้พร้อมที่จะรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

.         อภิปรายปัญหาสิ่งแวดล้อมและเสนอแนะแนวทางการแก้ปัญหา 

- ปัญหาสิ่งแวดล้อม  อาจเกิดจากมลพิษทางน้ำ    มลพิษทางเสียง มลพิษทางอากาศ มลพิษทางดิน

-  แนวทางการแก้ปัญหามีหลายวิธี  เริ่มจากศึกษาแหล่งที่มาของปัญหา เสาะหากระบวนการในการแก้ปัญหา และทุกคนมีส่วนร่วมในการปฏิบัติเพื่อแก้ปัญหานั้น

.  อภิปรายและมีส่วนร่วมในการดูแลและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

-              การดูแลและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นให้ยั่งยืน ควรได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายและต้องเป็นความรับผิดชอบของทุกคน

สาระที่ ๓   สารและสมบัติของสาร

 มาตรฐาน ว ๓. ๑    เข้าใจสมบัติของสาร   ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสารกับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค  มีกระบวนการสืบเสาะ หาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์  สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ นำความรู้ไปใช้ประโยชน์

ชั้น

ตัวชี้วัด

สาระการเรียนรู้แกนกลาง

ม. ๑

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

๑.  ทดลองและจำแนกสารเป็นกลุ่มโดยใช้เนื้อสารหรือขนาดอนุภาคเป็นเกณฑ์ และอธิบายสมบัติของสารในแต่ละกลุ่ม

-       เมื่อใช้เนื้อสารเป็นเกณฑ์ จำแนกสารได้เป็นสารเนื้อเดียวและสารเนื้อผสม ซึ่งสารแต่ละกลุ่มจะมีสมบัติแตกต่างกัน

-  เมื่อใช้ขนาดอนุภาคของสารเป็นเกณฑ์จำแนกสารเป็นสารแขวนลอย คอลลอยด์และสารละลาย ซึ่งสารแต่ละกลุ่มจะมีสมบัติแตกต่างกัน

๒.  อธิบายสมบัติและการเปลี่ยนสถานะของสาร โดยใช้แบบจำลองการจัดเรียงอนุภาคของสาร 

-   สี  รูปร่าง  ขนาด ความแข็ง  ความหนาแน่น จุดเดือด จุดหลอมเหลว  เป็นสมบัติทางกายภาพของสาร  ความเป็นกรด- เบส     ความสามารถในการรวมตัวกับสารอื่น ๆ  การแยกสลายของสารและการเผาไหม้ เป็นสมบัติทางเคมี

-  สารในสถานะต่าง ๆ มีลักษณะการจัดเรียงอนุภาค   ระยะห่างระหว่างอนุภาค  และแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคแตกต่างกัน ซึ่งสามารถใช้แบบจำลองการจัดเรียงอนุภาคของสารอธิบายสมบัติบางประการของสารได้

๓.  ทดลองและอธิบายสมบัติความเป็นกรด  เบส ของสารละลาย

-  สารละลายที่มีน้ำเป็นตัวทำละลาย อาจจะมีสมบัติเป็นกรด  กลาง หรือเบส  ซึ่งสามารถทดสอบได้ด้วยกระดาษลิตมัส หรืออินดิเคเตอร์

 

๔.  ตรวจสอบค่า pH ของสารละลายและนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

-   ความเป็นกรด เบสของสารละลายระบุเป็น

    ค่า pH ซึ่งตรวจสอบได้ด้วยเครื่องมือวัดค่า pH   หรือยูนิเวอร์ซัลอินดิเคเตอร์

-  ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวันอาจมีความเป็นกรดเบสแตกต่างกัน จึงควรเลือกใช้ให้ถูกต้องปลอดภัยต่อตนเองและสิ่งแวดล้อม

ม.๒

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

๑.  สำรวจและอธิบายองค์ประกอบ สมบัติของธาตุและสารประกอบ 

 

 

 

 

 

-       ธาตุ เป็นสารบริสุทธิ์ที่ประกอบด้วยอะตอมชนิดเดียวกันและไม่สามารถแยกสลายเป็นสารอื่นได้อีกโดยวิธีการทางเคมี

-  สารประกอบเป็นสารบริสุทธิ์ที่ประกอบด้วยธาตุตั้งแต่สองธาตุขึ้นไป รวมตัวกันด้วยอัตราส่วนโดยมวลคงที่ และมีสมบัติแตกต่างจากสมบัติเดิมของธาตุที่เป็นองค์ประกอบ

๒.  สืบค้นข้อมูลและเปรียบเทียบสมบัติของธาตุโลหะ ธาตุอโลหะ ธาตุกึ่งโลหะและธาตุกัมมันตรังสีและนำความรู้ไปใช้ประโยชน์      

 

 

-  ธาตุแต่ละชนิดมีสมบัติบางประการที่คล้ายกันและแตกต่างกัน จึงสามารถจำแนกกลุ่มธาตุตามสมบัติของธาตุเป็นธาตุโลหะ  กึ่งโลหะ อโลหะ และธาตุกัมมันตรังสี

-  ในชีวิตประจำวันมีวัสดุ  อุปกรณ์และผลิตภัณฑ์

    ต่าง    ที่ผลิตมาจากธาตุและสารประกอบ จึงควรเลือกใช้ให้ถูกต้อง เหมาะสมปลอดภัย และยั่งยืน

๓.  ทดลองและอธิบายการหลักการแยกสารด้วยวิธีการกรอง  การตกผลึก  การสกัด  การกลั่น  และโครมาโทกราฟี และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

-  การกรอง   การตกผลึก   การสกัด  การกลั่นและโครมาโทกราฟี  เป็นวิธีการแยกสารที่มีหลักการแตกต่างกัน และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน

ม.๓

-

-

มาตรฐาน ว ๓.๒       เข้าใจหลักการและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสาร   การเกิดสารละลาย        การเกิดปฏิกิริยา มีกระบวนการสืบเสาะ หาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

ชั้น

ตัวชี้วัด

สาระการเรียนรู้แกนกลาง

ม. ๑

 ๑. ทดลองและอธิบายวิธีเตรียมสารละลายที่มีความเข้มข้นเป็นร้อยละ และอภิปรายการนำความรู้เกี่ยวกับสารละลายไปใช้ประโยชน์  

 

 

-     สารละลายประกอบด้วยตัวละลายและตัวทำละลาย  สารละลายที่ระบุความเข้มข้นเป็นร้อยละหมายถึงสารละลายที่มีอัตราส่วนของปริมาณตัวละลาย  ละลายอยู่ในสารละลายร้อยส่วน

-      ในชีวิตประจำวัน ได้มีการนำความรู้เรื่องสารละลายไปใช้ประโยชน์ทางด้านการเกษตร อุตสาหกรรมอาหาร การแพทย์ และด้านอื่น ๆ

๒. ทดลองและอธิบายการเปลี่ยน แปลงสมบัติ   มวลและพลังงานของสาร เมื่อสารเปลี่ยนสถานะและเกิดการละลาย

-    เมื่อสารเกิดการเปลี่ยนสถานะและเกิดการละลาย  มวลของสารจะไม่เปลี่ยนแปลง  แต่สมบัติทางกายภาพเปลี่ยนแปลง รวมทั้งมีการถ่ายโอนพลังงานระหว่างระบบกับสิ่งแวดล้อม

๓. ทดลองและอธิบายปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนสถานะ และการละลายของสาร 

-    อุณหภูมิ ความดัน ชนิดของสารมีผลต่อการเปลี่ยนสถานะ และการละลายของสาร

ม.๒

 ๑. ทดลองและอธิบายการเปลี่ยนแปลงสมบัติ มวล และพลังงานเมื่อสารเกิดปฏิกิริยาเคมี รวมทั้งอธิบายปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดปฏิกิริยาเคมี  

-  เมื่อสารเกิดปฏิกิริยาเคมีจะมีพลังงานเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งอาจเป็นการดูดพลังงานความร้อนหรือคายพลังงานความร้อน

-   อุณหภูมิ ความเข้มข้น ธรรมชาติของสารและตัวเร่งปฏิกิริยา มีผลต่อการเกิดปฏิกิริยาเคมีของสาร

๒. ทดลอง อธิบายและเขียนสมการเคมีของปฏิกิริยาของสารต่าง ๆ  และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์  

  

-       สมการเคมีใช้เขียนแสดงการเกิดปฏิกิริยาเคมีของสาร ซึ่งมีทั้งสารตั้งต้นและสารผลิตภัณฑ์

-       ปฏิกิริยาระหว่างโลหะกับออกซิเจน โลหะกับน้ำ โลหะกับกรด กรดกับเบส และกรดกับคาร์บอเนตเป็นปฏิกิริยาเคมีที่พบทั่วไป

-  การเลือกใช้วัสดุและสารรอบตัวในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัยโดยคำนึงถึงปฏิกิริยาที่เกิดขึ้น

๓.  สืบค้นข้อมูลและอภิปรายผลของสารเคมี ปฏิกิริยาเคมีต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม    

-  สารเคมีและปฏิกิริยาเคมี มีทั้งประโยชน์และโทษต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมทั้งทางตรงและทางอ้อม  

 

๔.  สืบค้นข้อมูลและอธิบายการใช้สารเคมีอย่างถูกต้อง ปลอดภัย วิธีป้องกันและแก้ไขอันตรายที่เกิดขึ้นจากการใช้สารเคมี          

-  การใช้สารเคมีต้องมีความระมัดระวัง  ป้องกัน   ไม่ให้เกิดอันตรายต่อตนเองและผู้อื่น โดยใช้ให้ถูกต้อง ปลอดภัยและคุ้มค่า

-  ผู้ใช้สารเคมีควรรู้จักสัญลักษณ์เตือนภัยบน     ฉลาก และรู้วิธีการแก้ไข และการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อได้รับอันตรายจากสารเคมี

 

สาระที่ ๔   แรงและการเคลื่อนที่

มาตรฐาน ว ๔. ๑   เข้าใจธรรมชาติของแรงแม่เหล็กไฟฟ้า แรงโน้มถ่วง และแรงนิวเคลียร์ มีกระบวนการ   สืบเสาะหาความรู้ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์อย่างถูกต้องและ       มีคุณธรรม  

ชั้น

ตัวชี้วัด

สาระการเรียนรู้แกนกลาง

ม. ๑

๑.   สืบค้นข้อมูล และอธิบายปริมาณ สเกลาร์ ปริมาณเวกเตอร์ 

-   ปริมาณทางกายภาพแบ่งเป็นปริมาณสเกลาร์และปริมาณเวกเตอร์ ปริมาณสเกลาร์เป็นปริมาณที่มีแต่ขนาด ปริมาณเวกเตอร์เป็นปริมาณที่มีทั้งขนาดและทิศทาง

๒.   ทดลองและอธิบายระยะทาง  การกระจัด อัตราเร็วและความเร็ว ในการเคลื่อนที่ของวัตถุ

-            การเคลื่อนที่ของวัตถุเกี่ยวข้องกับระยะทาง การกระจัด อัตราเร็ว ความเร็ว  ระยะทาง คือ  ความยาวที่วัดตามแนวทางการเคลื่อนที่ของวัตถุจากตำแหน่งเริ่มต้นไปยังตำแหน่งสุดท้าย  การกระจัด คือ  เวกเตอร์ที่ชี้ตำแหน่งสุดท้ายของวัตถุเทียบกับตำแหน่งเริ่มต้น  อัตราเร็ว คือ ระยะทางที่วัตถุเคลื่อนที่ได้ในหนึ่งหน่วยเวลา  ความเร็ว คือ การกระจัดของวัตถุในหนึ่งหน่วยเวลา

ม.๒

 

 ๑.  ทดลองและอธิบายการหาแรงลัพธ์ของแรงหลายแรงในระนาบเดียวกันที่กระทำต่อวัตถุ  

-            แรงเป็นปริมาณเวกเตอร์  เมื่อมีแรงหลายแรงในระนาบเดียวกันกระทำต่อวัตถุเดียวกัน สามารถหาแรงลัพธ์ได้โดยใช้หลักการรวมเวกเตอร์                              

๒.  อธิบายแรงลัพธ์ที่กระทำต่อวัตถุที่หยุดนิ่งหรือวัตถุเคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงตัว  

-    เมื่อแรงลัพธ์มีค่าเป็นศูนย์กระทำต่อวัตถุที่หยุดนิ่ง วัตถุนั้นก็จะหยุดนิ่งตลอดไป แต่ถ้าวัตถุเคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงตัว ก็จะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงตัวตลอดไป

ม.๓

๑.  อธิบายความเร่งและผลของแรงลัพธ์ที่ทำต่อวัตถุ

-    วัตถุเคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่เปลี่ยนแปลง เป็นการเคลื่อนที่ด้วยความเร่ง เมื่อแรงลัพธ์มีค่าไม่เท่ากับศูนย์กระทำต่อวัตถุวัตถุจะเคลื่อนที่ด้วยความเร่งซึ่งมีทิศทางเดียวกับแรงลัพธ์

๒.  ทดลองและอธิบายแรงกิริยาและแรงปฏิกิริยาระหว่างวัตถุ  และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์  

-            ทุกแรงกิริยาจะมีแรงปฏิกิริยาโต้ตอบด้วยขนาดของแรงเท่ากัน แต่มีทิศทางตรงข้าม

-            การนำความรู้เรื่องแรงกิริยาและแรงปฏิกิริยาไปใช้อธิบาย เช่น การชักเย่อ การจุดบั้งไฟ

๓.  ทดลองและอธิบายแรงพยุงของของเหลวที่กระทำต่อวัตถุ

-  แรงพยุง คือ แรงที่ของเหลวกระทำต่อวัตถุมีค่าเท่ากับน้ำหนักของของเหลวที่มีปริมาตรเท่ากับส่วนที่จมของวัตถุ

-  ของเหลวที่มีความหนาแน่นมากจะมีแรงพยุงมาก

-  วัตถุที่ลอยได้ในของเหลวจะมีความหนาแน่นน้อยกว่าความหนาแน่นของของเหลว

 

มาตรฐาน ว ๔.๒   เข้าใจลักษณะการเคลื่อนที่แบบต่างๆ ของวัตถุในธรรมชาติ มีกระบวนการ   สืบเสาะ      หาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์   สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

ชั้น

ตัวชี้วัด

สาระการเรียนรู้แกนกลาง

ม. ๑

-

-

ม.๒

-

-

ม.๓

 ๑.         ทดลองและอธิบายความแตกต่างระหว่างแรงเสียดทานสถิตกับแรงเสียดทานจลน์ และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

-  แรงเสียดทานสถิตเป็นแรงเสียดทานที่กระทำต่อวัตถุขณะหยุดนิ่ง  ส่วนแรงเสียดทานจลน์เป็นแรงเสียดทานที่กระทำต่อวัตถุขณะเคลื่อนที่

-            การเพิ่มแรงเสียดทาน เช่น การออกแบบพื้นรองเท้าเพื่อกันลื่น

 -   การลดแรงเสียดทาน เช่น การใช้น้ำมันหล่อลื่นที่   จุดหมุน

 

๒. ทดลองและวิเคราะห์โมเมนต์ของแรง และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ 

-            เมื่อมีแรงที่กระทำต่อวัตถุ แล้วทำให้เกิดโมเมนต์ของแรงรอบจุดหมุน  วัตถุจะเปลี่ยนสภาพการหมุน

-   การวิเคราะห์โมเมนต์ของแรงในสถานการณ์ต่าง ๆ

 

๓.          สังเกตและอธิบายการเคลื่อนที่ของวัตถุที่เป็นแนวตรง และแนวโค้ง 

-      การเคลื่อนที่ของวัตถุมีทั้งการเคลื่อนที่ในแนวตรง เช่น การตกแบบเสรี  และการเคลื่อนที่ในแนวโค้ง  เช่น  การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ของลูกบาสเกตบอลในอากาศ  การเคลื่อนที่แบบวงกลมของวัตถุที่ผูกเชือกแล้วแกว่ง เป็นต้น

 

 

สาระที่ ๕   พลังงาน

มาตรฐาน ว ๕. ๑     เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างพลังงานกับการดำรงชีวิต การเปลี่ยนรูปพลังงาน ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสารและพลังงาน  ผลของการใช้พลังงานต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อม มีกระบวน การสืบเสาะหาความรู้  สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้  ไปใช้ประโยชน์

ชั้น

ตัวชี้วัด

สาระการเรียนรู้แกนกลาง

ม. ๑

๑.  ทดลองและอธิบายอุณหภูมิและการวัดอุณหภูมิ

-    การวัดอุณหภูมิเป็นการวัดระดับความร้อนของสาร สามารถวัดด้วยเทอร์มอมิเตอร์

๒.  สังเกตและอธิบายการถ่ายโอนความร้อน และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ 

-  การถ่ายโอนความร้อนมีสามวิธี คือ การนำความร้อน

     การพาความร้อนและการแผ่รังสีความร้อน

-            การนำความร้อน เป็นการถ่ายโอนความร้อนโดย

      การสั่นของโมเลกุล

-            การพาความร้อน เป็นการถ่ายโอนความร้อน

     โดยโมเลกุลของสารเคลื่อนที่ไปด้วย

-            การแผ่รังสีความร้อน เป็นการถ่ายโอนความร้อนจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า

-    การนำความรู้เรื่องการถ่ายโอนความร้อนไปใช้ประโยชน์

๓.  อธิบายการดูดกลืน  การคายความร้อน โดยการแผ่รังสี และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์     

-            วัตถุที่แตกต่างกันมีสมบัติในการดูดกลืนความร้อนและคายความร้อนได้ต่างกัน

-            การนำความรู้เรื่องการดูดกลืนความร้อนและการคายความร้อนไปใช้ประโยชน์

๔.  อธิบายสมดุลความร้อนและผลของความร้อนต่อการขยายตัวของสาร และนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน

-            เมื่อวัตถุสองสิ่งอยู่ในสมดุลความร้อน วัตถุทั้งสอง

     มีอุณหภูมิเท่ากัน

-            การขยายตัวของวัตถุเป็นผลจากความร้อนที่วัตถุได้รับเพิ่มขึ้น

-    การนำความรู้เรื่องการขยายตัวของวัตถุเมื่อได้รับความร้อนไปใช้ประโยชน์

ม.๒

๑.   ทดลองและอธิบายการสะท้อนของแสง การหักเหของแสง และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์      

 

-            เมื่อแสงตกกระทบผิววัตถุหรือตัวกลางอีก     ตัวกลางหนึ่ง แสงจะเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่โดยการสะท้อนของแสง หรือการหักเหของแสง

-    การนำความรู้เกี่ยวกับการสะท้อนของแสง และ

     การหักเหของแสงไปใช้อธิบายแว่นตา ทัศนอุปกรณ์  กระจก   เส้นใยนำแสง

๒.  อธิบายผลของความสว่างที่มีต่อมนุษย์และสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ

-            นัยน์ตาของคนเราเป็นอวัยวะใช้มองดูสิ่งต่างๆ นัยน์ตามีองค์ประกอบสำคัญหลายอย่าง

-            ความสว่างมีผลต่อนัยน์ตามนุษย์ จึงมีการนำความรู้เกี่ยวกับความสว่างมาช่วยในการจัดความสว่างให้เหมาะสมกับการทำงาน

-            ออกแบบวิธีการตรวจสอบว่าความสว่างมีผลต่อสิ่งมีชีวิตอื่น

๓.   ทดลองและอธิบายการดูดกลืนแสงสี  การมองเห็นสีของวัตถุ และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

-            เมื่อแสงตกกระทบวัตถุ วัตถุจะดูดกลืนแสงสีบางสีไว้ และสะท้อนแสงสีที่เหลือออกมาทำให้เรามองเห็นวัตถุเป็นสีต่าง ๆ

-    การนำความรู้เกี่ยวกับการดูดกลืนแสงสีการมองเห็นสีของวัตถุไปใช้ประโยชน์ในการถ่ายรูปและในการแสดง

 

ม.๓

๑.  อธิบายงาน พลังงานจลน์ พลังงานศักย์โน้มถ่วง กฎการอนุรักษ์พลังงาน และความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณเหล่านี้ รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ 

 

 

 

 

 

-            การให้งานแก่วัตถุเป็นการถ่ายโอนพลังงานให้วัตถุ พลังงานนี้เป็นพลังงานกลซึ่งประกอบด้วยพลังงานศักย์และพลังงานจลน์  พลังงานจลน์เป็นพลังงานของวัตถุขณะวัตถุเคลื่อนที่ ส่วนพลังงานศักย์โน้มถ่วงของวัตถุเป็นพลังงานของวัตถุที่อยู่สูงจากพื้นโลก

-             กฎการอนุรักษ์พลังงานกล่าวว่า พลังงานรวม

      ของวัตถุไม่สูญหาย แต่สามารถเปลี่ยนจากรูปหนึ่งไปเป็นอีกรูปหนึ่งได้

-  การนำกฎการอนุรักษ์พลังงานไปใช้ประโยชน์ในการอธิบายปรากฏการณ์ เช่น พลังงานน้ำเหนือเขื่อนเปลี่ยนรูปจากพลังงานศักย์โน้มถ่วงเป็นพลังงานจลน์, ปั้นจั่นตอกเสาเข็ม

๒.  ทดลองและอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างความต่างศักย์ กระแสไฟฟ้า ความต้านทาน และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ 

 

-  ความต่างศักย์ กระแสไฟฟ้าและความต้านทานมีความสัมพันธ์กันตามกฎของโอห์ม

 -     การนำกฎของโอห์มไปใช้วิเคราะห์วงจรไฟฟ้าอย่างง่าย

๓.คำนวณพลังงานไฟฟ้าของเครื่องใช้ไฟฟ้า และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ 

-    การคำนวณพลังงานไฟฟ้าของเครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นส่วนหนึ่งของการคิดค่าไฟฟ้าและเป็นแนวทางในการประหยัดพลังงานไฟฟ้าในบ้าน

๔.สังเกตและอภิปรายการต่อวงจรไฟฟ้าในบ้านอย่างถูกต้องปลอดภัย และประหยัด

-  การต่อวงจรไฟฟ้าในบ้านต้องออกแบบวงจร ติดตั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างถูกต้อง โดยการต่อสวิตช์แบบอนุกรม  ต่อเต้ารับแบบขนาน และเพื่อความปลอดภัยต้องต่อสายดินและฟิวส์  รวมทั้งต้องคำนึงถึงการใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัด

๕.อธิบายตัวต้านทาน ไดโอด ทรานซิสเตอร์ และทดลองต่อวงจรอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้นที่มีทรานซิสเตอร์ 

 

-  ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เช่น ตัวต้านทาน ไดโอด ทรานซิสเตอร์ มีสมบัติทางไฟฟ้าแตกต่างกัน                   ตัวต้านทานทำหน้าที่จำกัดกระแสไฟฟ้าในวงจร ไดโอดมีสมบัติให้กระแสไฟฟ้าผ่านได้ทิศทางเดียวและทรานซิสเตอร์ทำหน้าที่เป็นสวิตซ์ปิด-เปิดวงจร

-            การประกอบวงจรอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้นที่มีทรานซิสเตอร์  ๑ ตัวทำหน้าที่เป็นสวิตซ์

 

สาระที่ ๖    กระบวนการเปลี่ยนแปลงของโลก

มาตรฐาน ว ๖. ๑   เข้าใจกระบวนการต่าง ๆ  ที่เกิดขึ้นบนผิวโลกและภายในโลก ความสัมพันธ์ของกระบวนการ

                              ต่าง ๆ ที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ภูมิประเทศ และสัณฐานของโลกมีกระบวนการ

                            สืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

 

ชั้น

ตัวชี้วัด

สาระการเรียนรู้แกนกลาง

ม. ๑

๑.  สืบค้นและอธิบายองค์ประกอบและการ  แบ่งชั้นบรรยากาศที่ปกคลุมผิวโลก

 

-    บรรยากาศของโลกประกอบด้วยส่วนผสมของแก๊สต่าง ๆ  ที่อยู่รอบโลกสูงขึ้นไปจากพื้นผิวโลกหลายกิโลเมตร

-    บรรยากาศแบ่งเป็นชั้นตามอุณหภูมิและการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิตามความสูงจากพื้นดิน

๒.  ทดลองและอธิบายความสัมพันธ์ระหว่าง อุณหภูมิ ความชื้นและความกดอากาศที่มีผลต่อปรากฏการณ์ทางลมฟ้าอากาศ

-             อุณหภูมิ   ความชื้นและความกดอากาศ  มีผลต่อปรากฏการณ์ทางลมฟ้าอากาศ

 

๓.  สังเกต วิเคราะห์และ อภิปรายการเกิดปรากฏการณ์ทางลมฟ้าอากาศที่มีผลต่อมนุษย์

-    ปรากฏการณ์ทางลมฟ้าอากาศ ได้แก่ การเกิดเมฆ   ฝน พายุฟ้าคะนอง  พายุหมุนเขตร้อน ลมมรสุมฯลฯ

. สืบค้น วิเคราะห์ และแปลความหมายข้อมูลจากการพยากรณ์อากาศ

-    การพยากรณ์อากาศอาศัยข้อมูลเกี่ยวกับอุณหภูมิ  ความกดอากาศ   ความชื้น ปริมาณเมฆ ปริมาณน้ำฝนและนำมาแปลความหมายเพื่อใช้ในการทำนายสภาพอากาศ

. สืบค้น วิเคราะห์ และอธิบายผลของลมฟ้าอากาศต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต และสิ่งแวดล้อม

-    สภาพลมฟ้าอากาศที่เปลี่ยนแปลงบนโลกทำให้เกิดพายุ   ปรากฏการณ์เอลนิโญ  ลานีญา ซึ่งส่งผลต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ และสิ่งแวดล้อม 

.   สืบค้น วิเคราะห์ และอธิบายปัจจัยทางธรรมชาติและการกระทำของมนุษย์ที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของโลก รูโหว่โอโซน และฝนกรด

-    ปัจจัยทางธรรมชาติและการกระทำของมนุษย์ เช่นภูเขาไฟระเบิด  การตัดไม้ทำลายป่า  การเผาไหม้ของเครื่องยนต์และการปล่อยแก๊สเรือนกระจก มีผลทำให้เกิดภาวะโลกร้อน

        รูโหว่ของชั้นโอโซน และฝนกรด

-       ภาวะโลกร้อนคือปรากฏการณ์ที่อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกสูงขึ้น

. สืบค้น วิเคราะห์และอธิบายผลของภาวะโลกร้อน รูโหว่โอโซน และฝนกรด ที่มีต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม

-    ภาวะโลกร้อนทำให้เกิดการละลายของธารน้ำแข็ง   ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น  การกัดเซาะชายฝั่งเพิ่มขึ้น

     น้ำท่วม ไฟป่า ส่งผลให้สิ่งมีชีวิตบางชนิดสูญพันธุ์และทำให้สิ่งแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไป

-    รูโหว่โอโซน และฝนกรดมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม

 

ม.๒

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 .         สำรวจ ทดลองและอธิบายลักษณะของชั้นหน้าตัดดิน สมบัติของดิน และกระบวนการเกิดดิน 

-    ดินมีลักษณะและสมบัติแตกต่างกันตามวัตถุต้นกำเนิดดิน ลักษณะภูมิอากาศ  ลักษณะภูมิประเทศ พืชพรรณ สิ่งมีชีวิต และระยะเวลาในการเกิดดิน และตรวจสอบสมบัติบางประการของดิน

-    ชั้นหน้าตัดดินแต่ละชั้นและแต่ละพื้นที่มีลักษณะ สมบัติ และองค์ประกอบแตกต่างกัน

 

. สำรวจ วิเคราะห์และอธิบายการใช้ประโยชน์และการปรับปรุงคุณภาพของดิน

-     ดินในแต่ละท้องถิ่นมีลักษณะและสมบัติต่างกันตามสภาพของดิน จึงนำไปใช้ประโยชน์ต่างกัน

-     การปรับปรุงคุณภาพดินขึ้นอยู่กับสภาพของดินเพื่อทำให้ดินมีความเหมาะสมต่อการใช้ประโยชน์

๓. ทดลองเลียนแบบเพื่ออธิบายกระบวนการเกิด  และลักษณะองค์ประกอบของหิน

-    กระบวนการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาทั้งบนและใต้พื้นผิวโลก ทำให้เกิดหินที่มีลักษณะองค์ประกอบแตกต่างกันทั้งทางด้านกายภาพ และทางเคมี

๔.  ทดสอบ และสังเกตองค์ประกอบและสมบัติของหิน เพื่อจำแนกประเภทของหิน และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

-  หินแบ่งเป็น หินอัคนี หินแปรและหินตะกอนหิน

   แต่ละประเภทมีความสัมพันธ์กัน และนำไปใช้

  ประโยชน์ในทางอุตสาหกรรม  การก่อสร้างและอื่น ๆ

.  ตรวจสอบและอธิบาย ลักษณะทางกายภาพของแร่ และการนำไปใช้ประโยชน์ 

-    เมื่อสภาวะแวดล้อมธรรมชาติที่อยู่ภายใต้อุณหภูมิและความดันที่เหมาะสม ธาตุและสารประกอบจะตกผลึกเป็นแร่ที่มีลักษณะและสมบัติต่างกัน ซึ่งต้องใช้วิธีตรวจสอบสมบัติแต่ละอย่างแตกต่างกันไป

-    แร่ที่สำรวจพบในประเทศไทยมีหลายชนิด แต่ละชนิดตรวจสอบทางกายภาพได้จากรูปผลึก ความถ่วงจำเพาะ   ความแข็ง   ความวาว   แนวแตกเรียบ สีและสีผงของแร่และนำไปใช้ประโยชน์ต่างกันเช่นใช้ทำเครื่องประดับ  ใช้ในด้านอุตสาหกรรม

   สืบค้นและอธิบายกระบวนการเกิด  ลักษณะและสมบัติของปิโตรเลียม ถ่านหิน หินน้ำมัน และการนำไปใช้ประโยชน์  

-    ปิโตรเลียม ถ่านหิน หินน้ำมัน เป็นเชื้อเพลิงธรรมชาติที่เกิดจากกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยา ซึ่งแต่ละชนิดจะมีลักษณะ สมบัติและวิธีการนำไปใช้ประโยชน์แตกต่างกัน

๗. สำรวจและอธิบายลักษณะแหล่ง

   น้ำธรรมชาติ   การใช้ประโยชน์

   และการอนุรักษ์แหล่งน้ำใน

   ท้องถิ่น

 

-    แหล่งน้ำบนโลก มีทั้งน้ำจืด น้ำเค็ม โดยแหล่งน้ำจืด  มีอยู่ทั้งบนดิน  ใต้ดิน และในบรรยากาศ

-    การใช้ประโยชน์ของแหล่งน้ำ ต้องมีการวางแผน การใช้  การอนุรักษ์  การป้องกัน  การแก้ไข และผลกระทบ ด้วยวิธีการที่เหมาะสม

 

๘. ทดลองเลียนแบบ และอธิบาย

   การเกิดแหล่งน้ำบนดิน แหล่งน้ำ

   ใต้ดิน

-    แหล่งน้ำบนดินมีหลายลักษณะขึ้นอยู่กับ ลักษณะ

     ภูมิประเทศ  ลักษณะทางน้ำ และความเร็วของกระแสน้ำ ในแต่ละฤดูกาล

-    น้ำบนดินบางส่วนจะไหลซึมสู่ใต้ผิวดิน     ถูกกักเก็บไว้ในชั้นดินและหิน เกิดเป็นน้ำใต้ดิน ซึ่งส่วนหนึ่งจะซึมอยู่ตามช่องว่างระหว่างเม็ดตะกอน เรียกว่าน้ำในดิน อีกส่วนหนึ่ง จะไหลซึมลึกลงไป จนถูกกักเก็บไว้ตามช่องว่างระหว่างเม็ดตะกอน ตามรูพรุน หรือตามรอยแตกของหิน หรือชั้นหินเรียกว่าน้ำบาดาล

-   สมบัติของน้ำบาดาลขึ้นอยู่กับชนิดของดิน แหล่งแร่และหิน ที่เป็นแหล่งกักเก็บน้ำบาดาล และชั้นหินอุ้มน้ำ

 

 

.   ทดลองเลียนแบบและอธิบายกระบวนการผุพังอยู่กับที่   การกร่อน การพัดพา การทับถม การตกผลึกและผลของ กระบวนการดังกล่าว   

-    การผุพังอยู่กับที่การกร่อน การพัดพา การทับถม และการตกผลึก เป็นกระบวนการสำคัญที่ทำให้พื้นผิวโลกเกิดการเปลี่ยนแปลงเป็นภูมิลักษณ์ต่าง      โดยมีลม  น้ำ  ธารน้ำแข็ง   คลื่นและแรงโน้มถ่วงของโลกเป็นตัวการสำคัญ

 

 ๑๐. สืบค้น สร้างแบบจำลองและ อธิบายโครงสร้างและองค์ประกอบของโลก             

-    โครงสร้างของโลกประกอบด้วยชั้นเปลือกโลก ชั้นเนื้อโลก และชั้นแก่นโลก โครงสร้างแต่ละชั้นจะมีลักษณะและส่วนประกอบแตกต่างกัน

ม.๓

-

-

    

สาระที่ ๗   ดาราศาสตร์และอวกาศ

มาตรฐาน ว ๗. ๑  เข้าใจวิวัฒนาการของระบบสุริยะ กาแล็กซีและเอกภพ การปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะและผลต่อสิ่งมีชีวิตบนโลก มีกระบวนการสืบเสาะ หาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์            การสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

ชั้น

ตัวชี้วัด

สาระการเรียนรู้แกนกลาง

ม.๑

-

-

ม.๒

-

-

ม.๓

 . สืบค้นและอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างดวงอาทิตย์ โลก ดวงจันทร์และดาวเคราะห์อื่น ๆ และผลที่เกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อมและสิ่งมีชีวิตบนโลก  

-    ดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์อยู่เป็นระบบได้ภายใต้แรงโน้มถ่วง

-    แรงโน้มถ่วงระหว่างโลกกับดวงจันทร์ ทำให้ดวงจันทร์โคจรรอบโลก แรงโน้มถ่วงระหว่างดวงอาทิตย์กับบริวาร ทำให้บริวารเคลื่อนรอบดวงอาทิตย์กลายเป็นระบบสุริยะ

-    แรงโน้มถ่วงที่ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์กระทำต่อโลกทำให้เกิดปรากฏการณ์น้ำขึ้น น้ำลง ซึ่งส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมและสิ่งมีชีวิตบนโลก

 

๒.  สืบค้นและอธิบายองค์ประกอบ

     ของเอกภพ กาแล็กซี และระบบ

     สุริยะ 

-    เอกภพประกอบด้วยกาแล็กซีมากมายนับแสนล้านแห่ง แต่ละกาแล็กซีประกอบด้วยดาวฤกษ์จำนวนมาก  ที่อยู่เป็นระบบด้วยแรงโน้มถ่วง    กาแล็กซีทางช้างเผือกมีระบบสุริยะอยู่ที่แขนของกาแล็กซี่ด้านกลุ่มดาวนายพราน

 

๓.  ระบุตำแหน่งของกลุ่มดาว และ

     นำความรู้ไปใช้ประโยชน์

-    กลุ่มดาวฤกษ์ประกอบด้วยดาวฤกษ์หลายดวงที่ปรากฏอยู่ในขอบเขตแคบๆ และเรียงเป็นรูปต่างๆกันบนทรงกลมฟ้า โดยดาวฤกษ์ที่อยู่ในกลุ่มเดียวกัน ไม่จำเป็นต้องอยู่ใกล้กันอย่างที่ตาเห็น แต่มีตำแหน่งที่แน่นอนบนทรงกลมฟ้า จึงใช้บอกทิศและเวลาได้

 

มาตรฐาน ว ๗.๒     เข้าใจความสำคัญของเทคโนโลยีอวกาศที่นำมาใช้ในการสำรวจอวกาศและ       ทรัพยากรธรรมชาติ ด้านการเกษตรและการสื่อสาร มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์อย่างมีคุณธรรมต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อม

ชั้น

ตัวชี้วัด

สาระการเรียนรู้แกนกลาง

.

-

-

.

-

-

.

๑. สืบค้นและอภิปรายความก้าวหน้าของเทคโนโลยีอวกาศที่ใช้สำรวจอวกาศ วัตถุท้องฟ้า สภาวะอากาศ ทรัพยากรธรรมชาติ การเกษตร และการสื่อสาร

-  มนุษย์ใช้กล้องโทรทรรศน์  จรวด  ดาวเทียม     

    ยานอวกาศ    สำรวจอวกาศ   วัตถุท้องฟ้า   สภาวะ

    อากาศ   ทรัพยากรธรรมชาติ การเกษตรและใช้ใน

    การสื่อสาร

 

 

สาระที่ ๘    ธรรมชาติของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

มาตรฐาน ว ๘. ๑     ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตร์ในการสืบเสาะหาความรู้ การแก้ปัญหา รู้ว่าปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มีรูปแบบที่แน่นอน สามารถอธิบายและตรวจสอบได้ ภายใต้ข้อมูลและเครื่องมือที่มีอยู่ในช่วงเวลานั้นๆ เข้าใจว่า วิทยาศาสตร์  เทคโนโลยี สังคม และสิ่งแวดล้อมมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน

ชั้น

ตัวชี้วัด

สาระการเรียนรู้แกนกลาง

ม.๑-ม.๓

 .          ตั้งคำถามที่กำหนดประเด็นหรือตัวแปรที่สำคัญในการสำรวจตรวจสอบ หรือศึกษาค้นคว้าเรื่องที่สนใจได้อย่างครอบคลุมและเชื่อถือได้

-

.           สร้างสมมติฐานที่สามารถตรวจสอบได้และวางแผนการสำรวจตรวจสอบหลาย ๆ วิธี

-

. เลือกเทคนิควิธีการสำรวจตรวจสอบทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพที่ได้ผลเที่ยงตรงและปลอดภัย โดยใช้วัสดุและเครื่องมือที่เหมาะสม

-

. รวบรวมข้อมูล จัดกระทำข้อมูลเชิงปริมาณและคุณภาพ

-

. วิเคราะห์และประเมินความสอดคล้องของประจักษ์พยานกับข้อสรุป ทั้งที่สนับสนุนหรือขัดแย้งกับสมมติฐาน และความผิดปกติของข้อมูลจากการสำรวจตรวจสอบ

-

. สร้างแบบจำลอง หรือรูปแบบ   ที่อธิบายผลหรือแสดงผลของการสำรวจตรวจสอบ

-

. สร้างคำถามที่นำไปสู่การสำรวจตรวจสอบ  ในเรื่องที่เกี่ยวข้อง และนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในสถานการณ์ใหม่หรืออธิบายเกี่ยวกับแนวคิด กระบวนการ และผลของโครงงานหรือชิ้นงานให้ผู้อื่นเข้าใจ

-

. บันทึกและอธิบายผลการสังเกต การสำรวจ ตรวจสอบ ค้นคว้าเพิ่มเติมจากแหล่งความรู้ต่าง ๆ ให้ได้ข้อมูลที่เชื่อถือได้ และยอมรับการเปลี่ยนแปลงความรู้ ที่ค้นพบเมื่อมีข้อมูลและประจักษ์พยานใหม่เพิ่มขึ้นหรือโต้แย้งจากเดิม

-

๙. จัดแสดงผลงาน เขียนรายงาน และ/หรืออธิบายเกี่ยวกับแนวคิด กระบวนการ และผลของโครงงานหรือชิ้นงานให้ผู้อื่นเข้าใจ

-

 

 

 

 

คุณภาพผู้เรียนที่จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓  

          ผู้เรียนที่จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓  ควรมีคุณภาพ ดังนี้

๑.  เข้าใจลักษณะและองค์ประกอบที่สำคัญของเซลล์สิ่งมีชีวิต ความสัมพันธ์ของการทำงานของ

ระบบต่างๆ  การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม  เทคโนโลยีชีวภาพ  ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตพฤติกรรมและการตอบสนองต่อสิ่งเร้าของสิ่งมีชีวิต  ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม

๒.  เข้าใจองค์ประกอบและสมบัติของสารละลาย สารบริสุทธิ์  การเปลี่ยนแปลงของสารในรูปแบบของการเปลี่ยนสถานะ การเกิดสารละลายและการเกิดปฏิกิริยาเคมี

๓.  เข้าใจแรงเสียดทาน โมเมนต์ของแรง การเคลื่อนที่แบบต่างๆ ในชีวิตประจำวัน กฎการอนุรักษ์พลังงาน การถ่ายโอนพลังงาน สมดุลความร้อน การสะท้อน การหักเหและความเข้มของแสง

๔.  เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณทางไฟฟ้า หลักการต่อวงจรไฟฟ้าในบ้าน พลังงานไฟฟ้าและหลักการเบื้องต้นของวงจรอิเล็กทรอนิกส์

๕.  เข้าใจกระบวนการเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลก  แหล่งทรัพยากรธรณี  ปัจจัยที่มีผลต่อ

การเปลี่ยนแปลงของบรรยากาศ ปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะ และผลที่มีต่อสิ่งต่างๆ บนโลก ความสำคัญของเทคโนโลยีอวกาศ

๖.  เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างวิทยาศาสตร์กับเทคโนโลยี การพัฒนาและผลของการพัฒนาเทคโนโลยีต่อคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม

๗.  ตั้งคำถามที่มีการกำหนดและควบคุมตัวแปร  คิดคาดคะเนคำตอบหลายแนวทาง  วางแผนและ

ลงมือสำรวจตรวจสอบ วิเคราะห์และประเมินความสอดคล้องของข้อมูล และสร้างองค์ความรู้

๘.  สื่อสารความคิด ความรู้จากผลการสำรวจตรวจสอบโดยการพูด เขียน จัดแสดง หรือใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ

๙.  ใช้ความรู้และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการดำรงชีวิต การศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม ทำโครงงานหรือสร้างชิ้นงานตามความสนใจ

๑๐.  แสดงถึงความสนใจ มุ่งมั่น รับผิดชอบ รอบคอบ และซื่อสัตย์ในการสืบเสาะหาความรู้โดยใช้ เครื่องมือและวิธีการที่ให้ได้ผลถูกต้องเชื่อถือได้

๑๑.  ตระหนักในคุณค่าของความรู้วิทยาศาสตร์  และเทคโนโลยีที่ใช้ในชีวิตประจำวัน  และ

การประกอบอาชีพ  แสดงความชื่นชม  ยกย่องและเคารพสิทธิในผลงานของผู้คิดค้น

๑๒.  แสดงถึงความซาบซึ้ง ห่วงใย มีพฤติกรรมเกี่ยวกับการใช้และรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างรู้คุณค่า มีส่วนร่วมในการพิทักษ์ ดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น

๑๓.  ทำงานร่วมกับผู้อื่นอย่างสร้างสรรค์ แสดงความคิดเห็นของตนเองและยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น

 

 

โครงสร้างกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์

ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น  (ม. ๑ ๓)

 

รายวิชาพื้นฐาน

ระดับชั้น

รหัสวิชา

ชื่อวิชา

คาบ/สัปดาห์

เวลา(ชั่วโมง/ภาค)

หน่วยกิต

มัธยมศึกษาปีที่ 

ว ๒๑๑๐๑

วิทยาศาสตร์ 

๖๐

๑.๕

 

ว ๒๑๑๐๒

วิทยาศาสตร์ 

๖๐

๑.๕

มัธยมศึกษาปีที่ 

ว ๒๒๑๐๑

วิทยาศาสตร์ 

๖๐

๑.๕

 

ว ๒๒๑๐๒

วิทยาศาสตร์ 

๖๐

๑.๕

มัธยมศึกษาปีที่ 

ว ๒๓๑๐๑

วิทยาศาสตร์ 

๖๐

๑.๕

 

ว ๒๓๑๐๒

วิทยาศาสตร์ 

๖๐

๑.๕

 

รายวิชาเพิ่มเติม

ระดับชั้น

รหัสวิชา

ชื่อวิชา

คาบ/สัปดาห์

เวลา(ชั่วโมง/ภาค)

หน่วยกิต

มัธยมศึกษา

ปีที่ ๑ - ๓

 

ว ๒๐๒๐๑

วิทยาศาสตร์กับการแก้ปัญหา

๔๐

ว ๒๐๒๐๒

วิทยาศาสตร์กับคุณภาพชีวิต

๔๐

ว ๒๐๒๐๓

โครงงานวิทยาศาสตร์

๔๐

ว ๒๐๒๐๔

วิทยาศาสตร์กับการแก้ปัญหา

๔๐

ว ๒๐๒๐๕

วิทยาศาสตร์กับคุณภาพชีวิต

๔๐

ว ๒๐๒๐๖

วิทยาศาสตร์กับการแก้ปัญหา

๔๐

ว ๒๐๒๐๗

วิทยาศาสตร์กับคุณภาพชีวิต

๔๐

ว ๒๐๒๐๘

วิทยาศาสตร์กับการแก้ปัญหา

๔๐

ว ๒๐๒๐๙

วิทยาศาสตร์กับคุณภาพชีวิต

๔๐

ว ๒๐๒๑๐

วิทยาศาสตร์กับคุณภาพชีวิต

๔๐

 

 

 

 

 

 

 

 

 

[พิมพ์คำอ้างอิงจากเอกสาร หรือบทสรุปของจุดที่น่าสนใจ คุณสามารถจัดตำแหน่งกล่องข้อความได้ทุกที่ในเอกสาร ให้ใช้แท็บ 'เครื่องมือกล่องข้อความ' เพื่อเปลี่ยนแปลงการจัดรูปแบบของกล่องข้อความของคำอ้างอิงที่ดึงมา]

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


เพิ่มเติม

คำอธิบายรายวิชาและโครงสร้างรายวิชาสาระการเรียนรู้พื้นฐาน วิทยาศาสตร์

ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่  ๑ - ๓

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  คำอธิบายรายวิชาสาระการเรียนรู้พื้นฐาน วิทยาศาสตร์ ๑

 

รายวิชา วิทยาศาสตร์ ๑ (ว ๒๑๑๐๑)

ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 

ภาคเรียนที่ ๑

  ชั่วโมง/สัปดาห์                               

เวลา   ๖๐  ชั่วโมง/ภาค                                 

จำนวน  .  หน่วยกิต

 

                ศึกษาวิเคราะห์  เซลล์  ส่วนประกอบและหน้าที่ของเซลล์พืชและเซลล์ การสร้างอาหารของพืช พฤติกรรมและการตอบสนองของพืชต่อสิ่งเร้า  เทคโนโลยีชีวภาพ  การจำแนกสาร  สารเนื้อเดียว  สารเนื้อผสม  สารแขวนลอย  คอลลอยด์  สารละลาย  กรด-เบส  การแยกสาร  ปริมาณทางกายภาพและทดลองการเคลื่อนที่ของวัตถุ   โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์   การสืบเสาะหาความรู้   การสำรวจตรวจสอบ    การสืบค้นข้อมูลและการอภิปราย  เพื่อให้เกิดความรู้  ความคิด  ความเข้าใจ  สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้       มีความสามารถในการตัดสินใจ  นำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน  มีจิตวิทยาศาสตร์  จริยธรรม  คุณธรรมและค่านิยมที่เหมาะสม

 

รหัสตัวชี้วัด :

ว ๑.๑ ม.๑/๑- ๑๓

ว ๓.๑ ม.๑/๑- ๔

ว ๓.๒ ม.๑/๑- ๓

ว ๔.๑ ม.๑/๑- ๒

ว ๘.๑ ม.๑/๑- ๙

รวมทั้งหมด  ๓๑  ตัวชี้วัด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โครงสร้างรายวิชาสาระการเรียนรู้พื้นฐาน วิทยาศาสตร์ ๑ (ว ๒๑๑๐๑)

ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑

ภาคเรียนที่          เวลา  ๖๐  ชั่วโมง

   ชั่วโมง/สัปดาห์    จำนวน  ๑.๕  หน่วยกิต

คะแนน    ๑๐๐  คะแนน

 

ลำดับที่

หน่วยการเรียนรู้

มฐ/ตัวชี้วัด

สาระสำคัญ

เวลา

(ชั่วโมง)

น้ำหนักคะแนน

ลักษณะรูปร่างของเซลล์สิ่งมีชีวิต

ว ๑.๑

ม.๑/๑-๓

เซลล์ของสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวและเซลล์ของสิ่งมีชีวิตหลายเซลล์ เช่น เซลล์พืชและเซลล์สัตว์มีรูปร่าง ลักษณะแตกต่างกัน

๑๐

๑๒

กระบวนการแพร่และออสโมซิส

ว ๑.๑ ม.๑/๔

การแพร่เป็นการเคลื่อนที่ของสารจากบริเวณที่มีความเข้มข้นสูงไปสู่บริเวณที่มีความเข้มข้นต่ำ

๑๒

กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง

ว ๑.๑

ม.๑/๕-

กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตและต่อสิ่งแวดล้อมในด้านอาหาร การหมุนเวียนของแก๊สออกซิเจนและแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์

ระบบลำเลียงในพืช

ว ๑.๑

ม.๑/๘-๙

เนื้อเยื่อลำเลียงน้ำเป็นกลุ่มเซลล์เฉพาะเรียงต่อเนื่องกันตั้งแต่ราก ลำต้น จนถึงใบ ทำหน้าที่ ในการลำเลียงน้ำและธาตุอาหาร

ระบบสืบพันธุ์ในพืช

ว ๑.๑ .

ม.๑/๑๐-๑๓

 

กระบวนการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศของพืชดอกเป็นการปฏิสนธิระหว่างเซลล์สืบพันธุ์เพศผู้และเซลล์ไข่ในออวุล ราก ลำต้น ใบ และกิ่งของพืชสามารถน้ำไปใช้ขยายพันธุ์พืชได้

 

 

 

โครงสร้างรายวิชาสาระการเรียนรู้พื้นฐาน วิทยาศาสตร์ ๑ (ว ๒๑๑๐๑)

ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑

ภาคเรียนที่          เวลา  ๖๐  ชั่วโมง

   ชั่วโมง/สัปดาห์    จำนวน  ๑.๕  หน่วยกิต

คะแนน    ๑๐๐  คะแนน

 

ลำดับที่

หน่วยการเรียนรู้

มฐ/ตัวชี้วัด

สาระสำคัญ

เวลาเรียน

(ชั่วโมง)

น้ำหนักคะแนน

การจำแนกสาร

ว ๓.๑

ม.๑/๑-๔

เมื่อใช้เนื้อสารเป็นเกณฑ์ สามารถจำแนกได้เป็นสารเนื้อเดียวและสารเนื้อผสม ซึ่งสารแต่ละกลุ่มจะมีสมบัติแตกต่างกัน

๑๐

สมบัติของสารละลาย                                                                              กรด-เบส

ว ๓.๒

ม.๑/๑-

 

สารละลายประกอบด้วยตัวละลายและตัวทำละลาย สารละลายที่ระบุความเข้มข้นเป็นร้อยละหมายถึงสารละลายทีมีอัตราส่วนของประมาณตัวละลาย ละลายอยู่ในสารละลายร้อยส่วน

๑๐

แรงและการเคลื่อนที่

ว ๔.๑

ม.๑/๑-

 

การเคลื่อนที่ของวัตถุเกี่ยวข้องกับระยะทางการกระจัด อัตราส่วน ความเร็ว ระยะทาง คือ ความยาวที่วัดตามแนวทางการเคลื่อนที่ของวัตถุจากตำแหน่งเริ่มต้นไปยังตำแหน่งสุดท้ายของวัตถุเทียบกับตำแหน่งเริ่มต้น อัตราเร็ว คือ ระยะทางที่วัตถุเคลื่อนที่ได้ในหน่วยเวลา ความเร็ว คือ การกระจัดของวัตถุในหนึ่งหน่วยเวลา

๑๐

สอบปลายภาค

๒๐

รวมตลอดภาคเรียน

๖๐

๑๐๐

 

 

 

 

                   คำอธิบายรายวิชาสาระการเรียนรู้พื้นฐาน วิทยาศาสตร์ ๒

 

รายวิชา วิทยาศาสตร์ ๒ (ว ๒๑๑๐๒)

ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 

ภาคเรียนที่ ๒

  ชั่วโมง/สัปดาห์                                

เวลา   ๖๐  ชั่วโมง/ภาค                                 

จำนวน  .  หน่วยกิต

 

                ศึกษา สืบค้น  วิเคราะห์และทดลอง อุณหภูมิ การถ่ายโอนความร้อน การดูดกลืนแสงและการคายความร้อน  การขยายตัวของวัตถุ  องค์ประกอบและการแบ่งชั้นบรรยากาศ  ความสัมพันธ์ระหว่างอุณหภูมิ ความชื้นและความกดอากาศ  ลมฟ้าอากาศ  การพยากรณ์อากาศ  และภาวะโลกร้อน โดยใช้กระบวนการ

ทางวิทยาศาสตร์  การสืบเสาะหาความรู้  การสำรวจตรวจสอบ  การสืบค้นข้อมูลและการอภิปราย  เพื่อให้เกิดความรู้  ความคิด  ความเข้าใจ  สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้  มีความสามารถในการตัดสินใจ  นำความรู้

ไปใช้ในชีวิตประจำวัน  มีจิตวิทยาศาสตร์  จริยธรรม  คุณธรรมและค่านิยมที่เหมาะสม

 

               

รหัสตัวชี้วัด :

ว ๕.๑ ม.๑/๑- ๔

ว ๖.๑ ม.๑/๑- ๗

ว ๘.๑ ม.๑/๑- ๙

รวมทั้งหมด  ๒๐  ตัวชี้วัด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โครงสร้างรายวิชาสาระการเรียนรู้พื้นฐาน วิทยาศาสตร์ ๒ (ว ๒๑๑๐๒)

ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑

ภาคเรียนที่          เวลา  ๖๐  ชั่วโมง                                                          

   ชั่วโมง/สัปดาห์    จำนวน  ๑.๕  หน่วยกิต

คะแนน    ๑๐๐  คะแนน

 

ลำดับที่

หน่วยการเรียนรู้

มฐ/ตัวชี้วัด

สาระสำคัญ

เวลาเรียน

(ชั่วโมง)

น้ำหนักคะแนน

งานและพลังงาน

ว ๕.๑

ม.๑/๑-

 

พลังงานมีความจำเป็นในการพัฒนาประเทศ  ในประเทศที่พัฒนาแล้ว  อัตราการใช้พลังงานจะสูงกว่าประเทศที่กำลังพัฒนา

๑๒

๒๐

การถ่ายโอนความร้อน

ว ๕.๑

ม.๑/๓-

 

การถ่ายโอนความร้อนมีสามวิธี  คือการน้ำความร้อน  การพาความร้อนและการแผ่รังสีความร้อน

๑๐

๑๐

องค์ประกอบและการแบ่งชั้นบรรยากาศ

ว ๖.๑ ม.๑/๑

บรรยากาศของโลกประกอบด้วยส่วนผสมของแก๊สต่างๆ    บรรยากาศแบ่งเป็นชั้นตามอุณหภูมิและการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิตามความสูงจากพื้นดิน

๑๒

๑๕

อุณหภูมิของอากาศ

ว ๖.๑

ม.๑/๒-๔

 

อุณหภูมิ  ความชื้นและความกดอากาศมีผลต่อปรากฏทางลมฟ้าอากาศ

๑๒

๑๕

สภาพลม ฟ้า อากาศ

ว ๖.๑

ม.๑/๕-

 

ปรากฏการณ์ทางลม ฟ้า อากาศ  ได้แก่  การเกิดเมฆ  ฝน  พายุฟ้าคะนอง  พายุหมุนเขตร้อน  ลมมรสุม

๑๒

๒๐

สอบปลายภาค

๒๐

รวมตลอดภาคเรียน

๖๐

๑๐๐

 

 

 

 

                   คำอธิบายรายวิชาสาระการเรียนรู้พื้นฐาน วิทยาศาสตร์ ๓

 

รายวิชา วิทยาศาสตร์ ๓ (ว ๒๒๑๐๑)

ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 

ภาคเรียนที่ ๑

  ชั่วโมง/สัปดาห์                               

เวลา   ๖๐  ชั่วโมง/ภาค                                 

จำนวน  .  หน่วยกิต

 

              ศึกษาวิเคราะห์   โครงสร้างและหน้าที่ของระบบต่าง ๆ ในร่างกายสัตว์และมนุษย์  การเจริญเติบโตของสัตว์และมนุษย์   อาหารความสำคัญของอาหารต่อเพศและวัย  สารในสิ่งเสพติด ธาตุและสารประกอบ    การเปลี่ยนแปลงของสาร    การเกิดสารละลาย   การเปลี่ยนสถานะ    การเกิดปฏิกิริยาเคมี    ปฏิกิริยาเคมีในชีวิตประจำวัน    และผลของปฏิกิริยาเคมีต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อม  โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์  

การสืบเสาะหาความรู้  การสำรวจตรวจสอบ  การสืบค้นข้อมูลและการอภิปราย  เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด   ความเข้าใจ   สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้  มีการคิด  การแก้ปัญหา  การใช้เทคโนโลยี   นำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน    มีจิตวิทยาศาสตร์   จริยธรรม  คุณธรรมและค่านิยม

ที่เหมาะสม  มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม

 

 

 

 

รหัสตัวชี้วัด :

ว ๑.๑ ม.๒/๑- ๖

ว ๓.๑ ม.๒/๑- ๓

ว ๓.๒ ม.๒/๑- ๔

ว ๘.๑ ม.๑/๑- ๙

รวมทั้งหมด  ๒๒  ตัวชี้วัด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โครงสร้างรายวิชาสาระการเรียนรู้พื้นฐาน  วิทยาศาสตร์ ๓ (ว ๒๒๑๐๑)

ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒

ภาคเรียนที่          เวลา  ๖๐  ชั่วโมง

   ชั่วโมง/สัปดาห์    จำนวน  ๑.๕  หน่วยกิต

คะแนน    ๑๐๐  คะแนน

 

ลำดับที่

ชื่อหน่วยการเรียนรู้

มฐ/ตัวชี้วัด

สาระสำคัญ

เวลาเรียน

(ชั่วโมง)

น้ำหนัก

คะแนน

ร่างกายของเรา

 

ว ๑.๑

ม. ๒ / ๑-๒

ว ๑.๑

ม. ๒ / ๕-๖

 

   ระบบย่อยอาหาร ระบบหมุนเวียนเลือดระบบหายใจ ระบบขับถ่าย ระบบสืบพันธุ์  และระบบประสาทของมนุษย์ ในแต่ละระบบ มีการทำงานอย่างเป็นระบบที่สัมพันธ์กันทำให้มนุษย์ดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างปกติ   การบริโภคอาหาร จำเป็นต้องให้ได้สารอาหาร   ที่ครบถ้วนในสัดส่วนที่เหมาะสมและต้องหลีกเลี่ยงการใช้สารเสพติด 

๒๐

๓๐

ชีวิตสัตว์

 

ว ๑.๑ 

ม. ๒ / ๓-๔

 

    สิ่งเร้าภายนอกและสิ่งเร้าภายในมีผลต่อมนุษย์และสัตว์ ทำให้แสดงพฤติกรรมต่างๆ ออกมา และการใช้เทคโนโลยีทำให้สิ่งมีชีวิตมีสมบัติตามต้องการ

๑๖

๒๐

  

สารและการเปลี่ยนแปลง 

 

ว ๓.๑

ม. ๒ / ๑-๓

ว ๓.๒

ม. ๒ / ๑-๔

 

   ธาตุ เป็นสารบริสุทธิ์ที่ประกอบด้วย  อะตอมชนิดเดียวกัน    สารประกอบเป็นสารบริสุทธิ์ที่ประกอบด้วยธาตุตั้งแต่สองธาตุขึ้นไป ในชีวิต ประจำวันมีผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ผลิต

มาจากธาตุและสารประกอบ จึงต้อง

มีความระมัดระวัง  ป้องกัน  ไม่ให้เกิดอันตรายต่อตนเองและผู้อื่น โดยใช้ให้ถูกต้อง ปลอดภัยและคุ้มค่า

๒๒

๓๐

สอบปลายภาค

๒๐

รวมตลอดภาคเรียน

๖๐

๑๐๐

                   คำอธิบายรายวิชาสาระการเรียนรู้พื้นฐาน วิทยาศาสตร์ ๔

 

รายวิชา วิทยาศาสตร์ ๔ (ว ๒๒๑๐๒)

ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 

ภาคเรียนที่ ๒

  ชั่วโมง/สัปดาห์                               

เวลา   ๖๐  ชั่วโมง/ภาค                                  

จำนวน  .  หน่วยกิต

 

              ศึกษา วิเคราะห์  แรงและปริมาณของแรง  การหาแรงลัพธ์ของแรงหลายแรง   การเคลื่อนที่ใน

หนึ่งมิติ  การสะท้อนและการหักเหของแสง   การเกิดภาพจากกระจกเงาและเลนส์  เลเซอร์และเส้นใยนำแสง    ความสว่างและการมองเห็น โครงสร้างและองค์ประกอบของโลก  ดิน  หิน แร่  แหล่งน้ำและการอนุรักษ์และ การเปลี่ยนแปลงบนเปลือกโลก  โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้  การสำรวจตรวจสอบ  การสืบค้นข้อมูลและการอภิปราย  เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ  มีความสามารถในการสื่อสาร การคิด  การแก้ปัญหา  การใช้เทคโนโลยี  มีความสามารถในการตัดสินใจ   นำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน   มีจิตวิทยาศาสตร์   จริยธรรม  คุณธรรม  และค่านิยมที่เหมาะสม  มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม

 

 

 

 

รหัสตัวชี้วัด :

ว ๔.๑ ม.๒/๑- ๒

ว ๕.๑ ม.๒/๑- ๓

ว ๖.๑ ม.๒/๑- ๑๐

ว ๘.๑ ม.๑/๑- ๙

รวมทั้งหมด  ๒๔  ตัวชี้วัด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โครงสร้างรายวิชาสาระการเรียนรู้พื้นฐาน  วิทยาศาสตร์ ๔ (ว ๒๒๑๐๒)

ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒

ภาคเรียนที่          เวลา  ๖๐  ชั่วโมง

   ชั่วโมง/สัปดาห์    จำนวน  ๑.๕  หน่วยกิต

คะแนน    ๑๐๐  คะแนน

 

ลำดับที่

ชื่อหน่วยการเรียนรู้

มฐ/ตัวชี้วัด

สาระสำคัญ

เวลาเรียน

(ชั่วโมง)

น้ำหนัก

คะแนน

แรงและ

การเคลื่อนที่

 

ว ๔.๑

ม. ๒ / ๑-๒

 

   แรงเป็นปริมาณเวกเตอร์  เมื่อมีแรงหลายแรงในระนาบเดียวกันกระทำต่อวัตถุเดียวกัน สามารถหาแรงลัพธ์ได้โดยใช้หลักการรวมเวกเตอร์ 

๑๖

๒๐

แสงและ

การเกิดภาพ

 

ว ๕.๑

ม. ๒ / ๑-๓

 

- เมื่อแสงตกกระทบผิววัตถุจะเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่โดยการสะท้อนของแสง หรือการหักเหของแสง  ความรู้นี้ใช้อธิบายแว่นตา ทัศนอุปกรณ์  กระจก เส้นใยนำแสง

- การนำความรู้เกี่ยวกับการดูดกลืนแสงสีการมองเห็นสีของวัตถุไปใช้ประโยชน์ในการถ่ายรูปและการแสดง

๒๐

๒๐

โลกและการเปลี่ยนแปลง

 

ว ๖.๑

ม. ๒ /๑- ๑๐

 

  โครงสร้างของโลก ดิน หิน แร่  ปิโตรเลียม ถ่านหิน หินน้ำมัน ซึ่งแต่ละชนิดจะมีลักษณะ สมบัติและใช้ประโยชน์แตกต่างกัน   การใช้ประโยชน์ ต้องมีการวางแผนการใช้  การอนุรักษ์  การป้องกัน  การแก้ไข และผลกระทบ ด้วยวิธีการที่เหมาะสม

ประกอบด้วยชั้นเปลือกโลก ชั้นเนื้อโลก และชั้นแก่นโลก โครงสร้างแต่ละชั้นจะมีลักษณะและส่วนประกอบแตกต่างกัน

๒๒

๒๐

สอบปลายภาค

๒๐

รวมตลอดภาคเรียน

๖๐

๑๐๐

                   คำอธิบายรายวิชาสาระการเรียนรู้พื้นฐาน วิทยาศาสตร์ ๕

 

รายวิชา วิทยาศาสตร์ ๕ (ว ๒๓๑๐๑)

ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 

ภาคเรียนที่ ๑

  ชั่วโมง/สัปดาห์                               

เวลา   ๖๐  ชั่วโมง/ภาค                                 

จำนวน  .  หน่วยกิต

 

                ศึกษาวิเคราะห์  การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม  ความผิดปกติของยีนและโครโมโซม  ความหลากหลายทางชีวภาพ  เทคโนโลยีชีวภาพต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์และสิ่งแวดล้อม  ระบบนิเวศ  ความสัมพันธ์ของการถ่ายทอดพลังงานของสิ่งมีชีวิต   สิ่งแวดล้อม  ทรัพยากรธรรมชาติตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง  ทดลองวิเคราะห์การเคลื่อนที่ของวัตถุ   แรงพยุงของของเหลว  ความแตกต่างระหว่างแรง  โมเมนต์ของแรง โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์   การสืบเสาะหาความรู้   การสำรวจตรวจสอบ  การสืบค้นข้อมูลและการอภิปราย  เพื่อให้เกิดความรู้   ความคิด   ความเข้าใจ   สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้  มีการคิด 

การแก้ปัญหา  การใช้เทคโนโลยี   นำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน  มีจิตวิทยาศาสตร์   จริยธรรม  คุณธรรม  และค่านิยมที่เหมาะสม  มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม

 

  รหัสตัวชี้วัด :

ว ๑.๒ ม.๓/๑- ๕

ว ๒.๑ ม.๓/๑- ๔

ว ๒.๒ ม.๓/๑- ๖

ว ๔.๑ ม.๓/๑- ๓

ว ๔.๒ ม.๓/๑- ๓

ว ๘.๑ ม.๓/๑- ๙

รวมทั้งหมด  ๓๐  ตัวชี้วัด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โครงสร้างรายวิชาสาระการเรียนรู้พื้นฐาน  วิทยาศาสตร์ ๕ (ว ๒๓๑๐๑)

ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓

ภาคเรียนที่          เวลา  ๖๐  ชั่วโมง

   ชั่วโมง/สัปดาห์                จำนวน  ๑.๕  หน่วยกิต

คะแนน    ๑๐๐  คะแนน

 

ลำดับที่

ชื่อหน่วยการเรียนรู้

มฐ/ตัวชี้วัด

สาระสำคัญ

เวลา

(ชั่วโมง)

น้ำหนัก

คะแนน

พันธุกรรมและความหลากหลายทางชีวภาพ

 

ว ๑.๒

ม.๓/๑- ๕

 

-  โครโมโซมประกอบด้วยดีเอ็นเอหรือสารพันธุกรรมและโปรตีน ยีนอยู่บนดีเอ็นเอที่ควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมจากพ่อและแม่ถ่ายทอดสู่ลูก     เรานำความรู้เกี่ยวกับโรคทางพันธุกรรมไปใช้ป้องกัน ดูแลผู้ป่วยและการวางแผนครอบครัว

- ความหลากหลายของระบบนิเวศทำ

 ให้ความหลากหลายทางชีวภาพอยู่อย่างสมดุล

- เทคโนโลยีชีวภาพมีประโยชน์ต่อมนุษย์ ทั้งด้านการแพทย์  การเกษตร และอุตสาหกรรม

๒๐

๓๐

ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม

 

ว ๒.๑

ม.๓/๑- ๔

ว ๒.๒

ม.๓/๑- ๖

 

    ความสัมพันธ์ขององค์ประกอบในระบบนิเวศ  มีการถ่ายทอดพลังงานของสิ่งมีชีวิตในรูปของโซ่อาหารและสายใยอาหาร น้ำและคาร์บอนจะมีการหมุนเวียนเป็นวัฏจักรในระบบ-นิเวศ  สิ่งมีชีวิตนำไปใช้ประโยชน์ได้

     อัตราการเกิด  อัตราการตาย  อัตราการอพยพเข้า  อัตราการอพยพออกของสิ่งมีชีวิตมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงขนาดของประชากรในระบบนิเวศ   

     การใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืนเป็นความรับผิดชอบของทุกคน ด้วยการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 

๒๐

๒๕

โครงสร้างรายวิชาสาระการเรียนรู้พื้นฐาน  วิทยาศาสตร์ ๕ (ว ๒๓๑๐๑)  ต่อ

ลำดับที่

ชื่อหน่วยการเรียนรู้

มฐ/ตัวชี้วัด

สาระสำคัญ

เวลา

(ชั่วโมง)

น้ำหนัก

คะแนน

แรงและการเคลื่อนที่

 

ว ๔.๑

ม.๓/๑- ๓

ว ๔.๒

ม.๓/๑- ๓

 

- วัตถุจะเคลื่อนที่ตามทิศทางเดียวกับแรงลัพธ์  

- แรงกิริยาทุกแรงจะมีแรงปฏิกิริยาโต้ตอบด้วยขนาดของแรงเท่ากัน แต่มีทิศทางตรงข้าม

- แรงพยุง คือ แรงที่ของเหลวกระทำต่อวัตถุมีค่าเท่ากับน้ำหนักของของเหลวที่มีปริมาตรเท่ากับส่วนที่จมของวัตถุ ของเหลวที่มีความหนาแน่นมากจะมีแรงพยุงมาก

-แรงเสียดทานสถิตเป็นแรงเสียดทานที่กระทำต่อวัตถุขณะหยุดนิ่ง  ส่วนแรงเสียดทานจลน์เป็นแรงเสียดทานที่กระทำต่อวัตถุขณะเคลื่อนที่

-   เมื่อมีแรงที่กระทำต่อวัตถุ แล้วทำให้เกิดโมเมนต์ของแรงรอบจุดหมุน  วัตถุจะเปลี่ยนสภาพการหมุน มีทั้งการเคลื่อนที่ในแนวตรง และการเคลื่อนที่ในแนวโค้ง 

๒๐

๒๕

สอบปลายภาค

๒๐

รวมตลอดภาคเรียน

๖๐

๑๐๐

 

 

 

 

 

                   คำอธิบายรายวิชาสาระการเรียนรู้พื้นฐาน วิทยาศาสตร์ ๖

 

รายวิชา วิทยาศาสตร์ ๖ (ว ๒๓๑๐๒)

ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 

ภาคเรียนที่ ๒

  ชั่วโมง/สัปดาห์                               

เวลา   ๖๐  ชั่วโมง/ภาค                                 

จำนวน  .  หน่วยกิต

 

                ศึกษา วิเคราะห์  และอภิปราย เกี่ยวกับงาน พลังงานจลน์ พลังงานศักย์โน้มถ่วง กฎการอนุรักษ์พลังงาน   ความต้านทานไฟฟ้า  การต่อวงจรไฟฟ้าในบ้าน  ทำการทดลองความสัมพันธ์ระหว่างความต่างศักย์   กระแสไฟฟ้า และการต่อวงจรอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้นที่มีตัวต้านทาน ไดโอด ทรานซิสเตอร์  และคำนวณพลังงานไฟฟ้าของเครื่องใช้ไฟฟ้า  สืบค้นองค์ประกอบของเอกภพ กาแล็กซี และระบบสุริยะ  ระบุตำแหน่งของกลุ่มดาว  ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีอวกาศที่ใช้สำรวจอวกาศ วัตถุท้องฟ้า สภาวะอากาศ ทรัพยากรธรรมชาติ การเกษตร และการสื่อสาร   โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์   การสืบเสาะหาความรู้   การสำรวจตรวจสอบ  การสืบค้นข้อมูลและการอภิปราย  เพื่อให้เกิดความรู้   ความคิด   ความเข้าใจ   มีความสามารถ

ในการสื่อสาร  การคิด การแก้ปัญหา การใช้เทคโนโลยี  นำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน  มีจิตวิทยาศาสตร์   จริยธรรม  คุณธรรม  และค่านิยมที่เหมาะสม 

 

 

 

 

รหัสตัวชี้วัด :

ว ๕.๑ ม.๓/๑- ๕

ว ๗.๑ ม.๓/๑- ๓

ว ๗.๒ ม.๓/๑

ว ๘.๑ ม.๓/๑- ๙

รวมทั้งหมด  ๑๘  ตัวชี้วัด

 

 

 

 

 

 

 

โครงสร้างรายวิชาสาระการเรียนรู้พื้นฐาน  วิทยาศาสตร์ ๕ (ว ๒๓๑๐๑)

ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓

ภาคเรียนที่          เวลา  ๖๐  ชั่วโมง

   ชั่วโมง/สัปดาห์                จำนวน  ๑.๕  หน่วยกิต

คะแนน    ๑๐๐  คะแนน

 

ลำดับที่

ชื่อหน่วยการเรียนรู้

มฐ/ตัวชี้วัด

สาระสำคัญ

เวลา

(ชั่วโมง)

น้ำหนัก

คะแนน

พลังงานและพลังงานไฟฟ้า

ว ๕.๑

ม.๓/๑- ๔

 

-  พลังงานจลน์เป็นพลังงานของวัตถุขณะวัตถุเคลื่อนที่ ส่วนพลังงานศักย์โน้มถ่วงของวัตถุเป็นพลังงานของวัตถุที่อยู่สูงจากพื้นโลก

- กฎการอนุรักษ์พลังงานกล่าวว่า พลังงานรวมของวัตถุไม่สูญหาย แต่สามารถเปลี่ยนจากรูปหนึ่งไปเป็นอีกรูปหนึ่งได้

-  ความต่างศักย์ กระแสไฟฟ้าและความต้านทานมีความสัมพันธ์กันตามกฎของโอห์ม ซึ่งนำไปใช้วิเคราะห์วงจรไฟฟ้าอย่างง่ายเป็นแนวทางในการประหยัดพลังงานไฟฟ้าในบ้าน

-  การต่อวงจรไฟฟ้าในบ้านต้องออกแบบวงจร ติดตั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างถูกต้อง   เพื่อความปลอดภัยและใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัด

๓๐

๓๐

อิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น

 

ว ๕.๑

ม.๓/๕

 

-  ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เช่น ตัวต้านทาน ไดโอด   ทรานซิสเตอร์ มีสมบัติทางไฟฟ้าแตกต่างกัน    ตัวต้านทานทำหน้าที่จำกัดกระแสไฟฟ้าในวงจร ไดโอดมีสมบัติให้กระแสไฟฟ้าผ่านได้ทิศทางเดียวและทรานซิสเตอร์ทำหน้าที่เป็นสวิตซ์

ปิด-เปิดวงจร

-  การประกอบวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่มีทรานซิสเตอร์ ๑ ตัวทำหน้าที่เป็นสวิตซ์

๑๐

๒๐

 

 

ลำดับที่

ชื่อหน่วยการเรียนรู้

มฐ/ตัวชี้วัด

สาระสำคัญ

เวลา

(ชั่วโมง)

น้ำหนัก

คะแนน

เอกภพ

ว ๗.๑

ม.๓/๑- ๓

ว ๗.๒

ม.๓/๑

- แรงโน้มถ่วงระหว่างดวงอาทิตย์

 กับบริวารทำให้บริวารเคลื่อนรอบ

 ดวงอาทิตย์กลายเป็นระบบสุริยะ

- แรงโน้มถ่วงที่ดวงจันทร์ ดวง

  อาทิตย์กระทำต่อโลกทำให้เกิด

  ปรากฏการณ์น้ำขึ้น น้ำลง

- เอกภพประกอบด้วยกาแล็กซีมากมายนับแสนล้านแห่ง แต่ละกาแล็กซีประกอบด้วยดาวฤกษ์จำนวนมาก  ที่อยู่เป็นระบบด้วยแรงโน้มถ่วง 

-  กลุ่มดาวฤกษ์ที่ปรากฏอยู่บนทรงกลมฟ้า มีตำแหน่งที่แน่นอน จึงใช้บอกทิศและเวลาได้

-  จากการสำรวจอวกาศ มนุษย์ได้รับประโยชน์หลายด้าน

๒๐

๓๐

สอบปลายภาค

๒๐

รวมตลอดภาคเรียน

๖๐

๑๐๐

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


คำอธิบายรายวิชาและโครงสร้างรายวิชาสาระการเรียนรู้เพิ่มเติม วิทยาศาสตร์

ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่  ๑ - ๓

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คำอธิบายรายวิชาสาระการเรียนรู้เพิ่มเติม วิทยาศาสตร์

วิชา  ทักษะวิทยาศาสตร์    

 

สาระการเรียนรู้เพิ่มเติม

รหัสวิชา ว ๒๐๒๐๑

ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่  -

จำนวน  .  หน่วยกิต

  ชั่วโมง/สัปดาห์

เวลา   ๔๐  ชั่วโมง/ภาค                                 

 

                ศึกษา การใช้ทักษะวิทยาศาสตร์  มีทักษะทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับการจำแนก  การหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปสกับสเปส และสเปสกับเวลา  การคำนวณ  การพยากรณ์ การตั้งสมมติฐาน   กำหนดนิยามเชิงปฏิบัติการ  การกำหนดควบคุมตัวแปร   การทดลอง  การสังเกต และการเลือกใช้เครื่องมือ    การจัดกระทำและสื่อความหมายข้อมูล   การลงความคิดเห็นจากข้อมูล  การตีความหมายข้อมูล และลงข้อสรุป  มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการออกแบบดัดแปลงและ/หรือคิดประดิษฐ์สิ่งใหม่ ๆ  และมีเจตคติทางวิทยาศาสตร์

 

ผลการเรียนรู้

.  มีความรู้ความเข้าใจในการใช้ทักษะวิทยาศาสตร์ 

. มีทักษะทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับการจำแนก 

. มีทักษะทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับการหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปสกับสเปส และ  สเปสกับเวลา

. มีทักษะทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับการคำนวณ

. มีทักษะทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับการพยากรณ์ การตั้งสมมติฐานได้

. มีทักษะทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับการกำหนดนิยามเชิงปฎิบัติการ การกำหนดควบคุมตัวแปรได้

. มีทักษะทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับการทดลอง  การสังเกต และการเลือกใช้เครื่องมือ

. มีทักษะทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับการจัดกระทำและสื่อความหมายข้อมูล   การลงความคิดเห็น

     จากข้อมูล  การตีความหมายข้อมูล และลงข้อสรุปได้

.มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการออกแบบดัดแปลงและ/หรือคิดประดิษฐ์สิ่งใหม่ ๆ

รวมทั้งหมด    ผลการเรียนรู้

 

 

 

 

 

 

 

 

โครงสร้างรายวิชาสาระการเรียนรู้เพิ่มเติม

วิชา ทักษะวิทยาศาสตร์(ว ๒๐๒๐๑)

 

ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ - ๓

เวลา  ๔๐  ชั่วโมง

   ชั่วโมง/สัปดาห์                             จำนวน  ๑.๐  หน่วยกิต                               คะแนน    ๑๐๐  คะแนน

 

ลำดับที่

หน่วยการเรียนรู้

ผลการเรียนรู้

ข้อที่

สาระสำคัญ

เวลา

(ชั่วโมง)

น้ำหนักคะแนน

ทักษะทางวิทยาศาสตร์

ทักษะทางวิทยาศาสตร์ ทำให้การสืบเสาะหาความรู้ที่เป็นระบบ แบบแผน และได้ข้อมูลที่ถูกต้อง แม่นยำ

การสังเกต

 

การสังเกต  หมายถึง  การใช้ประสาทสัมผัสอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกัน  ได้แก่  ตา  หู  จมูก  ลิ้นและผิวกาย

การวัด   

การวัด  หมายถึง  การเลือกและ

ใช้เครื่องมือทำการวัดหาปริมาณของสิ่งต่าง ๆ ออกมาเป็นตัวเลขที่       แน่นอนได้อย่างเหมาะสมและถูกต้องโดยมีหน่วยกำกับเสมอ

๑๐

การจำแนก 

 

การจำแนก  หมายถึง  การแบ่งพวกหรือเรียงลำดับวัตถุหรือสิ่งที่อยู่ในปรากฏการณ์โดยมีเกณฑ์  เกณฑ์ดังกล่าวอาจจะใช้ความเหมือน  ความแตกต่างหรือความสัมพันธ์อย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้

การหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปสกับสเปส และสเปสกับเวลา 

สเปสของวัตถุ  หมายถึง  ที่ว่างที่ครองที่  โดยทั่วไปแล้วสเปสของวัตถุจะมี    มิติ  คือ  ความกว้าง  ความยาว  และความสูง

สเปสกับเวลา หมายถึง  ที่ว่างที่ครองที่เทียบตำแหน่งเวลา

 

ลำดับที่

หน่วยการเรียนรู้

ผลการเรียนรู้

ข้อที่

สาระสำคัญ

เวลา

(ชั่วโมง)

น้ำหนักคะแนน

การคำนวณ 

การคำนวณ  หมายถึง  การนับจำนวนของวัตถุและการนำตัวเลขแสดงจำนวนที่นับได้มาคิดคำนวณ  โดยการบวก  ลบ  คูณ  หาร  หาค่าเฉลี่ย  หรืออื่น   

การพยากรณ์

การพยากรณ์  หมายถึง  การสรุปคำตอบล่วงหน้าก่อนจะทดลองโดยอาศัยปรากฏการณ์ที่เกิดซ้ำ                        

หลักการ  กฎหรือทฤษฎีที่มีอยู่แล้วในเรื่องนั้น    มาช่วยในการสรุป

การตั้งสมมติฐาน  

การตั้งสมมติฐาน  หมายถึง  การคิดหาคำตอบล่วงหน้าก่อนจะทดลองโดยอาศัยการสังเกต  ความรู้  ประสบการณ์เดิมเป็นพื้นฐานคำตอบที่คิดหาล่วงหน้านี้เป็นสิ่งที่ยังไม่ทราบหรือยังไม่เป็นหลักการ  กฎ  หรือทฤษฎีหรือยังไม่เป็นหลักการ  กฎ  ทฤษฎีมาก่อน

๑๐

กำหนดนิยามเชิงปฏิบัติการ 

การกำหนดนิยามเชิงปฏิบัติการ

   หมายถึง  การกำหนดความหมายและขอบเขตของคำต่าง    (ที่อยู่ในสมมติฐานที่ต้องการทดลอง)  ให้เข้าใจตรงกันและสามารถสังเกตหรือวัดได้

๑๐

การกำหนดควบคุมตัวแปร  

๑๐

การกำหนดตัวแปร หมายถึง การชี้บ่งตัวแปรต้น  ตัวแปรตาม  และตัวแปรที่ต้องควบคุมในสมมติฐาน   หนึ่ง ๆ 

๑๐

 

 

ลำดับที่

หน่วยการเรียนรู้

ผลการเรียนรู้

ข้อที่

สาระสำคัญ

เวลา

(ชั่วโมง)

น้ำหนักคะแนน

๑๑

การทดลอง 

๑๑

การทดลอง  หมายถึง  กระบวนการปฏิบัติการเพื่อหาคำตอบ  หรือตรวจสอบสมมติฐานที่ตั้งไว้ในการทดลองจะประกอบด้วยกิจกรรมหลัก    ขั้นตอน

๑๒

การจัดกระทำและสื่อความหมายข้อมูล  

๑๒

    การจัดกระทำและสื่อความหมายข้อมูล  หมายถึง  การนำข้อมูลที่ได้จากการสังเกต  การวัด  การทดลองและจากแหล่งอื่น ๆ มาจัดกระทำเสียใหม่ โดยการหาความถี่ เรียงลำดับ  จัดแยกประเภทหรือคำนวณหาค่าใหม่  เพื่อให้ผู้อื่นเข้าใจความหมายของข้อมูลชุดนั้นดีขึ้น  โดยอาจเสนอในรูปของตาราง  แผนภูมิ  แผนภาพ  แผนผัง  วงจร  กราฟ  สมการ  เขียนและบรรยาย

๑๓

การลงความคิดเห็นจากข้อมูล 

การตีความหมายข้อมูล และลงข้อสรุป  

๑๓

    การตีความหมายข้อมูล  หมายถึง  การแปลความหมายหรือการบรรยายลักษณะและสมบัติของข้อมูลที่มีอยู่ การตีความหมายข้อมูลในบางครั้งอาจต้องใช้ทักษะฯ อื่น ๆ ด้วย เช่น  ทักษะการสังเกต  ทักษะการคำนวณ  เป็นต้น 

     การลงข้อสรุป  หมายถึง 

  การสรุปความสัมพันธ์ของข้อมูล

  ทั้งหมด

สอบปลายภาค

๒๐

รวมตลอดภาคเรียน

๔๐

๑๐๐

คำอธิบายรายวิชาสาระการเรียนรู้เพิ่มเติม วิทยาศาสตร์

วิชา  วิทยาศาสตร์กับการแก้ปัญหา

 

สาระการเรียนรู้เพิ่มเติม

รหัสวิชา ว ๒๐๒๐๒

ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่  ๑ - ๓

จำนวน  . หน่วยกิต

  ชั่วโมง/สัปดาห์

เวลา   ๔๐  ชั่วโมง/ภาค                                 

 

              ศึกษา วิเคราะห์   ความหมายวิทยาศาสตร์  กระบวนการทางวิทยาศาสตร์  การสร้างคำถาม 

การกำหนดตัวแปร  การสร้างสมมติฐาน  การวางแผนเพื่อสำรวจตรวจสอบ   การเลือกใช้วัสดุและเครื่องมือที่เหมาะสม  การรวบรวมข้อมูล  การจัดกระทำข้อมูลเชิงปริมาณและคุณภาพ  การวิเคราะห์ข้อมูล การนำเสนอข้อมูลและอภิปรายผล โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์  การสืบเสาะหาความรู้  การสำรวจตรวจสอบ  การสืบค้นข้อมูลและการอภิปราย  เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด   ความเข้าใจ   สามารถสื่อสาร

สิ่งที่เรียนรู้  มีการคิด  การแก้ปัญหา  การใช้เทคโนโลยี  นำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน  มีจิตวิทยาศาสตร์   จริยธรรม  คุณธรรมและค่านิยมที่เหมาะสม 

 

ผลการเรียนรู้

        ๑. นักเรียนอธิบายความหมายของวิทยาศาสตร์

        ๒. นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจในกระบวนการทางวิทยาศาสตร์  การสร้างคำถาม  การกำหนดตัวแปร 

            การสร้างสมมติฐาน   การวางแผนเพื่อสำรวจตรวจสอบ    การเลือกใช้วัสดุและเครื่องมือที่เหมาะสม  

            การรวบรวมข้อมูล  การจัดกระทำข้อมูลเชิงปริมาณและคุณภาพ  การวิเคราะห์ข้อมูล  การนำเสนอ

            ข้อมูลและอภิปรายผล

        ๓. นักเรียนสามารถทำการสืบเสาะหาความรู้  การสำรวจตรวจสอบ  การสืบค้นข้อมูลและการอภิปราย

            โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 

รวมทั้งหมด    ผลการเรียนรู้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โครงสร้างรายวิชาสาระการเรียนรู้เพิ่มเติม

วิชา วิทยาศาสตร์กับการแก้ปัญหา  (ว ๒๐๒๐๒)

 

ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ -

เวลา  ๔๐  ชั่วโมง

   ชั่วโมง/สัปดาห์                            จำนวน  ๑.๐  หน่วยกิต                               คะแนน    ๑๐๐  คะแนน

 

ลำดับที่

หน่วยการเรียนรู้

  ผลการเรียนรู้

ข้อที่

สาระสำคัญ

เวลา

(ชั่วโมง)

น้ำหนักคะแนน

วิทยาศาสตร์คืออะไร

 

วิทยาศาสตร์เป็นวิชาที่ได้มาจากการค้นคว้าและทดลอง มีกระบวนการที่ได้มาซึ่งความรู้ที่มีเหตุผลสามารถพิสูจน์ได้

๑๐

การตั้งคำถาม  กำหนดตัวแปรและตั้งสมมติฐาน

 

  ตั้งคำถามที่กำหนดประเด็นหรือตัวแปรที่สำคัญ  สร้างสมมติฐานที่ตรวจสอบได้และวางแผนการสำรวจตรวจสอบหลาย ๆ วิธี

๑๐

๒๐

การออกแบบวางแผน

เพื่อทดลองหรือเก็บข้อมูล

 

   เทคนิควิธีการสำรวจตรวจสอบเที่ยงตรงและปลอดภัย โดยใช้วัสดุและเครื่องมือที่เหมาะสม   รวบรวมข้อมูล จัดกระทำข้อมูลเชิงปริมาณและคุณภาพ

๑๒

๓๐

วิเคราะห์และนำเสนอผลการสำรวจตรวจสอบ

 

-วิเคราะห์และประเมินความสอดคล้องของประจักษ์พยานกับข้อสรุป ทั้งที่สนับสนุนหรือขัดแย้งกับสมมติฐาน และความผิดปกติของข้อมูลจากการสำรวจตรวจสอบ

๑๐

๒๐

สอบปลายภาค

๒๐

รวมตลอดภาคเรียน

๔๐

๑๐๐

 

 

 

 

คำอธิบายรายวิชาสาระการเรียนรู้เพิ่มเติม วิทยาศาสตร์

วิชา  โครงงานวิทยาศาสตร์

 

สาระการเรียนรู้เพิ่มเติม

รหัสวิชา ว ๒๐๒๐๓

ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ - ๓

จำนวน  . หน่วยกิต

  ชั่วโมง/สัปดาห์

เวลา   ๔๐  ชั่วโมง/ภาค                                 

 

              ศึกษา วิเคราะห์   ความหมายโครงงานวิทยาศาสตร์  กระบวนการทางวิทยาศาสตร์  การสร้างคำถาม 

การกำหนดตัวแปร  การสร้างสมมติฐานที่สามารถตรวจสอบได้  การวางแผนเพื่อสำรวจตรวจสอบหลายวิธี   การเลือกใช้วัสดุและเครื่องมือที่เหมาะสม  การรวบรวมข้อมูล  และจัดกระทำข้อมูลเชิงปริมาณและคุณภาพ  การวิเคราะห์ข้อมูล การนำเสนอข้อมูลและอภิปรายผล โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์  การสืบเสาะหาความรู้  การสำรวจตรวจสอบ  การสืบค้นข้อมูลและการอภิปราย  เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด   ความเข้าใจ   สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้  มีการคิด  การแก้ปัญหา  การใช้เทคโนโลยี  นำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน 

มีจิตวิทยาศาสตร์   จริยธรรม  คุณธรรมและค่านิยมที่เหมาะสม 

 

ผลการเรียนรู้

. อธิบายความหมายของโครงงานวิทยาศาสตร์ได้

. อธิบายจุดมุ่งหมายของการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ได้

. อธิบายลักษณะโครงงานวิทยาศาสตร์ประเภทต่างๆ ได้

. เลือกหัวเรื่องที่จะทำโครงงานวิทยาศาสตร์ได้อย่างเหมาะสม

. เขียนเค้าโครงย่อ และจัดวางแผนทำโครงงานวิทยาศาสตร์ได้

.  ดำเนินการทดลอง หรือเก็บรวบรวมข้อมูลตามวิธีการที่กำหนดไว้ในเค้าโครงเรื่องได้ครบถ้วนและ

     เหมาะสม แปลความหมาย และสรุปผลได้อย่างถูกต้อง

. เขียนรายงานโครงงานวิทยาศาสตร์ในเรื่องที่ศึกษาทดลองได้สมบูรณ์และถูกต้อง

. อธิบายโครงงานวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาทดลองได้อย่างถูกต้อง

. มีเจตคติที่ดีต่อวิทยาศาสตร์

รวมทั้งหมด    ผลการเรียนรู้

 

 

 

 

 

 

โครงสร้างรายวิชาสาระการเรียนรู้เพิ่มเติม

วิชา โครงงานวิทยาศาสตร์ (ว ๒๐๒๐๓)

 

ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ - ๓

เวลา  ๔๐  ชั่วโมง

  ชั่วโมง/สัปดาห์                              จำนวน  ๑.๐  หน่วยกิต                               คะแนน    ๑๐๐  คะแนน

 

ลำดับที่

หน่วยการเรียนรู้

ผลการเรียนรู้

สาระสำคัญ

เวลา

(ชั่วโมง)

น้ำหนักคะแนน

โครงงานวิทยาศาสตร์

ข้อ ๑ - ๔

โครงงานวิทยาศาสตร์เป็นการศึกษาค้นคว้าตามความสนใจ ตามความถนัดและตามความสามารถของผู้เรียน ภายใต้ปฏิบัติการตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 

๑๐

๒๐

วางแผนเขียน

เค้าโครงโครงงาน

ข้อ ๕

เค้าโครงโครงงานเป็นการออกแบบวางแผนที่จะดำเนินการตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ และปฏิบัติการไม่มีปัญหาในการรวบรวมข้อมูล   

๑๐

๒๐

จัดกระทำ

แปลความหมายข้อมูล

ข้อ ๖-๗

ปฏิบัติการ  รวบรวมข้อมูล

จัดกระทำข้อมูล  วิเคราะห์อธิบายผลและสรุป แสดงผลของการสำรวจตรวจสอบ สร้างคำถามที่นำไปสู่เรื่องที่เกี่ยวข้อง และนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในสถานการณ์ใหม่ หรืออธิบายเกี่ยวกับแนวคิด เปลี่ยนแปลงความรู้ที่ค้นพบเมื่อมีข้อมูลและประจักษ์พยานใหม่เพิ่มขึ้นหรือโต้แย้งจากเดิม

๑๐

๒๐

จัดแสดงผลงาน

ข้อ ๘-๙

จัดแสดงผลงาน เขียนรายงาน และ/หรืออธิบายเกี่ยวกับแนวคิด กระบวนการ และผลของโครงงานหรือชิ้นงานให้ผู้อื่นเข้าใจ

๑๐

๒๐

สอบปลายภาค

๒๐

รวมตลอดภาคเรียน

๔๐

๑๐๐

คำอธิบายรายวิชาสาระการเรียนรู้เพิ่มเติม วิทยาศาสตร์

  วิชา  จับแสงอาทิตย์    

 

สาระการเรียนรู้เพิ่มเติม

รหัสวิชา ว ๒๐๒๐๔

ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่  -

จำนวน  .  หน่วยกิต

  ชั่วโมง/สัปดาห์

เวลา   ๔๐  ชั่วโมง/ภาค                                 

 

                ศึกษาสืบค้น อธิบายเกี่ยวกับพลังงาน  พลังงานศักย์เคมี  พลังงานศักย์ยืดหยุ่น พลังงานศักย์โน้มถ่วง  พลังงานจลน์  ปรากฏการณ์เรือนกระจก  พลังงานรูปแบบต่าง ๆ  สามารถคำนวณค่าพลังงานศักย์และพลังงานจลน์  พร้อมยกตัวอย่างการเปลี่ยนรูปพลังงาน  สาเหตุที่ทำให้เกิดและผลกระทบของปรากฏการณ์เรือนกระจก  ดัดแปลงและประดิษฐ์อุปกรณ์ เพื่อไปสร้างตู้อบพลังงานแสงอาทิตย์  หลักการทำงานของเครื่องกลั่นน้ำพลังงานแสงอาทิตย์  หลักการทำงานและรู้ถึงประโยชน์ของเซลล์สุริยะ  และวิธีการนำพลังงานแสงอาทิตย์ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้ มีเจตคติที่ดีต่อวิทยาศาสตร์

 

ผลการเรียนรู้

.  อธิบายความหมายของคำต่อไปนี้    พลังงาน   พลังงานศักย์เคมี   พลังงานศักย์ยืดหยุ่น  

     พลังงานศักย์โน้มถ่วง  พลังงานจลน์  ปรากฏการณ์เรือนกระจก

. คำนวณค่าพลังงานศักย์ และพลังงานจลน์ได้

. อธิบายการเปลี่ยนรูปพลังงาน พร้อมยกตัวอย่างได้

. สรุปเกี่ยวกับพลังงานรูปแบบต่างๆ ได้

. อธิบายสาเหตุที่ทำให้เกิด และผลกระทบของปรากฏการณ์เรือนกระจก

.  ดัดแปลงและประดิษฐ์อุปกรณ์ เพื่อไปสร้างตู้อบพลังงานแสงอาทิตย์ได้

. อธิบายหลักการทำงานของเครื่องกลั่นน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ได้

. เข้าใจหลักการทำงานและรู้ถึงประโยชน์ของเซลล์สุริยะ

. ตระหนักถึงคุณค่าและออกแบบจัดทำโครงงานวิธีการนำพลังงานแสงอาทิตย์ไปใช้ประโยชน์

    ในชีวิตประจำวันได้

๑๐.มีเจตคติที่ดีต่อวิทยาศาสตร์

รวมทั้งหมด  ๑๐  ผลการเรียนรู้

 

 

 

 

 

โครงสร้างรายวิชาสาระการเรียนรู้เพิ่มเติม

วิชา จับแสงอาทิตย์  (ว ๒๐๒๐๔)

 

ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ - ๓

เวลา  ๔๐  ชั่วโมง

   ชั่วโมง/สัปดาห์                             จำนวน  ๑.๐  หน่วยกิต                               คะแนน    ๑๐๐  คะแนน

 

ลำดับที่

หน่วยการเรียนรู้

ผลการเรียนรู้

ข้อที่

สาระสำคัญ

เวลา

(ชั่วโมง)

น้ำหนักคะแนน

พลังงาน 

 

- พลังงาน  พลังงานศักย์เคมี 

- พลังงานศักย์ยืดหยุ่น  พลังงานจลน์

- พลังงานศักย์โน้มถ่วง  

คำนวณค่าพลังงานศักย์ และพลังงานจลน์

พลังงานศักย์  : พลังที่สะสมในวัตถุที่ยังไม่เคลื่อนที่

พลังงานจลน์ : พลังที่วัตถุมีขณะกำลังเคลื่อนที่

 

 

การเปลี่ยนรูปพลังงานรูปแบบต่างๆ

๓ - ๔

พลังงานสามารถเปลี่ยนรูปพลังงานได้

 

 

ปรากฎการณ์เรือนกระจก

  ปรากฎการณ์เรือนกระจกมีสาเหตุที่ทำให้เกิดและมีผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตบนโลก

 

 

สิ่งประดิษฐ์ที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์

 

๖ - ๘

สิ่งประดิษฐ์ที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์

เครื่องกลั่นน้ำพลังงานแสงอาทิตย์และเซลล์สุริยะ

  โครงงานใช้

  พลังงานแสงอาทิตย์

 

๙ - ๑๐

 การสร้างสิ่งประดิษฐ์ที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์เป็นแนวทางเลือกที่ดีที่มนุษย์ต้องพัฒนา

 

สอบปลายภาค

๒๐

รวมตลอดภาคเรียน

๔๐

๑๐๐

 

 

คำอธิบายรายวิชาสาระการเรียนรู้เพิ่มเติม วิทยาศาสตร์

วิชา  การเคลื่อนที่และพลังงานนิวเคลียร์

 

สาระการเรียนรู้เพิ่มเติม

รหัสวิชา ว ๒๐๒๐๕

ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่  -

จำนวน  .  หน่วยกิต

  ชั่วโมง/สัปดาห์

เวลา   ๔๐  ชั่วโมง/ภาค                                 

 

ศึกษาค้นคว้าการเคลื่อนที่แนวตรงอัตราเร็วและความเร็ว ความเร่ง การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์  การเคลื่อนที่แบบวงกลม การเคลื่อนที่แบบฮาร์มอนิกและการเกิดกัมมันตภาพรังสี และพลังงานนิวเคลียร์ เพื่อให้มีความรู้ถึงพลังงานทางเลือกใหม่และการนำไปใช้ประโยชน์ได้ในการดำเนินชีวิต

 

ผลการเรียนรู้

๑.   อธิบายถึงการเคลื่อนที่แบบต่างๆ เช่น การเคลื่อนที่แนวตรง  การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์

การเคลื่อนที่แบบวงกลม  การเคลื่อนที่แบบฮาร์มอนิกอย่างง่าย

๒.  บอกปริมาณต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนที่  อัตราเร็ว และความเร็ว และความเร่ง

๓.  บอกประโยชน์ของการเคลื่อนที่และนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

๔.  อธิบายเกี่ยวกับการเกิดกัมมันตภาพรังสี

๕.  ศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับการใช้พลังงานนิวเคลียร์

๖.  บอกถึงประโยชน์และโทษของการใช้พลังงานนิวเคลียร์  ในชีวิตประจำวัน

รวมทั้งหมด    ผลการเรียนรู้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โครงสร้างรายวิชาสาระการเรียนรู้เพิ่มเติมวิทยาศาสตร์

วิชา  การเคลื่อนที่และพลังงานนิวเคลียร์ ( ว ๒๐๒๐๕)

 

ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ - ๓

เวลา  ๔๐  ชั่วโมง

   ชั่วโมง/สัปดาห์                             จำนวน  ๑.๐  หน่วยกิต                               คะแนน    ๑๐๐  คะแนน

 

ลำดับ

ที่

หน่วยการเรียนรู้

ผลการเรียนรู้

สาระสำคัญ

เวลา

(ชั่วโมง)

น้ำหนัก

การเคลื่อนที่

-       การเคลื่อนที่แนวตรง

-       อัตราเร็วความเร็วและความเร่ง

-       การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์

-       การเคลื่อนที่แบบวงกลม

-       การเคลื่อนที่แบบฮาร์มอนิคอย่างง่าย

๒๐

๔๒

พลังงานนิเคลียร์

-       การเกิดกัมมันตภาพรังสี

-       รังสีกับมนุษย์

-       พลังงานนิวเคลียร์

-       ประโยชน์และโทษของพลังงาน

      นิวเคลียร์

๑๘

๓๘

สอบปลายภาค

๒๐

รวมตลอดภาคเรียน

๔๐

๑๐๐

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คำอธิบายรายวิชาสาระการเรียนรู้เพิ่มเติม  วิทยาศาสตร์

วิชา  สารสังเคราะห์ในชีวิตประจำวัน       

 

สาระการเรียนรู้เพิ่มเติม

รหัสวิชา ว ๒๐๒๐๖

ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่  -

จำนวน  .  หน่วยกิต

  ชั่วโมง/สัปดาห์

เวลา   ๔๐  ชั่วโมง/ภาค                                 

 

                ศึกษาค้นคว้า  พอลิเมอร์ สารสังเคราะห์ พลาสติก ยางเทียมและซิลิโคน  เส้นใย สารซักล้าง และกระบวนการผลิตสารสังเคราะห์  เพื่อให้มีความรู้ถึงบทบาท และการนำไปใช้ประโยชน์ได้ในการดำเนินชีวิต                                                                                                                   

                                                                                                   

                                                                             

ผลการเรียนรู้

๑.  อธิบายความหมายของพอลิเมอร์   และสารสังเคราะห์

๒. อธิบายกระบวนการผลิตสารสังเคราะห์  พลาสติก ยางเทียมและซิลิโคน  เส้นใย สารซักล้าง

๓. บอกประโยชน์ที่ได้รับจากการใช้สารสังเคราะห์พลาสติก ยางเทียมและซิลิโคน  เส้นใย สารซักล้าง

รวมทั้งหมด       ผลการเรียนรู้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โครงสร้างรายวิชาสาระการเรียนรู้เพิ่มเติม วิทยาศาสตร์

                                                      วิชา  สารสังเคราะห์ในชีวิตประจำวัน    (ว  ๒๐๒๐๖)

 

ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ - ๓

เวลา  ๔๐  ชั่วโมง

   ชั่วโมง/สัปดาห์                             จำนวน  ๑.๐  หน่วยกิต                               คะแนน    ๑๐๐  คะแนน

 

ลำดับที่

หน่วยการเรียนรู้

ผลการเรียนรู้

สาระสำคัญ

เวลา    (ชั่วโมง)

น้ำหนักคะแนน

พอลิเมอร์                  

พอลิเมอร์ เป็นสารที่มีโมเลกุลขนาดใหญ่ บางชนิด   เกิดตามธรรมชาติ ได้แก่ แป้ง ไกลโคเจน เซลลูโลส ยางธรรมชาติ กรดนิวคลีอิก  มอนอเมอร์  ไดพอลิเมอร์ 

โฮโมพอลิเมอร์  การเกิดพอลิเมอร์  และโครงสร้างของพอลิเมอร์

๑๑

พลาสติก                      

๑,๒

พลาสติกเป็นสารสังเคราะห์ ประเภทของ

พอลิเมอร์ที่นักวิทยาศาสตร์วิเคราะห์ขึ้น แบ่งออกเป็น เทอร์มอพลาสติก พลาสติกเทอร์มอเซต และพลาสติกที่มีความสำคัญเชิงการค้า

๑๑

 

 

 

ยาง                                     

๑,๒

ยาง แบ่งออกเป็นยางธรรมชาติ ซึ่งได้จากต้นยาง ซึ่งปลูกมากทางภาคใต้ของประเทศไทย ยางเป็นพอลิเมอร์ที่มีมวลโมเลกุลสูง มีจำนวนมอนอเมอร์  ๑,๐๐๐ ๑๕,๐๐๐ ต่อโมเลกุล มอนอเมอร์ของยางธรรมชาติ  เรี่ยกว่า ไอโซพรีน  และยางสังเคราะห์ เช่น ยางเอสบีอาร์ (   SBR ) 

เส้นใย  

 

๑,๒

เส้นใยเป็นพอลิเมอร์ชนิดหนึ่งที่ประกอบด้วยโมเลกุลที่มีขนาดยาวมาก การจัดเรียงตัวของโมเลกุลค่อนข้างเป็นระเบียบ และเรียงตัวตามแนวแกนของเส้นใย โดยแบ่งเส้นใยออกเป็น ดังนี้  เส้นใยธรรมชาติ เส้นใยกึ่งสังเคราะห์ และเส้นใยสังเคราะห์

 

ลำดับที่

หน่วยการเรียนรู้

ผลการเรียนรู้

               สาระสำคัญ

   เวลา    (ชั่วโมง)

น้ำหนักคะแนน

ซิลิโคน        

๑,๒

ซิลิโคนเป็นสารเคมีชนิดหนึ่งเกิดจากทรายและซิลิกา มีลักษณะคล้ายพลาสติก  สามารถนำมาผลิตได้หลายรูปแบบ ได้แก่  ของแข็ง  ของเหลว  และเจล

สบู่     

๑,๒

สบู่เป็นเกลือของกรดไขมันซึ่งเกิดจากไขมันหรือน้ำมันทำปฏิกิริยากับสารละลายเบส สบู่โดยทั่วๆ ไป เป็นเกลือโซเดียม หรือเกลือโพแทสเซียม ของกรดไขมัน สบู่ที่เป็นเกลือโพแทสเซียมของกรดไขมันมีโครงสร้าง สองส่วน คือ ส่วนมีขั้วกับส่วนไม่มีขั้ว และการละลายน้ำและการชำระล้างไขมันหรือน้ำมันของสบู่

ผงซักฟอก       

๑,๒