โรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช

 

 ตราประจำโรงเรียน

 สีธงประจำโรงเรียน

        

"ต้นไทร" ต้นไม้ประจำโรงเรียน 

   
 
 
   
 
 
การสถาปนา
 
โรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราชมีจุดเริ่มต้นจากการจัดการศึกษาตามนโยบายของรัฐบาลไทยในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยในปี พ.ศ. 2439 พระญาณรักขิต (พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ - จันทร์ สิริจฺนโท) ได้มอบหมายให้พระมหาอ้วน ติสฺโส (สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ วัดบรมนิวาส) และคณะ ทำการรวบรวมอุปกรณ์การศึกษาจากกรุงเทพมหานคร นำมาที่จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อจัดตั้งโรงเรียนขึ้นภายในบริเวณวัดสุปัฏนาราม เมื่อ พ.ศ. 2440 โดยใช้ชื่อว่า "โรงเรียนอุบลวิทยาคม" โรงเรียนนี้เปิดสอนนักเรียนทั้งบรรพชิตและคฤหัสถ์ชายในวิชาภาษาบาลี และภาษาไทย ซึ่งในการนี้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานทรัพย์จำนวน 10 ชั่ง เพื่อเป็นทุนในการใช้จ่ายในการเรียนการสอนโดยมีพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ ข้าหลวงใหญ่ต่างพระองค์ สำเร็จราชการมณฑลอีสานเป็นผู้แทนพระองค์ทรงนำมามอบให้[1]
ต่อมาโรงเรียนอุบลวิทยาคมมีจำนวนนักเรียนมากขึ้น ทำให้โรงเรียนคับแคบและชำรุดทรุดโทรม ทางราชการซึ่งมีพระยาศรีธรรมศกราช (ปิ๋ว บุนนาค) สมุหเทศาภิบาลมณฑลอุบลราชธานี ในขณะนั้นได้ดำริสร้างโรงเรียนขึ้นใหม่ที่มุมทุ่งศรีเมืองทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ใน พ.ศ. 2458 ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นที่ตั้งของโรงเรียนอนุบาลอุบลราชธานีในปัจจุบัน เมื่อโรงเรียนได้สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงได้ประกอบพิธีเปิดเมื่อวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2458 โดยพระยาศรีธรรมศกราชได้ทูลเชิญ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ เสนาธิการทหารบกซึ่งเสด็จมาตรวจราชการที่มณฑลอุบลราชธานีในเวลานั้น ทรงเป็นประธานประกอบพิธีเปิด และได้ประทานนามโรงเรียนว่า "โรงเรียนตัวอย่างประจำมณฑลอุบลราชธานี เบ็ญจะมะมหาราช" เพื่อเป็นอนุสรณ์ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทั้งนี้ได้ทรงออกใบประกาศตั้งนามโรงเรียนให้ไว้เป็นสำคัญด้วย ซึ่งโรงเรียนได้ใส่กรอบเก็บรักษาไว้จนกระทั่งบัดนี้
 
 
 
โรงเรียนหลังที่สอง
โรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราชได้เปิดทำการสอนในที่ตั้งดังกล่าวมาจนถึง พ.ศ. 2477 ก็ประสบปัญหาสถานที่เรียนคับแคบอีกครั้ง เนื่องจากโรงเรียนได้ขยายชั้นเรียนและรับนักเรียนเพิ่มขึ้นจนล้นโรงเรียน ทางโรงเรียนจึงได้แบ่งนักเรียนชั้นต้นๆ แยกไปเรียนที่อื่น โดยใช้อาคารสโมสรเสือป่าเก่า (ตั้งอยู่สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดในปัจจุบัน) ซึ่งเป็นอาคารชั้นเดียวเป็นสถานที่เรียน ส่วนนักเรียนชั้นปลายยังคงเรียนอยู่ในที่เดิม ก่อให้เกิดไม่สะดวกในการปกครองและการดูแลการเรียนการสอน
ต่อมาจังหวัดอุบลราชธานีได้รับงบประมาณจากทางราชการกว่า 4 หมื่นบาท เพื่อจัดสร้างอาคารเรียนหลังใหม่เพิ่มเติมในบริเวณกรมทหารเก่า (ซึ่งย้ายไปตั้งอยู่ที่อำเภอวารินชำราบ) ทางทิศตะวันตกของทุ่งศรีเมือง หรือด้านหลังของศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานีในปัจจุบัน โรงเรียนแห่งนี้มีเนื้อที่ราว 40 กว่าไร่ ทิศเหนือจรดถนนเบ็ญจะมะและวัดชัยมงคล ทิศใต้จรดถนนศรีณรงค์และวัดศรีอุบลรัตนาราม ทิศตะวันออกจรดถนนอุปราชและทุ่งศรีเมือง ทิศตะวันตกจรดบ้านประชาชนและป่าช้าโรมันคาทอลิก ตัวอาคารเรียนหลักเป็นอาคารเรียนไม้ 2 ชั้น ขนาด 20 ห้องเรียน ตั้งอยู่ตรงกลางของพื้นที่ หันหน้าไปทางทิศตะวันออก มีสนามและเสาธงขนาดใหญ่ตั้งอยู่บนพูนดินมีขาเสาธงสี่ขาตั้งอยู่หน้าอาคารเรียน [ อาคารนี้เป็นอาคารหลังเดียวของโรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราชแห่งที่ 2 ที่ยังคงหลงเหลือในปัจจุบัน
เมื่อสร้างเสร็จโรงเรียนแห่งใหม่แล้วเสร็จ พระสารศาสตร์ประพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในสมัยนั้น มาเป็นประธานในพิธีเปิดเมื่อวันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2478 ในนามโรงเรียน "เบ็ญจะมะมหาราช" และได้เปิดสอนอยู่ในที่ตั้งแห่งนี้จนถึง พ.ศ. 2516 โรงเรียนจึงได้ย้ายที่ตั้งอีกครั้งมาอยู่ในที่ตั้งปัจจุบัน ในช่วงระยะเวลาดังกล่าว โรงเรียนได้เปิดสอนชั้นเตรียมอุดมศึกษา แผนกวิทยาศาสตร์ ในปี พ.ศ. 2489 และในปี พ.ศ. 2503 จึงเริ่มใช้หลักสูตรมัธยมศึกษา ตามแผนการศึกษาชาติ พุทธศักราช 2503
 
การย้ายโรงเรียนมายังที่ตั้งปัจจุบัน
เหตุที่โรงเรียนต้องมีการย้ายที่ตั้งอีกครั้ง เนื่องจากในช่วงปี พ.ศ. 2511 - 2512 นายพัฒน์ บุณยรัตนพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานีในขณะนั้นได้ตกลงกับกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงศึกษาธิการ ในการยกที่ดินโรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราชให้ใช้สร้างเป็นศาลากลางจังหวัดหลังใหม่ แทนที่อาคารศาลากลางหลังเดิมที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2461 ซึ่งมีขนาดเล็กและคับแคบ (ศาลากลางแห่งนี้ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของทุ่งศรีเมือง ตรงข้างกับวัดศรีอุบลรัตนาราม ปัจจุบันอาคารนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน และมีการปรับปรุงเป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ อุบลราชธานีในปัจจุบัน) การดำเนินการดังกล่าวนี้ทางจังหวัดไม่ได้แจ้งให้ทางโรงเรียนได้ทราบล่วงหน้า เพราะทางโรงเรียนรู้เรื่องนี้เมื่อมีการส่งเจ้าหน้าที่มาทำการการวางผังและปักหมุดสร้างอาคารศาลากลางจังหวัดหลังใหม่แล้ว
ทางราชการได้อนุมัติเงินงบประมาณ 11 ล้านบาทเศษ สร้างโรงเรียนขึ้นใหม่เพื่อให้โรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราชย้ายไปอยู่ที่ตำบลท่าวังหิน ซึ่งเป็นที่ราชพัสดุ แปลงเลขที่ 1776 เนื้อที่ประมาณ 150 ไร่ 15.9 ตารางวา ตั้งอยู่เลขที่ 600 ถนนสรรพสิทธิ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี อาณาเขตทิศเหนือจรดบ้านพักอาจารย์สถาบันราชภัฏอุบลราชธานี ทิศใต้ (ด้านหน้า) จรดถนนสรรพสิทธิ์ ทิศตะวันออกจรดซอยชื่นจิต ทิศตะวันตกจรดถนนหน้าที่ทำการการประปา โดยในขณะที่กำลังสร้างหลังใหม่นั้น โรงเรียนหลังเก่าก็ยังทำการสอนต่อไป เพื่อรอโรงเรียนที่กำลังสร้างใหม่ ส่วนศาลากลางจังหวัดก็ดำเนินการก่อสร้างไปพร้อมๆ กันจนแล้วเสร็จ จึงได้ทำการย้ายนักเรียนจากหลังเก่ามาเรียนในที่แห่งใหม่นี้ ใน พ.ศ. 2516 ในนาม "โรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช" ตามเดิม มีนายอภัย จันทวิมล ปลัดกระทรวงศึกษาธิการในขณะนั้นมาเป็นประธานในพิธีเปิด



 
Comments