น้ำผัก

 
         

           มะนาว มีรสเปรี้ยว มีกรดซิตริกมาก และมีวิตามิน โดยเฉพาะมีวิตามินซี และวิตามินซีเนี้ยค่ะที่ทำให้ผิวพรรณของเพื่อนๆสดใสเปล่งปลั่ง นอกจากนี้น้ำของมะนาวยังใช้ภายนอกได้อีกด้วย ทั้งพอกทั้งทา ได้ตั้งแต่หัวจรดเท้าเลยนะคะเพื่อนๆ

               มะเขือเทศ เป็นผักที่มีวิตามินหลายชนิดเลยนะคะ ทั้งวิตามิน A, B1, B2, K, C, Folic acid และเมื่อทานและจะทำให้รู้สึกสดชื่น บำรุงผิวไม่ให้แห้งแตก ให้ความชุ่มชื่นแก่ผิวของเราคะ และยังใช้พอกผิวหน้าและตัว มีสารไลโคเปอร์ซิซิน ทำให้ผิวเต่งตึงสดใส

           แครอท ในแครรอทมีสารเบต้าคาโรทีนอยู่สูงซึ่งจถูกย่อยเป็นวิตามินมินเอ สามารถช่วยบำรุงสายตา ยังช่วยให้ผิวพรรณสดใส ไม่เหี่ยวย่น ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันในร่างกาย      

     

        แอปเปิ้ล มีฟลาโวนอยด์สูง เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้ผิวพรรณสดใสไม่แก่เร็ว ถ้าเพื่อนๆอยากดูเด็กอยู่เสมอทานแอปเปิ้ลเยอะๆนะค

     

 
((  น้ำผัก ))
 
สูตรน้ำผักปั่น
1. ผักกาดหอม 2 ใบ (ทำให้กล้ามเนื้อ กระดูกเส้นเอ็น และปอดแข็งแรง
2. คื่นฉ่าย 2 ก้านรวมใบด้วยนะค่ะ (ช่วยในการหมุนเวียนเลือด และหลอดเลือดแข็งแรง
3. มะเขือแทศลูกใหญ่ 1 ลูก (เม็ดเลือดแข็งแรง)
4. หอมใหญ่ 1/4 ลูก (หัวใจแข็งเรง)5. น้ำผึ้ง 2-3 ช้อนโต๊ะ (ให้พลังงานรวม)
6. น้ำมะนาว 1 ลูก (ช่วยฟื้นฟูภูมิคุ้มกัน)
7. แอปเปิ้ล 1/2 ลูก (ให้พลังงานสำรองม้าม) *จะใส่ไม่ใส่ก็ได้
8. น้ำเปล่า 2-4 แก้ว (ถ้าเป็นน้ำแร่ยิ่งดีค่ะ)
ทั้งหมดนี้เอามาปั่นรวมกันดื่มภายใน 1/2 ชม. เพื่อให้สารอาหารอยู่ครบ ดื่มเป็นประจำก่อนอาหารเช้า-ก่อนนอน ช่วยฟื้นฟู ตับ สำไส้ใหญ่ ลำไส้เล็ก ตับอ่อน ไต และควรนอนระหว่าเวลา 21-00น. - 03.00 น.

หมายเหตุ
-ล้างผักให้สะอาด แล้วแช่ผักในน้ำส้มสายชูผสมน้ำ (1 ชต. ต่อ น้ำ 1 ลิตร) แล้วนำมาล้างน้ำสะอาดอีกครั้ง เพื่อให้สารพิษตากค้างในผักให้หมดไป
-ใส่มะระขี้นก 1 ผลเอาเมล็ดออกก่อนลงไปด้วยได้
- สามารถทำดื่มได้ทั้งครอบครัว ทั้งเด็กและผู้ใหญ่จะช่วยระบบขับถ่ายดีขึ้น ป่วยก็ดื่มได้ ไม่ป่วยก็ดื่มได้ค่ะ
 
สูตรน้ำผัก
ส่วนผสม
                •ใบคะน้า40 กรัม (2 ใบขนาดกลาง)
                •น้ำเชื่อม 30 กรัม (2 ช้อนคาว ประมาณ 30 ซีซี)
                (ใช้สารให้ความหวาน หรือน้ำตาลเทียมแทนได้)
                • น้ำมะนาว 10 กรัม (2 ช้อนชา ประมาณ 10 ซีซี)
                • น้ำเปล่าสะอาด 200 กรัม (14 ช้อนคาว หรือประมาณ 1 แก้ว)
                • เกลือเสริมไอโอดีน 1 กรัม (1/5 ช้อนชา)
วิธีทำ
                นำใบคะน้าล้างให้สะอาด จากนั้นหั่นใส่เครื่องปั่นเติมน้ำสุกครึ่งแก้ว (100 ซีซี) ปั่นจนลดเอียด กรองเอาแต่น้ำ แล้วเติมน้ำที่เหลือ น้ำมะนาว น้ำเชื่อม และเกลือ ชิมรสตามชอบ เสริฟเย็นๆ ด้วยการเติมน้ำแข็งทุบ หรือใช้น้ำเย็นจัดในการทำน้ำคะน้า
เรื่องน่ารู้
                ธรรมชาติใบของคะน้าจะมีนวน คือเป็นลักษณะคล้ายแป้ง เคลือบอยู่ที่ใบ เกษตรกรจะใช้สารลดแรงตึงผิว เพื่อทำให้ยาฆ่าแมลง ปุ๋ยทางใบ หรือฮอร์โมนเร่งการเติบโต สามารถติดกับใบได้ เพื่อผลในการป้องกันแมลง และทำให้เติบโตดี ดังนั้น คะน้ามักขม หรือเหม็นจากสารเคมีเหล่านี้ ติดอยู่ ล้างออกยาก ควรใช้ถ้ามีน้ำยาลำหรับล้างผักแบบที่สกัดจากธรรมชาติ (ไม่มีประจุจากสารเคมี) จะดีมาก จะลดความขมหรือเหม็นจากสารเคมีได้ดี คะน้าที่ไม่มีสารเคมีติดจะไม่มีรสขม และไม่มีกลิ่นเหม็นของสารเคมี จะทำน้ำคะน้าได้อร่อย เพราะเราใช้คะน้าสดทำน้ำคะน้า
ประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับ
                คุณค่าทางอาหาร ให้วิตามินเอสูงมาก ช่วยบำรุงสายตา คะน้าเป็นแหล่งเบต้าแคโรทีน ซึ่งเป็นสารช่วยยับยั้งมะเร็ง และยังมีแคลเซี่ยม ฟอสฟรัส ช่วยบำรุงกระดูก และยังมีวิตามินซี ช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน ชลอความแก่ ป้องกันมะเร็ง และทำให้เนื้อเยื่อของร่างกายทำงาน คุณค่าทางยา  ป้องกันโรคโลหิตจาง ลดระดับอุณหภูมิในร่างกาย และแก้การกระหายน้ำ

 น้ำผัก

ส่วนผสม

  1. ก้านซีเลอรี่-ผักขึ้นฉ่าย 3 ก้าน
  2. กล้วยหอม 1 ½ ลูก
  3. แตงกวายาว ½ ผล
  4. ผักขม (spinach) 150 กรัม หรือประมาณ 2 กำมือใหญ่ๆ (หรือใช้ผักสีเขียวอย่างอื่น ที่มีรสไม่ต่างจากผักขมมาก นัก)
  5. ผักชีฝรั่ง (parsley or cilantro) 1 กำมือเล็ก ประมาณ 50 กรัม
  6. น้ำดื่ม 3 ถ้วย
  7. ผง Spirulina 1 ช้อนโต๊ะ (ไม่้ใส่ก็ได้ครับ)

วิธีทำ

       1.  ล้างผักให้สะอาด - แล้วหั่นเป็นชิ้นเล็ก

  1. นำกล้วย ผักขึ้นช่าย แตงกวา และน้ำดื่มประมาณ ½ ถ้วย ลงปั่นในเครื่องผสมอาหารจนละเอียด ประมาณ 2-3 นาที

  1. ผักส่วนที่แข็งจะละเอียดดังภาพ เติมผักอ่อนอันได้แก ผักขมและผักชีฝรั่งลงไปครับ เติมน้ำลงไปอีกครึ่งถ้วย แล้วปั่น ต่อไปจนผักละเอียด ประมาณ 2 - 3 นาที

  1. เติมน้ำส่วนที่เหลือลงไป ปั่นต่ออีกประมาณ 30 วินาที ระวังน้ำล้นจากเครื่องผสมอาหาร อาจใช้วิธีกด แล้วก็หยุดๆ จนส่วนผสมเข้ากันดี

  1. นำน้ำปั่นที่ได้ไปกรองเอากากผักออก แล้วใช้กระชอนตาถี่กรอง โดยใช้หลังช้อนกด แต่ก็อาจจะมีกากละเอียดของ ผักหลุดช่องตระแกรงได้เหมือนกัน

   จะเสร็จวิธีทำที่ข้อ 5 ก็ได้เราก็จะได้น้ำผักแล้ว     นำไปกรองต่อด้วยผ้าขาวบาง เพื่่อจะได้น้ำผักใสๆ ดื่ม หวังว่าสารอาหารคงมาอยู่ที่น้ำสะกัด ไม่ได้ไปอยู่ที่ กากอาหารที่เราทิ้งไป

  น้ำผักเพื่อสุขภาพสีเขียวๆ ที่จริงมีเครื่องสะกัดน้ำผักโดยเฉพาะ แต่ยังไม่เคยลองใช้ครับ ใครที่มีเครื่องแบบนี้อาจลองนำสูตรนี้ไปประยุกต์ดูนะครับ

Comments