ปลูกมะนาวในท่อซิเมนต์

  • ปลูกมะนาวในท่อซิเมนต์ ทำกันอย่างไร

             กลาง ปี 2552   ผมและเพื่อนร่วมงาน ได้มีโอกาสไปเยี่ยมแปลงปลูกมะนาวในท่อซิเมนต์ ของนายทหาร นอกราชการ ยศ พันโท เป็นบุคคลที่รักอาชีพการเกษตร ทดสอบ ทดลองปลูกพืชหลายชนิด ลองผิดลองถูกมาโดยตลอด  เมื่อไปถึงแปลง เราได้พบกับเกษตรกร พันโทจรัญ หนูเนียม และทีมงานสำนักงานเกษตรอำเภอลานสกา ได้ทราบจาก พันโทจรัญ หนูเนียม ว่าทำเกษตรปลูกพืชมาแล้วหลายอย่างในแปลงปลูกนี้ ทั้งส้มเขียวหวาน กระท้อน มังคุด ก็ต้องเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ เพราะที่ผ่านมาได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้าง ในส่วนของ ผลกำไร ความคุ้มทุน

 

 

 

      
 
             เมื่อช่วงปลายปี 2549 ผู้พันฯ ได้ทราบข้อมูลเรื่องมะนาวพันธุ์พิจิตร 1 ว่าเป็นพันธุ์ที่ต้านทานโรค มีผลดก ผลโต ให้น้ำหนักดี บังเอิญว่าผู้พัน ฯ อยากปรับเปลี่ยนการปลูกพืชในแปลงดังกล่าวเข้าช่วงความคิดพอดี จึงเดินทางไปดูงานที่จังหวัดพิจิตร  ได้เห็นมะนาวแล้วน่าสนใจมาก จึงได้ซื้อกิ่งพันธุ์มาปลูก 500 กิ่ง ปลูกแทนพื้นที่มังคุดเดิมโดยทำการลงปลูกในท่อซิเมต์ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 เมตร สูง 50 ซ.ม. วางเรียงเป็นแถวห่างกัน 3X4 เมตร ตรงก้นท่อใช้ฝาปิดของท่อซิเมนต์ขนาดเท่ากันวางรอง และมีรูให้ระบายน้ำได้ ทำเช่นนี้เพื่อป้องกันไม่ให้รากลงดิน เพราะถ้ารากลงดินจะไม่สามารถควบคุมน้ำได้  หลังจากนั้นจัดวางระบบน้ำ แล้วเอากิ่งพันธุ์ลงปลูก ปัจจุบันปลูกไปแล้วทั้งหมดที่ซื้อมา  500 ต้น โดยปลูกลงดินด้วย 300 ต้น ปลูกในท่อซิเมนต์ 200 ต้น พันโทจรัญ หนูเนียม เล่าว่า ที่สนใจการปลูกมะนาวในท่อซิเมนต์ เนื่องจากจะสามารถบังคับน้ำเพื่อการออกดอกได้ง่ายกว่าปลูกลงดิน ท่านจึงมีความสนใจและศึกษาเรียนรู้ เพื่อต้องการบังคับให้มะนาวออกดอกออกผลนอกฤดูกาลปกติซึ่งราคาดีกว่ามาก  โดย...
 
 
  
 
               มีขั้นตอนการดำเนินการดังนี้
             1. การเตรียมดินปลูก จะใช้หน้าดิน 2 ส่วน ผสมกับปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก 1 ส่วน และเพิ่มโดโลไมต์เล็กน้อย ผสมคลุกให้เข้ากันดี นำไปใส่ในวงบ่อซีเมนต์จนเต็ม
             2. การนำกิ่งพันธุ์ลงปลูก เจาะหลุมตรงกลางวงบ่อซีเมนต์ให้ลึกพอประมาณ นำกิ่งพันธุ์มะนาวที่เตรียมไว้ (อาจเป็นกิ่งชำถุงหรือตัดตุ้มก็ได้) ลงปลูกกลบดินให้แน่น และปักไม้ผูกยึดลำต้นป้องกันลมโยกให้ดี
             3. การให้น้ำ ถ้าฝนไม่ตกจะต้องรดน้ำทุกวัน วันละ 1-2 ครั้ง จะให้น้ำครั้งละน้อยๆ โดยเปิดสปริงเกลอร์ ใช้เวลาเพียง 5 นาที ต่อครั้ง ถ้าให้น้ำมากกว่านี้ น้ำจะชะล้างเอาดินในท่อออกมาด้วย ทำให้ดินยุบตัวเร็ว
             4. การให้ปุ๋ย หลังจากปลูกจะต้องให้ปุ๋ยเคมีสูตรเสมอทุกเดือน เดือนละ 1 ครั้ง ครั้งละ 1 ช้อนแกง ถ้าดินยุบตัวก็ต้องเติมดินที่ผสมปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกให้ได้ระดับตามดิน เมื่อมะนาวมีอายุ 8 เดือน ให้ปุ๋ย สูตร 8-24-24 ต้นละ 1 ช้อนแกง
             5. การบังคับการออกดอก ประมาณเดือนสิงหาคม-กันยายน หลังจากให้ปุ๋ย สูตร 15-15-15 ประมาณ 1 ช้อนแกง ให้น้ำพอปุ๋ยละลาย จึงงดการให้น้ำอย่างสิ้นเชิงเป็นเวลา 15-20 วัน แต่ถ้าฝนตกจะต้องหาพลาสติคคลุมโคนต้นทุกต้น เมื่อเห็นว่าใบมะนาวเริ่มเฉา จึงให้น้ำตามปกติ ให้ปุ๋ย สูตร 8-24-24 อัตรา 2 ช้อนแกง ต่อต้น ประมาณ 15 วัน มะนาวจะเริ่มแตกยอดอ่อนและออกดอกมาในคราวเดียวกัน ในช่วงระยะดอกจะต้องดูแลโดยการฉีดพ่นสารสะเดา หรือสารขับไล่แมลงอื่นๆ
 
  
 
              
            ส่วนในช่วงติดผลจะต้องฉีดพ่นสารกำจัดเชื้อราบ้างเหมือนกันแต่อยู่ในอัตราที่ปลอดภัย  และให้ปุ๋ย สูตร 15-15-15 อัตรา 1-2 ช้อนแกง ต่อต้น ทุก 20 วัน มะนาวที่ติดผลอ่อนในช่วงเดือนพฤศจิกายน จะเก็บเกี่ยวได้ประมาณเดือนเมษายน 2551 ซึ่งคาดว่าจะขายได้ราคาดีแน่นอน เพราะจากสถิติที่ผ่านมาทุกปี มะนาวในท้องตลาดจะขาดแคลน มีการซื้อขายกันอยู่กิโลกรัมละ 80-120 บาท ซึ่งมะนาวพันธุ์พิจิตร 1 จะมีขนาดผลค่อนข้างโต น้ำหนักประมาณ 12-15 ผล ต่อกิโลกรัม ในปีแรกคาดว่าจะเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ประมาณ 1,500 กิโลกรัม (ต้นที่ให้ผลแล้วประมาณ 50 ต้น) ข้อดีของการทำสวนมะนาวรูปแบบนี้ก็คือ การดูแลจัดการง่าย ใช้แรงงานน้อย ให้ผลผลิตเร็ว
            
 

 
           พันโทจรัญ ยังกล่าวว่า ตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน สวนของตนจะเป็นแปลงเรียนรู้ทางการเกษตรของคนในชุมชนอยู่ตลอด จะไม่มีการปกปิดข้อมูลหรือเทคนิคที่มี รวมทั้งการแบ่งปันปัจจัยการผลิตที่พอจะให้ ได้แก่ เพื่อนบ้าน และตนจะเป็นผู้ประสานงานกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นสถานีพัฒนาที่ดิน กรมวิชาการเกษตร สำนักงานเกษตรอำเภอ สำนักงานเกษตรจังหวัด ฯลฯ ที่จะเข้ามาจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ถ่ายทอดความรู้ สาธิต ขณะนี้ตนเองเป็นคณะกรรมการศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลท่าดี เป็นอาสาสมัครเกษตรของอำเภอลานสกา และเป็นจุดเรียนรู้ทางการเกษตรด้านไม้ผล เป็นต้น    
 
 
 

           นับว่าเป็นความตั้งใจดีของคนที่มีความพร้อมทั้งภูมิปัญญา ฐานะ และจิตใจที่เป็นกุศล ที่ใช้เวลาหลังเกษียณเพื่อทำประโยชน์ให้แก่ตนเอง ครอบครัว และชุมชนไปพร้อมๆ กัน นอกจากจะได้งาน ยังได้ออกกำลังกายทุกวัน และได้ความเพลิดเพลินใจ จึงส่งผลให้พันโทจรัญ หนูเนียม วัย 69 ปี ยังคงมีสุขภาพกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ ไม่มีโรค และหนุ่มอยู่ตลอดเวลา จนไม่น่าเชื่อ
 
             ท่านใดสนใจที่จะร่วมศึกษาหรือชมแปลง ติดต่อ พันโท จรัญ หนูเนียม ได้ที่ บ้านเลขที่ 63/6 หมู่ 7 ต.ท่าดี อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช โทร.081-9681438 ได้ทุกวัน
 
                                                                                          บันทึก/ภาพ :  ชาญวิทย์ สมศักดิ์
 
                                                                 เส้นทางเรียนรู้อันยาวไกล >> http://gotoknow.org/blog/chanwit
หน้าเว็บย่อย (1): ชุมชนบ้านกระโสม
Comments