อำเภอบางเลน

ตลาดน้ำวัดลำพญา 

ข้อมูล

        ตั้งอยู่ริมน้ำท่า เป็นแพยาวประมาณ 200 เมตร อากาศค่อนข้างเย็นสบาย ซึ่งการจัดตั้งตลาดน้ำลำพยานี้ ได้รับการสนับสนุนผู้บริหารของอบต. เพื่อเป็นการส่งเสริมอาชีพให้กับประชาชนในตำบลลำพยา ซึ่งสินค้าแต่ละชนิดนั้นขอบอกว่าทำจากฝีมือชาวบ้าน และเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านเกือบทั้งหมด และยังสามารถชมวิถีชีวิตการดำเนินชีวิตของผู้ที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน พร้อมกราบไว้นมัสการ นมัสการหลวงพ่อมงคลมาลานิมิตร พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองในพระอุโบสถ (ไม่ต้องกลัวปัญหาเรื่องจอดรถเพราะมีสถานที่รองรับอย่างกว้างขวาง)

การเดินทาง

        จากกรุงเทพฯ ขับตามถนนสายปิ่นเกล้า - นครชัยศรี และให้ขึ้นสะพานลอยไปทางศาลายา วิ่งไปตามเส้นทาง จะมีป้ายบอกทางไปจนถึงตลาดน้ำวัดลำพญา สำหรับท่านที่อยู่บริเวณมาจากภาคใต้ สามารถใช้เส้นทางกำแพงแสนก็ได้ ให้ขับมุ่งหน้าไปทาง จ.สุพรรณบุรีนะครับ และท่านจะผ่าน ม.ราชภัฏนครปฐม เลยไปประมาณ 20 กม. ท่านจะพบกับแยกกำแพงแสน (แยกกำแพงแสน จะไม่ถึง ม.เกษตรกำแพงแสนนะครับ ถ้าถึง แสดงว่าเลย ให้ขับกลับย้อนมา) จากนั้นวิ่งไปสุดเส้น จะพบกับไฟแดง และให้เลี้ยวไปทางขวามือครับ เพื่อมุ่งหน้าไปวัดลำพยา จากนั้นสังเกตให้ดี ประมาณ 1 กม. จะมีแยกซ้ายมือ และมีป้ายบอกไปทางวัดลำพยา ขับไปประมาณ ซัก 2 กม. จะถึงวัดลำพยาครับ ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของตลาดน้ำวัดลำพยา

        ตลาดน้ำแห่งนี้ถือว่าเป็นอีกหนึ่งตลาดที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเที่ยวของอำเภอบางเลนเลยก็ว่าได้ ที่นี่ก็จะเป็นบรรยากาศของตลาดน้ำ โดยจะมีเรือมาขายของกินได้บรรยากาศแบบตลาดน้ำสุดๆเลยล่ะ ได้รับประทานอาหารแบบริมน้ำ ก็มีความสุขไปอีกแบบ ยังไงก็อย่าลืมมาเที่ยวตลาดน้ำลำพญากันนะครับ


ตลาดบางหลวง

ประวัติ 

        เดิมตลาดบางหลวงเป็นแหล่งค้าขายทางน้ำ ที่สำคัญแห่งหนึ่งของอำเภอบางเลน เพราะมีท่าเรือ สะดวกในการขนถ่ายสินค้า มีบริษัทสุพรรณขนส่งให้บริการเดินเรือจากสุพรรณบุรีไปยังสถานีรถไฟงิ้วราย เพื่อเดินทางระหว่างหมู่บ้านหรือเข้ากรุงเทพฯ เมื่อกาลเวลาเปลี่ยนไปเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาแทน มี การสร้างถนน รถยนต์ก็มาแทนที่เรือ ทำให้การค้าขายทางน้ำเริ่มซบเซาลง แต่การค้าขายของชาวตลาดบางหลวงก็ยังคงอยู่ และยังคงรักษาเอกลักษณ์ด้านต่าง ๆไว้อย่างสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นร้านขายยาจีนสมุนไพร ร้านทำฟันปลอม ร้านทำทอง ร้านบัดกรีโลหะ ร้านทำเส้นก๋วยเตี๋ยวก็ยังคงอนุรักษ์ไว้ เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ของบางหลวงต่อไ

ข้อมูลการท่องเที่ยว

        ตลาดบางหลวงเป็นตลาดเก่าแก่ของชุมชมชาวไทย และชาวจีน โดยเริ่มจากชาวจีนที่อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานที่บางหลวง และโดยบ้านเรือนที่อยู่อาศัยจะเป็นบ้านไม้สองชั้นหันหน้าเข้าหากัน ปัจจุบันมีอายุเก่แก่ไม่น้อยกว่า 100 ปี การก่อตั้งชุมชนบางหลวงเริ่มมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2446 อยู่บนริมน้ำแม่น้ำท่าจีน ด้านฝั่งตะวันออก (หรือแม่น้ำสุพรรณบุรี) มีด้วยกันทั้งหมด 68 ห้อง ปลูกจากหน้าตลาดจนถึงท้ายตลาด ปัจจุบันยังคงสภาพที่สวยงามและเก่าแก่ ทำให้ตลาดบางหลวงนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของชาว จ.นครปฐม โดยเฉพาะบ้านเรือนไทยหลังเก่าที่ปลูกที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับหลังตลาดบางหลวง ซึ่งมีอายุเก่าแก่และได้กำลังพัฒนาเป็นจุดท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของของตลาดบางหลวง ในวันเสา วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ จะมีอาหารมากมาหลากหลายมาจำหน่ายภายในตลาดบางหลวง ได้แก่ หวาน-คาว กุ้ง ปลา ผักผลไม้สดๆ และภายในตลาดบางหลวงบริเวณท่าน้ำท่าจีนยังมีบริการล่องเรือชมแม่น้ำท่าจีน และทำบุญยังวัดต่าง ๆ ที่ติดกับตลาดบางหลวง เช่น วัดบางหลวง วัดไผ่โรงวัว ฯ จนทำให้ตลาดบางหลวงพื้นที่จากที่เคยมีแค่ตลาดบน แต่ตอนนี้มีตลาดล่างเพิ่มขึ้น ปัจจุบันมีละครหลายเรื่องเข้ามาถ่ายทำที่ตลาดบางหลวง และที่ทำให้ตลาดบางหลวงเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้นก็มาจากภาพยนตร์เรื่อง "คมแฝก" 

เปิดทุกวัน เสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์

การเดินทาง

รถยนต์ส่วนบุคคล

        จากรุงเทพมหานคร ใช้เส้นทางถนนบรมราชชนนี แยกต่างระดับฉิมพลี เข้าเส้นทางวงแหวนรอบนอกกรุงเทพสู่อำเภอบางบัวทอง (ตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี) หมายเลข 340 ถึงแยกนพวงศ์ เส้นทางบางเลน-ลาดหลุมแก้ว สาย 346 เข้าอำเภอบางเลน ใส้เส้นทางบางเลน-บางหลวง (สุชาติพัฒนา สาย3351) 

จากสนามหลวงถึงตลาดบางหลวงระยะทางประมาณ 85 กิโลเมตร 

        จากจังหวัดนครปฐม ใช้เส้นทางสายมาลัยแมน (นครปฐม-สุพรรณบุรี) เส้นทางหลวงหมายเลข 321 ผ่านอำเภอกำแพงแสน ผ่านมหาวิทยาลัยเกษตรฯวิทยาเขตกำแพงแสน 

ผ่านทางเข้า โรงเรียนการบินกำแพงแสน รวมระยะทางประมาณ 42 กม. (ประมาณหลักกม. ที่ 98) กลับรถที่แยกเข้าท่าเสา เข้าถนนกระตีบ-บางหลวง [สาย 3231]อีก 15 กิโลเมตร ถึงตลาดบางหลวง 

        เรียกได้ว่าตลาดบางหลวงเป็นอีกหนึ่งตลาดที่เก่าแก่ โดยจะมีคนไทยเชื้อสายจีนอาศัยอยู่ค่อนข้างมาก ดังนั้นที่ตลาดบางหลวงแห่งนี้จึงมีกลิ่นอายของสิ่งก่อสร้างแบบจีนๆเข้ามาผสมอยู่ด้วยนั้นเอง 

รถโดยสารประจำทาง 

        จากสนามหลวง รถตู้โดยสารสนามหลวง-บางหลวง ค่าโดยสาร 80 บาท มีรถออกทุก 45 นาที คันแรก ออก จากสนามหลวงเวลา 06:40 น. และคันสุดท้าย ออกจากบางหลวงเวลา 16.45 น. 

จากนครปฐม รถโดยสารประจำทางสายนครปฐม-วัดไผ่โรงวัว บางหลวง ค่าโดยสาร 35 บาท ใช้เวลาเดินทางระมาณ 1.45 ชั่วโมง


ตลาดโบราณ 100 ปี รางกระทุ่ม 

ตั้งอยู่ที่ ต.บางภาษี อ.บางเลน จ.นครปฐม

ข้อมูล

ตลาดโบราณ 100 ปี รางกระทุ่ม ตั้งอยู่ที่ตำบลบางภาษี ริมแนวคลองพระพิมลและคลองบางภาษี ซึ่งไหลลงสู่แม่น้ำท่าจีน ห่างจากอำเภอบางเลนประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นตลาดริมน้ำแบบดั้งเดิม สามารถสัมผัสบรรยากาศของบ้านเรือนไม้เก่า หรือวิถีชีวิตที่เรียบง่าย มีการค้าขายสินค้าท้องถิ่นแบบดั้งเดิม เช่น ร้านขายกาแฟโบราณ เป็ดพะโล้ ขนมครกโบราณ หมี่กรอบโบราณ ขนมทองม้วนมิ่ม และมีบ้านโบราณ (ร้านบังเอิญพาณิชย์) อยู่ในตลาดรางกระทุ่ม มีอุปกรณ์การค้าขายของแบบโบราณที่ยังคงเก็บรักษาไว้อย่างดี เช่น การขายกาแฟโบราณ การทำขนมแต่งงาน เครื่องพิมพ์ขนมโก๋ เครื่องพิมพ์ขนมกวางตุ้ง เครื่องพิมพ์ถั่ว และเครื่องเล่นเพลง เป็นต้น ตลาดโบราณเปิดเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ เทศบาลตำบลรางกระทุ่ม โทร. 034-962295

การเดินทาง

        รถยนต์ส่วนบุคคล จากสามแยกอำเภอบางเลนใช้เส้นทางบางเลน-ลาดหลุมแก้ว บนถนนสายนี้จะมีเส้นทางเข้าตลาดรางกระทุ่มเป็นระยะ จำนวน 4 เส้นทาง 

        รถโดยสารจากตลาดอำเภอบางเลนสามารถนั่งรถประจำทางสายปทุมฯ-บางเลน มาลงปากทางเข้าตลาดรางกระทุ่ง แล้วนั่งรถมอเตอร์ไซต์รับจ้างมาตลาดโบราณฯ หรือ จากกรุงเทพฯ มีรถออกจากสถานีขนส่งหมอชิต ถนนกำแพงเพชร สายหมอชิต-กำแพงแสน มาลงที่ปากทางวัดเวฬุวณาราม แล้วให้ข้ามฟากถนนมานั่งรถมอเตอร์ไซต์รับจ้างมาตลาดโบราณฯ


หมู่บ้านไทยโซ่ง 

ตั้งอยู่ที่ ต.บางปลา อ.บางหลวง จ.นครปฐม

ข้อมูล

        หมู่บ้านไทยโซ่ง ตั้งอยู่ที่บ้านเกาะแรต ตำบลบางปลา อยู่ห่างจากอำเภอบางเลนมาทางทิศใต้ เป็นหมู่บ้านของชาวไทยเชื้อสายโซ่ง (หรือไทยทรงดำหรือไทดำ) ซึ่งอพยพเข้ามาเมืองไทยในสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี เมื่อปี พ.ศ.2311 เข้ามาอยู่ที่บ้านหนองปรง อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี ต่อมาได้ขยับขยายที่ทำกินไปตามจังหวัดต่างๆ เช่น นครปฐม ราชบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี สุโขทัย เลย พิจิตร พิษณุโลก เป็นต้น วัฒนธรรม วิถีชีวิตและประเพณีของชาวไทยทรงดำเป็นเอกลักษณ์ของตนเอง การแต่งกาย ชาวไทยโซ่งชอบใช้เครื่องแต่งกายสีดำหรือสีครามเข้มจนเกือบดำ ผู้หญิง ไว้ผมยาวเกือบ 1 เมตร เพื่อทำทรงผม เรียกว่า ปั้นเกล้า ไว้กลางศีรษะและสับปิ่นไว้ เสื้อผ้ามีเสื้อก้อม เสื้อฮี ผ้าเปียว ผ้าซิ่นสีครามแก่มีลายทางสีฟ้า เรียกว่า ลายแตงโม ผู้ชาย สวมเสื้อก้อมหรือเสื้อไทแขนยาว กางเกงขายาวเรียกว่า "ส้วงขาฮี หรือ ส้วงก้อม" มีสีดำ และ "เสื้อฮี" เป็นเสื้อประจำตัวในการประกอบพิธีกรรมต่างๆ บ้านของชาวไทยทรงดำเป็นแบบดั้งเดิมโบราณ เป็นบ้านแบบเครื่องผูกวัสดุที่ใช้ส่วนใหญ่เป็นไม้ไผ่ เช่น ฝาบ้าน พื้นบ้าน โครงสร้างหลังคาสูงชัน มุงด้วยหญ้าแฝก ใต้ถุน อุปนิสัยชาวไทยทรงดำ รักสงบ ซื่อสัตย์ อดทน ขยันขันแข็ง มีความรักและสามัคคีในหมู่คณะ รักความสนุกสนานเพลิดเพลิน 

        นอกจากนั้นภายในหมู่บ้านมีหัตถกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่ การทอผ้า และเครื่องจักสานต่าง ๆ ชาวไทยทรงดำยังคงไว้ซึ่งวัฒนธรรมประเพณี ทุกปีในวันที่ 14 เมษายน จะมีงานประจำปีของหมู่บ้านคือ ประเพณีสงกรานต์ และมีสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ เช่น เสื้อผ้า ข้าวซ้อมมือ ทองม้วน กล้วยฉาบ ผู้สนใจสามารถศึกษาวิถีชีวิตของชาวไทยทรงดำได้ 

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ กำนันไพศาล เพชรรุณ หรือ ผู้ใหญ่บุญเรือน สีเขียว โทร. 081-8031792

การเดินทาง

ไปตามเส้นทางสายบางเลน-ดอนตูม ประมาณ 9 กิโลเมตร หรือ ทางหลวงหมายเลข 3296 กิโลเมตรที่ 5

        ถ้าหากท่านมาเที่ยวที่ตลาดบางหลวง ท่านก็จะได้พบกับวิถีชีวิตของชาวไทยโซ่งที่หาชมได้ยากในปัจจุบัน โดยชาวไทยโซ่งจะมีวัฒนธรรม ประเพณีต่างๆที่แตกต่างกันออกไป อีกทั้งท่านยังจะได้ชมของใช้ สิ่งของต่างๆแบบชาวไทยโซ่งที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษ ยังไงก็อย่าลืมมาเยี่ยมชมวิถีชีวิตของชาวไทยโซ่งกันนะครับ

 

ข้อมูลจาก http://www.annaontour.com/province/nakornpathom/travel-nakornpathom.php

 


Comments